คอมพิวเตอร์กราฟิกส์

812 views

Published on

ครูวีณา อุดมโภชน์
คอมพิวเตอร์กราฟิก (Computer graphic) ระดับชั้นม.2 รหัส ง22201

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
812
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
254
Actions
Shares
0
Downloads
11
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

คอมพิวเตอร์กราฟิกส์

  1. 1. ผู สอน ครูวณา อุ ดมโภชน์ ้ ีE-mail : weena.swkj@hotmail.co.th
  2. 2. ความหมายของกราฟิ ก หมายถึง ศิลปะแขนงหนึงซืงใช้การสือความหมายด้วย ่ ่ ่ เส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย กราฟ แผนภูม ิ การ์ ตูน ฯลฯ เพือให้สามารถสือความหมายของข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามที่ ่ ่ ผู รบสารต้องการ ้ั
  3. 3. ความหมายของคอมพิวเตอร์ กราฟิ ก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกียวกับรูปภาพ โดยใช้เครืองคอมพิวเตอร์ ใน ่ ่ การจัดการ เช่น การทาตกแต่งภาพทีเ่ รียกว่า Image Retouching ภาพคนแก่ ให้มวยทีเ่ ด็กขึน การใช้ ีั ้ ภาพกราฟิ กในการนาเสนอข้อมูลต่าง ๆ
  4. 4. ภาพกราฟิ กแบ่งเป็ น 2 ประเภท คือภาพกราฟิ กแบบ 2 มิติ และแบบ 3 มิติ เป็ นภาพทีพบเห็นโดยทัวไป ได่แก่ ่ ่ ภาพถ่าย รูปวาด สัญลักษณ์ การ์ ตูนต่าง ๆ ในโทรทัศน์ เช่น ชินจัง โดเรม่อน
  5. 5. ภาพกราฟิ กแบ่งเป็ น 2 ประเภท คือภาพกราฟิ กแบบ 2 มิติ และแบบ 3 มิติ เป็ นภาพกราฟิ กทีใ่ ช้โปรแกรมสร้าง ภาพ 3 มิต ิ เช่น 3Dmax, Maya ทาให้ได้ภาพทีมสและ ่ีี แสงเงาเหมือนจริง เหมาะสาหรับการออกแบบและสถาปัตยกรรม เช่น การผลิตรถยนต์ และภาพยนตร์ การ์ ตูน 3 มิต ิ
  6. 6. คอมพิวเตอร์ ประมวลผลภาพอย่างไร1.การประมวลผลภาพแบบเวกเตอร์(Vector)2.การประมวลผลภาพแบบบิตแมพ (Bitmap)
  7. 7. คอมพิวเตอร์ ประมวลผลภาพอย่างไร เป็ นการประมวลผลแบบอาศัยการคานวณทางคณิตศาสตร์ โดยมีสและ ี ตาแหน่งของสีทแน่นอน ฉะนันไม่ว่าเราจะมีการเคลือนทีหรือย่อขยายขนาด ี่ ้ ่ ่ ของภาพ ภาพจะไม่เสียรูปทรงในเชิงเรขาคณิต ตัวอย่างเช่นรูปการ์ตูน ได้แก่โปรแกรม Illustrator และ CorelDraw เป็ นต้น
  8. 8. ภาพแบบเวกเตอร์ (VECTOR) เช่น นามสกุล .wmf .ai
  9. 9. คอมพิวเตอร์ ประมวลผลภาพอย่างไร เป็ นการประมวลผลแบบอาศัยการอ่านค่าสีในแต่ละพิกเซลมีชอเรียกอีก ื่ อย่างหนึงว่า Raster Image แต่ละพิกเซลมีการเก็บค่าสีทเี่ จาะจง ่ ในแต่ละตาแหน่ง ซึงเหมาะกับภาพทีมลกษณะแบบภาพถ่าย ได้แก่โปรแกรม ่ ่ีั Photoshop และ PhotoPaint เป็ นต้น
  10. 10. ภาพแบบบิตแมพ (BITMAP)เช่น นามสกุล.bmp.pcx.gif.jpg.tif
  11. 11. ความรู้เรืองความละเอียด ่ จุดภาพ หรือ พิกเซล ( pixel) เป็ นหน่วยพืนฐานของภาพ คือจุดภาพบน ้ จอแสดงผล หรือ จุดภาพในรูปภาพทีรวมกันเป็ นภาพขึน โดยภาพหนึงๆ จะประกอบไป ่ ้ ่ ด้วยจุดภาพหรือพิกเซลมากมาย และแต่ละภาพทีสร้างขึนจะมีความหนาแน่นของจุดภาพ หรือบางครังแทนว่าความ ่ ้ ้ ละเอียด (ความคมชัด)ทีแตกต่างกันไป จึงใช้ในการบอกคุณสมบัตของภาพ จอภาพ หรือ ่ ิ อุ ปกรณ์แสดงผลภาพได้ จอภาพทีมจานวนพิกเซลมาก จะมีความละเอียดของภาพมาก โดยมากจะระบุจานวน ่ี พิกเซลแนวนอน x แนวตัง เช่น 1366 x 768 พิกเซล ้ คาว่า "พิกเซล" ( pixel) มาจากคาว่า "พิกเจอร์" ( picture) ที่ แปลว่า รูปภาพ และ "เอเลเมนต์" ( element) ทีแปลว่า องค์ประกอบ ่
  12. 12. ความรู้เรืองความละเอียด ่ คานีสามารถใช้ได้กบสถานการณ์ทแตกต่างกัน เช่น ความละเอียดของ ้ ั ี่ การแสดงผลของเครืองพิมพ์ หรือความละเอียดในการแสดงผลของจอภาพ ่ ดังนันความละเอียดในการแสดงผลจึงหมายถึง ้
  13. 13. ความรู้เรืองความละเอียด ่ จานวนจุดภาพทีใ่ ช้ประกอบกันเป็ นภาพหรือความละเอียดจากการสแกนภาพ การ แสดงภาพได้ละเอียดมากเท่าใดนันขึนอยู่กบประเภทของจอภาพ VGA จะแสดงภาพได้ ้ ้ ั ละเอียดน้อยกว่า SVGAความละเอียดของภาพสามารถบอกเป็ นตัวเลขสองจานวน เช่น ความ ละเอียดของภาพขนาด1024x768 ซึงเมือคานวณออกมาแล้วก็คอจานวนจุดที่ ่ ่ ื จอภาพสามารถสร้างออกมาได้ ในกรณีนเ้ ี ลขจานวนแรกคือจานวนจุดในแนวนอนซึงเท่ากับ 1024 จุด ตัวเลข ่ จานวนทีสองคือจานวนจุดในแนวตัง ซึงเท่ากับ 768 จุด ่ ้ ่
  14. 14. ความรู้เรืองความละเอียด ่ หมายถึง หน่วยของจานวนจุดทีมากทีสุดทีจอคอมพิวเตอร์สามารถผลิต ่ ่ ่ ได้ โดยความละเอียดในการแสดงผลของจอ จะขึนกับวีดโี อการ์ด ทีเ่ รียกว่า ้ การ์ดจอ ซึงจะมีความสามารถในการแสดงผล ่ หลากหลาย เช่น แสดงผลทีความละเอียด 800 x 600 พิกเซล ่ หมายถึง จานวนพิกเซลในแนวนอน เท่ากับ 800 และจานวนพิกเซลในแนวตัง ้ เท่ากับ 600
  15. 15. ความรู้เรืองความละเอียด ่ คือ จานวนจุดเลเซอร์ทเี่ ครืองพิมพ์สามารถผลิตได้ต่อนิว เช่น ถ้า ่ ้ เครืองพิมพ์แบบเลเซอร์มความละเอียด 300 จุดต่อนิว ( dots per ่ ี ้ inch – dpi ) นันคือ เครืองพิมพ์สามารถพิมพ์ได้ 300 จุดทุกๆ ่ ่ 1 นิว ้
  16. 16. ระบบสีสีที่ใช้ ในงานด้ านกราฟิ กทั่วไป มี 4 ระบบ คือ 1. RGB 2. CMYK 3. HSB 4. LAB
  17. 17. ระบบสี 1. RGB เป็ นระบบสีท่ีประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ แดง ( Red), เขียว ( Green) และน้าเงิน ( Blue) เมือนามาผสมผสานกันทาให้ ่ เกิดสีต่าง ๆ บนจอคอมพิวเตอร์มากถึง 16.7 ล้านสี ซึ่งใกล้เคียงกับสีท่ีตาเรามองเห็นปกติ สีท่ีได้จากการผสมสี ่ ขึ้นอยู่กับความเข้มของสี โดยถ้าสีมความเข้มมาก เมือนามาผสม ี กันจะทาให้เกิดเป็ นสีขาว จึงเรียกระบบสีน้ ว่าแบบ Additive ี หรือการผสมสีแบบบวก
  18. 18. ระบบสี 2. CMYK เป็ นระบบสีทใี่ ช้กบเครืองพิมพ์ทพมพ์ออกทางกระดาษหรือวัสดุผวเรียบอืน ๆ ั ่ ี่ ิ ิ ่ ซึงประกอบด้วย สีหลัก 4 สี คือ สีฟา (Cyan), สีม่วงแดง (Magenta), สี ่ ้ เหลือง (Yellow) และสีดา (Black) เมือนามาผสมกันจะเกิดสีเป็ นสีดา แต่จะไม่ดาสนิท เนืองจากหมึกพิมพ์มความไม่บริสุทธิ์ ่ ่ ี จึงเป็ นการผสมสีแบบลบ (Subtractive) หลักการเกิดสีของระบบนี้ คือ หมึกสีหนึง ่ จะดูด กลืนแสงจากสีหนึงแล้วสะท้อนกลับออกมาเป็ นสีต่าง ๆ เช่น สีฟาดูดกลืนแสงของสีม่วง ่ ้ แล้วสะท้อนออกมาเป็ นสีน้าเงิน ซึงจะสังเกตได้ว่าสีทสะท้อนออกมาจะเป็ นสีหลัก ่ ี่ ของระบบ RGB การเกิดสีในระบบนีจงตรงข้ามกับการเกิดสีในระบบ RGB ดัง ้ึ ภาพ
  19. 19. ระบบสี 3. HSB เป็ นระบบสีแบบการมองเห็นของสายตามนุษย์ ซึงแบ่งออกเป็ น 3 ส่วน คือ ่ Hue คือ สีต่าง ๆ ทีสะท้อนออกมาจากวัตถุแล้วเข้าสู่สายตาของเรา ซึงมักจะเรียกสี ่ ่ ตามชือสี เช่น สีเขียว ่ สีเหลือง สีแดง เป็ นต้น Saturation คือ ความสดของสี โดยค่าความสด ของสีจะเริมที่ 0 ถึง 100 ถ้ากาหนด Saturation ที่ 0 สีจะมีความสดน้อย ่ แต่ถากาหนดที่ 100 สีจะมีความสดมาก ้ Brightness คือ ระดับความสว่างของสี โดยค่าความสว่างของสีจะเริมที่ ่ 0 ถึง 100 ถ้ากาหนดที่ 0 ความสว่างจะน้อยซึงจะเป็ นสีดา แต่ถากาหนดที่ 100 สี ่ ้ จะมีความสว่างมากทีสุด ่
  20. 20. ระบบสี 4. LAB เป็ นระบบสีทไี่ ม่ขนกับอุ ปกรณ์ใด ๆ (Device Independent) ้ึ โดยแบ่งออกเป็ น 3 ส่วน คือ "L" หรือ Luminance เป็ นการกาหนดความสว่าง ซึงมีค่าตังแต่ ่ ้ 0 ถึง 100 ถ้ากาหนดที่ 0 จะกลายเป็ นสีดา แต่ถากาหนดที่ 100 จะเป็ นสี ้ ขาว "A" เป็ นค่าของสีทไี่ ล่จากสีเขียวไปสีแดง "B" เป็ นค่าของสีทไี่ ล่จากสีน้าเงินไปเหลือง

×