• Like
พืชเศรษฐกิจ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

พืชเศรษฐกิจ

  • 15,209 views
Published

พื้นเศษฐกิจ

พื้นเศษฐกิจ

Published in Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
15,209
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
16
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. พืชเศรษฐกิจ
  • 2.
    • พืชที่ให้เส้นใย : ฝ้าย นุ่น flax ป่านกัญชา สับปะรดเทศ 2. พืชที่ให้เนื้อไม้และกระดาษ 3. พืชที่ให้น้ำยาง : ยางพารา 4. พืชที่ให้เครื่องดื่ม : ชา กาแฟ
  • 3. พืชที่ให้เส้นใย
  • 4. คุณสมบัติของเส้นใยที่ใช้ทอเป็นผ้าได้
    • มีเส้นผ่าศูนย์กลางสม่ำเสมอ
    • สามารถยึดอยู่ด้วยกันเมื่อนำมาปั่นเป็นเส้นด้าย
    • ทนทาน ทนต่อแรงดึง บิดงอได้
    • มีความยาวที่พอเหมาะ
    • มีสีอ่อน สามารถย้อมเป็นสีอื่นได้
    • หาง่าย ราคาไม่แพง
  • 5. ชนิดของเส้นใยจากพืช : ตามแหล่งกำเนิด
    • Surface fibers : จากผิวใบ , ผล , เมล็ด
    • Soft fibers : จากเนื้อเยื่อเปลือกไม้
    • Hard fibers : จากใบ
    • Fiber : - เซลล์รูปร่างยาว หัวท้ายเรียว
    • ผนังหนา มีสาร cellulose กับ lignin
    • แทรกอยู่ตาม phloem, pericycle และ เปลือกไม้
  • 6. ฝ้าย (Cotton) Gossypium hirsutum วงศ์ Malvaceae ถิ่นกำเนิด : อเมริกาใต้ และทางใต้ของแอฟริกา
  • 7. การเก็บใยฝ้าย ใช้แรงงานคน ใช้เครื่องจักร
  • 8. คนทั่วไปใช้ใยฝ้ายประมาณ 3 ก . ก . / คน / ปี ประเทศผู้ผลิตฝ้าย : จีน > รัสเซีย > อเมริกา > อินเดีย > ปากีสถาน ประเทศส่งออกฝ้าย : อเมริกา > อียิปต์ > รัสเซีย > จีน
  • 9. ประวัติการใช้ฝ้าย
    • 3000 ปีก่อนค . ศ . : เม็กซิโก เปรู แอฟริกาใต้
    • 484 ปีก่อนค . ศ . : เฮโรโดตัส -> อินเดีย
    • จีน ญี่ปุ่น อินเดีย -> ยุโรป
    • ต้นศตวรรษที่ 18 : ภาคใต้ของอเมริกา
      • Industrial Revolution
      • American Civil War
  • 10.
    • ค . ศ . 1855 : Rayon – ใยสังเคราะห์ชนิดแรก จาก cellulose จากเศษไม้ • ค . ศ . 1940 : ใยสังเคราะห์ Polyester เมล็ดฝ้าย -> น้ำมัน ใช้ปรุงอาหาร ทำสบู่ หล่อลื่น -> กาก เป็นอาหารสัตว์ ปุ๋ย สำลี = ใยฝ้ายฟอกขาว
  • 11. นุ่น (White Silk-Cotton Tree) Ceiba pentandra วงศ์ Bombacaceae ถิ่นกำเนิด : อเมริกาเขตร้อน
  • 12. นุ่น ปลูกมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทย ส่งออกนุ่นมากที่สุด อเมริกา นำเข้านุ่นมากที่สุด
  • 13. คุณสมบัติของใยนุ่น
    • จากเปลือกชั้นในของผล
    • เบากว่าใยฝ้าย 8 เท่า ผนังเส้นใยบางกว่าและขาดง่ายกว่า
    • เป็นฉนวนความร้อน และดูดซับเสียงได้ดี
    • คงทน ไม่มีเชื้อราหรือแมลงคอยทำลาย
    • ประโยชน์ : ใช้ยัดหมอน ที่นอน เบาะ เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ
    • เมล็ด -> น้ำมัน
    • เปลือกผล -> เผา -> ขี้เถ้ามีโปแตชมาก ใช้ทำปุ๋ย
  • 14. Flax Linum usitatissimum วงศ์ Linaceae ใช้เส้นใยจาก ลำต้น ทำ ผ้าลินิน
  • 15.
    • ประวัติการใช้ผ้าลินิน :
    • อียิปต์ ( 4000 ปีก่อนค . ศ .)
    • โรมัน -> ยุโรป
    • แหล่งผลิตในปัจจุบัน : ยุโรป , รัสเซีย
  • 16. วิธีเก็บเส้นใย flax : Water retting Dew retting
  • 17. Linseed oil = น้ำมันจากเมล็ด flax
  • 18. ป่านกัญชา (Hemp) Cannabis sativa วงศ์ Cannabidaceae ถิ่นกำเนิด : เอเชียกลาง
  • 19. แหล่งผลิต hemp : รัสเซีย , อินเดีย , ยุโรปตะวันออก ใช้เส้นใยจาก ลำต้นต้นตัวผู้ ทอผ้า , ทำเชือก , ผ้าใบ , ฯลฯ วิธีเก็บเส้นใย : เหมือน flax Dew retting ผ้าป่านกัญชา
  • 20. สับปะรดเทศ (Sisal) Agave sisalana วงศ์ Agavaceae ถิ่นกำเนิด : อเมริกากลาง , เม็กซิโก
  • 21. แหล่งผลิตสำคัญ : บราซิล , แอฟริกา สับปะรดเทศ 1 ต้นให้ใบประมาณ 300 ใบ เส้นใยจากใบ -> ทอผ้า , ทำเชือก เนื้อเยื่ออื่นๆจากใบ -> ทำยาสเตียรอยด์ , ปุ๋ย
  • 22. พืชที่ให้เนื้อไม้และกระดาษ
  • 23. เนื้อไม้
    • Sapwood : xylem cells
    • Wood (Heartwood) : มีสีเข้มและแข็ง เพราะมี เม็ดสี และ tannin
    • วงปี (Annual Ring)
  • 24. คุณสมบัติของเนื้อไม้
    • เป็นฉนวนที่ดี
    • ทนทาน ขึ้นกับปริมาณ tannin และ phenol
    • ความแข็ง ขึ้นกับปริมาณ lignin
    • ประโยชน์ : เป็นวัสดุก่อสร้าง , กระดาษ
  • 25. กระดาษ
    • ประวัติ :
    • เดิม : แผ่นดินเหนียว , แผ่นโลหะ , ไม้ , หนังสัตว์ , แท่งกระดูก
    • 2500 ปีก่อนค . ศ . – คริสต์ศตวรรษที่ 8 : กก papyrus ( “paper” )
  • 26.
    • 1900 ปีที่แล้ว : ชาว จีน ใช้ เปลือกชั้นใน ของต้น สา ( Broussonetia papyrifera ) ทำ กระดาษ
    เปลือกชั้นใน
    • ป่นเป็นเส้นใยสั้นๆ
    • ล้างด้วยน้ำด่าง
    ของเหลวข้นเหนียว
    • - ผสมน้ำ ทาบนแผ่นผ้า
    • อัดให้เรียบ ตากแห้ง
    แผ่นกระดาษ
  • 27. การป่นเส้นใยกระดาษ การช้อนเส้นใยกระดาษ
  • 28.
    • ค . ศ . 751 : วิธีทำกระดาษ -> ชาวมุสลิม เยื่อกระดาษจากเศษผ้า เครื่องบดเยื่อกระดาษ • ค . ศ . 1150 : วิธีทำกระดาษ -> ยุโรป ผสม เจลาติน ในการทำกระดาษ ทำ watermark หนังสือพิมพ์ เยื่อกระดาษจากเนื้อไม้
  • 29. เนื้อไม้ = xylem cells ผนัง xylem : เซลลูโลส + lignin
    • ย่อยด้วยไอน้ำ ( > 100 ºC)
    • เติม sodium hydroxide และ / หรือ bisulfites กับ sulfurous acid
    • ล้างน้ำ
    • ฟอก / ย้อมสี
    • ทำให้แห้ง
    กระดาษ
  • 30. ป่าสน โรงงานกระดาษ
  • 31. พืชที่ให้น้ำยาง
  • 32. ยางพารา (Para rubber tree)
    • Hevea brasiliensis วงศ์ Euphorbiaceae
    • ถิ่นกำเนิด : ลุ่มแม่น้ำอเมซอน อเมริกาใต้
  • 33. ประวัติการใช้ยางพารา - เดิม : ชาวพื้นเมืองในอเมริกาใต้ - ยุโรป : ยาง ละลายด้วยน้ำมันสน ใช้เคลือบผ้า ทำยางลบ รองเท้า ฯลฯ - ค . ศ . 1839 : Charles Goodyear “vulcanization” ( ยาง + กำมะถัน -> ทำให้ร้อน )
  • 34.
    • ค . ศ . 1898 : ยางรถยนต์ - ต้นศตวรรษที่ 20 : ต้นยางที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ -> สวนยางขนาดใหญ่ แถบเอเชีย - ประมาณ ค . ศ . 1940 : ยางสังเคราะห์
  • 35. ส่วนประกอบของน้ำยาง
    • น้ำ 50%
    • น้ำตาล , โปรตีน , resin 10%
    • เนื้อยาง 40%
    • (polymer ของ isoprene)
  • 36. การกรีดยาง
    • เริ่มเมื่อต้นยางอายุ 5-6 ปี มีเส้นรอบต้นที่ตำแหน่งสูงจากพื้น 150 ซ . ม . ( ตำแหน่งเริ่มกรีด ) > 50 ซ . ม .
    • รอยกรีดเอียงลงทำมุม 30 º กับแนวระนาบจาก ซ้ายไปขวา
    • กรีด ครึ่งต้น วันเว้นวัน ลดหลั่นลงมา
    • เปลี่ยนซีกต้นกรีดทุก 5-6 ปี แต่ละต้น ใช้กรีดได้ 30-35 ปี
  • 37. น้ำยาง เติมกรด formic หรือ acetic ก้อนยาง รีดเป็นแผ่น ยางแผ่น นำไปอบแห้ง
  • 38. ยางสังเคราะห์ : โพลีเมอร์ของ butadiene
    • coal tar benzene
    • styrene
    • ethylene
    • ปิโตรเลียม
    • butadiene ยางสังเคราะห์
    • * Styrene ช่วยเพิ่มความคงตัว
  • 39. ยางหมากฝรั่ง (Chicle) ได้จากต้นละมุด ( Achras sapota ) วงศ์ Sapotaceae
  • 40. พืชที่ให้เครื่องดื่ม
  • 41. Caffeine
    • ฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลาง
    • ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น
    • ขับปัสสาวะ
  • 42. ชา (Tea)
    • Camellia sinensis วงศ์ Theaceae
  • 43. ชา ปลูกกันมากใน จีน , อินเดีย ความนิยมในการดื่มชา : จีน ญี่ปุ่น ฮอลันดา รัสเซีย ประเทศอื่นในยุโรป โดยเฉพาะ อังกฤษ
  • 44. ชาเย็น ถ้วยชาและถุงชา
  • 45. การเก็บใบชา : - เก็บใบที่แตกใหม่หลังตัดกิ่ง ทุก 7-10 วัน - เก็บใบที่ยอด 2-3 ใบ
  • 46. วิธีเตรียมชาดำ (black tea): - ใบชา -> ผึ่งแดด 1 วัน -> withering - fermentation : คลึงใบให้เซลล์แตก oxidation ของ tannin และสาร phenolic ในใบ -> สีน้ำตาลแดง - firing : ทำให้ใบชาแห้ง ( ใบชา -> สีน้ำตาลดำ ) ชาเขียว : - ไม่ทำ fermentation - ใช้ความร้อนช่วยให้ใบชาแห้งเร็ว tannin ในน้ำชา – ฤทธิ์ฝาดสมาน แก้ท้องเสีย
  • 47. withering Steaming ( ชาเขียว ) fermentation firing
  • 48. กาแฟ (Coffee)
    • Coffea arabica วงศ์ Rubiaceae
    • C. Robusta (C. canephora)
  • 49. ประวัติกาแฟ
    • พืชพื้นเมืองของเอธิโอเปีย ( เมือง Kaffa), ตะวันออกกลาง
    • กลางคริสต์ศตวรรษที่ 17: ยุโรป
    • อิตาลี -> ฝรั่งเศส -> อังกฤษ
  • 50. - แหล่งปลูกกาแฟ : อินโดนีเซีย ( ชวา ), แอฟริกา , หมู่เกาะอินเดียตะวันตก , บราซิล - คศ . 1670: อเมริกา – ร้านกาแฟแห่งแรก ปัจจุบัน อเมริกา นำเข้ากาแฟมากที่สุดในโลก
  • 51. การปลูกและเก็บกาแฟ
    • ปลูกในที่สูง เขตร้อนชื้น
    • ขยายพันธุ์โดยเมล็ด เริ่มให้ผลใน 5-8 ปี โดยออกผลปีละ 1-2 ครั้ง
    • ใช้แรงงานคน เก็บผลที่แก่เต็มที่
    กาแฟ arabica รสชาติดีกว่า robusta แต่เสียค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงกว่า
  • 52. ผลกาแฟ แยกเนื้อออก เมล็ดกาแฟ - ล้าง , ทำให้แห้ง - คั่วให้ร้อนที่ 250 º C นาน 5 นาที
    • กาแฟผงสำเร็จรูป : นิยมใช้กาแฟ robusta
    • เตรียมได้ 2 วิธี
    • ฉีดน้ำสกัดกาแฟเข้มข้นผ่านลำอากาศร้อน
    • Freeze-dry น้ำสกัดกาแฟ
  • 53. กาแฟ decaffeinated: ใช้ไอน้ำ หรือสารเคมี สกัด caffeine ออกจากเมล็ดกาแฟสด International Coffee Organization กำหนดราคากาแฟในตลาดโลก