งานธุรกิจการท่องเที่ยว
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

งานธุรกิจการท่องเที่ยว

on

  • 469 views

 

Statistics

Views

Total Views
469
Views on SlideShare
469
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
2
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

งานธุรกิจการท่องเที่ยว Presentation Transcript

  • 1.  
  • 2.  
  • 3. การดำเนินงานขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( องค์การมหาชน ) เน้นการรักษาสมดุล ๓ มิติ ที่เป็นเสาหลัก คือเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกระบวนการมีส่วนร่วม เป็นหน่วยงานที่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำแหล่งท่องเที่ยวนั้นไปทำการตลาด โดยกลุ่มที่ อพท . จะเข้าไปพัฒนามีด้วยกัน ๓ กลุ่ม ได้แก่ ๑ . กลุ่มนักท่องเที่ยว อพท . จะให้ความรู้การท่องเที่ยวที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และให้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ๒ . กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ อพท . จะให้จัดหลักสูตรการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ประกอบการ รวมทั้งแนะนำการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดีจะส่งผลดีอย่างไร และ ๓ . กลุ่มเยาวชน อพท . จะพัฒนาเยาวชนให้เข้าใจเรื่องนักท่องเที่ยว ธุรกิจ เศรษฐกิจ รู้จักการท่องเที่ยวแบบสบายกระเป๋า พร้อมกับใส่ใจสิ่งแวดล้อม
  • 4. การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นเรื่องที่มีการดำเนินการสืบเนื่องต่อไปยังอนาคต ดังนั้นการเตรียมพร้อมของคนเพื่อรองรับการท่องเที่ยวในอนาคตเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นโครงการเยาวชน อพท . ไม่ใช่เป็นโครงการที่จัดค่ายเยาวชนแล้วจบไป แต่การดำเนินการของโครงการเป็นการมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน เพื่อเตรียมตัวรองรับการจัดการท่องเที่ยวในชุมชนของตนเอง สามารถดูแลสภาพแวดล้อมของชุมชนตนเองให้ยั่งยืน แต่เนื่องจากการให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายจะมีความแตกต่างกัน สำหรับกลุ่มเยาวชนจำเป็นต้องใช้การเรียนรู้ผ่านกระบวนการจัดกิจกรรมค่ายเยาวชน โดยแบ่งกลุ่มเยาวชนออกเป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่
  • 5. 1. น้องค่าย ได้แก่ เยาวชนที่มาเข้าร่วมกิจกรรมค่ายเยาวชน เมื่อจบกิจกรรมค่ายเยาวชนแล้วก็ยังพร้อมจะกลับมาเข้าเข้าร่วมกิจกรรมของ อพท . 2. พี่เลี้ยง ได้แก่ กลุ่มแกนนำในการจัดกิจกรรมค่ายเยาวชน เป็นกลุ่มที่รับผิดชอบการขับเคลื่อนกระบวนการกิจกรรมค่ายให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการทำค่ายเยาวชน เยาวชนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ อพท . มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพต่อยอดให้มีความสามารถในการรองรับการจัดการท่องเที่ยวและสามารถดูแลสภาพแวดล้อมของชุมชนตนเองให้ยั่งยืน เพราะรู้จักกระบวนการทำงาน การเสนอความคิดเห็น การแก้ไขปัญหา และสามารถทำงานเป็นทีมร่วมกันได้
  • 6. การดำเนินโครงการเยาวชน อพท . เป็นการดำเนินงานภายใต้พันธกิจที่ ๓ และ ๕ ของ อพท . กล่าวคือ พันธกิจที่ ๓ ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนา และรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และพันธกิจที่ ๕ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่นของตน โดยมียุทธศาสตร์ที่ ๖ การให้บริการด้านองค์ความรู้เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นแนวทางการดำเนินโครงการ
  • 7. โครงการเยาวชน อพท . เริ่มต้นในปี พ . ศ . ๒๕๕๑ ตลอด ๔ ปีที่ผ่านมา อพท . ได้การดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชน ๑ . ๖๘๐ คน จาก ๓๒ โรงเรียน และ ๗ สภาเด็กและเยาวชนตำบล จำนวนทั้งสิ้น ๒๗ โครงการ มีการเรียนรู้ทั้งในห้องบรรยาย ห้องเรียนจริง มีการปฏิบัติจริง รวมไปถึงการให้การสนันสนุนกิจกรรมของเยาวชนที่มีความความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดจากการอบรมให้เกิดเป็นรูปธรรมจำนวนทั้งสิ้น ๒๔ โครงการ สร้างแกนนำเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ จำนวนประมาณ ๓๐ คน โดยแนวทางการพัฒนาศักภาพของเยาวชนมีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้
  • 8. ปีที่ ๑ ให้ความรู้ในสิ่งที่ใกล้ตัวเยาวชน ให้เกิดความเข้าใจ รู้คุณค่า เกิดความรัก ความหวงแหน โดยเป็นการให้ความรู้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ แรก สร้างความรู้ คุณค่า ทรัพยากรในท้องถิ่น มุ้งเน้น ป่าชายเลน ปะการัง
  • 9. ปีที่ ๒ สร้างความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อให้มีความเข้าใจความสำคัญของการท่องเที่ยวที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของชุมชน รวมทั้งการดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวให้มีการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
  • 10. ปีที่ ๓ พัฒนาศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถให้แกนนำเยาวชน ที่เป็นแกนนำในดำเนินการกิจกรรมค่าย โดยเพิ่มเติมความรู้และประสบการณ์ที่นอกเหนือจากการทำงาน ได้แก่ การเรียนรู้การทำวิสัยทัศน์ การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค การสอบถามความต้องการ การมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง การเขียนโครงการ รวมทั้งการทัศนศึกษาการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่ที่ อพท . เข้าไปมีส่วนร่วม
  • 11. ปีที่ ๔ คัดเลือกแกนนำเยาวชน อพท . เพื่อเป็นตัวแทน อพท . ในการดำเนินกิจกรรมเยาวชนของ อพท . โดยใช้ชื่อเรียกว่า “ยุวชน อพท” หรือ “ DASTA gen-z gang” เป็นทีมงานที่จะดำเนินกิจกรรมเยาวชนในพื้นที่พิเศษของ อพท .
  • 12. เป้าหมาย ปรัชญาการดำเนินงานของ อพท . คือ การพัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างสมดุล ๓ ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นั่นคือ การมีรายได้เพิ่มขึ้นจะต้องไม่ได้มาจากแหล่งเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป สิ่งสำคัญที่จำเป็นที่สุดในกระบวนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในแต่ละพื้นที่นั้น คือ การมีส่วนร่วมของชุมชน สำหรับปี พ . ศ . ๒๕๕๔ อพท . เน้นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก โดยแผนงานของ อพท . จะเป็นการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon ซึ่งจะได้ผลลัพธ์คือประเด็นเรื่องการลดภาวะโลกร้อน เพราะฉะนั้นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในปี พ . ศ . ๒๕๕๔ จะเป็นการท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
  • 13. สำหรับแผนงานด้านเยาวชนของ อพท . ในปี พ . ศ . ๒๕๕๔ มุ่งเน้นการพัฒนา ยุวชน อพท . จำนวน ๒๐ คน ให้เป็นตัวแทนของ อพท . สามารถสร้างเครือข่ายและดำเนินกิจกรรมเยาวชนได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะเป็นผู้นำความรู้ต่างๆ ที่ อพท . ถ่ายทอดให้ไปถ่ายทอดต่อให้กับเยาวชนรุ่นน้องหรือชุมชนของตนเอง ทั้งนี้เป็นการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนให้เป็นผู้ที่รู้จักถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ให้แพร่หลาย สามารถทำร่วมกับชุมชนได้ อีกทั้งรู้จักคิดสร้างสรรค์โครงการต่างๆ ในการพัฒนาชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง ถือได้ว่าเป็นการสร้างเครือข่ายในอนาคตของ อพท . อีกช่องทางหนึ่ง และเป็นการสร้างคนในอนาคตให้มีความพร้อม สู่ชุมชนเข้มแข็ง เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
  • 14. แนวทางการดำเนินงานแนวทางการพัฒนายุวชน อพท . การดำเนินการพัฒนาเยาวชนแบ่งออกเป็น ๔ ขั้นตอน ได้แก่
  • 15. ๑ . การสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้เยาวชนเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นตนเอง อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่าย โดยการเชิญนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่พิเศษเข้ารับการอบรมภายใต้โครงการที่จัดโดย อพท . ทั้งนี้การเข้าค่ายแต่ละรุ่นจะมีการผสมผสานนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ เพื่อได้รู้จักกันและมีความคุ้นเคยเพื่อวันข้างหน้าที่พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะสามารถช่วยเหลือการทำงานซึ่งกันและกันได้ ในขั้นตอนนี้จะมีการพิจารณาหาเยาวชนที่มีความความเป็นผู้นำ เพื่อชักชวนมาเป็นพี่เลี้ยงค่ายเยาวชนในรุ่นต่อไป
  • 16. ๒ . การสร้างความสามารถนำความรู้ไปบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวของตนเองได้ และเป็นการพัฒนาศักยภาพเยาวชน การให้เยาวชนที่คัดเลือกทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงค่าย เพื่อเรียนรู้กระบวนการทำงานทั้งหมด รวมทั้งการรู้จักรับผิดชอบหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หากเยาวชนสามารถรับผิดชอบงานได้อย่างครบถ้วนก็จะเชิญมาเป็นพี่เลี้ยงในรุ่นต่อๆ ไป รวมทั้งให้เยาวชนเสนอโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นตนเอง โดย อพท . จะร่วมดำเนินการโครงการที่เยาวชนเสนอมาให้เกิดเป็นรูปธรรมและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
  • 17. ๓ . การสร้างแกนนำเยาวชน เป็นการพิจารณาคัดเลือกเยาวชนจากขั้นตอนที่ ๒ ที่ได้มีการเสนอโครงการที่นำความรู้ไปใช้ในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นตนเองหลังจากจบการอบรม และขอรับการสนับสนุนจาก อพท . ทั้งนี้ อพท . จะร่วมดำเนินการโครงการที่เยาวชนเสนอมาให้เกิดเป็นรูปธรรมและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ซึ่งเยาวชนที่เสนอโครงการเหล่านี้ ถือได้ว่าเป็นกลุ่มเยาวชนที่เป็นแกนนำเยาวชน มีความเป็นผู้นำในการคิดริเริ่ม การแสดงออก มีความรับผิดชอบต่อโครงการที่นำเสนอโดยการ สามารถขับเคลื่อนโครงการได้จนเสร็จสิ้นตามวัตถุประสงค์โครงการ อพท . จะแต่งตั้งเป็น “ยุวชน อพท .” เพื่อเป็นตัวแทน อพท . ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน รวมทั้งเป็นการส่งผ่านความรู้เข้าถึงชุมชนอีกช่องทาง
  • 18. ๔ . สนับสนุนการดำเนินงานของ “ยุวชน อพท .” ซึ่งดำเนินกิจกรรมต่างๆ ด้วยตนเอง ตั้งแต่การคิด จัดทำและเสนอโครงการ ร่วมกับชุมชน การดำเนินการกิจกรรม โดย อพท . จะเป็นพี่เลี้ยงให้การสนับสนุนงบประมาณการดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อที่ “ยุวชน อพท .” เติบโตจะสามารถเป็นผู้นำในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน และเป็นตัวแทนของชุมชนที่จะร่วมกันทำงานกับ อพท . ในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างเข้มแข็งและเข้าใจถึงการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้เป็นอย่างดี
  • 19. แนวทางการพัฒนายุวชน อพท . การพัฒนายุวชนของ อพท . ที่ได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา ๓ ปี ทำให้ได้รูปแบบของการพัฒนาเยาวชนที่จะนำไปใช้กับเยาวชนในพื้นที่พิเศษอื่นต่อไป โดยดำเนินการพัฒนา ๔ ขั้นตอนที่กล่าวมาแล้ว การให้องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ฝึกฝนให้สามารถคิดและเขียน การเสนอความคิดและรับฟังความเห็นของชุมชนเพื่อรู้จักการทำงานร่วมกับชุมชน และเป็นการเตรียมความพร้อมของเยาวชนที่จะเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต การพัฒนาแกนนำเยาวชนจะเป็นการนำเยาวชนเข้ารับการอบรมองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยื่นร่วมกับผู้นำชุมชน ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนและผู้นำชุมชนได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับการร่วมกันคิดโครงการพัฒนาชุมชนของตนเองระหว่างที่ได้รับการอบรมองค์ความรู้ต่างๆ และเป็นการสร้างการยอมรับของผู้นำชุมชนให้ยอมรับความสามารถของเยาวชน อพท . สามารถเป็นแกนนำในการดำเนินการกิจกรรมบางอย่างได้ โดยเน้นที่การดูแลสิ่งแวดล้อมของชุมชน
  • 20. โครงการที่แกนนำเยาวชนเสนอจะเป็นโครงการที่นำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการอบรมมาใช้ในการจัดการร่วมกับชุมชน เป็นการคิดโครงการร่วมกันกับชุมชนโดยมีแกนนำเยาวชน อพท . เป็นผู้ขับเคลื่อน หรือเป็นโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่แกนนำเยาวชน อพท . ได้รับจากการอบรมไปถ่ายทอดให้กับเยาวชนรุ่นน้อง หรือ คนในชุมชน และในปีต่อๆ ไปแกนนำเหล่านี้ก็จะดำเนินการร่วมกับชุมชนในการคิดโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมหรือแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน เพื่อเป็นการรักษาสมดุล ๓ มิติ ที่เป็นเสาหลัก คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
  • 21. จากกระแสการท่องเที่ยวมุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว การสร้างรายได้ และการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ก่อให้เกิดผลลบต่อชุมชน ทั้งเรื่องความแตกต่างและช่องว่างของฐานะทางเศรษฐกิจ ความเสื่อมโทรมทางศิลปะ การสูญหายทางวัฒนธรรม ปัญหาสังคม ตลอดจนปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้ต้องมีการแก้ไขตามปัญหาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น อพท . จึงได้เน้นการพัฒนาด้านสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาสมดุลทั้ง ๓ มิติ หากมีการโตของมิติเพียงด้านเดียวจะทำให้ชุมชนนั้นเกิดการเสียสมดุลและนำไปสู่ความล้มเหลวในการพัฒนาชุมชน
  • 22. จากการดำเนินงานได้ก่อให้เกิดองค์ความรู้มากมายจากการทำงานร่วมกัน จึงได้มีการรวบรวมความรู้ต่างๆ ที่เกิดจากการทำงาน และจัดทำเป็นคู่มือสำหรับการพัฒนาเยาวชน รวมทั้งเป็นคู่มือประจำตัวของเยาวชนในพื้นที่พิเศษ
  • 23. การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ( Sustainable Tourism)             บุญเลิศ   จิตตั้งวัฒนา   (2542)   ได้ให้ความหมายการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ( Sustainable Tourism) ว่าหมายถึงการท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มเล็กที่มีการจัดการอย่างดีเยี่ยม เพราะสามารถดำรงไว้ซึ่งทรัพยากรท่องเที่ยวให้มีความดึงดูดใจอย่างไม่เสื่อมคลาย และธุรกิจท่องเที่ยวมีการปรับปรุง คุณภาพให้ได้ผลกำไรอย่างเป็นธรรม โดยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนสม่ำเสมออย่างเพียงพอ แต่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดอย่างยืนยาว
  • 24.   ลักษณะการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน                 การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน มีลักษณะสำคัญอยู่ 6 ประการดังนี้ คือ                1.1  เป็นการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทุกประเภท ทุกแห่ง                1.2  เป็นการท่องเที่ยวที่เน้นคุณค่าและความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแหล่งท่องเที่ยว                1.3  เป็นการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อทรัพยากรการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม                1.4  เป็นการท่องเที่ยวที่ให้นักท่องเที่ยวได้รับความรู้และประสบการณ์เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและวัฒนธรรม                1.5  เป็นการท่องเที่ยวที่ให้ผลตอบแทนแก่ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวอย่างยืนยาว                1.6  เป็นการท่องเที่ยวที่ให้ผลประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่น และคืนผลประโยชน์กลับสู่ทรัพยากรท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น
  • 25. หลักการการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน                 การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน มีหลักการดังนี้                2.1   การอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างพอดี ( Using Resource Sustainable ) ทั้งในส่วนที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรมเป็นสิ่งสำคัญและเน้นการทำธุรกิจในระยะยาว                2.2   การลดการบริโภคที่เกินความจำเป็นและการลดของเสีย ( Reducing Over-consumption and Waste) จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำนุบำรุงสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายในระยะยาว และเป็นการเพิ่มคุณภาพของการท่องเที่ยวด้วย
  • 26. 2.3  การรักษาและส่งเสริมความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติ ( Maintaining Diversity ) สังคม และวัฒนธรรม จะช่วยขยายฐานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต                2.4   การประสานการพัฒนาการท่องเที่ยว ( Integrating Tourism into Planning) เข้ากับกรอบแผนกลยุทธ์การพัฒนาแห่งชาติ การพัฒนาท้องถิ่น และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะช่วยขยายศักยภาพการท่องเที่ยว                2.5   การท่องเที่ยวที่รองรับกิจกรรมในท้องถิ่น ( Supporting Local Economic) โดยคำนึงถึงราคาและพัฒนาคุณค่าของสิ่งแวดล้อมไว้ ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการประหยัด แต่ยังป้องกันสิ่งแวดล้อมไม่ให้ถูกทำลายอีกด้วย
  • 27. 2.6 เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ( Involving Local Communities) ในด้านการจัดการผลตอบแทนของประชาชน และสิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและการจัดการการท่องเที่ยว                2.7   การประสานความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ประชาชนท้องถิ่น องค์กรและสถาบันที่เกี่ยวข้อง ( Consulting Stakeholders and the Public) เพื่อลดข้อขัดแย้งและร่วมแก้ปัญหา               
  • 28. 2.8   เป็นการฝึกอบรมบุคลากร ( Training Staff ) โดยสอดแทรกแนวคิดและวิธีปฏิบัติในการพัฒนาแบบยั่งยืนแก่บุคลากรท้องถิ่นทุกๆระดับ เพื่อยกระดับการบริการการท่องเที่ยว                2.9   ข้อมูลข่าวสารที่สื่อให้กับนักท่องเที่ยว โดยมุ่งสร้างความเข้าใจในการเคารพต่อธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรมที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ( Marketing Tourism Responsibly) อีกทั้งเป็นการช่วยยกระดับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง                2.10 การวิจัยและติดตามผล ( Undertaking Research)  เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพในการดำเนินงาน  รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่างๆ  เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไขที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
  • 29. หลักการของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดย           การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( sustainable tourism) มีหลักการที่สอดคล้องกับการ พัฒนาอย่างยั่งยืน ( sustainable development) ซึ่งเป็นกระแสความคิดหลักของโลกในช่วง  ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา และได้รับความสนับ - สนุนจากคณะกรรมาธิการว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน ( Commission on Sustainable Development) ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งหลักการโดยทั่วไปของการพัฒนาอย่าง ยั่งยืนคือ จะต้องมีการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างพอดี เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ต่อไปได้ในระยะเวลายาวนาน และมีการกระจายผลประโยชน์ให้แก่คนส่วน ใหญ่ รวมทั้งมีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้ส่วนเสีย เมื่อนำหลักการนี้มาปรับใช้กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จึงมีจุดเน้นที่สำคัญดังนี้
  • 30. ๑ .  จะต้องดูแลทรัพยากรการท่องเที่ยว ให้สามารถใช้ประโยชน์ต่อไปได้ในระยะเวลา ยาวนานจนถึงชั่วลูกชั่วหลาน มิใช่เพียงเพื่อคนรุ่นปัจจุบันเท่านั้น           
  • 31. ๒ .  ลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง และลดปริมาณของเสียที่จะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม           
  • 32. ๓ .  มีการกระจายรายได้และผลประโยชน์ให้แก่คนในท้องถิ่นที่มีแหล่งท่องเที่ยวตั้งอยู่ เปิดโอกาสให้ชุมชนในท้องถิ่นได้เข้าร่วมในการจัดการ และการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว         
  • 33. ๔ .  มีการประชุมปรึกษาหารือกันอย่างสม่ำเสมอระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว และชุมชนในท้องถิ่น  เพื่อการวางแผนงาน การจัดสรรงบประมาณ และการจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม          
  • 34.    ๕ .  มีการสร้างเครือข่ายเพื่อเผยแพร่ แนวคิด การศึกษาวิจัย และความรู้เกี่ยวกับการ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ออกไปในหมู่ประชาชน ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง
  • 35. การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างแนวคิดของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กับการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ก็คือ คำว่าการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเองนั้นเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งในส่วนใหญ่ ๆ ของการท่องเที่ยว ในขณะที่หลักการเพื่อความยั่งยืนควรนำไปใช้กับทุกรูปแบบของกิจกรรม การดำเนินกิจการ สถานประกอบการ ตลอดจนโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว รวมถึงรูปแบบที่มีการปฏิบัติสืบต่อกันมาและรูปแบบที่เสนอให้เป็นตัวเลือกด้วย
  • 36. สำหรับการท่องเที่ยวยั่งยืนนั้น องค์การท่องเที่ยวโลก ( WTO) ได้กำหนดหลักการของการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนไว้ตั้งแต่ พ . ศ . 2531 ว่า ลักษณะของการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนนั้น " ได้รับการคาดหมายให้นำไปสู่การจัดการทรัพยากรทั้งมวลด้วยวิถีทางที่ตอบสนองต่อความต้องการทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุนทรียะ ในขณะเดียวกันก็คงไว้ซึ่งบูรณภาพทางวัฒนธรรม กระบวนการทางนิเวศวิทยาที่จำเป็น ความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบต่าง ๆ ที่เอื้อต่อชีวิต " เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แนวความคิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนจึงได้รับความนิยมและแพร่หลายค่อนข้างมากในการประชุม Globe'90 ณ ประเทศคานาดา ได้ให้คำจำกัดความ การท่องเที่ยวแบบยังยืนว่าหมายถึง " การพัฒนาที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว และผู้เป็นเจ้าของท้องถิ่นในปัจจุบัน โดยมีการปกป้องและสงวนรักษาโอกาสต่าง ๆ ของอนุชนรุ่นหลัง การท่องเที่ยวนี้มีความหมายถึง การจัดการทรัพยากรเพื่อตอบสนองความจำเป็นทางเศรษฐกิจ สังคม และความงามทางสุนทรียภาพ ในขณะที่สามารถรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและระบบนิเวศด้วย "