Your SlideShare is downloading. ×
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

1,337

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
1,337
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. เอกสารที่เกี่ยวของใบมีดโกน ความเปนมาของใบมีดโกน ในสมัยที่ยังไมมีมีดโกนหนวด ผูชายที่ไวหนวดเคราคงลําบากพิลึก แลวมีดโกนหนวดมีประวัติมายังไงละอยากรูจริงๆ เรามักจะคิดวามนุษยยุคหินไวหนวดเครารุมราม แตแทที่จริงแลวมนุษยโกนหนวดเครามามากกวา 20,000 ปแลว ภาพวาดในถ้ําแสดงใหเห็นวามนุษยถ้ํามีทั้งที่ไวหนวดเคราและไมไวหนวดเครา โดยมนุษยยุคแรก ๆ ใชเปลือกหอยที่ลับจนแหลมคมเปนที่โกนหนวด ตอมาในยุคโลหะจึงเริ่มมีการประดิษฐที่โกนหนวดจากโลหะตาง ๆ ความนิยมในการโกนหนวดเคราขึ้นอยูกับคานิยมของสังคมแตละแหง อียิปตโบราณเชื่อวาใบหนาที่เกลี้ยงเกลาปราศจากหนวดเคราแสดงถึงสถานภาพที่สูงในสังคม ในขณะที่ชาวโรมันเห็นวาการโกนหนวดเคราดูเปนผูหญิงจนเกินไป แตชาวโรมันนิยมโกนหนวดเคราในสนามรบ เพราะเชื่อวาการไวหนวดเคราทําใหเสียเปรียบในการตอสูตัวตอตัว เปนเวลาหลายศตวรรษทีเดียวที่มนุษยตองใชความพยายามหัดใชมีดโกนไมใหบาดตัวเอง มีนักประดิษฐหลายคนพยายามประดิษฐมีดโกนที่ปลอดภัยในการใช นักประดิษฐคนสําคัญคือ นายชอง จารค เปอรเรต ชาวฝรั่งเศส เขาไดนําแผนโลหะมาประกบใบมีดโกนเพื่อปองกันไมใหใบมีดโกนบาดผิวหนาขณะโกนหนวด มีดโกนชนิดใหมนี้ไดรับการปรับปรุงพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ แตผูใชก็ยังคงตองลับใบมีดโกนอยูเปนประจํา การเปลี่ยนแปลงที่สําคัญที่สุดในประวัติศาสตรของใบมีดโกน เกิดขึ้นจากฝมือของเซลสแมนชาวอเมริกันชื่อ คิง ยิลเลตต ยิลเลตต มีความใฝฝนสวนตัววาจะตองสรางสรรคสิ่งประดิษฐอยางใดอยางหนึ่งที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของมนุษยได ยิลเลตตไดรับคําแนะนําจากเพื่อนเขา จึงใชเวลาปหนึ่งเต็ม ๆ ในการคิดวา เขาควรจะประดิษฐอุปกรณอะไร โดยเขาพยายามนึกชื่ออุปกรณตางๆ ที่ใชในชีวิตประจําวันตามตัวอักษรเลยทีเดียว ยิลเลตตเพิ่งมาไดความคิดวาอุปกรณที่เขากําลังหาอยูคือมีดโกน ในขณะที่เขากําลังโกนหนวดอยู แมความคิดเกี่ยวกับใบมีดโกนที่ใชหนเดียวแลวทิ้งเพื่อเปลี่ยนใหมอาจจะฟงดูงายๆ แตเทคโนโลยีในการทําใบมีดโกนที่บางขนาดแผนกระดาษและมีราคาไมแพงนั้นกลับดูจะเปนไปไมไดเลย ยิลเลตตตองใชเวลา 6 ปกวาจะสามารถหานักประดิษฐมารวมคิดวิธีทําใบมีดโกนจนเปนผลสําเร็จในป 1903 ความสําเร็จของมีดโกนยิลเลตตนั้นอาจจะมากกวาที่ยิลเลตตเองคาดไว โดยเฉพาะอยางยิ่งในชวงสงครามโลกครั้งที่ 1 ทหารอเมริกันไดนําใบมีดโกนยิลเลตตไปเผยแพรจนเปนที่รูจักกันในบรรดาทหารชาติตางๆ ที่มารวมรบ ทําใหหลังสงครามความตองการมีดโกนยิลเลตตมาจากทั่วโลกความใฝฝนของยิลเลตตที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมนุษยไดกลายเปนความจริงขึ้นมาจริง ๆ
  • 2. ในป 1931 มีดโกนยิลเลตตเพิ่งจะถูกทาทายจากมีดโกนชนิดใหมเอียม คือมีดโกนไฟฟา จาคอบ ชิค ่ทหารอเมริกันผูหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่ 1 เห็นวามีดโกนยิลเลตตมีจุดออน คือ ตองใชน้ํา สบูหรือครีมโกนหนวด ซึ่งหาไดไมงายนักในบางสถานการณ เชนยามสงคราม ดังนั้นเมื่อสงครามยุติลง ชิคจึงพยายามประดิษฐมีดโกนแหงที่ทํางานดวยมอเตอรไฟฟา มอเตอรไฟฟาในขณะนั้นมีขนาดใหญมากไมสามารถนํามาประยุกตใชกับมีดโกนไดโดยสะดวก ชิคตองใชเวลาถึง 5 ปในการประดิษฐมอเตอรไฟฟาขนาดเล็กจนเปนผลสําเร็จในป 1923 แมเมื่อแกไขปญหาดานเทคโนโลยีไดแลว ชิคก็ยังประสบปญหาใหม คือทั้งนายทุนและประชาชนทัวไปพอใจกับมีดโกนยิลเลตตอยูแลว ชิคตองใชเวลาอีกหลายปตอมาในการเอาชนะใจ ่ผูใช จนในที่สุดคนเริ่มมองวาแมวามีดโกนไฟฟาจะไมใชของจําเปน แตก็เปนอุปกรณไฟฟาชิ้นใหมที่นาเปนเจาของ ลักษณะของใบมีดโกน อุปกรณโกนหนวดที่เราใชกันอยูทุกวันนี้นับวาสะดวกสบายและแตกตางกวาในอดีตเมื่อไมกี่สิบปที่ผานมาราวกับหนามือเปนหลังตีน แตความงายและรวดเร็วนั้นแลกไปกับเสนหของการโกนหนวด เราคงรูสึกแปลก ๆ หากชางตัดผมใชมีดโกน Gillette Mach 3 มากันจอน หรือกันคิ้วหลายคนคงไมเคยสังเกตวาที่ใบมีดโกนนั้นมีเครื่องหมายรูปสามเหลี่ยมอยูสองอัน สําหรับคนที่เคยเห็นก็คงมีเพียงไมกี่คนที่รูวามันมีความหมายอะไร หัวลูกศรดูไมนาจะเกี่ยวอะไรกับการโกนหนวดเชนเดียวกับรูปปรามิตที่เสือกเสลอไปอยูบนแบงคดอลลาหดวยเหตุนี้จึงขอเลาเรื่อง ความหมายของสามเหลี่ยมบนใบมีดโกน ตามที่เคยไดสัญญาไว กลาวคือมีดโกนสามารถใชเปนเข็มทิศไดดวย โดยลูกศรที่เราเห็นนั้นจะเปนตัวบอกทิศเหนือ เพียงแคเราทําใหมีดโกนสามารถเคลื่อนไหวไดสะดวก เชน หอยกับเชือก หรือนํามาวางบนน้ํา มีดโกนก็จะหมุนไปตามแรงแมเหล็กโลก วิธีใชใบมีดโกน การทําใบมีดโกนใหคมกริบ ทุก ๆ 24 ชั่วโมง เสนขนจํานวน 25,000 เสนบนใบหนาของผูชายทั่วไปจะงอกยาวขึ้น 0.5 มม.ใบมีดโกนสมัยใหมที่ลับคมกริบสามารถโกนเสนขนสั้น ๆ เหลานี้ไดอยางเกลี้ยงเกลาและปลอดภัย หลายพันปมาแลวผูชายเริ่มรูจักวิธีกําจัดหนวดเคราซึ่งงอกยาวเร็วมากบนใบหนา โดยใชแผนหินบาง ๆ โกนออก เวลาตอมาก็หันมาใชแผนบรอนซและในที่สุดก็นิยมใชใบมีดเหล็ก ใบมีดโกนทําจากเหล็กกลาที่คมกริบใบแรกของโลกนั้นเริ่มมีใชกันเปนครั้งแรกที่เมืองเชฟฟลดใน ค.ศ. 1386 แตมีดโกนสมัยใหมซึ่งใชใบมีดปลอดอันตราย และเปนแบบใชแลวทิ้งนั้นเพิ่งเกิดขึ้นในป ค.ศ. 1901 เมื่อพอคาเรชาวรัฐวิสคอนซินชื่อ คิง แคมป จิลเลตต และวิศวกรชื่อ วิลเลียม นิกเคอรสัน ไดรับลิขสิทธิ ใบมีดโกนเริ่มตนมาจากแผนเหล็กกลายาวเหยียดที่มวนรวมกันอยู มีความหนาประมาณ
  • 3. 0.1 มม. (4/1000 นิ้ว) ซึ่งเทากับความหนาของเสนขนที่จะโกนนั่นเอง เหล็กกลาเปนโลหะผสมที่มีโครเมียมอยูประมาณ 13% ทําใหมีความแกรงสูงและเปนสนิมยากขึ้น ซ้ํายังเสริมความแกรงขึ้นอีกโดยการทําใหเหล็กกลารอนแลวจุมลงในของเหลวเย็น ๆใบมีดโกนดานที่ใชโกนนั้นลับใหคมไดโดยผานแผนเหล็กลาเขาไปในลอสําหรับลับ 3 ชุด ซึ่งจะลับใหคมขึ้นตามลําดับ ลอลับมีดนี้จะเอียงเปนมุมตาง ๆ เพื่อทําใหคมมีดเปนแบบโคงเขาเรียกวา กอธิก อารช ซึ่งจะแข็งแกรงกวาคมมีดแบบลิ่มธรรมดาปานนี้ผูชายทั้งหลายคงยังตองโกนหนวดทุกเชาดวยมีดโกนแบบเกาที่ไรเครื่องกําบังใบมีดอยูเหมือนเดิม หากไมมีประดิษฐกรรมของชาวอเมริกันผูหนึ่งที่ชื่อวา คิง แคมป จิลเลตต (ค.ศ. 1855-1932) เชาวันหนึ่งในป ค.ศ. 1895 ขณะที่จิลเลตต พอคาเรขายเครื่องเหล็กในภาคตะวันตกตอนกลางของอเมริกา กําลังโกนหนวดอยูนั้น เขาก็ลงความเห็นวามีดโกนแบบใบมีดยาวที่ใชกันมาตั้งแตไหนแตไรนั้นใชโกนไดไมมีประสิทธิภาพและไมปลอดภัย เขาสังเกตเห็นวาใบมีดที่งางออกนั้นใชงานจริง ๆ เพียงสวนสั้น และยังมีอันตรายมากดวย เพราะอาจเชือดคอหอยได ทั้งเขายังมีงานยุงตลอดเวลา จึงไมอยากเสียเวลาตองมาลับใบมีดกับแผนหนัง จิลเลตตนึกขึ้นมาวาทําไมไมมีใครสรางใบมีดโกนชนิดที่ไมตองลับและมีขนาดพอเหมาะที่ใชโกนหนวดตาง ๆ ทั้งยังราคาถูกพอที่จะใชแลวทิ้งไดเมื่อสึกหรอ เขายังนึกถึงคําพูดของเจานายเกาที่ชื่อวา วิลเลียม เพนเตอร ผูประดิษฐจุกแบบฝาจีบซึ่งเปดออกแลวโยนทิงได ้ เพนเตอรเปนทั้งนักประดิษฐและนักธุรกิจ เขาเชื่อวาถาเราสามารถผลิตของที่ใชแลวทิ้งได ก็จะตองมีคนกลับมาซื้อของนั้นใหมจากเราอยูเรื่อย ๆ ในที่สุดจิลเลตตก็รวมกับวิศวกรชื่อวิลเลียมผลิตใบมีดโกนสองคมแบบปลอดอันตรายสําเร็จ โดยออกแบบใหใชสวมเขาในเดือยสําหรับเกาะใบมีด มีดามถือและมีหัวปรับได ใบมีดโกนเหล็กกลาผสมคารบอนนี้รับประกันความคมวาใชงานไดถึง 20 ครั้ง และขายเปนหอ หอละ 12ใบ จิลเลตตกอตั้งบริษัทฟเรเซอรขึ้นและจดทะเบียนลิขสิทธิ์มีดโกนของเขาใน ค.ศ. 1901 มีดโกนชุดแรกวางขายในสหรัฐ เมื่อป ค.ศ. 1904 ตัวมีดโกนและใบมีดขายบรรจุกลองเปนชุด ๆ ตามรานเครื่องประดับ รานขายยา รานเครื่องเหล็กและหางสรรพสินคาซึ่งเพิ่งมีในยุคนั้น มีดโกนชุดแรก ๆมีทั้งแบบดามชุบเงินและทอง แตยอดขายครั้งแรกนําความผิดหวังมาให บริษัทจึงโหมโฆษณาในหนังสือพิมพและนิตยสารผูชายทั้งในสหรัฐฯ และยุโรปเพื่อแนะนําใหคนรูจัก ผลคือทํายอดขายตัวมีดโกนจิลเลตตไดถึง 90,000 ดาม และใบมีดอีก 10 ลานในป ค.ศ. 1905 จิลเลตตมีชื่อเสียงไปทั่วโลกพรอมกับมีฐานะมั่งคั่ง บนหอตัวมีดโกนและใบมีดมีภาพของเขาอยูเสมอซึ่งเพิ่งเปลี่ยนใหไมมีก็เมื่อเร็ว ๆ นี้เอง ทั้งตัวมีดโกนและใบมีดแบบปลอดอันตรายนั้น เปลี่ยนแปลงแบบไปจากดั้งเดิมนอยมาก แมวาปจจุบันจะมีตัวมีดโกนชนิดทําดวยพลาสติกและใชแลวทิ้งไดเลยก็ตาม
  • 4. กลไกการทํางาน กลไกการทํางานของเครื่องตัดรูป เมื่อมวนกระดาษคลายกระดาษออกไดยาวเหมาะสมแลว ชุดมีดจะตัดกระดาษออกเปนแผนตามขนาดที่ตองการ ลูกกลิ้งจะพาแผนกระดาษผานเขาสนามไฟฟาของเครื่องประจุไฟ ประจุไฟฟาบวกจะเกิดขึ้นที่ดานหลังของกระดาษ และประจุไฟฟาลบจะเกิดขึ้นที่ดานหนาของกระดาษซึ่งเปนดานที่เคลือบสาร แผนกระจกพรอมเอกสารตนฉบับจะเลื่อนผานชองหนาตางไปอยางชา ๆ และไดรับแสงสวางความเขมสูงจากหลอดไฟควอตซ-ไอโอดีน ลําแสงจะสะทอนจากเอกสารตนฉบับไปยังกระจกเงาสะทอนแสง และสะทอนผานเลนสรวมแสงไปยังกระดาษเคลือบสาร ในขณะที่แผนกระจกเลื่อนไปอยางชา ๆ นั้น กระดาษเคลือบสารก็จะเลื่อนไปอยางชา ๆ เชนกัน ทําใหแสงสะทอนจากเอกสารตนฉบับไปตกที่กระดาษเคลือบสารดวยเวลาที่สัมพันธกัน ลําแสงที่กระทบกับกระดาษเคลือบสารจะทําใหประจุไฟฟาลบบนกระดาษ ยกเวนบริเวณสีดําของเอกสารตนฉบับ เปนกลางประจุไฟฟาลบที่ยังเหลืออยูบนกระดาษเคลือบสารจะมีลักษณะเหมือนกับบริเวณสีดําของเอกสารตนฉบับ แตยังมองไมเห็น เมื่อแผนกระดาษเคลือบสารที่สัมผัสแสงแลวผานลงไปในสารละลายที่มีอนุภาคของหมึกแขวนลอยอยู อนุภาคของหมึกซึ่งมีประจุไฟฟาบวกจะเขาจับบริเวณประจุไฟฟาลบบนแผนกระดาษหลังจากนั้นกระดาษจะเลื่อนขึ้นจากอางสารละลายเขาสูลูกกลิ้งรีดแหง อนุภาคของหมึกจะติดแนนบนแผนกระดาษ แผนกระดาษจะถูกเปาดวยลมรอนเพื่อใหกระดาษแหงกอนออกจากเครื่องเครื่องตัดกระดาษ-เครื่องตัดกระดาษขนาด A4 ผลิตจากเหล็กคุณภาพดี มีความแข็งแรง ทนทาน-หนาเครื่องตีสเกลบอกระยะไวชัดเจน พรอมฉากตั้งระยะกระดาษชนิดปรับได- กลไกกดทับกระดาษชนิดมือหมุน สะดวก เบาแรง- ตัวล็อคมือโยกตัดกระดาษ เพิ่มความปลอดภัย สําหรับการใชงาน- ใบมีดผลิตจากเหล็กเกรด A แข็งแรง เบาแรงในการตัดกระดาษทุกครั้ง- หนากวางชองสอดกระดาษเพื่อตัด 310 มม. ตัดกระดาษหนาสูงสุด 40 มม.- ขนาดตัวเครื่องตัด 390x530x190 มม. (กxยxส) เฉพาะมือโยกตัด 520 มม.
  • 5. กลไกการทํางานของบานเก็ต บานเกล็ดกระจก (โดยเฉพาะอยางยิ่งที่ปรับมุมได) ไมนาจะออกแบบใหมีความกวางของชองบานมากนัก เพราะกระจกจะรับน้ําหนักตัวเองไมไหว (โดยเฉพาะอยางยิ่งการรับน้ําหนักตามแนวนอน) จะแอนหรือแตกหักได แตหากคิดจะใชกระจกที่หนาขึ้นเพื่อไมใหแอน ก็ระวังอุปกรณปรับมุมจะรับน้ําหนักของกระจกไมไหว แมคิดจะใชอุปกรณขนาดใหญที่แข็งแรงพอรับน้ําหนักกระจกได ก็ขอใหเกรงใจคนที่จะตองมาหมุนเปดปดวาเขาจะลําบากเพียงไร (อาจจะเปนตัวทานเองก็ได) ดังนั้นเพื่อไมใหยุงยากวุนวายนักหนา ก็อยาใชบานเกล็ดที่มีขนาดโตกวา 90 ซม. หากขนาดชองตองโตมากกวานั้น ก็แบงออกเปน 2 ชองดีกวา หากพูดถึง "หนาตางบานเกล็ด" เรามักจะนึกถึงหนาตางราคาถูกสารพัดประโยชน (เมื่อเทียบกับหนาตางชนิดอื่น) เพราะเปนหนาตางที่มีลักษณะการเปด-ปดไมกินพื้นที่เหมือนหนาตางบานกระทุง อีกทั้งยังสามารถเปดรับลมไดเต็มขนาดกรอบบานหนาตางดวย หนาตางชนิดนี้จึงเปนที่นิยมใชกับบานงบนอยพื้นที่เล็กที่ตองการเปดชองหนาตางรับลมมากๆเนื้อเยื่อพืช ขั้นตอนการทําสไลดเนื้อเยื่อพืชมีวิธีการทําดังนี้1. คัดเลือกพืชที่มีขนาดพอดี ไมใหญเกินไป2. นําเนื้อเยื่อพืชที่ตัดไปแชในจานรองสไลดที่มีสารละลายไอโอดีน3. ใชที่คีบ คีบเนื้อเยื่อพืชขึ้นมาวาง บนแผนสไลด4. นําแผนแกวบางมาวางทับบนเนื้อเยื่อพืช(ไมควรใหมีฟองอากาศ)5. นํากระดาษทิชชูเช็ดน้ําที่ลนออกมาเพื่อความสวยงาม การคัดเลือกเนื้อเยื่อพืช ในการคัดเลือกเนื้อเยื่อไมสําหรับนํามาตัด หรือใชเครื่องตัดสไลดตัดนั้นควรนําเนื้อเยื่อไมที่มีขนาด คอนขางเล็ก ไมควรนําเนื้อเยื่อไมที่มีขนาดใหญเพราะจะทําใหเครืองตัดสไลดเกิดการ ่ชํารุด และยังจะทําใหใบมีดโกนที่มีลักษณะบาง งอ และหักได ในการนําเนื้อเยื่อไมควรนําเนื้อเยื่อไมที่สด หรือแหงก็ได แตถานําเนื้อเยื่อไมที่สดจะไดดูสไลดที่ เปนธรรมชาติมากกวา
  • 6. ชนิดของไม กลองไมอัด กลองไมอัดที่นํามาทดลองเปนกลองไมอัดที่มีขนาดเล็กเพื่อที่จะนํามาลองเปนฐานของเครื่องตัดสไลด มีความสูงประมาณ 4 เซนติเมตร กวาง 15 เซนติเมตร ยาว 22 เซนติเมตร เพื่อที่จะไดสัดสวนที่กะทัดรัดตอการใชงาน ไมที่เหลือใช ในการนําไมที่เหลือใช เชน เกาอีกที่ชํารุด โตะที่ชํารุด แตไมมีความคงทนแข็งแรงอยู ในที่นี้สําหรับการทดลองสิ่งประดิษฐชนิดเครื่องตัดสไลดนี้สามารถนําไมเหลือใชมาทําเปนดามจับได

×