Your SlideShare is downloading. ×
วิถีแห่งเซน ของ สตีฟ จอบส์
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Introducing the official SlideShare app

Stunning, full-screen experience for iPhone and Android

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

วิถีแห่งเซน ของ สตีฟ จอบส์

931
views

Published on

Published in: Spiritual

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
931
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. วิถีแหงเซน ของ สตีฟ จอบสแมจะเปนนักธุรกิจร่ํารวยระดับแสนลาน แตไมวาจะปรากฏกาย ณ ที่แหงใด หรือแมแตในงานเปดตัวผลิตภัณฑใหมของ Apple คนทั่วไปมักชินตากับภาพ สตีฟ จอบส ในชุดแตงกายเรียบงายสวมเสื้อยืดคอเตาแขนยาวสีดํา ยี่หอ St. Croix กางเกงยีนสลีวายส รุน 501 และสวมรองเทากีฬายี่หอ New Balance รุน 992 เปนประจํา จนกลายเปนเอกลักษณประจําตัวของเขาสตีฟ จอบส หรือสตีเฟน พอล จอบส (Steven Paul Jobs) เปนนักธุรกิจชาวอเมริกัน ซีอีโอใหญแหงคาย Apple Inc. ยักษใหญในวงการคอมพิวเตอร ผูผลิตเครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคลเครื่องแรกของโลก รวมทั้งเปน ผูบริหารระดับสูงของคายพิกซาร แอนิเมชัน สตูดิโอ (Pixar AnimationStudios) ดวยกวาจะถึงวันนี้ ชีวิตของซีอีโอใหญไดเผชิญปญหามานับครั้งไมถวน แตดวยหลักธรรมคําสอนในพุทธศาสนานิกายเซน ที่เขาไดศึกษาเรียนรู ชวยใหเขากาวผานอุปสรรคทั้งปวงมาได• ชีวิตชวงแรก ไมไดปริญญา แตไดวิชา เริ่มสนใจศึกษาพุทธศาสนาสตีเฟน พอล จอบส เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ 1955 ที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอรเนียสหรัฐอเมริกา เปนบุตรนอกสมรสของนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัย กับศาตราจารยทางดานรัฐศาสตรมารดาแทๆ ยกเขาใหเปนบุตรบุญธรรมแกครอบครัว “จอบส” ซึ่งมีหัวหนาครอบครัวเปนชางเครื่องโดยขอสัญญาวา บุตรชายของเธอจะตองไดรับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเมื่อโตขึ้นจอบสเขาศึกษาตอที่ Reed College ในเมืองพอรตแลนด รัฐโอเรกอน ไดเพียง 6 เดือน ก็ลาพักเรียน เพราะไมเห็นความนาสนใจของสิ่งที่เขาเรียนอยู แตเขาก็กลับเขาศึกษาใหมอก 1 ปครึ่ง โดย ีลงเรียนเฉพาะ คอรสที่เขาสนใจ เชน การประดิษฐตัวอักษร (ซึ่งภายหลังเขาไดนําไปใชประโยชนในการออกแบบตัวพิมพของคอมพิวเตอร Macintosh) หลังจากนั้น เขาหยุดเรียนถาวรและไมไดศึกษาจนจบมหาวิทยาลัยตามที่มารดาแทๆ ของเขาหวังไวในชวงเรียนมหาวิทยาลัยนี้เองที่จอบสเริ่มหันมาศึกษาพุทธศาสนานิกาย เซน เขาสนใจอานวรรณกรรมทางพุทธศาสนาหลายเลม และหนังสือที่มีอิทธิพล สูงสุดกับเขาคือ Zen Mind,Beginner’s Mind ซึ่งเขียนโดยชุนริว ซูซุกิ กลาวกันวา หลังการศึกษาหลักธรรมของเซน จอบสเริม ่
  • 2. มีความเชื่อวา การหยั่งรูโดยสัญชาตญาณนั้น กอใหเกิดปญญา เขาจึงเริ่มฝกสมาธิในหองนอนแคบๆที่แชรรวมกับ “แดเนียล คอตคี” เพื่อนสนิท ทามกลางกลิ่นธูป• ออกแสวงหาตัวตนที่แทจริงในป 1974 จอบส ในวัย 19 ป ไดขอลาพักงานประจํา ที่เขาทําอยูในบริษัทเครื่องเลนวิดีโอเกมส Atariเพื่อเดินทางไปอินเดีย เปนเวลา 1 เดือน พรอมกับเพื่อนรัก “แดเนียล คอตคี” เพื่อแสวงหาคําตอบเกี่ยวกับการรูแจงเห็นจริงดานจิตวิญญาณ และเมื่อเดินทางกลับสหรัฐฯ อีกครั้งหนึ่ง เขาไดกลายเปนพุทธศาสนิกชน สวมเสื้อผาแบบอินเดียโบราณและโกนศีรษะหลังจากนั้น เขาไดแวะเวียนไปที่ศูนยเซน ลอส อัลทอส ในเมืองลอส อัลทอส รัฐแคลิฟอรเนีย เปนประจํา ที่นี่เขาเริ่มฝกการบําบัดแบบกรีดรองดังๆ และรับประทานผลไมเปนอาหาร และผลไมที่เขาโปรดปรานเปนพิเศษก็คือ แอปเปล นั่นเองในป 1976 ขณะอายุ 21 ป จอบสไดเขาทํางานกับบริษัทฮิวเลตต-แพคการด และเริ่มตนศึกษาพุทธศาสนานิกายเซนอยางจริงจังกับ “โกบุน ชิโนะ โอโตโกวะ” พระอาจารยชาวญี่ปุน ที่ศูนยเซน ลอสอัลทอส (ซึ่งภายหลัง เมื่อจอบสเขาพิธีแตงงานแบบเซน กับ “ลอรีน เพาเวล” ในวันที่ 18 มีนาคม1991 พระอาจารยโอโตโกวะไดมาเปนประธานในพิธี)• เริ่มกอตั้งบริษัท Apple ดีไซนสินคาดวยแนวคิดเซนในป 1976 จอบสและเพื่อนสมัยเรียนที่ชื่อ “สตีฟ วอซเนียก” ไดรวมกันกอตั้งบริษัท AppleComputer ขึ้นที่โรงรถในบานของจอบส เครื่องคอมพิวเตอรเครื่องแรกที่จอบสกับวอซเนียกไดนําเสนอออกสูสายตาไดแกเครื่อง Apple I และเพียง 10 ปใหหลัง Apple ก็เติบโตจากคนเพียง 2 คนกลายเปนบริษัทใหญโตที่มีมูลคา 2 พันลานดอลลาร และพนักงานมากกวา 4,000 คน!!จอบสเคยกลาวในการใหสัมภาษณกับนิตยสาร Wired ของอเมริกาวา “มีคําคําหนึ่งในศาสนาพุทธคือ จิตของผูเริ่มตน มันเปนสิ่งมหัศจรรยอยางยิ่งที่ทุกคนควรจะมีจิตของผูเริ่มตน” ซึ่งเขาอธิบายตอไปวา มันเปนจิตที่มองเห็นทุกสิ่งทุกอยางตามความเปนจริง ซึ่งคอยๆทําใหเราตระหนักถึงแกนแทของสิ่งเหลานั้น จิตของผูเริ่มตน ก็คือการนําหลักการของเซนมาปฏิบัติจริง เปนจิตบริสุทธิ์ที่
  • 3. ปราศจากอคติ การคาดหวัง การตัดสิน ความลําเอียงใหคิดวา จิตของผูเริ่มตน เปนเหมือนจิตของเด็กนอย ซึ่งเต็มไปดวยความอยากรูอยากเห็น ความสงสัย และความ ประหลาดใจดวยความเชื่อดังกลาว สตีฟ จอบส จึงนําแนวคิดแบบเซนมาใชกับบริษัท Apple Inc ของเขา ในการออกแบบรูปลักษณและการใชงานของสินคาใหมีแนวทางบริสุทธิ์ ครบถวนสมบูรณ และงายตอการใชงาน• พบมรสุมชีวิต แตพิชิตดวยความรักในงานเมื่อจอบสอายุ 30 ป หลังจากเพิ่งเปดตัว Macintosh เครื่องคอมพิวเตอรที่ดีที่สุดของตัวเองไดปเดียวเขาถูกไลออกจากบริษัทที่ตนเองเปนผูกอตั้ง หลังจากทะเลาะกับผูบริหาร และกรรมการบริษัทก็เขาขางผูบริหารคนนั้นเรื่องนี้เปนความสูญเสียครั้งใหญในชีวิตของเขา จอบสกลาววา เขาไดสูญเสียสิ่งที่ไดทํามาตลอดชีวิตไปในพริบตา ถึงกับคิดจะออกจากวงการคอมพิวเตอรไปชั่วชีวิต เขาไมไดทําอะไรหลังจากนั้นอีกหลายเดือนแตแลวความรูสึกอยางหนึ่งก็สวาง ขึนขางในตัวของจอบส ซึ่งเขาคนพบวา ตัวเองยังคงรักในสิ่งที่ ้ทํามาแลว ความลมเหลวที่ Apple ไมอาจเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีตอสิ่งที่ไดทํามาแลวได ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเริ่มตนใหมทั้งหมด ซึ่งตอมาเขาไดพบวา การที่เขาถูกไลออกจาก Apple ไดกลายเปนสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวต เพราะภาระอันหนักจากการประสบความสําเร็จในอดีตที่เขาแบกไวนั้น ิไดถูกแทนที่ดวยความเบาสบายในการเริ่มตนขึ้นอีกครั้ง ซึ่งชวยปลดปลอยเขาใหเปนอิสระ นั่นก็คือเขาไดปลอยวางความสําเร็จเกานั้นลง และเริ่มตนใหมดวยใจที่เบาสบาย เบิกบาน เปนจิตของผูเริ่มตนอยางที่เขาเคยบอกไวนั่นเองจอบสกลาววา ความลมเหลวเปนยาขม แตเปนสิ่งจําเปนสําหรับคนไข เมื่อชีวิตเลนตลกกับคุณ จงอยาสูญเสียความเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณรัก ดังนั้นคุณจะตองหาสิ่งที่คุณรักใหเจอ เพราะวิธีเดียวที่จะทําใหคุณเกิดความพึงพอใจอยางแทจริง คือการไดทําในสิ่งที่คุณเชื่อวามันยอดเยี่ยม และวิธีเดียวที่จะทําใหคุณสามารถทําสิ่งที่ยอดเยี่ยมไดก็คือ คุณจะตองรักในสิ่งที่คุณทํา และถาหากคุณยังหามันไมพบ อยาหยุดหาจนกวาจะพบ และคุณจะรูไดเองเมื่อคุณไดคนพบสิ่งที่คุณรักแลว
  • 4. หลังจากนั้น เขาไดเริ่มตั้งบริษัทใหมชื่อ NeXT และ Pixar (ซึ่งขณะนี้เปนสตูดิโอผลิตการตูนที่ประสบความสําเร็จมากที่สุดในโลก) ไดสรางภาพยนตรการตูนจากคอมพิวเตอรเปนเรื่องแรกของโลกนั่นคือ Toy Storyสวน Apple ซึ่งไรเงาของจอบสนั้น ไมไดเฟองฟูขึ้นเลย ดังนั้นบริษัทฯจึงไดหันมาซื้อบริษัท NeXTเพื่อทําใหจอบสไดกลับคืนสู Apple อีกครั้ง รวมทังเทคโนโลยีที่เขาคิดคนขึ้นที่ NeXT ก็ไดกลายเปน ้หัวใจในยุคฟนฟูของ Apple • ใชการเจริญมรณสติทุกวัน เปนเครื่องมือชวยการตัดสินใจในชีวิตเมื่ออายุ 17 ป จอบสประทับใจขอความหนึ่งที่เขาไดอานจากหนังสือ ซึ่งสอนใหทุกคนมีชีวิตอยูโดยคิดวา วันนี้เปนวันสุดทายของชีวิต และตลอดชีวิตที่ผานมา เขาจะถามตัวเองในกระจกทุกเชาวา ถาวันนี้เปนวันสุดทายในชีวิตของเขา เขาจะยังคงตองการทําสิ่งที่กําลังจะทําในวันนี้หรือไม ถาหากคําตอบเปน “ไม” ติดๆ กันหลายวัน เขาก็รูวา ถึงเวลาแลวที่เขาจะตองเปลี่ยนแปลงจอบสเลาวา วิธีคิดวาคนเราอาจจะตายวันตายพรุง เปนเครื่องมือที่สําคัญที่สุดเทาที่เขาเคยรูจักมาซึ่งไดชวยใหเขาสามารถตัดสินใจครั้งใหญๆ ในชีวิตได เพราะเมื่อความตายมาอยูตรงหนา แทบทุกสิ่งทุกอยาง ไมวาจะเปนความคาดหวังของคนอื่น ชื่อเสียงเกียรติยศ ความกลัวที่จะตองอับอายขายหนาหรือลมเหลว จะหมดความหมายไปสิ้น เหลือไวก็แตเพียงสิ่งที่มีคุณคามีความหมายและความสําคัญที่แทจริงเทานั้น“วิธีคิดเชนนี้ยังเปนวิธีที่ดีที่สุด ที่จะชวยใหคุณไมตกลงไปในกับดักความคิดที่วา คุณมีอะไรที่จะตองสูญเสีย เพราะความจริงแลว เราทุกคนลวนมีแตตัวเปลาๆ ดวยกันทั้งนั้น”จอบสพูดถึงความตายวา กลางป 2004 เขาไดรับการวินิจฉัยวาเปนมะเร็งตับออนชนิดรุนแรงและไมมีทางรักษา เขาจะมีอายุอยูไดไมเกิน 3-6 เดือน แพทยที่รักษาแนะนําใหเขากลับบานและจัดการสะสางภารกิจที่มีอยูใหเรียบรอย ซึ่งความหมายก็คือให “เตรียมตัวตาย”แตแลวในเย็นนั้นเมื่อแพทยไดตัดชิ้นเนื้อที่ตับออน ไปตรวจอยางละเอียด ผลปรากฏวา เขาเปนมะเร็งตับออน ชนิดที่พบเพียงแค 1 เปอรเซนตของผูปวย ซึ่งรักษาไดดวยการผาตัด ในป 2009
  • 5. จอบสเขารับการผาตัดเปลี่ยนถายตับที่เมืองเมมฟส รัฐเทนเนสซี่ และกลับไปทํางานที่ Apple อีกครั้ง หลังลาหยุดเปนเวลา 6 เดือนซีอีโอใหญของ Apple กลาววา นี่เปนประสบการณเฉียดตายที่สุดของเขา ซึ่งทําใหเขาสามารถพูดไดเต็มปากยิ่งกวาเมื่อตอนที่ใชความตายมาเตือนตัวเองเปนมรณานุสติ และเมื่อผานหวงเวลานั้นมาไดเขาบอกวาความตายคือประดิษฐกรรมที่ดีที่สุดของ “ชีวิต” ความตายคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิต เขาไดพูดถึงความตายไววา“ไมมีใครอยากตาย แมวาคนที่อยากขึ้นสวรรค ก็ไมอยากตายเพื่อจะไดไปที่นั่น แตเราทุกคนตอง ตาย ไมมีใครรอดพนไปได ดังนั้นความตายก็คือตัวเปลี่ยนแปลงชีวิต มันจะกําจัดคนเกาออกไป(ตาย) เพื่อเปดทางใหคนใหมไดเขามา(เกิด) ตอนนี้คนใหมกคือพวกคุณ แตในไมชา พวกคุณก็จะ ็คอยๆแก และถูกกําจัดออกไป(ตาย) นี่คือหลักความจริง”จอบสไดเตือนวา “เวลาของคุณจึงมีจํากัด และอยายอมเสียเวลามีชีวิตอยูในชีวิตของคนอื่น จงอยามีชีวิตอยูดวยผลจากความคิดของคนอื่น และอยายอมใหเสียงของคนอื่นๆ มากลบเสียงที่อยูภายในตัวของคุณ และที่สําคัญที่สุดคือ คุณจะตองมีความกลาที่จะกาวไปตามที่หัวใจคุณปรารถนาและสัญชาตญาณของคุณจะพาไป เพราะหัวใจและสัญชาตญาณของคุณรูดีว คุณตองการจะเปนอะไร”ทุกวันนี้ จอบสในวัย 55 ปยังคงถือปฏิบัติตามแบบเซน ที่มีวิถีแหงความเรียบงายแตลุมลึก และเขามักอางคําพูดของอาจารยเซนหลายๆทาน และหลักปรัชญาเซน ในระหวางการแสดงสุนทรพจนในที่ตางๆ9 บทเรียนทองของสตีฟ จอบส9 คําพูดที่ดีที่สุดที่คัดเลือกมานี้ จะชวยใหคุณทํางานไดสําเร็จตามสไตลซีอีโอแสนลาน1. สตีฟ จอบส พูดวา “นวัตกรรมเปนสิ่งที่ทําใหเกิดความแตกตางระหวางผูนําและผูตาม”นวัตกรรมหรือวิธีการใหม เปนสิ่งไรขีดจํากัด มีเพียงจินตนาการเทานั้นที่มีขอบเขต ถึงเวลาแลวที่คุณตองเริ่มคิดนอกกรอบ ถาคุณทํางานในภาคธุรกิจที่กําลังเติบโต ตองรูจักคิดหาทางทํางานใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทําใหลูกคาพึงพอใจ และอยากจะทําธุรกรรมดวย แตถาคุณอยูในธุรกิจที่
  • 6. กําลังหดตัว ตองรีบออกมาจากธุรกิจนั้นโดยเร็ว และเปลี่ยนแปลงกอนที่คุณจะกลายเปนคนตกยุคตกงาน หรือธุรกิจลมสลาย และตองจําไวเสมอวา คุณจะผัดวันประกันพรุงไมได ตองเริ่มเปลี่ยนแปลงเดี๋ยวนี้2. สตีฟ จอบส พูดวา “จงเปนคนที่มีคุณภาพสูง คนบางคนไมเคยชินกับการอยูในสภาพแวดลอมที่คาดหวังความเปนเลิศ”ไมมีหนทางลัดสูความเปนเลิศ คุณจะตองตั้งใจและใหความสําคัญ ใชความสามารถ ทักษะ และพรสวรรคที่มี พยายามทําใหมากกวาคนอื่น มีมาตรฐานสูงกวา และใสใจในรายละเอียดที่ทําใหเกิดความแตกตาง ความเปนเลิศไมใชเรื่องยาก แตคุณตองลงมือทําทันที แลวคุณจะประหลาดใจในสิง ่ดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิต3. สตีฟ จอบส พูดวา “วิธีเดียวที่จะทํางานใหไดผลดีเยี่ยม คือ คุณตองรักในสิ่งที่ทํา ถาคุณยังไมเจอสิ่งที่รักในตอนนี้ จงมองหาไปเรื่อยๆ อยาดวนสรุป เพราะมันเปนเรื่องของหัวใจคุณจะรูไดเอง เมื่อเจอสิ่งที่รัก”จงทําในสิ่งที่รัก มองหาอาชีพการงานที่ทําใหคุณมีจุดประสงค ทิศทาง และความพึงพอใจในชีวิตเมื่อคุณมีเปาหมายและพยายามไปใหถึง มันจะทําใหชีวิตของคุณมีความหมาย ทิศทาง และความพอใจ ซึ่งไมเพียงชวยใหมีสขภาพดีและอายุยืนยาว แตยังจะชวยใหคุณรูสึกดีขึ้นเมื่อตองเผชิญ ุอุปสรรค4. สตีฟ จอบส พูดวา “คุณก็รูวา อาหารสวนใหญที่เรากิน เราไมไดผลิตดวยตัวเราเอง เราสวมใสเสื้อผาที่คนอื่นผลิต เราพูดภาษาที่คนอื่นพัฒนาขึ้น เราใชคณิตศาสตรที่คนอื่นคอยๆปรับปรุงมาเรื่อยๆ ผมหมายถึงวา เราเปนฝายรับอยูตลอดเวลา ฉะนั้น คงเปนความรูสึกที่นาปลาบปลื้มอยางยิ่งที่เราสามารถสรางสรรคบางสิ่งบางอยาง ที่เปนประโยชนตอมวลมนุษยชาติ”จงใชชีวิตตามหลักศีลธรรม พยายามทําใหเกิดความแตกตางบนโลกใบนี้และมีสวนรวมใหเกิดสิ่งที่ดีงามยิ่งขึ้น คุณจะพบวา มันจะทําใหชีวิตของคุณมีความหมายมากยิ่งขึ้น แถมยังเปนยาแกความเบื่อ
  • 7. หนายที่ไดผลดีอีกดวย ลองมองไปรอบๆตัว แลวคุณจะพบวา มีสิ่งตางๆใหคุณทําอยูเสมอ และจงพูดคุยกับผูอื่นถึงสิ่งที่คุณกําลังทํา แตอยาพร่ําสอน หรือคิดวาตัวเองถูกตอง หรือหลงตัวเอง เพราะจะทําใหคนอื่นไมอยากคุยดวย ขณะเดียวกัน คุณตองไมกลัวที่จะทําตนเปนตัวอยาง และใชโอกาสที่มี บอกเลาถึงสิ่งที่คุณกําลังทํา5. สตีฟ จอบส พูดวา “มีคําพูดในพุทธศาสนาวา จิตของผูเริ่มตน มันเปนสิ่งมหัศจรรยอยางยิ่งที่ทุกคนควรจะมีจตของผูเริ่มตน” ซึ่งเขาอธิบายตอไปวา ิมันเปนจิตที่มองเห็นทุกสิ่งทุกอยางตามความเปนจริง ซึ่งคอยๆทําใหเราตระหนักถึงแกนแทของสิง ่เหลานั้น จิตของผูเริ่มตน ก็คือการนําหลักการของเซนมาปฏิบติจริง เปนจิตบริสุทธิ์ที่ปราศจากอคติ ัการคาดหวัง การตัดสิน ความลําเอียง ใหคิดวา จิตของผูเริ่มตน เปนเหมือนจิตของเด็กนอย ซึ่งเต็มไปดวยความอยากรูอยากเห็น ความสงสัย และความประหลาดใจ6. สตีฟ จอบส พูดวา “เราคิดวา โดยทั่วไปแลว คุณดูโทรทัศนเพื่อพักสมอง และคุณใชคอมพิวเตอร เมื่อตองการใหสมองทํางาน”ในรอบ 10 ปที่ผานมา มีรายงานการศึกษาจํานวนมากที่ยืนยันหนักแนนวา การดูทีวีสงผลเสียดานจิตใจและมีอทธิพลดานศีลธรรม และคนที่ติดทีวีสวนมาก แมจะรูวา มันทําใหชินชาและเสียเวลา ิโดยเปลาประโยชน แตก็ยังใชเวลาสวนใหญนั่งอยูหนาจอสี่เหลียม ดังนั้น จงปดทีวีซะ เพื่อถนอม ่เซลลสมอง แตตองระวัง เพราะการใชคอมพิวเตอรก็อาจเปนการพักสมองไดเชนกัน ลองเปลี่ยนมาเลนเกมที่พัฒนาสติปญญาดีกวา7. สตีฟ จอบส พูดวา “ผมสูญเงินไป 250 ลานดอลลารภายใน 1 ป มันทําใหผมรูจักตนเองดีขึ้น”อยามองวา การทําผิดกับความผิดเปนเรื่องเทาเทียมกัน เพราะคนที่ประสบความสําเร็จ โดยไมเคยลมเหลวหรือทําผิดเลยนั้น ไมมีหรอก มีแตคนที่ประสบความสําเร็จ เคยทําผิดพลาดและรูจักเปลี่ยนแปลงแกไข เพื่อทําใหถูกตองในครั้งตอไป พวกเขามองความผิดพลาดเปนเครื่องเตือนสติมากกวาความสิ้นหวัง การไมเคยทําผิดเลย แสดงวา คนนั้นไมเคยใชชีวิตอยางเต็มที่
  • 8. 8. สตีฟ จอบส พูดวา “ในโลกนี้ไมเคยมีใครที่ไมเคยทําผิดพลาด เราเกิดมาบนโลกใบนี้แลวก็ไดทําสิ่งผิดพลาดเชนกัน ไมงั้นแลว เราจะเกิดมาทําไม”คุณรูหรือไมวา มีเรื่องใหญๆหลายเรื่องที่ตองทําใหสําเร็จในชีวิต และรูหรือไมวา เรื่องสําคัญเหลานั้นจะถูกฝุนจับ เมื่อคุณใชเวลามัวแตนั่งคิดมากกวาลงมือทํา เราทุกคนลวนเกิดมาพรอมของขวัญชิ้นหนึ่งที่จะมอบใหกบชีวิตของเราเอง ของขวัญที่เต็มไปดวยความปรารถนา ความสนใจ ความ ัหลงใหล และความอยากรูอยากเห็น ของขวัญชิ้นนี้ แทจริงแลว มันคือเปาหมายของเรานั่นเอง และคุณตั้งเปาหมายของคุณไดโดยไมตองขออนุญาตใครทั้งสิ้น ไมวาจะเปนหัวหนางาน ครู พอแมนักบวช หรือเจาหนาที่ ก็ไมอาจเลือกเปาหมายใหคณได คุณตองหาจุดมุงหมายดวยตัวคุณเอง ุ9. สตีฟ จอบส พูดวา “เวลาของคุณมีจํากัด จงอยาเสียเวลาใชชีวิตตามแบบคนอื่น อยาติดอยูในหลักความเชื่อ ซึ่งทําใหคุณใชชีวิตตามผลความคิดของผูอื่น อยายอมใหเสียงความคิดของคนอื่น มากลบเสียงที่อยูภายในตัวของคุณ และทีสาคัญที่สุด คือ คุณตองมีความกลา ํที่จะทําตามหัวใจปรารถนาและสัญชาติญาณ เพราะมันรูดีวา จริงๆแลว คุณตองการเปนอะไร เรื่องอื่นๆกลายเปนเรื่องรองไปโดยสิ้นเชิง”คุณเบื่อหรือเปลาตอการใชชีวิตตามความฝนของคนอื่น ไมตองสงสัยเลย ก็มันเปนชีวิตของคุณเองคุณมีสิทธิใชชีวิตในแบบที่คุณตองการ โดยไมตองมีใครมาคอยขัดขวาง ลองใหโอกาสตัวเองฝกความคิดริเริ่มในบรรยากาศที่ปราศจากความกลัวและแรงกดดัน จงใชชีวิตตามแบบที่คณเลือก และ ุเปนเจานายตัวเอง(จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 118 กันยายน 2553 โดย บุญสิตา)ที่มา ผูจัดการออนไลน