• Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
223
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
2
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. สวนที่ 3 Chapter 6 System Analysis System Requirements Determination การวิเคราะหระบบ การกําหนดความตองการของระบบLearning Objectives System Development Life Cycle : SDLC สามารถกําหนดความตองการของระบบได สามารถทราบถึงความสําคัญของความตองการและวิธศึกษา ี แหลงขอมูลเพื่อหารายละเอียด กิจกรรมในขั้นตอนนี้ไดแก สามารถทราบถึงการกําหนดความตองการของระบบแนวใหม 1. การกําหนดความตองการ ของระบบ 2. การวิเคราะหความตองการ ของระบบใหม6.2 6.3
  • 2. Topics แนะนําการกําหนดความตองการของระบบ การกําหนดความตองการของระบบ คือ การวิเคราะหถึงการทํางานของ แนะนําการกําหนดความตองการของระบบ ระบบเดิมเพื่อหาปญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งจะตองมีการเก็บรวบรวมขอมูลและ ทฤษฎีแบบดั้งเดิมทีใชในการเก็บรวบรวมขอเท็จจริงและ ่ ขอเท็จจริงของระบบเดิมกอน เพื่อจะทําทราบรายละเอียดอาทิเชน สารสนเทศ 1. เปาหมายขององคกรทําใหทราบวาองคกรดําเนินธุรกิจอะไรและ ทฤษฎีแบบใหมที่ใชในการเก็บรวบรวมขอเท็จจริงและสารสนเทศ อยางไร 2. สารสนเทศที่ผใชระบบตองการในการดําเนินงาน ู 3. ประเภทของขอมูล ขนาด และจํานวนขอมูลที่เกิดขึ้นในระหวางการ ทํางาน 4. ขอมูลเกิดขึนเมื่อใด เกิดขึ้นจากขั้นตอนใดของระบบ และขอมูลจาก ้ ขั้นตอนหนึ่งไปยังขั้นตอนใดตอไปและอยางไร 5. ลําดับขั้นตอนการทํางาน 6. เงื่อนไขตางๆ ที่เกิดขึ้นในระหวางการประมวลผลขอมูลนั้น 7. นโยบายในการปฏิบัติงาน 8. เหตุการณสาคัญใดบางที่มีผลกระทบตอขอมูลและเหตุการณเหลานั้น ํ จะเกิดขึ้นเมื่อใด6.4 6.5ทฤษฎีแบบดั้งเดิม ทฤษฎีแบบดั้งเดิมทฤษฎีแบบดั้งเดิมที่ใชในการเก็บรวบรวมขอเท็จจริงและ 1. ตัวอยางเอกสาร แบบฟอรม และฐานขอมูลที่ใชงานในปจจุบัน (Existing Documents/ Sampling)ทําได 2 วิธีสารสนเทศ 1. การรวบรวมขอเท็จจริงจากเอกสารที่มีอยู (Existing Documents) เชน1. ตัวอยางเอกสาร แบบฟอรม และฐานขอมูลที่ใชงานในปจจุบน ั - เอกสารที่ใชในองคกร เชน บันทึกตางๆ คําแนะนํา แบบแสดงความคิดเห็น (Existing Documents/ Sampling) ของลูกคา รายงานประจําเดือน เปนตน - เอกสารทางการบัญชี รายงานผลการดําเนินการ การประเมินผลงาน2. การคนหาขอมูล (Research) - คํารอง หรือบันทึกตางๆ ในองคกร หรือ จากโครงการระบบสารสนเทศของ3. การสังเกตการณ (Observation) องคกร ทั้งในอดีตและปจจุบัน - แผนกลยุทธการดําเนินธุรกิจ (Strategic Plan) และเอกสารแสดงภารกิจ4. การจัดทําแบบสอบถาม (Questionnaire) (Mission Statement) ขององคกร5. การสัมภาษณ (Interview) - วัตถุประสงคในการดําเนินธุรกิจขององคกร (Objective) หรือหนวยงานตางๆ - นโยบายขององคกร (Policy) - แบบฟอรมตางๆ ที่มีการกรอกขอความเรียบรอยแลว - คูมือการใชงานจอภาพ และรายงานตางๆ (Screens and Report)6.6 6.7
  • 3. ทฤษฎีแบบดั้งเดิม นอกจากนีนกวิเคราะหตรวจสอบจากการดําเนินการกอนหนานีไดแก ้ ั ้ - ผังงาน (Flow Charts) และแผนภาพ (Diagrams) - พจนานุกรม หรือแหลงเก็บขอมูลโครงการ (Dictionary or Repository) - เอกสารการออกแบบ ไดแก ขอมูลนําเขา ขอมูลผลลัพธ และ ฐานขอมูล - เอกสารการเขียนโปรแกรม - คูมือการใชงานและการอบรม (Operation and Training Manual) 2. การสุมตัวอยาง (Sampling) หมายถึง กระบวนการรวบรวม  ขอมูลโดยการเลือกตัวอยางเอกสาร แบบฟอรม หรือแหลงขอมูลอืนๆ ่ เพียงบางสวนจากทั้งหมดทีมีในองคกร ่6.8 6.9ทฤษฎีแบบดั้งเดิม 2. การคนหาขอมูล (Research) เชน คนควาไดจาก Web Site ของหนวยงาน คนควาไดจากนิตยสาร คนควาไดจากหนังสือพิมพธุรกิจตางๆ คนควาขอมูลของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร ซอฟตแวรสําเร็จรูป สําหรับงานธุรกิจตางๆ ไดจากเครือขายอินเทอรเน็ต6.10 6.11
  • 4. ทฤษฎีแบบดั้งเดิม ทฤษฎีแบบดั้งเดิม 3. การสังเกตการณ (Observation) ขอดี 1. ขอมูลที่รวบรวมไดมีความนาเชื่อถือคอนขางสูง ประเภทของการสังเกตแบงเปน 2 ประเภทใหญคือ 2. นักวิเคราะหระบบสามารถเห็นขันตอนการดําเนินการที่เกิดขึ้นจริง ้ 1. การสังเกตทางตรง (Director observation) 3. เมื่อเทียบกับเทคนิคอื่นๆ การสังเกตการณเปนเทคนิคที่ใชเงินทุนต่ํา 2. การสังเกตทางออม (Indirect observation) 4. นักวิเคราะหระบบสามารถวัดผลการดําเนินการของเทคนิคนี้ได ขอเสีย การสังเกตทางตรงสามารถแบงยอยไดเปน 2 ลักษณะ 1. มีผลกระทบการทํางานของเจาหนาที่อาจทําใหอึดอัดและผิดพลาดได 1. การสังเกตแบบมีสวนรวม (Participant observation) 2. ตองใชระยะเวลาคอนขางมาก ไมเชนนันอาจไดขอมูลที่ไมครบถวนทุก ้ เงื่อนไขในการดําเนินการ 2. การสังเกตโดยไมไดเขาไปมีสวนรวม (Non-participant 3. การดําเนินการบางงานอาจมีลักษณะงานที่ไมสะดวก หรือชวงเวลาไมตรงกัน observation) กับนักวิเคราะหระบบ 4. การดําเนินการบางขั้นตอนอาจมีเงื่อนไขบางประการที่มีโอกาสเกิดขึ้นนอย มาก 5. เจาหนาที่อาจปฏิบัติงานไมเต็มที่เมื่อทราบวานักวิเคราะหจะเขามา สังเกตการณ โดยปฏิบัติงานเทาที่ตองการใหนักวิเคราะหระบบทราบเทานั้น6.12 6.13ทฤษฎีแบบดั้งเดิม ทฤษฎีแบบดั้งเดิม ขอแนะนําสําหรับนักวิเคราะหระบบในการสังเกตการณ เชน 4. การจัดทําแบบสอบถาม (Questionnaire) 1. กําหนดตัวบุคคล สิ่งที่ตองการ สถานที่ เวลา เหตุผล และวิธทใช  ี ี่ การเลือกกลุมผูตอบแบบสอบถาม  ในการสังเกตการณการดําเนินงาน 1. เลือกตามความสะดวก (Convenient to Sample) ไดแก คนที่ 2. ควรไดรับการยินยอมจากผูจัดการ หรือหัวหนาระบบงานนัน  ้ ทํางาน ณ ทีตั้งสํานักงาน ่ 3. จดบันทึกขอมูลระหวางการศึกษาการดําเนินงาน 2. เลือกโดยวิธีสุม (Random) 4. ทบทวนขอมูลทีบนทึกกับเจาหนาทีผูดาเนินงาน ่ ั ่ ํ 3. เลือกตามวัตถุประสงคเฉพาะทีกําหนด (Purposeful Sample) ่ 5. ไมขัดจังหวะการดําเนินงานใดๆของเจาหนาที่ เชนเลือกผูที่เคยใชระบบนันนานกวา 2 ป หรือเลือกผูทใชระบบ  ้  ี่ 6. มุงสนใจการดําเนินงานหลัก บอยที่สุด 7. ไมสรุปขอสันนิษฐานใดๆดวยตนเอง 4. เลือกจากกลุมตางๆที่จัดแบงไว (Stratified Sample) เชน แบงกลุมผูใช กลุมผูบริหาร จากนันสุมเลือกจากแตละกลุม   ้ 8. กําหนดวัตถุประสงคในการสังเกตการณดาเนินงานแตละขั้นตอน ํ6.14 6.15
  • 5. ทฤษฎีแบบดั้งเดิม ทฤษฎีแบบดั้งเดิม ประเภทของแบบสอบถาม ตัวอยางคําถามปลายเปด (Free Format) 1. Free Format : เปนแบบสอบถามที่ใหอิสระในการตอบ 1. ปจจุบัน ทานทํางานในตําแหนง……………………. 2. Fixed Format : คําถามในแบบสอบถามตองการคําตอบที 2. ทานทํางานในหนวยงานนี้เปนเวลา……… ป………เดือน เจาะจงลงไป โดยมีคําตอบใหผูตอบเลือกมี 3 ประเภท 3. ปจจุบันทานอายุ………….ป 2.1. Multiple Choices: มีคําตอบหลายขอใหเลือกตอบ และ : : : : : : : ผูตอบสามารถเลือกคําตอบไดมากกวา 1 ขอ 20. ระบบงานที่ทานกําลังดําเนินการอยูเกิดปญหาในการดําเนินงานดานใดบาง 2.2. Rating Question: มีคําตอบเปนตัวเลือกเพื่อใหแสดงความ ……………………………………………………………………………………………………. คิดเห็น โดยการกําหนดระดับความคิดเห็นของผูตอบในแต 21.ถาทานเปนผูบริหาร ทานมีแนวทางอยางไรในการปรับปรุงการดําเนินงานให ละขอวามากนอยเพียงใด เกิดประสิทธิภาพ 2.3. Ranking Question: เปนการจัดลําดับความสําคัญของ …………………………………………………………………………………………………….. คําตอบตางๆ ในแตละคําถาม 22. ถาทานเปนผูบริหาร ทานจะสั่งการใหมีการดําเนินการดานใดบาง เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในหนวยงานของทาน ……………………………………………………………………………………………………6.16 6.17ทฤษฎีแบบดั้งเดิม ทฤษฎีแบบดั้งเดิม ตัวอยางคําถามปลายปด (Fixed Format) 5. การสัมภาษณ (Interview) 1. ในการดําเนินงานของสวนงานทานตองจัดทํารายงานใดบาง ประเภทของการสัมภาษณ [ ] รายงานเงินเดือน [ ] รายงานภาษี [ ] รายงานการสั่งซื้อ [ ] รายงาน 1. การสัมภาษณแบบไมมีโครงสราง (Unstructured ยอดขาย [ ] รายงานการรับสมัครงาน [ ] รายงานเวลาทํางาน [ ] รายงานขอมูล Interview) เปนลักษณะการสัมภาษณหัวขอทั่ว ๆ ไปเกี่ยวกับองคกร พนักงาน ไมเจาะจงหัวขอของการสัมภาษณ การสัมภาษณแบบนี้ไมเหมาะกับการ [ ] อื่นๆ โปรดระบุ………………… วิเคราะหและออกแบบระบบสารสนเทศ 3. ทานคิดวาการนําระบบสารสนเทศเขามาใชในหนวยงานสามารถชวยแกปญหา 2. การสัมภาษณแบบมีโครงสราง (Structured Interview) ผู ในการดําเนินงานไดมากนอยแคไหน สัมภาษณจะตองมีการเตรียมขอมูล และคําถามเพื่อสอบถามขอเท็จจริง [ ] นอยมาก [ ] นอย [ ] ปานกลาง [ ] มาก [ ] มากที่สุด ตาง ๆ จากผูใหสัมภาษณ โดยสามารถสอบถามขอสงสัยตาง ๆ เพิมเติม ่ 4. ทานมีความพึงพอใจในตําแหนงหนาที่การงานของทานในดานใดบางให เรียงลําดับความสําคัญ ไดเพื่อตรวจสอบความเขาใจของผูสัมภาษณวาถูกตองหรือไม ……ความมั่นคงของหนวยงาน ……คาตอบแทน ……ลักษณะงานที่ทําอยู ……ตําแหนง6.18 6.19
  • 6. ทฤษฎีแบบดั้งเดิม ทฤษฎีแบบดั้งเดิม เทคนิคการสัมภาษณ ขอแนะนําสิงที่ควรทํา ่ 1. การเลือกบุคคลผูใหสัมภาษณ  1. มีความสุภาพและมีมารยาท 2. การเตรียมการสัมภาษณ คําถามที่ใชควรมีลกษณะ ั 2. ตั้งใจฟง 2.1 กระชับ และเขาใจงาย 2.2 ไมนําเสนอความคิดเห็นสวนตัวแฝงในคําถาม 3. ควบคุมสถานการณ 2.3 หลีกเลี่ยงคําถามที่ซับซอน หรือยาวเกินไป 4. ตรวจสอบขอมูล 2.4 หลีกเลี่ยงการใชถอยคําในลักษณะคุกคาม หรือขมขู 5. มีความอดทน 3. การดําเนินการสัมภาษณมี 3 ขั้นตอน 6. สังเกตกิรยา ทาทาง รวมทังภาษากาย (Body Language) ิ ้ 3.1 เปดสัมภาษณ (Interview Opening) 3.2 สัมภาษณ (Interview Body) 7. ไมกังวล 3.3 ปดสัมภาษณ (Interview Conclusion) 4. ติดตามผลการสัมภาษณ6.20 6.21ทฤษฎีแบบดั้งเดิม ทฤษฎีแนวใหม ขอแนะนําสิงที่ควรหลีกเลียง ่ ่ ทฤษฎีแนวใหมในการกําหนดความตองการของระบบ 1. คําถามที่ไมจําเปนหรือไมควรถาม 1. Joint Application Design (JAD) 2. การสันนิษฐานเองวาคําตอบที่ไดรบสมบูรณ ั 2. Rapid Application Development (RAD) 3. การชีนาทั้งดวยคําพูดและภาษากาย ้ ํ 4. การใชศัพทเฉพาะ หรือคําที่เขาใจยาก 5. การแสดงความคิดเห็น 6. การพูดมากเกินความจําเปนแทนที่จะรับฟงคําตอบ 7. การสันนิษฐานเกี่ยวกับหัวขอเรื่องและผูใหสัมภาษณ 8. การใชเทปบันทึกเสียง6.22 6.23
  • 7. ทฤษฎีแนวใหม ทฤษฎีแนวใหม 1. Joint Application Design (JAD) ผูเขารวมการดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลดวยเทคนิค JAD มีดังนี้ คือ กระบวนการในการจัดการ และเพิ่มความสามารถในการ 1. JAD Session Leader เปนผูดาเนินการประชุม ํ ปฏิบติงานรวมกันของเจาของระบบ ผูใชระบบงานนักวิเคราะหระบบ ั  2. Users คือผูใชระบบ ผูออกแบบระบบ และผูสรางระบบ เพื่อรวมกันกําหนดขอบเขต  3. Manager คือผูบริการองคกร  4. Sponsor คือผูรบผิดชอบเรืองคาใชจายในการพัฒนาระบบนันๆ ั ่  ้ วิเคราะห และออกแบบระบบ คือเปนการประชุมงานรวมกันของผูมี 5. System Analyst คือนักวิเคราะหและออกแบบระบบ สวนเกี่ยวของกับการพัฒนาระบบนันเอง ทั้งนี้เพื่อชวยลดเวลาและ ่ 6. Scribe คือผูททาหนาที่จดสรุปรายละเอียดระหวางการประชุม  ี่ ํ คาใชจายในขันตอนการเก็บขอมูล ้ 7. IS Staff ทีมของหนวยบริการสารสนเทศ6.24 6.25ทฤษฎีแนวใหม ทฤษฎีแนวใหม 2. RAD คือ การพัฒนาระบบ (Methodology) โดยการรวมเอา Task: - Users,manager,and IT เทคนิค (Techniques) เครื่องมือ (Tools) และเทคโนโลยี Staff agree upon business (Technologies) เขาดวยกัน เพื่อประยุกตใชในการพัฒนาระบบให needs,project scope,and systems requirementsl Planning สําเร็จลุลวงไดโดยใชเวลานอยที่สุด ทั้งนี้ขึ้นอยูกับความพรอมของ - Obtain approval to continue Task: องคการในขณะนั้น ไมวาจะเปนเรื่องคาใชจาย บุคลากร รวมถึง Task: - Program and application ความตองการที่แนนอนของผูใชงาน - Interact with users development - Build model Design Development - Coding - Unit, integration, ขอดี and prototypes - Conduct and system testing เหมาะกับองคกรทีมความพรอมในการพัฒนา ่ ี intensive JAD- type sessions สามารถพัฒนาระบบไดอยางรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ Task: - Data Conversion Cutover - Full-scale testing - System changeover - User training6.26 6.27
  • 8. Reference Book and Text Book ตําราอางอิง คัมภีรการวิเคราะหและออกแบบระบบ กิตติ ภักดีวฒนกุล และ  ั Q&A พนิดา พานิชกุล Modern Systems Analysis & Design : Jeffrey A. Hoffer, Joey F.George, Joseph S. Valacich เว็บไซต http://course.eau.ac.th/course/Download/0230805/บทที่6.ppt6.28 6.29