Dictionary

1,403 views
1,243 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,403
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Dictionary

  1. 1. รายงาน วิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ว 23101 เรื่อง เครื่องใช้ไฟฟ้า จัดทำโดย เด็กชายวัชรพล ธาตุอินจันทร์ เลขที่ 12 เด็กหญิงจุฑารัตน์ หวานใจ เลขที่ 16 เด็กหญิงปภาณพิศ พินิจสุวรรณ เลขที่ 21 เด็กหญิงปลายฟ้า กล้าเกิด เลขที่ 23 เด็กหญิงศิริกานต์ ทินนา เลขที่ 30 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 เสนอ คุณครู จิราภรณ์ ไชยมงคล โรงเรียนฟากกว๊านวิทยาคม ปีการศึกษา 2554
  2. 2. คำนำ <ul><li>รายงานวิชาวิทยาศาสตร์ ว 23101 เรื่อง “ เครื่องใช้ไฟฟ้า ” ต้องการฝึกให้นักเรียนได้เรียนรู้โดยใช้ทักษะกระบวนการทางความรู้และรู้จักการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง แล้วมีแนวคิดและแก้ปัญหาให้สำเร็จได้ </li></ul><ul><li>ผู้จัดทำขอกราบขอบพระคุณทุกท่านได้กล่าวนามข้างต้นไว้ ณ โอกาสนี้ </li></ul>
  3. 3. สารบัญ <ul><li>คำนำ ก </li></ul><ul><li>ความหมายเครื่องใช้ไฟฟ้า 4 </li></ul><ul><li>1. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง 5-10 </li></ul><ul><li>2. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน 11-13 </li></ul><ul><li>3. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล 14-15 </li></ul><ul><li>4. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง 16-19 </li></ul><ul><li>ภาคผนวก 20-24 </li></ul><ul><li>บรรณานุกรม ข </li></ul>
  4. 4. ความหมายเครื่องใช้ไฟฟ้า <ul><li>เครื่องใช้ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ </li></ul><ul><li>1. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง </li></ul><ul><li>2. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน </li></ul><ul><li>3. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล </li></ul><ul><li>4. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง </li></ul>
  5. 5. 1. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง <ul><li>หลอดไฟ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสงสว่างให้เราสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ ซึ่ง โธมัส เอดิสัน เป็นผู้ประดิษฐ์หลอดไฟเป็นครั้งแรก โดยใช้คาร์บอนเส้นเล็กๆ เป็นไส้หลอดและได้มีการพัฒนาเรื่อยมาเป็นลำดับ </li></ul>รูป หลอดไฟของเอดิสัน
  6. 6. ประเภทของหลอดไฟ <ul><li>1. หลอดไฟฟ้าธรรมดา มีไส้หลอดที่ทำด้วยลวดโลหะที่มีจุดหลอมเหลวสูง เช่น ทังสเตนเส้นเล็กๆ ขดเอาไว้เหมือนขดลวดสปริงภายในหลอดแก้วสูบอากาศออกหมดแล้วบรรจุก๊าซเฉื่อย เช่น อาร์กอน ( Ar) ไว้ ก๊าซนี้ช่วยป้องกันไม่ให้หลอดไฟฟ้าดำ ลักษณะของหลอดไฟเป็นดังรูป </li></ul>รูป ส่วนประกอบของหลอดไฟฟ้าแบบเขี้ยว
  7. 7. <ul><li>หลักการทำงานของหลอดไฟฟ้าธรรมดา </li></ul><ul><li>กระแสไฟฟ้าไหลผ่านไส้หลอดซึ่งมีความต้านทานสูง พลังงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ทำให้ไส้หลอดร้อนจัดจนเปล่งแสงออกมาได้ การเปลี่ยนพลังงานเป็นดังนี้ </li></ul><ul><li>พลังงานไฟฟ้า >>> พลังงานความร้อน >>> พลังงาน แสง </li></ul>
  8. 8. <ul><li>2. หลอดเรืองแสง หรือ หลอดฟลูออเรสเซนต์ (fluorescent) เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสงสว่าง ซึ่งมีการประดิษฐ์ในปี ค . ศ . 1938 โดยมีรูปร่างหลายแบบ อาจทำเป็นหลอดตรง สั้น ยาว ขดเป็นวงกลมหรือครึ่งวงกลม เป็นต้น </li></ul>รูป หลอดเรืองแสง
  9. 9. <ul><li>หลักการทำงานของหลอดเรืองแสง </li></ul><ul><li>เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านไส้หลอดจะทำให้ไส้หลอดร้อนขึ้น ความร้อนที่เกิดทำให้ปรอทที่บรรจุไว้ในหลอดกลายเป็นไอมากขึ้น เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านไอปรอทได้จะคายพลังงานไฟฟ้าให้ไอปรอท ทำให้อะตอมของไอปรอทอยู่ในภาวะถูกกระตุ้น และอะตอมปรอทจะคายพลังงานออกมาเพื่อลดระดับพลังงานของตนในรูปของรังสีอัลตราไวโอเลต เมื่อรังสีดังกล่าวกระทบสารเรืองแสงที่ฉาบไว้ที่ผิวในของหลอดเรืองแสงนั้นก็จะเปล่งแสงได้ โดยให้แสงสีต่างๆ ตามชนิดของสารเรืองแสงที่ฉาบไว้ภายในหลอดนั้น เช่น แคดเมียมบอเรทจะให้แสงสีชมพู ซิงค์ซิลิเคทให้แสงสีเขียว แมกนีเซียมทังสเตนให้แสงสีขาวอมฟ้า และยังอาจผสมสารเหล่านี้เพื่อให้ได้สีผสมที่แตกต่างออกไปอีกด้วย </li></ul>
  10. 10. <ul><li>3. หลอดนีออน หรือหลอดไฟโฆษณา เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสงสว่าง มีลักษณะเป็นหลอดแก้วที่ถูกลนไฟ ดัดเป็นรูปหรืออักษรต่างๆ สูบอากาศออกเป็นสูญญากาศ แล้วใส่ก๊าซบางชนิดที่ให้แสงสีต่างๆ ออกมาได้ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าผ่านหลอดชนิดนี้ไม่มีไส้หลอดไฟ แต่ใช้ขั้วไฟฟ้าทำด้วยโลหะติดอยู่ที่ปลายทั้ง 2 ข้าง แล้วต่อกับแหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่มีความต่างศักย์สูงประมาณ 10,000 โวลต์ ซึ่งมีความต่างศักย์ที่สูงมาก จะทำให้ก๊าซที่บรรจุไว้ในหลอดเกิดการแตกตัวเป็นนีออนและนำไฟฟ้าได้ เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซเหล่านี้จะทำให้ก๊าซร้อนติดไฟให้แสงสีต่างๆ ได้ </li></ul>
  11. 11. 2. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน <ul><li>หม้อต้มน้ำไฟฟ้า </li></ul><ul><li>ส่วนประกอบสำคัญของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน คือ ขดลวดหรือแผ่นความร้อนหรือขดลวดนิโครม ซึ่งเป็นโลหะผสมระหว่างนิกเกิลกับโครเมียม ลวดนิโครมมีคุณสมบัติดังนี้ </li></ul><ul><li>1. มีความต้านทานไฟฟ้าสูง เพื่อให้เกิดความร้อนสูง </li></ul><ul><li>2. มีจุดหลอดเหลวสูงทำให้ขดลวดไม่ขาดเมื่อเกิดความร้อนที่ขดลวด </li></ul>
  12. 12. <ul><li>ข้อควรระวังในการใช้เครื่องไฟฟ้าที่ให้ความร้อน </li></ul><ul><li>กระแสไฟฟ้าที่ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้ามีปริมาณมากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ หลายเท่า จึงควรตรวจสภาพสายไฟ เต้ารีด เต้าเสียบ ให้อยู่ในสภาพดีเสมอ เมื่อเลิกใช้ต้องถอดเต้าเสียบออกทุกครั้ง </li></ul>
  13. 13. <ul><li>เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนมีหลักการ </li></ul><ul><li>เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านความต้านทานไฟฟ้าสูง พลังงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ดังนั้น จึงให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดนิโครมหรือแผ่นความร้อนซึ่งมีความต้านทานไฟฟ้าสูง พลังงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนมากแล้วถ่ายเทพลังงานความร้อนไปยังภาชนะ </li></ul>
  14. 14. 3. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล <ul><li>เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลอยู่อย่างมากมาย ได้แก่ พัดลม เครื่องปรับอากาศ เครื่องปั๊มน้ำ เครื่องดูดฝุ่น เครื่องเป่าผม และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ ทุกชนิด </li></ul>
  15. 15. <ul><li>หลักการทำงานเครื่องใช้ที่ให้พลังงานกล </li></ul><ul><li>มอเตอร์ไฟฟ้า ทำงานโดยอาศัยหลักการดังนี้ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดตัวนำทางวางงออยู่ระหว่างขั้นเหนือและขั้นใต้ของแท่งแม่เหล็ก กระแสไฟฟ้าขณะไหลผ่านขดลวดจะเกิดการเหนี่ยวนำเกิดสนามแม่เหล็กรอบเส้นลวด ทำให้เส้นแรงแม่เหล็กของแท่นแม่เหล็กแบนไป ซึ่งเส้นแรงแม่เหล็กที่เบี่ยงเบนไปนี้จะยึดเส้นแรงออกให้ตรงด้วยเส้นแรงผลักขดลวด เป็นผลให้ขดลวดหมุนได้ </li></ul>
  16. 16. 4. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง <ul><li>เครื่องรับวิทยุ คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง โดยรับคลื่นจากสถานีส่งแล้วใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขยายสัญญาณเสียงที่อยู่ในรูปสัญญาณไฟฟ้าให้แรงขึ้น จนทำให้ลำโพงสั่นสะเทือนเป็นเสียง ดังแผนผัง </li></ul>รูป แผนผังการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียงของเครื่องรับวิทยุ
  17. 17. <ul><li>เครื่องบันทึกเสียง คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง โดยใช้ไดนาโมเปลี่ยนเสียงพูดหรือเสียงร้องเป็นสัญญาณไฟฟ้า แล้วบันทึกสัญญาณไฟฟ้าลงแถบบันทึกเสียงในรูปของสัญญาณแม่เหล็ก เมือนำแถบบันทึกเสียงที่บันทึกมาเล่น สัญญาณแม่เหล็กจะถูกเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟฟ้า และสัญญาณไฟฟ้านี้จะถูกขยายให้แรงขึ้นด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าจนเพียงพอที่จะทำให้ลำโพงสั่นสะเทือนเป็นเสียงอีกครั้งหนึ่ง ดังแผนภาพ </li></ul>รูป แผนผังการเปลี่ยนพลังงานของเครื่องบันทึกเสียงขณะบันทึก
  18. 18. <ul><li>คลื่นเสียง คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง โดยใช้ไมโครโฟน เปลี่ยนเสียงพูดหรือเสียงร้องเป็นสัญญาณไฟฟ้า แล้วใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ขยายสัญญาณเสียงที่อยู่ในรูปสัญญาณไฟฟ้าได้แรงขึ้น จนทำให้ลำโพงสั่นสะเทือนเป็นเสียง </li></ul>รูป แผนผังการเปลี่ยนพลังงานของเครื่องบันทึกเสียงขณะเล่น
  19. 19. <ul><li>หลักการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าพลังงานเสียง </li></ul>  เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด สามารถเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่นๆ หลายรูปได้พร้อมกัน เช่น โทรทัศน์สามารถเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสง และพลังงานเสียงในเวลาเดียวกัน
  20. 20. ภาคผนวก
  21. 21. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง
  22. 22. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน
  23. 23. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล
  24. 24. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง
  25. 25. บรรณานุกรม <ul><li>ข้อมูลเครื่องใช้ไฟฟ้า </li></ul><ul><li>http://www.kr.ac.th/ebook 2/ det/ 02. html </li></ul><ul><li>รูปภาพเครื่องใช้ไฟฟ้า </li></ul><ul><li>http:// www.google.co.th /search </li></ul>

×