ธิเบต
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

ธิเบต

on

  • 1,440 views

ธิเบต แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

ธิเบต แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
ชุติมาสมอคำ ม.6/7 เลขที 6

Statistics

Views

Total Views
1,440
Views on SlideShare
1,440
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
4
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

ธิเบต ธิเบต Presentation Transcript

  • ธิเบต จัดทำโดย นางสาวชุติมา สมอคำ ม .6/7 เลขที่ 7 เสนอ คุณครูอินทิรา รัตนนานันท์
  • ประวัติศาสตร์ธิเบต  ทิเบต ( Tibet) ตั้งอยู่ในใจกลางของทวีปเอเชียระหว่างประเทศจีนกับอินเดีย ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 2.5 ล้านตารางกิโลเมตร ในบริเวณที่มีภูเขาและที่ราบสูงที่สุดในโลก มีอากาศแห้งและหนาวเย็น รวมทั้งที่ราบกลางหุบเขาริมแม่น้ำอันกว้างใหญ่หลายสาย อันเป็นที่พำนักพิงของชาวธิเบต ผู้ซึ่งมีวัฒนธรรมประเพณีเป็นของตนเอง มาเป็นเวลาช้านาน และมีชีวิตความเป็นอยู่แตกต่างจากผู้คนในประเทศเพื่อนบ้าน ชาวธิเบตได้มีการพัฒนาทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ในตนเอง ทั้งยังมีการพัฒนาด้านสติปัญญาและจิตใจ ได้แก่ การมีภาษาที่โดดเด่น มีวรรณกรรมอันยิ่งใหญ่ และมีผลงานศิลปะที่น่ามหัศจรรย์ นอกจากนี้ อารยธรรมของชาวธิเบต ซึ่งสืบเนื่องมาเป็นเวลาหลายพันปีนั้น ยังเป็นอารยธรรมที่สูงส่ง และมีคุณค่าสืบทอดต่อกันมา เป็นมรดกของมนุษยชาติ
  • ตำนานทางประวัติศาสตร์ กษัตริย์องค์แรกของทิเบต ญาตริ ซันโป ( ระบบ Wylie: Gnya-khri-btsan-po) เชื่อกันว่าเป็นผู้เสด็จมาจากสวรรค์หรือมาจากอินเดีย และโดยลักษณะที่แปลกไปจากมนุษย์เช่น มีพังผืดระหว่างนิ้วและหนังตาปิดจากล่างขึ้นบน คนท้องถิ่นจึงเชื่อว่าพระองค์เป็นพระเจ้า กษัตริย์พระองค์นี้และองค์ต่อๆมา ติดต่อกับสวรรค์ได้โดยมีสายเชือกโยงกับสวรรค์ กษัตริย์ในตำนานอีกองค์หนึ่งคือ ทริคัม เซ็นโป ( Dri-gum-brtsan-po) ยุแหย่ให้องครักษ์ของพระองค์ชื่อโลงัม ( Lo-ngam) ต่อสู้กับพระองค์ ในระหว่างการต่อสู้ สายเชือกที่โยงพระองค์กับสวรรค์ถูกตัดขาด และพระองค์ถูกฆ่าตาย ตั้งแต่นั้นมากษัตริย์ทุกพระองค์จึงทิ้งซากศพไว้ในเมืองมนุษย์ และต้องนำไปฝัง [3] อีกตำนานหนึ่งชาวทิเบตเป็นลูกหลานของลิงกับยักษ์ ลิงนั้นจริงๆแล้วคือ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ( ภาษาทิเบต : Spyan-ras-gzigs) ส่วนยักษ์นั้นคือพระนางตารา ( ภาษาทิเบต :' Grol-ma) [4]
  • ยุคจักรวรรดิทิเบต จักรวรรดิทิเบตเรืองอำนาจในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 – 16 โดยมีอาณาเขตทางใต้จดเบงกอล ทางเหนือจดมองโกเลีย การปรากฏตัวครั้งแรกในประวัติศาสตร์ มีการกล่าวถึงทิเบตครั้งแรกในหนังสือภูมิศาสตร์ของปโตเลมีในชื่อ บาทายซึ่งมาจากชื่อพื้นเมือง “บอด” ( Bod) ทิเบตปรากฏในประวัติศาสตร์จีนครั้งแรกในชื่อ “ฟา” เมื่อพระเจ้านัมริ โลนซัน ส่งราชทูตไปจีนในพุทธศตวรรษที่ 12
  • การก่อตั้งราชวงศ์ การก่อตัวของทิเบตเริ่มที่ปราสาทตักเซในตำบลชิงบา เขตชองกยา ตามที่กล่าวถึงในพงศาวดารทิเบตโบราณ “กลุ่มของผู้สนับสนุนยุยงให้ตันบูญาซิกก่อกบฏต่อต้านคูทริ ซิงโปเช” ซิงโปเชนี้เป็นขุนนางของจักรวรรดิจางจุงภายใต้การปกครองของราชวงศ์สิกมยี [6] ซิงโปเชตายก่อนที่กลุ่มกบฏจะชนะ และลูกชายของเขาคือนัมริ โลนซัน ขึ้นเป็นผู้กุมอำนาจคนต่อมา และเป็นผู้ก่อตั้งจักรวรรดิทิเบตขึ้น เขาส่งทูตไปจีนสองครั้งในพ . ศ . 1191 และ 1192 เป็นการเปิดตัวต่อนานาชาติครั้งแรกของทิเบต
  • สมัยพระเจ้าซรอนซัน กัมโป           พระเจ้าซรอนซัน กัมโป ( กลาง ) เจ้าหญิงเวนเชิง ( ขวา ) และเจ้าหญิงภริคุติ ( ซ้าย ) ใน พ . ศ . 1173 ถือว่าเป็นยุคประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของทิเบต พระเจ้าซรอนซันกัมโป สนับสนุนให้มีการศึกษาพุทธศาสนาจากคัมภีร์ที่นำเข้ามาตั้งแต่ยุคต้น ( พ . ศ . 976) พร้อมดำเนินการปฏิรูปศรัทธาทิเบต ต่อมาประกาศให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ โดยการสนับสนุนของพระมเหสี 2 พระองค์ คือพระนางเหวินเฉิง พระธิดาของกษัตริย์ถังไท้จงแห่งจีน และพระนางภริคุติเทวี
  • เทวี พระธิดาของพระเจ้าอัมสุวารมาแห่งเนปาล ทั้งสองพระองค์ทรงนับถือพระพุทธศาสนามหายานอย่างเคร่งครัด จึงได้นำพระพุทธรูปมาด้วยทั้งสองพระองค์ คือเจ้าหญิงเหวินเฉิง นำพระพุทธรูปชื่อโจโว มาประดิษฐานที่วัดซิลลากัง ในกรุงลาซา และเจ้าหญิงภริคุตเทวีได้นำพระพุทธรูปศากยมุนีที่สำคัญมาประดิษฐานที่วัดราโมเช ซึ่งเป็นวัดหลวง และมีความสำคัญรองเป็นอันดับสองในกรุงลาซา ช่วงนี้ได้มีชาวทิเบตเชื้อพระวงศ์ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไปศึกษาในจีน และพระภิกษุชาวจีนก็มาศึกษาในทิเบตเพื่อแปลพระคัมภีร์และพระสูตรจำนวนมาก ในยุคนี้พระเจ้าซรอนซันกัมโปได้ทรงส่งทูตชื่อ ทอนมี สัมโภตะ ไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยนาลันทา แล้วกลับทิเบต ท่านได้เริ่มงานประดิษฐ์อักษร และเขียนไวยากรณ์สอนชาวทิเบต โดยใช้อักษรพราหมี ที่นิยมใช้กันในกัศมีร์ ( แคชเมียร์ ) และดำเนินงานเผยแผ่พุทธศาสนาทำให้ประชาชนเลื่อมใส
  • สมัยพระเจ้าตริมัง โลนซัน (1193 – 1220) สมัยนี้เป็นสมัยที่เสนาบดีตระกูลคัรมีอำนาจ เสนาบดีคัร ซงซัน เป็นผู้รวมเขตอาซาเข้ากับทิเบต เขาตายเมื่อ พ . ศ . 1210 ทิเบตชนะและเข้ายึดครองโกตันในช่วง พ . ศ . 1208 – 1213 พระเจ้าตริมัง โลนซัน อภิเษกกับเจ้าหญิงทริมาโล ซึ่งต่อมาเป็นผู้มีบทบาทมากในประวัติศาสตร์ทิเบต พระเจ้าตริมังสิ้นพระชนม์ในปลายปี พ . ศ . 1219 หลังจากนั้นอาณาจักรจางจุงก่อกบฏต่อทิเบตและเป็นปีเดียวกับที่ตริดู ซงซัน โอรสของพระเจ้าตริมัง โลนซันประสูติ
  •   สมัยพระเจ้าตริดู ซงซัน (1220 – 1247) พระเจ้าตริดู ซงซันปกรองทิเบตภายใต้การบงการของมารดาคือพระนางทริมาโล และเสนาบดีคัร ตันยาดมบู พ . ศ . 1228 เสนาบดีผู้นี้ถึงแก่กรรม น้องชายของเขาคือคัร ตริดริงซันโดร ขึ้นมากุมอำนาจแทน พ . ศ . 1235 ทิเบตเสียที่ราบตาริมให้จีน ตริดริงซันโดรรบชนะจีนได้ในพ . ศ . 1239 และมีการทำสัญญาสงบศึกกัน ใน พ . ศ . 1241 พระเจ้าตริดู ซงซันเชิญตระกูลคัร ( มากกว่า 2000 คน ) มาในงานเลี้ยงแล้วจับประหารชีวิตทั้งหมด มีเพียงตริดริงซันโดรที่ได้รับอนุญาตให้ฆ่าตัวตาย กองทหารที่ภักดีต่อเขาหนีไปสวามิภักดิ์ต่อจีน อำนาจของตระกูลคัรจึงสิ้นสุดลง ตั้งแต่ พ . ศ . 1243 จนสวรรคต พระเจ้าตริดู ซงซันได้ขยายอำนาจออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของเขตทิเบตกลางโดยให้มารดาของพระองค์คือพระนางทริมาโลบริหารประเทศแทน [10] พ . ศ . 1245 จีนกับทิเบตทำสัญญาสงบศึก ในปลายปีนั้นทิเบตเข้าครอบครองเขตซุมรูทางตะวันออกเฉียงเหนือ ในฤดูร้อนของ พ . ศ . 1246 พระเจ้าตริดู ซงซันยกทัพไปถึงแม่น้ำยังเซและรุกรานดินแดนยาง ( Jang) พ . ศ . 1247 ยกทัพไปตีเมียวา ( Mywa) บริเวณลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงแต่พระองค์สิ้นพระชนม์ในการรบครั้งนี้ [11]
  • สมัยพระเจ้าตริเด ซุกซัน (1247 – 1297) กยัล ซุกรูที่ต่อมาจะขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าตริเด ซุกซัน เกิดเมื่อ พ . ศ . 1247 เมื่อพระเจ้าตริดู ซงซันสิ้นพระชนม์ พระนางทริมาโลจึงเป็นผู้กุมอำนาจทางการเมือง พี่ชายที่แก่กว่ากยัล ซุกรู 1 ปี คือ ลาบัลโพถูกตัดสิทธิในการขึ้นครองบัลลังก์ [12] พระนางทริมาโลเชิญเจ้าหญิงซินเชิงจากจีนแต่ไม่ทราบว่าอภิเษกกับใครระหว่างกยัล ซุกรูที่อายุเพียง 7 ปีหรือลาบัลโพ [13][14] กยัล ซุกรูขึ้นครองราชย์เมื่อ พ . ศ . 1255 ในนามพระเจ้าตริเด ซุกซันหลังจากที่พระนางทริมาโลสิ้นพระชนม์ ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่พวกอาหรับและเตอร์กิสมีอำนาจมากขึ้นระหว่าง พ . ศ . 1253 – 1263 ทิเบตทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับอาหรับและเติร์กตะวันออก ทิเบตทำสงครามกับจีนใน พ . ศ . 1272 ช่วงแรกทิเบตและชาวเติร์กที่เป็นพันธมิตรไดรับชัยชนะแต่มาเพลี่ยงพล้ำในช่วงหลัง จนกระทั่งเกิดกบฏในจีนตอนใต้และทิเบตกลับมาชนะอีกครั้งในพ . ศ . 1273 จึงมีการสงบศึก
  • ใน พ . ศ . 1277 มีการอภิเษกระหว่างเจ้าหญิงดรอนมาโลนของทิเบตกับข่านสูงสุดของชาวเติร์ก จีนเป็นพันธมิตรกับอาหรับเข้ารุกรานชาวเติร์ก เมื่อสงครามจีน – เติร์ก สิ้นสุดลง จีนหันมาโจมตีทิเบต ทิเบตประสบชัยชนะในแนวรบด้านตะวันออกและยันไว้ได้ในแนวรบด้านตะวันตก เมื่อจักรวรรดิของชาวเติร์ก ล่มลงด้วยปัญหาภายใน ทิเบตได้เข้าโจมตีดินแดนของชาวเติร์ก เมื่อ พ . ศ . 1280 กษัตริย์บรูซาของเตริ์กขอให้จีนช่วย แต่ทิเบตก็เข้ายึดครองดินแดนของชาวเติร์กไว้ได้จน พ . ศ . 1290 อำนาจของทิเบตในเอเชียกลางอ่อนแอลงจนสูญเสียเมืองขึ้นไปเกือบหมด ทั้งนี้เนื่องด้วยความสามารถของนายพลเถา เซียนฉี ของจีนที่มุ่งมั่นจะเปิดการติดต่อโดยตรงระหว่างจีนกับเอเชียกลางและแคชเมียร์อีกครั้ง หลังจากสงครามระหว่างจีนกับอาหรับในพ . ศ . 1294 อำนาจของจีนในเอเชียกลางเริ่มอ่อนแอลงอีก ส่วนอำนาจของทิเบตเริ่มฟื้นตัวขึ้นมา พ . ศ . 1298 พระเจ้าตริเด ซุกซันถูกปลงพระชนม์โดยเสนาบดีจังและบัล เจ้าชายซอง เดซันได้ขึ้นครองราชย์ต่อมา
  • สมัยพระเจ้าตริสอง เดซัน ใน พ . ศ . 1298-1340 พระเจ้าตริสอง เดซัน กษัตริย์องค์ที่ 5 นับจากพระเจ้าซรอนซันกัมโปได้ไปอาราธนา พระศานตรักษิต ที่เคยศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยนาลันทามาเผบแผ่หลักคำสอนอันบริสุทธิ์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากท่านสอนแต่หลักธรรม แต่ไม่สอนเวทมนตร์คาถา แต่ชาวทิเบต มีความเชื่อเรื่องอำนาจภูติผีของลัทธิบอน และขณะนั้นเกิดโรคระบาด และภัยธรรมชาติ ทำให้ประชาชนเชื่อว่าท่านนำเหตุการณ์นี้มาด้วย ท่านได้กลับไปอินเดีย แล้วไปอาราธนา พระปัทมสัมภวะ พระราชโอรสของพระเจ้าอินทรภูมิ แห่งแคว้นอุทยานซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศอัฟกานิสถานให้ไปเผยแผ่พุทธศาสนาลัทธิตันตระ ถูกกับอัธยาศัยของประชาชน ท่านมีความชำนาญในเรื่องไสยศาสตร์สามารถปราบปีศาจ
  • และทำให้ภูติผีปีศาจกลับมาสนับสนุนปกป้องพระพุทธศาสนาด้วย เหตุการณ์จึงสงบประชาชนฝ่ายข้าราชการ และฝ่ายราชสำนักก็ยอมรับนับถือท่านว่าเป็น คุรุรินโปเช คือพระอาจารย์ใหญ่ของพวกเขา ท่านปัทมสัมภวะได้สร้างวัดในพุทธศาสนาแห่งแรกของทิเบตในนาม วัดสัมเย ตามความเชื่อของอินเดียที่มีเขาพระสุเมรุ ( อ่านว่า เขา - พระ - สุ - เมน ) อยู่ตรงกลาง มีอารามอยู่ 4 ทิศ และมีอารามด้านนอกอีกแปดทิศ เป็นสัญลักษณ์ของทวีปในจักรวาล มีอีกวัดทางตะวันออก และตะวันตกเฉียงเหนือเป็นสัญลักษณ์พระจันทร์ และพระอาทิตย์ ในวัดนี้มีห้องสมุด ห้องนั่งสมาธิโดยอาจารย์สอนสมาธิจากจีน พุทธศาสนาลัทธิตันตระ เจริญรุ่งเรืองเรื่อยมา จนถึง พุทธศตวรรษที่ 16 มีชื่อกำหนดแยกจำเพาะออกไปว่า " นิกายเนียงมา ( เนียงมาปะ ) หรือนิกายหมวกแดง " ต่อมาพระศานตรักษิต ได้กลับทิเบตเพื่อปฏิบัติศาสนกิจครั้งจนมรณภาพที่นั่น ท่านได้แปลพระคัมภีร์ และเป็นอุชฌาย์บวชให้แก่ชายหนุ่มทิเบต 5 คน เพื่อวางรากฐานการบวชสายทิเบต ตามพระราชดำริของพระเจ้าตริสองเดซัน อุปสมบทกรรมที่นั่นมีพระนิกายสรวาทสติวาทร่วมด้วย 12 รูป
  • สมัยพระเจ้าตริเด ซองซัน (1342 – 1358) ในสมัยนี้มีการทำสงครามต่อต้านอาหรับทางตะวันตก ทิเบตแผ่อำนาจไปได้ไกลถึงสมารขัณฑ์และคาบูล แต่ต่อมารัฐบาลของทิเบตในคาบูลหันไปรวมกับอาหรับและเปลี่ยนเป็นมุสลิม ในช่วง พ . ศ . 1355 – 1358 พวกอาหรับแผ่อิทธิพลไปไกลถึงแคชเมียร์ ในเวลาเดียวกัน ชาวอุยกูร์รุกรานทิเบตทางตะวันตกเฉียงเหนือด้วย
  • ภูมิศาสตร์           ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ตั้งอยู่ด้านฝั่งตะวันออกของทวีปเอเชีย หรือทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก หมู่เกาะญี่ปุ่นทอดตัวเป็นรูปโค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว จากทางตอนเหนือที่ละติจูด  45  องศา  33  ลิปดาเหนือ มาทางใต้ ที่ละติจูด  20  องศา  25  ลิปดาเหนือ โดยมีความยาวทั้งสิ้น  3,800  กม . เขตการปกครองตนเองทิเบตตั้งอยู่บนที่ราบสูงชิงไห่ - ทิเบต ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวได้รับการขนานนามว่าเป็น “หลังคาโลก” โดยมีความสูงของพื้นที่โดยเฉลี่ย  4,572  เมตร มีพื้นที่ทั้งหมด  1,200,000  ตารางกิโลเมตร คิดเป็นสัดส่วนพื้นที่  1  ใน  8  ของพื้นที่ทั้งประเทศ พื้นที่ของทิเบตนั้นสามารถแบ่งได้เป็นสามส่วน ส่วนที่หนึ่งคือ พื้นที่ทางตอนเหนือ ซึ่งประกอบไปด้วยภูเขาอาร์เอ๋อไท่ ภูเขาถางกู่ลา ที่ราบแอ่งกะทะจุ่นก๋าเอ๋อ และทะเลทรายกู่เอ๋อปานทงกู่เท่อ และภูเขาเฟิงตี่ซี โดยพื้นที่ทางตอนเหนือดังกล่าวนั้นคิดเป็นพื้นที่ถึงสองในสามของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนที่สองคือ พื้นที่แถบหุบเขาทางตอนใต้
  • ประกอบไปด้วยพื้นที่ระหว่างหุบเขาเฟิงตี่ซีและภูเขาหิมาลัย และมีแม่น้าหยาหลู่จ้างปู้ไหลระหว่างกลาง ซึ่งแม่น้าดังกล่าวเป็นแม่น้าที่มีความลึกที่สุดในโลก ทั้งนี้มีความลึกถึง  5,382  เมตร โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้าทะเล  6,000  เมตรขึ้นไป พื้นที่ส่วนที่สามประกอบด้วยภูเขาและหุบเขาทางตะวันออก เป็นลักษณะหุบเขาและภูเขาที่ลดหลั่นสลับกันไป ในแนวนอนจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกตามแนวเทือกเขาคุนหลุน และพื้นที่ทางฝั่งตะวันตกนั้นก็เป็นที่ตั้งของเทือกเขาหิมาลัย และมียอดเขาเอเวอร์เรสซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก โดยมีความสูงจากระดับน้าทะเล  8,848.13  เมตร
  • เงินตรา          ควรแลกเงินหยวน จากประเทศไทยไปให้เรียบร้อย อัตราแลกเปลี่ยน   1  หยวน :  5.20  บาท ( ค่าครองชีพในจีน ตัวอย่าง น้ำเปล่า   1  ขวด   2Y/  มาม่าคัพ   3Y) ไฟฟ้า          ระบบไฟฟ้าใช้   220 V  และ รูปแบบปลั๊กเช่นเดียวกับเมืองไทย เวลา          ทิเบตเวลาเร็วกว่าประเทศไทย   1  ชั่วโมง
  • ในการสังคมมีการแบ่งชนชั้นออกเป็น ๓ชั้น ใน ๓ชั้นๆหนึ่งยังแบ่งเป็น ๓ชั้นเล็ก สรุปรวมได้ ๑๒ ชั้น ดังต่อไปนี้ ชั้นที่ ๑ หรือชั้นสูงสุด เรียกว่า ลาปู้  (1)  ลาปู้เจียลาปู้ ชั้นนี้ได้แก่พระราชาและเจ้าในราชวงศ์ และพระภิกษุที่มี ตำแหน่งเป็นสังฆราช หรือพระเจ้าทรงชีพ  (2)  ลาปู้เจียติง ชั้นนี้ได้แก่ผู้สำเร็จราชการ ,  อัครมหามนตรี เสนาบดีผู้ใหญ่  (3)  ลาปู้เจียต๋าหม่า ชั้นนี้ได้แก่เลขานุการของขุนนางผู้ใหญ่ ,  ขุนนางข้าราชการ และพระภิกษุสงฆ์ทั่วไป 
  • ชั้นที่ ๒ หรือชั้นกลางเรียกว่า เติง   (1)  เติงเจียลาปู้ ชั้นนี้ได้แก่พวกเศรษฐีคฤหบดีเจ้าของ ที่ดินและพวกราชวงศ์ตระกูลใหญ่ๆ ซึ่งสืบเนื่องมาแต่โบราณหรือผู้ที่ทำคุณประโยชน์แก่บ้านเมือง   ( 2 )   เติงเจียติง ชั้นนี้ได้แก่นักเขียน ,  คนครัว   ( 3 )   เติงเจียต๋าหม่า ชั้นนี้ได้แก่ทหาร ,  ชาวนา ,  ผู้ทำกสิกรรมอื่นๆ     ชั้นที่ ๓ หรือชั้นต่ำ เรียกว่า ต๋าหม่า   (1)   ต๋าหม่าลาปู้ ได้แก่พวกทาสรับใช้   (2)   ต๋าหม่าเติง ได้แก่พวกเร่ร่อนยากจน ไม่มีที่พักอาศัย   (3)   ต๋าหม่าต๋าหม่า ได้แก่พวกสับเหร่อ กรรมกร เช่น ช่างเหล็ก ,  ช่างทอง ,  พวกเพชรฆาต ,  พวกฆ่าสัตว์ ,  พวกกวาดถนน .
  • ภาษาทิเบต                ภาษาทิเบต   เป็นภาษาในตระกูลทิเบต - พม่า ภาษาทิเบตมีภาษาถิ่นหลายกลุ่มคือ ภาษากลาง อยู่ในเขตปกครองตนเองทิเบต เช่นที่ ลาซา สำเนียงคาม อยู่ในเขตแคว้นคาม สำเนียงอัมโด อยู่ในแคว้นอัมโด ภาษาถิ่นอื่นๆได้แก่ภาษาของชนเชื้อสายทิเบตในเนปาล เช่นชาวเชอร์ปา