โครงการ Apsco 53

739 views
660 views

Published on

Published in: Technology
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
739
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
6
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

โครงการ Apsco 53

  1. 1. โครงการประยุกต์ใช้ดาวเทียมสาหรับการเฝ้าระวัง และระบบเตือนภัยดินถล่ม ภายใต้ความร่วมมือ องค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชีย แปซิฟิก สรุปผลการดาเนินโครงการ 16 ธันวาคม 2553โดย รศ.ดร.มงคล รักษาพัชรงศ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  2. 2. บทนา วัตถุประสงค์ การดาเนินกิจกรรมด้านวิศวกรรมดินถล่ม การดาเนินกิจกรรมแนวทางการประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียม  การคาดการณ์ปริมาณน้าฝน  การประเมินความสูง  การประเมินสิ่งปกคลุมดิน สรุป การให้บริการข้อมูลดาวเทียม SMMS และดาวเทียมอื่นๆ ภายใต้ โครงการแบ่งปันข้อมูลของ APSCO
  3. 3. วัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อพัฒนาความร่วมมือภายใต้ความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชีย แปซิฟิก ในการใช้ข้อมูลร่วมกัน (Spatial Data Sharing) ในการ บริหารจัดการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเพื่อประยุกต์ใช้ ดาวเทียมสาหรับการเฝ้าระวังและระบบเตือนภัยศึกษาวิจัยการประยุกต์ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อประเมินความเสี่ยง ต่อการเกิดภาวะดินถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อประโยชน์ในการพัฒนา ระบบแจ้งเตือนภัย
  4. 4. ขอบเขตการดาเนินงาน ศึกษาแนวทางการประมวลผลข้อมูลดาวเทียมเพื่อสนับสนุนการจัดทา แบบจาลองประเมินโอกาสการเกิดดินถล่ม • การประเมินปริมาณน้าฝนจากข้อมูลดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา • การจัดทาข้อมูลความสูงของพื้นที่จากข้อมูล G-DEM ศึกษาบัจจัยที่ใช้ในการวิเคราะห์ มาประมวลผลสร้างเป็นแบบจาลองทาง คณิตศาสตร์ (Model) • สารวจข้อมูลจากพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม อย่างน้อย 2 จุด เพื่อจาแนกพื้นที่ที่มีโอกาศเกิด ดินถล่ม • ศึกษาปัจจัยที่ใช้วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัย เช่น พืชพรรฒ สภาพการใช้ดิน ลักษณะดิน ความลาดชัน ปริมาณน้าฝน รวมถึงใช้ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ มาประกอบใช้ในการ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อดินถล่ม จัดสัมมนา/ฝึกอบรมเพื่อวิภาคงานศึกษาและถ่ายทอดความรู้งานวิจัย
  5. 5. ผลการดาเนินกิจกรรมด้านแนวทางการประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียม จากการศึกษาด้านวิศวกรรมดินถล่มพบว่า ปริมาณน้าฝนเป็นปัจจัย หลักที่สามารถกระตุ้นให้เกิดดินถล่ม และยังมีปัจจัยที่เกิดจากความ ลาดชันของพื้นที่อีกด้วย สามารถประเมินค่าปริมาณน้าฝนที่คาดว่าจะตก (rainfall estimate) จากข้อมูลดาวเทียม FY-2D/E โดยให้ค่าความแม่นยา R2 ในระดับที่น่าพอใจ (0.8-0.9 ขึ้นอยู่กับพื้นที่ศึกษา) สามารถนาข้อมูล G-DEM มาปรับใช้กับภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อ จัดทาแผนที่ความสูงของพื้นที่ เพื่อนามาจัดทาเป็นผลิตภัณฑ์ข้อมูล ความชันของพื้นที่เสี่ยงภัยพพิบัติในอนาคต
  6. 6. การคาดการณ์ปริมาณน้าฝน ได้มีการศึกษาพฤติกรรมการเกิดปริมาณน้าฝนในพื้นที่ภาคเหนือ ตอนล่าง และข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทาน มา ช่วยในการเริ่มต้นสร้างสมการความสัมพันธ์ จานวน 129 สถานี มาตรวัดของกรมอุตุนิยมวิทยา มาตรวัดของกรมชลประทาน
  7. 7. ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้คาดการณ์ปริมาณน้าฝน(KU-MET)
  8. 8. การคาดการณ์ปริมาณน้าฝนR2 ยังคงมีค่าต่าเกินกว่าที่จะนาไปใช้ได้ เนื่องจากลักษณะของการเกิดฝนไม่ได้มีเพียงแบบเดียว
  9. 9. การคาดการณ์ปริมาณน้าฝน อย่างไรก็ตามปริมาณฝนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งไม่ได้เกิดจากเมฆ ประเภท Cumulonimbus (Cb) เพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากเมฆที่อยู่ระดับต่า ซึ่งมีอุณหภูมิยอดเมฆ ค่อนข้างสูง (มากกว่า 253 K) หรือที่เรียกกันว่าเมฆอุ่น (warm cloud) เช่น Stratocumulus
  10. 10. ผลการคาดการณ์ปริมาณน้าฝนที่เกิดจากเมฆCUMULONIMBUS
  11. 11. การใช้ข้อมูล G-DEM เพื่อจัดสร้างแผนที่ความสูง ใช้ G-DEM ขนาดความละเอียด 30 เมตร มาประยุกต์ใช้ร่วมกับ ภาพถ่ายดาวเทียม SMMS ด้วย ซอฟต์แวร์ Global Mapper ลักษณะความสูงจะอยู่ในช่วง 300-2,500 เมตรจากระดับน้าทะเล และลักษณะของพื้นที่เป็นหุบเขา
  12. 12. ผลการดาเนินงานด้านวิศวกรรมดินถล่ม นาเสนอโดย ผศ.ดร. สุทธิศักดิ์ ศรลัมภ์ ในช่วงบ่าย
  13. 13. สรุป การประเมินปริมาณน้าฝน พบว่าไม่สามารถนาโมเดลที่มี การศึกษาในอดีตมาใช้ประเมินปริมาณน้าฝนได้ในทุกพื้นที่  จาเป็นต้องมีการศึกษาลักษณะและพฤติกรรมของการเกิดฝน ควบคู่กัน เพื่อให้เกิดความถูกต้องมากยิ่งขึ้น การประเมินค่าความสูง เป็นการดาเนินการโดยใช้ข้อมูล G- DEM ซึ่งมีความเหมาะสมกับข้อมูลที่ใช้งาน  ทาให้สามารถระบุความสูงของพื้นที่ และลักษณะภูมิประเทศใน เบื้องต้น
  14. 14. ตารางคุณลักษณะดาวเทียม HJ-1A/B/C ภายใต้องค์การAPSCO Spectral Spatial Side Band Repetition Data rateSatellite Payload range resolution Swath (km) looking no. o cycle (days) (Mbps) (µm) (m) () 1 0.43-0.52 30 2 0.52-0.60 30 CCD camera 700 - 4 3 0.63-0.69 30 HJ-1A 120 4 0.76-0.90 30 Hyperspectral 115 0.45-0.95 100 50 ±30 4 Imager 1 0.43-0.52 30 2 0.52-0.60 30 CCD camera 700 - 4 3 0.63-0.69 30 4 0.76-0.90 30 HJ-1B 60 5 0.75-1.10 150 Infrared 6 1.55-1.75 150 Multispectral 720 - 4 7 3.50-3.90 150 Camera 8 10.5-12.5 300 20 (4 looks, Synthetic scan mode) 160x2 100/40 HJ-1C Aperture Radar 1 S-band 5 (single 31/44.5 4 (8:3 (scan/strip) (SAR) look, strip compression) mode)
  15. 15. ตัวอย่างประยุกต์การใช้ข้อมูล SAR-การประเมินการเคลื่อนตัวของพื้นดินจากแผ่นดินไหว
  16. 16. ตัวอย่างประยุกต์การใช้ข้อมูล SAR-การประเมินการเคลื่อนตัวของพื้นดินบริเวณภูเขาไฟเอทน่า อิตาลี
  17. 17. ตัวอย่างประยุกต์การใช้ข้อมูล SAR-การประเมินการเคลื่อนตัวของโครงสร้างของดิน
  18. 18. ศูนย์วิจัยและบริหารจัดการข้อมูลดาวเทียม ให้บริการข้อมูลดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาและดาวเทียมสารวจโลก ที่ ผลิตภัณฑ์ระดับ 2 โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต) ปรับแก้ข้อมูลดาวเทียมในเชิงแสงและเชิงพื้นที่ ทาการวิจัยเพื่อจัดทาผลิตภัณฑ์จากข้อมูลดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา และดาวเทียมสารวจโลก (Optical/SAR) เช่น  ประเมินพื้นที่เพาะปลูก  พื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติดินถล่ม  การตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ ฯลฯ ชั้น 9 อาคารวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์
  19. 19. ตัวอย่างผลิตภัณฑ์
  20. 20. Thank You for Your Attention Question?? facebook.com/SMMSThailand

×