Your SlideShare is downloading. ×
การศึกษาความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอน55 1
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

การศึกษาความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอน55 1

11,804
views

Published on


0 Comments
5 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
11,804
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
141
Comments
0
Likes
5
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. การศึกษาความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอน ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 2 วิชา ปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา 2204-2417 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 โดย นางสาวพิม พ์พ ิส ุท ธิ์ ปลอดโปร่งวิท ยาลัย เทคนิค ปทุม ธานี สำา นัก งานคณะกรรมการการอาชีว ศึก ษาหัว ข้อ เรื่อ ง การศึ ก ษาความพึ ง พอใจในการจั ด การเรี ย นการสอนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้ น ปี ที่ 2 วิ ช าปฏิ บั ติ ง าน
  • 2. บ ริ ก า ร ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ร หั ส วิ ช า 2204-2417 ภ า ค เ รี ย น ที่ 2 ปีการศึกษา 2554ผู้ว ิจ ัย : นางสาวพิมพ์พิสุทธิ์ ปลอดโปร่ง บทคัด ย่อ การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน เรื่อง “การศึกษาความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอน วิชาปฏิบตงานบริการคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ั ิ2201-2417 ในภาคเรีย นที่ 2 ปี การศึ กษา 2554” ฉบั บ นี้ ไ ด้ จั ด ทำา ขึ้ นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้วิจัยได้นำาผลการวิจัยมาใช้เป็นแนวทางการพั ฒ นา ปรั บ ปรุ ง บู ร ณาการการจั ด การเรี ย นการสอน วิ ช าปฏิ บั ติ ง านบริการคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของผู้สอนในการ วางแผนการจัดการเรียนการสอนที่เป็นประโยชน์โดยตรงแก่นักเรียน อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นจุดศูนย์กลางต่อไป สารบัญหน้า
  • 3. บทคัด ย่อ ............................................................................................................... 3สารบัญ ................................................................................................................ 4บทที่ 1 บทนำา ความเป็นมาและความสำาคัญของปัญหา.................................................... 6 วัตถุประสงค์ของการวิจัย........................................................................... 6 ขอบเขตของการวิจัย.................................................................................. 7 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ....................................................................... 8บทที่ 2 เอกสารและงานวิจ ัย ที่เ กี่ย วข้อ ง เอกสารที่เกี่ยวข้อง..................................................................................... 9 งานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง.............................................................................. 10บทที่ 3 วิธ ีด ำา เนิน การวิจ ัย แบบแผนการวิจัย...................................................................................... 13 ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง............................................................................. 13 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย........................................................................... 13 การดำาเนินการวิจัย/การเก็บรวบรวมข้อมูล............................................... 14
  • 4. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล................................................................ 14บทที่ 4 ผลการวิเ คราะห์ข้อ มูล ......................................................................... ตารางที่ 4.1 จำานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม.......................... 15 ตารางที่ 4.2 ผลความพึงพอใจด้านเนื้อหาวิชา........................................... 15 ตารางที่ 4.3 ผลความพึงพอใจด้านผู้สอน................................................ 16 ตารางที่ 4.4 ผลความพึงพอใจด้านกิจกรรมการเรียนการสอน................ 17 ตารางที่ 4.5 ผลความพึงพอใจด้านปัจจัยส่งเสริมการเรียนการสอน......... 18 สารบัญ (ต่อ ) หน้าบทที่ 5 สรุป และข้อ เสนอแนะ ............................................................................ สรุปผลการวิจัย.......................................................................................... 19 แนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอน.................................................... 19บรรณานุก รม ........................................................................................................... 21
  • 5. ภาคผนวก ................................................................................................................. แบบสอบถามสำารวจความพึงพอใจการจัดการเรียนการสอน...……………. 22 ตารางแสดงการวิเคราะห์การหาค่าเฉลี่ยความพึงพอใจด้านเนื้อหา............... 25 ตารางแสดงการวิเคราะห์การหาค่าเฉลี่ยความพึงพอใจด้านผู้สอน............... 28 ตารางแสดงการวิเคราะห์การหาค่าเฉลี่ยความพึงพอใจด้านกิจกรรมการเรียนการสอน 31 ตารางแสดงการวิเคราะห์การหาค่าเฉลี่ยความพึงพอใจด้านปัจจัยส่งเสริมการเรียน 34 บทที่ 1 บทนำา1.1 ความเป็น มาและความสำา คัญ ของปัญ หา การจั ด การเรี ย นการสอนตามพระราชบั ญ ญั ติ ก ารศึ ก ษาแห่ ง ชาติพุทธศักราช 2542 ได้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสำาคัญที่สุด ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ในการจัดการศึกษาจึงจำาเป็นต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอนต้องมีรูปแบบ ที่หลากหลายเพื่อให้สนองความ
  • 6. ต้องการของผู้เรียนรายบุคคลได้ ผู้สอนต้องให้ความสำาคัญกับผู้เรียนมากที่สุด โดยการศึกษาถึงวิธีการสอนและวิธีการเรียนของผู้เรียนในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อ นำา มาใช้ ในการแก้ ปั ญ หา หรือ พั ฒนาผู้ เรี ย น ทั้ งนี้ เน้ นให้ ผู้สอนสามารถนำากระบวนการวิจัยมาผสมผสาน หรือบูรณาการใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักสร้างองค์ความรู้ใหม่ ทั้งนี้ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยากรประเภทต่าง ๆ และมาตรา 30 กำาหนดให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพั ฒ นาการเรี ย นรู้ ที่ เ หมาะสมกั บ ผู้ เ รี ย นในแต่ ล ะระดั บ การศึ ก ษา จากภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยของครู ทั้งในฐานะผู้วิจัย และผู้ส่งเสริมให้ผู้เรียนทำาการวิจัยได้ ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติดังกล่าว จึงจำาเป็นที่ครูผู้สอนจะต้องมีความรู้ความสามารถในการดาเนินการวิ จั ย เพื่ อ พั ฒ นา การเรี ย นการสอนของตนเอง พั ฒ นาการเรี ย นรู้ ข องผู้เรียน หรือที่เรียกว่า การวิจัยในชั้นเรียน (สมบูรณ์ ตันยะ. 2547:2) การวิ จั ย ในชั้ น เรี ย นมี เ ป้ า หมายสำา คั ญ อยู่ ที่ ก ารพั ฒ นางานจั ด การเรี ย นการสอนของครู ลั ก ษณะของการวิ จั ย เป็ น การวิ จั ย เชิ ง ปฏิ บั ติ ก าร(Action Research) คื อ เป็ น การวิ จั ย ควบคู่ ไ ปกั บ การปฏิ บั ติ ง านจริ งและนำา ข้อ มูล ที่ได้ม าวิเคราะห์ ส รุ ป ผลการวิ จั ย นำา ผลการวิ จั ย ไปใช้ ในก า ร พั ฒ น า ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น แ ล้ วจะพั ฒ นาข้ อ ความรู้ ที่ ไ ด้ นั้ น ต่ อ ไป ให้ มี ค วามถู ก ต้ อ งเป็ น สากลและเป็ นประโยชน์ ม ากยิ่ ง ขึ้ น ต่ อ การพั ฒ นาการเรี ย นการสอนเพื่ อ การพั ฒ นานักเรียนของครูให้มีคุณภาพยิ่งๆขึ้นไป โดยทั่วไปแล้วประชากรเป้าหมายของการวิจัย ในชั้นเรีย นจะถู กจำา กั ดเป็ นกลุ่ม ผู้เรี ยนในความรับ ผิด ชอบของครูนักวิจัยเท่านั้น และข้อความรู้ที่ได้มักจะมีความเฉพาะคือจะเกี่ยวกับสภาพปัญหาและผลการพัฒนาผู้เรียนในชั้นเรีย นของครูนักวิจั ยเป็นสำาคัญ (สุวัฒนา สุวรรณเขตนิคม. 2538:6)1.2 วัต ถุป ระสงค์ข องการวิจ ัย เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอน วิชาเขียนแบบช่างเชือมโลหะ 1 ในด้านเนื้อหาวิชา ด้านผู้สอน ด้านกิจกรรมการเรีย น ่การสอน และด้านปัจจัยส่งเสริมการเรียนการสอน1.3 ขอบเขตของการวิจ ัย ป ร ะ ช า ก ร ที่ ใ ช้ ใ น ก า ร ทำา วิ จั ย ใ น ค รั้ ง นี้ คื อ นั ก เ รี ย น ร ะ ดั บประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 2 แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ที่
  • 7. เรี ย นวิช าปฏิ บั ติง านบริก ารคอมพิ ว เตอร์ ในภาคเรี ย นที่ 2 ปี ก ารศึ ก ษา2554 จำานวน 100 คน 1.3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่2 แผนกวิ ชาคอมพิ ว เตอร์ ที่ เ รี ย นวิ ชาปฏิบตงานบริการคอมพิวเตอร์ ใน ั ิภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 จำานวน 100 คน กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 2 แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ ที่เรียนวิชาปฏิบตงานบริการคอมพิวเตอร์ ใน ั ิภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 จำานวน 82 คน 1.3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่ อ งมื อ ที่ ใ ช้ ใ นการเก็ บ ข้ อ มู ล ครั้ ง นี้ จะเป็ น แบบสอบถาม(Questionnaire) สำาหรับนักเรียน ประกอบด้วยคำาถาม 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 เป็นคำา ถามเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของนักเรียน เพื่อถามข้ อ มูล เกี่ย วกับเพศ คะแนนเฉลี่ ย และจำา นวนครั้ งที่ นักเรี ย นเข้ าชั้ นเรียน ตอนที่ 2 เป็ น แบบสอบถามเกี่ ย วกั บ ระดั บ ความพึ ง พอใจของนั ก เรี ย น ที่ มี ต่ อ การจั ด การเรี ย น การสอน วิ ช าปฏิ บั ติ ง านบริ ก ารคอมพิ ว เตอร์ มี ลั ก ษณะเป็ น แบบสอบถามแบบมาตราส่ ว นประมาณค่ า(Rating Scale) ชนิดกำาหนดคำาตอบเป็นข้อความ 5 ระดับ โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านเนื้อหาวิชา จำานวน 10 ข้อ 2) ด้านผู้สอน จำานวน 15 ข้อ 3) ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน จำานวน 10ข้อ 4) ด้านปัจจัยส่งเสริมการเรียนการสอน จำานวน 10ข้อ รวม จำานวน 45 ข้อ ลักษณะของตัวแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (RatingScale) 5 ระดับ 5 คะแนน ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด 4 คะแนน ระดับความพึงพอใจ มาก 3 คะแนน ระดับความพึงพอใจ ปานกลาง 2 คะแนน ระดับความพึงพอใจ น้อย 1 คะแนน ระดับความพึงพอใจ น้อยที่สด ุ
  • 8. เมื่อรวบรวมข้อมูลและแจกแจงความถี่ แล้ ว จะใช้ คะแนนเฉลี่ ยของกลุ่ ม ตั ว อย่ า ง มาพิ จ ารณาระดั บ ความพึ ง พอใจ ซึ่ ง มี เ กณฑ์ ใ นการพิจารณาดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.20 – 5.00 หมายถึง ระดับความพึงพอใจในระดับ มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.40 – 4.19 หมายถึง ระดับความพึงพอใจในระดับ มาก ค่าเฉลี่ย 2.60 – 3.39 หมายถึง ระดับความพึงพอใจในระดับ ปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.80 – 2.59 หมายถึง ระดับความพึงพอใจในระดับ น้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.79 หมายถึง ระดับความพึงพอใจในระดับ น้อยที่สุด 1.3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยจะดำาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยนำาแบบสอบถามไปแจกให้แก่นักเรียน 1.3.4 การใช้สถิติวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ได้ใช้สถิติวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ( ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)1.4 ประโยชน์ท ี่ค าดว่า จะได้ร ับ 1) ได้ทราบถึงความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนในวิชาปฏิบตงานบริการคอมพิวเตอร์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 ั ิ 2) เพือใช้เป็นแนวทางให้ผสอนได้พฒนาการจัดการเรียนการสอน ่ ู้ ัในวิชาปฏิบตงานบริการคอมพิวเตอร์ และวิชาอื่น ๆ ต่อไป ั ิ
  • 9. บทที่ 2 เอกสารและงานวิจ ัย ที่เ กี่ย วข้อ ง2.1 ทฤษฎีเ กี่ย วกับ ความพึง พอใจ 2.1.1 ทฤษฎีทั่วไปเกี่ยวกับการจูงใจของมาสโลว์ พยุ ง ศั ก ดิ์ นามวรรณ (2537, หน้ า 53- 54) ได้ ใ ห้ แ นวคิ ด ที่รู้ จั ก กั น อ ย่ า ง ก ว้ า ง ข ว า งคื อ ทฤษฎี ทั่ ว ไปเกี่ ย วกั บ การจู ง ใจของมาสโลว์ (Maslow’s generaltheory of human motivation) เ ป็ น ท ฤ ษ ฎี ลำา ดั บ ขั้ น ข อ ง ค ว า มต้องการ ของมนุษย์ โดยตั้งสมมติฐานว่า มนุษย์มีความต้องการอยู่เสมอไม่ มี สิ้ นสุ ด เมื่ อ ความ ต้อ งการได้ รั บ การตอบสนอง หรื อ พึ ง พอใจอย่ างหนึ่งอย่างใดแล้ว ความต้องการสิ่งอื่น ๆ ก็ จะเกิดขึ้นมาอีก ความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำา ดั บขั้ นจากตำ่า สุ ด ไปหาสู งสุ ด ซึ่ง แบ่งเป็ น 5ขันตอน คือ ้ 1) ความต้องการความสมหวังในชีวิต (Self-Actualization Needs) 2) ความต้องการชื่อเสียง ยกย่อง (Self-esteem Needs) 3) ความต้องการด้านสังคม ความรัก ความพอใจ (Belongness And Love Needs) 4) ความต้องการความปลอดภัย (Safety Needs) 5) ความต้องการด้านร่างกาย (Physiological Needs) ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1) ความต้ อ งการด้ า นร่ า งกาย (Physiological needs)เป็นความต้องการเบื้องต้น เพื่อความอยู่รอด เช่น ความต้องการในเรื่องอาหาร นำ้า ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ความต้องการพักผ่อนและความต้องการทางเพศ เป็นต้น ความต้องการทางด้านร่างกาย จะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคนก็ต่อเมื่อความต้องการทางด้านร่างกายยังไม่ได้รับการตอบสนองเลย 2) ความต้ อ งการความปลอดภั ย (Safety need) ถ้ า หากความต้ อ งการทางด้ า น ร่ า งกายได้ รั บ การตอบสนองตามสมควรแล้ วมนุษย์ยังมีความต้องการสูงในขั้นต่อไป คือ ความต้องการทางด้านความปลอดภัยหรือความมั่นคงต่าง ๆ ความต้องการทางด้านความปลอดภัย จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการป้องกัน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ ที่ เกิดขึ้นจากร่างกาย ความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ
  • 10. 3) ความต้ อ งการทางด้ า นสั ง คม ความรั ก ความพอใจ(Belongingness and love needs) ภายหลังจากที่ตนได้รับการตอบสนองในสองขั้ น ดั ง กล่ า วแล้ ว ก็ จ ะมี ค วามต้ อ งการ ที่ สู ง ขึ้ น คื อ ความต้องการทางด้านสังคม จะเริ่มเป็นสิ่งจู งใจที่สำา คัญต่อพฤติกรรมของคนความต้องการทางด้านนี้ เป็นความต้องการเกี่ยวกับ การอยู่ร่ วมกั น และการได้รับการยอมรับจากบุคคลอื่น โดยมีความรู้สึกว่า ตนเองนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทางสังคมอยู่เสมอ 4) ความต้ อ งการชื่ อ เสี ย งยกย่ อ ง (Self-esteem needs)ความต้องการขั้นต่อมาจะเป็นความต้องการที่ประกอบไปด้วยสิ่งต่าง ๆ คือความมั่นใจในตนเองในเรื่องความสามารถ ความรู้ และความสำาคัญในตัวของตัวเอง รวมตลอดทั้งความต้องการที่จะมีฐานะเด่นเป็นที่ ยอมรับของบุคคลอื่น หรืออยากให้บุคคลอื่น ยกย่องสรรเสริญในความรับผิดชอบในหน้าที่ การงาน การดำารงตำาแหน่งที่สำาคัญในองค์การ 5) ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ค ว า ม ส ม ห วั ง ใ น ชี วิ ต (Self-actualization needs) ความต้องการสูงสุดของมนุษย์ คือ ความสำาเร็จในชีวิ ตตามความนึก คิด หรือ ความคาดหวั งความ ทะเยอทะยาน ความใฝ่ฝัน ภายหลังจากที่มนุษย์ได้รับการสอบสนองความต้องการ ทั้ง 4 ขั้นอย่างครบถ้วนแล้ว ความต้องการในขั้นนี้จะเกิดขึ้น และมักจะเป็นความต้องการที่เป็น อิสระเฉพาะแต่ละคน ซึ่งต่างก็มีความนึกคิดใฝ่ฝันอยากที่จะประสบผลสำาเร็จในสิ่งที่ตน คาดฝันไว้อย่างสูงส่งในทัศนะของตน 2.1.2 ทฤษฏีความต้องการ อี อาร์ จี (E R G Theory) ในช่ ว งปี ค.ศ.1969 เคลย์ ดั น อั ล เดอร์ เ ฟอร์ (อ้ า งถึ ง ในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2535, หน้า 195-197) ได้เสนอ แนวความคิดที่สอดคล้องกับมาสโลว์ ซึ่งได้แบ่งระดับความต้องการของมนุษย์เป็น 3 ขั้นตอนคือ 1) ความต้ อ งการที่ จ ะมี ชี วิ ต อยู่ (Existence Needs : E)ประกอบด้วยความต้องการที่จำา เป็นในการอยู่รอดของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม 2) ความต้องการสัมพันธ์กับผู้อื่น (Relatedness Needs :R) เช่น ครอบครัว เพื่อน ร่วมงาน และผู้บังคับบัญชา 3) ความต้องการเจริญ เติ บ โต (Growth NEEDS :G) เป็นความต้องการที่จะพัฒนา ตนเอง และใช้ศักยภาพในตนเองที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นความต้องการ สูงสุด จะเห็นได้ว่า ทฤษฏีของอัลเดอร์เฟอร์ มีความคล้ายคลึงกับทฤษฏีลำาดับความ ต้องการของมนุษย์ของมาสโลว์ แต่แตกต่างที่ความต้องการของมนุษย์อาจกลับไปกลับมาได้ เช่น กระบวนการความพึงพอใจ ความก้าวหน้า (Satisfaction – progression process) อาจทำาให้อึดอัดใจ
  • 11. ในความพยายาม เพราะต้ อ งเพิ่ ม ความรั บ ผิ ด ชอบ จึงกลั บ มาสนใจความต้อ งการทางสัง คม หรือความต้ อ งการความเป็ นอยู่ อ ย่ างสุ ข สบายแทน เรี ย กสภาพการณ์ เช่ น นี้ ว่ า Frustration regression process(นันทนา ประกอบกิจ 2538, หน้า 37-38) อัลเดอร์เฟอร์ เห็นว่าความสำา คัญของความแตกต่างของบุ ค คลในความต้องการต่าง ๆ กัน ทั้งความแตกต่างของบุคคลในระดับพัฒนาและความแตกต่ า งของบุ ค คลในฐานะ สมาชิ ก ของกลุ่ ม เขานำา ทฤษฏีความต้ อ งการของมนุ ษ ย์ ข องมาสโลว์ มาประยุ ก ต์ ใ ช้ ใ นแง่ ที่ ว่ า แม้ ผู้บริหารจะพยายามตอบสนองความต้องการระดับต่าง ๆ ของพนักงานโดยการ ดำา เนิ น การด้ ว ยวิ ธี ต่ า ง ๆ แต่ บ างครั้ ง การตอบสนองเหล่ า นั้ น อาจติดขัด หรือสิ่งที่จะพึงมอบให้ อาจยังไม่มีการตอบสนองนั้น ๆ ก็จะไม่ได้ผลดีตามต้องการ ผู้บริหารจึงจำา เป็นต้ องปรับ เปลี่ยนการจู งใจ หรือหันกลับให้ถูกทาง มิฉะนั้นการจูงใจอาจไม่เกิดประโยชน์ เท่าที่ควร2.2 แนวคิด ที่เ กี่ย วกับ ความพึง พอใจ ความพึ ง พอใจหรื อ ความพอใจ (Satisfaction) พจนานุ ก รมด้ า นจิตวิทยา Chaplin (อ้างถึงใน ธนพร ชุมวรฐายี 2539, หน้า 8) ได้ให้ความหมายไว้ ว่ า หมายถึ ง ความรู้ สึ ก ของผู้ ที่ ม ารั บ บริ ก ารต่ อ สถานบริ ก ารตามประสบการณ์ ที่ ไ ด้ รั บ จาการเข้ า ไปติ ด ต่ อ ขอรั บ บริ ก ารในสถานบริ ก ารนั้ น นอกจากนี้ ยั ง มี ผู้ ใ ห้ ค วามหมายของความพึ ง พอใจไว้หลากหลาย เช่น ความพึงพอใจ คือทัศนคติในทางบวกของบุคคลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ทุกสิ่งที่เกี่ยวเนื่องจากความต้องการด้านพื้นฐานของมนุษย์ ถ้าบุคคลได้รับความตึ งเครียด มีผลเกี่ยวเนื่องจากความต้องการด้ า นพื้ น ฐานของมนุ ษ ย์ จ ะเกิ ด ความพึ ง พอใจมากขึ้ น (Smith 1966,หน้า 115) ส่วน (Vroom 1967, หน้า 90) กล่าวว่า ทัศนคติและความพึงพอใจเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถใช้แทนกันได้ เพราะทั้งสองคำา นี้จะหมายถึงผลที่ได้จากการที่บุคคลเข้าไปมีส่วนร่วมในสิ่งนั้น ทัศนคติด้านบวก จะแสดงให้เห็นสภาพความพึงพอใจ ในสิ่งนั้น และทัศนคติด้านลบและแสดงให้เห็นสภาพความไม่พึงพอใจนั้นเองสอดคล้อง กับ เชลเลย์ (อ้างถึงในจิรวิทย์ เดชจรัสศรี 2538, หน้า 40) ที่ศึกษาแนวความคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจ ซึ่งสรุปได้ว่ า ความพึงพอใจเป็นความรู้สึกสองแบบของมนุษย์ คือ ความรู้สึกในทางบวก และความรู้สึกในทางลบ ความรู้สึกทางสองแบบของมนุษย์ คือ ความรู้สึกในทางบวก และความรู้สึกในทางลบความรู้ สึ ก ทางบวกเป็ น ความรู้ สึ ก ที่ เ กิ ด ขึ้ น แล้ ว จะทำา ให้ เ กิ ด ความสุ ขความสุขนั้นเป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากความรู้สึกทางบวกอื่น กล่าวคือเป็นความรู้สึกที่ระบบย้อนกลับ ความสุขสามารถทำา ให้เกิดความสุขหรือความรู้สึกทางบวกเพิ่ม ขึ้นได้ อี ก ดังนั้ น จะเห็นได้ ว่ าความสุ ข เป็ นความรู้สึกที่สลับซับซ้อน และความสุขนั้นมีผลต่อบุคคลมากกว่าความรู้สึกทาง
  • 12. บวกอื่น ๆ ส่วนความรู้สึกทางลบ ความรู้สึกทางบวก และความสุขมีความสัม พันธ์กันอย่างสลับซับซ้อ นและระบบ ความสัม พั นธ์ ข องความรู้ สึ กทั้ งสามนี้ เรีย กว่ า ระบบความพึ ง พอใจ โดยความพึ ง พอใจจะ เกิ ด ขึ้ นเมื่ อระบบความพึงพอใจมีความรู้สึกทางบวกมากกว่าทางลบ สิ่งที่ทำา ให้เกิดความรู้สึกพึงพอใจของมนุ ษย์มั กจะได้แก่ ทรัพยากร(Resources) หรือ สิ่ งเร้ า (Stimuli) การวิ เ คราะห์ ร ะบบความพอใจคื อการศึกษาว่าทรัพยากรหรือสิ่งเร้า แบบใดเป็นสิ่งที่ต้องการที่จะทำาให้เกิดความพึงพอใจและความสุขแก่มนุษย์ ความพอใจ จะเกิดได้มากที่ใดเมื่อมีทรัพยากรทุกอย่างที่เป็นที่ต้องการครบถ้วน นอกจากนี้ กิ ติ ย า ปรี ดี ดิ ล ก (2524, หน้ า 321-322) ได้ ใ ห้ ค วามหมายของความพึง พอใจว่ า หมายถึงความรู้ สึ กชอบหรื อ พอใจที่ มี อ งค์ประกอบ และสิ่งจูงใจในด้านต่าง ๆ ของงาน และเขาได้รับการตอบสนองความต้องการเขาได้ หลุ ย จำา ปาเทศ (2533, หน้ า 35) ได้ อ ธิ บ ายว่ า ความพึ ง พอใจหมายถึง ความ ต้องการได้บรรลุเป้าหมาย พฤติกรรมที่แสดงออกมาก็จะมีความสุข สังเกตได้จากสายตา คำาพูด และการแสดงออก ชวิ ณี เดชจิ น ดา (2530, หน้ า 45) กล่ า วถึ ง ความพึ ง พอใจว่ าหมายถึง ความรู้สึกหรือ ทัศนคติของบุคคลที่มีต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดหรือปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ความรู้สึกพอใจจะ เกิดขึ้นเมื่อความต้องการของบุคคลได้รับการตอบสนองหรือบรรลุจุดมุ่งหมายในระดับ จากที่กล่าวมาข้างต้น สรุปได้ว่า ความพึงพอใจเป็นความรู้สึกหรือทัศนคติ ทางด้านบวกของบุคคลที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นสามารถ ตอบสนองความต้องการให้แก่บุคคลนั้นได้ แต่ทั้งนี้ความพึ ง พอใจของแต่ ล ะบุ ค คลย่ อ มมี ความแตกต่ า งกั น ขึ้ น กั บ ค่ า นิ ย มและประสบการณ์ที่ได้รับ โวลแมน (1973, หน้ า 384) กล่ า วว่ า ความพึ ง พอใจ หมายถึ งความรู้สึกที่มีความสุข เมื่อได้รับผลสำาเร็จตามจุดมุ่งหมาย ความต้องการหรือแรงจูงใจ 2.2.1 ความหมายของความพึง พอใจ ความพึงพอใจตรงกับคำาในภาษาอังกฤษว่า “Satisfaction” มีผู้ให้ความหมายของความพึงพอใจ ไว้ดังนี้ พิน คงพูล (2529, หน้า 21) ได้ส รุป ความหมายของความพึ งพอใจไว้ ว่ า หมายถึ ง ความรู้ สึ ก รั ก ชอบ ยิ น ดี เต็ ม ใจ หรื อ เจตคติ ข องบุคคลที่เกิดจากการได้รับการตอบสนอง ความต้องการทั้งด้านวัตถุและจิตใจ
  • 13. กู๊ด (1973, หน้า 320) ได้ให้ความหมายของความพึงพอใจว่าความพึงพอใจ หมายถึง สภาพ คุณภาพ หรือระดับความพึงพอใจซึ่งเป็นผลมาจากความสนใจต่าง ๆ และ ทัศนคติที่บุคคลมีต่อสิ่งที่ทำาอยู่ วู ล แมน (1973, หน้ า 384) ได้ ใ ห้ ค วามหมายของความพึ งพอใจไว้ว่า ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกที่มีความสุขเมื่อได้รับผลสำาเร็จตามความมุ่งหมาย ความต้องการ หรือ แรงจูงใจ สรุปได้ว่า ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกที่ดี หรือเจตคติที่ดีของบุคคลที่มีต่อ สิ่งนั้น ๆ เมื่อบุคคลอุทิศแรงกาย แรงใจ และสติปัญญาเพื่อกระทำาในสิ่งนั้น ๆ 2.2.2 ความสำา คัญ ของความพึง พอใจ สาโรช ไสยสมบัติ (2534, หน้า 15) กล่าวถึง ความสำาคัญของค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ ว่ าความพึ ง พอใจเป็ น ปั จ จั ย สำา คั ญ ที่ ช่ ว ยให้ ง านประสบ ผลสำา เร็ จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานเกี่ยวกับการให้บริการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำาคัญประการแรกที่ เป็นตัวบ่งชี้ถึงความเจริญก้าวหน้าของงานบริการก็คือ จำานวนผู้มาใช้บริการ ดังนั้น ผู้บริหารที่ชาญฉลาดจึงควรอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาให้ลึกซึ้ ง ถึ ง ปัจ จัย และองค์ ป ระกอบต่ า ง ๆ ที่ จ ะทำา ให้ เ กิ ด ความพึ ง พอใจ ทั้ งผู้ปฏิบัติงานและผู้มาใช้บริการ เพื่อใช้เป็นแนวทางใน การบริหารองค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงที่สุดจากความสำาคัญดังกล่าว สรุปได้ว่า หากบุคคลมีความพึงพอใจย่อมส่งผลต่อ ความเจริ ญก้ าวหน้ าของหน่วยงาน ตลอดจนทำาให้เกิดความศรัทธาในหน่วยงานต่อไป บทที่ 3 วิธ ีด ำา เนิน การวิจ ัย
  • 14. การวิ จั ย เรื่ อ ง การศึ ก ษาความพึ ง พอใจการจั ด การเรี ย นการสอนวิชาการปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ของนักศึกษาในรายวิชาปฏิบัติงานบริ การคอมพิว เตอร์ ประจำา ภาคเรี ย นที่ 2 ปี การศึ กษา 2554 ผู้ วิ จั ย ได้ดำาเนินการวิจัย ตามขั้นตอนดังนี้ 1. แบบแผนการวิจ ัย การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอน วิชาปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ ในด้านเนื้อหาวิชา ด้านผู้สอน ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านปัจจัยส่งเสริมการเรียนการสอน ประจำาภาคเรียนที่ 2ปีการศึกษา 2554 2. เพื่ อ ใช้ เ ป็ น แนวทางให้ ผู้ ส อน ได้ พั ฒ นาการจั ด การเรี ย นการสอน ในรายวิชาปฏิบัติงานบริการ คอมพิวเตอร์ และ วิชาอื่น ๆ ต่อไป 2. ประชากร/กลุ่ม ตัว อย่า ง ประชากรของการวิจัยครั้งนี้คือ นักศึกษาระดับ ปวช.ชั้นปีที่2 สาขางาน/ แผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ของวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี ที่ลงทะเบียนเรียนวิชา ปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 จำานวน 100 คน กลุ่ม ตัวอย่า งคื อ นั กศึ กษาระดั บ ปวช. ชั้ นปี ที่ 2 สาขางาน/แผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิ จ ของวิ ท ยาลั ย เทคนิ ค ปทุ ม ธานี ที่ ล งทะเบี ย นเรียนวิชา ปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา2554 จำานวน 82 คน 3. เครื่อ งมือ ที่ใ ช้ใ นการวิจ ัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย 3.1 ในการวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยได้ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็ บรวบรวมข้อ มูล มี ลั กษณะเป็ นแบบสอบถามแบบ มาตราส่ ว นประมาณค่า (Rating Scale) ชนิดกำา หนดคำา ตอบเป็นข้อความ 5 ระดับโดยแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านเนื้อหาวิชา จำานวน 10 ข้อ 2) ด้านผู้สอน จำานวน 15 ข้อ 3) ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน จำานวน 10ข้อ 4) ด้านปัจจัยส่งเสริมการเรียนการสอน จำานวน 10ข้อ รวม จำานวน 45 ข้อ
  • 15. ลักษณะของตัวแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (RatingScale) 5 ระดับ 5 คะแนน ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด 4 คะแนน ระดับความพึงพอใจ มาก 3 คะแนน ระดับความพึงพอใจ ปานกลาง 2 คะแนน ระดับความพึงพอใจ น้อย 1 คะแนน ระดับความพึงพอใจ น้อยที่สด ุ 4. การดำา เนิน การวิจ ัย / การเก็บ รวบรวมข้อ มูล การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research)ซึ่งเป็ นการเก็บข้อ มูล จากกลุ่ม ประชากร แบบปฐมภู มิ โดยผู้ วิจั ยดำา เนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง 5. การวิเ คราะห์ข ้อ มูล ในการศึ ก ษาวิ จั ย ครั้ ง นี้ เ พื่ อ ศึ ก ษาความความพึ ง พอใจการจัดการเรียนการสอน วิชาการปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ ภาคเรียนที่2 ปี ก ารศึ ก ษา 2554 และเพื่ อ หาข้ อ มู ล ข้ อ เสนอแนะ ในการพั ฒ นาการจั ด การด้ า นการเรี ย นรู้ และฝึ ก ประสบการณ์ วิ ช าชี พ ให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษาในระดับอาชีวศึกษา.ผู้ วิ จั ย ได้ดำา เนินการวิเ คราะห์ ต่ างๆดั ง นี้ การวิ เคราะห์ ข้ อ มู ล แบ่ งเป็ น 2ส่วน ดังนี้ 1. ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มประชากรวิเคราะห์โดยการหาค่าร้อยละ 2. การประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการเชิงสำารวจ ซึ่งจะวิเคราะห์ โดยการหาค่าเฉลี่ยและ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3. เมื่อ รวบรวมข้ อ มู ล และแจกแจงความถี่ แล้ ว จะใช้ ค ะแนนเฉลี่ย ของกลุ่ม ตัวอย่างมาพิ จ ารณา ระดับ ความพึ งพอใจ ซึ่ งมี เกณฑ์ ในการพิจารณาดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.20 – 5.00 หมายถึง ระดับความพึงพอใจในระดับ มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.40 – 4.19 หมายถึง ระดับความพึงพอใจในระดับ มาก ค่าเฉลี่ย 2.60 – 3.39 หมายถึง ระดับความพึงพอใจในระดับ ปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.80 – 2.59 หมายถึง ระดับความพึงพอใจในระดับ น้อย
  • 16. ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.79 หมายถึง ระดับความพึงพอใจในระดับ น้อยที่สุดสถิต ิท ี่ใ ช้ใ นการวิเ คราะห์ข ้อ มูล การใช้สถิติวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ได้ใช้สถิติวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ( ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) บทที่ 4 ผลการวิเ คราะห์ข ้อ มูลการวิจัยเรื่อง การศึกษาความพึงพอใจการจัดการเรียนการสอน วิชาการปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ของนักศึกษาในรายวิชาปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ ประจำาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 สรุปได้ว่าตารางที่ 4.1 จำานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม ข้อ มูล ของนัก เรีย น จำา นวน ร้อ ยละ 1. เพศ ชาย 10 12.20 2. คะแนน หญิง 72 87.80 เฉลี่ย ตำ่ากว่า 2.5 3 3.66 2.51 – 3.00 29 35.37 3.01 ขึ้นไป 50 60.98 6-10 ครั้ง 7 8.54 3. นักเรียนเข้า มากกว่า 10 ครั้ง 75 91.46 ชันเรียน ้ จากตารางที่ 4.1 แสดงว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นนักเรียนเพศหญิง มากกว่านักเรียนเพศชาย นักเรียนส่วนใหญ่มีผลการเรียนเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง และนั กเรี ยนส่ว นใหญ่ เข้ าห้ อ งเรี ย นมากกว่ า 10ครั้งขึ้นไปตารางที่ 4.2 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของนักเรียนในการจัดการเรียนการสอนวิชาปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ ด้านเนื้อหาวิชา ระดับ ด้า นเนือ หาวิช า ้ S.D. ความ พึง พอใจ
  • 17. 1. ได้รับความรู้ใหม่จากเนื้อหาวิชา 3.88 0.66 มาก2. เนื้อหาวิชามีความสำาคัญและน่าสนใจ 3.82 0.67 มาก3. เนื้อหาวิชามีความสอดคล้องกับ 4.01 0.68 มากวัตถุประสงค์ 3.99 0.73 มาก4. เนื้อหาวิชาทันสมัยและทันเหตุการณ์ 4.41 0.70 มากที่สุด5. เนื้อหาวิชาที่เรียนมีประโยชน์ต่อการ 3.74 0.75 มากประกอบอาชีพ 3.88 0.74 มาก6. เนื้อหาวิชาก่อให้เกิดความคิดริเริ่ม 3.96 0.78 มากสร้างสรรค์ 4.35 0.73 มากที่สุด7. เนื้อหาวิชาไม่ซำ้าซ้อนกับวิชาอื่น 3.91 0.69 มาก8. ความเหมาะสมกับพื้นฐานความรู้ของผู้เรียน9. เนื้อหาวิชานาไปประยุกต์ใช้ได้10. ความพึงพอใจต่อเนื้อหาวิชาที่ได้เรียนโดยภาพรวม รวม 4.00 0.71 มาก จากตารางที่ 4.2 แสดงว่านักเรียนมีความพึ งพอใจในการจั ดการเรียนการสอน วิชาวิชาปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ ในด้านเนื้อหาวิชาโ ด ย ร ว ม อ ยู่ ใ น ร ะ ดั บ ม า ก แ ล ะ ม า ก ที่ สุ ด ( = 4.00S.D = 0.71) เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่านักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากเป็นส่วนใหญ่ โดยในข้อ 5 และ ข้อ 9 นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุดตารางที่ 4.3 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของนักเรียน ในการจัดการเรียนการสอนวิชาวิชาปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ ด้านผู้สอน ระดับ ความ ด้า นเนื้อ หาวิช า S.D. พึง พอใจ
  • 18. 1. มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาวิชาที่สอน 3.87 0.62 มาก2. มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ 3.79 0.75 มาก3. มีความรู้ทันสมัย 4.15 0.69 มาก4. สามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ที่เป็น 4.07 0.77 มาก ประโยชน์ต่อผู้เรียน 3.80 0.76 มาก5. ใช้คำาถามที่ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ 3.84 0.79 มาก6. มีการวางแผนและเตรียมการสอนมาอย่างดี 3.65 0.87 มาก7. การสร้างบรรยากาศในการเรียนการสอน 3.88 0.78 มาก8. เอาใจใส่จริงจังต่อการเรียนการสอน 3.66 0.79 มาก9. ความตรงต่อเวลาในการเรียนการสอน 3.82 0.77 มาก10. การวางตนที่เหมาะสมและเป็นแบบอย่าง 4.04 0.82 มาก11. ให้ความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาทั้งในและ 3.74 0.91 มาก นอกชั้นเรียน 3.94 0.81 มาก12. มีความมั่นคงทางอารมณ์ สุขุมรอบคอบ13. กระตุ้นให้กาลังใจนักเรียนในการถาม 4.13 0.72 มาก และแสดงความความคิดเห็น 4.00 0.72 มาก14. มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ15. ความพึงพอใจต่ออาจารย์ผู้สอนโดยภาพ รวม รวม 3.89 0.77 มาก จากตารางที่ 4.3 แสดงว่านักเรียนมีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนวิชาปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ ในด้านผู้สอน โดยรวมอยู่ในระดับมาก และมากที่สุด ( = 3.89 S.D = 0.77)เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่านักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากทุกข้อตารางที่ 4.4 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของนักเรียนในการจัดการเรียนการสอนวิชาวิชาปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ระดับ ความ ด้า นกิจ กรรมการเรีย นการสอน S.D. พึง พอใจ
  • 19. 1. การชี้แจงบอกจุดมุ่งหมายของวิชาที่สอน 4.04 0.67 มาก อย่างชัดเจน 4.09 0.72 มาก 2. ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการกำาหนด 3.89 0.72 มาก กิจกรรมการเรียนการสอน 3.83 0.75 มาก 3. กระตุ้นให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น 4.11 0.79 มาก 4. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้แสดงออกอย่าง 3.96 0.69 มาก สร้างสรรค์ 3.78 0.82 มาก 5. ส่งเสริมการทำางานเป็นทีม 4.06 0.82 มาก 6. ความเหมาะสมในการมอบหมายงาน 4.13 0.78 มาก 7. ปลูกฝังความเป็นประชาธิปไตย 4.10 0.80 มาก 8. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถามปัญหา 9. ปลูกฝังระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรม 10. ความพึงพอใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนโดยภาพรวม รวม 4.00 0.76 มากจากตารางที่ 4.4 แสดงว่า นักเรียนมีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอน วิ ช าวิ ช าปฏิ บั ติ ง านบริ ก ารคอมพิ ว เตอร์ ในด้ า นกิ จ กรรมการเรียนการสอน โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.00 S.D = 0.76)เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่านักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากทุกข้อตารางที่ 4.5 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของนักเรียน ในการจัดการเรียนการสอนวิชาวิชาปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ ด้านปัจจัยส่งเสริมการเรียนการสอน ด้านปัจจัยส่งเสริมการเรียนการสอน S.D. ระดับ
  • 20. ความ พึง พอใจ1. สภาพห้องเรียนมีความเหมาะสมกับการ 3.79 0.73 มาก เรียนการสอน 3.76 0.73 มาก2. โสตทัศนูปกรณ์มีความเหมาะสม ทันสมัย 3.78 0.74 มาก3. ได้รับความสะดวกในการใช้โสต ทัศนูปกรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการเรียนการ 3.76 0.84 มาก สอน 3.87 0.80 มาก4. การอำานวยความสะดวกในการใช้บริการ 3.83 0.80 ห้องสมุด 3.93 0.78 มาก5. ปริมาณหนังสือและเอกสารต่าง ๆ ในการ 3.79 0.80 มาก ศึกษาค้นคว้ามีเพียงพอ 4.05 0.77 มาก6. ความทันสมัยของหนังสือและเอกสารต่าง ๆ 4.13 0.70 มาก ในห้องสมุด7. ห้องสมุดมีบรรยากาศที่เหมาะสมกับการ ศึกษาค้นคว้า8. การให้บริการของเจ้าหน้าที่ในฝ่ายบริการ ต่าง ๆ9. ความร่มรื่นและบรรยากาศทั่วไปภายใน บริเวณวิทยาลัย10. ความพึงพอใจต่อปัจจัยส่งเสริมการเรียน การสอน โดยภาพรวม รวม 3.87 0.77 มากจากตารางที่ 4.5 แสดงว่านักเรียนมีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนวิชาวิชาปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ ในด้านปัจจัยส่งเสริมการเรียนการสอน โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.87 S.D = 0.77)เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่านักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากทุกข้อ
  • 21. บทที่ 5 สรุป ผลการวิจ ัย อภิป รายผล และข้อ เสนอแนะ5.1 สรุป ผลการวิจ ัย การศึกษาการวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอนในเรื่องความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนวิชาวิชาปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ของนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 2แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ประจำาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554สรุปผลการวิจัยมีดังนี้ 5.1.1 ข้อมูลทั่วไปของนักเรียน นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีผลการเรียนอยู่ในระดับปานกลาง และนักเรียนเข้าชั้นเรียนมากกว่า 10 ครั้งขึ้นไป 5.1.2 ความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอน นักเรียนมีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอน วิชาวิชาปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ในด้านเนื้อหาวิชา ด้านผู้สอน ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน และ ด้านปัจจัยส่งเสริมการเรียนการสอน นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก 5.1.3 ด้านปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ 1) ด้านเนื้อหาวิชา: ควรมีการพัฒนาให้มีความน่าสนใจและทันสมัยอยู่เสมอ 2) ด้านผู้สอน: อยากให้มีเวลากับผู้เรียนเพิ่มขึ้น มีความเป็นกันเอง สอนดี สอนสนุก และเป็นผู้สอนที่มีความเอาใจใส่กับผู้เรียนเป็นอย่างดี 3) ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน: ควรเพิ่มเวลาในการจัดกิจกรรมให้มากขึ้น สนับสนุนการมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน 4) ด้านปัจจัยส่งเสริมการเรียนการสอน: อยากให้มีการเอาใช้สือการสอน อุปกรณ์สนับสนุนการค้นคว้าความรู้บนระบบอินเตอร์เน็ตเพิ่ม ่ขึน เพื่อให้นักเรียนได้ความรู้และนำาไปใช้ประโยชน์ ้ 5.1.4 ข้อเสนอแนะด้านอื่น ๆ การจัดสภาพที่เรียนน่าจะมีความทันสมัย เช่นการเปิดอินเตอร์เน็ตเพื่อแสดงตัวอย่างประกอบการสอน และอยากให้มีการพักบ้างจะได้ผ่อนคลาย
  • 22. 5.2 แนวทางในการพัฒ นาการเรีย นการสอนวิช าปฏิบ ัต ิง านบริก ารคอมพิว เตอร์ จากผลการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนเรื่อง ความพึงพอใจในการจั ด การเรีย นการสอน วิชาวิ ชาปฏิ บัติ ง านบริ ก ารคอมพิ ว เตอร์ ของนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 2 แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ประจำาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 ในครั้งนี้ ผู้วิจัยขอสรุปผลการวิจัยเพื่อนำา ไปใช้เป็นแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาวิชาปฏิบัติงานบริการคอมพิวเตอร์ ดังนี้ 5.2.1 ด้ า นเนื้ อ หาวิ ช า: จากผลการวิ จั ย พอสรุ ป ได้ ว่ า นั ก เรี ย นมีความพึ ง พอใจในด้ า นเนื้ อ หาวิ ช าอยู่ ใ นระดั บ มากและมากที่ สุ ด เพราะเนื้อหาวิชามีความทันสมัย ทันเหตุการณ์และน่าสนใจ และสามารถนาความรู้ ที่ ไ ด้ รั บ ไปประยุ ก ต์ ใ ช้ ไ ด้ ใ นชี วิ ต จริ ง แต่ ผู้ วิ จั ย ก็ ค วรจะเพิ่ ม เติ มทฤษฏี เนื้อ หาวิชา สาระสำา คั ญ เพิ่ มเติม ให้ นักเรี ย นมี ค วามเข้ าใจในบทเรี ย นได้ ม ากยิ่ ง ขึ้ น พร้ อ มทั้ ง อธิ บ ายยกตั ว อย่ า งจากสถานการณ์ จ ริ ง ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชา มาประกอบการเรียนการสอนด้วย 5.2.2 ด้านผู้สอน: ในด้านผู้สอน นักเรียนมีความพึงพอใจโดยภาพรวมในระดับมาก โดยเฉพาะในด้านผู้สอนมีความรู้ทันสมัย มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ สามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนและให้ความช่วยเหลือผู้เรียนเมื่อมีปัญหาทั้งใน และ นอกชั้นเรียน แต่ผู้สอนควรพัฒนาการสร้างบรรยากาศในการเรียนการสอน ให้สนุกสนานมีความสุข ความเป็นกันเอง เข้าใจ และสนใจผู้เรียนมากขึ้น 5.2.3 ด้านกิจกรรมการเรีย นการสอน: ผู้เรียนมีความพึงพอใจโดยภาพรวมในระดับมาก โดยมี การส่ งเสริ ม การทำา งานเป็ นที ม มี ใจรั กการบริการ มีจิตอาสา สาธารณะ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการกำา หนดกิจกรรมการเรียนการสอน พร้อมด้วยมีการปลูกฝังระเบียบวินัย คุณธรรม 5.2.4 ด้านปัจจัยส่งเสริมการเรียนการสอน: จากผลการวิจัยในครั้งนี้พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจ ในด้านปัจจัยส่งเสริมการเรียนการสอนอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ความร่มรื่น และบรรยากาศทั่วไปภายในบริเวณวิทยาลัยฯ ห้องสมุดมีบรรยากาศที่เหมาะสมกับการศึกษาค้นคว้ า หนังสือและเอกสารต่าง ๆ ในห้องสมุดมีความทันสมัย และสภาพห้องเรียนมีความเหมาะสมกับการเรียนการสอนอยู่ในระดับมาก
  • 23. บรรณานุก รมเชาว์ อินใย. (2540). งานวิ จั ย “ความพึ งพอใจของนั กเรี ย นโครงการ จัดการศึกษาสาหรับ บุค ลากรประจาการ(กศ.บป) ต่อกระบวนการ เรียนการสอนสถาบันราชภัฏเลย” สถาบันราชภัฏเลย.ทิพวัลย์ ศรีจันทร์ และคณะ. (2547). งานวิจัย “การศึกษาผลสัมฤทธิ์และ ความพึ งพอใจในการจั ด การเรี ย นการสอนผ่ า นระบบวิ ดี โ อคอน เฟอเรนซ์ของการเรียนการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพ ชี วิ ต ของนั ก เรี ย นสถาบั น ราชภั ฏ สวนดุ สิ ต ” คณะวิ ท ยาศาสตร์ สถาบันราชภัฏสวนดุสิต.สมบู ร ณ์ สงวนญาติ . (2536). งานวิ จั ย “การศึ กษาความพึ ง พอใจของ นักเรียนต่อกระบวนการเรียนการสอน วิทยาลัยครูเทพสตรี”. คณะ ครุศาสตร์ วิทยาลัยครูเทพสตรีสิรินดา วรรธนะวิภาต. (2543). งานวิจัย “ความพึงพอใจของนักเรียนที่ มี ต่ อ ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม ในมหาวิทยาลัยศรีปทุม” มหาวิทยาลัยศรีปทุม.สุวัฒพา สุวรรณเขตนิคม. (2538). แนวคิดและรูปแบบเกี่ยวกับการวิจัย ในชั้นเรียน. บพิธการพิมพ์. กรุงเทพฯ.สมบู ร ณ์ ตั น ยะ. (2547). การประเมิ น ทางการศึ ก ษา. สุ วิ ริ ย าสาส์ น . กรุงเทพฯ.
  • 24. กฤษณ์ ศุภนราพรรค์ . (2548). ความพึ งพอใจในการใช้ บ ริ ก ารสนาม กี ฬ าโรงเรี ย นชุ ม ชน แหลมงอบฯ ของผู้ ป กครองนั ก เรี ย นและ ชุมชน. ม.ป.ท.กฤษณี โพธิ์ชนะพัน ธุ์ . (2542). ความพึ งพอใจต่ อ บริ ก ารของผู้ บ ริ การ แผนกผู่ป่วยนอก สถาบันโรคผิวหนัง . วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยา ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหาร สาธารณสุข สาธารณสุขศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล.กนิษฐา ปุญญนิรันดร์ . (2539). ความพึงพอใจของผู้ รับ บริการ: ศึกษา กรณีเปรียบเทียบ ระหว่างธนาคารกรุงไทย จำากัด (มหาชน) สาขา บางนำ้า เปรี้ ย ว และธนาคาร กรุ ง เทพฯ จำา กั ด (มหาชน) สาขา บางนำ้า เปรี้ยว. ภาคนิพนธ์พัฒนบริหารศาสตรมหา บัณฑิต สาขา เทคโนโลยี ก ารบริ ห าร, โครงการบั ณ ฑิ ต ศึ ก ษาเทคโนโลยี ก าร บริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.กรมการปกครอง. (2536). คู่ มือ บริ การประชาชน. กรุ งเทพมหานคร : โรงพิมพ์ส่วน ท้องถิ่น.กิจติพงศ์ ขลิบแย้ม. (2541). การศึกษาการให้บริการของสำานักงานเขต ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร : ศึ ก ษ า ก ร ณี เ ฉ พ า ะ สำา นั ก เ ข ต จ ตุ จั ก ร . วิท ยานิพนธ์ศิล ปศาสตรมหาบั ณ ฑิ ต . (รั ฐ ศาสตร์ ), มหาวิ ท ยาลั ย รามคำาแหง.กิติยา ปรีดีดิลก. (2542). ทฤษฎีการบริหารองค์การ. กรุงเทพมหานคร: ม ห า วิ ท ย า ลั ย ศ รี น ค ริ น ท ร วิโรฒ ประสานมิตร.กุ ล ธน ธนาพงศ์ ธ ร. (2530). การบริ ห ารงานบุ ค คล. เอกสารการสอน 32304. หน่วยที่ 8 - 15 สาขาวิทยาการจัดการ. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.กุลธน ธนาพงศ์ธร. (2530). ประโยชน์และบริการ. ในเอกสารการสอน ชุ ด วิ ชา ก าร บริ ก าร ง าน บุ ค ค ล . (พิ ม พ์ ค รั้ ง ที่ 7). น นท บุ รี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.กุลนดา โชติมุกตะ. (2538). ความพึงพอใจของประชาชนต่อระบบและ กระบวนการการ ให้ บ ริ ก ารของกรุ ง เทพมหานคร : ศึ ก ษากรณี สำา นั ก ง า น เ ข ต บ า ง ซื่ อ . ก รุ ง เ ท พ ฯ : ส ถ า บั น บั ณ ฑิ ต พัฒนบริหารศาสตร์.จิรวิทย์ เดชจรัลศรี. (2538). ความพึงพอใจของประชาชนต่อระบบและ กระบวนการ ให้บริการของกรุงเทพมหานคร. ภาคนิพนธ์ปริญญา พั ฒ น า บ ริ ห า ร ศ า ส ต ร ม ห า บั ณ ฑิ ต , ส ถ า บั น บั ณ ฑิ ต พัฒนบริหารศาสตร์.
  • 25. ชวลิ ต เหล่ า รุ่ ง กาญจน์ . (2538). ความพึ ง พอใจของลู ก ค้ า ต่ อ การให้ บริการของธนาคาร กรุงเทพ จำา กัด (มหาชน) ศึกษาเฉพาะกรณี สาขาท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี . ภาค นิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต คณะพัฒนาสังคม, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์.ชวิณี เดชจินดา. (2530). ความพึงพอใจของประชาชนต่อศูนย์บริการ กำา จั ด ภ า ค อุ ต ส า ห ก ร ร ม เ ข ว ง แ ส ม ดำา เ ข ต บ า ง ขุ น เ ที ย น กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ ปริญญาสังคมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสิ่งแวดล้อม, มหาวิทยาลัยมหิดล.ชูวงศ์ ฉายะบุตร. (2536). การให้บริการแบบครบวงจรแนวทางการให้ บ ริ ก า ร เ ชิ ง รุ ก ข อ ง ก ร ม ก า ร ป ก ค ร อ ง . เ ท ศ บ า ล 88, 30 (กรกฎาคม): 11-14.โชคชั ย ชั ย ธวั ช . (2547). นั ก การตลาด CEO ตอน การบริ ก ารการ ตลาด. กรุงเทพฯ : ซี.พี. บุ๊ค สแตนดาร์ด.ชำา น า ญ ภู่ เ อี่ ย ม . (2548). Service Mind: ก า ร มี จิ ต มุ่ ง บ ริ ก า ร . เทศาภิบาล 100, 2 (ก.พ.2548) 35-38.ธนพร ชุม วรฐานี . (2539). ความพึ งพอใจของประชาชนต่ อ ระบบและ กระบวนการ ให้บริการของกรุงเทพมหานคร. ภาคนิพนธ์ปริญญา พั ฒ นาบริ ห ารศาสตร์ มหาบั ณ ฑิ ต คณะพั ฒ นาสั ง คม, สถาบั น บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.นันทนา ประกอบกิจ . (2538). ปัจจัยที่มีผลต่อความผูกพันต่อองค์การ: ศึ ก ษากรณี ฝ่ า ย พั ฒ นาชุ ม ชน สำา นั ก เขตกรุ ง เทพมหานคร . วิ ท ยานิ พ นธ์ สั ง คมสงเคราะห์ ศ าสตรมหาบั ณ ฑิ ต , มหาวิ ท ยาลั ย ธรรมศาสตร์.นิ ย ม ศรี วิ เ ศษ. (2521.) ความพึ ง พอใจในการทำา งานของข้ า ราชการ ส่ ว นจั ง หวั ด ตำา แหน่ ง ครู การศึ ก ษา 9 .ปริ ญ ญานิ พ นธ์ กศม. ก รุ ง เ ท พ ฯ : ม ห า วิ ท ย า ลั ย ศ รี น ค ริ น ท ร์ วิ โ ร ฒ ประสานมิตร.บั ง อร ผงผ่ า น. (2541). ความพึ ง พอใจของผู้ รั บ บริ ก ารต่ อ งานบริ ก าร ของโรงพยาบาล ชุ ม ชน : กรณี ศึ กษาโรงพยาบาลกั น ทรลั ก ษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วิทยานิพนธ์ ปริญญาพัฒนาบริหารศาสตรมหา บั ณ ฑิ ต (พั ฒ นาสั ง คม) คณะพั ฒ นาสั ง คมสถาบั น บั ณ ฑิ ต พั ฒ น บริหารศาสตร์.ประหยัด ยะคะนอง. (2523). ทั ศ นคติ ข องประชาชนที่ มี ต่ อ การบริ ก าร สาธารณะของหน่ ว ย การปกครองท้ อ งถิ่ น : ศึ ก ษาเฉพาะกรณี เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา. วิทยานิพนธ์ รป.ม., ม.ป.ท.ปรัชญา เวสารัชช์. (2526). องค์การกับลูกค้า . วารสารสังคมศาสตร์ 15, 12 (ตุลาคม - ธันวาคม): 61-76.
  • 26. ปิ ย ะดา เวชประสิ ท ธิ์ . (2539). ความพึ ง พอใจของประชาชนในเขต เทศบาลที่มีต่อผลงาน ของเทศบาลนครศรีธรรมราช. กรุงเทพฯ : ภาควิชาการปกครอง บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.พรพิ ม ล ธุวสิน ธุ์ . (2538). ปั จ จั ย ที่ มี ผ ลต่ อ ความพึ งพอใจในการปฏิ บั ติ งานบริหารงาน ฝึกอบรม: ศึกษาเฉพาะหน่วยงานฝึกอบรมในเขต กรุงเทพมหานคร. ภาคนิพนธ์ หนังสูตรบริหารศาสตรมหาบัณฑิต โครงการบั ณ ฑิ ต ศึ ก ษาการพั ฒ นาทรั พ ยากร มนุ ษ ย์ , สถาบั น บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.พยุงศักดิ์ นามวรรณ. (2537). ความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่สืบสวน ของเจ้ า หน้ า ที่ ตำา รวจชั้ น ประทวนในสถานี ตำา รวจภู ธ ร จั ง หวั ด ขอนแก่น. มปป.พิน คงพูล. (2529). ความพึงพอใจที่มีต่อบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ของ คณะกรรมการการประถมศึ กษาจั งหวั ด ใน 14 จั งหวั ด ภาค ใ ต้ . วิ ท ย า นิ พ น ธ์ (ก ศ .ม .) ม ห า วิ ท ย า ลั ย ศ รี น ค ริ น ทรวิโรฒ สงขลา.มนตรี เฉีย บแหลม.(2536). ความพึงพอใจในภาระหน้ าที่และงานของ เกษตรอำาเภอใน จังหวัดภาคเหนือ. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหา บัณฑิต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.มหาวิ ท ยาลั ย สุ โ ขทั ย ธรรมาธิ ร าช. (2535). เอกสารการสอนชุ ด วิ ช า องค์การและการจัดการ งานบุคคล. กรุงเทพมหานคร : สำานักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.ราชบัณฑิตยสถาน. (2525). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (พิมพ์ ค รั้ ง ที่ 3). ก รุ ง เ ท พ ฯ : อักษรเจริญทัศน์.วราภรณ์ รัชตะวรรณ. (2539). ความพึงพอใจของข้าราชการที่มีต่อการ ให้ บ ริ ก ารของฝ่ า ย การเจ้ า หน้ า ที่ สถาบั น บั ณ ฑิ ต พั ฒ นาบริ ห าร ศาสตร์ . ภาคนิ พ นธ์ ห ลั ก สู ต รพั ฒ นา บริ ห ารศาสตรมหาบั ณ ฑิ ต โครงการบัณฑิตศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ , สถาบันบัณฑิต พั ฒ น บริหารศาสตร์.วาสนา พฤทธิพงศ์สิทธิ์. (2544). การเปิดรับข่าวสาร ภาพลักษณ์ ความ คาดหวัง และความ พึงพอใจของประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ที่ มี ต่ อ การติ ด ต่ อ สื่ อ สาร และการ ให้ บ ริ ก ารของนั ก งานเขต กรุ ง เทพมห านคร . วิ ท ย านิ พ นธ์ นิ เ ท ศ ศ าส ต รมห า บั ณ ฑิ ต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  • 27. วิรัช สงวนวงศ์วานและพรรณพิมล ก้านกนก. (2545). การจัดการตลาด. ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำาแหง.ศิ ริ ว รรณ เสรี รั ต น์ และคณะ. (2545). องค์ ก ารและการจั ด การ (ฉบั บ สมบูรณ์). กรุงเทพมหานคร : ธรรมสารการพิมพ์.ศิ ริ พ ร ตั น ติ พู ล วิ นั ย . (2538). การพั ฒ นาตน พั ฒ นาคุ ณ ภาพงาน . ร า ม า ธิ บ ดี พ ย า บ า ล ส า ร 1, 3 (ก.ย. - ธ.ค. 38) 91 – 95.สถาบั น มาตรฐานสากลภาครั ฐ แห่ ง ประเทศไทย. (2542). การพั ฒ นา ร ะ บ บ ม า ต ร ฐ า น ส า ก ล ของประเทศไทย ด้านการจัดการและสัมฤทธิผลของงานภาครัฐ . ก รุ ง เ ท พ ฯ : สหายบล็อคและการพิมพ์.สักรินทร์ อยู่ผ่อง. (2545). การศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาระดับ บัณฑิต ศึกษาที่มี ต่อการให้ บริ การของบั ณฑิ ตวิ ท ยาลั ย . สถาบั น เทคโนโลยีพระจอมเกล้า.สาโรช ไสยสมบัติ. (2534). ความพึงพอใจในการทำางานของครูอาจารย์ โรงเรี ย น มั ธ ยมศึ ก ษาสั ง กั ด กรมสามั ญ ศึ ก ษา จั ง หวั ด ร้ อ ยเอ็ ด . วิท ยานิพนธ์การศึกษา มหาบั ณ ฑิ ต สาขาการบริ ห ารการศึ ก ษา, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์ วิโรฒ มหาสารคาม.สุ กัญ ญา ธีรพงศ์ ภัก ดี . (2542). รายงานการวิ จั ย เรื่ อ ง ความพึ ง พอใจ ของผู้ใช้บริการยืม ระหว่างห้องสมุด สำา นักหอสมุด มหาวิทยาลัย เชียงใหม่. เชียงใหม่ : สำานักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.สุ ท ธิ ปั้ น มา. (2535). ความพึ ง พอใจของลู ก ค้ า ต่ อ การบริ ก ารของ ธนาคารกสิ ก รไทย สาขากาฬสิ น ธุ์ . วิ ท ยานิ พ นธ์ ก ารศึ ก ษามหา บัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศรีนครินทร์วิโรฒ มหาสารคาม.สุรพงศ์ แสงสำาลี. (2544). การรับรู้ข่าวสาร ทัศนคติ และความพึงพอใจ ในการใช้บริการ ของสถานีอนามัย เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินีกับสถานีอนามั ย ทั่วไป ในอำา เภอไทรน้อย จังหวัด นนทบุรี. นิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัย ธุรกิจบัณฑิตย์.โสภณ พงค์สุพพัต . (2544). ความพึงพอใจของผู้ป่วยในต่อการบริการ ของโรงพยาบาล ชุมพร จังหวัดชุมพร. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต . มหาวิทยาลัยศรีปทุม.หลุย จำาปาเทศ. (2533). จิตวิทยาการจูงใจ. กรุงเทพมหานคร : สามัคคี สาส์น.
  • 28. อมร รั ก ษาสั ต ย์ . (2525). บทบาทจากผู้ บั ง คั บ บั ญ ชาในการส่ ง เสริ ม ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ข อ ง ข้ า ร า ช ก า ร . รัฐประศาสนศาสตร์. 6(1), หน้า 27.อมรรัตน์ เชาวลิต. (2541). ความพึงพอใจของนักศึกษาระดับบัณฑิตต่อ ระบบการ จัด บริ ก ารสารสนเทศของสำา นั ก หอสมุ ด มหาวิ ท ยาลั ย เกริ ก . วิ ท ยานิ พ นธ์ ศึ ก ษาศาสตรมหาบั ณ ฑิ ต , มหาวิ ท ยาลั ย รามคำาแหง.อรั ญ กรณ์ ประมวลทรั พ ย์ . (2544). การเปิ ด รั บ ฟั ง และความพึ ง พอใจ ของประชาชนใน จังหวัดนครนายกที่มีต่อ สถานีวิทยุกระจายเสียง โรงเรี ย นนายร้ อ ยพระ จุ ล จอมเกล้ า .นิ เ ทศศาสตร์ ม หาบั ณ ฑิ ต . มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.Good,Cartor V. (1973). Dictionary of education. New York : Mcgraw-Hill.Book.Millet, John D. (1954). Management in the public service. New York : McGraw-Hill.Oliver, Richard L (1977) . Satisfaction : behavioral perspective on the consumer. New york : Mcgraw- Hill.Powell, D. H. (1983). Understanding human adjustment: Normal adaptation through the Life cycle. Boston, MA. Little Browm.

×