Your SlideShare is downloading. ×
0
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา (ดร.สมหวัง กลุ่ม5)

1,363

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
1,363
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
17
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมือง และพลโลกในศตวรรษที่ 21 สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ภาคีสมาชิก สานักธรรมศาสตร์และการเมือง ราชบัณฑิตยสถาน
  • 2. 1. แนวโน้มสาคัญของสังคมในศตวรรษที่ 21(Cogan and Derricott :1998, Pitiyanuwat :2007 and Pitiyanuwat :2003)
  • 3. 1.1แนวโน้มกระแสหลัก 4 ประการ1) กระแสโลกาภิวัฒน์ (globalization)2) กระแสการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ (information technology and communication)3) กระแสสังคม/เศรษฐกิจฐานความรู้ (knowledge based society/economy)4) กระแสค่านิยมโลก (global values)
  • 4. 1.2 แนวโน้มที่น่าพึงปรารถนาที่ควรส่งเสริมให้เป็นจริง1) ความจาเริญทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับความรู้มากกว่าทรัพยากรธรรมชาติ2) เพื่อให้แข่งขันได้บรรษัทจะยอมรับมาตรการอนุรักษ์ทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมมากขึ้น3) ความไม่เสมอภาคจะลดลงอย่างมาก4) กลุ่มชายกรอบอานาจหรือชนกลุ่มน้อยจะเข้าสู่ตาแหน่งแห่งอานาจ มากขึ้น5) เกิดพันธมิตรระดับภูมิภาคมากขึ้น เพื่อบรรลุถึงสันติภาพและ ความมั่นคง
  • 5. 1.3 แนวโน้มที่เป็นปัญหาสาคัญต้องหาทางปูองกันไม่ให้เกิดขึ้น1) เศรษฐกิจระหว่างประเทศและกลุ่มคนในประเทศ จะแตกต่างกันมากขึ้น2) การทาลายปุาจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต และ คุณภาพของอากาศ ดิน และน้า3) บุคคล ครอบครัว และชุมชน จะสูญเสียอิทธิพลทางการเมือง เนื่องจาก รัฐบาลเพิ่มระดับการกากับและควบคุมมากขึ้น4) อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะครอบงาชีวิตสังคมในเมืองมากยิ่งขึ้น5) ความรู้สึกในการอยู่ร่วมกันและความรับผิดชอบของประชาชนจะลดลงอย่างมาก
  • 6. แนวโน้ ม ทั้ ง ทางบวกและทางลบเกี่ ย วข้ อ งโดยตรงกั บ ความเป็ น พลเมื อ งและพลโลกของประชาชน ทั้ ง บทบาทการส่ ง เสริ ม ให้ แ นวโน้ มทางบวกเกิดขึ้นและการปูองกันไม่ให้แนวโน้มทางลบเป็นจริง
  • 7. 2. สมรรถนะและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของ พลเมืองและพลโลกในศตวรรษที่ 21
  • 8. 2.1 พลโลกในศตวรรษที่ 21 (Cogan and Derricott :1998,Pitiyanuwat :2007; Trilling and Fadel :2009 and Barber :2010)1) สามารถที่จะเห็นและเข้าแก้ปัญหา 6) มีจริยธรรมคุณธรรม ในฐานะของสมาชิกของสังคมโลก 7) มีความรู้ทั่วไปเพื่อดารงชีวิตและมี2) สามารถร่วมทางานร่วมกับผู้อื่น ความรู้เฉพาะในการประกอบ3) สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ อาชีพ สร้างสรรค์และเป็นระบบ 8) มีทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม4) เต็มใจที่จะแก้ไขข้อขัดแย้งโดย 9) มีทักษะทางเทคโนโลยี สือ และ ่ สันติวิธี สารสนเทศ5) เต็มใจที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตและ 10) มีทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต บริโภคพิสัยเพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
  • 9. 2.2 พลเมืองไทยในศตวรรษที่ 21 (สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา: 2554) 1) คนไทยมีคุณภาพและได้มาตรฐาน 2) คนไทยใฝุ รู้ แ ละสามารถเรี ย นรู้ ไ ด้ ด้ ว ยตนเอง รั ก การอ่ า นและ แสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง 3) คนไทยใฝุ ดี มี คุ ณ ธรรมพื้ น ฐาน มี จิ ต ส านึ ก และค่ า นิ ย มที่ พึงประสงค์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีจิตสาธารณะ มีวัฒนธรรม ประชาธิปไตย 4) คนไทยคิดเป็น ทาเป็น แก้ปัญหาได้ มีทักษะการคิด และปฏิบัติ คิดแก้ปัญหา คิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสามารถในการสื่อสาร
  • 10. พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย มีคุณสมบัติสาคัญ 6 ประการ คือ1 • มีอิสรภาพและพึ่งตนเองได้2 • เคารพความแตกต่าง3 • เคารพกติกา กฎหมาย4 • เคารพสิทธิของผู้อื่น5 • เคารพหลักความเสมอภาค6 • รับผิดชอบต่อสังคม
  • 11. พึงเหลียวหลังพิจารณาคุณลักษณะของผู้รับใช้ชาติของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วย1) มีความสามารถ 6) มีความซื่อตรงต่อคนทั่วไป2) มีความเพียร 7) รู้จักนิสัยคน3) มีไหวพริบ ปฏิภาณดี 8) ความรู้จักผ่อนผัน4) มีความรู้เข้าถึงการณ์ รู้จัก 9) ความมีหลักฐาน กาลเทศะ 10)ความจงรักภักดีต่อสถาบัน5) มีความซื่อตรงต่อหน้าที่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
  • 12. เยาวชนคนไทยจะมีสมรรถนะและคุณลักษณะความเป็นพลเมืองและพลโลกในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร?
  • 13. 3. ความหมายและสาระการเรียนรู้ของพลเมืองศึกษา และพลโลกศึกษา (ราชบัณฑิตยสถาน :2551) พลเมืองศึกษา (civic education) หมายความว่า การจัดการศึกษาและประสบการณ์เรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองดีของประเทศ มีความภูมิใจในความเป็นพลเมืองของตน มีความสนใจที่จะปกครองตนเอง มีสิทธิมีเสียง สนใจต่อส่วนรวมและมีส่วนร่วมในกิจการบ้านเมืองตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย รวมทั้งการเรียนรู้เกี่ยวกับรัฐบาล รัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระบบการเมือง การปกครอง สิ ท ธิ และความรั บ ผิ ดชอบของพลเมือ ง ระบบการบริห ารจัดการสาธารณะ และระบบตุลาการ
  • 14. 3. ความหมายและสาระการเรียนรู้ของพลเมืองศึกษา และพลโลกศึกษา (ราชบัณฑิตยสถาน :2551) (ต่อ) สาระการเรียนรู้ความเป็นพลเมือง (civics) หมายความว่า เนื้อหาวิชาและกิจกรรมที่กาหนดไว้ในหลักสูตร เช่น สังคมศึ ก ษา ศาสนา วั ฒ นธรรม กิ จ กรรม ลู ก เสื อ เนตรนารี เพื่ อพัฒนา (สั่งสอน อบรม บ่มนิสัย) ให้เป็นพลเมืองดี
  • 15. 3. ความหมายและสาระการเรียนรู้ของพลเมืองศึกษา และพลโลกศึกษา (ราชบัณฑิตยสถาน :2551) (ต่อ) พลโลกศึกษา (citizationship education; globalitizationship education)หมายความว่า พลเมืองศึกษาสมัยใหม่ที่เป็นการจัดการศึกษาและประสบการณ์เรียนรู้เพื่อพัฒนา (สั่งสอนอบรมบ่มนิสัย) ผูเรียนให้เป็นพลเมืองดีของประเทศ และเป็นพลโลกที่ดีของ ้สังคมโลกเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีความภูมิใจในการเป็นพลเมืองของประเทศและเป็นสมาชิกที่ดีของโลก มีความสนใจที่จะปกครองตนเอง มีสิทธิ มีเสียง สนใจต่อส่วนรวมและมีส่วนร่วมในกิจการบ้านเมืองในระดับท้องถินระดับประเทศ ระดับภูมิภาคและระดับโลก ่รวมถึง เป็นกระบวนการจัดการเรียนรูเรื่องสิทธิและหน้าที่พลเมือง รัฐบาลและระบบสถาบัน ้ต่างๆ ประวัติศาสตร์และรัฐธรรมนูญ เอกลักษณ์ของชาติ ระบบนิติบญญัตและกฎหมาย สิทธิ ั ิมนุษยชนของการเมือง ทางเศรษฐกิจและทางสังคมของพลเมือง หลักการและกระบวนการประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของพลเมืองในกิจการสาธารณะ และประเด็นเกี่ยวกับพลเมืองศึกษาและพลโลกศึกษา วิถีทัศน์สากล และการยอมรับค่านิยมพื้นฐานของสังคมในแต่ละประเทศและสังคมโลก รวมทั้งค่านิยมของพลโลกศึกษา
  • 16. 3. ความหมายและสาระการเรียนรู้ของพลเมืองศึกษา และพลโลกศึกษา (ราชบัณฑิตยสถาน :2551) (ต่อ) พลเมืองและพลโลกศึกษา (Bloomfield และ ชัยอนันต์ :2544)เป็นการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมการพลเมืองและพลโลกที่ดีมีความรับผิดชอบ (responsible citizens and global citizens) พลเมืองและพลโลกศึกษา มีองค์ประกอบสาคัญ 3 ด้าน คือ 1) ด้านการสั่งสอนอบรมบ่มนิสัยเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบทางสังคมทางศีลธรรมและทางจริยธรรมคุณธรรม 2) ด้านการมีส่วนร่วมกับชุมชนและการรับใช้สังคม และ 3)ด้านการมีความรู้ทางการเมือง (political literacy)เศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งความรู้ทเกี่ยวข้อง ี่
  • 17. 4. นโยบายและการปฏิบัติเกี่ยวกับพลเมืองศึกษาในระบบโรงเรียน4.1 พัฒนาการพลเมืองศึกษาในระบบโรงเรียน ระบบความทันสมัย ก่อนทันสมัย เริ่มต้นความทันสมัย ระบบความทันสมัย และพัฒนา (ก่อน พ.ศ.2413) (2513-2475) (2475-2520) การศึกษา (2521-ปัจจุบัน)
  • 18. 4.1 พัฒนาการพลเมืองศึกษาในระบบโรงเรียน (ต่อ) ยุค สาระสาคัญ • เป็นการศึกษาอรูปนัยไม่มีหลักสูตร ก่อนทันสมัย • วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของเด็กชาย(ก่อน พ.ศ.2413) • คนดีตามศาสนา และสืบทอดวัฒนธรรม • ใช้วิธีสั่งสอนอบรมบ่มนิสัย เป็นรายบุคคลโดยมีพระเป็นครู • สังคมยกย่องคนดี
  • 19. 4.1 พัฒนาการพลเมืองศึกษาในระบบโรงเรียน (ต่อ) ยุค สาระสาคัญ • เป็นการจัดการศึกษาที่โรงเรียน ตามการเมืองของพระราชา • มีเปูาหมายให้คนไทยเป็นพลเมืองดี มีคุณธรรมและมีศีลธรรมเริ่มต้นความทันสมัย • มีการสอนวิชา “จรรยา” (2513-2475) • เน้นคุณสมบัติผู้ดีชาววัง เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและ มีวิถีชีวิตตามพระพุทธศาสนา • ยังเน้นการสั่งสอนอบรมบ่มนิสัย เป็นกลุ่มนักเรียน พ่อแม่ สนใจอบรมบ่มนิสัยให้ลูกสามารถยกย่องคนดี
  • 20. 4.1 พัฒนาการพลเมืองศึกษาในระบบโรงเรียน (ต่อ) ยุค สาระสาคัญ • เป็นการจัดการศึกษาโดยฝึกฝนพลเมืองโดยการจัดการศึกษา ตามการเมืองของประชาชน แทนการเมืองของพระราชาระบบความทันสมัย • หลักสูตรเน้นพลเมืองต้องรับผิดชอบต่อประเทศชาติ (2475-2520) ครอบครัวและตนเอง • มีการจัดการศึกษาตามองค์ 4 ทางการศึกษา คือ พุทธิศึกษา จริยศึกษา พลศึกษาและหัตถศึกษา • เปลี่ยนวิชา “จรรยา” เป็นวิชา “หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม” เป็นวิชาบังคับสาหรับทุกคน
  • 21. 4.1 พัฒนาการพลเมืองศึกษาในระบบโรงเรียน (ต่อ) ยุค สาระสาคัญ • ในเชิงนโยบายและความตั้งใจต่อปรากฏการณ์ • ในหลักสูตรมีการมุ่งทั้งความเป็นพลเมืองดีและเป็นพลโลกที่ดี • วิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรมถูกหลอมรวมไว้ในกลุ่มสร้างเสริม ประสบการณ์ชีวิตในระดับประถมศึกษาและหลอมรวมกับวิชา ระบบความทันสมัย สังคมศึกษาในระดับมัธยมศึกษาและพัฒนาการศึกษา • ในเชิงปฏิบัติสถานศึกษาเน้นการสอน เนื้อหาสาระของการเป็นพลเมือง (2521-ปัจจุบัน) ดี และสาระการเป็นพลโลกที่ดี (มีผลต่อการสอบในการศึกษาต่อใน ระดับอุดมศึกษา) มากกว่าการสั่งสอนอบรมบ่มนิสัยความเป็นพลเมืองดี และการเป็นพลโลกที่ดี • พ่อแม่ต้องทางานไม่มีเวลาสั่งสอนอบรมบ่มนิสัยลูก สังคมยกย่องคนรวย คนมีอานาจมากกว่าคนดี
  • 22. โดยสรุป ในเชิงนโยบายนับว่า การจัดการศึกษาของไทยมีความทันสมัยและพัฒนาในการสร้างพลเมืองดีและพลโลกที่ดี แต่ในการปฏิบัติสถานศึกษาในระบบส่วนใหญ่เน้นการสอน (ด้วยวิธีบรรยาย) เนื้อหาวิชาเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองดีและความเป็นพลโลกที่ดีมากกว่าการสั่งสอนอบรมบ่มนิสัย โดยเฉพาะขาดการจัดประสบการณ์ตรงได้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นพลเมืองดีและการเป็นพลโลกที่ดี ทาให้ผู้เรียนขาดโอกาสในการพัฒนานิสัยด้านความรับผิดชอบทางสังคม ทางศีลธรรมและจริยธรรม โดยเฉพาะขาดประสบการณ์ในด้านการมีส่วนร่วมกับชุมชนและการรับใช้สังคม ซึ่งเป็นแก่นสาระและรากฐานสาคัญของการเป็ นพลเมืองดีและการเป็นพลโลกที่ดี นอกจากนี้ การจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมีบทบาทจากัดในการสร้างพลเมืองดีและพลโลก ซึ่งแตกต่างจากอดีต ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปแนวโน้มของสังคมในทางลบก็จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • 23. 5. ผลสัมฤทธิ์ด้านพลเมืองและพลเมืองศึกษา5.1 นักเรียนไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (IEA :2010) 1) ผลสั ม ฤทธิ์ ด้ า นความรู้ เ กี่ ย วกั บ พลเมื อ งศึ ก ษาและพลโลกศึกษา 1.1) นั ก เรี ย นไทยมี ค ะแนนเฉลี่ ย 452 คะแนน ซึ่ ง ต่ ากว่ าคะแนนเฉลี่ย (500) อย่างมีนัยสาคัญ นักเรียนไทยมีถึงร้อยละ 63 ที่มีความรู้อยู่ระดับ 1 หรือต่ากว่า ซึ่งไม่เพียงพอต่อการจะเป็นพลเมืองดีและพลโลกที่ดีในอนาคต (อย่างน้อยต้องระดับ 2 ขึ้นไป) และมีเพียง4 ประเทศจาก 38 ประเทศที่ได้คะแนนต่ากว่านักเรียนไทย
  • 24. 5. ผลสัมฤทธิ์ด้านพลเมืองและพลเมืองศึกษา (ต่อ) 1.2) นักเรียนไทยมีผลสัมฤทธิ์ด้านการรับรู้ความเชื่อ เจตคติความตั้งใจและพฤติกรรมเกี่ยวกับพลเมืองศึกษาและพลโลกศึกษาอยู่ในระดับสูง โดยสรุ ป นัก เรี ยนไทยและนั กเรี ยนอิน โดนี เ ซี ยมีผ ลสั มฤทธิ์ด้า นการรั บ รู้ ความเชื่ อ เจตคติ ความตั้ง ใจและพฤติก รรมเกี่ ย วกั บพลเมืองศึกษาและพลโลกศึกษาอยู่ในระดับสูง แต่มีผลสัมฤทธิ์ด้านความรู้ เ กี่ ยวกับ พลเมื องศึ ก ษาและพลโลกศึ ก ษาอยู่ ในระดับ ต่า ซึ่ งตรงกัน ข้ามกับนักเรียนจากประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ไต้หวันและฮ่องกง
  • 25. 5.2 ผลการทดสอบวิ ช าสั ง คมศึ ก ษาของนัก เรี ย นชั้ น ป.6 ม.3 และ ม.6 ปีการศึกษา 2551-2553 2551 2552 2553 ระดับชั้น ปีการศึกษา ค่าเฉลี่ย ค่าเฉลี่ย ค่าเฉลี่ย SD SD SD (%) (%) (%) ป.6 - - 33.90 12.00 47.07 16.54 ม.3 41.09 11.02 39.70 9.97 40.85 17.00 ม.6 34.72 8.22 36.00 8.84 46.51 8.80
  • 26. โดยสรุป นักเรียนทุกระดับชั้นมีคะแนนผลสัมฤทธิ์เกี่ยวกับความรู้วิชาสังคมศึกษาโดยเฉลี่ยต่ากว่าร้อยละ 50 ในทุกระดับชั้นและทั้ง 3 ปีการศึกษา โดยมีค่าเฉลี่ยต่าสุดเป็นร้อยละ 34 และสูงสุดร้อยละ 47
  • 27. 6. ยุ ท ธศาสตร์ ก ารพั ฒ นาและการจั ด การศึ ก ษาเพื่ อ ความเป็นพลเมืองและพลโลกในศตวรรษที่ 21
  • 28. 6.1 ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองของ คณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในศตวรรษที่สอง (กนป.) ด้านพัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองดีมี 4 ยุทธศาสตร์ ดังนี้1) การศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองสาหรับเด็กและเยาวชนโดยเร่งให้เกิด วัฒนธรรมองค์กรในสถานศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมือง ปรับและ ทบทวนเนื้อหาสาระการเรียนรู้เกี่ยวกับหน้าที่พลเมืองทีเน้นความรู้ ่ ในเรื่องรัฐธรรมนูญและระบบการเมืองการปกครองเท่าที่จาเป็น และพัฒนากระบวนการเรียนการสอนและกิจกรรมเชิงปฏิบัติ เพื่อพัฒนาความเป็นพลเมืองและความเป็นประชาธิปไตยให้ผู้เรียน
  • 29. 2) การศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองสาหรับผู้ใหญ่ ครอบครัวและชุมชน โดยมี หลักสูตรการศึกษาความเป็นพลเมืองสาหรับผู้ใหญ่ หลักสูตรพลเมืองและ ประชาธิปไตยในชุมชน และจัดทาคู่มือเลี้ยงลูกให้เป็นพลเมือง3) การสร้างพลเมืองในวงกว้างและการสร้างความตระหนักในสังคมโดยใช้สื่อมวลชน กระทรวงศึกษาธิการจัดให้มีรายการโทรทัศน์ในเรื่อง “พลเมือง”สาหรับเยาวชน และรายการสาหรับผู้ใหญ่ จัดรายการโทรทัศน์สาหรับครูในการเรียนรู้ทักษะและ เทคนิคการเรียนการสอนเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง ประสานความร่วมมือกับ สมาคมวิชาชีพสื่อสารมวลชนในการสร้างพลเมืองและรณรงค์ให้คนไทยมีความเป็น พลเมือง รวมทั้งปลูกจิตสานึกความเป็นพลเมืองให้ฝุายประชาสัมพันธ์และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • 30. 4) การเชื่อมประสานเครือข่ายภาครัฐและเอกชน หน่วยงานหลักของ กระทรวงศึกษาธิการต้องสร้างเครือข่ายการทางาน เพื่อสร้างความเป็น พลเมืองร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน ่ และองค์กรภาคเอกชนทีเกี่ยวข้อง ่
  • 31. 6.2 ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมือง และพลโลก 1) กระบวนการเรียนรู้แนวจิตตปัญญาศึกษา ซึ่งเป็นการศึกษาที่ เน้นและให้คุณทธศาสตร์การจัดการศึกอษาเพื่อความ โดยผ่าน 6.2ยุ ค่ าในเรื่องการเรียนรู้ ย่างใคร่ค รวญ เป็นพลเมืองและพลโลก กิ จ กรรมและกระบวนการที่ ห ลากหลายเพื่ อ เปลี่ ย นแปลง ความคิดและจิตสานึกใหม่เกี่ยวกับตนเองและสรรพสิ่ง ส่งผลต่อ การประพฤติ ป ฏิ บั ติ อ ย่ า งมี ส ติ แ ละปั ญ ญา มี ค วามรั ก ความ เมตตาต่อตนเองและสรรพสิ่งทั้งในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งและเป็น หนึ่งเดียวกับธรรมชาติ (จุมพล :2551)
  • 32. 2) การปฏิ บั ติ ที่ ดี ใ นการจั ด การเรี ย นการสอนพลเมื อ งศึ ก ษาและ พลโลกศึกษา ในโครงการพลเมือง-พลโลกของวชิราวุธวิทยาลัย การเรี ย นการสอนโดยใช้ ค วามดี ค วามงามน าความรู้ ข อง โรงเรียนสัตยาสัย จังหวัดลพบุรีและอื่นๆ3) การผลิตและพัฒนาครูประจาการให้สามารถจัดกระบวนการเรี ยนรู้และ การประเมินผลการเรียนรู้ตามแนวจิตตปัญญาศึกษา เพื่อให้ครูและนักเรียน เกิดความปิ ติและความสุขจากการเรียนรู้ที่แท้จริงร่วมกัน โดยมีนักเรียน ได้รับการสั่งสอนอบรมบ่มนิสัยเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบทางสังคม ทาง ศีลธรรมและทางคุณธรรมจริยธรรม การมีส่วนร่วมกับชุมชนและการรับใช้ สังคม และการมีความรู้ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งความรู้ที่ เกี่ยวข้องกับความเป็นพลเมืองและพลโลก )
  • 33. 4) การปรับกระบวนทัศน์ในการทดสอบและประเมินผลเพื่อการเรียนรู้และประเมินกลุ่มสาระสังคมศึกษา ให้รอบด้าน ทั้งความรับผิดชอบทางสังคม ทางศีลธรรม และทางจริยธรรมคุณธรรมด้านการมี ส่วนร่วมกับชุมชนและการรับใช้สังคม และด้านความรู้ทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม รวมทั้ง ความรู้ทเกี่ยวข้อง โดยปรับการทดสอบและประเมินผลกลุ่มสาระสังคมศึกษา ทั้งระดับ ี่ สถานศึกษาและการทดสอบระดับชาติ5) รื้อฟื้นภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษาเพื่อความเปูฯพลเมือง และพลโลกโดยสามประสาน คื อ “บวร” บ้าน วัด หรือสถาบัน ทางศาสนา รวมทั้ ง สถาบัน ทางาสั ง คมและโรงเยนหรื อ สถานศึกษา ซึ่งคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดการศึกษาโดยยุทธศาสตร์นี้ใน โครงการสอนภาษาไทยให้นักเรียนไทยในต่างประเทศได้ผลดีมาแล้ว และยังดาเนินการอยู่ใน ปัจจุบัน6) การเป็นตัวแบบที่ดีของผู้นาและผู้ใหญ่เกี่ยวกับความเป็นพลเมืองและพลโลก
  • 34. “เด็กในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ผู้ใหญ่ในวันหน้าจะเป็นอย่างไร ก็ขอให้ดูผู้ใหญ่ในวันนี้เถิด ศาสตราจารย์พระยาอนุมานราชธน: 2477
  • 35. การประเมินความเป็นพลเมืองด้วยตนเอง1. คุณปฏิบัติตามกฎหมายและศีลธรรมคุณธรรมหรือไม่2. คุณเสียภาษีให้รัฐตามความเป็นจริงหรือไม่3. คุณพัฒนาสัมมาชีพของคุณให้ดีที่สุดหรือไม่

×