ไมใกล แตกไมไกล     ็     พระอธิการจันดี กนฺตสาโร          วัดปาอัมพวันตําบลหนองรี อําเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
คําปรารภ          “ไมใกล แตกไมไกล” เปนหนังสือที่ศิษยานุศิษย ไดพยายามถอดเสียงมาจากการบันทึก เนื่อง                  ...
คําอนุโมทนา         ในเรื่องที่ลูกศิษยวัดปาอัมพวัน จะจัดทําหนังสือเพื่อเปนอาจาริยบูชาในวันคลายวันเกิด ทานอาจารยจันดี...
คํานํา          หนังสือเลมนี้ ไดจัดทําขึนเพือเปนอาจาริยบูชาแดพระอาจารย จันดี ซึ่งครบรอบอายุ ๕๕ ป ใน                 ...
๑.                               “ไมใกล แตก็ไมไกล”                       แสดงที่ วัดปาจิตตวิเวก ประเทศอังกฤษ         ...
พงอยูทุกปไมเคยขาด และก็วันนี้ เปนวันแหงความทรงจําพิเศษของผมหรืออาตมา เดียวคอยเลาใหฟงวา                          ...
นิดนึงวา กําลังบุกเบิกพืนทีทํานา ก็เลยไดชวยพอแม พอแมก็ใหออกจากวัดชั่วคราวกอน เพราะวาปกติ                        ...
ก็เปนโชคดีของผมอยางหนึ่ง ที่โยมพอเวลาไปวัดหนองปาพง ตอนแรกๆ แมจะมีความตั้งใจจะไปขอหวย ขอเบอรก็ตาม ขอของดีตางๆ นี้ แต...
เลย แลวก็ของกินของอะไร ปลารา อะไรที่ของดิบนี้ ตัดออกหมด ถาทําดิบๆ นี่ไมเอา ตองทําใหสุกใหหมดเลย เปลี่ยนวิถีชีวตใหมห...
“ธรรมะกินใจ” ขอยกตัวอยางเรื่องหนึ่งสันๆ ทานยกตัวอยางเรื่อง “การเสียสละ” ทานบอกวา                                     ...
หลวงพอบุญชูไวกอน เราก็เลยไดเขาไปในวัด พอเขาไปแลวขนาดเตรียมตัวเตรียมใจไวอยางดีนะ พอเขาไปแลวเห็นขอวัตรปฏิบัติถึง...
ไหนมันครึ้มมันสังเกตไมได ก็จะมาเดินจงกรมในศาลา เพราะวาในศาลาจะมีนาฬิกา อยูเรือนหนึ่งเกาๆไวดู ก็เลยใชอยางนี้มาตลอด ...
เหมือนกัน วันนั้นก็มหลวงพอองคหนึ่ง ชื่อหลวงพอคําปุน ทานบอกวา “นาคๆ หลวงพอชาสั่งใหไปนุง                         ี  ...
การบวชจริงๆ นั้นก็คือการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ แลวสุดทายทานก็บอกวา ผาขาวชุดนี้ผมยังไมบวชนะแตฟงเทศนแลวสบายใจแลวแหล...
หนังสือธรรมะใกล้ตัว
หนังสือธรรมะใกล้ตัว
หนังสือธรรมะใกล้ตัว
หนังสือธรรมะใกล้ตัว
หนังสือธรรมะใกล้ตัว
หนังสือธรรมะใกล้ตัว
หนังสือธรรมะใกล้ตัว
หนังสือธรรมะใกล้ตัว
หนังสือธรรมะใกล้ตัว
หนังสือธรรมะใกล้ตัว
หนังสือธรรมะใกล้ตัว
หนังสือธรรมะใกล้ตัว
หนังสือธรรมะใกล้ตัว
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

หนังสือธรรมะใกล้ตัว

7,191 views
7,098 views

Published on

หนังสือธรรมะใกล้ตัว

  1. 1. ไมใกล แตกไมไกล ็ พระอธิการจันดี กนฺตสาโร วัดปาอัมพวันตําบลหนองรี อําเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
  2. 2. คําปรารภ “ไมใกล แตกไมไกล” เปนหนังสือที่ศิษยานุศิษย ไดพยายามถอดเสียงมาจากการบันทึก เนื่อง ็ในโอกาสที่ผูแสดงธรรมไดไปเยียมสาขาและหมูคณะสงฆในยุโรป โดยเฉพาะที่วดปาจิตตวิเวก และวัด ่ ัอมราวดี ซึ่งถือไดวาเปนวัดที่พุทธบริษัทในทวีปยุโรป ใหความสนใจและไปปฏิบัตธรรมไมเคยวางเวน ิ ธรรมะ “ไมใกล แตก็ไมไกล” ในสมัยกอน การเดินทางไปมาหาสูกันคอนขางลําบาก แม ระยะทางจะใกลแตก็เหมือนไกล เพราะยานพาหนะไมเอื้ออํานวยเหมือนสมัยปจจุบัน จึงเกิดความรูสึกวา “ใกลก็เหมือนไกล” แตเดี๋ยวนี้ โลกทั้งใบยกมาไวเฉพาะหนาไดหมด ใครอยูทไหน ทําอะไร รูหมด ี่การไปมาหาสูกัน แมอยูกันคนละมุมโลก ใชเวลาไมกี่ชวโมง จึงเกิดความรูสึกวา “ไกลก็เหมือนใกล”  ั่ธรรมะจะอยูไมไกลสําหรับผูที่เปยมดวยศรัทธา แตทวาไกลสุดขอบฟา สําหรับผูหาปญญาไม  ตองขอขอบพระคุณ ทานอาจารยญาณธมฺโม ที่เมตตาเอื้อเฟอในการสื่อภาษาจากไทยสูอังกฤษจนสัมฤทธิ์ผลตลอดการเดินทาง และขอขอบพระคุณ พระครูสันติธรรมวิเทศ (ปรีชา ชุตินฺธโร) ผูชวยเจาอาวาสวัดสันตจิตตาราม ประเทศอิตาลี ที่คอยเปนธุระใหความสะดวกในทุกๆ เรื่อง ขณะทีพักอยูที่อิตาลี ตลอดทั้งพระ เณร ่ทุกทานและญาติโยมทุกๆ คน ที่ไมสามารถเอยนามได ก็ขออนุโมทนามา ณ ที่นี้ดวย และทานโมเช ที่ ทําหนาที่ปจฉาสมณะไดอยางนาอนุโมทนา ทิต นพรัตน(ไซ) ซึ่งเปนอุบาสกเพียงคนเดียวที่รวมเดินทางเพื่ออุปฏฐากครูบาอาจารย ตั้งแตวนไปจนถึงวันกลับ ก็นับไดวาทําหนาที่ในฐานะอุบาสกที่ดีตลอดการ ัเดินทาง และขอขอบคุณอนุโมทนา ศิษยานุศิษยทุกๆ คน ที่มีสวนรวมในการจัดทําหนังสือนี้ พระอธิการจันดี กนฺตสาโร ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑
  3. 3. คําอนุโมทนา ในเรื่องที่ลูกศิษยวัดปาอัมพวัน จะจัดทําหนังสือเพื่อเปนอาจาริยบูชาในวันคลายวันเกิด ทานอาจารยจันดี กนฺตสาโร เปนธรรมเทศนาที่ทานไดแสดง ในชวงทีเ่ ดินทางไปตางประเทศ เดือนมิถุนายน๒๕๕๑ นั้น ทานแสดงธรรมเทศนากัณฑ “ไมใกล แตก็ไมไกล” ณ วัดปาจิตตวิเวก ประเทศอังกฤษ ในวันคลายวันเกิดของพระเดชพระคุณพระโพธิญาณเถร (วันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๑ ) อาตมาเปนผูแปลเปนภาษาอังกฤษให พระ เณร แมชี และศรัทธาญาติโยมทั้งหลายไดฟง พระสงฆขอใหทานอาจารยจันดีพดถึงหลวงพอชาในชวงที่ทานเขามาเกี่ยวของและปฎิบัติธรรมในวัดหนองปาพงใหมๆ เพราะคิด ูวา สิ่งนี้จะเปนประโยชนอยางยิ่งตอหมูคณะที่อยูตางประเทศ ที่จะไดรูระเบียบ ขอวัตรปฏิบัติของวัดหนองปาพง หลังจากทานไดแสดงธรรมจบแลว ทางเจาอาวาสวัดปาจิตตวิเวก ทานอาจารยสุจิตโตและหมูคณะไดแสดงความประทับใจและซาบซึ้งใจในธรรมะของทานอาจารยที่ทานไดแสดงมานั้น อาตมาในนามคณะสงฆตางชาติ ขออนุโมทนาบุญ ที่ศรัทธาญาติโยมวัดปาอัมพวันทังหลาย มี ้ความตั้งใจทีจะเผยแผธรรมะกัณฑนี้ ดวยวาจะเปนประโยชนตอคนไทยเชนกัน ่ พระอาจารย ฟลลิป ญาณธมฺโม ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑
  4. 4. คํานํา หนังสือเลมนี้ ไดจัดทําขึนเพือเปนอาจาริยบูชาแดพระอาจารย จันดี ซึ่งครบรอบอายุ ๕๕ ป ใน ้ ่วันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑ นี้ พระอาจารยจนดี ทานไดฝากตัวเปนลูกศิษยหลวงพอชา สุภัทโท แหงวัดหนองปาพง มาเปน ัระยะเวลากวา ๓๕ พรรษา พระอาจารยจนดี ทานไดอบรมสั่งสอนพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย และชาว ัตางประเทศ เพื่อที่จะใหไดรูจักการประพฤติปฏิบัติธรรม ในการทีจะมองเห็นทุกข รูทุกข และบรรเทา ่ดวยการละวางความทุกขนนๆ ั้ คณะศิษยจึงไดทําการถอดเทปพระธรรมเทศนา ในระหวางที่พระอาจารยทาน ไดถายทอดประสบการณในอดีต และประสบการณในการปฏิบัตธรรม ใหกับคณะสงฆ และญาติโยม ในประเทศ ิอังกฤษ ระหวางการเดินทางในชวง ๖ มิถุนายน ถึง ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ และทําการเรียบเรียงและจัดพิมพขึ้นเพือเปนธรรมทาน ทั้งนี้ คณะศิษยขอกราบระลึกถึงพระคุณที่ทานไดเมตตาอบรมสั่งสอน ่และชี้ทางประพฤติปฎิบัติในสิ่งที่ถูกที่ควรมาโดยตลอดและกราบขอขมาโทษสําหรับความผิดพลาดอันใด ที่เกิดจากการจัดพิมพหนังสือเลมนี้ ขออนุโมทนาในบุญกุศลตอคณะลูกศิษยและญาติโยม ที่มีกุศลเจตนา และศรัทธาที่ใหการสนับสนุนการจัดพิมพหนังสือครั้งนี้ คณะศิษยานุศษย ิ วัดปาอัมพวัน ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี
  5. 5. ๑. “ไมใกล แตก็ไมไกล” แสดงที่ วัดปาจิตตวิเวก ประเทศอังกฤษ วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ พุทธัง ธัมมัง สังฆัง นะมัสสามิ ผมหรืออาตมาขอโอกาสพระอาจารยสุจิตฺโต อาจารยญาณธมฺโม และคณะสงฆ ตลอดสามเณรและทสสีรจาริณี แมชี และญาติโยมทุกๆ ทาน วันนี้ถือวาเปนโอกาสดีสําหรับผม ที่ไดมาเยี่ยมวัดปาจิตตวิเวก ซึ่งเปนครั้งแรกตั้งแตวดปาจิตตวิเวกไดกอตั้งมา ทีผมจําไดก็ ๓๐ กวาป เพราะวาไดตดตามมาอยู ั ่ ิตลอด แมวาไมไดมาแตก็ทราบความตลอด เพราะวาตั้งแตหลวงพอชา ทานเริ่มมาที่อังกฤษครั้งแรก เมื่อป ๒๕๒๐ ปนั้น ผมหรืออาตมาก็ไดตดตามมาสงทาน ซึ่งตอนนั้นผมหรืออาตมาเปนพระใหมพรรษายัง ิไมมาก แตก็เปนโชคดีททานใหตดตามมากิจนิมนตที่จังหวัดลพบุรี ทานก็ใหตามมาสงถึงสนามบิน ี่ ิไดมาพักอยูทสาขาที่ ๒๐ ก็คือวัดบึงลัฎฐิวันจังหวัดอยุธยาก็ถือวาเปนโชคดี ตอนนั้นไดมาสงทานเปน ี่ครั้งแรก และก็ไดมาติดตามผลงานที่ทานไดมาเผยแพรพระพุทธศาสนา ทางตะวันตกดวยดีตลอดมา และมีตอนหนึงที่หลวงพอชา กอนที่ทานจะเดินทางมาที่อังกฤษ ทานบอกลูกศิษยวา “คอยกัน ่กอนนะ ตอนนี้ผมไปเบิกทางกอน และโอกาสตอไปพวกทานก็จะไดมา” ผมหรืออาตมาก็รับฟงไวเฉยๆ ก็ไมไดหวังวาจะไดมาอะไร แตคํานีก็ยังอยูในใจ ก็จะเรียกวา คอยอยู ๓๐ ป ก็ไมไดมีความหวังวา ้ จะไดมาอะไรหรอกนะ จนกระทั่งมาจนถึงวันนี้ ก็ไดมาเห็นวัดปาจิตตวิเวก ก็มีความเจริญแลว หลวงพอสุโมเธ ทานก็เคยนิมนตอยูทกครั้งเวลาเจอทาน แตก็ยังไมประจวบเหมาะที่จะไดมา ก็ไมไดมาสักที เมื่อ ุตอนที่จัดงานปดทองผูกพัทธสีมา ฝงลูกนิมิตร ทานก็นิมนตเหมือนกัน แตวาสุขภาพตอนนั้นไมสูจะดีผมหรืออาตมาชวงหลังสุขภาพไมดีเอาซะเลย ไปไหนมาไหนลําบาก ก็เลยไมไดมารวมกับทานในงานที่ผานมา แตวาก็อนุโมทนาอยูทางเมืองไทย จนกระทังมาปนี้ ทานอาจารยญาณธมฺโมมีโอกาสจะมาที่  ่อังกฤษ ทานก็เลยชวนผมหรืออาตมา มาดวย ก็ไมไดคิดวาจะมา ทานก็แยมๆ ตอนแรกก็ลังเล เอ…จะไปไหวหรือเปลา ทานก็ลุนใหมา ทานวาไปได สุดทายก็เอา ไปก็ไป ตัดสินใจ จึงไดมาปรากฏตัวอยูที่นี่ และวันนี้ ก็ถอวาเปนโชคดีที่ทานอาจารยสุจิตฺโต ทานไดปรารภถึงหลวงพอชา เนื่องในวัน ืคลายวันเกิดของหลวงพอ ก็คือวันที่ ๑๖ –๑๗ มิถุนายน ซึ่งโดยปกติผมหรืออาตมาก็จะไปที่หนองปา
  6. 6. พงอยูทุกปไมเคยขาด และก็วันนี้ เปนวันแหงความทรงจําพิเศษของผมหรืออาตมา เดียวคอยเลาใหฟงวา ๋วันนี้มีความทรงจําอยางไร แลวก็ทานบอกวา เนื่องจากวันนีเ้ ปนวันคลายวันเกิดของหลวงพอชาดังกลาวทานบอกวาอยากใหผมหรืออาตมา เลาเรื่องเกาๆ ตั้งแตเขามาสูวัดหนองปาพงใหฟง เพื่อเปนกําลังใจของผูใหมบาง ผมก็ยังนึกไมออกวา จะเลาอยางไร เมื่อกีอาจารยญาณธมฺโม แยมใหบอกวา เลาตั้งแตเปน ้เด็ก ที่โยมพอพาเขามาวัดหนองปาพง ก็เคยเลาไปหลายครั้งอยูเหมือนกัน แตวาอาจจะตางวาระ อาจจะไมเหมือนกันเทาไหร สาเหตุที่ทานอยากใหเลาอันนี้เพราะวา โยมพอเพิ่งเสียไปเมื่อปที่แลว และก็ทานก็ไดไปรวมงานฌาปนกิจศพ เพราะวาจัดอยูที่หนองปาพง และก็มครูบาอาจารยซึ่งก็ไมไดนิมนตทาน ีทานก็ไดมารวมงาน ทําโดยเรียบงายไมมีอะไร ไมมีสวดอภิธรรม มีแตไหวพระ สวดมนต และก็มีบังสกุลสั้นๆ ทุกวัน แลวก็มีการแสดงธรรมทุกวัน ครูบาอาจารยก็ไปรวมทําฌาปนกิจศพ ก็เพิงผานมา ่ทานอาจารยญาณธมฺโม อาจคงจะคิดวาไหนๆ มีความเกียวพันกับวัดหนองปาพงตั้งแตโยมพอแลว ให ่เลาใหรุนหลังๆ พวกเราไดฟงบาง เปนการประกอบความรู หรือเปนสิ่งที่ทําใหคิด เปนกําลังใจ หรือไดเห็นปฏิปทาของหลวงพอชาก็จะเลาสูกันฟง ก็ขอโอกาสเลาตั้งแตตอนเปนเด็ก คงไมใชเอาประวัติมาเลาเพื่อจะอวดดี อวดเดนอะไรนะ แตวาจะไดรวาเหตุที่เขามาสูวัดหนองปาพงนันเปนอยางไร ก็เลยมีความสัมพันธกันมาตามอุปนิสัย ตอน ู ้เปนเด็กมีอุปนิสัยมาทางนี้อยูแลว เพราะวาตอนเขาเรียนหนังสือใหมๆ พอแมก็ไปฝากไวทในวัด เรียน  ี่หนังสือก็เรียนอยูในศาลาวัด เพราะวาสมัยโนนไมมีโรงเรียน มันทุรกันดาร เพราะวา ผมนั้นเกิดอยูในชนบทโรงเรียนมันก็อยูไกล ก็เลยใชศาลาวัด แลวอาศัยพระมาสอนบางเปนบางครั้งบางคราว ครูที่สอนก็ครูจบชั้นประถมปที่ ๔ เปนครูใหญ ก็มาสอน แตความดีของคนสมัยกอนมีอยูอยางหนึ่งคือ ทานจะ เนนการสอนในหลักศีลธรรม อาจจะเปนเพราะวา มีการเกี่ยวพันกับวัดอยูตลอด ไมมสิ่งยั่วยุหรือยัวยวน ี ่เหมือนสมัยปจจุบันนี้ เมื่อไมมีสิ่งยั่วยุเหลานี้ มันอยูเ กี่ยวของกับวัดวาอาราม ก็เลยมีความถนัดทางดานโนน และผมเองก็อยูวดมาตังแตเด็กจริงๆ ไปชวยพระกรองน้ํา ตักน้ําใสตุมใสโอง ทําความสะอาดศาลา ั ้เก็บกวาด วันพระหยุดนะสมัยกอน ถึงวันพระมาตองหยุด หยุดเรียนหนังสือ เพราะโรงเรียนจะตองใชเปนสถานที่บําเพ็ญกุศล ก็จะตองไปเก็บผนังที่กั้นๆ เปนหองๆ ไว เก็บออกกอน ก็ตอนเชา โยมมาบําเพ็ญกุศล ก็จะมีสวดมนตตอนเชา และวันเสารก็จะมีการสวดมนต นักเรียนทุกคนจะตองสวดมนตไปถึงเที่ยง เที่ยงวันถึงเลิก นี่เปนกิจกรรมที่ทํามาโดยตลอด จนกระทั่งวา ออกจากโรงเรียน เรียกวา จบจากชั้นประถมปที่ ๔ ก็ออกจากโรงเรียน เนื่องจากชวงนั้น มันทุรกันดารอยางที่วา ตั้งใจวาจะเรียนตอปกติแลวครูบาอาจารยก็รัก และเรื่องเรียนหนังสือก็จะดีหนอยหนึ่ง เพราะวาไดคะแนนนําเขาตลอดจนกระทั่งวาครูสมัยกอนโนนเขาเลื่อนชั้นใหกอนอายุ เลื่อนชั้นก็ใหไปสอนรุนนอง ถาขึ้น ป.๒ ก็ไปสอน ป.๑ ขั้น ป.๓ ก็ไปสอน ป.๒ ป.๔ มาสอน ป.๓ ก็ไดเรียน พอออกโรงเรียนมาพอแมกลําบาก ็
  7. 7. นิดนึงวา กําลังบุกเบิกพืนทีทํานา ก็เลยไดชวยพอแม พอแมก็ใหออกจากวัดชั่วคราวกอน เพราะวาปกติ ้ ่จะอยูวัด ก็มาชวยพอแมระยะหนึ่ง จนกระทั่งชวงปนั้น หลวงพอชาก็มาอยูวัดหนองปาพงแลว กิตติศัพท ของทานก็พึ่งจะรูไปตามบริเวณแถวๆ รอบวัดหนองปาพงนั้นวาทานเกง จึงเปนเหตุใหโยมพอมีความสนใจ ก็เลยชวนเพื่อนมาทีวดหนองปาพง สวนจะมาโดยวิธีไหนเดี๋ยวคอยเลาตอ ่ั กอนจะเขาหนองปาพง ผมขอยอนไปเกี่ยวกับชีวิตผมนิดหนึ่งเพื่อประดับความรูวา ชีวตแตกอน ิเปนมาอยางไรอีกนิดหนึ่ง ในชวงที่ออกจากโรงเรียนไปชวยบิดามารดา ผมก็เปนคนที่ใครตอการศึกษามากพอสมควร แตไมมีโอกาส ฉะนั้นเวลาผมไปเจออะไร กระดาษชิ้นไหนที่รวงตามถนน ผมจะเก็บ หมดเหมือนกับคนบา เพราะวาเก็บเศษกระดาษ ดินสอสั้นๆ ก็จะเก็บหมด เก็บแลวก็จะมาเขียนมาอานแมกระทั่งภาษาอังกฤษอยูในเศษกระดาษ กลองสบู กลองยาสีฟน กลองอะไรก็แลวแตที่มันติดมา ผมจะเก็บๆ รวบรวมมา อานไมไดก็ดู ดูเอาไว เวลาเด็กที่เคาไปเรียนหนังสือในชั้นมัธยม ชั้นอุดมศึกษาหรือชั้นไหนก็ตาม ผมจะขอยืมหนังสือเขาแลวมาอาน ในทุกๆ วิชา จะเปนภาษาอังกฤษก็ตาม อานประดับความรู อานหนังสือสายวิทยาศาสตร ภูมิศาสตร อะไรนี่ ก็จะใชวิธีนี้เปนการศึกษา แลวก็มาหัดเขียน หัดวาด หัดเขียนหนังสือ เขียนอยูในทุงนา นีจุดตะเกียง จุดเทียน จุดน้ํามันกาดสมัยกอน ก็นั่งอยูคนเดียว ไม ่ชอบไปเที่ยวกับเพื่อนกับอะไร ไมชอบเทียว แตนอนอยูในกระทอมเล็กๆ แลวก็หดเขียน วาดรูป หัด ่ ัเขียนหนังสืออะไรทํานองนี้ ก็ทําอยางนันมา จนกระทั่งอายุประมาณสิบสี่ สิบหาป ที่วาโยมพอไดเริ่ม ้เขาสูหนองปาพง ในชวงนันก็สนใจธรรมะพอสมควร เพราะในฐานะเปนเด็กวัดเวลาเคามีความสนใจ ้มาก ขออภัย เลี้ยงควายเนีย เคาจะมีวทยุเล็กๆ เปดฟง ก็จะมีรายการแขงขันตอบปญหาธรรมะระหวาง ่ ิเรียนสมัยกอนก็จะมีทกเสารอาทิตย ก็จะชอบฟงแลวก็ตอบอยูในใจ ตอบปญหาธรรมะกับเขาอยูคน ุเดียวนีแหละ ฟงไปก็ตอบไป ก็มีความสุขเหมือนกัน พอเคาเสร็จแลวก็มาทําเปนการบานมาฝกหัด ่ฉะนั้นเรื่องที่จะมาปฏิบัตินี้ก็เกิดความเขาใจตั้งแตตอนเด็กๆ มีความละอายมีความกลัวเรื่องเหลานี้ฉะนั้น ใครจะชวนไปเทียวเตรกินเหลาเฮฮา กินเหลา เมายา อะไรเนียไมเอา ไมมีเลย ประวัติตวนี้มความ ่ ่ ั ีบริสุทธิ์มากเลย เหลา บุหรีไมมี การเทียวเตรเฮฮา เที่ยวผูหญิงอะไรไมมีเลยเพราะวาจิตใจจะมาทางวัด ่ ่ทางธรรม จนกระทั่งวา โยมพอเขามาสูหนองปาพง ผมจําไมไดวาปไหน ขนาดครูบาอาจารยไปงานศพถามทาน ทานก็ยังไมรู รูแตวาเขามาก็เห็นโยมพอ ทานวา เขามาวัดปาหนองปาพง ไมรูวามาปไหน ถามองคทานไหนทานก็ไมรู อันนี้ก็เปนเหตุ ตอนแรกๆ โยมพอก็ไมไดตั้งใจจะมาหาธรรมะอะไรหรอกสมัยกอนก็อยางวานะ หวังลาภลอยทั่วๆไป นั้นก็คือ ไดยินวาพระดี พระเกง พระกรรมฐาน ก็อยากไปหา เพื่อขอของดี ของดีนนก็คือ ขอหวย ขอเบอร ขออะไรที่เปนของดี ที่เขาชอบ เครื่องรางของขลังก็ ั้แลวแต โยมพอก็ไปกับเพื่อน ก็เปนเหตุใหไดเขาสูวัดหนองปาพงเปนครั้งแรก 
  8. 8. ก็เปนโชคดีของผมอยางหนึ่ง ที่โยมพอเวลาไปวัดหนองปาพง ตอนแรกๆ แมจะมีความตั้งใจจะไปขอหวย ขอเบอรก็ตาม ขอของดีตางๆ นี้ แตวาสิ่งที่ไดผสมผสานกันมา ก็คือธรรมะ ซึ่งถาเราไดสัมผัสกับครูบาอาจารยก็คงเขาใจ ทานไมไดใหหวยหรอก แตทานจะสอนธรรมะ เวลาโยมพอไปกลับมาแตละครั้ง แมจะมีการซื้อหวยบางเล็กๆ นอยๆ แตสิ่งที่ขาดไมได คือนําเอาธรรมะที่หลวงพอชาแสดงมาเลา เพราะชนบทบานนอกแตกอน ค่ําแลวไมไดไปไหน เพราะบานมันอยูใกลกัน ก็จะอยูกับ ครอบครัว เวลาทานขาวรวมกันตอนเย็น โยมพอก็จะเลาเรื่องที่ไปวัดหนองปาพง วาหลวงพอชาทานเทศนอยางโนนอยางนี้ มาเลาใหฟงแทบทุกครั้ง ผมก็มีโอกาสไดฟงหลายป อาจจะเปนเหตุอันหนึงที่ทํา ่ใหจิตใจฝกใฝสนใจในทางนี้ แลวก็เวลาโยมพอไปแตละครั้งตองคอยฟง เวลาตอนเย็นมาก็มาเลาใหฟงทุกครั้ง ก็เกิดความสนใจ อยากไปวัดหนองปาพงมากเลย แตยังไมมโอกาส เพราะวาวัดหนองปาพงกับ ีบาน ถาสมัยกอนถือวาไกลมาก ถาสมัยนี้ใกลนดเดียว เรียกวานั่งรถไมกี่นาทีก็ถง ถาสมัยกอนโนน ิ ึไมใชเรื่องงายเลยที่จะมาวัดหนองปาพงได เพราะวามันกันดาร โยมมาวัดหนองปาพง ถาฤดูฝนเหมือนอยางนี้ ตองนังเรือขามทุงสาม สี่กิโล ขามทุงมา แลวก็ตองเดินตออีกสองกิโลครึ่ง กวาจะมาถึงวัดหนอง ่ ปาพง แตก็มีความอุตสาหะ เพราะโยมพอบอกวา มีความชอบใจธรรมะหลวงพอชา ที่ทานเทศนแตละครั้ง ถึงใจ กินใจ ก็เลยเปนเหตุใหโยมพอไดมาประจําในชวงนัน ผมเองก็ไดรับการถายทอดธรรมะจาก ้โยมพอ ไปแตละครั้งก็จะนํามาเลาใหฟง จนกระทั่งวา ทนไมไดอยากจะไปดู มีวันหนึ่งก็เลยชวนเพื่อนเพราะวายังไงก็ตองไปดูใหได แลวขอโยมพอวาหยุดสักวันหนึ่ง หยุดทํางานวันหนึ่ง แลวก็ไปทําบุญชวงวันพระ แลวก็ไปชมวัดในวันนั้น ก็เปนวันเริ่มตนทีใหไดสัมผัสกับวัดหนองปาพงเปนครั้งแรก ่ หลังจากนันก็ไมมีโอกาสไดไป ก็หลายปเหมือนกัน ไดรับโดยการถายทอดจากโยมพอ ซึ่งไป ้ทุกวันพระ เพราะวาผมเปนลูกคนโตก็ตองเปนกําลังสําคัญในการชวยทํางานแตก็ตดตามอยูตลอด ิอาจจะเหตุหนึง ก็เปนเพราะโยมพอมีอุปนิสัยทางดานนีดวย เพราะวาโยมพอตอนเปนหนุม หรือตอนมี ่ ้ครอบครัว แมวาจะอยูกับเพือน โยมพอเปนผูใหญบานดวย เพื่อนฝูงก็เยอะอยู เวลาเพื่อนมาก็มีการเลี้ยง ่เหลากัน เปนปกติคนทัวไป แตวาเหลาสมัยโนนเปนเหลาทํากันเอง เคาเรียกวาสาโท แตโยมพอมี ่อุปนิสัยอยางหนึ่ง คือถากินกับเพื่อน ถามันเมาแลวจะมานอน จะกลับมานอนที่บาน ไมไปเทียวไมไป ่อะไร แตเมา ไมไดเมาจนเสียสติสตังเทาไร แลวแตกอนก็จะมีสูบบุหรี่บาง กินหมากบาง พอเขามาหาหลวงพอชานีแปลกมาก โยมพอเลิกหมดทุกอยางเลย เลิก ไมเอาทุกอยาง แลวก็เอาธรรมที่หลวงพอชา ่ทานเทศนเขาไปสอนลูก เวลามีปญหาหรือเวลาจะอบรมลูกนี้ กินขาวเรียบรอยแลวก็บอกวา วันนีอยาไป ้ไหนนะ นั่งฟงเทศนอยูที่บาน โยมพอก็เทศนใหฟง แลวจะใชลักษณะนี้ตลอด แลวตั้งแตนั้นมีหลายสิ่งหลายอยางที่เปลี่ยนไปนันก็คือ เวลากินขาวกินอะไรนี้ จัดระเบียบใหมหมดเลย โยมพอวาเวลากินขาวจะ ้วางระเบียบ หามคุยกันเด็ดขาด เวลากินขาวอยูที่บานจะตองกินใหเสร็จกอนแลวถึงคุยกัน คุยกันไมได ดุ
  9. 9. เลย แลวก็ของกินของอะไร ปลารา อะไรที่ของดิบนี้ ตัดออกหมด ถาทําดิบๆ นี่ไมเอา ตองทําใหสุกใหหมดเลย เปลี่ยนวิถีชีวตใหมหมดเลย เปนอุปนิสัยของทานเพราะวาทานก็ไดบวชเรียนมา ๕ ป ิเหมือนกัน บวชเรียนสมัยนันจบนักธรรมเอก ๕ ป แลวกําลังจะเรียนบาลี พอดีมีเหตุขัดของก็เลยไมได ้เรียนหนังสือนั้นก็เก็บไว จนกระทั่งผมเขามาหนองปาพง ผมยังหอบมาดวยเลย วาจะมาเรียนบาลีดวยแตก็ไมไดเรียนหรอก นั่นก็เปนเหตุการณที่เริ่มตนกอนที่จะเขามา แลวสิ่งที่ทําใหผมสนใจมากทีสุดก็คือ ่ปพ.ศ.๒๕๑๑ ในปนั้น หลวงพอเจาคุณพระมงคลกิตติธาดา (อมร เขมจิตฺโต) ทานไปขอหลวงพอชาวาจะขอเขียนประวัตหลวงปูชา ทานก็ทําสําเร็จ สมัยโนนใชเครื่องพิมพดีด เรียกวาไมไดทันสมัยเหมือน ิเดี๋ยวนี้ พิมพเปนครั้งแรกประวัติชื่อวา “สุภัททานุสรณ” หนังสือเลมนั้นออกมา โห…คนฮือฮากันใหญเลย ประวัติหลวงพอชาออกมาเปนครังแรก และโยมพอก็ไดไปกลับไปบาน ในวันพระวันนัน เย็น ้ ้วันนันเรียกเพือนบานมา มาอานสูกันฟง อานจนเทียงคืน ผมก็เปนเด็ก เด็กหนุมดวยนะ ก็นั่งฟงอยูดวย ้ ่ ่แปลกนะ มันไมงวงเลย ฟงอานกันสนุกสนานตื่นเตนกันมากเลย ฟงกันเพลิน …จน ๕ ทุม ๖ ทุม เปนสาเหตุอยางนี้ ผมสนใจมากเรื่องนี้ เวลาอานเสร็จแลวผมก็เก็บหนังสือไว ผมก็เอาไวอาน อานประจํา แต วายังไมมีโอกาสไดเขาไปจริงๆ วัดหนองปาพง เวลาไปทํางาน ไปตางอําเภอ ตางจังหวัดผมก็จะเอาหนังสือเลมนีไปดวย เพราะสมัยโนนหนังสือหายาก เอาไวเปนกําลังใจ เพราะเวลาไกลบานนี้ คนอีสาน ้แตกอนถาไกลบานไปไมคอยจะอยูไดนาน เพราะวาคิดถึงบาน คิดถึงพอ คิดถึงแม ผมรูดีวาเรื่องนี้ผมก็ เปน ก็เลยเอาหนังสือเลมนีไปดวย เวลามันเหงา คิดถึงบาน ก็จะเอาหนังสือเลมนีมาอาน เพื่อใหเกิด ้ ้กําลังใจก็จะใชวิธีนี้ตลอด จนกระทั่งวาถึงเวลาเขามาบวช ถึงไดเอาหนังสือเลมนั้นมาไวที่บาน แลวก็เขามาที่วัดหนองปาพง ตอนเขามาเปนอยางไรเดี๋ยวจะเลาตอไป ตอนนั้นความสนใจของผมเริ่มมีมากขึ้น ความจริงก็ยังไมไดคิดตั้งใจวาจะบวชจริงๆ แตอยากเขามาฟงธรรม โดยเฉพาะวันพระอยากมาฟงธรรมะหลวงพอชา จริงๆ แลวโยมพอ อยากใหบวช แตตอนนั้นอายุไมถึง ๒๐ ป อาจจะคงคิดวาถาบวชไปตอนนี้ก็คงยังไมพรอมเทาไหร ก็เลยคอยไปจนอายุครบบวชเปนพระกอน ถึงจะใหบวช ผมก็ไมไดคิดวาจะบวชหรอกตอนแรกๆ ก็เพียงแตวาสนใจธรรมะวันพระนี้อยากไปฟง เพราะวาเวลาโยมพอกลับไปแตละวันพระนี่ ไปเลาเรื่องหลวงพอชาเทศนแลวมันสนุกมากเลย ขออภัยใชคําวาสนุก คือมันฟงแลวรูสึกไดความรู กินใจ ก็เลยเปนเหตุใหสนใจเรื่องนี้มากจนกระทั่งวันพระ ก็อยากมาฟงธรรม และก็มาฟงเปนครั้งแรก กัณฑแรกที่หลวงพอชาทานเทศน แลวก็ไดความรูเยอะมาก ในวันนั้นนะ ทานเทศนตั้งแตการใหทาน การรักษาศีล การอยูรวมกันในสังคมอะไรตางๆ นี้ ควรจะปฏิบัติตอกันอยางไร ทานเทศนไดกินใจหลายขอ ทีทําใหคิดตั้งแตวันนัน จนกระทั่งมี ่ ้ความรูสึกวานาจะตองเขาไปศึกษาใหได ในวัดหนองปาพงนี้ ความคิดอยากจะมาศึกษาอยากมาบวช ก็เริ่มมีตั้งแตวนนั้น ั
  10. 10. “ธรรมะกินใจ” ขอยกตัวอยางเรื่องหนึ่งสันๆ ทานยกตัวอยางเรื่อง “การเสียสละ” ทานบอกวา ้“มีใครสักคนไหมที่คิดอยางนี้” ถาสมมติวา อยางทางยุโรปนี่ก็อาจจะเอาแอปเปลก็ไดเนอะ มีแอปเปลเราไดแอปเปลมา ๒ ลูก ลูกหนึ่งใหญสวยงามมาก ลูกหนึ่งลูกเล็กๆ ถาเกิดมีคนมาขอ ขอแอปเปลจากเรานี้ เราจะเสียสละ ลูกใหญๆ ใหเขาไดไหม ถาเราเสียสละลูกใหญๆ ไดนี่ ก็ไมใชธรรมดานะ อาจจะเปนหนอ เปนเชื้อสายของพระโพธิสัตว แตโดยทั่วไปแลว คนเรานี้เทากับวาการเสียสละนี้ ของดี ของที่ตนรักนี้ มันไมอยากจะเสียสละหรอกนะ เหมือนกับเรามีลูกมีแอปเปลสวยๆ ดีๆ กับลูกที่ไมดี เวลาจะใหใครนี้ สวนมากจะใหสงที่ไมดี “ความโลภมันเปนลักษณะนี้นะ มันสละไดยาก” ทานวา แมแตความโลภนี่มันสละไดยากความเห็นแกตัวมันเยอะ ผมก็ไดฟงแคนี้ ก็เอามาคิดมากเลย คิดวาความอยากความ โลภ นี่มันเปนลักษณะนันจริงๆ นั่นก็เปนเหตุใหศรัทธาตอหลวงพอชานะ และก็เรื่องกินเหลาเมายา ้เรื่องสูบบุหรี่ ทานก็เลาไปเยอะมาก ชอบใจมากเลยตอนนั้นนะ ใจก็เลยคิดวา เออ ..นาจะตองเขามาใหไดเนอะ พอชวงนั้นอายุครบ ๒๐ ปพอดี โยมพอก็บอกวาถางั้นใหเกณฑทหารกอน เกณฑทหารเสร็จแลวก็คอยเขามา พอเกณฑทหารเรียบรอยแลว ทานบอกวา เตรียมตัวไดแลวนะ ถาจะเขาไปบวชนี้ แตวาปนั้นยังไมไดเขามา พอบอกเตรียมตัวนี้ ผมก็เตรียมตัวจริงๆ นะ ผมก็หัดแยกวงกินขาวเลย เพราะคิดวาพระปาตองฉันในภาชนะเดียวตักรวมๆ กัน ผมก็ทําอยางนั้นนะ ผมก็เทแกงเกิง อะไร ผมก็เท คนๆ รวมใหหมดเลย ก็ฝกทําอยางนั้นอยูตลอด แลวก็ไมกินขาวเย็น ฝกไวแตบานนะ เพราะวากลัววามาแลวมีปญหา เพราะวาถาเราไมฝกเอาไวจะมีปญหา ก็เลยฝกไวในลักษณะนัน จนกระทั่งถึงเวลาวันหนึงโยม ้ ่พอก็บอกวา วันพระแลวนะวันนี้ ใหไปวัดไดหรือยัง สิ่งหนึ่งที่โบราณพูดนี่นาคิดมากนะ ก็ขอเอาเปนคติเตือนใจมาเลาใหฟงเหมือนกัน ที่พระพุทธเจาพระองคตรัสวา “การที่จะไดบรรพชาอุปสมบทนี่ เปนสิ่งที่ยากมากนะ มีศรัทธา แตก็เปนสิ่งที่ยากมาก” ก็เปนความจริงนะ เวลาเราตั้งใจจะมาทําความดี มันเหมือนมีมารมาคอยขัดขวาง เพื่อนฝูงรุมเรา ไมอยากใหเราออก ก็หาเรื่องจะใหเราตองลังเล รวนเรตัดสินใจไมถูก จะไปก็ไมไป จะอยูก็อยากจะไป อะไรทํานองนี้ ทานบอกวาเปนมาร เพื่อนผูหญิงเพื่อน อะไรก็เริ่มมากอกวนชวนทําโนนทํานี่ เทียวโนนเที่ยวนี่ มันก็หวุดหวิดเหมือนกันนะ หวุดหวิดนะ ถาใจ ่ไมเด็ดเดี่ยวไมเขมแข็งจะแยอยูเหมือนกัน แลวโยมพอเคาก็ไมบังคับนะ พอผานไปสักอาทิตยหนึ่งโยมพอเคาก็บอกวา ไปวัดไดหรือยัง เราก็ยงลังเลอยู ใกลจะไปก็ยิ่งสนุก อะไรทํานองนี้ เคามาชวนใหสนุก ัอยางโนนอยางนี้ เอ…มันลังเล โยมพอก็ชวนไปเรื่อย เราก็ยังเดี๋ยวกอน ๆ สุดทายชวนบอยๆ เราก็ละอายใจตัวเอง แหม..โยมพอเราก็ผลัดผอน ผลัดเพี้ยนอยูตลอดเวลา เลยเกรงใจโยมพอ วันหนึ่งไมไดเตรียมตัวเลย วันพระ ๘ ค่ํา โยมพอก็บอกวันนีไปวัดไดยัง เราก็บอกไปวา ก็ไป ตัดสินใจงายๆ เลยไมได ้เตรียมตัวอะไรเลย ไปก็ผา ๒ ชุด ก็เลยไปเลยเขาวัดไปเลย ตั้งแตวันนั้นเขาไปโยมพอก็ไปฝาก ไปฝากตอนนั้นหลวงพอชาทานไมอยู ทานไปกิจนิมนต ก็มหลวงพอบุญชู ซึ่งเปนลูกศิษยอาวุโส ไปก็ไปฝาก ี
  11. 11. หลวงพอบุญชูไวกอน เราก็เลยไดเขาไปในวัด พอเขาไปแลวขนาดเตรียมตัวเตรียมใจไวอยางดีนะ พอเขาไปแลวเห็นขอวัตรปฏิบัติถึงความเปนอยู เราไมเคยอยูอยางนันนะ แหม..มันลําบากอยูเหมือนกันนะ ้ครูบาอาจารยเดินมาถามก็ไมพูด ปกติผมจะไมพูด ไมคุย ไมไดไปคุยกับใครทั้งสิ้น จะอยูเงียบๆ ใครไมถาม ก็ไมพูด เพื่อนไปอยูดวยกันไมถามก็ไมพูด มีวันหนึงหลวงพอบุญชู ทานเห็นคงสงสารมั้ง ทานก็  ่เลยมาบอกวา ผาขาวทนไหวมั้ย กินขาวมื้อเดียว ถาทนไมไหว เอาไวทานกอนเทียงก็ไดนะ คอยๆ ปรับ ่นะ ทานก็คงจะสงสาร แตผมก็มีความตั้งใจ แลวก็ฝกมาแตบานอยูแลว หิวยังไงก็ชางมันเถอะ ก็จะกิน  มื้อเดียวนี่แหละ เลยทน ทนอยูตอไป จนหลวงพอชามา โยมพอก็มาฝากซ้ําอีกครั้งหนึ่ง ทานก็บอกวา“เออ…เอาไวนั่นแหละ เอาไวตรงนัน”ทานวาอยางนี้ ้ ก็เปนปกติของวัดหนองปาพง เวลาคนมาใหมๆ ทานจะใหพักในศาลา สมัยโนนศาลาเปนศาลาเกา ถาใครไดดูในวีซีดี My Full way นี้ ก็เลยเห็นศาลาเกาๆ และในศาลาก็จะมีโครงกระดูกอยูสองโครงอยูซาย ขวา หลวงพอชาก็บอกวา “นาคไปนอนอยูที่โครงกระดูกนั้นนะ เอาโครงกระดูกไวหว ันอนนะ” ผมก็เชื่อทานซื่อๆ ไปนอน นอนทุกวัน ทานบอกวา “กอนนอนดูโครงกระดูกกอนนะคอยนอนนะ” ก็ทําตามอยางนั้นแหละ กอนจะพัก สวดมนตทําวัตรเสร็จ พระทานเลิกสวดมนตแลวกอนจะพัก ก็ไปดูเหมือนกัน บอกวาดูเสร็จแลวคอยนอน มันก็แปลกนะเปนสิ่งหนึงที่การดูบอย ๆ ทาง ่ภาษาพระ การเสพบอยๆ หมายถึงวาการคลุกคลีบอยๆ เนี่ย ดูเรื่อยๆ เนี่ย เวลานังกรรมฐานมันติดตา ่เวลาเราบริกรรมอะไรนี้ มันไมนึก นึกไปที่อื่นมันก็ไมถนัดเหมือนสิงที่เราดูบอยๆ เหมือนกับญาติโยม ่หรือพระเณรเราก็ตาม ถาสั่งสมอารมณไหนบอยๆ นี้ มันถนัดในอารมณนั้น ถาถนัดในอารมณไหนเวลาเรามานั่ง อารมณนั้นก็มาหาเรากอนนัน การที่ทานใหอุบายแนะนําดูกระดูกนี้ ก็เพื่อที่จะใหเราไดรับ ้อารมณสิ่งนี้ ใหมันคุนเคยกับอารมณนี้ จนกระทั่งนอน ฝนเห็นโครงกระดูกยังไมไดเห็นสมาธิอะไรหรอก นอนไปมันฝนเห็นโครงกระดูก เกี่ยวของกับกระดูก เกียวของกับปาชาอยางนี้ ก็จะเกียวของอยู ่ ่อยางนี้แลวก็อกอันหนึงที่ผมมีความเคารพตอขอวัตรของหลวงพอชา ก็คือตอนเขามาใหมๆ ตั้งใจ ี ่มาแลวนี้ ดวยความเครงแบบไมรูเรื่อง ก็ไมไดศึกษาขอวัตรรายละเอียดของทานมากอน เพียงแตวาทานเครงอยางโนน อยางนี้ ก็มาถือศีล ๘ พอถือศีล ๘ ก็ไปตีความเอาเองวา อะไรก็ตามนี้ ถาใสในมือในเทาอะไรนี้ เปนเครื่องประดับทั้งหมด ถือวาผิดศีล ๘ คิดเอาเองนะ นาฬิกาเอามา ก็ไมไดใช นาฬิกาพวกนี้เปนนาฬิกาของไซโก สมัยโนนไดมาเรือนหนึ่ง พอมาถึงวัดหนองปาพงแลวมาถือศีล ๘ ทานใหสมาทานศีล ๘ ก็เอาออกหมดเลย ไมใชเลย ไมใชนาฬิกา ผมขอพูดรวบรัดไปเลย เดี๋ยวมันจะยาว วาตั้งแตวนนั้นไมไดใชนาฬิกาอยู ๓ ป ไมใชมันเลยนาฬิกานี้ บอกวาอยูยงไง ๓ ป อาศัยธรรมชาติ อาศัยดู ั ัดาว ถาฝนไมตก ไมครึ้มจะอาศัยดาวดูแลวก็ดเู ดือน พระจันทรนี้ สังเกตดูวามันขึ้นมาระยะไหนๆ แลวก็ ดูเงาไม สังเกตเสียงนก นกรอง ตุกแกรองอยูนี่ ไกมันขัน ไกปาเนีย ก็จะมาเปรียบเทียบกับเวลา ถาวัน ่
  12. 12. ไหนมันครึ้มมันสังเกตไมได ก็จะมาเดินจงกรมในศาลา เพราะวาในศาลาจะมีนาฬิกา อยูเรือนหนึ่งเกาๆไวดู ก็เลยใชอยางนี้มาตลอด ตั้งแตเปนอนาคริกะนี้ เปนผาขาว แตวากอนที่จะไดบวชนี้ มันทอใจอยู หลายครั้งเหมือนกัน เลาบอยอยูเหมือนกัน อาจจะเลาเสริมอีกหนอยหนึ่ง สาเหตุททอใจ คือมันเหนื่อย ี่มันสูไมไหว เพราะวาสมัยโนนทํางานหนัก เปนผาขาว แตวาน้ําปานะไมมี มันเหนื่อยมาก เลยทอใจทานก็พาทําเหมือนลองใจ ขุดดิน ตัดไม ตัดอะไรเหมือนตัดฟนนี่แหละ แตมนไมมีน้ําปานะนี่ ไม ัสมบูรณเหมือนปจจุบันเหมือนเราอยูที่นี่ อาทิตยหนึ่งจะมีน้ําปานะใหแกวหนึ่งวันโกน วันโกนคือวันนี้นี่ทํางานเสร็จแลวก็มใหองคละแกวเทานันนะ เพราะวามีพระ ๕๐ –๖๐ รูป สมัยเขามาใหมๆ ก็มีเทานี้ ี ้แหละ เวลาตมนี่ตมรวมกัน ไมไดเอาตามใจ ตมรวมใสกาแลวก็ไมไดเอาตามปรารถนานะ ใครฝมอดีก็ ืทําดี ฝมือไมดก็ไมไดดี แลวก็ตวงแกวนี้เทากันคนละแกว ละแกว สมมติวามี ๒๐ รูปหรือ ๓๐ รูปก็ตวง ีใหไดเทากันแหละ เศษเหลือสักแกว สองแกวเทานั้นแหละ ก็จบกัน อาทิตยหนึ่งจึงมีครั้งหนึ่ง โอย..ลําบาก เนียผมถึงบอกวา กวาจะบวชไดเนี่ยคิดจะกลับบานอยูหลายครั้ง คิดจะยอมแพมันมีเหตุทกที มี ่เหตุใหอยูตั้งสองสามครั้งเลยนะ แตยาวนิดหนอยนะ เหตุนั้นคือผมทอเพราะเหนื่อย แลวก็ไมมีใครมาคุยมาถาม เราก็อยูคนเดียวนี้ นึกถึงคําโบราณทานบอกวา “อยูคนเดียวใหระวังความคิด อยูกับมิตรใหระวังวาจา” มันก็เปนอยางนันนะ ถาคิดถาไมมีปญญาโดยแยบคายแลวก็แพความคิดตนเองนะ ก็ไปถาม ้ความคิดนะ วันนันก็เกือบไปเหมือนกันนะ กําลังคิดจะบอกวาพรุงนีกลับบานดีกวา ถามีรถมาแลวจะ ้ ้กลับทันทีนะ ตั้งใจแลว มันเหนื่อยมาก เพลียมาก ก็ไมมีใครมาคุยเลย ตอนเย็นมานังเหงาอยูศาลากอน ่ทําวัตรนะ บังเอิญมีเณรอยูองคหนึ่งทานบวชมากอน ทานเห็นทานก็เดินมาหา ชื่อเณรสมควร พอมาหาทานก็ถามวา “นาคเปนไงบางสบายดีมั้ย”เราก็ไมอยากตอบ มันอยากกลับบาน ทานก็เลยอธิบายไปใหฟงวา “มันเปนอยางนีแหละ ผมมาอยูใหมๆ ก็เหมือนกัน มาอยูตอนแรกผมรองไห ตั้งสามสี่ครั้งเลย” ้ทานบอก น้ําตาไหล มันทนไมไดจะกลับบาน ทานก็ใหกําลังใจ บอกวาทนเอาหนอยเถอะ ทานไมทิ้งหรอก ใหกําลังใจ บอกถาทนเอาหนอยเดียวคอยปรับตัวไปเอง ก็ไดกําลังใจ สุดทายก็ทนตอไปอีก ๋ ความคิดอยางนี้มันมีอยางนอยๆ ก็สาม สี่ครั้งแลว คิดจะหนีจะกลับ เพราะวามันไมไหว แตมันก็แปลกวาเวลาเราคิด จิตมันตกนี้มกจะมีเหตุใหเกิดกําลังใจทุกครั้ง ผมคงเลารวบรัดหนอย เดียวมันจะ ั ๋ยาวเกินไปวา ครั้งแรกที่ไปอยูใหมๆ ทานปลอยใหอยูอยางนั้นแหละก็อยูตามเรื่องตามราว ตอนนั้นก็คิดเหมือนกันคิดจะหนี แลวมีเพื่อนมา ตามหลังมา มีแตคนเกง ๆ ทั้งนัน บอกวา “ผมเบื่อโลกแลวทาน ้ตั้งใจจะบวชตลอด” เราก็วาทําไมเคาเกงแท นี่ขนาดเราตั้งใจขนาดนี้แลวยังไมคิดจะอยูนานขนาดนั้น  เลย แตคนพูดอยางนี้กแปลกนะ อยูไดไมถง ๒ วัน ๓ วัน หนีหมดเลย ทําใหเราไดคิด ทําไมมันเปน ็ ึอยางนี้ คือมันคิดเอาเองตามใจตัวเอง เราก็ทนอยูตอไป พอทนไปมันเปนอยางนันจริงๆ มันทนไมได เรา ้ก็หวุดหวิดจะไปนะ แตมนมีเหตุ ก็มคนใหกําลังใจตอนจะนุงขาวเหมือนกันนะ ตอนนั้นก็จะหนี ั ี
  13. 13. เหมือนกัน วันนั้นก็มหลวงพอองคหนึ่ง ชื่อหลวงพอคําปุน ทานบอกวา “นาคๆ หลวงพอชาสั่งใหไปนุง ี ขาว” รูสึกดีใจมากเลยวันนัน แปลกเปนเหตุการณที่มนแปลกมากเหมือนจะไดบวชจริงๆ นะ วันนั้นมี ้ ักําลังใจขึ้นมานะ มีปติมากเลย แคบอกใหไปนุงผาขาวเทานั้น มันเกิดปติ เพราะมันทนมานานแลว ก็คิดวาทานคงบวชให แตพอเปนผาขาวแลวก็ปลอยทิ้งไวไมสนใจยาวเลย ใจมันก็ทอเหมือนกันนะ ที่ผมพูดไปตอนแรกวา วันนี้เปนวันแหงความทรงจําของผมก็คือ อยูไปจนใกลเขาพรรษาเหมือนเดือนมิถุนายนวันนีแหละ วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๑๗ วันนั้นทานเรียกประชุม แตกอนหลวงพอ ้ทานจะเรียกลูกศิษยมาทั้งหมด มาประชุมในวันนี้ มาประชุมแลวทานก็เทศนใหฟง ใหกําลังใจแลวคอยสงเขาไปตามสาขา สมัยโนนสาขามีไมมากประมาณ ๑๐ กวาแหง ทานก็จะสงออกไป ตอนแรกคิดวาไดยินผาขาว เพือนอยูดวยกันก็บอกวาหลวงพอคงจะบวชกอนเขาพรรษา ก็คิดวาคงจะไดบวช ก็เตรียมผา ่ อะไรๆ เย็บผาอะไรกัน แตกอนเย็บผา เย็บผาขาว แตผมไมทําอะไรกับใครเลย เพราะวาญาติโยมเจาภาพ พูดภาษาโลกวาไมมีเสนเลย แตวาตัดผาเปน แตวาไมมใครเอามาให ก็ไมรูวาจะไดบวชหรือไมไดบวช ก็ ีเลยอยูเลยตามเลย แลวแตทานก็แลวกัน แตเพื่อนเคามีไตรไวหมดแลว ตัดเปนผาขาวไวหมดแลว วันนี้ตอนเย็นมาทานก็ประชุมมาแลวก็เทศน หลวงพอเทศน เทศนจับใจมากที่สุด ก็คือคืนวันนี้ แตมัน ๓๐กวาปมาแลว ผมนั่งฟงหลวงพอเทศนไป ทําไมมันนั่งไปตัวลอยไป เปนครั้งแรกทีไดฟงเทศนแบบถึงใจ ่มากที่สุดเลยนี้ แตกอนก็ฟงอยูแตมันไมถึงใจเทาวันนี้ ฟงแลวนอมจิตไป รูสึกมันลอย เบามากเลย เพราะทานเทศนเรื่อง “จิตตภาวนา”แตกอนนันฟงในฐานะเปนโยม แลวก็ฟงพื้นๆ ทั่วไป ทานก็จะเทศนเรื่อง ้ ทาน เรื่องศีล เรื่องอะไร เรื่องครอบครัวไปอยางงั้นแหละ แตก็นาฟงนะ แตพอมาฟงทานอบรมเรื่องจิตภาวนา แลวใจมันเบา มันซึ้ง ซึ้งมากเลย หลังจากทานเทศนเสร็จรูสึกมีความสุขมาก ทานก็อธิบายเรื่องการบวชใหฟง ทานบอกวา การบวชนี้ จริงๆ แลวไมใชเรื่องยากอะไรเลย เพราะการบวช ถาจะถือเอาภายนอกมันบวชไมยาก เปนลูกชาวบานอยูเมื่อวานนี้ โกนหัวเอาผาเหลืองหมมันก็เปนพระได แตการที่จะเปนพระจริงๆ นั่นแหละ มันเปนสิ่งที่ยาก ทานก็บอกวา “คุณธรรมของพระสงฆ อะไรคือคุณธรรมคือขอปฏิบัติ นั่นก็คือสุปฏิปณโน อุชุปฏิปณโน ญาญปฏิปณโน สามีจิปฏิปณโน” ทานอธิบายเรื่อง“คุณของพระสงฆ”แลวมานั่งฟงมีความสุขเพลิดเพลินสรุปแลวทานก็บอกวา “การที่จะเปนพระสงฆจริงๆ นั้นมันอยูที่คุณธรรม คุณที่ทําใหเปนพระสงฆจริงๆ นั้นก็คือปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ นั้นไมไดหมายความวาปฏิบัตไดเฉพาะพระเทานั้น เปนผาขาว เปนอนาคริกะ เปนญาติโยม ิก็ตาม ถาปฏิบัติดีก็เรียกวาสุปฏิปณโน ปฏิบัติตรง ปฏิบัติสมควรแกธรรม มันเปนคุณสมบัติ ฉะนันถามี้คุณธรรมอันนี้ก็เปนคุณของพระสงฆ” เรียกวา โยมก็ได ใครก็ไดถาปฏิบัติอยางนีขอใหปฏิบัติดเี ถอะ  ้ทานบอกวา “ก็คุณธรรมเกิดขึ้นในใจก็เปนพระสงฆ” ทานเทศนยาว วันนั้นเทศนหลายชั่วโมงอยู ก็นั่งมีความสุขมีความเขาใจในเรื่องนี้ เรื่องบวชเรื่องบวชอะไรก็เลยเฉยๆ ก็หายสงสัยในเรื่องการบวช เพราะ
  14. 14. การบวชจริงๆ นั้นก็คือการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ แลวสุดทายทานก็บอกวา ผาขาวชุดนี้ผมยังไมบวชนะแตฟงเทศนแลวสบายใจแลวแหละ ไมไดเดือดรอนอะไร ทานบอกวาทหารกอนจะเขาสนามรบ ตองฝกกอนอยางนอยๆ ก็ฝกหกเดือน ทานวางี้ กอนที่จะเขาสนามรบไปรบกับขาศึก เราในฐานะเปนทหารของพระพุทธเจา เปนลูกศิษยของพระพุทธเจา เราก็ตองฝกเหมือนกัน ฉะนันกอนที่เราจะบวชจริงๆ เราตอง ้ฝกใหมีคณธรรมของพระสงฆเกิดขึ้นกอน จึงบวช จึงจะเปนพระสมบูรณ ทานก็เทศนในเรื่องนี้ ฉะนั้น ุผาขาวชุดนี้จะยังไมบวชให ไมบวชแลวแถมสงไปอีกตางหาก สงไปอยูสาขากันดารๆ เหมือนทหารแนวหนาเลยจริงๆ คลายๆ จะทดสอบกําลังใจเราดู เพราะวาสมัยกอนถาใครเขาไปวัดหนองปาพงแลวนี้ถาตั้งใจจะอยูแลวเกิดความอบอุนมากเลย ถาอยูกับหลวงพอนี้ ไมมีใครอยากไปไหน เวลาทําผิดขอวัตร อะไร พระเณรสวนมากจะกลัว กลัวหลวงพอสงไปที่อื่น เพราะวาวัดหนองปาพง เปนจุดศูนยรวมที่อยูใกลครูบาอาจารยเยอะแยะและก็มีความอบอุน และบางครั้งตั้งกติกาขึ้น ใครไมทันสวดมนตทาวัตร ํสงไปสาขาวางั้น นี่ก็เปนเสนตายสําหรับพระเณรทีไมอยากไปไหนก็ตองฝกขอวัตรใหดี และก็ไมขาด ่หรอก ผมก็ไมเคยขาดสวดมนตทําวัตรอยูตลอดไมเคยขาดหรอก ทานบอกวาไปชวยบุกเบิกวัดใหมสรางบารมีไปดวย ทานบอกวาไมบวช ก็เลยไมไดบวช ตั้งแตวันนันก็เลยถูกสงไปอยูสาขา ก็ไมได ้เดือดรอนอะไร ก็ไดภาวนา เดินจงกรม นั่งสมาธิ แลวก็ไดอะไรเยอะมาก เพราะวาไดอะไรเยอะมากในชวงนั้น เพราะวาใจมันหายวิตกกังวลในเรื่องการบวชแลว แลวก็เรื่องที่จะออกไปขางนอกนี่ก็หมดแลว ไมวตก เพราะอยากจะตั้งใจปฏิบติตามที่ทานสอน ดังที่วา คืนวันนั้น วันทีทานเทศนอธิบายให ิ ั ่ฟงเกิดความเขาใจแลวอยากปฏิบัติ อยากเดินจงกรม อยากนั่งสมาธิ ไมอยากสนใจใคร ก็เลยเปนเหตุใหปแรกเปนผาขาว ไมอยูทวัดหนองปาพง ก็เลยตองไปอยูสาขา ไปบุกเบิกสาขาใหม ี่  นี่เปนความยากความลําบาก ของการที่จะเขามาสูรมผากาสาวพัตร ในสมัยที่หลวงปูชาทานยัง แข็งแรง ทานจะเอาใหหายอยากกอน ทานไมเอาตามความอยาก และในขอที่ทานบอกวา “อยาอยูดวย ความอยาก อยาทําตามความอยาก อยาปฏิบัติดวยความอยาก”ทําใหเราเกิดความเขาใจในขอนี้มากขึ้นและหลังจากนันก็เกิดความสบายใจในการปฏิบัติ การบวชการอะไรก็หายสงสัย ทานบวชหรือไมได ้บวช ก็ไมไดใสใจเลยตอนนี้ พอมันวางตรงความอยากนีได ทีนี้มันก็เหลือแตขอปฏิบัติอยางเดียว ปฏิบัติ ้ก็ไมไดหวังเปนโนนเปนนี่ หวังบรรลุอะไร มีความเชื่อมั่นวาถาเราไดปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบนั้นเปนสิ่งที่เราภูมิใจ อะไรที่ทานบอกวาดีทานแนะนํานั้น มีความเชือฟงทาน เคารพในทานศรัทธาในทาน ปฏิบัติ ่ตามทานนั่นแหละ มันเปนมงคลแกชีวตจริงๆ ตอนนั้นก็ไดแตเอาหนังสือมาอาน สวดมนตทําวัตร ิปฏิบัติสบายๆ ไมสนใจการบวชเลย แลวสุดทายทานก็ไมทิ้งจริงๆ ถึงเวลาทานเรียกมาเอง มาบวช บวชเปนสามเณร เหมือนที่เราทํานั่นแหละ บวชเปนผาขาวอยูปหนึ่ง ก็มาเปนเณรไมถึงปดี แลวพอดีชวงจะบวชพระ ชวงบวชเณรกําลังทองปาฏิโมกขจะจบอยูแลวนี้ พอดีบังเอิญชวงนั้นทานไดเปนอุปชฌายพอดี

×