ศาสนา ทศพิธราชธรรม

2,534 views

Published on

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
2,534
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
24
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ศาสนา ทศพิธราชธรรม

  1. 1. ทศพิธราชธรรม
  2. 2. แบบทดสอบก่อน - หลังเรียน <ul><li>คำสั่ง ให้นักเรียนนำหลักธรรมที่เป็นทศพิธราชธรรมมาเขียนลงในช่องข้างล่างและพิจารณาข้อความต่อไปนี้ให้ตรงกับความหมาย </li></ul><ul><li>ทาน ขันติ ศีล ปริจจาคะ อวิหิงสา </li></ul><ul><li>อาชวะ วิมังสา มัททวะ อักโกธะ อวิโรธนะ </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องมีความประพฤติดีงามทั้งกาย วาจา และใจ .................................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องไม่เห็นแก่ตัว ต้องรู้จักให้ ...................................................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องมีความเพียรพยายามและทรงเดชเผากิเลิศตัณหา ............................................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องต้องอดทน เข้มแข็ง ไม่ย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก .............................................. </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องสุภาพอ่อนโยนต่อคนทุกระดับ .................................................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องใจเย็น มีสติยั้งคิด ไม่แสดงโทสะ ด่าว่าเกรี้ยวกราด ขาดแหตุผล ..................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องซื่อสัตว์ ซื่อตรง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ..................................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องไม่ใช้อำนาจข่มแหงรังแกผู้ที่ด้อยกว่า ............................................ </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องมีความเสียสละ ต้องเอาใจใส่และรับรู้ปัญหาของสังคม ..................................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องไม่ประพฤติผิดจากทำนองคลองธรรม ....................................... </li></ul>
  3. 3. ทศพิธราชธรรม <ul><li>ราชธรรม ๑๐ ประการ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงบำเพ็ญมาโดยสม่ำเสมอ ได้แก่ ทาน ศีล บริจาค ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร ความไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน และความเที่ยงธรรม ราชธรรม ๑๐ ประการนี้เรียกว่า &quot; ทศพิธราชธรรม &quot; </li></ul>
  4. 4. ๑ . ทาน <ul><li>หนึ่งท้าวประกอบมนสะเอื้น      อนุเคราะหะอวดทาน    เพื่อชนนิกรสุขะสราญ             ฤดิเพื่อ บ่ ยากจน </li></ul><ul><li>จาก พระนลคำหลวง พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว </li></ul>
  5. 5. <ul><li>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงบำเพ็ญทานบารมีมากมายจนเหลือที่จะพรรณนาได้สุดสิ้น ครบถ้วนทั้งสองประการ คือ “ ธรรมทาน ” ซึ่งถือเป็นทานอันเลิศทางพระพุทธศาสนา สามารถแก้ความทุกข์ยากขาดแคลนทางจิตใจ ทำให้ใจเป็นสุขและตั้งอยู่ในความดีงาม โดยได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแฝงด้วยคติธรรมเป็นเครื่องเตือนใจในเรื่องต่างๆ แก่พสกนิกรตามสถานะและวาระโอวาทอยู่เสมอ ในท้องถิ่นที่ต้องการความรู้ ได้พระราชทานความรู้และตรัสแนะนำในสิ่งอันจะทำประโยชน์มาให้ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่จะทรงช่วยดับทุกข์ความเดือดร้อนในจิตใจของประชาชนทั้งมวล </li></ul>
  6. 6. ๒ . ศีล <ul><li>หนึ่งคือประพฤติศุภะสำรวม    จิตะมุ่งมนูญผล </li></ul><ul><li>ทรงศีละสังวระวิมล                 ธุระมุ่งเสวยสวรรค์ </li></ul><ul><li>จาก พระนลคำหลวง </li></ul><ul><li>พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว </li></ul>
  7. 7. <ul><li>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงประพฤติอยู่ในศีลโดยบริสุทธิ์ กล่าวคือ ทรงประพฤติพระราชจริยาในทางพระวรกายและในทางพระวาจาให้สะอาดงดงามถูกต้องอยู่เป็นนิจ ไม่เคยบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็นศีลในการปกครอง หรือศีลในทางศาสนาก็ตาม       ในด้านศีลในการปกครอง คือ การประพฤติตามกฎหมายและจารีตประเพณีอันดีงามนั้น ไม่เคยปรากฏเลยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระราชอำนาจของพระองค์เหนือกฎหมาย และไม่เคยมีแม้แต่สักครั้งเดียวที่จะทรงละทิ้งจารีตประเพณีอันดีงามของชาติและของพระราชวงศ์ พระเกียรติคุณในข้อนี้เป็นที่ซึ้งซาบในใจของชาวไทยเป็นอย่างดี นับจากกาลเวลาที่ล่วงผ่านมาตราบจนถึงทุกวันนี้ </li></ul>
  8. 8. ๓ . บริจาค <ul><li>หนึ่งเอื้อบำรุงสมณพราหมณ์    และประดิษฐ์หิตานันท์ </li></ul><ul><li>โรงเรียนสะพานและคฤหะอัน      ชนไข้จะพึงประสงค์ </li></ul><ul><li> จาก พระนลคำหลวง พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว </li></ul>
  9. 9. <ul><li>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเสียสละพระราชทรัพย์และสิ่งของจำนวนมากมายจนสุดที่จะประมาณได้ เพื่อดับความทุกข์ยากของพสกนิกรในยามประสบภัยพิบัติและในถิ่นทุรกันดาร </li></ul><ul><li>         ทรงสละพระราชทรัพย์เพื่อพัฒนาการศึกษาให้แก่เยาวชนไทย โดยโปรดให้มีโครงการจัดตั้งโรงเรียนในถิ่นยากจนต่าง ๆ โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และทุนอานันทมหิดลเพื่อส่งนักเรียนไทยไปศึกษาต่างประเทศ เป็นต้น </li></ul><ul><li>         ทรงสละพระราชทรัพย์นับจำนวนไม่น้อย ในการพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่มูลนิธิและสาธารณสถานต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สุขของชาวไทย </li></ul>
  10. 10. ๔ . ความซื่อตรง ( อาชชวะ ) <ul><li> หนึ่งมีมลวิมละใส       หฤทัย ธ ซื่อตรง    เป็นนิตย์นิรันตะระธำรง     สุจริต ณ ไตรทวาร จาก พระนลคำหลวง พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว </li></ul>
  11. 11. <ul><li>ความซื่อตรงนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงปฏิบัติอยู่นิจ สำหรับผู้ที่มีอายุคงจะจำกันได้ดีว่าหลังจากที่ได้ทรงดำรงสิริราชสมบัติแล้ว ในวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ . ศ . ๒๔๘๙ อันเป็นวันกำหนดเสด็จกลับไปทรงศึกษาต่อในต่างประเทศ ระหว่างประทับรถพระที่นั่งเพื่อเสด็จพระราชดำเนินไปขึ้นเครื่องบินนั้น ได้มีเสียงร้องมาจากกลุ่มพสกนิกรที่เฝ้าส่งเสด็จว่า &quot; อย่าทิ้งประชาชน &quot; และได้มีพระราชดำรัสตอบในพระราชหฤทัยว่า &quot; เราจะไม่ทิ้งประชาชน ถ้าประชาชนไม่ทิ้งเรา &quot; การตั้งพระราชหฤทัยดังนี้เสมือนเป็นการพระราชทานสัจจะ ว่าจะทรงเป็นร่มบรมโพธิสมภารของพสกนิกรตลอดไป </li></ul>
  12. 12. ๕ . ความอ่อนโยน ( มัททวะ ) <ul><li>หนึ่งคือหทัยบ่มิกระด้าง     บ่มิพึงจะรุนราญ   บ่มิถือพระองค์สมะสมาน      มนะน้อมนิยมชม จาก พระนลคำหลวง พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว </li></ul>
  13. 13. <ul><li>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชอัธยาศัยอ่อนโยนเพียบพร้อมทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนโยนในความหมายทางโลกหรือความหมายทางธรรม ในพระราชฐานะแห่งพระมหากษัตริยาธิราช ทรงมีสัมมาคารวะอ่อนน้อมแด่ผู้เจริญโดยวัยและเจริญโดยคุณ และมีพระราชอัธยาศัยอ่อนโยนต่อบุคคลที่เสมอพระองค์และต่ำกว่า ไม่เคยทรงดูหมิ่น การที่ทรงวางพระองค์เช่นนี้จึงก่อให้เกิดความสุขความเจริญแก่บ้านเมือง และความปิติศรัทธาแก่ชาวไทยอย่างไม่มีอะไรจะเปรียบ </li></ul>
  14. 14. ๖ . ความเพียร ( ตบะ ) <ul><li>หนึ่งเผากิเลสอกุศล      มละกลั้ว ณ อารมณ์ ด้วยการบำเพ็ญพิระอุดม      วรศาสโนบาย จาก พระนลคำหลวง พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว </li></ul>
  15. 15. <ul><li>    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบด้วย </li></ul><ul><li>พระราชอุตสาหะวิริยภาพเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ไม่โปรดที่จะ </li></ul><ul><li>ประทับอยู่เฉย ทรงเสด็จพระราชดำเนินออกเยี่ยมเยียน </li></ul><ul><li>ราษฎรในท้องถิ่นต่างๆ แม้ในถิ่นทุรกันดารและห่างไกล </li></ul><ul><li>ขวางกั้นด้วยผืนน้ำกว้างใหญ่ ป่าทึบ หรือเขาสูงสุดสายตา </li></ul><ul><li>เพียงเพื่อให้ทรงทราบถึงความทุกข์สุขของราษฎร ด้วยพระ </li></ul><ul><li>เนตรพระกรรณของพระองค์เอง เมื่อทรงทราบแล้วก็มิได้ </li></ul><ul><li>ทรงนิ่งนอนพระราชหฤทัย แต่ได้ทรงมีพระราชดำริริเริ่มสิ่ง </li></ul><ul><li>ต่างๆ เพื่อขจัดความทุกข์เดือดร้อนของราษฎรทั้งในด้านการ </li></ul><ul><li>อาชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ สุขภาพอนามัย การศึกษาและอื่น </li></ul><ul><li>ๆ ด้วยพระราชอุตสาหะ วิริยภาพเช่นนี้ พระองค์จึงทรงขจัด </li></ul><ul><li>ความขัดข้องความยากจนขัดสนทั้งหลายให้แก่ราษฎรได้โดย </li></ul><ul><li>ทั่วกัน </li></ul>
  16. 16. ๗ . ความไม่โกรธ ( อักโกธะ ) <ul><li>หนึ่งแม้จะมีมนุชะปอง       ประติปักษะมุ่งร้าย </li></ul><ul><li>เมตตาธิธรรมะวธิหมาย        ชนะด้วยอเวรา จาก พระนลคำหลวง พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว </li></ul>
  17. 17. <ul><li>        วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๐๕ เป็นวันแรกที่ทรงย่างพระบาทสู่ดินแดนออสเตรเลีย พร้อมด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเสด็จเยือนมาสามประเทศแล้ว จากรถพระที่นั่ง ขณะเสด็จไปยังที่ประทับพระองค์ได้ทรงทอดพระเนตรเห็น ชายคนหนึ่งชูป้ายเป็นภาษาไทยขับไล่พระองค์ แต่พระองค์ก็มิได้ทรงหวั่นไหวด้วยทรงพิจารณาว่าเป็นการกระทำของคนเพียงคนเดียว มิใช่ประชาชนทั้งประเทศ จึงทรงแย้มพระสรวลและโบกพระหัตถ์ให้แก่ประชาชนอื่น ๆ ที่โห่ร้องรับเสด็จไปตลอดทาง            </li></ul><ul><li>การที่ประเทศไทยมีพระมหากษัตริยาธิราชผู้ทรงบำเพ็ญอักโกธะบารมี หรือความไม่โกรธได้อย่างมั่นคงเช่นนี้ จึงทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาสัมพันธไมตรีอันดีกับนานาประเทศไว้ได้ตลอดมา พระเกียรติคุณของพระองค์ในข้อนี้จึงเป็นที่ชื่นชมของชาวไทยและชาวต่างประเทศยิ่งนัก </li></ul>
  18. 18. ๘ . ความไม่เบียดเบียน ( อวิหิงสา ) <ul><li>หนึ่งท้าวบ่ปองมนะจะเบียน     นรพึ่งพระเดชา   ป้องปกพสกนิกรนา -      ครแม้นปิโยรส จาก พระนลคำหลวง พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว </li></ul>
  19. 19. <ul><li>ภายใต้เบื้องพระยุคลบาทแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงบำเพ็ญอวิหิงสาบารมี คือ ไม่เบียดเบียนให้ผู้อื่นลำบาก ไม่ก่อทุกข์ยากให้แก่ผู้ใดแม้จนถึงสรรพสัตว์ ด้วยเห็นเป็นของสนุกเพราะอำนาจแห่งโมหะหรือความหลง ไม่ทำร้ายรังแกมนุษย์และสัตว์เล่นเพื่อความบันเทิงใจแห่งตน การบำเพ็ญอวิหิงสาบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งแผ่ไพศาลไปทั่วทุกหนแห่ง จึงปกป้องคุ้มครองชีวิตไม่ว่ามนุษย์หรือสรรพสัตว์ทุกชีวิตบนผืนแผ่นดินไทย จึงดำรงอยู่ได้ด้วยความสุขสงบและร่มเย็น </li></ul>
  20. 20. ๙ . ความอดทน ( ขันติ ) <ul><li>หนึ่งแม้จะมีธุระรำคาญ      หฤทัยก็ออมอด ยามควรก็ทรงกรุณะงด       คุรุทัณฑะอาญา จาก พระนลคำหลวง พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว </li></ul>
  21. 21. <ul><li>         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอดทนต่อความทุกขเวทนา ความลำบากตรากตรำพระวรกายต่าง ๆ เพื่อทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พสกนิกรทุกแห่งหน และแม้ในขณะที่พายุฝนกระหน่ำอย่างหนัก พระองค์ยังคงเสด็จฝ่าสายฝนไปเพื่อทรงเยี่ยมทหารตำรวจ ในสภาวะอันวิกฤตนั้นด้วยขันติบารมีของพระองค์เช่นนี้ ทำให้ราษฎรไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะทุกข์ยากทุรกันดารหรือตกอยู่ในภยันตรายเพียงใด ยังเกิดความรู้สึกอยู่เสมอว่าเขามิได้ถูกทอดทิ้งให้ว้าเหว่ผจญชะตากรรมอยู่เพียงลำพัง หากยังมีองค์พระประมุขที่จะเสด็จมาประทับเคียงข้าง และแผ่พระบารมีคุ้มครองให้เขารอดพ้นจากภยันตรายทั้งมวล </li></ul>
  22. 22. ๑๐ . ความเที่ยงธรรม ( อวิโรธนะ ) <ul><li> หนึ่งคงธำรงนิติประวัติ       วรยุกติธรรมา ทรงงำพิภพศีลกะผา          สุกะแม้นมนูเดิม </li></ul><ul><li>จาก พระนลคำหลวง พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว </li></ul>
  23. 23. <ul><li>  นับเป็นบุญของชาวไทยเป็นอย่างยิ่งที่ได้อยู่ภายใต้เบื้องพระยุคลบาล แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริยาธิราช ผู้ทรงบำเพ็ญอวิโรธนะคือความเที่ยงธรรมได้อย่างสมบูรณ์ยิ่ง ซึ่งความเที่ยงธรรมในที่นี้ หมายถึงความตรงตามความถูกต้อง หรือความไม่ผิดนั่นเอง </li></ul><ul><li>         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระองค์ถูกต้องตามขัตติยราชประเพณีทุกประการ ไม่เคยทรงประพฤติผิดจากราชจรรยานุวัตรนิติศาสตร์และราชศาสตร์ ทรงปฏิบัติพระองค์ได้อย่างงดงามไม่มีความบกพร่องให้เป็นที่เสื่อมเสียพระเกียรติยศได้เลย </li></ul>
  24. 24. * http://www.google.co.th * http://www.dhammajak.net/ratchathum/rat01.htm The End แหล่งที่มา
  25. 25. แบบทดสอบก่อน - หลังเรียน <ul><li>คำสั่ง ให้นักเรียนนำหลักธรรมที่เป็นทศพิธราชธรรมมาเขียนลงในช่องข้างล่างและพิจารณาข้อความต่อไปนี้ให้ตรงกับความหมาย </li></ul><ul><li>ทาน ขันติ ศีล ปริจจาคะ อวิหิงสา </li></ul><ul><li>อาชวะ วิมังสา มัททวะ อักโกธะ อวิโรธนะ </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องมีความประพฤติดีงามทั้งกาย วาจา และใจ .................................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องไม่เห็นแก่ตัว ต้องรู้จักให้ ...................................................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องมีความเพียรพยายามและทรงเดชเผากิเลิศตัณหา ............................................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องต้องอดทน เข้มแข็ง ไม่ย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก .............................................. </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องสุภาพอ่อนโยนต่อคนทุกระดับ .................................................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องใจเย็น มีสติยั้งคิด ไม่แสดงโทสะ ด่าว่าเกรี้ยวกราด ขาดแหตุผล ..................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องซื่อสัตว์ ซื่อตรง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ..................................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องไม่ใช้อำนาจข่มแหงรังแกผู้ที่ด้อยกว่า ............................................ </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องมีความเสียสละ ต้องเอาใจใส่และรับรู้ปัญหาของสังคม ..................................... </li></ul><ul><li>ผู้นำที่ดีต้องไม่ประพฤติผิดจากทำนองคลองธรรม ....................................... </li></ul>

×