ผลิตสัตว์ 22/06/54

2,409 views
2,177 views

Published on

วิชาการผลิตสัตว์ 22/06/54

Published in: Education
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
2,409
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
39
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ผลิตสัตว์ 22/06/54

  1. 1. พันธ์ ุและการผสมพันธ์ ุสุกร ผศ.ดร. กนกรัตน์ ศรีกจเกษมวัฒน์ ิ ัสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสตว์และประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตร โทร 082 4297700
  2. 2. จัดแบ่งตามรูปร่างลักษณะและคุณภาพเนือ ้แบ่งได้ 3 ประเภทคือ ประเภทมัน (Lard type) ประเภทเนือ (Meat type) ้ ประเภทเบคอน (Bacon type)
  3. 3.  สุกรพื้นเมืองในประเทศไทยอยู่ในวงศ์ Sus indicus ขนาดเล็ก สะโพกและไหล่แคบ หลังแอ่น ท้องยาน ลาตัวสั้น พันธุ์ควาย, พันธุ์ราด/พันธุ์พวง, พันธุ์กระโดน, พันธุ์ไหหลา, พันธุเหมย ์ ซาน ซากมีเนื้อแดงน้อยไขมันมาก ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีโดยเฉพาะอาหารที่มีคุณภาพต่า เลี้ยงลูกเก่ง เหมยซาน ไหหลา
  4. 4. ◦ พันธุไหหลา ์◦ พันธุราดหรือพวง ์◦ พันธุควาย์
  5. 5.  เลี ้ยงอยูแถบถาคกลางและภาคใต้ ่ มีลกษณะสีดาท้ องขาว หรื อสีดาปนขาวสลับกัน ท้ องมักขาว ั จมูกยาวแอ่นขึ ้นเล็กน้ อย คางย้ อย ไหล่กว้ าง หลังแอ่น สะโพกเล็ก ขาและข้ อเท้ ามัก อ่อนแอ โตเร็ ว และสืบพันธุ์ได้ เร็ วกว่าสุกรพื ้นเมืองพันธุ์อื่น ๆ โตเต็มที่หนักประมาณ 110-120 กิโลกรัม
  6. 6. สุกรพันธุ์พวง เคยพบมากทางภาคเหนือ ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ มีลกษณะสีดาตลอดตัว ั ลาตัวสันและปอมโตช้ า ้ ้ กระดูกเล็ก หลังแอ่น หน้ ายาว จมูกยาว หูตง้ั เล็ก โตเต็มที่หนักประมาณ 60-80 กิโลกรัม
  7. 7.  เลี ้ยงตามภาคเหนือและภาค กลาง มีลกษณะคล้ ายสุกรไหหลา ั แตกต่างกันที่พนธุ์ควายจะมีสีดา ั มีหใหญ่ ปรกเล็กน้ อย มีรอยย่น ู ตามตัว เป็ นสุกรที่มีขนาดใหญ่ กว่าสุกร พื ้นเมืองพันธุ์อื่น แม่สกรโตเต็มที่ ุ หนักประมาณ 80-100 กิโลกรัม
  8. 8.  เลี ้ยงตามภาคต่าง ๆ ทัวไป ่ มีขนหยาบแข็ง สีน ้าตาลเข้ มหรื อสีดา เข้ ม หรื อสีดอกเลา หนังหนา หน้ ายาว จมูกยาวและแหลมกว่าสุกรพื ้นเมือง ขา เล็กและเรี ยว ดูปราดเปรี ยว พบ 2 พันธุ์ คือ พันธุ์หน้ ายาว และพันธุ์ หน้ าสัน ้ แม่สกรโตเต็มที่หนักประมาณ 80 ุ กิโลกรัม
  9. 9.  ประเทศไทยได้เคยนาพันธุ์สุกรพันธุ์ต่างประเทศเข้ามาเลี้ยงนานแล้วตังแต่ปี ้ พ.ศ. 2461 ซึงเป็นสุกรพันธุ์ลาร์จแบล็คและเอสเสดซ์จากประเทศอังกฤษ ่ ปี พ.ศ. 2482 และ 2492 มีการนาเข้าสุกรพันธุ์ มิดเดิลไวท์ เบอร์กเชียร์ ลาร์จ ไวท์ เทมเวิธ ดูร็อก และแฮมเชียร์ มาจากประเทศออสเตรเลียและ สหรัฐอเมริกา ต่อมาสูญพันธุ์ไปหมด จนปี พ.ศ. 2500 กรมปศุสัตว์ได้วางมาตรการการปรับปรุง ขยาย และรักษา พันธุ์สุกรต่างประเทศให้ดีขึ้น และได้สงพันธุ์ลาร์จไวท์และดูร็อกชุดใหม่เข้า ั่ มาเมื่อปี พ.ศ. 2500, 2504 และ 2505 พันธุ์แลนด์เรซถูกสั่งเข้ามาครังแรกเมื่อปี พ.ศ 2506 ต่อมาสุกรทัง 3 พันธุ์เป็น ้ ้ พันธุ์ทได้รบความนิยมมาก ี่ ั
  10. 10.  ใบหูใหญ่พับปรกจนปิดตา (Lop ears) ลาตัวยาวมาก(มีซี่โครงมากกว่าพันธุ์อื่นๆ 1-2 คู่ (ปกติมี16-17 คู่ ) หัวเล็ก จมูกยาว หัวและหลังค่อนข้างตรง สะโพกกลมใหญ่เห็นได้ชัด
  11. 11.  โตเร็ว ให้ลกดก เลี้ยงลูกดี ู มีประสิทธิภาพการเปลียนอาหารดี ่ ซากมีเนื้อแดงสูงไขมันน้อย เต้านมมากกว่า สะดวกต่อลูกสุกรเข้าไปดูดนม
  12. 12.  กระดูกขาเล็ก มักมีปัญหาเรื่องขา ไม่ทนร้อน ข้อเท้าอ่อน กล้ามเนื้อด้านในของขาหลัง ฉีกขาดได้ง่าย มีความต้านทานโรคปากและเท้าเปื่อยต่า มียีนเลวอยู่หลายอย่าง เช่น ไส้เลื่อนทางช่องท้องและ ทางถุงอัณฑะ ไม่มีรูทวารหนัก เป็นต้น
  13. 13.  ผิวหนัง ขน สีขาว ใบหูตั้ง (prick ears) ลาตัวยาว น้อยกว่าและหลังโค้งมากว่า พันธุ์แลนเรด ลักษณะใบหน้าสั้นและกว้างกว่าพันธุ์แลนด์เรซ ใบหน้าหัก และปลายจมูกงอนขึ้นเล็กน้อย ไหล่หนาใหญ่เท่ากับหรือมากกว่าสะโพกทาให้สะโพกดูไม่เด่น เลี้ยงลูกเก่ง ให้ลูกดก เจริญเติบโตเร็ว มีขาและกีบแข็งแรง
  14. 14.  เป็นสุกรที่ได้รบการปรับปรุงมากจากพันธุ์ยอร์คเชียร์ ซึง ั ่ มีสีขาวมีจุดด่างดา จึงทาให้ลาร์จไวท์บางตัวอาจมีจุดดา ได้ แต่จัดเป็นลักษณะที่ไม่ต้องการ
  15. 15.  สีแดง, น้าตาแดงเข้ม จนถึงน้าตาลอ่อนคล้ายสีทอง ลาตัวหนามาก,มีหลังโค้ง แลดูบึกบึนแข็งแรง โตเร็ว ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ถ้าให้อาหารมากจะอ้วนเร็วมาก แข็งแรง นิสัยดุ เลี้ยงลูกไม่เก่งแต่หวงลูก นิยมใช้เป็นพ่อพันธุ์เพื่อผลิตสุกรขุน เพราะลูกที่ได้จะเลี้ยงง่ายโตเร็ว
  16. 16.  ลาตัวสีดามีแถบสีขาวคาดทีหวไหล่จรดขาหน้าทังสอง ่ ั ้ หูตั้ง หัวเล็ก หลังโค้ง นิยมใช้เป็นพ่อพันธุ์เพื่อผลิตสุกรขุน การให้ลกและการเลียงลูกยังด้อยกว่าพันธุ์อนๆ ู ้ ื่ เมื่อเลียงในประเทศไทยจึงไม่นยมใช้เป็นแม่พันธุ์ ้ ิ
  17. 17.  สีตวมีสขาวสลับแต้มดาทัวทั้งตัว ใบหูตั้ง ั ี ่ สะโพกกลมนูนเด่นชัด มีชื่อเสียงเรืองการให้เนือแดงมาก ่ ้ มักมีปญหาตกใจช็อกตายง่าย ั มีปญหาเรื่อง PSE ; pale soft exudative ั (เนื้อซีด นิ่ม เนือแฉะน้า) ้
  18. 18.  มีพันธุกรรมยีนด้อยชื่อ Malignant Hyperthermia Gene ทาให้สุกรไม่ทนต่อความเครียดและความร้อน นิยมเรียกอาการนี้ว่า Porcine Stress Syndrome (PSS) PSS และซากสุกรที่ตายจากความเครียดนีจะมีลักษณะสี ้ ซีด นิ่มเหลว และแฉะน้า (Pale Soft Exudates) หรือ เนื้อ PSE จัดเป็นเนื้อคุณภาพต่า มาก
  19. 19.  ลาตัวสีดา มีจุดแต้มขาวตามร่างกาย 6 แห่ง คือหน้าผาก เท้าทังสี่ และปลายหาง ้ หน้าสันหัก หน้าผากกว้าง หูโตปานกลาง ตังตรงไปข้างหน้า คางเข้ารูปดี รูปร่าง ้ ้ สมส่วน ลาตัวยาวลึกและกว้าง หนังเรียบ ขามีขนาดความยาวพอดี จัดเป็นสุกรขนาดกลาง ตัวผูโตเต็มที่หนัก 300 -400 กก. ้ ตัวเมียหนัก 200 - 300 กก.
  20. 20.  สุกรที่ทนต่อสภาพแร้นแค้นได้ดี การเจริญเติบโตไม่ดี กินอาหารเปลือง แม่ให้ลูกไม่ค่อยดก จะดีขึ้นเมื่อไปผสมกับพันธุ์อื่น มีน้านมเลี้ยงลูกมาก และ เลี้ยงลูกเก่ง อัตราการเจริญเติบโตดี คุณภาพซากดี มีมัน น้อย กล้ามเนื้อสะโพกและบั้นเอวใหญ่และมีเนื้อมาก ผสมติดยาก ลูกไม่ดก น้าหนักต่อครอกน้อย แม่ให้น้านม น้อย โตช้า ประสิทธิภาพการใช้อาหารต่า
  21. 21.  อายุเจริญพันธุ์ 4-9 เดือน ตัวผู้ = เริมผลิตอสุจิ ่ ตัวเมีย = เริมเป็นสัดครังแรกมีการตกไข่ ่ ้
  22. 22.  อายุประมาณ 8 เดือน น้าหนักประมาณ 110-125 kg เมือสุกรเป็นสัดรอบที่ 2-3 ่
  23. 23.  คือระยะเวลาทีไข่ของตัวเมียแก่พร้อมที่จะหลุดจากรังไข่และ ่ ยินยอมให้ตวผูขึ้นทับ ั ้ อวัยวะเพศบวมแดง ปากช่องคลอดมีเมือกชุ่ม กระวนกระวาย และสนใจตัวผู้ บางตัวซึมไม่กนอาหาร บางตัวปีนทับตัวเมียด้วยกัน ิ ไข่ตกระยะกลางของการเป็นสัด ระยะการเป็นสัดนาน 2-3 วัน แม่สกรเป็นสัดนานกว่าสุกรสาว ุ
  24. 24.  เมื่อไข่ตกจากรังไข่ อาการบวม แดงจะยุบและซีดลง ถ้าใช้มือกด สะโพกจะยืนนิ่ง เป็นระยะทีเหมาะในการผสมพันธุ์ ่ ทีสด ่ ุ สุกรทีอุ้มท้องและแม่ลกอ่อน จะ ่ ู ไม่เป็นสัด เป็นสัดรอบต่อไปในเวลา ประมาณ 18-24 วันถัดไป หาก ผสมไม่ตด รอบละประมาณ 21 ิ วันโดยเฉลีย ่
  25. 25.  ไข่ตกจากรังไข่ประมาณชัวโมงที่ 24 ถึง 36 หลังเริ่มเป็นสัด ่ หรือก่อนหมดเวลาเป็นสัดประมาณ 11-12 ชั่วโมง การผสมพันธุควรทาเมืออยูระยะปลายการเป็นสัดหรือประมาณ ์ ่ ่ วันทีสองของการเป็นสัด ่ ไข่จะผสมกับอสุจตอนที่เคลือนมาอยูใกล้รอยต่อระหว่างท่อไข่ ิ ่ ่ กับปีกมดลูก เมื่อไข่ผสมแล้วจะเคลือนมาเกาะทีปกมดลูก ่ ่ ี อัตราการตกไข่ครั้งละ 10-20 ฟอง สุกรสาวจะตกไข่น้อยกว่าสุกรอายุมาก สุกรทีให้ลกท้องที่ 5- ่ ู 70จะให้ไข่ทตกสูงสุด ี่
  26. 26.  สุกรอุมท้องนานเฉลีย 114 (114 ± 3) วัน ้ ่ สุกรสาวมีระยะอุ้มท้องสั้นกว่าสุกรมีอายุมาก สภาวะแวดล้อมเช่นอากาศและความเครียดอาจจะทาให้ คลอดเร็วขึน้ การใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์เร่งการคลอดจะทาให้จดการ ั ง่ายขึน ้
  27. 27.  9-12 ตัวต่อครอก จานวนลูกสุกรต่อครอกมากเกินไปลูกจะมีขนาดเล็ก อ่อนแอ ตายมาก ลูกทีมากกว่าจานวนเต้านมแม่จะโตไม่ ่ สม่าเสมอ และมีตวแคระแกร็น ั น้อยเกินไปจะเกิดความเสียหาทางเศรษฐกิจ
  28. 28.  แม่สกรทีคลอดแล้วจะกลับเป็นสัดครังแรกหลังคลอด ุ ่ ้ ประมาณ 5 วันแต่ไม่มีการตกไข่ การเป็นสัดจะสมบูรณ์เมือหย่านมลูกจากแม่แล้ว 3- ่ 10 วัน
  29. 29.  อายุเกิน 8 เดือน ใช้งานไม่ควรเกิน 2-4 ครั้งต่อ สัปดาห์ พ่อที่อายุเกิน 15 เดือน ผสมได้มากกว่านัน แต่ไม่ควร ้ เกิน 2 ครังต่อวัน ้ สุกรทีแข็งแรงสามารถใช้เป็น ่ พ่อพันธุได้นานถึงอายุ 4 ปี ์
  30. 30.  มีการใช้ทั้งน้าเชื้อสดและแช่แข็ง น้าเชื้อสุกรที่รีดมาครั้งหนึ่งเมื่อเจือจางแล้วสามารถ แบ่งไปผสมแม่สุกรได้ถึง 10 แม่ ปรับปรุงพันธุ์สายพ่อพันธุ์ ป้องกันโรคติดต่อทางระบบสืบพันธุ์ ลดภาระการเลี้ยงพ่อพันธุ์ สะดวกต่อการขนส่งและลดการสูญเสีย ขจัดปัญหาเรื่องคู่ผสมพันธุ์มีขนาดต่างกัน
  31. 31.  Pure breed (การผสมพันธุ์แท้) Hybrid (การผสมพันธุ์ลูกผสม)
  32. 32.  พันธุ์แท้พันธุ์เดียวกันผสมกัน เพื่อรักษารูปร่างและลักษณะเดิมของพันธุ์แท้เอาไว้ ต้องระวังการผสมเลือดชิด พี่ผสมกับน้อง พ่อ/แม่ผสม กับลูก ปู่/ย่า/ตา/ยายผสมกับหลาน การผสมเลือดชิดทาให้ลูกสุกรที่ออกมามีลักษณะ ผิดปกติ การเจริญเติบโตช้า และอ่อนแอ เป็นต้น ต้องใช้สุกรพันธุ์แท้จากฝูงอื่นมาผสม ต้องเปลี่ยนพ่อ พันธุ์ทุก 1-2 ปีเพื่อป้องกันการผสมเลือดชิด
  33. 33.  ผสมเพื่อผลิตสุกรขุน มักจะผสมระหว่างสุกร 2 พันธุ์ขึ้นไป เรียกว่าการผสม ข้ามพันธุ์ (cross breeding) เพื่อรวบรวมลักษณะที่ดีของพันธุ์ต่างๆรวมไว้ด้วยกัน และได้ลูกสุกรที่มีคุณภาพดีกว่าพ่อแม่พันธุ์แท้ หรือ เรียกว่า hybrid vigor หรือ Heterosis ลูกผสมที่ได้จะเลี้ยงง่าย เติบโตเร็ว แข็งแรง ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารดี และรูปร่างดี
  34. 34. สุกรพันธุ์การค้าทีจาหน่ายอยูในปัจจุบัน ทังหมดเป็นสุกรลูกผสมที่ได้รบ ่ ่ ้ ั การผสมข้ามจากพันธุ์แท้สองพันธุ์ขึ้นไปส่วนใหญ่มักเป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์หลักคือ ลาร์จไวท์ แลนด์เรซ ดูร็อก และเพียเทรียน ทาการคัดเลือกอย่างเข้มงวด และผสมเลือดชิดอีกหลายชัวอายุ พร้อมกับ ่ ทาการทดลองผสมข้ามกับสายพันธุ์อื่นที่สร้างขึ้นมักใช้ชื่อบริษทหรือตัวย่อของบริษทเป็นชื่อพันธุ์ และกาหนดการใช้อย่าง ั ั แน่นอนว่าสายพันธุ์นี้เป็นสายตัวผู้ สายพันธุนี้เป็นสายตัวเมีย เพื่อให้ได้ ์ ผลผลิตที่สงทีสด จากอิทธิพลของ Heterosis ู ่ ุเมื่อนาลูกของมันมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อ จะได้ผลผลิตที่ลดลง เพราะไม่ได้ ผลดีจาก Heterosis อีกต่อไป
  35. 35. สาหรับลูกสุกรขุนจากพ่อแม่พันธุ์ลูกผสมการค้าเหล่านี้ ได้รับอิทธิพลของ Heterosisสูงที่สุด จึงทาให้มีลักษณะทางโครงสร้างกล้ามเนื้อ การเจริญเติบโตที่สูงมาก และสม่าเสมอกันทั้งฝูง แต่มีลักษณะสี และใบหน้า หรือหู ที่แตกต่างกันมากภายในฝูงดังนั้นในทางปฏิบัติจึงทาให้ไม่สามารถแจกแจงได้ว่ามาจากลูกผสมการค้าสายพันธุ์ของบริษัทใด โดยดูลักษณะภายนอกได้โดยง่าย
  36. 36. ลักษณะกล้ามเนื้อเด่นชัด โตเร็ว
  37. 37. รู ปลักษณะเต้านมเด่นชัด เลี้ยงลูกเก่งให้ลูกดก
  38. 38. ◦ สุกรสายพันธุ์ใหม่ซึ่งสร้างภายในประเทศไทย โดยสถานีวิจัย และทดสอบพันธุ์สุกรนครราชสีมา เป็นสุกรพันธุ์แลนด์เรชแท้ แต่ เป็นลูกผสมต่างสายพันธุ์
  39. 39. เป็นลูกผสมดูร็อกเพียเทรียน เป็นต้น
  40. 40. ♂ Land race ♀ Large white X สุ กรสองสายพันธุ์ Xลูกผสมสามสาย เป็นสุกรสีขาว มักมีจุดสีดา เทาหรือ Durocน้าตาลบนลาตัว สีขนมีสีออกเหลืองเมื่อเทียบกับสุกรสองสาย หลังโค้งชัดเจน ใบหน้าเล็กไม่ยาว และหูโคนตั้งปรกปลาย ซึ่งลักษณะเหล่านี้ได้จากพันธุ์ดูร็อก สุ กรขุนสามสายพันธุ์
  41. 41.  ระบบการผสมพันธุ์สุกรที่นิยมในปัจจุบัน คือ การผลิต สุกรขุนลูกผสมสามสาย (ดูร็อก 50% ลาร์จไวท์ 25% และแลนด์เรซ แลนด์เรซ 25%) เพื่อเลี้ยงและจาหน่ายเป็นสุกรเนื้อส่งตลาดเพื่อการ บริโภคเท่านั้น ไม่นามาใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์เพื่อผลิตลูกสุกรต่อไป ลูกผสมเหล่านี้มีความสามารถในการเลี้ยงลูกค่อนข้างต่า และให้ลูกรุ่นต่อไปที่มีคุณภาพต่ากว่าตัวเอง ทั้งด้านการ เจริญเติบโต คุณภาพซาก
  42. 42. ดูร็อก มีสีเหลืองทองจนเป็นสีแดงออกดา หรือสีนาตาลแก่ ลาตัวสั้น หนา ้ลาตัวโค้ง สะโพกและไหล่หนา
  43. 43. ◦ แลนด์เรซ มีสีขาวปลอดและต้องไม่มจุดสีใดๆ มีใบหน้ายาวและ ี แคบมาก หน้าไม่หัก ใบหูใหญ่ปรกปิดหน้าชัดเจน ลาตัวยาวมาก อาจมีซี่โครงมากกว่าถึง 16-17 คู่ หลังไม่โค้ง บางครั้งดูตรงแบน สะโพกโตเห็นเด่นชัด ขาและกีบไม่คอยแข็งแรง ่
  44. 44. Large whiteผิวหนัง ขน สีขาว ใบหูตง (prick ears) ลาตัวยาว น้อยกว่าและ ั้หลังโค้งมากว่าพันธุ์แลนเรดลักษณะใบหน้าสั้นและกว้างกว่าพันธุ์แลนด์เรซใบหน้าหัก และปลายจมูกงอนขึ้นเล็กน้อย

×