Facebook

3,244 views
3,181 views

Published on

Presentation ครั้งแรกในประเทศไทย
สอนเรื่องการตลาด กับ เฟ๊ซบุ๊ค
โดย อาจารย์ อรภัค สุวรรณภักดี
วันที่ 12 พย 2552

Published in: Technology, News & Politics
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
3,244
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
195
Actions
Shares
0
Downloads
117
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Facebook

  1. 1. อาจารย์ อรภัค สุวรรณภักดี ผู้เขียนหนังสือเรื่องสร้างเครือข่าย เเละ การตลาดด้วยFacebook ผู้ก่อตั้งชมรมเรียนฟรีกับสถาบัน MIT Twitter.com/orapak Facebook.com/orapak
  2. 2.   More than 300 million active users   50% of active users log on to Facebook in any given day   The fastest growing demographic is those 35 years old and older   65 million active mobile users   People that use Facebook on their mobile devices are almost 50% more active on Facebook than non-mobile users.   There are more than 180 mobile operators in 60 countries working to deploy and promote Facebook mobile products
  3. 3.   More than 2 billion photos uploaded to the site each month   More than 14 million videos uploaded each month   More than 2 billion pieces of content (web links, news stories, blog posts, notes, photos, etc.) shared each week   More than 3 million events created each month
  4. 4.   http://en.wikipedia.org/wiki/Facebook
  5. 5.   ต้องการสร้างเครือข่ายเพื่อนๆ   ต้องการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อรักษาฐาน   ต้องการจัด event เเละ กิจกรรม   ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ เเละ หรือ โปรโมทผลิตภัณฑ์ผ่าน word of mouth   ต้องการให้ branding เป็นที่ปรากฎ   ต้องการเก็บฐานข้อมูล หรือ survey ลูกค้า   ต้องการประชาสัมพันธ์กิจกรรม หรือ ถ่ายทอดสดผ่าน เครือข่ายสังคม
  6. 6.   Facebook คือ เครือข่ายใยแมงมุม มีสามประเภทของการใช้ งาน เเละมี้เป้าหมายในการขยายเครือข่าย เชื่อมเครือข่าย   Twitter คือเสียงนกร้อง คือ มีกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้าง ชัดเจน   ประโยชน์ของ Facebook โดยรวมมากกว่า Twitter แต่ ข้อความที่สั้นๆของ twitter สะดวกกว่าสําหรับการใช้งาน   Facebook ต่างกับ Twitter อย่างไร ◦  Facebook มีคนที่มีตัวตนที่ชัดเจน ◦  การ Add friends ทําได้แบบลึกกว่า เพราะ เราสามารถดู bio ที่ยาว กว่าได้ ◦  Facebook มี email box ที่สามารถเขียนได้ยาวกว่า ◦  Twitter เหมาะสําหรับการสื่อสารอะไรแบบสั้นๆ ได้ใจความมากกว่า
  7. 7.   ทําไมโลกนี้จึงเปลี่ยนเป็นการตลาดแบบ word of mouth Source: Admap 2008
  8. 8.   การสร้างประวัติบนเฟ๊ซบุ๊ค เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของ ตนเองในรูปแบบของการกรอกข้อมูล   ถ้าหากท่านเข้าไปที่ส่วนที่เป็นข้อมูล จะเห็นได้ว่า มีทั้ง ข้อมูลเบื้องต้น ข้อมูลส่วนบุคคล   ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และ ที่ อยู่เว๊บไซค์
  9. 9.   แสดงการใช้งานส่วนสําคัญต่างๆ
  10. 10.   ให้ทําให้ดูเป็นตัวอย่าง
  11. 11.   การกระจายข่าวทําได้โดย Email, แบ่งปัน   ตั้งคลับ หรือ Fan Page
  12. 12.   ให้เเสดงไปที่ MIT OCW Club Activities
  13. 13. Market Place ก็คือ ตลาดนัดบ้านเรา หรือ จตุจักรนั่นเอง แต่ว่า ตลาดนัดบนเฟ๊ซบุ๊คนี่เป็น ตลาดนักระดับโลกคะ อาจจะดังไม่เท่า อีเบย์ แต่ ว่า ตอนนี้ สมาชิกของเฟ๊ซบุ๊ค เลยสามร้อยล้าน แล้ว ดิฉันจึงคิดว่า เฟ๊ซบุ๊คกําลังจะเป็นตลาดนัดที่ ยิ่งใหญ่ของโลก และ แน่นอนที่สุด ดิฉันขอเป็นคน แรกของประเทศนี้ที่จะพูดเรื่องนี้ ดิฉันเคยทดลอง ไปโพสของขายมาแล้ว ไม่รู้ด้วยความโชคชะตา ฟ้าบันดาล หรือ อะไร มีคนติดต่อภายในหนึ่ง ทั้งๆ ที่ โทรศัพท์ รุ่นที่อยากขายเป็นรุ่นโบ มากๆ คือ โบราณ
  14. 14.   ทําให้ดู   Search โดยการพิมพ์ ชื่อ และ ดูว่า post อะไร   ให้ลองทําดู
  15. 15.   มีเพื่อนดี มีชัยไปกว่าครึ่ง   เราควรเลือกเพื่อนอย่างไร ในการ add ให้ walk through   Facebook.com/orapak
  16. 16. Google Docs, Slideshare, web link หรือ รูปภาพ
  17. 17.   มีเพื่อนน้อย   ดู profile ไม่น่าสนใจ ….   มีการซ่อน และ ไม่เปิดเผยข้อมูลทําให้คนไม่อยาก add   รูปภาพไม่ชัด ดูไร้ตัวตน
  18. 18.   ไม่น่าสนใจ   ไม่สามารถขยายฐานลูกค้าได้ จาก facebook   ไม่มีกิจกรรม มีแต่ข้อมูล   Content ไม่น่าสนใจ   ไม่มี ลิงก์ facebook ไปที่ช่องทางอื่น เช่น twitter, youtube, newsletter และอื่นๆ

×