Creative common.

862 views
802 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
862
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
28
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Creative common.

  1. 2. <ul><li>เป็นสัญญาอนุญาตอีกแบบที่เห็นบ่อยครั้งขึ้นในระยะหลังๆ นอกเหนือจาก </li></ul><ul><li>GPL, BSD, MIT, ฯลฯ มักจะปรากฏกับงานสร้างสรรค์ทางศิลปะเช่น ภาพวาด ภาพถ่าย ดนตรี ภาพยนตร์ ที่เผยแพร่บนเว็บ เหตุก็เพราะมันช่วยให้เจ้าของงานสามารถเผยแพร่งานได้ ให้โอกาสผู้อื่นเผยแพร่งาน ใช้ประโยชน์จากงานตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยยังคงรักษาสิทธิ์ในผลประโยชน์ที่อาจจะเกิดขึ้นในภายหลังไว้กับเจ้าของงานได้ อาจจะพอเรียกได้ว่ามันอยู่ตรงกลางระหว่าง ลิขสิทธิ์ทั่วไปไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของงานมีสิทธิ์ใช้หรือเผยแพร่งานโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และสัญญาอนุญาตสำหรับซอฟต์แวร์ก็ให้อิสระมากเกินไปจนเจ้าของงานอาจเสียผลประโยชน์ที่ควรจะได้ </li></ul>
  2. 3. <ul><li>คือการแบ่งสิทธิออกเป็นข้อๆ และให้เจ้าของงานเลือกได้ว่าจะคุ้มครองสิทธิ์แต่ละข้ออย่างไร ช่วยให้เจ้าของงานสามารถเผยแพร่งานได้สะดวกขึ้น เป็นไปอย่างที่ตัวเองต้องการมากขึ้น </li></ul>
  3. 4. Creative Common License. ระบุเงื่อนไขได้ทั้งหมดสี่อย่าง ประกอบด้วย 1. Attribution : ผู้ใช้จะต้องระบุที่มาของงานว่าต้นฉบับเป็นของใคร 3. No Derivative works : ห้ามแก้ไขต้นฉบับ 4. Share Alike : ถ้ามีการแก้ไขต้นฉบับ ( a . k . a สร้าง derivative works ) ต้องเผยแพร่ด้วยสัญญาอนุญาตเดิม 2. Noncommercial : ห้ามใช้ทางการค้า
  4. 5. เงื่อนไขสี่ข้อนี้ผสมสัญญาอนุญาตที่สมเหตุสมผลได้ทั้งหมด 11 แบบ เพราะเจ้าของงานเลือกการคุ้มครองได้นี่เอง Creative Common License จึงมักจะใช้คำว่า &quot; Some rights reserved &quot; ซึ่งหมายถึงสิทธิบางอย่างได้รับการคุ้มครองด้วยสัญญาอนุญาตนี้ แทนที่จะเป็น All rights reserved เหมือนการระบุลิขสิทธิ์ทั่วไปที่สิทธิ์ทุกอย่างอยู่ที่เจ้าของงานเป็นหลัก
  5. 6. Creative Common License. เขียนออกมาได้สามแบบที่มีความหมายเทียบเท่ากันกัน คือ 1. Human - Readable Common Deed ภาษาสำหรับคนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจได้ทันทีว่าให้และห้ามอะไร 2. Lawyer - Readable Legal Code ภาษาสำหรับนักกฎหมายอ่านแล้วเข้าใจข้อตกลง มีผลและนำไปใช้ทางกฎหมายได้ 3. Machine - Readable Digital Code รหัสสำหรับคอมพิวเตอร์ i . e . , search engine
  6. 7. - Developing Nations license เปิดโอกาสให้ใช้งานอย่างอิสระสำหรับประเทศกำลังพัฒนาตราบใดที่อ้างอิงที่มาของงาน และห้ามนำงานไปใช้ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เจตนาก็เพื่อให้ประเทศที่กำลังพัฒนาได้เผยแพร่งานอย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกประเทศพัฒนาแล้วเอาเปรียบ Creative Common License. ยังมีสัญญาอนุญาตอื่นๆ สำหรับใช้งานเฉพาะด้านด้วย เช่น
  7. 8. - Sampling license สำหรับนำ ' บางส่วน ' ของงานไปทำต่อ เช่นตัดบางส่วนของเพลง วิดีโอ ไปใช้ สัญญาอนุญาตนี้มีสามแบบคือ Sampling เฉยๆ ใช้งานได้ ยกเว้น advertising ไม่อนุญาตให้สำเนาและเผยแพร่ทั้งหมดของงาน .. Sampling Plus เหมือน Sampling และอนุญาตสำเนาเผยแพร่ทั้งหมดของงานได้หากไม่ใช่เพื่อการค้า และสุดท้ายคือ Noncommercial Sampling Plus อนุญาตให้ใช้บางส่วนของงานถ้าไม่ใช่การค้า และอนุญาตให้สำเนาเผยแพร่ทั้งหมดของงานได้ถ้าไม่ใช่การค้า
  8. 9. - Founders' Copyright ใช้กำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมในการคุ้มครอง แทนที่จะให้คุ้มครองโดยกหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งคุ้มครองไปจนกว่าเจ้าของจะเสียชีวิต + 70 ปี ( note : +70 ปีตามกฎหมายสหรัฐ .. พ . ร . บ . ลิขสิทธิ์ของไทย ให้ +50 ปี หรือ +25 ปีแล้วแต่กรณี ) Creative Common เปิดโอกาสให้เจ้าของงาน ได้รับการคุ้มครองโดยใช้ Founders' Copyright ที่มีใจความใกล้เคียงกับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ แต่มีระยะเวลาในการคุ้มครองน้อยกว่า คือเริ่มต้นที่ 14 ปี และอนุญาตให้ต่ออายุได้อีก 14 หรือ 28 ปี
  9. 10. - CC - GPL กับ CC - LGPL GNU GPL และ LGPL ตามลำดับ มี common deed legal code และ digital code กำกับไว้ ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกอีก เช่นใช้ search engine หาได้ว่า ' งานไหนเผยแพร่ด้วย GPL บ้าง - Music Sharing License อนุญาตให้สำเนา แลกเปลี่ยน เผยแพร่ได้ ตราบใดที่ไม่ทำในเชิงการค้า โดยรวมแล้วเทียบเท่าสัญญาอนุญาตแบบ Attribute - Non Commercial - Non Derivative

×