868 file1

423 views
315 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
423
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
5
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

868 file1

  1. 1. ธนัช สุขวิมลเสรี (2549) “การขนส่งในเมืองอย่างยั่งยืน” โยธาสาร ปีที่ 18, ฉบับที่ 3 (พฤษภาคม–มิถุนายน 2549) (ISSN 0858-0774) การขนส่งในเมืองอย่างยังยืน ่ (Sustainable Urban Transportation) ธนัช สุขวิมลเสรี บทนา ด้วยบทบาทที่สาคัญของการขนส่ง คือ การให้บริการหรือการอานวยความสะดวกในการ เคลื่อนย้ายคน หรือสินค้าจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการขนส่งจึงมีความสาคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจ ใน เมืองส่วนใหญ่ การขนส่งเป็นตัวชี้นาการเจริญเติบโตของเมือง ก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินใน รูปแบบต่างๆ ทว่าการพัฒนาการขนส่งในเมืองที่ผ่านมาในอดีต เป็นเพียงเพื่อตอบสนองความ ต้องการในการเดินทางและการขนส่งเท่านั้น โดยมิได้มีการวางแผนและคานึงถึงผลกระทบอื่นๆ ที่ จะตามมา บทความนี้จะได้กล่าวถึงสถานการณ์การขนส่งในเมือง รวมถึงแนวทางการพัฒนาการ ขนส่งในเมืองอย่างยั่งยืน สถานการณ์การขนส่งในเมือง รถยนต์กาลังครองโลก การครอบครองรถยนต์กลายเป็นเรื่องปกติไปในบรรดาประเทศที่พัฒนาแล้ว การดารงอยู่ ของมนุษย์ในปัจจุบัน มีความผูกพันกับรถยนต์มากเสียจนกระทั่งว่าเราไม่สามารถจินตนาการได้ ถึงชีวิตที่ปราศจากรถได้เลย เสรีภาพที่จะไปไหนก็ได้ในทุกที่และทุกเวลา กลายเป็นสิทธิที่ได้รับการ ยอมรับไปเสียแล้ว แผนที่ของเมืองได้แผ่ขยายออกไปมากขึ้น ในขณะที่เราได้รถยนต์มาช่วยย่น ระยะทางและเวลา เมืองที่ถูกสร้างขึ้นหลังจากที่มีการประดิษฐ์รถยนต์ขึ้นมา ล้วนแต่ได้รับการ ออกแบบเพื่ออานวยความสะดวกแก่รถยนต์และสร้างภาวะพึ่งพารถยนต์ในหมู่ชาวเมือง อย่างเช่น เมืองลอสแองเจลิส ในสหรัฐอเมริกา เมืองบราซิลเลีย ในบราซิล หรือเมืองมิลตัน เคนส์ ในอังกฤษ เป็นต้น การออกแบบเมืองให้มีความหนาแน่นน้อย เกิดจากการตั้งสมมติฐานว่า ผู้อยู่อาศัยจะมี รถยนต์เป็นของตัวเอง การเดินทางกลายเป็นส่วนหนึ่ งของชีวิตประจาวัน และต้องขับรถเป็นระยะ
  2. 2. 2ทางไกลทุกวัน เมืองในลักษณะนี้ ได้รับการออกแบบให้มีถนนที่ไม่จากัดความเร็ว เพื่ออานวยความสะดวกให้กับรถยนต์ ถนนมีพื้นที่กว้างขวางมากกว่าบาทวิถีอันจากัดเฉพาะให้คนเดินเสียอีกBarter Duparc (1972) ภาพที่ 1 การขนส่งในอดีต ภาพที่ 2 สภาพการจราจรในกรุงเทพมหานครผู้สร้างมลพิษรายใหญ่ ยนตรกรรมเป็ น ตั ว การท าให้ เ กิ ด มลพิ ษ ขนานใหญ่ ซึ่ ง ส่ ง ผลต่ อ สุ ข ภาพของมนุ ษ ย์เช่นเดียวกับได้ทาลายต้นไม้และพืชผลต่างๆ นอกจากไนโตรเจนออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน และคาร์บอนมอนอกไซด์แล้ว รถยนต์ยังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในปริมาณมหาศาลด้วยน้ามันเชื้อเพลิง 1 ถัง มีส่วนทาให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่าง 120-180 กิโลกรัม รถตามท้องถนนในทุกวันนี้ ทาให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงร้อยละ 15 ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาทั่วโลก ความเข้มข้นของก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ในอากาศมีเพิ่มมากขึ้น และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นต่อไป มลภาวะทางอากาศกาลังเลวร้ายลงทั่วโลก ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980 การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทาให้จานวนผู้ครอบครองรถยนต์และการใช้รถยนต์เป็นพาหนะเพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศกาลังพัฒนา ในปี ค.ศ.1992 มีการใช้รถยนต์เป็นพาหนะ 600 ล้านคันทั่วโลก จราจรที่ติดขัดอย่างหนัก พร้อมกับหมอกควันจากท่อไอเสี ยรถยนต์ กลายเป็นลักษณะร่วมกันของเมืองต่างๆ ทั่วโลก
  3. 3. 3 http://www.eta.co.uk/ ภาพที่ 3 มลภาวะที่เกิดจากรถยนต์การขนส่งทางไกล การส่งเสริมการค้าเสรีในยุโรป ทาให้การขนส่งทางไกลระหว่างศูนย์กลางเมืองต่างๆ โดยรถบรรทุกเพิ่มมากขึ้น เครื่องยนต์ดีเซลของรถบรรทุก เป็นตัวการทาให้เกิดก๊าซไนโตรเจนออกไซด์และเขม่าควันอันมีส่วนทาให้เกิดมะเร็งในปอด แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการออกกฎหมายบังคับให้รถยนต์คันใหม่หลังปี ค.ศ.1993 ทุกคัน ต้องติดเครื่องกรองอากาศเสีย ทว่าการควบคุมควันไอเสียจากเครื่ อ งยนต์ ดี เ ซลก็ ยั ง ท าได้ ไ ม่ ม ากนั ก คณะท างานเฉพาะกิ จ ด้ า นสิ่ ง แวดล้ อ มของคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป ได้แถลงว่า การขนส่งถือเป็นปัจจัยสาคัญที่สุดประการหนึ่ง ที่ทาให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก แต่ในความเป็นจริง เจ้าของกิจการรถบรรทุกเหล่านี้จ่ายเพียง 1 ใน 8 ของต้นทุนทางสัง คมและสิ่ง แวดล้อมที่เกิดเนื่องจากการขนส่ง ทางไกลด้วยรถบรรทุก มลภาวะทางเสียง แรงสั่นสะเทือน อุบัติเหตุ และความต้องการถนนสาหรับวิ่งและที่จอดรถ ยิ่งไปกว่านั้น ควันไอเสียที่ปล่อยออกมา ล้วนเป็นภาระที่สังคมและสิ่งแวดล้อมต้องแบกรับทั้งสิ้นลอสแองเจลิส ถ้าไม่มีรถก็ไปไหนไม่ได้ ลอสแองเจลิ ส เป็ น เมื อ งที่ มี ก ารขยายตั ว ออกตามเครื อ ข่ า ยรถไฟฟ้ า ภายหลั งสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการสร้างเครือข่ายถนนสายหลัก ซึ่งมีความยาวรวมกันถึง 21,000 กิโลเมตรและมีอยู่ 2,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนที่ไม่จากัดความเร็ว สองในสามของการเดินทางที่นั่น เป็นการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล คนจานวนน้อยที่อาศัยบริการรถขนส่งมวลชนที่จะต้องทนกับ
  4. 4. 4ความไร้ป ระสิ ทธิ ภ าพและความไม่ ส ะดวกสบาย รถที่วิ่ง ได้ โดยอาศัย น้ามั น ราคาถู กเป็น ตัว ที่ควบคุมการออกแบบเมือง โดยทาให้เกิดการขยายเมืองออกไปอีกมากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงานในเมือง การขนส่ ง ทางไกลเพื่ อ ขนส่ ง สิ น ค้ า ที่ จ าเป็ น มาสู่ เ มื อ ง อาจจะกลายเป็ น เรื่ อ งเหนื อจินตนาการ หากว่าน้ามันไม่ได้มีราคาถูก ในภาวะขาดแคลนน้ามัน เมืองต่างๆ โดยเฉพาะเมืองใหญ่ที่มีความหนาแน่นของประชากรน้อย อาจจะต้องกลายเป็นอัมพาต รถยนต์และการขนส่งสาธารณะได้มีอิทธิพลต่อการขยายตัวออกไปของเมือง ซึ่งจะทาให้มีการเดินทางเข้าออกจากแถบชานเมืองเป็นประจา การประหยัดพลังงานจะเกิดขึ้นได้ หากมีการพร้อมใจกันหยุดใช้รถยนต์และหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะแทน เชื้อเพลิงเป็นสิ่งที่เผาไหม้และหมดไปในครั้งเดียว ถ้าเราเผามันไปในวันนี้ วันพรุ่ งเราจะไม่มี เชื้อเพลิง ใช้ อีก การพึ่งพิงแหล่ง พลังงานที่ใช้ แล้วหมดไปอย่างเหนียวแน่น ทาให้เมืองต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อการขาดแคลนพลังงานในอนาคตอย่างยิ่ง “ทั่วโลกมี การผลิ ตรถมากกว่า 1 คันในทุกวินาที หลัง จากนอนหลับไปทั้ง คืน พอตื่น ขึ้นมา คุณจะพบว่ามีการผลิตรถยนต์ ไว้รอท่าคุณอยู่แล้ว 30,000 คัน ในปี ค.ศ.1989 สถิติการผลิตรถยนต์ของโลกได้เพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 35 ล้านคันต่อปี” กรีนพีซ ประเทศอังกฤษ, Mad Car Diseaseแนวทางการพัฒนาการขนส่งในเมืองอย่างยั่งยืน ตามความเห็นของสหภาพสากลเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ “การพัฒนาที่ยั่งยืน จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในขอบเขตที่โลกสามารถจะรองรับได้ ” สิ่งนี้เป็นหนึ่งในนิยามที่สาคัญที่สุดในการดารงอยู่อย่างยั่งยืน เป็นที่ชัดเจนว่าการใช้ทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปอย่างเช่น เชื้อเพลิง ในขนานใหญ่ เป็นการทาลายขอบเขตที่ธรรมชาติจะรองรับได้ การพัฒนาการขนส่งในเมืองอย่างยั่งยืน จาเป็นต้องครอบคลุมในสิ่งต่อไปนี้ ได้แก่ ความสามารถในการเข้าถึง (Accessibility) ความเสมอภาคทางสังคม (Social Equity) ความยั่งยืนทางนิเวศวิทยา (Ecological Sustainability)สุขภาพและความปลอดภัย (Health and Safety) การมีส่วนร่วมของประชาชน (PublicParticipation) ความประหยัด (Economy) สารสนเทศ (Information) และการสนับสนุน(Advocacy) โดยจะขอยกตัวอย่างแนวความคิดซึ่งเป็นที่ยอมรับ ดังต่อไปนี้
  5. 5. 5ความยั่งยืนด้านพลังงาน เมืองในยุคใหม่สามารถลดความต้องการพลังงานที่ใช้แล้วหมดไปได้ ด้วยการปรับปรุ งประสิทธิภาพในการใช้และการนาระบบพลังงานจากธรรมชาติมาใช้ เพื่อจะทาให้เมืองเกิดความยั่งยืน จาเป็นที่จะต้องพิจารณาเกี่ยวกับระบบการขนส่ง การพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวกาลังเพิ่มภาระอันหนักหน่วงให้กับสิ่งแวดล้อมในเมืองและธรรมชาติโดยรอบ รถยนต์ได้ให้อิสรภาพแก่คนจานวนหนึ่ง แต่เป็นการเบียดเบียนคนเป็นจานวนมาก เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของอันตรายที่เกิดขึ้นบนท้องถนน และการบริการขนส่งสาธารณะต้องถูกตัดทอนลงไป ดังนั้นจะต้องมีนโยบายด้านการขนส่งที่ไม่ส่งเสริมให้ใช้รถยนต์เป็นอาจิณ และประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงจะมีมาก ในที่ที่มีการดาเนินระบบขนส่งสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิภาพของเชื้อเพลิงในการขนส่งและความหนาแน่นของเมือง ประชาชนจานวน 100 คนที่โดยสารรถประจาทาง ใช้เนื้อที่ถนนเพียง 40 ตารางเมตรตรงกันข้ามกับประชาชน 100 คน ในรถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งจะใช้เนื้อที่ประมาณ 2,000 ตารางเมตรการเปรียบเทียบนี้ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงคือ รถและความต้องการพื้นที่ถนน ได้กลายเป็นตัวกาหนดรูปร่ างของเมื อ งในยุค ใหม่ แต่ กระนั้น รถก็ ยัง ไม่ ส ามารถแก้ไ ขปัญ หาการเดิน ทางให้ กับคนได้ในขณะที่ภาวะรถติดได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจาวันไปแล้ว การใช้พลังงานในการขนส่งอย่างมีประสิทธิภ าพ เป็นสิ่ งจ าเป็นอย่างยิ่ง ในการลดปัญหามลภาวะในเมือง แลปริมาณการบริโภคเชื้ อเพลิ ง ในเมื อ ง เกี่ ยวข้อ งกับลั กษณะการวางผัง เส้นทางการเดินรถ และระยะทางที่ประชาชนต้องใช้ในการเดินทาง รวมทั้งรูปแบบของการเดินทางที่ใช้ด้วย โดยทั่วไป เมืองต่างๆ ในยุโรปและญี่ปุ่น สามารถประหยัดเชื้อเพลิงในการขนส่งได้มากกว่าเมืองในอเมริกาเหนือ เนื่องจากรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างหนาแน่น และระบบการขนส่งสาธารณะที่ดีกว่าในเมืองทั้งสองแห่ง ตัวอย่างเช่น ในกรุงโตเกียว มีผู้เดินทางไปทางานด้วยรถยนต์เพียงร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับในลอสแองเจลิส ซึ่งมีถึงร้อยละ 90 GTZ Thailand ภาพที่ 4 การเปรียบเทียบการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และการขนส่งสาธารณะ
  6. 6. 6 Bangkok Post ภาพที่ 5 สภาพการจราจรที่แออัดในกรุงเทพมหานครการวางผังเมืองให้เกิดความใกล้ชิดกัน การยกเลิกการแบ่งโซนในเมือง จะช่วยลดระยะทางของการเดินทางประจาวันในเมืองลงได้ เราจะต้องสร้างเมือง “ย่อย” ขึ้นมา ซึ่งจะรวมเอาที่ทางานและบ้านของคนมาไว้ด้วยกันให้มากขึ้น ความคิ ดอีกกระแสหนึ่ง ที่ ควบคู่ กันมากับความคิ ดนี้คือ การสร้างเมื องที่มี ความหนาแน่ นเพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดระยะทางที่คนต้องใช้ในการเดินทางลง เมืองต่างๆ ในทวีปอเมริกาเหนือเช่น พอร์ตแลนด์ และโอเรกอน การวางผังเมืองที่ค่อนข้างหนาแน่น ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าจะทาให้การลงทุนในกิจการขนส่งสาธารณะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า ร้อยละ 43 ของประชากรในเมืองนี้ ใช้รถประจาทางและระบบรถไฟขนาดเล็ก เพื่อการเดินทางประจาวัน ซึ่งนับว่ามากกว่าเมืองอื่นๆ ในทวีปเดียวกันถนนน้อย รถก็น้อย ทั่วโลกในยุคอุตสาหกรรมนี้ การตอบสนองความต้องการด้านพื้นผิวจราจรที่เพิ่มมากขึ้นมีวิธีเดียวคือ การสร้างถนนมากขึ้นอย่างไม่จบสิ้น แต่ยิ่งสร้างถนนเพิ่มขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งถูกถมจนเต็มด้วยรถเร็วขึ้นเท่านั้น ปริมาณจราจรมี แต่จ ะเพิ่ม มากขึ้น ตราบที่การใช้ รถยนต์ส่วนบุคคลยัง มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า และยังสะดวกมากกว่า ในรัฐ แคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีถนนอยู่ทุกแห่ง การจราจรที่ติดขัดอย่างชะงักงัน ยังเป็นสิ่ งที่เกิดขึ้นอยู่ทั่วไป เนื่องจากร้อยละ 90 ของประชากรใช้ รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง ในลอสแองเจลิส พื้นที่ 2 ใน 3 ของเมืองถูกสร้างเป็นถนนและที่จอดรถดัง นั้นจึ ง ควรมี ม าตรการเพื่อเปลี่ ย นวิ ถีการดารงชี วิ ตให้ลดการพึ่ง พารถยนต์ล ง อาทิเ ช่ น การให้บริการขนส่งสาธารณะที่มีราคาพอสมควร การจัดสิ่งอานวยความสะดวกในที่จอดรถประจาทางหรือรถราง รวมทั้งการอานวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถจักรยาน เป็นต้น
  7. 7. 7การควบคุมกระแสจราจร การใช้มาตรการควบคุมกระแสจราจรในพื้นที่ชั้นในของเมืองที่มีปริมาณรถยนต์หนาแน่นจะมีประสิทธิภาพในการช่วยลดปัญหาจราจร ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ระบบ “Woonerven” ได้เปลี่ยนให้ถนนหลายสายสามารถทาหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางสังคมแบบดั้งเดิมได้ การทาทางลาดเนินชะลอความเร็ว การทาถนนให้แคบ หรือการปลูกต้นไม้ ล้วนทาให้เกิ ดการชะลอตัวของกระแสจราจร และกระตุ้นให้คนใช้รถน้อยลง วัตถุประสงค์ก็เพื่อลดระดับความเร็วของการจราจรให้เหลือเพียงเท่ากับคนเดิน เพื่อช่วยให้การข้ามถนนได้อย่างปลอดภัย และสามารถใช้เป็นสนามเด็กเล่นได้อีกทางหนึ่ง มาตรการดังกล่าวช่วยให้เกิดการพบปะสังสรรค์กันระหว่ างประชาชนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนมากขึ้น และช่วยทาให้ความรู้สึกของการอยู่ร่วมกันแบบชุมชนกลับคืนมาด้วย ความสาเร็จในการทดลองของชาวดั ตช์ และเยอรมั น เกี่ ยวกั บการควบคุม กระแสจราจร เป็นผลให้ มี การน าความคิดนี้ไปปรับใช้ในเมืองอื่นๆ ทั่วโลก http://www.cyburbia.org/gallery/ ภาพที่ 6 ระบบ Woonervenขึ้นจักรยานดีกว่า ปริมาณรถจักรยานมีจานวนมากกว่ารถยนต์ถึงสองเท่า หรือประมาณ 800 ล้านคันทั่วโลก จักรยานและรถสามล้อถีบ เป็นรูปแบบการขนส่งที่พบเห็นมากที่สุดตามเมืองหลายแห่งในประเทศกาลังพัฒนา อย่างไรก็ตาม ในเมืองที่มีการใช้รถยนต์เป็นส่วนใหญ่ อาจเป็นเรื่องที่อันตรายต่อผู้ใช้รถจักรยาน ผู้บริหารเมืองที่มองการณ์ไกล ได้พยายามจัดให้มีทางสาหรับรถจักรยานมากขึ้น เพื่อลดปริมาณจราจร และการขับขี่รถจักรยานปลอดภัยมากขึ้น ในเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบเช่น อัมสเตอร์ดัม และอ็อกซฟอร์ด จานวนผู้ใช้รถจักรยานมีเพิ่มมากขึ้น ในเนเธอร์แลนด์ มีผู้ใช้รถจักรยานเป็นพาหนะ 1 ใน 3 ของการเดินทาง ในเดนมาร์ก เยอรมนี และญี่ปุ่น ได้มีการจัดสร้างสิ่ ง อ านวยความสะดวกส าหรั บผู้ เ ดิ น ทางจะสามารถนารถจั กรยานขึ้น ไปจอดในสถานี ข นส่ งสาธารณะได้ด้วย
  8. 8. 8 Whitelegg, J. (1993) ภาพที่ 7 แนวคิดของการใช้รถจักรยาน เพื่อลดการพึ่งพารถยนต์ www.transportcanada.org ภาพที่ 8 สถานที่ซึ่งจัดไว้สาหรับจอดรถจักรยานของ สถานีขนส่งสาธารณะ ในเมืองออตตาวา ประเทศแคนาดาเคอร์ริติบา สถานีรถบนดิน เมืองเคอร์ริติบา (Curitiba) ประเทศบราซิล เป็นเมืองที่มีความก้าวหน้าในการจัดระบบขนส่งสาธารณะในเมือง โดยมีระบบ “สถานีรถบนดิน“ ที่พิเศษ โดยเป็นระบบเครือข่ายรถประจาทางที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากเสียจนไม่มีความจาเป็นจะต้องใช้ระบบขนส่งใต้ดิน รัฐได้ดาเนินการสร้างช่องทางด่วนพิเศษสาหรับรถประจาทาง เพื่อจะได้ไม่ถูกกีดขวางโดยการจราจรป้ายรถจะห่างกันประมาณ 400 เมตร เพื่ออานวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร รวมทั้งระบบการเก็บเงิน ยังช่วยให้ผู้โดยสารสามารถจ่ายเงินโดยสารล่วงหน้าได้ เป็นการลดระยะเวลาในการขึ้นรถทางหนึ่ง ประชาชนส่วนใหญ่ ใช้บริการขนส่งสาธารณะของเมืองเป็นประจาทุกวัน เนื่องจากความรวดเร็วและราคาค่าโดยสารที่ถูกกว่าเมืองอื่นๆ ในประเทศ นอกจากนี้ทางเทศบาลยังได้จัดสร้าง
  9. 9. 9ทางรถจักรยานตามพื้นที่ต่างๆ รวมถึงการหามาตรการควบคุมกระแสการจราจรในถนนบางสายแม้ ว่าเมื องแห่งนี้จะมีอัตราการครอบครองรถยนต์สูง คือ รถยนต์ 1 คันต่อประชากร 5 คน แต่ประชาชนที่นี่กลับใช้รถยนต์น้อยกว่าเมืองอื่นๆ ในประเทศ http://www.lightrailnow.org/facts/fa_00013.htm ภาพที่ 9 Bus Rapid Transit System ในเมืองเคอร์ริติบา ประเทศบราซิล นครนิวยอร์กได้จับตามองระบบสถานีรถบนดินของกรุงเคอร์ริติบาอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อหวังจะปรับปรุงเส้นทางรถประจาทางของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เครือข่ายของรถประจาทางที่ให้ความรวดเร็ว จะช่วยให้การเชื่อมโยงระหว่างระบบขนส่งรูปแบบอื่นๆ ในเขตนครหลวงดียิ่งขึ้นรายงานการขนส่งและสิ่งแวดล้อมปี ค.ศ.2005 ในขณะที่สหภาพยุโรปกาลังมุ่งหวังที่จะมีนโยบายร่วมในด้านพลังงานของยุโรป แต่ก็ไม่ละเลยการส่ ง เสริ ม การใช้ พ ลั ง งานอย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพและนโยบายการขนส่ ง อย่ า งยั่ ง ยื นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเกี่ยวโยงระหว่างนโยบายการขนส่งและการรักษาสิ่งแวดล้อม EuropeanEnvironment Agency (EEA) ได้จัดทารายงานวิจัยเรื่อง Transport and Environment 2005:Facing a Dilemma ซึ่งเปิดเผยว่าภาคการขนส่งเป็นเรื่องท้าทายสาหรับสหภาพยุโรป เนื่องจากการเติบโตของภาคขนส่งนี้ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเพิ่มขึ้น แม้ภาคการขนส่งมีความพยายามที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างมากตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังประสบปัญหา “การดารงสภาพการสัญจรอย่างคล่องตัวโดยสร้างผลกระทบน้อยที่สุด ” สหภาพยุโรปรับทราบปัญหาเกี่ยวกับการใช้พลังงานในภาคการขนส่งมาหลายปี และพยายามแก้ปัญหาโดยการกาหนดนโยบาย แต่ก็มีความคืบหน้าช้ามาก คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปจึงจัดเตรียมข้อเสนอให้ภาคการขนส่งบรรจุอยู่ในแผน Emissions Trading Scheme (ETS) และยังระบุให้
  10. 10. 10“การขนส่ ง อย่ า งยั่ ง ยื น ” เป็ น หนึ่ ง ในความส าคั ญ เร่ ง ด่ ว นในยุ ท ธศาสตร์ SustainableDevelopment Strategy (SDS) ด้วย ข้อสรุปบางประการจากรายงานวิจัย มีดังนี้ 1) ปริมาณการขนส่งสินค้าเติบโตไปในทางเดียวกับ GDP 2) ปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเศรษฐกิจ 3) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกกาลังเพิ่มสูงขึ้น 4) แม้ว่าโดยทั่วไปการขนส่งจะสร้างมลพิษน้อยลง แต่ปริมาณการขนส่งที่มากขึ้นกลับทาให้คุณภาพอากาศและสุขภาพแย่ลง 5) แม้ว่ากาลังมีการพัฒนาทางเลือกใหม่และพลังงานที่สะอาดขึ้ น (เช่น Biofuels) แต่ยังมีปริมาณน้อย 6) การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่สามารถลดการใช้พลังงานและการปล่อยมลพิษ แต่ควรมีความพยายามในการลดก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม 7) ปริม าณก๊า ซเรือนกระจกที่ปล่ อยออกมาจากภาคการขนส่ง ของยุโรประหว่างปี1990-2002 เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 8) ไอร์แลนด์มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคขนส่ง (ไม่ รวมการบินและการเดินเรือ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 130 ขณะที่เยอรมันปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 5 9) ระดับปริมาณโอโซน (อากาศพิษที่ทาปฏิกิริยากับแสงแดด) ปัจจุบันมากเกินกว่าระดับที่คาดการณ์ไว้สาหรับปี ค.ศ.2010 10) ประมาณการว่าในยุโรปจะมีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร อันเนื่องมาจากมลภาวะทางอากาศจานวน 370,000 คนต่อปี ด้านคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปนั้น กาลังดาเนินการจัดทาแผนปฏิบัติการ (ActionPlan) ของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านการขนส่งทางรถนั้นมีข้อเสนอ อาทิเช่น การดาเนินมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนยานพาหนะที่ใช้พลังงานสะอาด ก า ร ก ร ะ ตุ้ น ใ ห้ผู้บริหารในประเทศและระดับชาติใช้ยานยนต์ที่ประหยัดพลังงานและลดมลพิษเพื่อสร้างตลาดให้แก่ผู้ผลิตยานพาหนะประเภทนี้ การใช้มาตรการห้ามยานพาหนะที่สร้างมลพิษสูงและสิ้นเปลืองน้ามันเข้าในเขตใจกลางเมือง ตลอดจนนาการรับรองมาตรฐานด้านเทคนิคมาใช้รับรองรถที่สร้างมลพิษน้อย สาหรับประเทศสมาชิก ได้ให้ความสาคัญแก่การประหยัดพลังงานในภาคการขนส่งว่าสามารถนาแผนงานออกใช้ในระดับของการปฏิบัติได้อย่างกว้างขวาง เช่น กระตุ้นการใช้การขนส่งสาธารณะและการเพิ่มประสิทธิภาพของเชื้อเพลิง เป็นต้น
  11. 11. 11การขนส่งสาธารณะที่ปลอดมลพิษ คณะกรรมาธิ การสหภาพยุโรป ได้เผยผลการทดลองซึ่ งใหญ่ที่สุดในโลกในการใช้รถประจาทางขับเคลื่อนด้วยเซลเชื้อเพลิงไฮโดรเจน และประกาศริเริ่มในการใช้พลังงานไฮโดรเจนในที่ประชุม Clean Urban Transport for Europe (CUTE) ที่เมืองฮัมบูร์ก (Hamburg) ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ.2006 ตั้งแต่กลางปี ค.ศ.2003 จนถึงปัจจุบัน รถประจาทาง 27 คันในโครงการ CUTE ได้ทดลองวิ่งเป็นระยะทางมากกว่า 1 ล้านกิโลเมตรและขนคนมากกว่า 4 ล้านคนโดยไม่ปล่อยไอเสียและไม่มีอุบัติเหตุระหว่างการทดลองวิ่ง คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปจึงประกาศริเริ่มการใช้พลังงานไฮโดรเจนเพื่อการขนส่ง ซึ่งจะประกอบด้วยการใช้ยานพาหนะพลังไฮโดรเจนจานวน 200คันและการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของสถานีเติมเชื้อเพลิง รถประจาทางที่ทดลองนั้น ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงให้แก่เซลเชื้อเพลิงซึ่งเป็นอุปกรณ์ทางเคมีและไฟฟ้าที่ใช้ออกซิเจนจากอากาศรวมกับไฮโดรเจนเพื่อผลิตไฟฟ้าที่จะขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าโดยไม่มีไอเสียเลย ความสาเร็จของโครงการ CUTE ประกอบด้วยการออกแบบ การก่อสร้างและดาเนินงานโครงข่ายการผลิตไฮโดรเจนและสถานีเติมเชื้ อเพลิงจานวน 9 แห่ง การผลิตและการใช้ไฮโดรเจนจานวนมากกว่า 192 ตัน ซึ่ง 100 ตันนั้นผลิตมาจากแหล่งกาเนิดที่นากลับมาใช้ใหม่ได้ การเติมเชื้อเพลิงอย่างปลอดภัยเกือบ 9000 ครั้ง และรถประจาทางสามารถพร้อมใช้งานได้มากกว่าร้อยละ 90 โครงการอื่นๆ ต่อไป จะอยู่ภายใต้ความคิดริเริ่มที่ชื่อว่า “Hydrogen for Transport” ซึ่งจะนายานพาหนะพลังไฮโดรเจนประมาณ 200 คันวิ่งบนท้องถนน ความคิดริเริ่มนี้เป็นการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนมูลค่า 105 ล้านยูโร ซึ่งคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปร่วมลงทุนด้วย 48ล้านยูโร “Hydrogen for Transport” ประกอบด้วย 3 โครงการคือ HyFLEET: CUTE, ZEROREGIO และ HyCHAIN: MINITRANS HyFLEET: CUTE จะใช้รถประจาทางพลังงานไฮโดรเจนเกือบ 50 คันวิ่งใน 3 ทวีป คือรถจานวน 34 คัน จะทดลองวิ่งในเมือง Amsterdam, Beijing (China), Barcelona, London,Luxemburg, Madrid, Perth (Western Australia) และ Reykjavik (Iceland) ขณะที่อีก 14 คันซึ่งใช้เครื่องยนต์ที่มีการสันดาปภายใน (Internal Combustion Engine, ICE) จะทาการวิ่งในBerlin โครงการจะตรวจสอบการพัฒนารถประจาทางรุ่นใหม่ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงขึ้นในเทคโนโลยีทังสองแบบ ้
  12. 12. 12 ZERO REGIO จะมีการทดลองใช้รถยนต์โดยสารที่ใช้เซลเชื้อเพลิงจานวน 8 คัน ทดลองวิ่งใน Frankfurt และ Mantova HyCHAIN: MINITRANS จะใช้ยานพาหนะขนาดเล็กจานวน 158 คัน (รถมินิแวน รถมินิบัส สกู๊ตเตอร์ จั กรยาน และรถเข็นคนพิการ) ในประเทศฝรั่งเศส เยอรมั น สเปน และอิตาลียานพาหนะชนิดต่างๆ เหล่านี้เป็นตัวแทนของรถต่างๆ และเป็นจุดเริ่มต้นของพลังไฮโดรเจนและเซลเชื้อเพลิง http://www.fuel-cell-bus-club.com/ ภาพที่ 10 Fuel Cell Bus ในเมือง Madrid http://www.zeroregio.com/front_content.php ภาพที่ 11 ZERO REGIOเอกสารอ้างอิงการขนส่งสาธารณะที่ปลอดมลพิษ โดย คณะผู้แทนไทยประจาประชาคมยุโรป. http://news.thaieurope.net/content/view/1236/65/.เฮอร์เบิร์ต จิราเดต์. ทาเมืองให้น่าอยู่: วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และความหวังสาหรับเมืองที่ยั่งยืน.
  13. 13. 13 แปลโดย พิภพ อุดมอิทธิพงศ์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2546.รายงานการขนส่งและสิ่งแวดล้อมปี 2005 โดยคณะผู้แทนไทยประจาประชาคมยุโรป. http://news.thaieurope.net/content/view/1076/65/.Curitibas "Bus Rapid Transit" – How Applicable to Los Angeles and Other U.S. Cities? Report by Darrell Clarke. http://www.lightrailnow.org/facts/fa_00013.htm.Cyburbia: The Planning Portal. http://www.cyburbia.org/gallery/.Environmental Transport Association Trust (ETA). http://www.eta.co.uk/.Fuel Cell Bus Club. http://www.fuel-cell-bus-club.com/.Tram in Amsterdam. http://mesh.typepad.com/photos/europe_may_2004/img_2149.html.Whitelegg, J. 1993. Time Pollution. The Ecologist 23 (4): 131-134.Willkommen bei ZERO REGIO!. http://www.zeroregio.com/front_content.php.

×