Loading…

Flash Player 9 (or above) is needed to view presentations.
We have detected that you do not have it on your computer. To install it, go here.

Like this document? Why not share!

สิ่งแวดล้อมศึกษาเบื้องต้น

on

  • 3,464 views

ค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับนักเรียน หลักสูตร ...

ค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับนักเรียน หลักสูตร สิ่งแวดล้อมศึกษาเบื้องต้น
ระยะเวลาอบรม 3 วัน 2 คืน
สถานที่ อุทยานธรรมชาติวิทยาตามพระราชดำริ

Statistics

Views

Total Views
3,464
Views on SlideShare
3,460
Embed Views
4

Actions

Likes
0
Downloads
64
Comments
0

2 Embeds 4

http://www.edmodo.com 3
http://www.slideshare.net 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

สิ่งแวดล้อมศึกษาเบื้องต้น สิ่งแวดล้อมศึกษาเบื้องต้น Document Transcript

  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” โดย นายสมภพ เพ็ชรเกลี้ยง และคณะ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนืองมาจากพระราชดําริ ่ อําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี กันยายน 2547
  • สารบัญ เรื่อง หนา กําหนดการคายสิ่งแวดลอมศึกษา 1 หนวยการเรียนรูที่ 1 การใชประโยชนจากทรัพยากรของชุมชน 3 หนวยการเรียนรูที่ 2 การศึกษาธรรมชาติในเสนทางเดินศึกษาธรรมชาติ 7 หนวยการเรียนรูที่ 3 ภาวะโลกรอน 51 หนวยการเรียนรูที่ 4 ถุงเพาะชํากาบกลวย 56 กิจกรรมคาย 59 เอกสารอางอิง 62
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 1 กําหนดการคายสิ่งแวดลอมศึกษา วันแรก กิจกรรม 08.00-08.30 น. ลงทะเบียน 08.00-09.00 น. ทดสอบความรู 09.00-10.00 น. กิจกรรมสัมพันธ 10.00-10.10 น. อาหารวาง 10.10-12.00 น. หนวยการเรียนรูที่ 1 “การใชประโยชนจากทรัพยากรของชุมชน” 12.00-13.00 น. อาหารกลางวัน 13.00-14.00 น. หนวยการเรียนรูที่ 1 “การใชประโยชนจากทรัพยากรของชุมชน” (ตอ) 14.00-14.30 น. หนวยยอยที่ 2.1 “ประโยชนของตนไม” 14.30-14.50 น หนวยยอยที่ 2.3 “แมลงและสิ่งมีชีวิตในน้า” ภาคทฤษฎี ํ 14.50-15.00 น. อาหารวาง 15.00-16.30 น หนวยยอยที่ 2.3 “แมลงและสิ่งมีชีวิตในน้า” ภาคทฤษฎี (ตอ) ํ 16.30-17.00 น กิจกรรมสัมพันธ 17.00-18.00 น. พักผอน กิจสวนตัว 18.00-19.00 น. อาหารเย็น 19.00-20.00 น. หนวยยอยที่ 2.2 “นกกับสิ่งแวดลอม” ภาคทฤษฎี 20.00-22.00 น. หนวยการเรียนรูที่ 3 “ภาวะโลกรอน” 21.00 น. นอน วันที่สอง 06.00-07.30 น. นกกับสิ่งแวดลอม (ดูนกยามเชา) 07.30-08.00 น. พักผอน ทํากิจสวนตัว 08.00-09.00 น. เคารพธงชาติ/อาหารเชา 08.00-10.00 น. ศึกษาอุทยานธรรมชาติวิทยา (ชมนิทรรศการบริเวณศาลาขอมูลธรรมชาติวิทยา) 10.00-10.10 น. อาหารวาง 10.10-12.00 น. หนวยยอยที่ 2.4 ความสัมพันธในระบบนิเวศ 12.00-13.00 น อาหารกลางวัน 13.00-14.50 น. หนวยยอยที่ 2.4 ความสัมพันธในระบบนิเวศ (ตอ) 14.50-15.00 น. อาหารวาง อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 2 กําหนดการคายสิ่งแวดลอมศึกษา (ตอ) วันที่สอง กิจกรรม 15.00-16.00 น. หนวยการเรียนรูที่ 4 “ถุงเพาะชํากาบกลวย” 16.00-17.00 น. เตรียมนําเสนอแนวคิดเชิงอนุรักษผานละคร 17.00-18.00 น. พักผอน ทํากิจสวนตัว 18.00-19.00 น. อาหารเย็น 19.00-21.00 น. นําเสนอแนวคิดเชิงอนุรักษ (แสดงละคร) 21.00 น. นอน วันที่สาม 06.00-07.30 น. นกกับสิ่งแวดลอม (ดูนกยามเชา) 07.30-08.00 น. พักผอน ทํากิจสวนตัว 08.00-09.00 น. เคารพธงชาติ/อาหารเชา 09.00-09.30 น. ทดสอบความรู แบบสอบถามประเมินโครงการ ปลูกตนไม/บําเพ็ญประโยชน 09.30-10.00 น. ซอมรับประกาศนียบัตร 10.00-10.10 น. อาหารวาง 10.10-10.30 น บรรยายพิเศษ 10.30-12.00 น. มอบรางวัล มอบประกาศนียบัตร พิธีปด ถายรูปหมู 12.00-13.00 น. อาหารกลางวัน 13.00 น. เสร็จสิ้นการอบรม เดินทางกลับ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 3 หนวยการเรียนรูที่ 1 การใชประโยชนจากทรัพยากรของชุมชน สาระสําคัญ มนุษยใชประโยชนจากทรัพยากรตางๆ ทั้งทางตรงและทางออม เพื่อการดํารงชีวิตในแตละวัน ซึ่งจากการใชประโยชนของมนุษยไดสงผลกระทบทั้งทางบวกและลบแกทรัพยากรเชนกัน ดังนั้น มนุษยควรใชทรัพยากรอยางคุมคา กอใหเกิดประโยชนสูงสุด และสงผลกระทบในทางลบนอยที่สุด เพื่อรักษาทรัพยากรใหคงอยูอยางยั่งยืน จุดประสงค 1. เพื่อศึกษาขั้นตอนกระบวนการผลิต การดําเนินงานของโครงการฟารมตัวอยางตาม พระราชดําริ สมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ กลุมทํากระดาษสา และกลุมทําผลิตภัณฑ กลวย 2. เพื่อฝกทักษะการคิดวิเคราะห และการสรุปความคิดรวบยอด เนื้อหา 1. การทําการเกษตรแบบผสมผสาน โดยวิทยากรทองถิ่นและแหลงเรียนรูทองถิ่นโครงการ ฟารมตัวอยางตามพระราชดําริ สมเด็จพระนางเจาฯพระบรมราชินีนาถ 2. การทํากระดาษสา โดยวิทยากรทองถิ่นและแหลงเรียนรูทองถิ่นกลุมทํากระดาษสา 3. การทําผลิตภัณฑแปรรูปกลวย โดยวิทยากรทองถิ่นและแหลงเรียนรูทองถิ่นกลุมทํา ผลิตภัณฑกลวย กิจกรรมการเรียนรู 1. ขั้นนําเขาสูบทเรียน แนะนําการศึกษาดูงานในพื้นที่ ตามประเด็นที่ตองการใหศึกษาโดยเฉพาะ อันไดแก ขั้นตอนการดําเนินงาน วัตถุดบ วัสดุอุปกรณที่ใช ผลผลิตที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตและการจัดการ ิ 2. ขั้นดําเนินการ 2.1 นําผูเขาอบรมไปศึกษาดูงานในพื้นที่ โดยฟงบรรยายจากเจาหนาที่จากฟารม ตัวอย างตามพระราชดําริ สมเด็ จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ วิทยากรท องถิ่ น ของกลุมทํา กระดาษสา และกลุมทําผลิตภัณฑกลวย พรอมทั้งเปดโอกาสใหผูเขาอบรมพูดคุยสอบถามเพิ่มเติม 2.2 ภายหลังจากการศึกษาดูงาน ใหแตละกลุมเขียนผังมโนทัศนจากความรูที่ ไดรับ ตามหัวขอที่ไดรับมอบหมาย อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 4 2.3 นําเสนอผลงานโดยตัวแทนของแตละกลุม 2.4 อภิปรายเกี่ยวกับแตละกิจกรรมที่เกิดขึ้นตองใชทรัพยากรอะไรบาง และมี ผลผลิตอะไรเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตบาง นอกจากนี้การจัดการของเสียที่เกิดขึ้นเปนอยางไร หรือมลภาวะที่อาจเกิดขึ้นมีอะไรบางและสามารถปองกันไดอยางไร 2.5 ระดมความคิดเพื่อยกตัวอยางแนวทางการใชทรัพยากรอยางรูคุณคาในกิจกรรม 3. ขั้นสรุป กลาวสรุปถึงความจําเปนในการใชทรัพยากรเพื่อการดํารงชีวิต เมื่อใชทรัพยากรที่ มากเกินไป จะทําใหทรัพยากรลดลงอยางรวดเร็ว และกอใหเกิดของเสียเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงควรใช ทรัพยากรที่มีอยูอยางคุมคากอใหเกิดประโยชนมากที่สุด สื่อการเรียนรู 1. กระดาษ Flip Chart 2. ปากกาเคมีสีตางๆ 3. บลูแทก / กระดาษกาว 4. ใบงาน เรื่อง การใชประโยชนจากทรัพยากรของชุมชน การประเมินผล 1. ผลงานการเขียนผังมโนทัศน 2. สังเกตพฤติกรรม ความสนใจ การแสดงความคิดเห็น การมีสวนรวมในการทํางาน และ นําเสนอผลงาน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 5 มนุษยใชประโยชนจากทรัพยากรตางๆ ทั้งทางตรงและทางออม เพื่อการดํารงชีวิตใน แตละวัน ซึ่งจากการใชประโยชนของมนุษยไดสงผลกระทบทั้งทางบวกและลบแกทรัพยากร เชนกัน ดังนั้นมนุษยควรใชทรัพยากรอยางคุมคา กอใหเกิดประโยชนสูงสุด และสงผลกระทบ ในทางลบนอยที่สุด เพื่อรักษาทรัพยากรใหคงอยูอยางยั่งยืน ภาระกิจ 1. ศึกษาดูงาน โครงการฟารมตัวอยางตามพระราชดําริสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ กลุมทํากระดาษสา กลุมทําผลิตภัณฑกลวย โดยทําการบันทึกขอมูลจากการฟงบรรยายจากวิทยากรและจากการพูดคุยสอบถามเพิ่มเติม ลงในแบบบันทึก 2. ภายหลังจากการศึกษาดูงาน ใหแตละกลุมเขียนผังมโนทัศนจากความรูที่ไดรบ ตามหัวขอที่ ั ไดรับมอบหมาย 3. นําเสนอผลงานโดยตัวแทนของแตละกลุม 4. อภิปรายเกี่ยวกับแตละกิจกรรมที่เกิดขึ้นตองใชทรัพยากรอะไรบาง และมีผลผลิตอะไรเกิดขึ้น จากกระบวนการผลิตบาง นอกจากนี้การจัดการของเสียที่เกิดขึ้นเปนอยางไร หรือมลภาวะทีอาจ ่ เกิดขึ้นมีอะไรบางและสามารถปองกันไดอยางไร และระดมความคิดเพื่อยกตัวอยางแนวทางการ ใชทรัพยากรอยางรูคุณคา อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 6 เรื่อง วัตถุดิบที่ใช ขั้นตอน/วิธการ ี อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 7 หนวยการเรียนรูที่ 2 การศึกษาธรรมชาติในเสนทางเดินศึกษาธรรมชาติ สาระสําคัญ เสนทางศึกษาธรรมชาติเปนเครื่องมือหนึ่งในการศึกษาธรรมชาติ ที่ใหความรูความเขาใจ ในเรื่ อ งของสภาพธรรมชาติ สิ่ ง แวดล อ ม และเพื่ อ ก อ ให เ กิ ด ความเข า ใจในการอนุ รั ก ษ ทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น หนวยยอยที่ 2.1 ประโยชนของตนไม จุดประสงค 1. เพื่อฝกการเก็บพรรณไมอยางงาย 2. เพื่อฝกการสังเกตและวิเคราะหลักษณะของตนไม 3. เพื่อศึกษาคนควาขอมูลเพิมเติมจากหองสมุดได ่ เนื้อหา ปาไม คือ ชุมชนของตนไม ซึ่งมีประโยชนมากมายตอการดํารงชีวิตของมนุษยทั้งทางตรง และทางออม ไดแก ประโยชนทางตรง คือ การนําไมมาสรางอาคารบานเรือนผลิตภัณฑเครื่องใช ต า งๆ เป น แหล ง อาหารจากส ว นต า งๆ ใช เ ส น ใยที่ ไ ด จ ากเปลื อ ก และเถาวั ล ย ม าถั ก ทอเป น เครื่องนุงหม เชือกและอื่นๆ และทํายารักษาโรค ขณะที่ประโยชนทางออม เชน เปนแหลงตนน้ํา ลําธาร รักษาความชุมชื้นและควบคุมสภาวะอากาศ เปนแหลงพักผอนและเปนสถานที่ศึกษาหา ความรู ปองกันและบรรเทาความแรงลม และการกัดเซาะและการพังทลายของดิน เปนแหลงที่อยู อาศัยของสัตวปา เปนตน นับไดวาปาไมเปนแหลงทรัพยากรที่สําคัญ จึงควรชวยกันอนุรักษพื้นที่ ปาไมไวเพื่อคงความสมดุลของระบบนิเวศและมีแหลงทรัพยากรไวใชตลอดไป กิจกรรมการเรียนรู 1. ขั้นนําเขาสูบทเรียน ตั้งคําถาม “ทราบไหมวาตนไมแตละตนแตกตางกันอยางไร” และ “รูบางไหมวา ปาไมมีประโยชนอยางไร” 2. ขั้นดําเนินการ 2.1 ใหผูเขาอบรมเก็บใบไมแหงจากตนไมที่ทําการศึกษา พรอมทั้งบันทึกขอมูล ลักษณะตนไมจากการสังเกตคราวๆ และลอกลายเปลือกของตนไมลงในกระดาษวาดเขียนบริเวณ ขอบกระดาษ 2.2 ทําการสอบถามชื่อตนไม แลวคนควาหาขอมูลเกี่ยวกับลักษณะและประโยชน ของตนไมชนิดนั้น อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 8 2.3 บัน ทึ ก ข อมู ลที่ ไ ด ล งบนดา นหลั ง ของกระดาษวาดเขี ย นที่ทํ า การลอกลาย เปลือกตนไมชนิดนั้น แลวนําตัวอยางใบไมแหงวางทาบลงบนดานหนากระดาษ โดยไมใหทับลาย เปลือกตนไม จากนั้นปดสติกเกอรใสทับดานบนใบไมเพื่อยึดใบไมติดกับกระดาษวาดเขียน โดย ไมใหมีฟองอากาศ 3. ขั้นสรุป ตั้งคําถาม “ประโยชนของตนไมที่ทําการศึกษามีอะไรบาง” แลวกลาวสรุปถึง ประโยชนของตนไมและการอนุรักษ สื่อการเรียนรู 1. สมุดวาดเขียน หรือ กระดาษวาดเขียน หรือ แบบบันทึก 2. สีเทียน 3. ปากกาหรือดินสอ 4. สติกเกอรใส (ขนาดเทากับกระดาษวาดเขียน) 5. หนังสือในหองสมุด 6. ตนไมที่จะทําการศึกษา 7. ใบงาน เรื่อง ประโยชนของตนไม 8. ใบความรู เรื่อง รูปรางของใบไม การประเมินผล ผลงานในสมุดวาดเขียน หรือกระดาษวาดเขียน หรือ แบบบันทึก อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 9 ปาไม คือ ชุมชนของตนไม ซึ่งมีประโยชนมากมายตอการดํารงชีวิตของมนุษยทั้งทางตรง และทางออม ไดแก ประโยชนทางตรง คือ การนําไมมาสรางอาคารบานเรือนผลิตภัณฑเครื่องใช ต า งๆ เป น แหล ง อาหารจากส ว นต า งๆ ใช เ ส น ใยที่ ไ ด จ ากเปลื อ ก และเถาวั ล ย ม าถั ก ทอเป น เครื่องนุงหม เชือกและอื่นๆ และทํายารักษาโรค ขณะที่ประโยชนทางออม เชน เปนแหลงตนน้ํา ลําธาร รักษาความชุมชื้น และควบคุมสภาวะอากาศ เปนแหลงพักผอนและเปนสถานที่ศึกษาหา ความรู ปองกันและบรรเทาความแรงลม ปองกันและบรรเทาการกัดเซาะและการพังทลาย ของดิน เปนแหลงที่อยูอาศัยของสัตวปา เปนตน นับไดวาปาไมและตนไมเปนแหลงทรัพยากรขั้น พื้นฐานที่สําคัญมาก ขณะเดียวกันหากเราใชประโยชนจากปาไมกันอยางเกินกําลังของมันแลว ปญหาที่ตามมาไมใชแคความเสื่อมโทรมเทานั้น แตหมายถึงภัยอันตรายที่จะตามมาในไมชา และ ในอนาคตอันใกลนี้อาจมีอีกหลายแหงที่จะตองประสบภัยทางธรรมชาติ ดังนั้นเราทุกคนจึงควร ศึกษาและทําความเขาใจเรื่องเกี่ยวกับการใชไมและปาไมใหมาก เพื่อจะไดชวยกันชวยกันบรรเทา ปญหาที่ จ ะเกิ ด ขึ้ น และร ว มอนุ รัก ษ พื้ น ที่ ปา ไม ใ ห ค งความสมดุ ลของระบบนิเ วศ และมีแ หล ง ทรัพยากรไวใชตลอดไป ภาระกิจ 1. เก็บใบไมจากตนไมที่ทําการศึกษา พรอมทั้งบันทึกขอมูลลักษณะตนไมจากการสังเกต คราวๆ โดยสามารถรูปรางของใบไมไดจากใบความรู และลอกลายเปลือกของตนไมลงในกระดาษ วาดเขียนบริเวณขอบกระดาษดานนอก 2. คนควาหาขอมูลเกี่ยวกับลักษณะและประโยชนของตนไมชนิดนั้น 3. บันทึกขอมูลรูปรางใบและลักษณะเดนอื่นๆ ของตนไม และประโยชน ลงบนดานหลัง ของกระดาษวาดเขียนที่ทําการลอกลายเปลือกตนไมชนิดนั้น แลวนําตัวอยางใบไมแหงวางทาบลง บนดานหนากระดาษ โดยไมใหทับลายเปลือกตนไม จากนั้นปดสติกเกอรใสทับดานบนใบไมเพื่อ ยึดใบไมติดกับกระดาษวาดเขียน โดยไมใหมีฟองอากาศ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 10 รูปรางใบไม (leaf shape) ใบมีรูปรางแตกตางกัน ดังนี้ รูปลิ่มแคบ (subulate) ใบคอนขางสั้น สอบแคบจากโคนใบไปยังปลายใบ รูปเข็ม (acicular) ใบเล็กแหลมคลายเข็ม รูปแถบ (linear) ใบยาวและแคบ ขอบใบ เกือบจะขนานกัน รูปขอบขนาน (oblong) ใบมีของสองขาง ขนานกัน ความยาวเปน 2 เทาของความกวาง รูปหอก (lanceolate)ใบรูปคลายใบหอก โคน ใบกวางคอยๆ แคบสูปลายใบ รูปหอกกลับ (oblanceolate) ใบรูปคลายใบ หอกกลับ รูปรี (elliptic) ใบมีรูปรางรี สวนกวางที่สุดอยูตรงกลางใบ เมื่อ แบงใบออกเปน 2 สวน จะได 2 ขาง เทาๆ กัน รูปไข (ovate) ใบมีรูปรางคลายไข สวนกวางที่สุดอยูต่ํากวากึ่งกลางใบ รูปไขกลับ (obovate) ใบมี รูปรางคลายไขกลับ รูปสามเหลี่ยม (deltoid) ใบรูปรางคลายสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยมขาวหลามตัด (rhomboid) ใบมีรูปรางคลายสี่เหลี่ยมขาวหลามตัด รูปไต (reniform) ใบมีรูปรางคลายไต รูปวงกลม (orbicular) ใบมีรูปรางคลายวงกลม รูปหัวใจ (cordate) ใบมีรูปรางคลายหัวใจ รูปเคียว (falcate) ใบมีรูปรางคลายเคียวเกี่ยวขาว รูปชอน (spathulate) ใบมีรูปรางคลายชอน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 11 (ลายเปลือก) ชื่อ....................................................................... ชื่อวิทยาศาสตร................................................... วงศ..................................................................... ลักษณะ............................................................... ........................................................................... ........................................................................... ประโยชน............................................................ (ตัวอยางพันธุไม)  ........................................................................... ........................................................................... อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 12 หนวยยอยที่ 2.2 นกกับสิ่งแวดลอม จุดประสงค 1. เพื่อฝกการจําแนกชนิดของนก 2. เพื่อรูจักสังเกตลักษณะและพฤติกรรมของนก 3. เพื่อรูจักการใชคูมือการดูนกและการใชกลองสองทางไกลแบบสองตา เนื้อหา ปริมาณและชนิดของนกที่พบ สามารถแสดงใหเห็นถึงความอุดมสมบูรณของสิ่งแวดลอมบริเวณ นั้น นกมีประโยชนในการชวยสืบพันธุและกระจายพันธุพืช บางชนิดกินแมลงซึ่งเปนการชวยควบคุม ปริมาณแมลง หากนกที่พบมีปริมาณและชนิดลดลงยอมสงผลกระทบตอสมดุลของธรรมชาติ เราจึงควร ชวยกันรักษาแหลงอาหารและถิ่นที่อยูอาศัยของนกเพื่อไมใหนกสูญพันธุ กิจกรรมการเรียนรู 1. ขั้นนําเขาสูบทเรียน แนะนําการดูนกในธรรมชาติ 2. ขั้นดําเนินการ 2.1 ใหจับคูสมาชิกในแตละกลุม เดินตามเสนทางที่กําหนด 2.2 สํารวจและบันทึกขอมูลนกที่พบลงในแบบบันทึก 3. ขั้นสรุป ตั้งคําถาม “นกที่พบมีอะไรบาง นกที่พบแตกตาง จากกลุมอื่น” แลวกลาวสรุปเกี่ยวกับนกกับสิ่งแวดลอม สื่อการเรียนรู 1. ใบความรูในการดูนก 2. แบบบันทึกการสํารวจนก 3. หนังสือคูมือการดูนกของอุทยานธรรมชาติวิทยาฯ 4. หนังสือสัตวปาในอุทยานธรรมชาติวิทยาฯ 5. กลองสองทางไกลแบบสองตา 6. ดินสอหรือปากกา การประเมินผล 1. ตรวจผลงานในแบบบันทึกการสํารวจนก 2. สังเกตพฤติกรรม ความสนใจ และความรวมมือในการทํางาน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 13 โดยทั่วไปนกมีรูปรางเรียวไปทางหัวและทายเปนรูปกระสวย แบงเปน 7 สวน คือ ปาก หัว คอ ลําตัว ปก หาง และขา ปาก (bill หรือ beak) ลักษณะภายนอกของนก ป า ก น ก เ ป น โ ค ร ง ส ร า ง ลักษณะคลายกระดูก 2 ชิ้นประกบกัน รูปรางของปากจะสัมพันธกับอุปนิสัย การกิ น อาหารของนก เช น เรี ย ว แหลมสํ า หรั บ กิ น น้ํ า ต อ ย(น้ํ า หวาน ดอกไม) เปนขอสํ าหรับฉี กเนื้อ ตรง และปลายคมสํ า หรั บ เจาะ แบนข า ง สําหรับจับปลา โคงหรือแอนสําหรับ หากินสัตวน้ําในโคลน เปนตน รูปรางของปากที่สําคัญ มีดังนี้ ปากแบน ปากไขว ปากตรง ปากชอน ปากโคง ปากขอ ปากทู ปากแอน ปากงอ ปากมีโหนกแข็ง ปากกรวย ปากแบนขาง ปากมีกะบัง ปากเจาะ ปากแหลมคม รูปรางปากของนก อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 14 หัว (head) หัวของนกมีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ โดยทั่วไปตาจะอยูดานขางของหัว มีนก บางชนิดเทานั้นที่ตาจะอยูดานหนา เชน นกแสกและนกเคาตางๆ  คอ (neck) คอของนกเปนรูปทรงกระบอก นกบางชนิดมีคอสั้นมาก บางชนิดมีคอยาวสําหรับหากินในน้ํา หรือชายน้ําโดยเฉพาะ เชน นกยาง นกกระสา นกกระเรียน เปนตน ลําตัว (truck) ลําตัวของนกโดยทั่วไปเปนรูปไข คือมีสวนหนาใหญแลวเรียวไปทางทายเล็กนอย ทั่วรางกาย ของนกมีขนนกปกคลุม นกบางชนิดโดยเฉพาะนกน้ํา บริเวณอกหรือโคนหางมีขนที่สามารถสรางผง ขี้ผึ้งเพื่อใชในการแตงขน ผิวหนังของนกทุกชนิดไมมีตอมเหงื่อ และตอมน้ํามัน อยางในสัตวเลี้ยงลูก ดวยนม แตนกหลายชนิดมีตอมขนาดใหญบริเวณตะโพกหรือโคนหางดานบน ทําหนาที่สกัดน้ํามัน ออกมาใชตกแตงขน ปก (wings) ปกของนกมีไวสําหรับบิน ในนกบางชนิดจะมีสีเดนแวววาว หาง (tail) หางของนกจะเปนสวนทีชวยควบคุมทิศทางในการบิน ในนกบางชนิดจะมีสีสันเดนสะดุดตา ่ ขนหางอาจจะสั้นมากหรือยาวมากแลวแตชนิดนกและมักมีเปนจํานวนคูโดยแบงเปนสองขางเทาๆ กัน ขนหางแตละเสนอาจมีความยาวเทากันหรือไมเทากันทุกเสน ทําใหเกิดรูปแบบหางตางๆ ดังนี้ รูปรางหางของนก อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 15 ขา (leg) ขานกเปนสวนสําคัญในการแสดงใหเห็นความเปนอยูของนกและชนิดอาหารของนกได  เชนเดียวกับปาก โดยมีลักษณะตางกันไปตามประโยชนการใชสอย เชน เดิน เกาะ จับเหยื่อ วายน้ํา ลุยโคลน เปนตน ตีนพัดเต็ม ตีนพัด ตีนพัดกึ่ง ตีนกลีบ ลักษณะเทาของนกที่หากินตามแหลงน้ํา กอนที่เราจะออกไปดูนกในธรรมชาตินั้น ควรเตรียมตัวและเตรียมอุปกรณใหพรอม การศึกษา ขอมูลเกี่ยวกับสถานที่ ทั้งสภาพอากาศและลักษณะภูมิประเทศ ชวยใหสามารถเตรียมอุปกรณได อยางเหมาะสม การแตงกายควรแตงกายใหรัดกุมและสีกลมกลืนกับสภาพแวดลอม อุปกรณหลักที่ใช ในการดูนก ไดแก กลองสองทางไกล คูมือดูนก สมุดบันทึก และปากกาหรือดินสอสําหรับจดบันทึก ซึ่งควรหาเปหรือกระเปาสะพาย เพื่อเพิ่มความสะดวกในการพกพาอุปกรณตางๆ ทําใหคลองตัวใน การดูนกมากยิ่งขึ้น เราควรดูนกในเวลาเชาหรือเย็น โดยเวลาเชาเปนชวงเวลาที่ดีที่สุดสําหรับการดูนก เนื่ องจากนกส ว นใหญ อ อกหากิ น ตั้ ง แต เ ช ามื ด จนสายจึ ง หลบพั ก ผอ น ช ว งเวลานี้ น กจึ งค อ นข า ง กระฉับกระเฉง ไมหลบซอนตัว ทําใหพบเห็นนกไดไมยาก และอากาศเย็นสบาย ชวยใหดูนกไดอยาง เพลิดเพลิน ขอควรปฏิบัติ 1. ควรดูนกเปนกลุมเล็ก และควรชักชวนผูมีประสบการณและเชี่ยวชาญเรื่องนกไปดวย เพราะจะชวยเราจําแนกชนิดนกและอธิบายรายละเอียดตางๆ เปนการเสริมสรางความรู เพิ่มมากขึ้น 2. ขณะดูนก ควรเคลื่อนไหวอยางระมัดระวังและไมควรสงเสียงดัง เพราะนกมักตกใจงาย และไมยอมปรากฏตัวใหดู อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 16 3. พยายามสํารวจดูและฟงเสียงนกรอบๆ ตัว ใชกลองสองทางไกล สองหานกตั้งแตบน พื้น ดิ น ในกอหญ า ตามพุ ม ไม และบนต น ไม ใ หญ ตั้ง แต ร ะดับ โคนต น จนถึ งเรือ นยอด รวมทั้งบนทองฟา เพราะนกแตละชนิดอาศัยอยูในสภาพแวดลอมที่แตกตางกัน 4. หลังจากพบนกแลว ควรสองกลองดูนิ่งๆ พยามสังเกตจดจํารายละเอียดตางๆ ของนกให มากที่สุด เชน สีสัน ลักษณะหัว ปาก หลัง ทอง ฯลฯ รวมทั้งพฤติกรรมนกที่แสดงออก ขนาดและรูปราง ใหสังเกตนกที่พบวามีขนาดเทาใด โดยเปรียบเทียบกับนกที่รูจักกัน ดี เชน นกกระจอกบาน เพื่อประมาณขนาดของนกที่พบอยางคราวๆ นอกจากนี้ควรสังเกตลักษณะลําตัว ปาก ปกและหางของนก เพื่อใช ในการจําแนกชนิดของนกอีกดวย สีและลวดลาย สังเกตสีขนปกคลุมลําตัวและลวดลายที่เปนลักษณะเดน เชน คิ้วหรือ แถบเหนือตา แถบบนกระหมอมหรือแถบหนาผาก วงแหวนรอบตา สั ง เกตขี ด จุ ด หรื อ ลายบริ เ วณลํ า ตั ว ด า นบน แถบบนป ก ซึ่ ง อาจ สังเกตไดขณะบิน ความแตกตางของสีปกและสีบนหลัง สีบริเวณ สะโพก แถบหาง สีของปลายหาง ในบริเวณสวนลางลําตัว ใหสังเกต สีทอง แถบหรือลายขีดบนอก สีของขา พฤติกรรม นกแต ล ะชนิ ด มี ท า ทางการแสดงออกและพฤติ ก รรมแตกต า งกั น สังเกตจากทาเกาะพัก นกเกาะในทาตรงตั้งฉากหรือขนานกับกิ่งไม เมื่ อ เกาะพั ก นกเกาะนิ่ ง หรื อ ขยั บ ตั ว ไปมา ชอบแกว ง หางหรื อ ไม สังเกตการไตตนไม วาตัวตั้งตรงหรือไตหัวลง การบินลงเปนลอน คลื่นหรือบินตรงไป ชอบบินรอนหรือโบกกระพือปกไปมา นอกจากนี้ เสียงรองของนกก็สามารถบอกชนิดของนกได แมวาจะไมเห็นตัวก็ตาม จากนั้นคอยๆ เปดคูมือดูวานกที่พบเปนนกชนิดใด แลวจดรายละเอียดที่เห็นลงในสมุดบันทึก อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 17 อุปกรณ กลองสองทางไกล คูมือดูนก หรือ คูมือหาชื่อนกในอุทยานธรรมชาติวิทยา ตามพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี: ลุมน้ําหวยผาก สมุดบันทึก หรือแบบบันทึก (ในที่นี้ใชแบบบันทึก) ปากกาหรือดินสอ แผนที่ของสถานที่ที่ดูนก (ถามี) วิธีการ 1. เตรียมอุปกรณตางๆ และเตรียมตัวใหพรอม 2. ดูนกตามเสนทางหรือบริเวณโดยรอบ เมื่อพบนกแลวทําการจําแนกจนทราบชนิดนกแลวใหทํา การบันทึกลงในแบบบันทึก โดยระบุเลขหนาของแผนบันทึกเพื่องายตอการจัดเรียงเอกสาร สําหรับแผนแรก (หนาที่ 1) ใหเขียนชื่อ-สกุลของผูดูนก หรือเขียนชื่อกลุม วันเดือนปททําการ  ี่ ดูนก สถานที่ทดูนก และระบุชวงเวลาที่ดูนก ี่ 3. นกที่พบตัวแรกใหเขียนเลข 1 ในชองชนิดที่ เมื่อรูชอชนิดนกที่พบใหเขียนลงในชองชือนกที่พบ ื่ ่ 4. จากนั้นบันทึกขอมูลตางๆ ลงในชองขอสังเกตบางประการขณะดูนกใหทําเครื่องหมายลงใน ตามการสังเกตพบ สําหรับขอ 2 ลักษณะที่พบใหระบุรายละเอียดเพิ่มเติมดวย เชน การบิน บิน เหนือยอดไม บินตรงหรือซิกแซ็กใกลพื้นดินหรือพื้นน้ํา บินรอนและวนในระดับสูง บินผาดโผน หรือบินโฉบจับแมลง การเกาะ เกาะตามลําตนหรือกิงไมใหญ เกาะตามไมพุม ไมพนลาง ่ ื้ ขอนไม ตอไม การเดิน เดินตามพื้นดินหรือพืชลอยน้ํา เปนตน และทําการบันทึกขอมูลใน บริเวณที่เวนไวให (......) เกี่ยวกับขนาดและลักษณะสีเดน เชน ขนาดเล็กมาก เล็ก กลาง ใหญ ใหญมาก ลักษณะสีเดน เชน มีวงแหวนสีขวารอบตา ขาสีเหลือง แกมสีแดง 5. ขีด I จํานวน 1 ขีด ลงในชองจํานวน โดยสามารถบันทึกขอมูลอื่นๆ ที่ตองการเกี่ยวกับนกชนิด นั้นๆ เชน วาดภาพลักษณะเดนของนก ไดแก เทาหรือปาก หรือบันทึกลักษณะเฉพาะคือ ลักษณะที่ไมมีในนกชนิดอืนหรือกลุมอืน เมื่อมองเห็นสามารถบอกไดทนทีวาเปนนกอะไร เชน ่ ่ ั หงอนขนงอกยาวจากหัวหรือทายทอย เปนตน ลงในชองบันทึกเพิ่มเติม 6. หากนกที่พบตัวถัดไปเปนนกชนิดเดิม ให ขีด I จํานวน 1 ขีด ลงในชองจํานวน แตถาเปนนก ชนิดใหมก็ใหบนทึกดวยวิธีการเดิม หากเปนนกที่เคยพบแลวก็ใหกลับไปทําเครื่องหมาย I ลงใน ั ชองจํานวนของนกชนิดนั้นๆ โดย 1 ขีดแทนนก 1 ตัว 7. เมื่อเสร็จสิ้นการดูนกใหรวมจํานวนนกของแตละชนิดที่พบ ลงบน ............. ทายชองจํานวน 8. ในกรณีที่มีแผนที่ใหเขียนหมายเลขชนิดที่ของนกที่พบลงบนจุดที่พบในแผนที่ดวย อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 18 หนาที่ 1 ชื่อ-สกุล / กลุม ................................................................วัน เดือน ป ................................สถานที่.........................................................เวลา....................  ชนิดที่ ชื่อนกที่พบ ขอสังเกตบางประการขณะดูนก จํานวนที่พบ (ตัว) บันทึกเพิ่มเติม 1. บริเวณที่พบ แหลงน้ํา ทุงหญาและปาละเมาะ สวน ปาโปรง / ปาไผ ปาทึบ อื่นๆ ......................... 2. ลักษณะที่พบ บิน......... เกาะที่........... เดินที่........... อื่นๆ ............... 3. ขนาด...................................................... 4. ลักษณะสีเดน........................................... รวม.................ตัว 1. บริเวณที่พบ แหลงน้ํา ทุงหญาและปาละเมาะ สวน ปาโปรง / ปาไผ ปาทึบ อื่นๆ ......................... 2. ลักษณะที่พบ บิน......... เกาะที่........... เดินที่........... อื่นๆ ............... 3. ขนาด...................................................... 4. ลักษณะสีเดน........................................... รวม.................ตัว อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 19 หนาที่ ............... ชื่อ-สกุล / กลุม ................................................................วัน เดือน ป ................................สถานที่.........................................................เวลา....................  ชนิดที่ ชื่อนกที่พบ ขอสังเกตบางประการขณะดูนก จํานวนที่พบ (ตัว) บันทึกเพิ่มเติม 1. บริเวณที่พบ แหลงน้ํา ทุงหญาและปาละเมาะ สวน ปาโปรง / ปาไผ ปาทึบ อื่นๆ ......................... 2. ลักษณะที่พบ บิน......... เกาะที่........... เดินที่........... อื่นๆ ............... 3. ขนาด...................................................... 4. ลักษณะสีเดน........................................... รวม.................ตัว 1. บริเวณที่พบ แหลงน้ํา ทุงหญาและปาละเมาะ สวน ปาโปรง / ปาไผ ปาทึบ อื่นๆ ......................... 2. ลักษณะที่พบ บิน......... เกาะที่........... เดินที่........... อื่นๆ ............... 3. ขนาด...................................................... 4. ลักษณะสีเดน........................................... รวม.................ตัว อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 20 หนวยยอยที่ 2.3 แมลงและสิ่งมีชีวตในน้า ิ ํ จุดประสงค 1. เพื่อฝกการจําแนกชนิดแมลงและสิ่งมีชีวิตในน้ํา 2. เพื่อศึกษาคณภาพน้ําดวยวิธีการงายๆ ุ 2. เพื่อฝกทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร 3. เพื่อฝกทักษะการทํางานรวมกันเปนกลุม เนื้อหา การประเมินคุณภาพน้ําอยางงาย ทําไดโดยการสังเกตและเก็บขอมูลของแหลงน้ํา ไดแก อุณหภูมิ ความขุนใสของน้ํา และการปรากฏของสิ่งมีชีวิตในน้ํา กิจกรรมการเรียนรู 1. ขั้นนําเขาสูบทเรียน นํ า ภ า พแม ลงและสิ่ ง มี ชีวิ ต ในน้ํ า มาใ ห ท า ยว าคื อตั ว อะไร พร อ มกั บ แ นะนํา ชื่อ และ อธิบายลักษณะสําคัญ และถิ่นที่อาศัยของสัตวชนิดนั้น พรอมกับใหบันทึกลงในใบงาน 2. ขั้นดําเนินการ 2.1 อภิปราย เกี่ยวกับ ความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตในน้ํากับคุณภาพน้ํา 2.2 อธิบายขั้นตอนการสํารวจคุณภาพน้ํา ดวยใบความรู และแบบบันทึก 3. ขั้นสรุป กลาวสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตในน้ํากับคุณภาพน้ํา สื่อการเรียนรู 1. ภาพแมลงและสิ่งมีชีวิตในน้ํา 2. ใบงาน เรื่อง แมลงและสิงมีชีวิตในน้ํา ่ 3. ปากกาหรือดินสอ 4. ใบความรู เรื่อง คุณภาพน้ํา 5. ใบความรู เรื่อง การสํารวจคุณภาพน้ํา 6. แบบบันทึกการสํารวจคุณภาพน้ํา 7. อุปกรณสํารวจคุณภาพน้ํา การประเมินผล 1. ตรวจผลงานจากสมุดงาน แบบบันทึกตางๆ 2. สังเกตพฤติกรรม ความสนใจ และความรวมมือในการทํางาน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 21 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 22 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 23 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 24 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 25 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 26 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 27 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 28 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 29 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 30 คุณภาพน้ํา หมายถึง ความสะอาด ความสกปรกของน้ํา สําหรับชีวิตในน้ํา ผูตองดื่มน้ําและหายใจ เอาออกซิเจนเชนเดียวกับชีวิตอื่นๆ คุณภาพน้ําหมายถึงทั้งคุณภาพของน้ําที่รางกายมันใช และคุณภาพของ บรรยากาศรอบตัว ไมวาจะเปนปริมาณออกซิเจนที่ละลายอยูในน้ํา ความขุนใสของน้ํา แรธาตุและสสารที่ เจือปนในน้ํา ตลอดจนความเปนกรดดางของน้ํา เราสามารถสังเกตคุณภาพน้ําอยางงายๆ ไดจาก อุณหภูมิ น้ํายิ่งรอน ออกซิเจนยิ่งละลายไดนอย สัตวจึงหลบพักในน้ําเย็นใตรมเงาตนไมไดสบายกวาผืนน้ํากลางแดด รอนและถามีการปลอยน้ํารอนลงน้ํา เชน น้ําเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ออกซิเจนในน้ําจะลดลง ความขุนใส แสงแดดจะสามารถสองลงสูใตน้ําไดลึกหรือตื้นเพียงใดขึ้นอยูกับความขุนใสของน้ํา ซึ่งสงผลโดยตรงตอ ชีวิตพืชและสัตวตามพื้นใตน้ํา เนื่องจากพืชบนพื้นใตน้ําตองการแสงแดดปรุงอาหารและคายออกซิเจน ออกมาสูน้ําบริเวณนี้อันเปนประโยชนตอสัตวน้ําซึ่งอาศัยอยูตามพื้นใตน้ํา ถาน้ําขุน แสงก็จะสองลงไปใต น้ํ า น อ ยลง ก็ จ ะส ง ผลต อ ปริ ม าณออกซิ เ จนในน้ํ า ด ว ย น้ํ า จะขุ น ใสแค ไ หนนั้ น ขึ้ น อยู กั บ ปริ ม าณสาร แขวนลอยในน้ํา เชน ตะกอนดิน และแพลงกตอน สาหราย ตะกอนดินนอกจากจะทําใหน้ําขุนแลว ยังไป อุดรูซอกหลืบตามพื้นน้ําที่สัตวชอบอาศัยอยูดวย สิ่งมีชีวตในน้ํา ิ สัตวน้ําตองการออกซิเจนหายใจเชนเดียวกับสัตวบก และในน้ําก็มีออกซิเจนละลายอยูแตนอยกวาใน อากาศหลายเทา สัตวสวนมากชอบอยูในน้ําสะอาด มีออกซิเจนสูง แตหลายชนิดสามารถปรับตัวใหอยูใน ที่ที่มีออกซิเจนนอยได และบางชนิดก็ทนอยูไดในที่ที่เกือบไมมีออกซิเจนเลย ฉะนั้น ถาเกิดมลภาวะทําให ออกซิเจนในน้ําลดลง สัตวที่ตองการออกซิเจนสูงจะอยูไมได ในขณะที่สัตวที่ทนอยูไดในภาวะออกซิเจน ต่ํากวาจะสามารถอยูไดดี จึงประเมินระดับมลภาวะในลําน้ําไดจากการสังเกตประเภทสัตวน้ํา ซึ่งสัตวที่ใช วั ดระดั บ มลภาวะ เรี ย กว า “สั ต ว ตั ว บ ง ชี้ ” กล า วคื อ ถ า สั ต ว ช นิ ด นี้ ปรากฎตั ว ที่ ไ หน บอกได ว า สภาพแวดลอมที่นั่นเปนอยางไร โดยสัตวน้ําที่สํารวจเปนสัตวน้ําตัวเล็กๆ ไดแก แมลงน้ําและสัตวไมมี กระดูกสันหลังอื่นๆ พวกมันมักเกาะหากินอยูตามพื้นใตน้ําเฉพาะที่ ไมคอยวายยายถิ่นไปไกลๆ อยางปลา นอกจากสัตวน้ําแลว สาหรายหรือตะไครน้ํายังบอกไดคราวๆ ถึงปุยและสารอินทรียที่ถูกปลอยลงสูลําน้ํา อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 31 ขอควรระวัง ! อยาไปในที่ที่นาลึกเกินเขา ้ํ อยาไปไกลจนมองไมเห็น อยาเลนกันขณะปฏิบัตงาน ิ เมื่อบันทึกขอมูลเรียบรอยแลวอยาลืมปลอยสัตว นํากอนหิน และเทน้ําที่ตักมาคืนลําน้ํา อยาลืมเก็บอุปกรณตางๆ ที่ใชใหเรียบรอย อุปกรณ ขวดพลาสติกใสกนแบนขนาดประมาณ 1 ลิตร ตัดปากขวดออก แผนวัดความขุนใส  เทอรโมมิเตอรวัดอุณหภูมิ แวนขยาย กระชอน ถาดหรือกะละมัง ถวยน้ําจิ้ม ชอน แบบบันทึก วิธีการ ในแตละจุดทีทําการศึกษา ใหดําเนินการดังนี้ ่ 1. ตักน้ําจากลําธารใสขวดพลาสติกจนเต็มขวด จุมเทอรโมมิเตอรลงไปแตอยาใหติดกนขวด ประมาณ 20 วินาที บันทึกอุณหภูมิน้ํา ควรวัดหลายครั้งเพื่อหาคาเฉลี่ย โดยตักน้ําใหมขึ้นมาเพื่อ ทําการวัด แตอยาตักน้ําในจุดเดียวกับที่เทน้ําคืนลําธาร 2. วางแผนวัดความขุนใสไวทกนขวดพลาสติกดานใน ตักน้ําจากลําธารใสขวดพลาสติกจนเต็มขวด ี่ วางขวดไวเฉยๆ ในรมเงา รอใหน้ํานิ่งเมื่อน้านิ่งกมดูจากปากขวด และบันทึกหมายเลขสีจางที่สุด ํ ที่มองเห็นบนแผนวัดความขุนใส  3. ตักน้ําจากลําน้าใสถาดหรือกะละมังวางไวที่รมริมฝงน้ํา ํ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 32 4. วางกระชอนขวางกระแสน้ํา ใชเทาคุยพืนน้าใหฟุงขึ้นมาหนากระชอน 2-3 ครั้ง เพื่อใหสัตวที่ ้ ํ ซอนตัวอยูไหลเขามาในกระชอนพรอมเศษตะกอน 5. จากนั้นนํามาถายลงในถาดหรือกะละมังที่ตกน้ํารอไว  ั 6. รอใหน้ําในถาดหรือกะละมังนิ่งตกตะกอน 7. ตักน้ําใสถวยน้ําจิ้มหลายๆ อัน วางไวขางถาดหรือกะละมัง 8. สังเกตดูวาในถาดหรือกะละมังมีตัวอะไรเคลื่อนไหว ใชชอนคอยๆ ตักตัวสัตวขึ้นมาใสถวยน้ําจิ้ม 9. ใชแวนขยายสองสัตวในถวยน้ําจิ้มเพื่อสังเกตรายละเอียดสําคัญ จําแนกดวย คูมือหาชือสัตวเล็ก ่ น้ําจืด 10. บันทึกเฉพาะ สัตวที่เปนตัวบงชี้ ลงในแบบบันทึก เชน พบตัวออนแมลงเกาะหิน ซึ่งจัดเปนสัตว อยูในกลุม B ในจุดที่ 7 ที่สํารวจ ใหทําเครืองหมาย X ลงในชองที่ 7 ของแมลงกลุม B ่ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 33 “ในจุดศึกษาเดียวกัน หากพบสัตวตัวบงชีกลุมเดียวกันหลายตัว ใหทําเครื่องหมาย X เพียงครั้งเดียว” ้ 1 2 กลุม B ตัวออนแมลงเกาะหิน 3 4 5 6 7 8 9 10 “นับเฉพาะสัตวเปน อยานับซากสัตวที่ตายแลว” เมื่อสํารวจสัตวเล็กน้ําจืดครบทุกจุดศึกษา ใหนับจํานวน X ทั้งหมดของแตละกลุมแลวทําเครื่องหมาย X ลงในชองของตารางสรุป ตามจํานวนทีนับไดใน ่ กลุมนั้นๆ (จํานวนเครื่องหมายในแตละกลุมจะ เทากับจํานวนจุดศึกษาที่พบ) ซึ่งแบงออกเปน 4 หมวดใหญๆ คือ I พวกทีตองการน้ําสะอาดมาก ่ II พวกทีตองการน้ําสะอาด ่ III พวกที่ทนน้ําสกปรกไดบาง IV พวกที่ทนน้ําสกปรกไดดี จากนั้นพิจารณาดูโดยรวมวาสายน้ําในชวงที่ สํารวจ มีสัตวหมวดใดโดดเดนที่สุด ซึ่งสามารถบง บอกถึงคุณภาพน้ําในชวงนันไดดวย สามารถ ้  เปรียบเทียบจากเกณฑตอไปนี้ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 34 ..กราฟพิสดาร ! .. บางครั้งอาจพบวา กราฟมีลกษณะแตกตางจาก ั กราฟตัวอยางขางตน เปนตนวา สัตวหลายหมวด มีความ โดดเดนคละกันไป แบบนี้ สาเหตุอาจเกิดจาก การเก็บตัวอยางไมถูกวิธี จําแนกสัตวผดพลาด ลําน้ําไมเหมาะตอการดํารงชีวิตของ ิ สัตวบางกลุม เปนตน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 35 ภายหลังจากการสํารวจสายน้ํา และประมวลผลขอมูลครบทุกขั้นตอนแลว ใหประเมินดูวาจากขอมูลที่สํารวจ  มาทั้งหมดนั้น ลําน้ําในชวงที่สํารวจนั้นมีคุณภาพน้ําเปนอยางไร พรอมทั้งบอกเหตุผล สัญลักษณในการประเมินคุณภาพน้ํา ดีมาก ดี พอใชได ไมดี แยมาก อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 36 ทําเครื่องหมาย X ลงในชองที่เหมาะสม ภูมิอากาศในชวงสัปดาหที่ผานมา ฝนตกหนัก ฝนตกเล็กนอย ฝนไมตก แลงมาหลายสัปดาห อุณหภูมิ คาอุณหภูมิ จุดที่ 1 วัดได .............. องศาเซลเซียส จุดที่ 2 วัดได .............. องศาเซลเซียส จุดที่ 3 วัดได .............. องศาเซลเซียส จุดที่ 4 วัดได .............. องศาเซลเซียส จุดที่ 5 วัดได .............. องศาเซลเซียส จุดที่ 6 วัดได .............. องศาเซลเซียส จุดที่ 7 วัดได .............. องศาเซลเซียส ดังนั้น ลําธารมีอุณหภูมิของน้ําโดยเฉลี่ย .............. องศาเซลเซียส ความขุนใส จุดศึกษาที่ หมายเลขสีจางที่สุดบนแผนวัดความขุนใสที่มองเห็นได 1 2 3 4 5 6 7 มองไมเห็นหมายเลข หมายเลข 2 หมายเลข 3 หมายเลข 4 หมายเลข 5 เมื่อพิจารณาแลว พบวา ลําน้ามีระดับความขุนใส ซึ่งสังเกตจากหมายเลขสีจางที่สุดที่สวนใหญมองเห็น ํ ไดแก ใส (หมายเลข 5 ) คอนขางใส (หมายเลข 4) คอนขางขุน (หมายเลข 3)  ขุน (หมายเลข 2) ขุนมาก (มองไมเห็นหมายเลขเลย) อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 37 สิ่งมีชีวิตในน้ํา สาหราย/ตะไครตามพื้นใตนา ้ํ จุดศึกษาที่ สาหราย/ตะไครตามพื้นน้ําที่มองเห็น 1 2 3 4 5 6 7 ไมมี มีบางเล็กนอย ปานกลาง มีมาก มีเยอะมาก เมื่อพิจารณาแลว พบวา สาหราย/ตะไครตามพื้นน้ําทีที่สวนใหญมองเห็น ไดแก ่ ไมมี มีบางเล็กนอย ปานกลาง มีมาก มีเยอะมาก สัตวเล็กน้ําจืด เมื่อพบสัตวตัวบงชี้ใหทําเครื่องหมาย X ลงในชองหมายเลขของจุดศึกษาทีพบตามกลุมของสัตว ่ “ในจุดศึกษาเดียวกัน หากพบสัตวตัวบงชี้กลุมเดียวกันหลายตัว ใหทําเครื่องหมาย X เพียงครั้งเดียว” หัวโคงมนโต A 1 2 ตัวออนชีปะขาวตัวแบน เหงือกอยูบนหลัง 3 ตัวออนชีปะขาวเหงือกบนหลัง 4 5 เหงือกเปนขนนก 6 7 เหงือกแฉก รวม.........แหง ตัวออนชีปะขาวเหงือกแฉก ตัวออนชีปะขาวขุดรู ตัวออนชีปะขาวเหงือกขนนก อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 38 B ลําตัวสวนกลางเห็นเปนปลองชัดเจนสามปลอง 1 2 3 4 5 6 สองหาง 7 ตัวออนแมลงเกาะหินตัวปอม ตัวออนแมลงเกาะหินจั๊กกะแรฟู รวม.........แหง 1 C ตัวออนแมลงหนอนปลอกน้ําปลอกแตร 2 3 ตัวออนแมลงหนอนปลอกน้ําปลอกกรวดขาง 4 5 6 ตัวออนแมลงหนอนปลอกน้ําซองใบไม รวม.........แหง 7 D ตัวออนแมลงหนอนปลอกน้ําทอปลอกนิ้ว 1 2 เกราะคลุมปลอง 1 ชิ้น 3 4 หัวยาวรี 5 ตัวออนแมลงหนอนปลอกน้ําหัวหลิม 6 รวม.........แหง 7 อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 39 E ตัวออนแมลงชางกรามโต F กุงน้ําตก เขี้ยวใหญและหัวโต กามมีขน รวม.........แหง รวม.........แหง 1 2 3 4 5 6 7 1 2 3 4 5 6 7 ตัวออนแมลงปอธรรมดา G ตัวยาวเรียว ตัวออนแมลงปอตัวสั้น หางกุดเปนเดือยหยัก ตัวออนแมลงปอเสือหางเดียว ตัวปอมสั้น หางกุดเปนเดือยหยัก ตัวออนแมลงปอเข็มธรรมดา หางยาวหางเดียว หางรูปใบพาย 3 ตัวออนแมลงปอน้ําตกธรรมดา ตัวออนแมลงปอเข็มหางโปง หนวดขอแรกยาวกวาขออื่นหลายเทา 1 2 หางเปนลูกโปง 3 ใบ 3 ตัวออนแมลงปอน้ําตกเขียว 4 5 6 รวม.........แหง 7 หางยาวสองหาง อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 40 H หอยกาบน้ําจืด 1 2 3 4 5 6 7 รวม.........แหง หอยหมวกเจก I เกลียวบิดยาวเปนยอดแหลม รวม.........แหง 1 2 3 4 5 6 7 ฝาปดเปลือก หอยเจดีย ตัวออนชีปะขาววายน้ํา 1 J 2 3 4 กะบังเหงือก เหงือกไมเปนแฉก 5 6 ตัวออนชีปะขาวเหงือกกระโปรง รวม.........แหง 7 มีเกราะบนตัว 3 ชิ้น K L กุงฝอย กามไมมีขน มีเหงือกฟูเรียงเปนแถวใตทอง ตัวออนแมลงหนอนปลอกน้ําซิโก รวม.........แหง รวม.........แหง 1 2 3 4 5 6 7 1 2 3 4 5 6 7 อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 41 M หอยฝาเดียวชนิดอื่นๆ เกลียวอื่นๆ ไมบิดยาวมากไปกวาเกลียวแรก 1 2 3 4 5 6 7 รวม.........แหง N ขนาดเล็ก รูปรางเกือบกลม O เห็นหัวชัดเจน กระจุกเหงือก หอยกาบเมล็ดถั่ว หนอนริ้นน้ําจืดแดง รวม.........แหง รวม.........แหง 1 2 3 4 5 6 7 1 2 3 4 5 6 7 1 P ไมเห็นหัว 2 ไสเดือนน้ําเสีย 3 4 5 6 ไสเดือนปลอกแดง รวม.........แหง 7 อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 42 ตารางสรุปสัตวเล็กน้ําจืด ปสั ออกซิเจนสูง ออกซิเจนต่ํา ทนน้ํา ตองการน้ํา หมวดสัตว สะอาดมาก ตองการน้ําสะอาด ทนน้ําสกปรกไดบาง สกปรก ไดดี II III IV I จํานวนแหลงที่พบ กลุมสัตว A B C D E F G H I J K L M N O P 7 6 5 4 3 2 1 กลุมสัตว A B C D E F G H I J K L M N O P หมวดสัตว I II III IV คุณภาพน้ําจากการสํารวจสัตวเล็กน้ําจืด ดีมาก ดี ปานกลาง ไมดี แยมาก สรุปผลการสํารวจคุณภาพน้ํา ลําธารในน้ําตกเกาโจน ระหวางน้ําตกชั้นอนุบาลจนถึงชั้นที่ 6 น้ํามีคุณภาพ............................... เหตุผล................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 43 หนวยยอยที่ 2.4 ความสัมพันธในระบบนิเวศ จุดประสงค 1. เพื่อฝกทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร 2. เพื่ออภิปราย วิเคราะหหาความสัมพันธระหวางทรัพยากรตางๆ ในเสนทางเดินศึกษาธรรมชาติ 3. เพื่อฝกทักษะการทํางานรวมกันเปนกลุม เนื้อหา เสนทางเดินศึกษาธรรมชาติเปนหองเรียนธรรมชาติที่แสดงใหเห็นถึงความเชื่อมโยงสัมพันธกัน ระหวางสรรพสิ่งในระบบนิเวศที่สามารถพบไดในพื้นที่ ไมวาจะเปนตนไม สภาพปา สัตวตางๆ แหลงน้ํา หรื อ ลั ก ษณะดิ น หิ น เป นต น โดยระบบนิ เ วศ ประกอบไปด ว ย สิ่ ง มี ชี วิ ต และสิ่ ง ไม มี ชี วิ ต ที่ มี ความสัมพันธกันในบริเวณพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง กอใหเกิดการถายเทพลังงานและการหมุนเวียนของแรธาตุ ในบริเวณนั้น ซึ่งเปนระบบที่ตองอาศัยพลังงานจากดวงอาทิตย คุณสมบัติที่สําคัญประการหนึ่งของระบบ นิเวศ คือมีกลไกในการปรับสภาวะตัวเอง โดยมีรากฐานมาจากความสามารถของสิ่งมีชีวิตแตละชนิด ซึ่ง เปนองคประกอบของระบบนิเวศนั้นๆ ทําใหเกิดการถายเท พลังงานและการหมุนเวียนของแรธาตุ ถาระบบ นิ เ วศนั้ น ได รั บ พลั ง งานอย า ง พ อเพี ย ง แ ล ะไม มี อุ ป สรร ค ขั ด ข ว า งวั ฏ จั ก รหรอ ความสั มพนธ ของ ื ั องคประกอบภายในระบบนิเวศทําใหแรธาตุ และสสารกับสิ่งแวดลอมนั้นไมเปลี่ยนแปลงมากแลว ก็จะทํา ใหเกิดภาวะสมดุลขึ้นภายในระบบนิเวศนั้น ถาในระบบนิเวศใดสิ่งมีชีวิตบางชนิดถูกทําลายไป จนเกิด ความไมพอดีกันขึ้นก็จะทําใหความสมดุลของระบบนิเวศลดลง เชน ถาเกิดการเปลี่ยนแปลงของจํานวน สิ่งมีชีวิตระดับใดระดับหนึ่งอยางมาก จะมีผลรุนแรงตอสิ่งมีชีวิตระดับอื่นๆ ดวย มนุษยจัดเปนเพียงสวน หนึ่งของระบบนิเวศเทานั้น การกระทําใดๆ ของมนุษยตอสิ่งแวดลอมก็จะมีผลเกี่ยวเนื่องและสัมพันธกับ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอมอื่นๆ ในระบบและสงผลตอมนุษยเองอีกดวย ดังนั้นในการพัฒนาใดๆ ที่จําเปนตอง อาศัยทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมเพื่อเปนวัตถุดิบนั้น เราควรจะคํานึงถงการเสียสมดุลของระบบ ึ นิเวศ เพื่อไมใหการพัฒนานั้นกลบมาสรางปญหาตอตวมนุษยไมวาจะเปนทางตรงหรือทางออมใน ั ั อนาคต กิจกรรมการเรียนรู 1. ขั้นนําเขาสูบทเรียน แนะนําการเดินศึกษาธรรมชาติบนเสนทางเดินศึกษาธรรมชาติ การสํารวจบันทึกขอมูล ตางๆ 2. ขั้นดําเนินการ 2.1 ใหแตละกลุม เดินสํารวจ ศึกษา และบันทึกขอมูลตามเสนทางที่กําหนดบนเสนทาง เดินศึกษาธรรมชาติ โดย ศึกษาและเก็บตัวอยางตนไม 7 ชนิดที่กําหนด สํารวจคุณภาพน้ําตก 6 ชั้น สํารวจ นกในเสนทางเดิน ศึกษาปายสื่อความหมายแตละจุดศึกษา คนหาอักษรที่ซอนอยูระหวางทาง ประสมเปน คําเพื่อรวมกันหาความหมายของคํานั้น อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 44 2.2 อภิปรายเกี่ยวกับความสําคัญของตนไม นก และคุณภาพของน้ําตก รวมทั้งวิเคราะห ความสัมพันธระหวางสิ่งที่สํารวจ และบอกความหมายของคําที่ไดจากการคนหาอักษรระหวางการเดินบน เสนทาง 3. ขั้นสรุป กลาวสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธตางๆ ในระบบนิเวศ ผลเสียเมื่อเกิดการเสียสมดุลทาง ระบบนิเวศ เพื่อนําไปสูการใชทรัพยากรอยางคุมคาและเกิดประโยชนสูงสุด สื่อการเรียนรู 1. สมุดวาดเขียน 2. สีเทียน 3. ปากกาหรือดินสอ 4. สติกเกอรใส (ขนาดเทากับกระดาษวาดเขียน) 5. หนังสือในหองสมุด 6. ทรัพยากรบนเสนทางเดินศึกษาธรรมชาติ 7. ใบความรูในการดูนก 8. แบบบันทึกการสํารวจนก 9. หนังสือคูมือการดูนกของอุทยานธรรมชาติวิทยาฯ 10. หนังสือสัตวปาในอุทยานธรรมชาติวิทยาฯ 11. กลองสองทางไกลแบบสองตา 12. แบบบันทึกการสํารวจคุณภาพน้ํา 13. อุปกรณสํารวจคุณภาพน้ํา การประเมินผล 1. ตรวจผลงานจากสมุดงาน แบบบันทึกตางๆ 2. สังเกตพฤติกรรม ความสนใจ และความรวมมือในการทํางาน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 45 เสน ทางเดิน ศึก ษาธรรมชาติเ ปน เสมือ นหอ งเรีย นธรรมชาติที่แ สดงใหเ ห็น ถึง ความเชื่อ มโยง สัมพันธกันระหวางสรรพสิ่งในระบบนิเวศที่สามารถพบไดในพื้นที่ ไมวาจะเปนตนไม สภาพปา สัตวตางๆ แหล ง น้ํ า หรื อ ลั ก ษณะดิ น หิ น เป น ต น โดยระบบนิ เ วศ จะ ประกอบไปดวย สิ่งมีชีวิตและสิ่งไมมีชีวิตที่มีความสัมพันธกันใน บริเวณพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง กอใหเกิดการถายเท พลังงานและการ หมุนเวียนของแรธาตุในบริเวณนั้น โดยเปนระบบที่ตองอาศัย พลังงานจากดวงอาทิตย คุณสมบัติที่สําคัญประการหนึ่งของ ระบบนิเวศ คือ มีกลไกในการปรับสภาวะตัวเอง โดยมีรากฐานมา จากความสามารถของสิ่งมีชีวิตแตละชนิด ซึ่งเปนองคประกอบของ ระบบนิ เ วศนั้ น ๆ ทํ า ให เ กิ ด การถ า ยเ ทพลั ง งานและการ หมุนเวียนของแรธาตุ ถาระบบนิเวศนั้นไดรับพลังงานอยาง พอเพียง และไมมีอุปสรรคขัดขวางวัฏจักร หรือ ความสัมพันธของ องค ป ระกอบภา ยในระบบนิ เ วศ ทํ า ให แ ร ธ าตุ แ ละสสารกั บ สิ่งแวดลอมนั้นไมเปลี่ยนแปลงมากแลว ก็จะทําใหเกิดภาวะสมดุล ขึ้ นภายในระบบนิ เวศนั้ น ในทางกลั บกั น ถ าในระบบนิ เวศใด สิ่งมีชีวิตบางชนิดถูกทําลายไป จนเกิดความไมพอดีกันขึ้นก็จะทํา ใหความสมดุลของระบบนิเวศลดลง การศึกษาในหองเรียนธรรมชาติ จะทําใหเห็นถึงความสัมพันธดังกลาวไดอยางชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่ อ มนุ ษย เ ราไดอ ยู ใ นธรรมชา ติ ที่ไ ม ใ ช บ านของตนเองแล ว ก็ เ ห็ น วา บนโลกใบนี้ ยั ง มีสิ่ ง มี ชี วิ ตอื่ น ๆ อี ก มากมายที่อยูรอบตัว สวนมนุษยเองเปนเพียงสวนหนึ่งของระบบนิเวศเทานั้น แมวามนุษยจะเปนเพียง สิ่งมีชีวิตเล็กๆ แตการกระทําของมนุษยยอมมีผลเกี่ยวเนื่องและสัมพันธกับสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอมอื่นๆ ในระบบและส งผลย อนกลั บมายั งมนุ ษย เองอี กด วย ดั งนั้ นการที่ มนุ ษย จะพั ฒนาสิ่ งใดๆ จํ าเป นต องอาศั ย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเพื่อเปนวัตถุดิบในการพัฒนานั้น เราควรจะคํานึงถึงการเสียสมดุลของ ระบบนิเวศ เพื่อไมใหการพัฒนานั้นกลับมาสรางปญหาตอตัวมนุษยไมวาจะเปนทางตรงหรือทางออมใน อนาคต ภาระกิจ ใหแตละกลุมเดินศึกษา สํารวจและบันทึกขอมูลตามเสนทางที่กําหนดบนเสนทางเดินศึกษาธรรมชาติ โดย ศึกษาและเก็บตัวอยางตนไม 7 ชนิดที่กําหนดแลวคนควาเพื่อหาประโยชนของตนไมชนิดนั้น สํารวจคุณภาพ น้ําตกในแตละชั้น จนถึงชั้น 6 สํารวจนก แมลงและสัตวอื่นๆในเสนทางเดิน ศึกษาปายสื่อความหมายแตละ จุดศึกษา คนหาอักษรที่ซอนอยูระหวางทางแลวประสมเปนคําเพื่อรวมกันหาความหมายของคํานั้น อภิปรายเกี่ยวกับความสําคัญของตนไม นก แมลงและคุณภาพของน้ําตก รวมทั้งวิเคราะหความสัมพันธ ระหวางสิ่งที่สํารวจ และบอกความหมายของคําที่ไดจากการคนหาอักษรระหวางการเดินบนเสนทาง อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 46 อุปกรณ กลองสองทางไกล คูมือดูนก หรือ คูมือหาชื่อนกในอุทยานธรรมชาตวิทยา ตามพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ. ิ ราชบุร:ี ลุมน้ําหวยผาก คูมือดูแมลง สัตวชนิดอื่นๆ หรือรองรอยสัตว (ถามี) แบบบันทึก ปากกาหรือดินสอ แผนที่เสนทาง (ถามี) วิธีการ 1. เตรียมอุปกรณตางๆ และเตรียมตัวใหพรอม 2. เดินตามเสนทางหรือบริเวณโดยรอบ เมื่อพบนก แมลง สัตวหรือรองรอยสัตวชนิดอืนๆ ่ ใหทําการจําแนกจนทราบชนิดแลวบันทึกลงในแบบบันทึก โดยระบุเลขหนาของแผน บันทึกเพื่องายตอการจัดเรียงเอกสาร สําหรับแผนแรก (หนาที่ 1) ใหเขียนชื่อ-สกุลของ ผูเดิน หรือเขียนชื่อกลุม วันเดือนปที่เดิน สถานที่ และระบุชวงเวลาที่เดิน  3. สัตวที่พบตัวแรกใหเขียนเลข 1 ในชองชนิดที่ เมื่อรูชื่อชนิดที่พบใหเขียนลงในชองชื่อสัตว ที่พบ 4. จากนั้นบันทึกขอมูลตางๆ ลงในชองขอสังเกตบางประการขณะดูใหทาเครื่องหมายลงใน ํ ตามการสังเกตพบ สําหรับขอ 2 ลักษณะที่พบใหระบรายละเอียดเพิ่มเติมดวย และทําการ ุ บันทึกขอมูลในบริเวณทีเวนไวให (......) เกี่ยวกับขนาดและลกษณะสีเดน ่ ั 5. ขีด I จํานวน 1 ขีด ลงในชองจํานวน โดยสามารถบันทึกขอมูลอื่นๆ ที่ตองการเกี่ยวกับ สัตวชนิดนั้นๆ เชน วาดภาพลักษณะเดน ไดแก เทา ปาก ลําตัว ปก หรือเขา หรือบันทึก ลักษณะเฉพาะคือลักษณะทีไมมีในสัตวชนิดอื่นหรือกลุมอื่น เมื่อมองเห็นสามารถบอกได ่ ทันทีวาเปนสัตวชนิดอะไรลงในชองบันทึกเพิ่มเติม 6. หากสัตวที่พบตัวถัดไปเปนสัตวชนิดเดิม ให ขีด I จํานวน 1 ขีด ลงในชองจํานวน โดย 1 ขีดแทนนก 1 ตัว แตถาเปนสัตวชนิดใหมก็ใหบันทึกดวยวิธีการเดิม 7. เมื่อเสร็จสิ้นการเดินทางแลวใหรวมจํานวนนกของแตละชนิดที่พบ ลงบน...ทายชองจํานวน 8. ในกรณีที่มีแผนที่ใหเขียนหมายเลขชนิดที่ของสัตวที่พบลงบนจุดที่พบในแผนที่ดวย  อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 47 หนาที่ี 1 ชื่อ-สกุล / กลม ................................................................วัน เดือน ป ................................สถานที่.........................................................เวลา................... ุ .............. .............. . ชนิดที่ ชื่อสัตวที่พบ ขอสังเกต จํานวนที่พบ (ตัว) บันทึกเพิ่มเติม 1. บริเวณที่พบ แหลงน้ํา ทุงหญาและปาละเมาะ สวน ปาโปรง / ปาไผ ปาทึบ อื่นๆ ......................... 2. ลักษณะที่พบ บิน......... เกาะที่........... เดินที่........... อื่นๆ ............... 3. ขนาด...................................................... 4. ลักษณะสีเดน........................................... รวม................ตัว 1. บริเวณที่พบ แหลงน้ํา ทุงหญาและปาละเมาะ สวน ปาโปรง / ปาไผ ปาทึบ อื่นๆ ......................... 2. ลักษณะที่พบ บิน......... เกาะที่........... เดินที่........... อื่นๆ ............... 3. ขนาด...................................................... 4. ลักษณะสีเดน........................................... รวม................ตัว อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 48 หนาที่ ................ ชนิดที่ ชื่อสัตวที่พบ ขอสังเกต จํานวนที่พบ (ตัว) บันทึกเพิ่มเติม 1. บริเวณที่พบ แหลงน้ํา ทุงหญาและปาละเมาะ สวน ปาโปรง / ปาไผ ปาทึบ อื่นๆ ......................... 2. ลักษณะที่พบ บิน......... เกาะที่........... เดินที่........... อื่นๆ ............... 3. ขนาด...................................................... 4. ลักษณะสีเดน........................................... รวม................ตัว 1. บริเวณที่พบ แหลงน้ํา ทุงหญาและปาละเมาะ สวน ปาโปรง / ปาไผ ปาทึบ อื่นๆ ......................... 2. ลักษณะที่พบ บิน......... เกาะที่........... เดินที่........... อื่นๆ ............... 3. ขนาด...................................................... 4. ลักษณะสีเดน........................................... รวม................ตัว อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 49 คําปริศนาที่ซอนไวในเสนทางเดินศึกษาธรรมชาติ คือ ….......................................... หมายถึง................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 50 อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 51 หนวยการเรียนรูที่ 3 ภาวะโลกรอน สาระสําคัญ กิจกรรมของมนุษยที่เพิ่มขึ้น ตามการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมนั้น กอใหเกิด กาซตางๆ เพิ่มมากขึ้น ขณะที่พื้นที่ปาไมลดลง การนํากาซบางชนิดไปใชเพื่อเปลี่ยนเปนการที่มนุษย สามารถนําไปใชประโยชนไดจึงลดลงตามไปดวย แมวาจะมีการอนุรักษพื้นที่ปาไมไวแตการที่มี กิจกรรมเพิ่มขึ้น การขยายตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้น เปนการเพิ่มปริมาณกาซมากเกินกวาที่ตนไม หรือปาไมที่พิทักษรักษาไวตองการใช จึงทําใหเกิดการสะสม เกาะกลุมลอยตัวอยูหุมอยูรอบชั้น บรรยากาศโลก เปนผลใหพลังงานความรอนที่เคยออกสูอวกาศ สะทอนกลับมาสูผิวโลกเพราะไม สามารถผานชั้นกาซที่เกาะกลุมเหลานั้น ทําใหอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น จุดประสงค 1. เพื่อสรางความรู ความเขาใจเกียวกับปญหาภาวะโลกรอน ่ 2. เพื่ออภิปราย วิเคราะหหาสาเหตุ ผลกระทบและแนวทางการบรรเทาปญหาจากภาวะ โลกรอน เนื้อหา โลกกําลังรอนขึ้นทุกขณะ ซึ่งอาจสังเกตไดจากปริมาณผูเสียชีวิตเนื่องจากอากาศรอนที่เพิ่ม มากขึ้นในแตละป แตการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิยังเกิดขึ้นคอนขางชา โลกคอยๆ รอนขึ้นประมาณ 0.5 องศาเซลเซี ย สภายในรอบ 100 ป อุ ณ หภู มิ โ ลกที่ เ พิ่ ม ขึ้ น แม เ พี ย งเล็ ก น อ ย แต เ ป น การ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญสําหรับแบบแผนการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เชน ฝนในประเทศตางๆ แทบซีกโลกเหนือ ตั้งแตแถบทะเลแคริบเบียนผานทวีปแอฟริกาไปจนถึง ประเทศอินเดียและทางตะวันออกไกลก็ตกนอยลง ประเทศเอธิโอเปยในทวีปแอฟริกาประสบภาวะ อดอยากอยางรายแรงเนื่องจากปริมาณฝนตกไมเพียงพอที่จะหลอเลี้ยงพืชผลใหเติบโต ในขณะที่ บริเวณเขตเสนศูนยสูตรไดรับน้ําฝนนอยลง ทางแถบที่หางถัดจากเสนศูนยสูตรออกไปกลับมีฝนตก มากขึ้ น เช น การเกิ ดอุ ทกภั ยที่ ประเทศบั งคลาเทศ พายุ เ ฮอริ เ คนลู ก ต า งๆ มี พ ลั ง แรงขึ้ น จาก เหตุการณที่เกิดขึ้นทําใหระดับน้ําทะเลคอยๆ สูงขึ้นประมาณ 1 เซนติเมตร ทุกๆ 10 ป ชายหาดและ หมูเกาะตางๆของโลกคอยๆ จมหายลงไปใตระดับน้ําที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ธารน้ําแข็งตามภูเขาสวนตางๆ ของโลกกําลังละลายไปเหมือนกอนน้ําแข็งที่ถูกทิ้งไวทามกลางแสงแดด ซึ่งนักวิทยาศาสตรเชื่อวา การเปลี่ยนแปลง หรือ ปรากฎการณทางธรรมชาติตางๆ ที่เกิดขึ้นนี้เปนผลมาจากกิจกรรมของมนุษย ซึ่งกอใหเกิดกาซหลายชนิดที่เราระบายขึ้นสูชั้นบรรยากาศรอบๆ โลกรวมกลุมลอยตัวกั้นเปนเรือน กระจก ทําใหอุณหภูมิบริเวณผิวโลกสูงกวาบริเวณเหนือกวาชั้นบรรยากาศที่กลุมกาซจับตัวกันเปน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 52 เรือนกระจกนั้น จึงกลายเปนตัวกักความรอนและสะทอนรังสีความรอนกลับมายังพื้นโลกแทนที่จะ ลอยตั ว ออกไปในอวกาศ ทํา ให โลกรอ นขึ้น และรบกวนสมดุลของภูมิอากาศ ซึ่ งสิ่ ง เหลานี้เรา สามารถบรรเทาปญหาไดโดยการลดปริมาณการเผาผลาญเชื้อเพลิง การเผาไหมตางๆ และเพิ่มพื้นที่ สีเขียวเพื่อชวยดูดซึมกาซบางชนิดไปใชในการเจริญเติบโตของพืช กิจกรรมการเรียนรู 1. ขั้นนําเขาสูบทเรียน เกริ่นนําโดยอางถึงภาพยนตรที่นํามาใหผูเขาอบรมชม ซึ่งไดสรางเคาโครงเรื่องมา จากขอมูลทางวิทยาศาสตร โดยขอใหผูเขาอบรมตั้งใจชมภาพยนตรเนื่องจากจะมีการรวมกัน อภิปรายภายหลังจากที่ไดชมภาพยนตรจนจบเรื่องแลว 2. ขั้นดําเนินการ 2.1 ใหผูเขาอบรมชมภาพยนตรเรื่อง The Day After Tomorrow 2.2 หลังจากชมภาพยนตรจบแลวรวมกันอภิปรายในคําถามตอไปนี้ 1) คิดวาเหตุการณตางๆ สามารถเกิดขึ้นในอนาคตไดจริงหรือไม เพราะ เหตุใด 2) คิดวาเหตุการณตางๆ ที่เกิดขึ้นนี้ มีสาเหตุมาจากอะไร เพราะเหตุใดจึง เปนเชนนัน ้ 3) เมื่อไดตดตามขาวในชีวิตประจําวันแลวคิดวาปรากฎการณธรรมชาติ ิ ตางๆ ในปจจุบันเปนอยางไร และการกระทําของมนุษยเปนสาเหตุหนึงของปรากฏการณเหลานัน ่ ้ หรือไม อยางไร 4) แลวเราจะมีสวนชวยบรรเทาปญหาอยางไร 3. ขั้นสรุป กลาวสรุปเรื่องภาวะโลกรอน สาเหตุ อันตราย และการมีสวนรวมในการบรรเทา ปญหา สื่อการเรียนรู 1. โทรทัศน เครื่องเลนวีซีดีพรอมชุดเครื่องเสียง 2. แผนวีซีดี ภาพยนตรเรื่อง The Day After Tomorrow 3. ใบความรู เรื่อง ภาวะโลกรอน การประเมินผล สังเกตพฤติกรรม ความสนใจ การแสดงความคิดเห็นและการมีสวนรวม อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 53 The Day After Tomorrow เขียนบทและกํากับภาพยนตรโดย โรแลนด เอ็มเมอริค รวมเขียนบทภาพยนตรโดย เจฟฟรีย นัคแมนอฟ The Day After Tomorrow มาจากสถานการณที่หยั่งรากมาจาก ความกังวลอยางแทจริง เกี่ยวกับสภาวะของโลกเรา ทฤษฎีที่วา ภาวะโลกรอน อาจกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงของอากาศอยาง ฉับพลัน นับวากําลังอยูในความสนใจของคนสวนใหญ ในขณะที่ไมมีใครรูวา ผลที่แทจริงจะเปนอยางไร กับ การที่มนุษยสะสมกาซคารบอนไดออกไซดเพิ่มเขาไปในชั้นบรรยากาศ ผูเชี่ยวชาญบางคนไดอางถึงวาเปน “การทดลองทางวิทยาศาสตรที่ไมอาจควบคุมได ครั้งยิ่งใหญที่สุดในประวัติศาสตร” เรื่องยอ แจ็ค ฮอลล(เดนนิส เควด) เปนนักกาลวิทยา (paleoclimatologist) ไดผลจากการคนควาระบุวา สภาวะโลกรอนอาจเปนชนวนหายนะแหงการเปลี่ยนแปลงอยางกะทันหันของภูมิอากาศโลก เนื่องจากแกน น้ําแข็งที่เขาทําการเจาะในทวีปแอนตารกติกา บงวามันเคยเกิดขึ้นมาแลวเมื่อหนึ่งหมื่นปกอน และในตอนนี้ เขาไดสงคําเตือนไปยังหนวยราชการ วามันอาจเกิดขึ้นอีกครั้งหากไมมีการดําเนินการโดยทันที แตคําเตือน ของเขามาถึงชาเกินไป ทุกอยางเริ่มตนขึ้นเมื่อฮอลลไดเจอกับกอนน้ําแข็งที่มีขนาดใหญพอๆ กับรัฐโรด ไอสแลนด ซึ่งแตกออกมาจากภูเขาน้ําแข็งในขั้วโลกใต และจากนั้นคือปรากฏการณการเปลี่ยนแปลงของ อากาศอยางรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นอยางตอเนื่องไปทั่วโลก โทรศัพทที่เขาไดรับจาก ศาสตราจารยแร็พสัน (เอียน โฮลม) เพื่อนรวมงานในสก็อตแลนด ยืนยันใหกับความกลัวที่รายแรงที่สุดของแจ็ค เนื่องจากสภาวะอากาศ รุนแรงเหลานี้เปนเครื่องบงชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญทั่วโลก น้ําแข็งที่ปกคลุมบนขั้วโลกไดละลาย และทํา ใหน้ํ า ไหลทะลักลงสูมหาสมุทร และรบกวนกระแสคลื่น ซึ่งเปนตัวสรางสมดุลของระบบภูมิอากาศของเรา สภาวะโลกรอนไดผลักดันใหโลกเฉียดเขาไปใกลกับยุคน้ําแข็งครั้งใหม และมันจะเกิดขึ้นในระหวางที่พายุ มหึมาลูกหนึ่งถลมไปทั่วโลก ขณะที่แจ็คเตือนทําเนียบขาวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่กําลังคุกคามโลกนั้น แซม (เจค กิลเลนฮาล) ลูกชายวัย 17 ของเขาก็ติดอยูในนิวยอรคซิตี้ ในระหวางที่เขาและเพื่อนๆ ไปรวมแขงขัน ดานวิชาการระดับมัธยม ซึ่งเขาตองเผชิญกับอุทกภัยรายแรงและอุณหภูมิที่กําลังดิ่งลงอยางรวดเร็วในแมนฮัตตัน ตอมาเมื่อไดถูกอพยพเขาไปอยูในหอสมุดสาธารณะแหงแมนฮัตตัน แซมจึงสามารถติดตอกับพอของเขาได ทางโทรศัพท แจ็คมีเวลาที่จะเตือนลูกเพียงขอเดียวเทานั้น “จงอยูแตในอาคารไมวาจะเกิดอะไรขึ้น!” ขณะที่ การอพยพประชากรครั้งใหญเพื่อมุงหนาลงใตเริ่มขึ้นนั้น แจ็คก็เดินทางขึ้นเหนือสูนิวยอรคซิตี้เพื่อชวยลูกชาย ซึ่งแมแตแจ็คเองก็ไมไดเตรียมตัวที่จะเผชิญกับสิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ลูกชายและโลกของเขา คําถามเพื่อการอภิปราย เหตุการณตางๆ สามารถเกิดขึ้นในอนาคตไดจริงหรือไม เพราะเหตุใด เหตุการณตางๆ ที่เกิดขึ้นนี้ มีสาเหตุมาจากอะไร เพราะเหตุใดจึงเปนเชนนั้น เมื่อไดติดตามขาวในชีวิตประจําวันแลวคิดวาปรากฎการณธรรมชาติตางๆ ในปจจุบันเปนอยางไร และการกระทําของมนุษยเปนสาเหตุหนึ่งของปรากฏการณเหลานั้นหรือไม อยางไร เราจะมีสวนชวยบรรเทาปญหาอยางไร อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 54 เปนที่นาสังเกตวาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในชวงไมกี่ปที่ผานมา ดูจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นักวิทยาศาสตรหลายคนกลาววา สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ผลกระทบจากปรากฏการณเรือนกระจก ทําใหเกิด การเปลี่ยนแปลงอยางฉับพลันตอสภาพอากาศโลก หรือที่เรียกกันวา "ภาวะโลกรอน" (Global warming) เกิดจากสารประกอบของกาซตางๆ ที่อยูในชั้นบรรยากาศของโลก ดูดซึมแสงอินฟาเรด และกั น รั ง สี ค วามร อ นจากโลกไว โดยผลที่ อ าจจะเกิ ด ตามมาจากภาวะโลกร อ น ได แ ก การที่ ระดับน้ําทะเลสูงขึ้น พื้นที่สวนที่เปนผืนดินนอยลง เกิดการแพรซึมของสารเกลือไปยังน้ําผิวดินและ แหลงน้ําอื่นๆ การเกิดน้ําทวม การชะกรอนของชั้นดิน และพายุ เปนตน สิ่งตางๆ เหลานี้ เริ่มมี การพู ดถึง ตั้งแต เมื่อ 30 ปที่ แลว แตไ มมีใครใส ใจนั ก ทว าหลายปที่ ผานมา ระดับ น้ําทะเลที่ สูงขึ้ น รวมถึงผืนน้ําแข็งขั้วโลกที่ละลายลง ทําใหเสียงเตือนที่มาพรอมกับคําๆ นี้เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ "ผลกระทบจากปรากฏการณเรือนกระจกไดเกิดขึ้นแลว ไมวาจะเปนภัยแลง น้ําทวม และ ความแปรปรวนของอากาศในหลายๆ ภูมิภาคของโลก" โคฟ อันนัน เลขาธิการองคการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กลาว ตัวการสําคัญที่ทําใหเกิดปรากฎการณเรือนกระจก คือ กาซที่เกิดจากการเผาไหม เชื้อเพลิงฟอสซิล อันรวมถึงกาซไอเสียจากรถยนตและโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งลวนแลวแตเปน ผลจากกิจกรรมของมนุษยทั้งสิ้น การวิเคราะหของคณะกรรมการระหวางประเทศวาดวยการ เปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (IPCC) ซึ่งรวมมือกับองคการสหประชาชาติ เฝาสังเกตผลกระทบตางๆ และไดพบหลักฐานใหมที่แนชัด พบวา อุณหภูมิโลกกําลังเพิ่มขึ้นเร็วกวาที่ทุกฝายคาดคิด โดยขอมูล จากอดีตบงชี้วาอุณหภูมิที่สูงขึ้นขนาดนี้ อาจทําใหระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง และเตือนวา หากการปลอย กาซไอเสียยังไมลดปริมาณลงจนอยูในระดับที่ควบคุมได อุณหภูมิโลกอาจเพิ่มขึ้นอีก 5.8 oC ภายในป 2553 ระดั บ อุ ณ หภู มิ ที่ สู ง ขึ้ น นี้ อาจทํ า ให แ ผ น น้ํ า แข็ ง บริ เ วณขั้ ว โลกละ ลาย ผลที่ ต ามมา ก็ คื อ ระดับน้ําทะเลในมหาสมุทรตางๆ เพิ่มสูงขึ้น ธารน้ําแข็งในเขตหนาวรวมทั้งหิมะบนยอดเขาทั่วโลก กํ า ลั ง หล อมละลาย แนวปะการั ง ถู ก ทํ า ลาย เนื่ อ งจากอุ ณ หภู มิ แ ปรปรวน ภั ยแล ง จะกลายเป น เหตุการณปกติสําหรับหลายประเทศในเอเชียและแอฟริกา ปรากฏการณเอลนิญโญกอความวิบัติ บอยครั้งขึ้น ทะเลสาบและแมน้ําเขตหนาวจับตัวแข็งชาลงทุกป พืชและสัตวนานาพันธุเริ่มเคลื่อนยาย สูที่สูงหรือเขาหาขั้วโลกมากขึ้น การอพยพยายถิ่นของสัตวนานาชนิด ตั้งแตผีเสื้อ หมีขั้วโลก ตลอดจน ปลาวาฬขาว วิปริตแปรปรวน ซึ่งทั้งหมดมิใชการคาดเดา แตเปนสถานการณจริงที่กําลังเกิดขึ้นในทุก ภูมิภาคทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไมไดเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กทีละนอย แตเปนการ เปลี่ยนแปลงอยางรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นบอยครั้งและมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวอยางที่เห็นไดชัด ไดแก ความแหงแลงอยางรุนแรง วาตภัย อุทกภัย พายุฝนฟาคะนอง พายุทอรนาโด แผนดินถลม และการเกิดพายุรุนแรงฉับพลัน จากภาวะอันตรายเหลานี้พบวา ผูที่อาศัยอยูในเขตพื้นที่ที่เสี่ยงกับการ เกิดเหตุการณดังกลาวซึ่งไดรับผลกระทบมากกวาพื้นที่สวนอื่นๆ ยังไมไดรับการเอาใจใสและชวยเหลือ เทาที่ควร นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณวา การที่อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นเปนเหตุใหปริมาณผลผลิต เพื่อการบริโภคโดยรวมลดลง ซึ่งทําใหจํานวนผูอดอยากหิวโหยเพิ่มขึ้นอีก 60-350 ลานคน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 55 ในประเทศไทยและฟลิปปนส มีโครงการพลังงานตางๆ ที่จัดตั้งขึ้นและการดําเนินงานของ โครงการเหลานี้ไดสงผลกระทบตอระบบนิเวศอยางเห็นไดชัด ตัวอยางเชน การเปลี่ยนแปลงของฝนที่ ไมตกตามฤดูกาล และปริมาณน้ําฝนที่ตกในแตละชวงไดเปลี่ยนแปลงไป การบุกรุกและทําลายปาไมที่ อุดมสมบูรณ การสูงขึ้นของระดับน้ําทะเลและอุณหภูมิของน้ําทะเล ซึ่งสงผลกระทบอยางมากตอระบบ นิเวศตามแนวชายฝง และจากการที่อุณหภูมิของน้ําทะเลสูงขึ้นนี้ ไดสงผลกระทบตอการเปลี่ยนสีของ น้ําทะเล ดังนั้น แนวปะการังตางๆ จึงไดรับผลกระทบและถูกทําลายเชนกัน ความไมแนนอนของ ฤดูกาลก็ยังสงผลกระทบตอการทําเกษตรกรรม มีการคาดการณวา หากระดับน้ําทะเลสูงขึ้นอีกอยาง นอย 1 เมตรภายในทศวรรษหนา ซึ่งปกติแลว ระดับน้ําทะเลเพิ่มขึ้นราว 1 มิลลิเมตร ทุกๆ ป แต ในชวงไมกี่ปที่ผานมา ระดับน้ําทะเลกลับเพิ่มขึ้นปละ 3 มิลลิเมตร หากโลกยังไมตระหนักถึงคําเตือน ของธรรมชาติ ในอนาคตอันใกล ระดับน้ําทะเลอาจเพิ่มขึ้น จนไมเพียงจมเกาะในมหาสมุทรแปซิฟก เทานั้น หากยังทวมเมืองทาชายฝงสําคัญๆ อีกดวย ซึ่งหมายความวา หาดทรายและพื้นที่ชายฝงใน ประเทศไทยจะลดนอยลง สถานที่ตากอากาศชายทะเลรวมถึงอุตสาหกรรมการทองเที่ยวในสถานที่ ทองเที่ยวตางๆ เชน พัทยา และ ระยอง จะไดรับผลกระทบโดยตรง แมแตกรุงเทพมหานคร ก็ไม สามารถหลีกเลี่ยงจากผลกระทบของระดับน้ําทะเลที่สูงขึ้นนี้เชนกัน นอกจากนี้แลวปญหาดานสุขภาพ ก็เปนเรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ไดรับผลกระทบอยางรุนแรงจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงนี้ดวย เนื่องจากอุณหภูมิและความชื้นที่สูงขึ้น สงผลใหมีการเพิ่มขึ้นของยุงมากขึ้น ซึ่งนํามาสูการแพรระบาด ของไขมาเลเรียและไขสา นอกจากนี้โรคที่เกี่ยวของกับน้ํา เชน อหิวาหตกโรค ซึ่งจัดวาเปนโรคที่แพร ระบาดได อ ย า งรวดเร็ว โรคหนึ่ง ในภู มิภ าคเอเชี ย คาดว า จะเพิ่ ม ขึ้ น อย า งรวดเร็ ว และต อ เนื่ อ งจาก อุณหภูมิและความชื้นที่สูงขึ้น คนยากจนเปนกลุมคนที่มีความเสี่ยงสูงตอผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงนี้ ประกอบกับการใหความรูในดานการดูแลรักษาสุขภาพที่ดียังมีไมเพียงพอ กิจกรรมของมนุษยที่เพิ่มขึ้นตามการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมนั้น กอใหเกิดกาซ ตางๆ เพิ่มมากขึ้น ขณะที่พื้นที่ปาไมลดลง การนํากาซบางชนิดไปใชเพื่อเปลี่ยนเปนกาซที่มนุษย สามารถนําไปใชประโยชนไดจึงลดลงตามไปดวย แมวาจะมีการอนุรักษพื้นที่ปาไมไว แต ปริมาณ กาซก็เพิ่มมากเกินกวาที่ตนไมหรือปาไมที่พิทักษรักษาไวตองการใชในการหายใจ จึงทําใหเกิดการ สะสม เกาะกลุมลอยตัวอยูหุมอยูรอบชั้นบรรยากาศโลก เปนผลใหพลังงานความรอนที่เคยออกสู อวกาศ สะทอนกลับมาสูผิวโลกเพราะไมสามารถผานชั้นกาซที่เกาะกลุมเหลานั้น จึงทําใหอุณหภูมิโลก เพิ่มขึ้น ซึ่งปจจุบันสภาวะดังกลาวไดสงสัญญาณเบื้องตน โดยสภาพภูมิอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลง ปรากฏขึ้นอยางเห็นไดชัด ดังนั้น สมควรหรือไมที่จะรอจนกวาจะคนพบขอมูลมากขึ้น หรือ มีความรูใน การแกไขมากขึ้น ซึ่ง ณ เวลานั้นก็อาจสายเกินไปแลวที่จะแกไขได อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 56 หนวยการเรียนรูที่ 4 ถุงเพาะชํากาบกลวย สาระสําคัญ ปจจุบันมนุษยบริโภคมากขึ้นเทาไร ยิ่งเปนการเพิ่มปริมาณขยะมากขึ้นเทานั้น แมกระทั่ง การเพาะชํากลาไมที่นิยมใชถุงเพาะชําซึ่งทํามาจากพลาสติกและยอยสลายยาก ตองใชเวลานาน เกือบรอยปในการยอยสลาย เมื่อนําไปยายปลูกลงดินถุงที่ใชเพาะชําก็กลายเปนขยะที่ทิ้งในบริเวณ พื้นที่ปลูก การทําถุงเพาะชําดวยกาบกลวยนอกจากจะไดภาชนะเพาะชําแลว ยังสามารถนําไปปลูก ไดโดยฝงดินลงไปทั้งถุง โดยใหสวนที่ทิ้งใหสวนที่เปนลําตนและกิ่ง กาน ใบอยูพนเหนือพื้นดิน ซึ่ง ไมตองเอาสวนที่เป นถุ งเพาะชํากาบกลวยออกทําให กลายเปนขยะแลว สวนที่เปนกาบกลวยยัง สามารถยอยสลายกลายเปนปุยบํารุงดิน เปนอาหารใหแกกลาไมที่ปลูก และระบบรากของกลาไมไม ช้ําจากการยายปลูกอีกดวย จุดประสงค 1. เพื่อประดิษฐถุงเพาะชํากาบกลวยไดดวยตนเอง  2. เพื่อสรางคานิยมในการใชสิ่งที่ยอยสลายไดงาย เนื้อหา 1. นํากาบกลวย 2 กาบ มาตากแดด เมื่อแหงสนิทแลว นํามาวางทับกันใหเปนรูปกากบาท ใชภาชนะรูปทรงกระบอกวางลงบนสวนที่ทับกัน 2. จับปลายกาบกลวยแตละดานใหตั้งขึ้นแนบกับภาชนะรูปทรงกระบอกที่วางทับกาบ กลวยไว แลวใชเชือกกลวยมัดเขาดวยกันบริเวณขอบดานบนของภาชนะหางจากขอบภาชนะ ประมาณ 1 นิว ้ 3. จากนั้นพับกาบกลวยลง โดยใหรอยพับเสมอกับขอบภาชนะแลวมัดดวยเชือกกลวยอีก ครั้งบริเวณขอบดานลางของภาชนะหางจากขอบภาชนะประมาณ 1 นิว ้ 4. ตัดสวนที่เกินขอบภาชนะออกเพื่อความสวยงาม จะไดเปนถุงเพาะชํา 5. นําไปใสขี้เถาแกลบผสมดินเพื่อนําไปเพาะชํากลาไม ดวยการปกชําหรือเพาะเมล็ด 6. เมื่อกลาไมมีขนาดโตพอที่จะนําไปยายปลูก ใหทําการขุดหลุมปลูกขนาดใหญพอที่จะใส ลงไปไดทั้งถุงเพาะชํา ใสถุงเพาะชํากลาไมลงไปในหลุม กลบดวยดิน และกดใหแนน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 57 กิจกรรมการเรียนรู 1. ขั้นนําเขาสูบทเรียน นําตัวอยางกลาไมที่อยูในถุงเพาะชําทัวไป และกลาไมที่อยูในถุงเพาะชํากาบกลวย ่ มาใหผูเขาอบรมรวมกันวิเคราะหวา ทั้ง 2 อยางนี้เหมือนหรือแตกตางกันอยางไร 2. ขั้นดําเนินการ อธิบายขั้นตอนการทําและปฏิบัติพรอมกันทีละขั้นตอน จากนั้นใหใสดนแลวทําิ การปกชํากลาไมลงในถุงเพาะชํา 3. ขั้นสรุป กลาวถึงปญหาเรื่องขยะ และการใชวัสดุทยอยสลายไดงายทดแทน ี่  สื่อการเรียนรู 1. ตัวอยางกลาไมที่อยูในถุงเพาะชําทัวไป ่ 2. ตัวอยางกลาไมที่อยูในถุงเพาะชํากาบกลวย 3. กาบกลวย 4. เชือกกลวย 5. ภาชนะทรงกระบอก การประเมินผล ตรวจผลงานจากสิ่งประดิษฐ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 58 ป จ จุ บั น มนุ ษ ย บ ริ โ ภคมากขึ้ น เท า ไร ยิ่ ง เป น การเพิ่ ม ปริ ม าณขยะมากขึ้ น เท า นั้ น แมกระทั่งการเพาะชํากลาไมที่นิยมใชถุงเพาะชําซึ่งทํามาจากพลาสติกและยอยสลายยาก ตอง ใชเวลานานเกือบรอยปในการยอยสลาย เมื่อนําไปยายปลูกลงดินถุงที่ใชเพาะชําก็กลายเปนขยะ ที่ทิ้งอยูเกลี่อนกลาดในบริเวณพื้นที่ปลูก การทําถุงเพาะชําดวยกาบกลวย นอกจากจะไดภาชนะ เพาะชําแลว ยังสามารถนําไปปลูกไดโดยฝงดินลงไปทั้งถุง โดยใหสวนที่ทิ้งใหสวนที่เปนลําตน และกิ่ ง ก าน ใบอยู พ นเหนื อพื้ นดิ น ซึ่ งไม ต องเอาส วนที่ เปนถุ งเพาะชํ ากาบกล วยออกทํ าให กลายเปนขยะแลว สวนที่เปนกาบกลวยยังสามารถยอยสลายกลายเปนปุยบํารุงดิน เปนอาหาร ใหแกกลาไมที่ปลูก และระบบรากของกลาไมไมช้ําจากการยายปลูก อีกดวย ขั้นตอน 1. นํากาบกลวย 2 กาบ มาตากแดด เมื่อแหงสนิทแลว นํามาวาง ทับกันใหเปนรูปกากบาท ใชภาชนะรูปทรงกระบอกวางลงบนสวนที่ ทับกัน 2. จับปลายกาบกลวยแตละดานใหตั้งขึนแนบกับ ้ ภาชนะรูปทรงกระบอกที่วางทับกาบกลวยไว แลวใช เชือกกลวยมัดเขาดวยกันบริเวณขอบดานบนของ ภาชนะหางจากขอบภาชนะประมาณ 1 นิ้ว 3. จากนั้นพับ กาบกลวยลง โดยใหรอยพับเสมอกับขอบภาชนะแลว มัดดวยเชือกกลวยอีกครั้งบริเวณขอบดานลางของ ภาชนะหางจากขอบภาชนะประมาณ 1 นิ้ว หาก ตองการใหแนนก็สามารถมัดเชือกกลวย บริเวณขอบ ดานบนของภาชนะหางจากขอบภาชนะประมาณ 1 นิ้ว อีกครั้ง 4. ตัดสวนที่เกินขอบภาชนะออกเพื่อความสวยงาม จะไดเปนถุงเพาะชํา 5. นําไปใสขี้เถาแกลบผสมดินเพื่อนําไปเพาะชํา กลาไม ดวยการปกชําหรือเพาะเมล็ด 6. เมื่อกลาไมมีขนาดโตพอที่จะนําไปยายปลูก ให ทําการขุดหลุมปลูกขนาดใหญพอที่จะใสลงไปไดทั้ง ถุงเพาะชํา ใสถุงเพาะชํากลาไมลงไปในหลุม กลบ ดวยดิน และกดใหแนน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 59 กิจกรรมคาย กิจกรรม ตนไมแหงความคาดหวัง วัตถุประสงค เพื่อทําใหทราบความคิดเห็นหรือความคาดหวังของผูเขาอบรมในการมารวมกิจกรรม วัสดุอุปกรณ 1. กระดาษสีตัดเปนรูปทรงผลไม 2. ปากกา 3. กาว 4. บลูแทก / กระดาษกาว 5. กระดาษสีรูปตนไม วิธีการ 1. แจกกระดาษสีรูปผลไมใหแกผูเขาอบรมคนละแผน 2. ใหเขียน “สิ่งที่คาดหวังวาจะไดรับ จากการมาเขาคายครั้งนี้” 3. รวบรวมและเลือกขอความที่นาประทับใจมาเลาสูกันฟง 4. ติดกระดาษสีรูปผลไมทั้งหมดลงบนกระดาษสีรูปตนไมดวยกาว 5. นําเสนอผลงานไวในที่สาธารณะ กิจกรรม การอยูรวมกัน (กฏคาย) วัตถุประสงค เพื่อสรางขอปฏิบัติในการอยูรวมกัน วัสดุอุปกรณ 1. กระดาษ Flip Chart 2. ปากกาเคมี 3. บลูแทก / กระดาษกาว วิธีการ 1. ใหผูเขาอบรมรวมกันแสดงความคิด สรางขอปฎิบัติในการพักคางและอยูรวมกันตลอด ระยะเวลาการอบรม แลวสอบถามความยอมรับจากผูเขาอบรมเกี่ยวกับขอปฏิบัติแตละขอ 2. บันทึกลงในกระดาษ Flip Chart แลวติดประกาศในที่ที่สามารถเห็นไดงาย กิจกรรม ศิลปะบนยามใสของ จุดประสงค เพื่อฝกทักษะทางศิลปะจากจินตนาการของผูเขาอบรม อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 60 เนื้อหา สิ่งแวดลอม คือ ทุกสิ่งทุกอยางที่อยูรอบตัว ทั้งที่มีชีวิตและไมมีชีวิต ทั้งที่เปนรูปธรรมและ นามธรรม ประเภทใชแลวหมดไปและใชแลวไมมีวันหมด สิ่งแวดลอมแตละชนิดจะมีอิทธิพลเกี่ยว โ ยงถึ ง กั น และเป น ป จ จั ย ในการเกื้ อ หนุ น ซึ่ ง กั น และกั น ผลกระทบจากป จ จั ย หนึ่ ง จะมี ส ว น เสริมสรางหรือทําลายอีกสวนหนึ่งอยางหลีกเลี่ยงไมได สิ่งแวดลอมอาจแยกออกเปนลักษณะ กวางๆ ได 2 สวน คือ สิ่งแวดลอมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เชน ปาไม ภูเขา ดิน น้ํา อากาศ และ สิ่ ง แวดล อ มที่ ม นุ ษ ย ส ร า งขึ้ น เช น ชุ ม ชนเมื อ ง สิ่ ง ก อ สร า ง โบราณสถาน ศิ ล ปกรรม ขนบธรรมเนี ยม ประเพณีและวัฒนธรรม หรืออาจแบงเปน สิ่งแวดลอมทางชีวภาพ หมายถึง สิ่งแวดลอมที่มีชีวิต เชน พืชและสัตว และสิ่งแวดลอมทางกายภาพ ไดแก สิ่งแวดลอมที่ไมมีชีวิต เชน หิน แร ดิน น้ํา อากาศ สิ่งกอสราง วัสดุอุปกรณ 1. ยามใสของ 2. สีเทียนเขียนผา 3. เตารีด 4. ผารองรีด 5. กระดาษไขรองรีด วิธีการ 1. ขั้นนําเขาสูบทเรียน ใหผูเขาอบรมบอกความหมายของ สิ่งแวดลอม 2. ขั้นดําเนินการ 2.1 ใหผูเขาอบรมแตละคนวาดภาพสิ่งแวดลอมในจินตนาการลงบนยามใสของ โดยใชสีเทียนเขียนผา 2.2 เมื่อวาดเสร็จแลวก็นํากระดาษไขวางทับบริเวณรูปแลวใชเตารีดรีดทับ เพื่อให สีที่วาดติดกับเนื้อผาของยามใสของ 3. ขั้นสรุป 3.1 ยกตัวอยางผลงานโดยใหเจาของเปนผูอธิบายผลงานของตนเอง 3.2 กลาวสรุปวา สิ่งแวดลอมจะเปนอยางทีเ่ ราจินตนาการหรือไมนนขึ้นอยูกบการที่ ั้ ั เราใชทรัพยากรอยางรูคุณคา กิจกรรม สํานึกอนุรักษ วัตถุประสงค 1. เพื่อเปนการสรุปความคิดรวบยอดของการเขาคาย อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 61 2. เพื่อสรางความสํานึกรักและหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเพิ่มมาก ยิ่งขึ้น วัสดุอุปกรณ 1. เชือกผูกขอมือ 2. บทพูด วิธีการ 1. จัดผูเขาอบรมยืนลอมกันเปนวงกลม โดยใหแตละคนพูดถึงประโยชนที่ไดรับจากการ เขาคายครั้งนี้สั้นๆ จากนั้นใหตัวแทนแตละกลุมสรุปความรูที่ไดรับจากการเขาคาย 2. วิทยากรกลาวตามบทพูดเพื่อกระตุนใหเกิดจิตสํานึกอนุรัก ษ จากนั้ นเชิญเจาหนาที่ โครงการ พี่เลี้ยงกลุม และผูที่มารวมงานผูกขอมือผูเขาอบรม เพื่อเปนการฝากความหวังใหผูเขา อบรมชวยการดูแลรักษาสิ่งแวดลอมของตนเองตอไป อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  • คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 62 เอกสารอางอิง กองกานดา ชยามฤต. คูมือจําแนกพรรณไม. กรุงเทพฯ: บริษัทไดมอนด พริ้นติ้ง จํากัด, 2541. นิสิตเกาวนศาสตรภาคใต. ทานคือบุรพาจารย ผศ.สมนึก ผองอําไพ. ตรัง, 2542. มูลนิธิโลกสีเขียว. พิมพครั้งที่ 2. ชุดคูมือนักสืบสายน้ําสําหรับการสํารวจและดูแลลําน้า. กรุงเทพฯ: ํ มูลนิธิโลกสีเขียว. รุงโรจน จุกมงคล. คูมือดูนก. กรุงเทพฯ: สารคดี, 2544. โอภาส ขอบเขตต. นกในเมืองไทย เลม 1. กรุงเทพฯ: สารคดี, 2541. Robson, C. A Field Guide to the Birds of Thailand. UK: New Holland Publishers (UK) Ltd., 2002. Williams, D.E. & Seltmate, D.W. Aquatic Insects. Melksham: Redwood Press Ltd., 1992. http://www.bangkokbiznews.com http://www.greenpeacesoutheastasia.org Site published by Greenpeace SEA Foundation http://www.howproductsimpact.net http://update.se-ed.com อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี