ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก
(History of East Asia)
เอเชียตะวันออก คืออะไร
ภูมิภาคที่ตั้งอยู่บริเวณซีกตะวันออกของทวีปเอเชีย
วิชานี้จะจํากัดขอบเขตเนื้อหาไว้เพียงแค่ ๓ ประเทศ จ...
ความสําคัญของเอเชียตะวันออก
ในอดีตเอเชียตะวันออกถูกเรียกว่า “เอเชียตะวันออกไกล” (Far
East Asia) ปัจจุบันโฉมหน้าของเอเชียตะวันออกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่าง
...
ประเทศเกาหลี
-พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจแยกจากจีน
-ความอ่อนแอ ทําให้ต้องเผชิญหน้ากับการคุกคาม
-“สงครามเย็น” คือตัวก...
ประเทศญี่ปุ่น
-หยิบยืมวัฒนธรรมบางอย่างไปจากจีน
-ความต้องการเป็นมหาอํานาจนําเข้าสู่สงครามโลก
-ความพ่ายแพ้ความบอบซ้ําเป็นแค่...
ลักษณะทางกายภาพของเอเชียตะวันออก
ลักษณะทางกายภาพของจีน
-ลักษณะโดยรวมถูกปกคลุมด้วยภูเขาและที่ราบสูง
-ที่ราบลุ่มแม่น้ําฮวงโห/แม่น้ําเหลือง
-ที่ราบลุ่มแม่น้ํา...
ลักษณะทางกายภาพของเกาหลี
-ตั้งอยู่บริเวณคาบสมุทรเกาหลี
-แนวพรมแดน ทะเลติดกับญี่ปุ่น-บนบกติดกับจีน
-พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเข...
ลักษณะทางกายภาพของญี่ปุ่น
-ญี่ปุ่นมีความแตกต่างจากจีนและเกาหลี (เป็นเกาะ)
-ลักษณะส่วนใหญ่เป็นภูเขา (ภูเขาไฟ)
-กระแสน้ําเย็...
ข้อสังเกต
แม้ลักษณะภูมิประเทศจะแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด
แต่สภาพโดยรวมแล้วค่อนข้างมีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะทางด้าน
ภู...
“อารยธรรมลุ่มแม่น้ําฮวงโห”
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ประเทศจีน
(สมัยโบราณ)
อาณาจักรจีนในสมัยโบราณ
ประวัติศาสตร์จีนแบ่งออกเป็น ๓ สมัย
๑.สมัยวัฒนธรรมเครื่องปั้นดินเผา (ใช้เครื่องปั้นดินเผาเป็นหลักฐาน...
๒.สมัยยุคต้นราชวงศ์ (เซี่ย,ซัง,โจว)
ราชวงศ์เซี่ย (ราชวงศ์แรก...?)
-กษัตริย์พัฒนามาจากตําแหน่งหัวหน้าหมู่บ้าน
-เปลี่ยนจาก ส...
ราชวงศ์โจว (ยุคที่รุ่งเรืองที่สุด)
-ใช้การปกครองแบบศักดินาสวามิภักดิ์
๑.สมัยโจวตะวันตก เมืองหลวงคือ “ซีอาน”
๒.สมัยโจวตะวัน...
๓.สมัยยุคอาณาจักร (จิ๋น,ฮั่น)
เป็นยุคที่จีนสามารถรวบรวมแผ่นดิน และสามารถขยายอาณาจักรไปได้
อย่างกว้างขว้าง โดยความสามารถของ...
สมัยราชวงศ์ฮั่น (ชาวนาชื่อ “หลิวปิง”)
ชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อน รวมกลุ่มทําการเปลี่ยนแปลงสถาปนา
ตัวเองเป็นจักรพรรดิ “จัก...
ราชวงศ์ฮั่นตอนปลาย
-กลับมาอีกครั้ง หลังจากปราบกบฏได้
-จักรพรรดิมิได้มีความเข้มแข็งเหมือนดั่งเดิม
-กลุ่มโจรโพกผ้าเหลือง
-กล...
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ประเทศจีน
(สมัยกลาง)
อาณาจักรจีนในสมัยกลาง
สมัยกลางเป็นสมัยที่เต็มไปด้วยการทําสงครามแย่งชิงอํานาจ
ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนราชวงศ์ต่างๆ มากมาย
๑.สมั...
“สุมาเยน”“สุมาเอี๋ยน” ผู้รวบรวมจีนให้พ้นจากยุคสามก๊ก พร้อมกับ
ตั้งราชวงศ์สินขึ้น (อยู่ได้ไม่นาน)
๒.ราชวงศ์สุย (ค.ศ.๕๘๑ - ๖...
๓.ราชวงศ์ถัง (ค.ศ.๖๑๘ - ๙๐๗)
-“จักรพรรดิถังไท่จง”
-เป็นสมัยที่จีนมีความเจริญสูงสุด
-อาณาเขตกว้างใหญ่มากขึ้น
-เริ่มมีระบบบร...
-พุทธศาสนาเริ่มขยายตัว วัดกว่า ๔,๐๐๐ แห่ง
-ปลายราชวงศ์ เข้าสู่ยุคฟื้นฟูวัฒนธรรมจีน ต่อต้านวัฒนธรรมที่มา
จากภายนอก (ศาสนาพุ...
๔.ราชวงศ์ซ้อง (ซุ้ง) (ค.ศ.๙๖๐ - ๑๒๗๐)
-“เจากวนหยิน” ได้รวบรวมจีนขึ้นอีกครั้ง
-จัดการปกครองแบบรวมศูนย์อํานาจอีกครั้ง
-ราชวง...
๕.ราชวงศ์หยวนหรือมองโกล (ค.ศ.1260-1368) (ต่างชาติ)
-“ครั้งแรกที่จีนตกอยู่ภายใต้การปกครองของต่างชาติ”
-“จักรพรรดิกุบไลข่าน”...
๖.ราชวงศ์เหม็ง (ราชวงศ์ชิง)(ค.ศ.1368-1644)
-“ลู หยวน จัง” ชาวนาคนที่สองต่อจากหลิวปิง
-มีความเจริญด้านการเดินเรือ (เริ่มค้า...
๗.ราชวงศ์แมนจู (ค.ศ.๑๖๔๔-๑๙๑๑) (ต่างชาติ)
- “จักรพรรดิชุนชือ”
-พวกแมนจูพยายามโจมตีจีนมาโดยตลอด
-ยังคงใช้การรวมศูนย์อํานาจไ...
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์
ประเทศเกาหลี (สมัยโบราณ)
อาณาจักรเกาหลีในสมัยโบราณ
-อาณาจักรเกาหลีกําเนิดเมื่อประมาณ ๓,๐๐๐ ปีก่อนคริสตกาล
(สมมุติฐาน)
-จากการขุดพบซากโครงกระดูก (คุ...
ยุคสามอาณาจักร (๓๗ ปีก่อนคริสตกาล-ค.ศ.๙๓๕)
(อาณาจักรโคกูเรียว , อาณาจักรแพ็คเจ , อาณาจักรซิลลา)
-ประวัติศาสตร์เกาหลีเริ่มม...
-อารยธรรมจีนเริ่มแผ่ขยายสู่ดินแดนเกาหลีในช่วงนี้ (แพ็คเจตัวนํา)
“ศาสนาพุทธคือสิ่งแรกที่เข้ามา”
“รูปแบบการปกครองแบบ รัฐ “
-...
-การแย่งชิงอํานาจ การลอบปลงพระชนม์ การเกิดกบฏ นําไปสู่จุดแตก
สลายของอาณาจักรซิลลา และจุดจบของยุคสามอาณาจักร
ยุคอาณาจักรโคเ...
-อาณาจักรโคเรียวในช่วงปลายค่อนข้างวุ่นวาย
-ความเหลื่อมล้ําทางสังคม
-โจรสลัดอาละวาดแถบชายฝั่ง
-การเมืองจีนเปลี่ยนแปลง
“ราชว...
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์
ประเทศเกาหลี (สมัยกลาง)
อาณาจักรเกาหลีในสมัยกลาง
เกาหลีในสมัยกลางมีช่วงยาวนานถึง ๕๑๘ ปี (ค.ศ.๑๓๙๒-๑๙๑๐)
และมีเพียงราชวงศ์ ยี (ราชวงศ์เดียว) ที่ครอ...
โครงสร้างทางสังคมเกาหลีสมัยกลาง
เปรียบเป็นรูปปิรามิด
-ชนชั้นส่วนยอด “ยางบัน(Yang ban)” เชื้อพระวงศ์
-ชนชั้นที่สอง “จุลอิง(...
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์
ประเทศญี่ปุ่น(สมัยโบราณ)
อาณาจักรญี่ปุ่นในสมัยโบราณ
ประวัติความเป็นมาของญี่ปุ่นในยุคโบราณ ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ส่วนใหญ่
เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่าน...
๒.วัฒนธรรมยายอย (๓๐๐ ก่อนค.ศ.)
วัฒนธรรมโจมอนสิ้นสุด เมื่อมีวัฒนธรรมที่สูงกว่าเข้ามาแทนที่ นั่นคือ
วัฒนธรรมการปลูกข้าวในที่...
๓. วัฒนธรรมโคะฟุน หรือ วัฒนธรรมแบบที่มีหลุมฝังศพ
-โคะฟุน คือ สุสานฝังศพ
-เป็นสมัยที่ปรากฏสุสานต่างๆ ขนาดใหญ่จํานวนมาก
-สุส...
สมัยวัฒนธรรมโคะฟุน = สมัยแห่งการหลั่งไหลของวัฒนธรรมจีน
-ช่วงเวลาเดียวกับ ราชวงศ์สุย ราชวงศ์ถัง
+ศาสนาพุทธคือตัวนําแห่งวัฒน...
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์
ประเทศญี่ปุ่น(สมัยกลาง)
อาณาจักรญี่ปุ่นในสมัยกลาง เป็นช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
ด้านการเมืองการปกครองภายในญี่ปุ่น
-จักรพรรดิเริ่มหมดอํานาจลง
-...
๑. สมัยคามากูระ
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง
-อํานาจเริ่มกระจายไปสู่แค้วนต่างๆ
-กําเนิดพุทธศาสนา (นิกายใหม่)
-เกิดร...
การเมืองการปกครอง (สมัยคามากูระ)
สมัยคามากูระ ได้ตั้งสภาขึ้นมา ๓ สภา
๑. สภานักรบ (Samurai dokoro)
ทําหน้าที่เป็นฝ่ายปกป้อง...
ศาสนาและวัฒนธรรม (สมัยคามากูระ)
เป็นสมัยที่พุทธศาสนาแพร่หลายสู่ประชาชนมากที่สุด
๑. นิกายสุขาวดี
๒. นิกายนิชิเร็น,นิชิเร็ง
...
ลัทธิบูชิโด (Bushio)
“กฎเกณฑ์ของกลุ่มนักรบ” เกิดขึ้นจากการเมืองการปกครองที่
เปลี่ยนแปลงไป
จริยธรรมลัทธิบูชิโดประกอบด้วย
๑....
๒. สมัยอาชิคางะ
สภาพการเมืองการปกครอง
-เป็นสมัยที่พวกมองโกลเริ่มเข้ามารุกราน (หยวนจีน)
-ปัญหาการแย่งชิงราชบัลลังก์ของราชสํ...
วัฒนธรรม (สมัยอาชิคางะ)
-ลักษณะวัฒนธรรมสมัยนี้รับมาจากนิกายเซ็น
-ละครโน (No)
-ประเพณีดื่มน้ําชา หรือ พิธีชงชา (chado)
๓. สมัยโตกูกาวะ (ค.ศ.๑๖๐๐-๑๘๖๗)
-เป็นสมัยที่ญี่ปุ่นพยายามยกทัพบุกจีนถึง ๒ ครั้ง (เหม็ง)
-การเมืองการปกครองได้รับอิทธิพลจาก...
สรุป ยุคสมัยโตกูกาวะ
เป็นช่วงสุดท้ายของสังคมศักดินาสวามิภักดิ์ที่มีความสันติสุข
๒๖๐ ปีกับนโยบายปิดประเทศ ลัทธิจักรวรรดินิย...
ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น)
ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น)
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น)

9,330

Published on

สื่อการสอนครูชัชพล ศิริกุล
ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น)

0 Comments
8 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
9,330
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
164
Comments
0
Likes
8
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น)

  1. 1. ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก (History of East Asia)
  2. 2. เอเชียตะวันออก คืออะไร ภูมิภาคที่ตั้งอยู่บริเวณซีกตะวันออกของทวีปเอเชีย วิชานี้จะจํากัดขอบเขตเนื้อหาไว้เพียงแค่ ๓ ประเทศ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ทําไมเรียนแค่ ๓ ประเทศ ? -เป็นลักษณะเด่นเฉพาะของอารยธรรมเอเชียตะวันออก -มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ร่วมกัน -มีความคล้ายคลึงกันในหลายๆ ด้าน -เป็นตัวอย่างของประเทศที่ประสบผลสําเร็จ
  3. 3. ความสําคัญของเอเชียตะวันออก
  4. 4. ในอดีตเอเชียตะวันออกถูกเรียกว่า “เอเชียตะวันออกไกล” (Far East Asia) ปัจจุบันโฉมหน้าของเอเชียตะวันออกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่าง มากมาย ประเทศจีน -เป็นดินแดนแห่งอารยธรรมโบราณที่มีหน้าที่ถ่ายทอด -เป็นประเทศคอมมิวนิสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก -มีความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลง กรณี “เทียนอันเหมิน” -การแสดงแสนยานุภาพเหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์
  5. 5. ประเทศเกาหลี -พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจแยกจากจีน -ความอ่อนแอ ทําให้ต้องเผชิญหน้ากับการคุกคาม -“สงครามเย็น” คือตัวการในการแบ่งเป็นเหนือและใต้ -“เสือเศรษฐกิจของเอเชีย”
  6. 6. ประเทศญี่ปุ่น -หยิบยืมวัฒนธรรมบางอย่างไปจากจีน -ความต้องการเป็นมหาอํานาจนําเข้าสู่สงครามโลก -ความพ่ายแพ้ความบอบซ้ําเป็นแค่เพียงบทเรียน -ปัจจุบันคือประเทศเจ้าหนี้รายใหญ่ของโลก
  7. 7. ลักษณะทางกายภาพของเอเชียตะวันออก
  8. 8. ลักษณะทางกายภาพของจีน -ลักษณะโดยรวมถูกปกคลุมด้วยภูเขาและที่ราบสูง -ที่ราบลุ่มแม่น้ําฮวงโห/แม่น้ําเหลือง -ที่ราบลุ่มแม่น้ําแยงซี/แยงซีเกียง “แม่น้ํา ๒ สายเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของจีน”
  9. 9. ลักษณะทางกายภาพของเกาหลี -ตั้งอยู่บริเวณคาบสมุทรเกาหลี -แนวพรมแดน ทะเลติดกับญี่ปุ่น-บนบกติดกับจีน -พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาทั้งหมด (ไม่มีที่ราบ) -จุดเด่น คือ ทรัพยากรแร่ธาตุ -แร่ธาตุ ทําให้ต้องตกอยู่ในภาวะการถูกแย่งชิง
  10. 10. ลักษณะทางกายภาพของญี่ปุ่น -ญี่ปุ่นมีความแตกต่างจากจีนและเกาหลี (เป็นเกาะ) -ลักษณะส่วนใหญ่เป็นภูเขา (ภูเขาไฟ) -กระแสน้ําเย็น+กระแสน้ําอุ่น มาเจอกันที่ญี่ปุ่น
  11. 11. ข้อสังเกต แม้ลักษณะภูมิประเทศจะแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด แต่สภาพโดยรวมแล้วค่อนข้างมีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะทางด้าน ภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลต่อการดํารงชีวิต -ความขยันอดทนที่อยู่ในสายเลือด -แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ศิลปะ “มันเป็นคุณสมบัติที่เด่นของประชากรในแถบนี้”
  12. 12. “อารยธรรมลุ่มแม่น้ําฮวงโห” พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ประเทศจีน (สมัยโบราณ)
  13. 13. อาณาจักรจีนในสมัยโบราณ ประวัติศาสตร์จีนแบ่งออกเป็น ๓ สมัย ๑.สมัยวัฒนธรรมเครื่องปั้นดินเผา (ใช้เครื่องปั้นดินเผาเป็นหลักฐาน) -ประวัติศาสตร์จีนยุคโบราณ เต็มไปด้วยนิยาย+ตํานาน -เชื่อว่าจีนเกิดในยุคน้ําแข็ง ๗๐๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว(มนุษย์ปักกิ่ง) ก.วัฒนธรรมหยางเชา เครื่องปั้นดินเผามีลวดลาย,ผู้หญิงมีอํานาจ ข.วัฒนธรรมลุงชาน เครื่องปั้นดินเผาไม่มีลวดลาย,ผู้ชายมีอํานาจ
  14. 14. ๒.สมัยยุคต้นราชวงศ์ (เซี่ย,ซัง,โจว) ราชวงศ์เซี่ย (ราชวงศ์แรก...?) -กษัตริย์พัฒนามาจากตําแหน่งหัวหน้าหมู่บ้าน -เปลี่ยนจาก สังคมหมู่บ้าน/เผ่า มาเป็น สังคมนคร ราชวงศ์ซัง (ราชวงศ์แรก) -การปกครองยังคงเหมือนเดิม แต่เริ่มยิ่งใหญ่ขึ้น -เริ่มมีการประดิษฐ์ตัวอักษร (เขียนบนกระดูกสัตว์) -เริ่มประดิษฐ์ปฏิทิน (แบ่งเวลาตามฤดูกาล)
  15. 15. ราชวงศ์โจว (ยุคที่รุ่งเรืองที่สุด) -ใช้การปกครองแบบศักดินาสวามิภักดิ์ ๑.สมัยโจวตะวันตก เมืองหลวงคือ “ซีอาน” ๒.สมัยโจวตะวันออก เมืองหลวงคือ “ลั่วยาง” -ใช้แนวคิดสร้างอํานาจในการปกครองใหม่ -“โอรสแห่งสวรรค์” และ “อาณัติแห่งสวรรค์” -นักปรัชญา ขงจื้อ เล่าจื๊อ เม่งจื้อ เกิดช่วงนี้ +แนวคิดว่าฉันคือศูนย์กลางความเจริญของโลกปรากฏขึ้น + (The Middle of Kingdom)
  16. 16. ๓.สมัยยุคอาณาจักร (จิ๋น,ฮั่น) เป็นยุคที่จีนสามารถรวบรวมแผ่นดิน และสามารถขยายอาณาจักรไปได้ อย่างกว้างขว้าง โดยความสามารถของ “จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ ”(ฉินสื่อหวง) สมัยราชวงศ์จิ๋น -จิ๋นซีฮ่องเต้ ได้รวบรวมอาณาจักร แบ่งเป็นมณฑล -ใช้การรวมอํานาจไว้ที่ศูนย์กลาง ใช้กฎหมายบังคับ -สร้าง “กําแพงเมืองจีน” (The Great Wall of China)
  17. 17. สมัยราชวงศ์ฮั่น (ชาวนาชื่อ “หลิวปิง”) ชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อน รวมกลุ่มทําการเปลี่ยนแปลงสถาปนา ตัวเองเป็นจักรพรรดิ “จักรพรรดิฮั่นเกาตี้” ราชวงศ์ฮั่นตอนต้น -ศักดินาสวามิภักดิ์ยังคงเหมือนเดิม -มีการคัดเลือกคนเข้ารับราชการ (สอบโจวงวน) -ขุนนางเริ่มสะสมอํานาจ และก่อกบฏขึ้น -ราชวงศ์ฮั่นต้องสิ้นสุดลงระยะหนึ่ง
  18. 18. ราชวงศ์ฮั่นตอนปลาย -กลับมาอีกครั้ง หลังจากปราบกบฏได้ -จักรพรรดิมิได้มีความเข้มแข็งเหมือนดั่งเดิม -กลุ่มโจรโพกผ้าเหลือง -กลุ่ม “ขุนศึก” (เหล่าบรรดาทหารค้ําบัลลังก์) จุดจบของราชวงศ์ฮั่น = จุดแตกสลายของอาณาจักรจีน -เข้าสู่ “ยุคสามก๊ก” -๓๐๐ ปีแห่งความแตกแยก
  19. 19. พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ประเทศจีน (สมัยกลาง)
  20. 20. อาณาจักรจีนในสมัยกลาง สมัยกลางเป็นสมัยที่เต็มไปด้วยการทําสงครามแย่งชิงอํานาจ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนราชวงศ์ต่างๆ มากมาย ๑.สมัยสามก๊ก (ค.ศ.๒๒๑-๒๖๕) -ราชวงศ์ฮั่นสลายตัวลง เกิดสงครามแย่งชิงอํานาจ -อาณาจักรจีนแบ่งออกเป็น ๓ ก๊ก ๑. ก๊กโจโฉ = ราชวงศ์ไหว ๒. ก๊กซุนกวน = ราชวงศ์วู ๓. ก๊กเล่าปี่ = ราชวงศ์ชูฮั่น
  21. 21. “สุมาเยน”“สุมาเอี๋ยน” ผู้รวบรวมจีนให้พ้นจากยุคสามก๊ก พร้อมกับ ตั้งราชวงศ์สินขึ้น (อยู่ได้ไม่นาน) ๒.ราชวงศ์สุย (ค.ศ.๕๘๑ - ๖๑๘) -จักรพรรดิซิวั่งตี่ -นําระบบการปกครองแบบรวมศูนย์อํานาจมาใช้ -สร้างเมืองใหม่ “เมืองจักรพรรดิ”(Imperia City) -การเกณฑ์แรงงานทําให้ประชาชนเดือดร้อน -พวกเตอร์กรุกราน สถาบันกษัตริย์เริ่มอ่อนแอ - “หลี่ซื่อหมิ่น” โค่นราชวงศ์สุย ตั้งราชวงศ์ใหม่ขึ้น
  22. 22. ๓.ราชวงศ์ถัง (ค.ศ.๖๑๘ - ๙๐๗) -“จักรพรรดิถังไท่จง” -เป็นสมัยที่จีนมีความเจริญสูงสุด -อาณาเขตกว้างใหญ่มากขึ้น -เริ่มมีระบบบริหารงานแผ่นดิน - “กระทรวง” “จังหวัด” -มีการก่อตั้งราชบัณฑิตสถาน -พระถัง ซัม จั๋ง “หลวงจีนเหี้ยนจัง”
  23. 23. -พุทธศาสนาเริ่มขยายตัว วัดกว่า ๔,๐๐๐ แห่ง -ปลายราชวงศ์ เข้าสู่ยุคฟื้นฟูวัฒนธรรมจีน ต่อต้านวัฒนธรรมที่มา จากภายนอก (ศาสนาพุทธออกไป ขงจื๊อกลับมา) -ราชวงศ์ถังเสื่อมลงใน ค.ศ.๗๕๑ -พวกเตอร์กโจมตี -พวกเตอร์กเข้ามามีบทบาทในราชสํานัก -จีนแตกออกเป็นส่วนๆ -เข้าสู่ “สมัย ๕ ราชวงศ์” (เข้าสู่ยุคมืด)
  24. 24. ๔.ราชวงศ์ซ้อง (ซุ้ง) (ค.ศ.๙๖๐ - ๑๒๗๐) -“เจากวนหยิน” ได้รวบรวมจีนขึ้นอีกครั้ง -จัดการปกครองแบบรวมศูนย์อํานาจอีกครั้ง -ราชวงศ์ซ้องไม่เข้มแข็งพอ -ใช้วิธีจ่ายสินบนให้กับพวกเตอร์ก พวกมองโกล -“วัฒนธรรมรัดเท้าสตรี”
  25. 25. ๕.ราชวงศ์หยวนหรือมองโกล (ค.ศ.1260-1368) (ต่างชาติ) -“ครั้งแรกที่จีนตกอยู่ภายใต้การปกครองของต่างชาติ” -“จักรพรรดิกุบไลข่าน” -พวกมองโกลใช้วิธีแบ่งแยกและปกครอง -ปลายราชวงศ์หยวน ผู้นําเริ่มอ่อนแอ -“ลูหยวนจัง” ชาวนาคนที่สอง โค่นล่มราชวงศ์หยวนลง
  26. 26. ๖.ราชวงศ์เหม็ง (ราชวงศ์ชิง)(ค.ศ.1368-1644) -“ลู หยวน จัง” ชาวนาคนที่สองต่อจากหลิวปิง -มีความเจริญด้านการเดินเรือ (เริ่มค้าขายกับไทย) -ศาสนาคริสต์เริ่มเข้ามา (มาร์โคโปโล) -ความเสื่อมของราชวงศ์มาจาก ปัญหาด้านเศรษฐกิจ -สงครามจีนญี่ปุ่น -สุดท้าย กลุ่มแมนจู โค่นล้มราชวงศ์เหม็งลง
  27. 27. ๗.ราชวงศ์แมนจู (ค.ศ.๑๖๔๔-๑๙๑๑) (ต่างชาติ) - “จักรพรรดิชุนชือ” -พวกแมนจูพยายามโจมตีจีนมาโดยตลอด -ยังคงใช้การรวมศูนย์อํานาจไว้ที่ศูนย์กลาง (องค์จักรพรรดิ) -ใช้นโยบายผสมกลมกลืนวัฒนธรรม ๑.บังคับให้ชาวจีนได้ผมเปีย โกนหัวช่วงหน้า ๒.นําภาษาแมนจูมาเป็นภาษาราชการ -ราชวงศ์แมนจูสามารถปกครองจีนเรื่อยมา จนเข้าสู่ยุคสมัยใหม่
  28. 28. พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ประเทศเกาหลี (สมัยโบราณ)
  29. 29. อาณาจักรเกาหลีในสมัยโบราณ -อาณาจักรเกาหลีกําเนิดเมื่อประมาณ ๓,๐๐๐ ปีก่อนคริสตกาล (สมมุติฐาน) -จากการขุดพบซากโครงกระดูก (คุลโป-รี และ ปูโบ-รี) -นิยาย+นิทานปรัมปรา คือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เกาหลี (อิทธิพล จีน) - “หนังสือโคกุน”(Kogun) ตํานานการเกิดเกาหลี -หวั่นอิน ให้หลานชื่อ “โคกุน” ลงมาสร้างเกาหลี -ชาวเกาหลีจึงเคารพบูชา ในฐานะผู้ให้กําเนิด - “โชซุน”(Chosun) = “โคกุน” (Kogun) ซึ่งทั้งสองคําข้างต้น แปลว่า “อรุณอันสงบ”
  30. 30. ยุคสามอาณาจักร (๓๗ ปีก่อนคริสตกาล-ค.ศ.๙๓๕) (อาณาจักรโคกูเรียว , อาณาจักรแพ็คเจ , อาณาจักรซิลลา) -ประวัติศาสตร์เกาหลีเริ่มมาจากอาณาจักรทั้งสาม ๑.โคกูเรียว (Koguryo) เป็นอาณาจักรแรก อยู่ทางทิศเหนือ ๒.แพ็คเจ (Paekje) เป็นอาณาจักรถัดมา ทางตกเฉียงใต้ ๓.ซิลลา (Shilla) เป็นอาณาจักรต่อมา ทางออกเฉียงเหนือ
  31. 31. -อารยธรรมจีนเริ่มแผ่ขยายสู่ดินแดนเกาหลีในช่วงนี้ (แพ็คเจตัวนํา) “ศาสนาพุทธคือสิ่งแรกที่เข้ามา” “รูปแบบการปกครองแบบ รัฐ “ -ราชวงศ์ซ้อง (จีน) เข้ามามีบทบาทกับสงคราม ๓ อาณาจักร “ราชวงศ์ซ้องสนับสนุนอาณาจักรซิลลา..จัดการแพ็จเจ ” “สุดท้ายอาณาจักรซิลลา มีชัยเหนือทุกอาณาจักร ” สิ่งเดียวที่ซิลลานํามาจากจีนคือ “พุทธศาสนา” + นี่คือ จุดเริ่มต้นของจีนในการแทรกแซงทางการเมืองเกาหลี +
  32. 32. -การแย่งชิงอํานาจ การลอบปลงพระชนม์ การเกิดกบฏ นําไปสู่จุดแตก สลายของอาณาจักรซิลลา และจุดจบของยุคสามอาณาจักร ยุคอาณาจักรโคเรียว (ค.ศ.๙๑๘ - ๑๓๙๗) -หลังจากการสลายตัวของยุคสามอาณาจักร ค.ศ.๙๑๘ -“วังกอน” ได้รวบรวมผู้คน สถาปนาอาณาจักรโคเรียว (Koryo) -สมัยนี้กล่าวได้ว่าเป็นสมัยแห่งการลอกเลียนจีนมากที่สุด -ประเพณีถวายบุตรสาวให้แก่กษัตริย์ -สอบเข้ารับราชการ (เดิมใช้สืบทอดตําแหน่ง) -ชนชั้นทางสังคม (ขุนนาง)
  33. 33. -อาณาจักรโคเรียวในช่วงปลายค่อนข้างวุ่นวาย -ความเหลื่อมล้ําทางสังคม -โจรสลัดอาละวาดแถบชายฝั่ง -การเมืองจีนเปลี่ยนแปลง “ราชวงศ์มองโกล ราชวงศ์เหม็ง ” - การเมืองจีนส่งผลให้เกาหลีแตกออกเป็น ๒ กลุ่ม (กลุ่มมองโกล - กลุ่ม เหม็ง) -“ขุนพล ยี ซองเกีย” ถือโอกาสยึดอํานาจ - สุดท้ายก็สถาปนาราชวงศ์ ยี ขึ้นในปี ค.ศ.๑๓๙๒ (ปกครองเกาหลียาวว)
  34. 34. พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ประเทศเกาหลี (สมัยกลาง)
  35. 35. อาณาจักรเกาหลีในสมัยกลาง เกาหลีในสมัยกลางมีช่วงยาวนานถึง ๕๑๘ ปี (ค.ศ.๑๓๙๒-๑๙๑๐) และมีเพียงราชวงศ์ ยี (ราชวงศ์เดียว) ที่ครองอํานาจ - ยี ซองเกีย สวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์เหม็ง(จีน)(ทุกอย่างจากจีนมาเต็ม) +ระบบศักดินาสวามิภักดิ์ (ยึดที่ดินทั้งหมดเป็นของรัฐ) +กีดกั้นพุทธศาสนา แต่ส่งเสริมขงจื้อ (จีน) +กระทรวง / มณฑล (นําของจีนมาใช้)
  36. 36. โครงสร้างทางสังคมเกาหลีสมัยกลาง เปรียบเป็นรูปปิรามิด -ชนชั้นส่วนยอด “ยางบัน(Yang ban)” เชื้อพระวงศ์ -ชนชั้นที่สอง “จุลอิง(Chung-in)” ข้าราชการ -ชนชั้นที่สาม “ยางมิน(Yangmin)” สามัญชน -ชนชั้นสุดท้าย “ชอนมิน(Chonmin)” ทาส +ราชวงศ์ ยี ครองเกาหลียาวนานกว่า ๕๐๐ ปี จนเข้าสู่ยุคสมัยใหม่
  37. 37. พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ประเทศญี่ปุ่น(สมัยโบราณ)
  38. 38. อาณาจักรญี่ปุ่นในสมัยโบราณ ประวัติความเป็นมาของญี่ปุ่นในยุคโบราณ ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ส่วนใหญ่ เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น วิวัฒนาการประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น แบ่งออกเป็น ๓ วัฒนธรรม ๑.วัฒนธรรมโจมอน (๘,๐๐๐-๓๐๐ ก่อนค.ศ.) -เริ่มออกจากถ้ํา สร้างที่พักง่ายๆ -เครื่องปั้นดินเผาเริ่มเกิดขึ้น +ตุ๊กตา “โดงุ”(Dogu) +วัฒนธรรมโจมอน สิ้นสุดลงเมื่อมีวัฒนธรรมที่สูงกว่าเข้ามาแทนที่+
  39. 39. ๒.วัฒนธรรมยายอย (๓๐๐ ก่อนค.ศ.) วัฒนธรรมโจมอนสิ้นสุด เมื่อมีวัฒนธรรมที่สูงกว่าเข้ามาแทนที่ นั่นคือ วัฒนธรรมการปลูกข้าวในที่ลุ่ม หรือ วัฒนธรรมยายอย ลักษณะวัฒนธรรมยายอย -มีการปลูกข้าวในที่ลุ่ม (เป็นวิทยาการที่มาจากจีน) -เริ่มรวมกลุ่ม เริ่มมีการปกครอง เริ่มมีพิธีกรรม -เริ่มมีการฝังศพชนชั้นสูงในสุสานขนาดใหญ่ (เหมือนจีน) -ภาชนะดินเผาประณีตขึ้น -เกิดเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทําจากโลหะ
  40. 40. ๓. วัฒนธรรมโคะฟุน หรือ วัฒนธรรมแบบที่มีหลุมฝังศพ -โคะฟุน คือ สุสานฝังศพ -เป็นสมัยที่ปรากฏสุสานต่างๆ ขนาดใหญ่จํานวนมาก -สุสานรูปกุญแจ,รูปวงกลม,รูปสี่เหลี่ยม -คั่นฉ่องสัมฤทธิ์ -ตุ๊กตาดินเผา “ฮานิวา”(Haniwa) -พุทธศาสนาเริ่มขยายอิทธิพลเข้ามา -การฌาปนกิจศพ(การเผาเข้ามาแทนที่การฝัง)
  41. 41. สมัยวัฒนธรรมโคะฟุน = สมัยแห่งการหลั่งไหลของวัฒนธรรมจีน -ช่วงเวลาเดียวกับ ราชวงศ์สุย ราชวงศ์ถัง +ศาสนาพุทธคือตัวนําแห่งวัฒนธรรมทั้งหมดจากจีน -การเมืองการปกครอง -ระบบสอบคัดเลือกข้าราชการ -ลัทธิขงจื๊อ ลัทธิเต๋า -ศาสนาชินโต (เป็นสิ่งที่ญี่ปุ่นสร้างสรรค์ขึ้นจากการเลียนแบบ)
  42. 42. พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ประเทศญี่ปุ่น(สมัยกลาง)
  43. 43. อาณาจักรญี่ปุ่นในสมัยกลาง เป็นช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ด้านการเมืองการปกครองภายในญี่ปุ่น -จักรพรรดิเริ่มหมดอํานาจลง -สถาบันทหาร(นักรบ)เข้ามาแทนที่ ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๑๓ – ยุคสมัยใหม่ (ค.ศ.๑๒๐๑-๑๓๐๐) สมัยกลางแบ่งออกเป็น ๓ ยุคสมัย ดังนี้ ๑. สมัยคามากูระ ๒. สมัยอาชิคางะ ๓. สมัยโตกูกาวะ
  44. 44. ๑. สมัยคามากูระ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง -อํานาจเริ่มกระจายไปสู่แค้วนต่างๆ -กําเนิดพุทธศาสนา (นิกายใหม่) -เกิดระบบการปกครองตนเองของเขตชนบท (บาคูฟุ)(โช กุน) + สภาพสังคมในช่วงนี้ บั่นทอนอํานาจราชสํานักลง+ +เปิดโอกาสให้กลุ่มนักรบมีบทบาทแทน +
  45. 45. การเมืองการปกครอง (สมัยคามากูระ) สมัยคามากูระ ได้ตั้งสภาขึ้นมา ๓ สภา ๑. สภานักรบ (Samurai dokoro) ทําหน้าที่เป็นฝ่ายปกป้องคุ้มครองให้แก่ “โชกุน” ๒. สภาบริหาร (Mandokoro) หน้าที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน การใช้เงินและดูแลที่ดินต่างๆ ๓. สภาตุลาการ (Monchujo) หน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ ของสามัญชน
  46. 46. ศาสนาและวัฒนธรรม (สมัยคามากูระ) เป็นสมัยที่พุทธศาสนาแพร่หลายสู่ประชาชนมากที่สุด ๑. นิกายสุขาวดี ๒. นิกายนิชิเร็น,นิชิเร็ง ๓. นิกายเซ็น + นิกายทั้ง ๓ เป็นนิกายที่ไม่เน้นปรัชญาคําสอนที่ลึกซึ้ง + + ไม่เน้นพิธีกรรมที่ซับซ้อน เน้นความเชื่อที่ว่า ใครก็สามารถบรรลุได้ +
  47. 47. ลัทธิบูชิโด (Bushio) “กฎเกณฑ์ของกลุ่มนักรบ” เกิดขึ้นจากการเมืองการปกครองที่ เปลี่ยนแปลงไป จริยธรรมลัทธิบูชิโดประกอบด้วย ๑. ความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อนาย(ขงจื๊อ) ๒. นักรบทุกคนต้องไม่กลัวตาย(การทําฮาราคีรี) ๓. สามารถบังคับจิตใจตนเองได้(พุทธ) ๔. ต้องรักษาความสะอาด(ชินโต) ๕. ต้องมีความกล้าหาญที่แฝงไว้ด้วยความเมตตากรุณา(พุทธ)
  48. 48. ๒. สมัยอาชิคางะ สภาพการเมืองการปกครอง -เป็นสมัยที่พวกมองโกลเริ่มเข้ามารุกราน (หยวนจีน) -ปัญหาการแย่งชิงราชบัลลังก์ของราชสํานักยังคงอยู่ -ความมั่นคงทางการเมือง ถึงจุดวิกฤต +ลักษณะสําคัญของการปกครองในยุคนี้ คือ “ลักษณะท้องถิ่นนิยม” (Regionalism)
  49. 49. วัฒนธรรม (สมัยอาชิคางะ) -ลักษณะวัฒนธรรมสมัยนี้รับมาจากนิกายเซ็น -ละครโน (No) -ประเพณีดื่มน้ําชา หรือ พิธีชงชา (chado)
  50. 50. ๓. สมัยโตกูกาวะ (ค.ศ.๑๖๐๐-๑๘๖๗) -เป็นสมัยที่ญี่ปุ่นพยายามยกทัพบุกจีนถึง ๒ ครั้ง (เหม็ง) -การเมืองการปกครองได้รับอิทธิพลจากลัทธิขงจื๊อ -เริ่มใช้นโยบายปิดประเทศ (ห้ามต่างชาติเข้ามาค้าขาย) สภาพสังคมสมัยโตกูกาวะ ประกอบด้วย ๒ ชนชั้น ๑. นักรบ(ผู้ปกครอง) ๒. สามัญชน(ผู้ถูกปกครอง)
  51. 51. สรุป ยุคสมัยโตกูกาวะ เป็นช่วงสุดท้ายของสังคมศักดินาสวามิภักดิ์ที่มีความสันติสุข ๒๖๐ ปีกับนโยบายปิดประเทศ ลัทธิจักรวรรดินิยม ทําให้ญี่ปุ่นไม่อาจ หลีกเลี่ยงได้ จําเป็นต้องเปิดประเทศเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ในเวลาต่อมา..........
  1. A particular slide catching your eye?

    Clipping is a handy way to collect important slides you want to go back to later.

×