Your SlideShare is downloading. ×
ตัวอย่างงานกาพย์ห่อโคลง
ตัวอย่างงานกาพย์ห่อโคลง
ตัวอย่างงานกาพย์ห่อโคลง
ตัวอย่างงานกาพย์ห่อโคลง
ตัวอย่างงานกาพย์ห่อโคลง
ตัวอย่างงานกาพย์ห่อโคลง
ตัวอย่างงานกาพย์ห่อโคลง
ตัวอย่างงานกาพย์ห่อโคลง
ตัวอย่างงานกาพย์ห่อโคลง
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

ตัวอย่างงานกาพย์ห่อโคลง

744

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
744
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
9
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ตัวอยางเนื้องาน...กาพยหอโคลงประพาสธารทองแดง ม.๒ประวัติความเปนมาของกาพยหอโคลง…………..ประวัติผูแตง....................กาพยหอโคลง เปนคําประพันธชนิดหนึ่งที่ประกอบไปดวย กาพยยานี ๑๑ ๑ บท และ โคลงสี่สุภาพ ๑ บทเนื้อความของกาพยและโคลงเหมือนกัน………………………………………………แผนผังกาพยหอโคลง OOOOO OOOOOO OOOOO OOOOOO OOOOO OO (OO) OOOOO OO OOOOO OO (OO) สีชมพูแทนรูปเอก OOOOO OOOO สีเขียวแทนรูปโท
  • 2. ๏ หมากมวงพวงพรวนยอย พิมเสนหอย สอยมากินสุกหามตามใจถวิล เอาตะกรอขอเกี่ยวลง ฯ๏ หมากมวงพวงหามยอย ยามเห็นพรวนพิมเสนเหลืองเปน ปากกรอหมอนทองมวงมันเย็น เดิรสูสอยแสพลางหัวหรอ หลนกลุมชิงกัน ฯถอดคําประพันธ มีมะมวงหลากหลายพันธุ หอยเปนพวงยอยลงมา มีทั้งมะมวงพิมเสนสุกหามๆ หมอนทอง มะมวงมัน เมื่อทุกคนเห็นก็เอาตะกรอเกี่ยวสอยลงมารับประทานกัน อยางมีความสุขคําศัพท +ความหมาย ๑. ............... ๒. ................ ๓. ...............
  • 3. ๏ หมากมวงพวงพรวนยอย พิมเสนหอย สอยมากินสุกหามตามใจถวิล เอาตะกรอขอเกียวลง ฯ ่๏ หมากมวงพวงหามยอย ยามเห็นพรวนพิมเสนเหลืองเปน ปากกรอหมอนทองมวงมันเย็น เดิรสูสอยแสพลางหัวหรอ หลนกลุมชิงกัน ฯสัมผัสอักษรไดแกหมาก - มวง พวง – พรวน เสน - สอยหมาก – มวง พรวน - พิม หมอน – มวง – มัน สอย – แสสัมผัสสระไดแกมวง-พวง หอย – สอย หาม – ตาม กรอ – ขอคําเอกที่บังคับ ๗ คํา ไดแก หาม พิม ปาก มวง สู แส หลนสังเกต...คําวา “พิม” ไมใชคําเอก และไมใชคําตาย ที่สามารถใชแทนคําที่มีรูปวรรณยุกตเอกได แตในที่นี้ กาพยหอโคลง มิไดเครงครัดเรื่องฉันทลักษณ จึงทําใหการแตงโคลงอาจคลาดเคลื่อนไมตรงตามฉันทลักษณได
  • 4. สวนคําวา “ปาก” ไมมีรูปวรรณยุกตเอกกํากับ แตเปนคําตาย ซึ่งเปนขออนุโลมวา สามารถใชคําตายแทนคําเอกตามฉันทลักษณไดคําโทที่บังคับ ๔ คํา ไดแก ยอย กรอ หรอ กลุมสังเกตวา คําบังคับโททั้ง ๔ คําตามฉันทลักษณโคลงสี่สุภาพ จะตองมีรูปวรรณยุกตโทกํากับเทานั้น แตคําวา “หรอ” คํานี้ไมมีความหมาย เพราะเปนคําโทโทษ ของคําวา “รอ” ในความหมายที่วา “หัวรอ”คําตาย..หมายถึง………..คําเปนหมายถึง…………คําเอกโทษ คือ………… ถาในบทประพันธที่นักเรียนรับผิดชอบ มีคําเหลานี้ ก็ให อธิบายในเนื้องาน แตถาไมมี กไมตองอธิบายคะคําโทโทษ คือ…………….รูไวใชวา ใสบาแบกหามมะมวงพิมเสน ในยุคสมัยกอน “มะมวงพิมเสนเปรี้ยว” นิยมปลูกกันอยางกวางขวาง เนื่องจากเปนมะมวงติดผลดก ผลสุกสีสันสวยงาม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติหวานหอมอรอยมาก แตในปจจุบัน “มะมวงพิมเสนเปรี้ยว” หาซื้อผลรับประทานยากแลว สวนใหญที่วางขายจะเปนมะมวงพิมเสนมัน รับประทานแลวไมหวานหอมชื่นใจเหมือนกับ “มะมวงพิมเสนเปรี้ยว” ซึ่งคนรุนเกาจะรูจักและนิยมรับประทาน “มะมวงพิมเสนเปรี้ยว” กันมาชานาน แตคนรุนใหมนั้นรับรองวานอยคนนักจะรูจัก มะมวงพิมเสนเปรี้ยว มีชื่อวิทยาศาสตรเหมือน กับมะมวงทั่วไปคือ MANGIFERA INDICALINN อยูในวงศ ANACARDIACEAE มีลักษณะประจําคือ CHARACTERISTICS เปนไมยืนตน สูง 10-20 เมตร แตกกิ่งกานสาขาหนาแนน และ
  • 5. เปนพุมขนาดใหญ ใบเปนใบเดี่ยว ออกเวียนสลับรอบกิ่งกานบริเวณปลายยอด ใบเปนรูปรีแกมรูปขอบขนานแคบ ปลายแหลม โคนมน ขนาดของใบจะแคบเล็ก และสั้นกวาใบมะมวงทั่วไป เนื้อใบคอนขางหนาผิวใบเรียบเปนมัน สีเขียวสด ใบดกใหรมเงาดีมากดอก ออกเปนชอเชิงลดที่ปลายยอด แตละชอประกอบดวยดอกยอยขนาดเล็กจํานวนมาก ดอกเปนสีเหลืองออนหรือสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอมออนๆ ซึ่งเมื่อถึงฤดูมีดอกดก เขาไปยืนบริเวณใตโคนตนจะไดกลิ่นหอมจากดอกโชยออกมารูสึกชื่นใจดีผล ของ “มะมวงพิมเสนเปรี้ยว” จะมีลักษณะกลมรี และยาวคลายผล มะมวงมหาชนก แตปลายผลจะงอนนอยกวา และมีความหนาของผลเยอะกวาดวย เวลาติดผลจะติดเปนพวงอยางนอย 3-5 ผล ผลดิบเปนสีเขียว รสชาติเปรี้ยวจัด และมีกลิ่นฉุนหรือกลิ่นหอมเฉพาะตัว ไมนิยมรับประทานขณะผลดิบ สวนใหญ จะปลูกเพื่อรับประทานผลสุกเพียงอยางเดียว โดยเมือผลสุกจะมีสีสันงดงามนารักมากคือ เปนสีสม ่ตลอดทั้งผล และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวชวนใหอยากรับประทานมาก เมล็ดลีบและบางจัด เนื้อในเยอะ เปนสีเหลืองทอง รสหวานประมาณ 20 องศาบริกซ รับประทานแลวมีกลิ่นหอมชื่นใจมาก ติดผลปละครั้งขยายพันธุดวยเมล็ด ตอนกิ่ง และเสียบยอด คนอีสานเรียก “มะมวงพิมเสนเปรี้ยว” วา “มะมวงกะเสน http://www.nanagarden.com/
  • 6. มะมวงหมอนทอง http://dict.longdo.com/index.php?lang=en&searchน. (๑) ชื่อมะมวงพันธุหนึงของชนิด Mangifera indica L. ่มะมวงมัน http://soclaimon.wordpress.comปจจุบัน มะมวงที่เปนสายพันธุเกาๆ กลับมาเปนที่นิยมของผูปลูกอีกอยางกวางขวาง โดยเฉพาะเทาที่สํารวจความตองการจากแหลงขายกิ่งพันธุไดแก “มะมวงมันศาลายา” กับ “มะมวงแกวลืมคอน” สาเหตุเพราะมะมวงทั้ง 2 ชนิดนี้มีดอกและติดผลดก ติดผลเปนพวงและติดผลไดเรื่อยๆ หรือที่เกษตรกรนิยมเรียกกันทั่วไปวา ติดผลทะวาย หมายถึงติดผลตลอดปนั่นเองสวนที่ทําให “มะมวงมันศาลายา” กับ “มะมวงแกวลืมคอน” กลับมาเปนที่นิยมอีกครั้งนั้นเนื่องมาจากมะมวงทั้ง 2 ชนิดที่กลาวนี้มีรสชาติถูกปากผูรับประทานชาวไทยมาก สามารถรับประทานไดทั้งผลดิบและสุก โดยผลดิบหรือหามจะมันกรอบหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ฉ่ําน้ํา ปอกเปลือกฝานเปนชิ้นบางๆ จิ้มน้ําปลาหวานอรอยมาก หรือสับทํายํามะมวง ตํามะมวง จะมีกลิ่นเปรี้ยวโชยขึ้นจมูกชวนใหน้ําลายสอ แตงรสชาติตามชอบแซบจริงๆ ผลสุก เนื้อแนนเหนียวไมเละ และไมมีเสี้ยน ปอกเปลือกเฉือน 2 แกมหั่นเปนชิ้นพอคํารับประทานกับขาวเหนียวมูนหวานหอมชื่นใจไมแพมะมวงสายพันธุดังๆทั่วไป ขนาดของผล “มะมวงมันศาลายา” กับ “มะมวงแกวลืมคอน” ก็ไมใหญโตนัก น้ําหนักเฉลี่ยอยูระหวาง 3 ผล ตอ 1 กิโลกรัมราคาขายปจจุบันไมเกิน 30-40 บาท ตอ 1 กิโลกรัม ทําใหผูซื้อพอใจ เพราะเหมาะสมกับราคาและมีกําลังซื้อไปรับประทานได เกษตรกร ที่ปลูกมะมวงทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถเก็บผลขายไดทั้งป และมีรายไดไมขาดตอนดวย จึงทําให “มะ-มวงมันศาลายา” กับ “มะ-มวงแกวลืมคอน” ไดรับความนิยมปลูกอยางแพรหลาย ทั้งปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือน และปลูกเพื่อเก็บผลขายในปจจุบันที่สําคัญ จากการสอบถาม เกษตรกร ที่ปลูก “มะมวงมันศาลายา” กับ “มะมวงแกวลืมคอน” เพื่อเก็บผลจําหนาย จึงทราบอีกวา ผูซื้อผลไปรับประทานสวนใหญจะเปนคนไทย นิยมรับประทานชนิดที่เปนผลดิบหรือผลหามมากกวาชนิดที่เปนผลสุก เนื่องจากรสชาติขณะดิบหรือหามเปนรสชาติที่ถูกปากคนไทยทั่วไปคือ ไมเปรี้ยวเกินไป กรอบมันหวานอรอยพอดีนั่นเอง จึงทําใหผลดิบหรือผลหามขายดิบขายดี เปนที่นิยมปลูกตามที่กลาวขางตนสวน ใครที่ตองการตนหรือกิ่งพันธุของมะมวงทั้ง 2 ชนิดนี้ไปปลูก มีขายที่ตลาดนัดไมดอกไมประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณนก” หนาตึกกองอํานวยการ กับบริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเองครับ. “นายเกษตร”
  • 7. ตะกรอสอยมะมวงวิธีการทํา...วัสดุอุปกรณ
  • 8. แสดงความคิดเห็นเปนวรรณกรรมที่สรางสรรค กาพยหอโคลงบทนี้เปนการบรรยายถึงสภาพสิ่งแวดลอมที่พบเห็น คือ ปามะมวง ซึ่งเปนผลไมพื้นบานที่มีหลากหลายพันธุ มีลูกดก ผูคนที่เดินทางผาน ก็สามารถสอยกินไดโดยไมตองกลัวสารพิษ เพราะในสมัยกอนไมมีสารเคมี หรือยาฆาแมลงที่มากเหมือนสมัยนี้ การปลูกพืช หรือผลไม ใชวิธีธรรมชาติ ไมใชยาฆาแมลง ทําใหสภาพแวดลอมมีความสมดุล สิ่งมีชีวิตเกี่ยวพันกัน อาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกัน ทําใหมีสภาพแวดลอมที่นาอยู เต็มไปดวยตนไมใบหญา อันเปนประโยชนตอสัตว โดยเฉพาะมนุษย ซึ่งตางจากสมัยปจจุบันนี้มาก ไมวาจะเปนเรื่องยาฆาแมลง ฆาหญา ปุยเคมี และสารเรงอื่นๆ ลวนแลวแตมีผลกระทบตอสภาพแวดลอม ทําลายความสมดุลทางธรรมชาติ ทําใหเกิดภาวะอันเปนผลกระทบอยางรุนแรงตอธรรมชาติ เชน ฝนไมตกตองตามฤดูกาล ภาวะเรือนกระจก ตลอดจนถึงสุขภาพของมนุษยซึ่งเปนผูบริโภคโดยตรง ฉะนั้นในฐานะที่เปนมนุษยโลก สิ่งที่เราสามารถปกปองฟนฟูสภาพแวดลอมไดนั้น ก็ควรจะเรงกระทําโดยไมรีรอ เชน ๑. ........
  • 9. ๒. ............. ๓............ ๔.... หากเราไมสามารถทําใหสภาพแวดลอมดีขึ้นได ...ก็อยา ทําลาย และซ้ําเติมธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมใหเลวรายลงไป กวานี้อีกเลย...นี่เปนเพียงตัวอยางนะคะ! ปรับปรุงเพิ่มเติม เนื้องานไดตามใจปรารถนา ยึดหลักที่วา “ความรูที่ไดจากคํา ประพันธบทนั้นๆ มีมากเทาไหร ใหเอามาใสในเนื้องานใหหมดคะ ดวยความปรารถนาดี จาก คุณครูนงคราญ จา.....

×