Your SlideShare is downloading. ×
Social  Network2
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Social Network2

940
views

Published on

สังคมออนไลน์

สังคมออนไลน์


0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
940
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
12
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1.  
  • 2. Generation-Y
    • ผู้คนส่วนใหญ่ใช้ social network
    • เติบโตมากับสารพัดเทคโนโลยี
    • ชอบความรวดเร็ว ทันใจ
  • 3. ข้อควรระวังในการใช้การสื่อสารออนไลน์
    • รหัสเดียว ทุกเว็บไซต์
    • อ่านก่อนคลิก
    • คิดก่อนคลิก
  • 4. บาป 10 ประการ กับเครือข่ายสังคมออนไลน์
    • การโอ้อวดเปิดเผยข้อมูล แบ่งปันข้อมูลเกินพอดี เผยแพร่ในสิ่งที่ผู้อื่นไม่ควรรู้ การปล่อยข่าวลือ
    • การปนเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ใช้ภาษาระหว่างเพื่อน รูปปาร์ตี้ส่วนตัวไม่เหมาะสม
    • ความเดือดดาล ฉุนเฉียว ภาวะความโกรธจากการได้อ่านข้อความที่มีคนอื่นมาโพสต์ด่า ต่อว่า ไม่สามารถระงับอารมณ์ได้ หยุดคิดสักนิดก่อนกด “ submit”
    • ความหมกมุ่น หลงใหลในการสื่อสาร ติดตามข่าวสาร เช็คเมล์ทุกระยะอย่างจดจ่อ รายการทีวี บ้าดารา ละคร
  • 5. บาป 10 ประการ กับเครือข่ายสังคมออนไลน์ ( ต่อ )
    • ความโลภ อยากเอาชนะ สะสมเพื่อน ตอบรับเพื่อนโดยไม่รู้จัก ควรระมัดระวังพวกขโมย Identify Thief ควรตรวจทานก่อนตอบรับ
    • ความอยากได้ แบบไม่ยั่งคิด การตอบรับจากความเคยชิน Yes, Agree ,OK,Click-Happy,Next อย่าคลิกพร่ำเพรื่อจนกว่าคุณจะพร้อมรับมือกับการโจมตี
    • ความเฉื่อยชา คลิกในสิ่งที่ดึงดูดน่าสนใจ ทำอะไรด้วยความมักง่าย Password หลายบัญชีรหัสผ่านเดียว Gmail,Hotmail,Yahoo,Internet Banking
    • ความหลงระเริง คลิกตอบรับเพื่อนที่รู้จักและไม่รู้จัก ใส่ข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป
  • 6.
    • ความเด่นดัง ความอิจฉา ชิงดีชิงเด่น อยากได้การยอมรับในสังคม ทำตัวโดดเด่นจนเป็นที่อิจฉาของคนอื่น โพสต์รูปสถานที่ สิ่งของ ดารา นักร้อง งานปาร์ตี้ เกิดการหมั่นใส้ ประชดประชัน ดูหมิ่น
    • ความไม่ตระหนักใน Life Style พฤติกรรมของตนเอง ไม่ใส่ใจความปลอดภัย ชีวิตนี้ขาดชีวิตการออนไลน์ไม่ได้ ใช้งาน Social Networking คอมเมนต์ที่รุนแรง ประชดประชัน ใช้รูปภาพ ข้อความไม่เหมาะสม
    บาป 10 ประการ กับเครือข่ายสังคมออนไลน์ ( ต่อ )
  • 7. introduction
    • ยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต การนำเสนอข้อมูลข่าวสารในรูปแบบของเว็บไซต์มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้อ่านสามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างกว้างขวางนำไปสู่การเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด ทำให้ทุกคนทุกสังคมต้องมีการปรับตัว และพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกของการสื่อสาร ในอดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบันการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์บางเว็บไซต์นั้น มักจะเป็นการนำเสนอจากผู้ดูแลเว็บไซต์ เพียงด้านเดียว ( one-way communication) และไม่เปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้าใช้เว็บไซต์แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ได้ ซึ่งเรียกว่ายุคเว็บ 1.0( Web 1.0) แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคที่ 2 ของเทคโนโลยีของ WWW หรือ Web 2.0 เป็นยุคที่ทำให้อินเทอร์เน็ตมีศักยภาพในการใช้งานมากขึ้น เน้นให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ข่าวสารลงบนเว็บไซต์ร่วมกันและสามารถโต้ตอบกับข้อมูลที่อยู่บนเว็ปไซต์ได้ ผู้ใช้สามารถสร้างเนื้อหาแลกเปลี่ยน และกระจายข้อมูลข่าวสารเพื่อแบ่งปันถึงกันได้ทั้งในระดับบุคคล กลุ่ม และองค์กร เรียกว่า การสื่อสารสองทาง ( Two-way Communication)            Web 2.0 ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้ในกลุ่มต่างๆ จนเกิดเป็นเครือข่ายทางสังคม ( Social Network) บนโลกออนไลน์ที่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด กลายเป็นสังคมเสมือนจริง ( Virtual Communities)
  • 8. เครือข่ายคอมพิวเตอร์คืออะไร ?
    • คือ ระบบที่มีคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสองเครื่องเชื่อมต่อกันโดยใช้สื่อกลาง และสามารถสื่อสารข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทรัพยากร (Resources) ที่มีอยู่ในเครือข่ายร่วมได้
  • 9. Social network คืออะไร
    • Social network คือ สังคมออนไลน์ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเขียนสร้างและอธิบายถึงตัวตนความสนใจและถึงกิจกรรมที่ได้ทำ มีการเชื่อมโยงกับความสนใจในกิจกรรมของผู้อื่น
    • Why Social Network
    • เนื่องจากสภาพสังคมที่คนเจอกันน้อยลงทุกที โดยเฉพาะในประเทศที่อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ในระดับที่สูง ทำให้มนุษย์ต้องหาทางคิดค้นวิธีที่คนเราจะสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ หรือสร้างความสัมพันธ์กันทางสังคมผ่านทางอินเทอร์เน็ต สิ่งนี้มาจากพื้นฐานความคิดที่ว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราอยู่บนโลกแห่งนี้ด้วยการที่เราต้องพูดคุยและโต้ตอบกับใครคนอื่น แต่ในเมื่อชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบันนี้ถูกบังคับให้เจอกันน้อยลง ถูกบังคับให้ทำทุกกิจกรรมหลายๆ อย่างผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ มนุษย์ก็เลยสร้างแหล่งที่ให้ผู้คนพบปะผ่านทางโลกอินเทอร์เน็ต เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ในเรื่องนี้ และนี่คือสิ่งที่มองว่าเป็นที่มาของบรรดา social networking system(SNS) ทั้งหลาย
  • 10. ความเป็นมาของ Social Network จุดเริ่มต้นของสังคมออนไลน์เกิดขึ้นจากเว็บไซต์ Classmates.com เมื่อปี 1995 และเว็บไซต์ SixDegrees.com ในปี 1997 ซึ่งเป็นเว็บ ไซต์ที่จำกัดการใช้งานเฉพาะนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนเดียวกัน เพื่อสร้างประวัติ ข้อมูลการสื่อสาร ส่งข้อความ และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สนใจร่วมกันระหว่างเพื่อน นักเรียนในลิสต์เท่านั้น ต่อมาในปี 1999 เว็บไซต์ epinions.com ที่พัฒนา โดย Jonathan Bishop ก็ได้มีการเพิ่มฟังก์ชั่นในส่วนของการที่ผู้ใช้สามารถ ควบคุมเนื้อหาและติดต่อถึงกันได้ ไม่เพียงแต่เพื่อนในรายชื่อเท่านั้น
  • 11. ความหมายของ Social Network
    • Social Network หมายถึงการที่มนุษย์สามารถเชื่อมโยงถึงกัน ทำความรู้จักกัน สื่อสารถึงกันได้ ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งหากเป็นเว็บไซต์ที่เรียกว่าเป็นเว็บ ( Social Network ) ก็คือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกันนั่งเอง โดยเว็บไซต์เหล่านี้จะมีพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามารู้จักกัน มีการให้พื้นที่ บริการเครื่องมือต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสร้างเครือข่าย สร้างเนื้อหาตามความสนใจของผู้ใช้ ปัจจุบันมีเว็บไซต์ประเภท ( Social Network ) เกิดขึ้นจำนวนมาก ทั้งที่มีเป้าหมายเชิงพาณิชย์ และไม่แสวงหากำไร
  • 12.  
  • 13. ประเภทของ Social Network
  • 14. 1. Identity Network เผยแพร่ตัวตน
    • ใช้สำหรับนำเสนอตัวตน และเผยแพร่เรื่องราวของตนเองทางอินเตอร์เน็ทสามารถสร้างอัลบั้มรูปของตัวเอง สร้างกลุ่มเพื่อน และสร้างเครือข่ายขึ้นมาได้
  • 15. 2. Creative Network เผยแพร่ผลงาน สามารถนำเสนอผลงานของตัวเองได้ในรูปแบบของวีดีโอ ภาพ หรือเสียงเพลง
  • 16. 3. Interested Network ความสนใจตรงกัน
    • • del.icio.us เป็น Online Bookmarking หรือ Social Bookmarking โดยเป็นการ Bookmark เว็บที่เราสนใจไว้บนอินเทอร์เน็ตสามารถแบ่งปันให้คนอื่นดูได้และยังสามารถบอกความนิยมของเว็บไซด์ต่างๆได้ โดยการดูจากจำนวนตัวเลขที่เว็บไซต์นั้นถูก Bookmark เอาไว้จากสมาชิกคนอื่นๆ
    • • Digg นั้นคล้ายกับ del.icio.us แต่จะมีให้ลงคะแนนแต่ละเว็บไซด์ และมีการ Comment ในแต่ละเรื่อง
    • Zickr ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยคนไทย เป็นเว็บลักษณะเดียวกับ Digg แต่เป็นภาษาไทย
  • 17.  
  • 18.  
  • 19. 4. Collaboration Network ร่วมกันทำงาน คือเป็นการร่วมกันพัฒนาซอฟต์แวร์หรือส่วนต่างๆของซอฟต์แวร์ • WikiPedia เเป็นสารานุกรมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมความรู้ ข่าวสาร และเหตุการณ์ต่างๆ ไว้มากมาย • ปัจจุบันเราสามารถใช้ Google Maps สร้างแผนที่ของตัวเอง หรือจะแบ่งปันแผนที่ให้คนอื่นได้ใช้ด้วย จึงทำให้มีสถานที่สำคัญ หรือสถานที่ต่างๆ ถูกปักหมุดเอาไว้ พร้อมกับข้อมูลของสถานที่นั้นๆ ไว้แสดงผลจากการค้นหา
  • 20. 5. Gaming/Virtual Reality โลกเสมือน
  • 21. 6. Peer to Peer (P2P) P2P เป็นการเชื่อมต่อกันระหว่าง Client ( เครื่องผู้ใช้ , เครื่องลูกข่าย ) กับ Client โดยตรง โปรแกรม Skype จึงได้นำหลักการนี้มาใช้เป็นโปรแกรมสนทนาผ่านอินเตอร์เน็ต และก็มี BitTorrent เกิดขึ้นมาเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการแบ่งปันไฟล์ต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง และรวดเร็ว แต่ทว่ามันก็ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์
  • 22. หลักการพื้นฐานของการก่อกำเนิด Social Network
    • Anticipated Reciprocity แรงจูงใจมาจากการที่คนๆ นั้นต้องการจะได้รับข้อมูล ความรู้กลับคืน
    • Increased Recognition ความต้องการมีชื่อเสียง และเป็นที่จดจำของสังคม
    • Sense of efficacy ความรู้สึกภาคภูมิใจของคนที่ร่วมแสดงความเห็น (contribute) แล้วเกิด Impact บางประการ
    • Sense of Community การมีอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างร่วมกัน เช่น แสดงพลังทางการเมือง หรือ การรวมตัวกันเพื่อประโยชน์สาธารณะ
  • 23. พลังของเครือข่ายสังคม ( Power of Social Network)
    • อิทธิพลของ Social Network มีทั้งด้านบวกและด้านลบอย่างมากมาย และมีการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้รับสารได้เป็นอย่างดี
    • การใช้สื่อใหม่ (new media) ให้เกิดประโยชน์และมีการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้รับสารได้สร้างปรากฏการณ์ให้ “บารัค โอบามา” ได้เป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐอเมริกา
    • แนวโน้มของ Social network ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสังคมอย่างชัดเจน คือ การพัฒนาระบบเว็ปไซต์ของสำนักข่าวต่างๆให้เป็นพื้นที่สาธารณะมากขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถส่งข้อมูลข่าวสารไปยังสาธารณชน (Public) หรือชุมชน ( Community) ได้รับรู้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันอีกด้วย เป็นการเปลี่ยนสภาพจากคนอ่านข่าว ฟังข่าว ดูข่าว เป็นนักข่าว นักวิเคราะห์ และนักวิจารณ์ โดยปรากฏการณ์ลักษณะนี้กำลังกลายเป็นแนวโน้มใหม่ของแวดวงสื่อสารมวลชนทั่วโลก
  • 24. พลังของเครือข่ายสังคม ( Power of Social Network)
    • การสื่อสารผ่านทางเทคโนโลยี VDO Link การสื่อสารผ่านระบบ Broadband Internet การรายงานเหตุการณ์และการกระจายข่าวสารที่เกิดขึ้นในเว็ปไซต์สังคมเครือข่าย ( Social network) อย่างเช่น YouTube และ Blog ต่างๆอย่างทันที่ทันใดจากประชาชนผู้เห็นเหตุการณ์ที่บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึงการสื่อสารในกลุ่มประชาชนที่ใช้อินเทอร์เน็ตในเรื่องที่เกี่ยวข้องผ่านสังคมเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Hi5 หรือ IM (Instant Messaging) เป็นต้น
    • เป็นเวทีให้ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วโลก และนักการตลาดได้ใช้เป็นแหล่งแพร่คลิปวีดิโอไปสู่คนทั่วโลก ทำให้เราได้พบเห็น เหตุการณ์แปลกใหม่หรือเรื่องมหัศจรรย์ต่างๆ จากคลิปทั่วทุกมุมโลก
  • 25. 10 อันดับ Social Network ที่ได้รับความนิยม
  • 26. 10 อันดับ Social Network ที่ได้รับความนิยม ( ต่อ )
  • 27.  
  • 28. ประโยชน์ของ Social Network
    • บริษัทต่างๆเริ่มหันมาใช้ Blog ในการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการมากขึ้น เนื่องจากจัดการใช้งาน และอัพเดทให้ทันสมัยได้ง่าย อีกทั้งยังเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดี เพราะ Blog ส่วนใหญ่จะสำรวจและแยกประเภทความสนใจของสมาชิกอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่ถูก และสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทกับลูกค้าผ่านข้อความแสดงความคิดเห็นได้อีกด้วย
  • 29. ข้อดีของ Social Network
    • สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ในสิ่งที่สนใจร่วมกันได้
    • เป็นคลังข้อมูลความรู้ขนาดย่อมเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ หรือตั้งคำถามในเรื่องต่างๆ เพื่อให้บุคคลอื่นที่สนใจหรือมีคำตอบได้ช่วยกันตอบ
    • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น สะดวกและรวดเร็ว
    • เป็นสื่อในการนำเสนอผลงานของตัวเอง เช่น งานเขียน รูปภาพ วีดิโอต่างๆ เพื่อให้ผู้อื่นได้เข้ามารับชมและแสดงความคิดเห็น
    • ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือบริการลูกค้าสำหรับบริษัทและองค์กรต่างๆ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
    • ช่วยสร้างผลงานและรายได้ให้แก่ผู้ใช้งาน เกิดการจ้างงานแบบใหม่ๆ ขึ้น
  • 30. ข้อเสียของ Social Network
    • เว็บไซต์ให้บริการบางแห่งอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป หากผู้ใช้บริการไม่ระมัดระวังในการกรอกข้อมูล อาจถูกผู้ไม่หวังดีนำมาใช้ในทางเสียหาย หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้
    • Social Network เป็นสังคมออนไลน์ที่กว้าง หากผู้ใช้รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือขาดวิจารณญาณ อาจโดนหลอกลวงผ่านอินเทอร์เน็ต หรือการนัดเจอกันเพื่อจุดประสงค์ร้าย ตามที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์
  • 31. ข้อเสียของ Social Network ( ต่อ )
    • เป็นช่องทางในการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยผลงาน หรือถูกแอบอ้าง เพราะ Social Network Service เป็นสื่อในการเผยแพร่ผลงาน รูปภาพต่างๆ ของเราให้บุคคลอื่นได้ดูและแสดงความคิดเห็น
    • ข้อมูลที่ต้องกรอกเพื่อสมัครสมาชิกและแสดงบนเว็บไซต์ในรูปแบบ Social Network ยากแก่การตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ ดังนั้นอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่กำหนดอายุการสมัครสมาชิก หรือการถูกหลอกโดยบุคคลที่ไม่มีตัวตนได้
  • 32.  
  • 33.
    • ก่อนอื่นต้องทำความ เข้าใจกับคำว่า social network กันก่อนนะครับ จริงๆ เรื่องนี้ก็ยาวขนาดที่ว่ายกมาเขียนได้เป็นอีกหัวข้อนึงไปเลย แต่ถ้าพูดให้สั้นๆ ก็คือเป็นเว็บไซท์ที่คุณสามารถสร้างหน้าโปรไฟล์ หรือข้อมูลของคุณเอง และนำไปเชื่อมโยงกับหน้าโปรไฟล์ของคนอื่นๆ เพื่อให้คุณสามารถมีปฎิสัมพันธ์กับคนเหล่านั้นได้ ส่วนจะทำอะไรได้บ้างนั้นก็ขึ้นอยู่กับบริการของเว็บแต่ละห้อง เช่นเข้าไปดูรูปของเพื่อน เขียนไดอารี่ให้คนอื่นเข้ามาอ่าน ส่งข้อความส่วนตัว เขียนข้อความลงบนพื้นที่ในหน้าของเพื่อน ฟังเพลง ส่งเพลงให้กัน ท้าดวลเกมส์ ฯลฯ ซึ่งคุณสามารถส่งข้อความพูดคุยกับเพื่อนตัวต่อตัว หรือจะส่งข้อความหาเพื่อนกลุ่มใหญ่ในครั้งเดียวก็ทำได้ทั้งนั้น โดยจุดเด่นของการสื่อสารผ่านเว็บพวก social network นี้คือเราไม่จำเป็นต้องมานั่งรอเพื่อนของเราออนไลน์พร้อมกันเพื่อจะพูดคุย เหมือนอย่างโปรแกรมพวก msn
  • 34.
    • ก่อนอื่นคุณต้องเข้าไปที่ http://www.facebook.com ซึ่ง เป็นเว็บหลักของเฟซบุ๊ค ในหน้าแรกจะมีช่องให้คุณ Sign up ตามรูปข้างล่างนี้ ก็ให้คุณกรอกข้อมูลของคุณลงไป ได้แก่ชื่อ อีเมล์ที่ติดต่อได้ของคุณ และตั้งพาสเวิร์ดที่จะใช้สำหรับเข้าใช้งาน สุดท้ายก็ระบุวันเดือนปีเกิด
    อยากลองใช้ดูแล้วใช่มั้ย เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
  • 35.
    • พอ กดส่งข้อมูลไปแล้ว จะมีช่องให้คุณพิมพ์คำตามรูปภาพ เป็นคำภาษาอังกฤษสองคำคั่นกลางด้วย space bar นะครับ เพื่อเช็คว่าคุณเป็นบุคคลจริงๆ ไม่ใช่หุ่นยนต์ ก็พิมพ์ไปตามที่เห็น
  • 36. หลังจากนั้นระบบจะส่งอีเมล์ยืนยันไปที่อีเมล์ที่คุณให้ไว้ ตรงนี้คุณสามารถปิดหน้าเฟซบุ๊คไปก่อนได้ แล้วกลับไปเช็คอีเมล์ของคุณนะครับ จะพบอีเมล์ที่มีหัวข้อว่า Facebook Registration Confirmation ถ้าไม่เห็นก็ลองดูในพวก junk folder ดู ซึ่งพอเปิดเข้าไปก็จะพบกับข้อความพร้อมกับลิงค์ที่ให้คุณคลิกเพื่อเป็นการยืนยันตัวตนของคุณ พร้อมกับพาคุณย้อนกลับมาที่หน้า facebook โดยอัตโนมัติ เพียง แค่นี้คุณก็จะมีหน้า facebook ของตัวเองเอาไว้ใช้งานแล้ว
  • 37. หลังจากสมัคร
    • หลังจากที่เช็คอีเมล์ยืนยันแล้วเราก็จะกลับมาอยู่ในหน้าของเฟซบุ๊คอีกครั้ง หนึ่ง ซึ่งจะเป็นส่วนที่เราจะต้องป้อนข้อมูลเบื้องต้นบางอย่างนะครับ เพื่อให้เรามีตัวตน สามารถถูกหาเจอ และสามารถหาเพื่อนของเราเจอได้
    • หน้าแรกที่เราจะเจอหลังจากสมัครเรียบร้อยจะเป็นหน้านี้
  • 38. ตรงนี้เฟซบุ๊คจะทำการตรวจเช็คให้เราว่ามีเพื่อนของเราคนไหนบ้างที่มีชื่ออยู่ใน address book ของอีเมล์ต่างๆ ของเรา ที่เล่นเฟซบุ๊คอยู่แล้ว และจะให้เราเลือกว่าจะแอ็ดใครเป็นเพื่อนของเราบ้าง ขั้นตอนก็คือคุณต้องป้อนอีเมล์และพาสเวิร์ดของอีเมล์คุณลงไป ( ต้องเป็น hotmail, yahoo หรือ gmail เท่านั้นในตอนนี้ ) ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นอีเมล์เดียวกันกับที่คุณใช้สมัคร แต่ขอให้เป็นอีเมล์ที่คุณคิดว่าใช้บ่อยที่สุด และมีเพื่อนที่เราติดต่อประจำอยู่ในสมุดรายชื่อเยอะที่สุด แล้วคลิก Find friends ระบบก็จะทำการสแกนรายชื่อเพื่อนของเรา เพื่อตรวจสอบดูว่ามีเพื่อนของเราคนไหนบ้างที่เล่นเฟซบุ๊คอยู่แล้ว หรือถ้าเราจะดูว่าเพื่อนที่อยู่ใน msn ของเราคนไหนที่เล่น facebook อยู่แล้วละก็ ให้คลิกข้างล่างตรงคำว่า Find People you instant message ก็ได้ เราก็แค่ป้อนชื่อ login ของ msn เราเข้าไป ระบบก็จะสแกนหาเพื่อนๆ ใน msn ของเราที่เล่นเฟซบุ๊คมาปรากฎต่อหน้าเราเหมือนกัน
  • 39. ในขั้นต่อไประบบ จะถามถึงเพื่อนที่เหลือที่อยู่ในสมุดรายชื่อของเรา ว่าอยากจะชวนใครบ้างมาเล่นเฟซบุ๊คกับเราบ้าง แล้วระบบก็จะส่งอีเมล์ไปชวน ตรงนี้อยากจะขอร้องนิดนึงนะ อยากให้เป็นมารยาทสากลเลยดีกว่าว่าถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจชวนใครจริงๆ ก็ไม่ต้องทำเครื่องหมายที่ชื่อคนนั้น หรือไม่ก็กด skip ผ่านขั้นตอนนี้ไปเลย เพื่อจะไม่ไปรบกวนคนอื่นๆ ให้ต้องมานั่งลบเมล์ของคุณ
  • 40. หลังจากนั้นระบบจะถามรายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยที่เรา เรียนอยู่หรือเรียนจบมา ตรงนี้สำหรับคนต่างประเทศจะมีประโยชน์มากๆ เพราะทำให้คนที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นสิบๆ ปีได้กลับมาเจอกันอีก ตรงนี้ถ้าไม่เจอสถาบันของตัวเองก็สามารถคลิก skip ไปได้เลย
  • 41. สุดท้ายแล้ว จะได้ลงมือเล่นเฟซบุ๊คกับเค้าซะที ทางระบบจะถาม network ของเรา ซึ่งเค้าจะจัดกลุ่มไว้เป็นเมืองและประเทศ เพราะว่าจะมีประโยชน์กับเราในการค้นหาสิ่งที่ใกล้ตัวได้ง่ายๆ เอาเป็นว่าคุณก็เพียงเลือก Thailand ถ้าคุณอยู่ในประเทศไทย โดยคลิกที่ช่อง other countries ( ตามรูปข้างล่าง ) แล้วเลือกประเทศไทยในเมนูนะ เพียง เท่านี้ชื่อของคุณก็จะปรากฎอยู่ในบัญชีรายชื่อของผู้ใช้ facebook ที่อยู่ใน Thailand Network ซึ่งคนที่รู้จักจะสามารถค้นหาชื่อของคุณ และทำการติดต่อกับคุณได้แล้ว
  • 42. จัดการโปรไฟล์ให้เนี้ยบ
    • ก่อนอื่นเราต้องเข้าไปที่เมนู Edit Profile ทางซ้ายมือนะค่ะ พอคลิกไปแล้วก็จะเห็นเป็นหน้าต่างตามรูปข้างล่าง พร้อมกับมีแท็บเมนูย่อยๆ ได้แก่ Basic information, Personal information, Contact information, Education and Work ( ดูตามภาพละกันนะค่ะ )
  • 43. เรามาดูกันไปทีละข้อเลยดีกว่า เพื่อให้สมกับเป็นบทความเพื่อมือใหม่อย่างแท้จริง
    • Basic Information – ข้อมูลพื้นฐาน คุณควรจะระบุเพศของคุณ ( มีให้เลือกสองอย่างเท่านั้น ) , วันเกิด ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดงในหน้าโปรไฟล์หรือเปล่า หรือแสดงเฉพาะวันกับเดือน ( ไม่ระบุปี ) , บ้านเกิดเมืองนอน , Relationship Status - มีแฟนหรือยัง แถมยังสามารถใส่ชื่อแฟนของเราเพื่อแสดงความสุจริตใจได้ด้วย ( ถ้าแฟนเรามีเฟซบุ๊คด้วย ก็จะลิ้งค์ไปหาโดยอัตโนมัติ ) นอกจากนี้ก็ยังสามารถระบุว่าคุณสนใจจะคบหาเพื่อนใหม่ ชายหรือหญิง เพื่อสานต่อความสัมพันธ์กันในรูปแบบไหน รวมทั้งเรื่องมุมมองทางการเมือง และศาสนา คุณไม่จำเป็นจะต้องกรอกทุกอย่าง สุดท้าย สำคัญมากๆๆๆ อย่างลืมคลิก Save Changes ก่อนจะเปลี่ยนไปหน้าต่อไป ไม่งั้นได้มานั่งกรอกกันใหม่แน่ๆ
    • Personal Information – ตรงนี้จะเป็นข้อมูลที่ทำให้เพื่อนๆ ของคุณรู้จักตัวคุณมากขึ้นนะครับ ใส่กันได้ตามสบายเลย ตามหัวข้อที่มีให้ ถ้าใครที่เคยเล่น hi5 คงจะคุ้นเคยดีกับข้อมูลพวกนี้ ที่สำคัญอย่าลืม Save Changes นะครับ ( ขอย้ำอีกรอบ )
  • 44.
    • Contact Information – ก็จะเป็นข้อมูลสำหรับการติดต่อ ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ , IM ( คือพวก msn, ICQ, Skype อะไรพวกนี้ ) , เบอร์โทรศัพท์ , ที่อยู่ และเว็บไซท์ส่วนตัวของเรา ในตรงส่วนนี้เราควรจะให้เฉพาะข้อมูลที่คิดว่าสบายใจนะค่ะ เพราะจำเอาไว้ว่าทุกอย่างที่อยู่บนอินเตอร์เน็ตนั้นไม่มีความลับ อะไรที่ส่วนตัวมากๆ ก็ระวังๆ กันนิดนึง แต่ยังไงก็ตามเพื่อความสบายใจ คุณสามารถตั้งค่าได้ว่าคุณจะแสดงข้อมูลอะไรบ้างในหน้าโปรไฟล์ของคุณและกำหนดสิทธิ์ให้ใครสามารถจะเห็นอะไรได้ โดยคลิกที่รูปกุญแจเล็กๆ ที่อยู่ทางขวามือของแต่ละหัวข้อ
    • Education and Work – สถาบันการศึกษาของคุณและที่ทำงานของคุณ จะช่วยให้เพื่อนๆ หาคุณได้ง่ายขึ้น ซึ่งถ้าสถาบันของคุณยังไม่มีคนใส่ชื่อไว้ คุณก็สามารถเพิ่มเข้าไปได้เลย โดยคลิกที่ Add another school
    มาถึงตอนนี้คุณก็เกือบพร้อมจะประกาศตัวตนของคุณให้โลกรู้แล้ว เอ … ยังขาดอะไรอีกล่ะ .. ใช่แล้วรูปเท่ๆ ที่จะใส่เป็น Profile Picture ของคุณยังไงล่ะ เรามาดูกันเลยที่หัวข้อต่อไป
  • 45. ในกรณีที่คุณเพิ่งสมัครและยังไม่เคยอัพโหลดรูปของคุณมาก่อนเลย ให้คุณดูที่ด้านซ้ายมือที่เป็นรูปเงาคนเปล่าๆ จะมีตัวเลือกให้คุณอยู่ข้างล่างว่า
    • 1 . Upload a profile picture - ซึ่งเมื่อคุณคลิกเข้าไปก็จะมีหน้าต่างใหม่ขึ้นมาให้คุณเลือกรูปเท่ๆ ของคุณใส่เข้าไปได้เลย
    • 2 . Take a webcam piture - หรือถ้าอยาก create อะไรใหม่ๆ และมั่นใจหน้าตาตัวเองบนเว็บแคม ก็สามารถคลิกที่นี่เพื่อให้กล้องเว็บแคมของคุณจับภาพสดๆ ขึ้นไปเป็น profile picture ได้เหมือนกัน
    • ง่ายมากเลยใช่มั้ยค่ะ
  • 46. หรืออีกกรณีที่คุณเคยอัพรูปขึ้นไปแล้ว แต่อยากจะปรับเปลี่ยนรูป เปลี่ยนแอคชั่นใหม่ๆ ไม่อยากจำเจกับรูปเดิมๆ ก็ทำได้ง่ายๆ เช่นกัน โดยในหน้า Profile ของคุณ ให้คลิกที่รูปของคุณจะมีเมนูเล็กๆ เขียนว่า Change picture เมื่อคุณคลิกลงไปก็จะเกิดเป็นเมนูย่อยๆ ตามนี้
    • คุณก็สามารถเปลี่ยนรูปโดยเลือกว่าจะ
    • upload picture - คืออัพรูปใหม่จากคอมพ์ของคุณเข้าไป หรือว่า
    • Take a Picture - ให้เว็บแคมถ่ายภาพใหม่ของคุณ
    • Choose from Album - เลือกรูปจากอัลบั้มที่คุณเคยอัพโหลดเอาไว้แล้ว
    • Edit Thumbnail - จัดการเรื่องการ crop ภาพให้อยู่ในมุมที่ดูพอดี
  • 47. บรรณานุกรม
    • http://jack.in.th/blog/113
    • http://keng.com/ 2008/08/09/ what-is-social-networking/
    • 10 อันดับ Social Network สุดฮิต
    • http://keng.com/2008/05/08/top-10-social-network-of-the-world/
    • www.myfri3nd.com/blog.php?keyword=someone
    • http://www.slideshare.net/markpeak/social-network-role-in-internet-20
    • http://www.businessthai.co.th/content.php?data=412148_Advertising%20Age

×