Your SlideShare is downloading. ×
เศาะฮาบะฮฺ(ปลาย).Pdf
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Introducing the official SlideShare app

Stunning, full-screen experience for iPhone and Android

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

เศาะฮาบะฮฺ(ปลาย).Pdf

16,165
views

Published on


0 Comments
21 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
16,165
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
21
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 1ทานอัมร อิบนุทานอัมร อิบนุทานอัมร อิบนุทานอัมร อิบนุ ญะมัวะฮญะมัวะฮญะมัวะฮญะมัวะฮชายชราที่ตองการเขาสวรรค ทั้งๆที่มีขาพิการชายชราที่ตองการเขาสวรรค ทั้งๆที่มีขาพิการชายชราที่ตองการเขาสวรรค ทั้งๆที่มีขาพิการชายชราที่ตองการเขาสวรรค ทั้งๆที่มีขาพิการในสมัยญาฮิลียะฮฺนั้น บรรดาผูดีมีเกียรติมียศถาบรรดาศักดิ์ ตองมีรูปปนอยูในบานเปนสวนตัวทุกคนเพื่อบูชาและขอความศิริมงคลทุกเชาเย็น นอกจากนั้นเมื่อถึงวันสําคัญๆ ก็ตองเชือดสัตว ถวายและขอความคุมครองปองกันใหพนเคราะหรายภัยพิบัติและความหายนะ
  • 2. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 2รูปปนของอัมรุบนุลญะมัวะหนั้นมีชื่อวา """"มะนาตมะนาตมะนาตมะนาต"""" ซึ่งถูกสรางมาจากแกนไมอันล้ําคา เขาเอาใจใสดูแลเปนพิเศษใชน้ําหอมอยางดีลูบไลเปนประจํา ตองสิ้นเปลืองคาบํารุงรักษา มิใชนอยเมื่อแสงรัศมีแหงการศรัทธาเริ่มกระจายปกคลุมเกือบทั่วทุกบานในเมืองยัษริบทั้งนี้ดวยการ เผยแผของทานมุศอับ บินอุมัยรฺ ซึ่งขณะนั้นทานอัมรุบนุลญะมัวะฮฺ มีอายุมากกวา 60 ป และลูก ทั้งสามคน คือ มุเอาวัซ มุอาซและคอลลาด ตางก็ศรัทธาในศาสนาอิสลาม ตลอดจนพี่เลี้ยงคนสนิท ชื่อมุอาซ อิบนิล ญะบัล และภรรยาที่ชื่อฮินดฺก็รับอิสลามพรอมลูกๆดวย โดยที่อัมรุบนุลญะมัวะฮฺ ไมรูเรื่องระแคะระคายมากอนเลยฮินดฺภรรยาของอัมรุบนุลญะมัวะฮฺเห็นวา ชาวเมืองยัษริบ สวนมากรับอิสลามกันหมดแลว ไมมีหัวหนาคนใดที่ยังจมปลักอยูในชิรกฺ นอกจากสามีของนางและอีกไมกี่คนเธอรักและเทิดทูนสามีคอยดูแลเอาใจใสอยูเสมอเกรงวาเขาจะตายในสภาพที่เปนกุฟรฺซึ่งจะตองอยู ในนรกตลอดกาลในขณะเดียวกัน อัมรุบนุลญะมัวะฮฺก็กลัววาลูกๆจะทิ้งศาสนาของปูยาตายายและ คลอยตามทานมุศอับ บิน อุมัยรฺ นักดะอฺวะห ผูสามารถใชเวลาเพียงเล็กนอยเปลี่ยนแปลงประชาชนสวนมากใหเลิกนับถือศาสนาดั้งเดิมกลับมานับถือศาสนาอิสลาม ที่ทานนบีมุฮัมมัด นํามาอัมรุบนุลญะมัวะฮฺจึงพูดกับภรรยาวา :“ฮินดฺเอย..จงระมัดระวังลูกๆอยาใหไปพบกับชายผูนั้นนะ(หมายถึงทานมุศอับบิน อุมัยรฺ) จนกวาเรา จะเห็นดวยเสียกอน”ฮินดฺตอบวา :“เกี่ยวกับเรื่องนี้ฉันจะระวังลูกๆเอง ไมตองเปนหวงหรอก วาแตวาทานจะลองฟงลูกมุอาซเลาเรื่องราว ของชายผูนั้นสักนิดหนอยไหม? “
  • 3. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 3อัมรุบนุลญะมัวะฮฺพูดวา :“เธอเลวมาก..นี่มุอาซของเราออกนอกศาสนาไปเสียแลว โดยที่เราไมรูเรื่องเลยหรือ? “ภรรยาที่แสนดียังคงรักษาน้ําใจสามีผูชราภาพ เธอตอบวา :“ไมใชเชนนั้นดอก มุอาซเพียงแตเคยรวมรับฟงคําเชิญชวนในบางสถานที่และจดจํามาบาง เล็กนอยเทานั้นเอง”สามีจึงสั่งวา :“ถาเชนนั้นจงเรียกเขามาหาฉันหนอยซิ”เมื่อมุอาซมาถึงก็กลาววา :“คุณพอครับ โปรดฟงสิ่งที่ผมไดยินมาจากชายผูนั้นสักนิดกอนนะครับ”แลวเขาก็อานอัลกุรอาน "อัลฟาติฮะห" ซึ่งมีความวา :" ดวยพระนามของอัลเลาะห ผูทรงกรุณาปรานี ผูทรงเมตตาเสมอ การสรรเสริญทั้งหลายนั้นเปนสิทธิ์ ของอัลเลาะหผูเปนเจาแหงสากลโลก ผูทรงกรุณาปรานี ผูทรงเมตตาเสมอ ผูทรงอภิสิทธิ์แหงวันตอบแทนเฉพาะพระองคเทานั้นที่ขาพระองคเคารพอิบาดะห และเฉพาะพระองคเทานั้นที่พวกขาพระองคขอความชวยเหลือ ขอพระองคทรงแนะนําพวก ขาพระองคซึ่งทางอันเที่ยงตรง คือทางของบรรดาผูที่พระองคทรงโปรดปรานแกพวกเขามาแลว และไมใชทางของพวกที่หลงผิด"เมื่ออัมรุบนิลญะมัวะฮฺฟงลูกอานจบจึงกลาววา :“เปนถอยคําที่ซาบซึ้งนาประทับใจจริงๆ นี่ชายผูนั้นบอกอยางนี้ทั้งหมดหรือ? “มุอาซตอบวา :“คุณพอครับ ถอยคําที่ประทับใจยิ่งกวานี้ยังมีอีกครับ แลวคุณพอจะยอมรับเขาไดแลวหรือยังครับ ทั้งๆที่หมูคณะของคุณพอก็ยอมรับเขาหมดแลว”
  • 4. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 4ชายชราหยุดนิ่งครูหนึ่ง ตอจากนั้นก็กลาววา :“พอจะยังไมทําอะไรทั้งสิ้น จนกวาจะตองขอคําแนะนําจากมะนาตเสียกอนและจะคอยดูวา ทานจะบอกอยางไร”ชายหนุมผูเปนบุตรจึงกลาววา :“คุณพอครับ ไมมีวันที่มะนาตจะบอกอะไรคุณพอไดหรอกครับ เพราะมันเปนเพียงไมทอนหนึ่ง หูหนวก ตาบอด ไมมีปญญา ไมสามารถพูดจาใดๆไดเลย”ชายชราผูเปนพอจึงพูดวา :“นี่พอบอกเจาแลวนะวา อยาเพิ่งตัดสินอะไรๆในตอนนี้ ปลอยใหเปนหนาที่ของมะนาต ดีกวา”ตอมา อัมรุบนุลญะมัวะฮฺจึงเขาไปยืนดานหนาของมะนาตตามปกติในสมัยญาฮิลียะฮฺนั้น เมื่อตองการจะใหรูปปนบอกสิ่งใดเขาก็จะใหหญิงชราคนหนึ่งยืนอยูดานหลังรูปปนเพราะพวกเขาเชื่อวารูปปนจะดลใจใหหญิงผูนั้นตอบ เขาจึงยืนตรงตอหนารูปปนโดยยึดขาขางหนึ่งเปนหลัก สวนขาอีกขางหนึ่งของเขานั้นไมสามารถใชการไดเพราะไมสมประกอบพลางกลาวคําสดุดีและเริ่มกลาววา :“โอ มะนาต แนนอนเหลือเกินวาทานตองรูเรื่องของนักเชิญชวนชาวมักกะหที่มาเผยแผศาสนาใหม ใหแกพวกของเรา เขามุงมาเพื่อจะทําลายทานโดยเฉพาะ เพราะวาเขาหามพวกเราใหเลิกอิบาดะหเคารพภักดีตอทาน และตัวขาเองไมอยากจะไปสวามิภักดิ์กับเขาดวยหรอก จนกวาจะไดรับคําแนะนําจากทานเสียกอน ทั้งๆที่ขาประทับใจในถอยคําที่เขานํามาเหลือเกิน ดังนั้น จงบอกขามาเถิดวาจะเอาอยางไรดี”แตมะนาตไมใหคําตอบใดๆเลย เขาจึงกลาวขึ้นวา :
  • 5. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 5“คิดวาทานคงโกรธ เอาละ ตอไปจะไมทําอะไรที่จะเปนเรื่องรบกวนทานอีก แตไมเปนไรขาจะปลอย ทานใหอยูตามลําพังสักชั่วระยะหนึ่งจนกวาทานจะหายโกรธ”บรรดาลูกๆ ของอัมรุบนุลญะมัวะฮฺ รูดีถึงความผูกพันของพอกับรูปปนมะนาตแตเมื่อสักครูนี้ ไดเกิดอะไรขึ้นหรือวาความสัมพันธเจือจางลงแลว? พวกเขารูไดทันทีวา ในหัวใจของพอเกิดความหวั่นไหวไมมั่นใจ ในฐานะของมะนาตเสียแลว ดังนั้น จําเปนตองฉวยโอกาสนี้แยงตัวของพอใหหลุดพนจากการเคารพรูปปนนี้ใหได เพราะนั่นคือหนทางเดียวที่จะนําเขาออกไปสูแสงสวางแหงความศรัทธาในยามดึกสงัดของคืนหนึ่ง บุตรของอัมรุบนุลญะมัวะฮฺกับพี่นองที่ชื่อ มุอาช อิบนิ ญะบัล จึงยองเขาไป หารูปปนมะนาตแลวก็แบกออกไปจากที่นั้น นําไปทิ้งในบอทิ้งขยะของ บนีซะละมะห เสร็จแลวก็กลับเขาบานโดยที่ไมมีใครรูเรื่องเลย จนกระทั่งเชาตรูของวันใหม อัมรุบนุลณะมัวะฮฺ เดินเขาไปหามะนาตอยางสงบเสงี่ยมเพื่อจะเคารพบูชา แตเขาไมพบมันเสียแลว จึงออกมาสอบถามกับลูกวา :“พวกเองนี่เลว.....แทๆ เมื่อคืนนี้ใครกันนะที่บังอาจทํากับพระเจาเราได? “ทุกคนเงียบกริบไมมีใครปริปาก จึงทําใหอัมรุบนุลญะมัวะฮฺตองคนหาทั้งในบานและนอกบาน เขาอารมณเสีย โกรธจัด ถึงกับคาดโทษเอากับลูกๆ ตางๆ นาๆ จนกระทั่งพบรูปปนหัวทิ่มอยูในบอทิ้งขยะ จึงนํามาชําระลางทําความสะอาดลูบไลดวยน้ําหอมราคาแพง เสร็จแลวจึงนํากลับมาไว ณ ที่เดิมเขากลาววา :“ขอสาบานตออัลเลาะห หากรูวาใครคือผูทําการกับเจาอยางนี้ขาจะตอบแทนทําโทษใหสาสมทีเดียว”
  • 6. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 6ในคืนตอมา ชายหนุมที่เปนบุตรเหลานั้นก็ยองเงียบเขาไปเอารูปปนทิ้งบอเนาเหม็นนั้นอีก และพอ รุงเชาชายชราผูเปนพอก็ออกคนหาจนพบรูปปนอยูในบอเปรอะเปอนขยะเนาเหม็นสกปรก เขาก็นํา มาลางทําความสะอาด ชะโลมดวยน้ําหอมและนํากลับไปไวที่เดิมอีก ชายหนุมเหลานั้นยังคงทําอยูเชนนั้นทุกวัน โดยผูเปนพอไมสามารถจับไดวาใครคือตัวการวันหนึ่งพอ ของพวกเขา นําดาบมาแขวนไวกับคอรูปปนและกลาววา :“โอมะนาต ขาขอสาบานตออัลเลาะหวา ขาไมรูจริงๆวาใครมันบังอาจทํากับเจาไดถึงเพียงนี้ หากเจามีความดีอยูบางมีฤทธิ์เดชก็จงปกปองความชั่วใหพนตัวเจาเองดวยเถอะนะ และนั่น ดาบอยูที่คอเจาแลว”พูดจบเขาก็เขานอน เมื่อชายหนุมผูเปนลูกแนใจวา พอนอนหลับสนิทแลวจึงยองไปที่รูปปนนั้นอีก ถอดดาบที่แขวนอยูออกจากคอ แลวนําออกมานอกบาน ใชเชือกมัดรูปปนนั้นติดกับสุนัขตาย เสร็จเรียบรอยก็โยนทั้งคูลงไป ในบอเนาเหม็นของบนีซะละมะห จมปลักอยูกับสิ่งโสโครกรวมอยูในบอนั้น ครั้นพอตื่นขึ้นมาไมเห็นรูปปนจึงออกคนหาอีก และพบวามันคว่ําหนาอยูในบอเนาเหม็นนั้นเอง มิหนําซ้ําคราวนี้ยังถูกผูกมัดติดกับสุนัขตายตัวหนึ่งดวย แถมยังถูกยึดดาบไปอีกในครั้งนี้ เขาไมนํา รูปปนนั้นขึ้นมาอีกแลวปลอยทิ้งไวในนั้นเลย เขากลาววา :“ขอสาบานตออัลลอฮฺ ถาหากรูปปนนี้เปนพระเจาที่แทจริงมันจะตองไมนอนคว่ําหนาอยูกับสุนัขตาย ทามกลางบอเนาเหม็นเชนนี้”ตอมาเขาจึงเขารับนับถือศาสนาอิสลามของอัลเลาะหอัมรุบนุลญะมัวะฮฺไดลิ้มรสหวานชื่นของการศรัทธา เขาเสียใจตอวันเวลาที่ผานพนมาในชวงที่เขาทําชิรกฺ จึงทําใหเขาทุมเททั้งรางกาย และวิญญาณเพื่อ รับใชศาสนาใหม
  • 7. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 7อยางสุดจิตสุดใจ มอบตัวเองทรัพยสินเงินทองและบุตรใหอยูในการฎออะห เชื่อฟงปฎิบัติตามอัลลอฮฺและรอซูลของพระองคจนกระทั่งเกิดสงครามอุฮุด อัมรุบนุลญะมัวะฮฺและบุตรทั้งสามคนเตรียมตัวออกศึกสงคราม เพื่อเผชิญหนากับฝายศัตรูของอัลเลาะห เขาพิจารณาดูบุตรทุกคนซึ่งมีความทะเยอทะยานกระตือรือรน คลายกับสิงโตรายที่อยูกลางปา เรารอนปรารถนาจะตายชะฮีดในสนามรบ ตามความพอพระทัยของอัลเลาะห ภาพนั้น ทําใหเขาเกิด ความปรารถนาอยางแรงกลา เขาจึงตัดสินใจเด็ดเดี่ยววาตองการออกรบพรอมกับลูกๆภายใตธงของ ทานรอซูล ใหจงไดแตลูกๆมีความเห็นตรงกันวา พอไมควรออกศึกสงคราม เพราะอายุก็ชรามากแลว แถมยังมีขาขางหนึ่ง ไมสมประกอบอีกดวย และ อัลลอฮฺ ทรงผอนผันใหผูมีอุปสรรค ดังนั้นแลวพอจะบังคับ ตัวเองในเรื่องทีพระองคทรงผอนผันทําไม?คําพูดของลูกๆทําใหชายชราผูเปนพอโกรธ จึงไปหา ทานรอซูล รองเรียนเรื่องดังกลาวโดยกลาววา :“โอทานนบีของอัลเลาะห ลูกๆของฉันพยายามจะกีดกันไมใหไดรับความดีดวยการออกศึกสงคราม ในครั้งนี้ เขาบอกวาฉันมีขาไมสมประกอบ ขอสาบานตออัลเลาะห ฉันหวังเหลือเกินวาจะไดเดินบน สวรรคทั้งๆที่มีขาไมสมประกอบเชนนี้แหละ”เมื่อทานรอซูล ไดฟงดังนั้น ทานจึงกลาวกับบุตรของเขาวา :“จงปลอยเขาเถิด หวังวาอัลเลาะห จะทรงใหเขาไดรับชะฮีดโดยการตายในสนามรบ”
  • 8. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 8พวกลูกๆจึงยอมปลอยใหทานเขารวมสงครามอุฮุดดวยตามคําสั่งของทานรอซูลกอนจะถึงเวลาออกทําสงคราม ทานอัมรุมนุลญะมัวะฮฺไดกลาวคําอําลาศรีภรรยาเปนครั้งสุดทาย คลายกับวาจะไมไดพบกันอีก เสร็จแลวทานจึงหันหนาไปทาง "กิบลัต" พลางยกมือกลาวดุอาอฺวา :“โออัลลอฮฺ โปรดประทานชะฮีด การตายในสนามรบใหขาพระองคดวยเถิดอยาใหขาพระองคตองกลับ มาหาครอบครัวดวยความลมเหลวเลย”แลวทานก็ออกสงคราม ทามกลางลูกๆทั้งสามคน และพรรคพวกจากบะนีซะละมะหอีกจํานวนมากเมื่อการรบเริ่มขึ้น เหลาทหารหาญก็กระจายกําลังกันเพื่อปองกันทานรอซูลทานอัมรุบนุลญะมัวะฮฺนั้น อยูแนวหนากระโดดดวยขาขางเดียวโดยสงเสียงกองวา :“ฉันคิดถึงสวรรคเหลือเกินๆ ”โดยมีลูกชายของทานชื่อคอลลาด อยูขางหลัง ทั้งพอและลูกตางเขาฟาดฟนศัตรูเพื่อปกปองทาน รอซูล จนกระทั่งสิ้นชีวิตในสนามรบดวยกันทั้งคู กลาวคือพอตายและอีกไมกี่นาทีตอมาลูกก็ตายตาม ไปดวยเมื่อสงครามสงบลง ทานรอซูล ก็กลบหลุมศพเหลาทหารหาญที่ตายชะฮีดและทานไดกลาวกับบรรดาศอหะบะฮฺวา :“จงฝงพวกเขาไวทั้งเลือดและบาดแผลนั้นแหละ ฉันจะเปนพยานใหแกพวกเขาเอง”และทานกลาววา :
  • 9. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 9“เฉพาะมุสลิมที่ตายในสนามรบนั้น ในวันกิยามะห เลือดของเขาจะไหลออกมา สีเลือดนั้นเหมือนสีหญาฝรั่น กลิ่นเลือดนั้นเหมือนกลิ่นชมดเชียง”และทานกลาวอีกวา :“จงฝงอัมรุบนุลญะมัวะฮฺ ในหลุมเดียวกับ อับดุลลอฮฺ อิบนิ อัมรฺ เพราะทั้งสองเต็มใจสละโลกนี้”ขออัลเลาะหทรงพอพระทัยทานอัมรุบนุลญะมัวะฮฺ และเหลาทหารหาญที่ตายชะฮีดในสงครามอุฮุดและขอใหพระองค ทรงบันดาลใหหลุมฝงศพของพวกเขา มีแสงรัสมีสวางเจิดจา ดวยเทอญวัสสลาม
  • 10. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 10ทานซัลมานทานซัลมานทานซัลมานทานซัลมาน อัลฟาริซียอัลฟาริซียอัลฟาริซียอัลฟาริซียเราจะเปดโอกาสใหทานเลาเหตุการณตางๆดวยตนเอง เพราะทานมีความรูสึกอันล้ําลึกและรายงานเหตุการณไดละเอียดออนแมนยํากวา
  • 11. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 11ทานซัลมานไดเลาไววา :ฉันเปนชายหนุมชาวเปอรเซีย อาศัยอยู ณ เมืองอัซบะฮาน ซึ่งตั้งอยูในตําบลญัยยาน บิดาเปนผูนําประจําหมูบาน ครอบครัวของฉันร่ํารวยที่สุด มีบานพักใหญโตระโหฐาน กวาครอบครัวอื่นๆ นอกจากนั้น ตัวฉันเองนับตั้งแตลืมตาดูโลก ก็กลายเปนสมบัติอันล้ําคาชิ้นเดียวที่บิดารักมากที่สุด ความรักที่บิดามอบใหฉันนั้นยิ่งเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งถึงกับไดกักกันตัวฉันไวในบาน คลายกับวา ฉันเปนลูกผูหญิง เพราะเกรงวาหากปลอยใหออกนอกบานอาจจะไดรับอันตรายฉันตั้งหนาปฏิบัติศาสนกิจ ตามลัทธิบูชาไฟ อยางเครงครัด จนกลายเปนผูมีหนาที่ยืนถือไฟ ที่พวกเรากราบไหวใครจะปฏิบัติพิธีกรรมบูชาไฟ จะตองจุดตอจากตนไฟที่ฉันถืออยู จนกระทั่ง ไฟไมเคยดับเลยตลอดวันตลอดคืนบิดาของฉันเปนเจาของไร ทานดูแลเอาใจใสเปนอยางดี คอยเก็บผลไมเปนประจํา จึงมีรายได จากผลิตผลมากมายมหาศาลอยูมาวันหนึ่งทานติดธุระในเมือง ไมสามารถไปไรไดตามปกติ ทานจึงกลาวแกฉันวา :ลูกรัก พอไปทํางานในไรทุกวัน ดังที่เจาเห็นแลวนั่นแหละ วันนี้ ขอใหเจาจัดการดูแลแทนพอดวย เพราะพอมีธุระที่จะตองทําฉันจึงออกจากบาน มุงไปไรทันที ระหวางทางนั้น ฉันเดินผานโบสถหลังหนึ่งซึ่งเปนของศาสนาคริสต ไดยินเสียงพวกเขาสวดวิงวอน อยูในนั้น จึงทําใหฉันเกิดความสนใจขึ้นมาทันที ฉันไมเคยรูเรื่องเกี่ยวกับศาสนาคริสตหรือ ศาสนาอื่นๆมากอนเลยเพราะพอใหฉันอยูแตในบาน คอยกักกันไมใหพบปะกับใคร เมื่อฉันไดยินเสียงของพวกเขาจึงเขาไปดูเพื่อที่จะไดดูพิธีที่พวกเขากําลังปฎิบัติอยู
  • 12. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 12เมื่อฉันได พินิจพิจารณาดูการสวดวิงวอน ทําใหฉันประหลาดใจและประทับใจศาสนาของพวกเขามาก จึงกลาวกับตัวเองวา :ขอสาบานวา ศาสนานี้ดีกวาศาสนาที่เรานับถืออยู ขอสาบานวาวันนี้ฉันจะอยูกับพวกเขาจนดวง อาทิตยตก ฉันไมไปไรของพออีกแลวหลังจากนั้น ฉันจึงถามพวกเขาวา :ตนกําเนิดของศาสนานี้อยูที่ไหน?พวกเขาตอบวา :อยูที่ชาม หรือ ซีเรียมืดแลว ฉันกลับถึงบาน พอไตถามวา :ไดไปทํางานอะไรในไรบาง?ฉันจึงกลาววา :คุณพอครับ ลูกเดินผานคนกลุมหนึ่งซึ่งพวกเขากําลังสวดวิงวอนอยูในโบสถ สิ่งที่ลูกเห็น จากการปฎิบัติศาสนกิจทําใหลูกประหลาดใจมากลูกจึงอยูที่นั่นจนตะวันตกดินเมื่อบิดาไดฟงดังนั้น ทานกลัวมาก และกลาววา :ลูกรัก ศาสนาที่ลูกไดพบมานั้นไมดีเลย ศาสนาของเจาและศาสนาของบรรพบุรุษของเจาซิ ดีกวาฉันคานวา :ไมจริงหรอกพอ ลูกสาบานใหก็ไดวาศาสนาของพวกเขานั้น ดีกวาศาสนาของเรา
  • 13. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 13เมื่อพอไดยินฉันพูดเชนนั้นก็ยิ่งกลัวมากขึ้น กลัววาฉันจะออกจากศาสนาเดิมที่นับถืออยู คือบูชาไฟ พอจึงขังฉันไวในบาน คราวนี้มัดเทาทั้งสองของฉันดวยเมื่อโอกาสเหมาะ ฉันจึงสงคนหนึ่งไปหาพวกคริสต และสั่งวา :ถาหากมีกองคาราวานบรรทุกสินคามาถึงที่นี่ และจะไปเมืองชามก็จงชวยสงขาวใหฉันทราบดวยอีกไมกี่วันตอมา ไดมีกองคาราวานบรรทุกสินคามุงหนาไปเมืองชาม พวกคริสตจึงแจงขาวนี้ ใหฉันทราบ ฉันพยายามแกเชือกที่มัดเทาทั้งสองขางจนสําเร็จ และหลบซอนออกจากบาน แอบเดินทางไปกับกองคาราวาน จนกระทั่งถึงเมืองชามฉันพักอยูที่นั่น ถามพวกเขาวา : ใครคือผูประเสริฐสุด ของศาสนานี้พวกเขาตอบวา : บาทหลวงที่โบสถแหงหนึ่งฉันจึงไปหาบาทหลวงผูนั้น และแจงความประสงควา :ฉันประทับใจชาวคริสตมาก และปรารถนาจะอยูกับทาน รับใชทานร่ําเรียนเรื่องศาสนา และจะไดสวดวิงวอนพรอมทานดวยบาทหลวงผูนั้นตอบวา : ยินดีตอนรับ ขอเชิญมาอยูกับเราเถิดฉันจึงไดเขาไปอาศัยอยู ณ โบสถแหงหนึ่งนั้น และรับใชบาทหลวงในกิจการของโบสถพรอมกันไป ตอมาฉันรูวาชายผูเปนบาทหลวงนั้น มีพฤติกรรมไมดี คือเขาใชประชาชนบริจาคทาน และบอกวา ผูบริจาคนั้นจะไดผลบุญผลตอบแทนอยางมากมาย
  • 14. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 14แตเมื่อประชาชนบริจาคทรัพยใหเขาใชจายในกิจการของพระเจา เขากลับนําเอาทรัพยนั้นไปสะสมไวเปนกรรมสิทธิ์ของตนเองแตเพียงผูเดียว ไมเคยแจกจายใหคนยากจนเลยแมแตนอย จนกระทั่งสะสมทองคําไวจนเต็มเหยือกน้ําขนาดใหญ มีจํานวนถึงเจ็ดเหยือกเมื่อเห็นเชนนั้น ฉันจึงโกรธ และเกลียดเขามากที่สุดตอมา บาทหลวงผูนั้นก็ถึงแกกรรม มีพี่นองชาวคริสตมารวมพิธีฝงศพจํานวนมาก ฉันจึงเปดเผย ใหทราบวาแทจริงทานผูนี้มีพฤติกรรมที่ไมดี เพราะใชและสงเสริมใหพวกทานบริจาคทรัพยสินเงินทอง แตเมื่อพวกทานนํามาบริจาคแลว เขากลับเก็บสะสมทรัพยนั้นไวเปนกรรมสิทธิ์ของตนแตเพียงผูเดียว ไมเคยแจกจายแกผูยากไรเลยแมแตนอยประชาชนตางก็ถามฉันวา : ทานรูเชนนั้นไดอยางไร?ฉันตอบวา : ขาพเจาจะชี้แหลงขุมทรัพยใหพวกทานทราบพวกเขากลาววา : ไดซิ..ถาเชนนั้นก็จงบอกเราเถิดฉันจึงนําไปดูสถานที่ที่ซุกซอนทรัพย พวกเขาจึงนําเงินและทองคําออกมาทั้งหมดซึ่งมีจํานวนถึง เจ็ดเหยือกใหญ ประชาชนเห็นเชนนั้นจึงโกรธมาก พวกเขากลาววา :ขอสาบานวา เราจะไมฝงศพเขาเด็ดขาดตอจากนั้นพวกเขาก็ชวยกันจับศพบาทหลวงนั้นตรึงกางเขนและขวางดวยกอนหินตอมา อีกไมกี่วัน ประชาชนก็แตงตั้งบาทหลวงคนใหมและฉันก็ยังประจําอยูกับเขา ณ โบสถแหงนั้น เขาเปนคนสละโลก ซึ่งฉันไมเคยเห็นใครเหมือนเขาเลยไมเคยเห็นใครปรารถนาโลกหนา ยิ่งไปกวาเขา แถมยังเปนผูขยันขันแข็งในเรื่องพิธีกรรมศาสนาทั้งวันทั้ง
  • 15. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 15คืน โดยมิไดหยุดหยอน ฉันรักเขาและศรัทธาในตัวเขามาก ฉันอยูกับเขาระยะหนึ่งจนกระทั่งเขาถึงแกกรรม และกอนที่ เขาจะสิ้นใจ ฉันถามวา :ทานครับ..บอกหนอยไดไหมวาหลังจากที่ทานถึงแกกรรมแลว ฉันจะไปอยูกับใครอีกตอไป?ทานตอบวา :ลูกรัก ไมมีใครรูเรื่องศาสนาที่เราเคยปฎิบัตินั้นอีกเลย นอกจากชายผูหนึ่งซึ่งอยูที่ " เมาซิล " เพราะเขาไมบิดเบือน ไมเปลี่ยนแปลงศาสนา และสัจธรรมอยูกับเขาเมื่อเขาถึงแกกรรม ฉันก็เดินทางตอไปยัง " เมาซิล " ทันทีเพื่อที่จะไดพบกับชายที่บาทหลวงบอกไว ครั้นพบชายผูนั้น ณ ที่เมือง " เมาซิล " แลว ฉันจึงเลาเรื่องราวใหเขาทราบวาไดมีบาทหลวงทานหนึ่ง สั่งไวกอนตายวาใหมาหาทานเพื่อแสวงหาสัจจะธรรมชายผูนั้นไดทราบเรื่องราวทั้งหมด จึงกลาววา : จงอยูกับเราที่นี่เถิดฉันจึงอยูที่นั่น พบวาเขาเปนคนดีอยางที่บาทหลวงคนกอนบอกไวจริงๆ ขอสาบานไดวาฉันอยูไมกี่วัน เขาก็ตองมีอันเปนไปอีกคนหนึ่ง กอนที่เขาจะตาย ฉันกลาวกับเขาวาทานครับ..ทานก็ทราบจุดประสงคของฉันแลว บอกฉันหนอยไดไหมครับวาจะไปอยูกับใคร ตอไปจึงจะดี?เขาตอบวา :ลูกรัก ขอสาบานวาเราไมเคยทราบมากอนเลยวาใครจะรอบรูเกี่ยวกับเรื่องศาสนาของเรา ดียิ่งไปกวาชายผูหนึ่งซึ่งอยูที่ " นัซซีบีน "จงไปอยูกับเขาเถิด
  • 16. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 16หลังจากฝงศพเสร็จแลว ฉันจึงไปหาชายที่อยู " นัซซีบีน " และบอกใหทราบวาชายที่อยู " เมาซิล " สั่งใหมาอาศัยอยูดวยเขากลาววา : จงอยูกับเราเถิดฉันจึงอยูกับเขา และพบวาเขาเปนคนดีจริงๆ ขอสาบานวาฉันมาอยูที่นั่นไมกี่วันชายผูนั้นก็ถึง แกกรรม และกอนตายฉันกลาวแกเขาวา :ทานก็ทราบเรื่องของฉันดีอยูแลวทานจะสั่งฉันใหไปอยูกับใครตอไปเขากลาววา :ลูกรัก เราไมเคยทราบมากอนเลยวาจะเหลือผูใดที่จะรอบรูกิจการของเรานอกจากชายผูหนึ่ง ซึ่งอยูที่ "อัมมูรียะห" สัจจธรรมอยูกับเขาจงไปหาเขาเถอะตอจากนั้นฉันจึงไปหาชายที่อยู "อัมมูรียะห" และไดเลาเรื่องทั้งหมดใหเขาทราบเขากลาววา : เธอจงพํานักอยูกับเราที่นี่เถิดฉันจึงอยู ณ ที่นั้น ขอสาบานวาเขาเปนคนดีจริงๆ และฉันก็ทํางานเลี้ยงวัวเลี้ยงแกะใหดวย ตอมาไมนานเขาก็ตายไปอีกคนหนึ่ง และกอนตายฉันถามวา :ทานทราบดีอยูแลววาฉันมาเพื่อแสวงหาสัจจธรรม จงบอกฉันหนอยเถิดวาจะไปหาใครที่ไหนอีก และจะใหฉันทําอยางไร?เขากลาววา :ลูกรักลูกรักลูกรักลูกรัก ฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยยึดถือฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยยึดถือฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยยึดถือฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยยึดถือปฎิบัติปฎิบัติปฎิบัติปฎิบัติ แตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหแตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหแตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหแตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหงการรอคอยงการรอคอยงการรอคอยงการรอคอย เพราะจะมีนบีทานหนึ่งเพราะจะมีนบีทานหนึ่งเพราะจะมีนบีทานหนึ่งเพราะจะมีนบีทานหนึ่ง
  • 17. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 17เกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับ ทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่งและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่งและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่งและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่ง ซึ่งมีตนอินทผลัมซึ่งมีตนอินทผลัมซึ่งมีตนอินทผลัมซึ่งมีตนอินทผลัมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมทานผูทานผูทานผูทานผูนี้มีเครื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดีนี้มีเครื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดีนี้มีเครื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดีนี้มีเครื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดียะหยะหยะหยะห แตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บาแตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บาแตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บาแตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บา ทั้งสองขางจะมีตราแหงทั้งสองขางจะมีตราแหงทั้งสองขางจะมีตราแหงทั้งสองขางจะมีตราแหงการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณ ดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นแลว เจาก็จงกระแลว เจาก็จงกระแลว เจาก็จงกระแลว เจาก็จงกระทําเถิดทําเถิดทําเถิดทําเถิดตอมา บาทหลวงผูนั้นก็ถึงแกกรรม มีพี่นองชาวคริสตมารวมพิธีฝงศพจํานวนมากฉันจึงเปดเผย ใหทราบวาแทจริงทานผูนี้มีพฤติกรรมที่ไมดี เพราะใชและสงเสริมใหพวกทานบริจาคทรัพยสินเงินทอง แตเมื่อพวกทานนํามาบริจาคแลว เขากลับเก็บสะสมทรัพยนั้นไวเปนกรรมสิทธิ์ของตนแตเพียงผูเดียว ไมเคยแจกจายแกผูยากไรเลยแมแตนอยประชาชนตางก็ถามฉันวา : ทานรูเชนนั้นไดอยางไร?ฉันตอบวา : ขาพเจาจะชี้แหลงขุมทรัพยใหพวกทานทราบพวกเขากลาววา : ไดซิ..ถาเชนนั้นก็จงบอกเราเถิดฉันจึงนําไปดูสถานที่ที่ซุกซอนทรัพย พวกเขาจึงนําเงินและทองคําออกมาทั้งหมดซึ่งมีจํานวนถึง เจ็ดเหยือกใหญ ประชาชนเห็นเชนนั้นจึงโกรธมาก พวกเขากลาววา :ขอสาบานวา เราจะไมฝงศพเขาเด็ดขาดตอจากนั้นพวกเขาก็ชวยกันจับศพบาทหลวงนั้นตรึงกางเขนและขวางดวยกอนหินตอมา อีกไมกี่วัน ประชาชนก็แตงตั้งบาทหลวงคนใหมและฉันก็ยังประจําอยูกับเขา ณ โบสถแหงนั้น เขาเปนคนสละโลก ซึ่งฉันไมเคยเห็นใครเหมือนเขาเลยไมเคยเห็นใคร
  • 18. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 18ปรารถนาโลกหนา ยิ่งไปกวาเขา แถมยังเปนผูขยันขันแข็งในเรื่องพิธีกรรมศาสนาทั้งวันทั้งคืน โดยมิไดหยุดหยอน ฉันรักเขาและศรัทธาในตัวเขามาก ฉันอยูกับเขาระยะหนึ่งจนกระทั่งเขาถึงแกกรรม และกอนที่ เขาจะสิ้นใจ ฉันถามวา :ทานครับ..บอกหนอยไดไหมวาหลังจากที่ทานถึงแกกรรมแลว ฉันจะไปอยูกับใครอีกตอไป?ทานตอบวา :ลูกรัก ไมมีใครรูเรื่องศาสนาที่เราเคยปฎิบัตินั้นอีกเลย นอกจากชายผูหนึ่งซึ่งอยูที่ " เมาซิล " เพราะเขาไมบิดเบือน ไมเปลี่ยนแปลงศาสนา และสัจธรรมอยูกับเขาเมื่อเขาถึงแกกรรม ฉันก็เดินทางตอไปยัง " เมาซิล " ทันทีเพื่อที่จะไดพบกับชายที่บาทหลวงบอกไว ครั้นพบชายผูนั้น ณ ที่เมือง " เมาซิล " แลว ฉันจึงเลาเรื่องราวใหเขาทราบวาไดมีบาทหลวงทานหนึ่ง สั่งไวกอนตายวาใหมาหาทานเพื่อแสวงหาสัจจะธรรมชายผูนั้นไดทราบเรื่องราวทั้งหมด จึงกลาววา : จงอยูกับเราที่นี่เถิดฉันจึงอยูที่นั่น พบวาเขาเปนคนดีอยางที่บาทหลวงคนกอนบอกไวจริงๆ ขอสาบานไดวาฉันอยูไมกี่วัน เขาก็ตองมีอันเปนไปอีกคนหนึ่ง กอนที่เขาจะตาย ฉันกลาวกับเขาวาทานครับ..ทานก็ทราบจุดประสงคของฉันแลว บอกฉันหนอยไดไหมครับวาจะไปอยูกับใคร ตอไปจึงจะดี?เขาตอบวา :ลูกรัก ขอสาบานวาเราไมเคยทราบมากอนเลยวาใครจะรอบรูเกี่ยวกับเรื่องศาสนาของเรา ดียิ่งไปกวาชายผูหนึ่งซึ่งอยูที่ " นัซซีบีน "จงไปอยูกับเขาเถิด
  • 19. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 19หลังจากฝงศพเสร็จแลว ฉันจึงไปหาชายที่อยู " นัซซีบีน " และบอกใหทราบวาชายที่อยู " เมาซิล " สั่งใหมาอาศัยอยูดวยเขากลาววา : จงอยูกับเราเถิดฉันจึงอยูกับเขา และพบวาเขาเปนคนดีจริงๆ ขอสาบานวาฉันมาอยูที่นั่นไมกี่วันชายผูนั้นก็ถึง แกกรรม และกอนตายฉันกลาวแกเขาวา :ทานก็ทราบเรื่องของฉันดีอยูแลวทานจะสั่งฉันใหไปอยูกับใครตอไปเขากลาววา : ลูกรัก เราไมเคยทราบมากอนเลยวาจะเหลือผูใดที่จะรอบรูกิจการของเรานอกจากชายผูหนึ่ง ซึ่งอยูที่ "อัมมูรียะห" สัจจธรรมอยูกับเขาจงไปหาเขาเถอะตอจากนั้นฉันจึงไปหาชายที่อยู "อัมมูรียะห" และไดเลาเรื่องทั้งหมดใหเขาทราบเขากลาววา : เธอจงพํานักอยูกับเราที่นี่เถิดฉันจึงอยู ณ ที่นั้น ขอสาบานวาเขาเปนคนดีจริงๆ และฉันก็ทํางานเลี้ยงวัวเลี้ยงแกะใหดวย ตอมาไมนานเขาก็ตายไปอีกคนหนึ่ง และกอนตายฉันถามวา :ทานทราบดีอยูแลววาฉันมาเพื่อแสวงหาสัจจธรรม จงบอกฉันหนอยเถิดวาจะไปหาใครที่ไหนอีก และจะใหฉันทําอยางไร?เขากลาววา :ลูกรักลูกรักลูกรักลูกรัก ฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยยึดถือปฎิบัติยึดถือปฎิบัติยึดถือปฎิบัติยึดถือปฎิบัติ แตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหงการรอคอแตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหงการรอคอแตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหงการรอคอแตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหงการรอคอยยยย เพราะจะมีนบีทานเพราะจะมีนบีทานเพราะจะมีนบีทานเพราะจะมีนบีทานหนึ่งเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับหนึ่งเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับหนึ่งเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับหนึ่งเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับ ทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่งและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่งและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่งและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่ง ซึ่งมีตนอินทผลัมซึ่งมีตนอินทผลัมซึ่งมีตนอินทผลัมซึ่งมีตนอินทผลัมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคม
  • 20. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 20ทานผูนี้มีเคทานผูนี้มีเคทานผูนี้มีเคทานผูนี้มีเครื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดีรื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดีรื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดีรื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดียะหยะหยะหยะห แตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บาแตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บาแตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บาแตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บา ทั้งสองขางจะมีตราแหงทั้งสองขางจะมีตราแหงทั้งสองขางจะมีตราแหงทั้งสองขางจะมีตราแหงการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณ ดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นแลว เจาก็จงกระทําเถิดแลว เจาก็จงกระทําเถิดแลว เจาก็จงกระทําเถิดแลว เจาก็จงกระทําเถิดตอมาเมื่อเขาถึงแกกรรม ฉันยังอยูที่อัมมูรียะหอีกชั่วระยะหนึ่ง จนกระทั้งไดมีพวกพอคาชาวอาหรับ เผากัลบฺ ผานมาถึงอัมมูรียะหฉันจึงเสนอตอเขาวา : ถาหากพวกทานสัญญาวาจะพาฉันไปยังดินแดนอาหรับ ฉันจะใหวัวและแกะแกพวกทานพวกนั้นกลาววา : ไดซิ พวกเราจะพาทานไปฉันจึงมอบวัวและแกะให พวกเขาไดพาฉันเดินทางมาจนกระทั่งถึง วาดีอัล กุรอซึ่งเปนบริเวณหุบเขาแหงหนึ่งอยูระหวาง มะดีนะหกับชามพวกเขาก็ผิดสัญญา และไดรวมหัวกันจับฉันขายใหเปนทาสแกชาวยิวคนหนึ่ง ฉันจึงจําตองอยูรับใชชาวยิวผูนั้น จนกระทั่งอีกไมกี่วันตอมา มีลูกพี่ลูกนองของเขาคนหนึ่งซึ่งเปนชาวเผา " บนี กุรอยเซาะห " ไดมาเยี่ยมเยียนและขอซื้อตัวฉันอีกทอดหนึ่งเขาพาฉันมาอยูมะดีนะห ฉันมองเห็นตนอินทผลัมซึ่งครั้งหนึ่งชายจากอัมมูรียะหเคยบอกไว มาคราวนี้ฉันเองไดรูจักเมือง มะดีนะหซึ่งเปนเมืองที่มีลักษณะเหมือนกับที่ชายจากอัมมูรียะหเคยบอกไว ฉะนั้นฉันจึงอยูที่มะดีนะหเพื่อรับใชนายคนใหม ซึ่งเปนชาวยิวเผา บนีกุรอยเซาะหผูนั้น ฝายทานนบี ขณะนั้นกําลังเรียกรองเชิญชวนหมูคณะในมักกะหใหรับอิสลาม แตฉันก็ไมเคยทราบ ขาวคราวความเคลื่อนไหวของทานเลย เพราะตองทําแตงานตามหนาที่ในฐานะเปนทาส
  • 21. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 21ตอมาทานรอซูลไดอพยพมายัษริบ หรือมะดีนะห ฉันขอสาบานวา ขณะนั้นฉันกําลังอยูบนยอดตนอินทผลัม ขณะนั้นไดมีลูกพี่ลูกนองของเขาคนหนึ่งมาหาและกลาววา :ขอใหพระเจาจงจัดการเผาบนีกอลละหดวยเถิดอันหมายถึงเอาซฺและค็อซฺรอจญ ขอสาบานวาขณะนั้นพวกนั้นกําลังชุมนุมอยูที่กุบาอฺ ซึ่งเปนสถานที่ แหงหนึ่งอยูชานเมืองมะดีนะห เพราะวันนี้ไดมีชายชาวมักกะหอพยพมาถึงที่นั่น และชายผูนั้น ไดอางตนวาเปน นบี เมื่อฉันไดยินขอความทั้งหมดก็เกิดความรูสึกหนาวๆรอนๆ รางกายสั่นสะทานคลายกับจะเปนไข จนฉันเกรงวาจะตกลงมาโดนนายที่อยูขางลางฉันจึงรีบลงมาจากยอดอินทผลัมโดยเร็ว และไตถาม ชายผูมาเยือนทันทีวา :เมื่อสักครูนี้ทานพูดวาอยางไรนะครับ ไดโปรดทบทวนใหฟงอีกครั้งจะไดไหม?คําถามของฉันตอชายผูนั้นทําใหนายโกรธมาก เขาจึงใชกําปนทุบฉันเปรี้ยงหนึ่ง และกลาวสําทับวา :มันเปนกงการอะไรของเอ็งเกี่ยวกับเรื่องนี้ดวยหรือ ไปๆ จงกลับไปทํางานตอเดี๋ยวนี้เย็นวันนั้น หลังจากเก็บผลอินทผลัมเสร็จเรียบรอยแลว ฉันจึงหยิบไวนิดหนอยและมุงไปกุบาอฺซึ่ง ทานรอซูลกําลังพักอยู ณ ที่นั้น ฉันจึงเขาไปหาและกลาววา :ทราบขาววาทานเปนคนดี มีพรรคพวกอพยพติดตามมาดวย เปนคนตางถิ่นซึ่งตองการความ ชวยเหลือ และนี่อินทผลัมของฉัน ซึ่งฉันนําติดตัวมาเปนศอดะเกาะห และทานนั้นเหมาะสมที่จะไดรับ ยิ่งกวาผูอื่น
  • 22. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 22แลวฉันก็วางอินทผลัมไวใกลๆทาน ทานรอซูลก็กลาวแกบรรดาศอฮาบะหวา :พวกทานจงรับประทานซิแตตัวทานเองมิไดแตะตองเลย ฉันจึงรูแกใจวาไดพบเครื่องหมายการเปนนบีอยางหนึ่งแลวคือ ไมกินของที่นํามาเปนศอดะเกาะห ฉันลาทานกลับมากอน หลังจากนั้นก็เริ่มเก็บอินทผลัมเตรียมไวอีก เมื่อทานรอซูลออกจากกุบาอฺ ยายเขามาอยูมะดีนะหฉันก็มาหาทานอีกแลวกลาววา :ฉันทราบวาทานไมรับประทานสิ่งที่เปน ศอดะเกาะห แตนี่คือ ฮะดียะฮหของขวัญซึ่งฉันนํามา ใหเพื่อเปนเกียรติแดทาน คราวนี้ทานรับประทานอินทผลัมนั้นรวมกับศอฮาบะหดวย ฉันจึงพูดกับตัวเองในใจวา :นี่แหละคือเครื่องหมายการเปนนบีขอที่สองละ คือจะรับประทานของ ฮะดียะหคือที่ถูกนํามาใหเปนของกํานัล และฉันไดพบทานรอซูลอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ทานอยูที่บะเกี้ยอฺ เพื่อฝงศพศอฮาบะหทานหนึ่ง ฉันเห็นทานรอซูลนั่งอยูมีเสื้อคลุมสองตัวฉันกลาวคําใหสลามและเดินวกไปทางดานหลัง หวังใจวา จะไดเห็นตราประทับดังที่ชายจากอัมมูรียะหเคยบอกไว เมื่อทานนบีเห็นฉันกําลังจองมองดานหลังของทาน คลายกับจะคนหาอะไรสักอยาง ทานก็รูความ ประสงคของฉันทันที ทานจึงหยอนผาคลุมจากหลังของทาน ฉันจึงมองเห็นตราประทับไดอยางถนัดตา ดังนั้นฉันจึงรูวาทานคือนบี ฉันตรงเขาสวมกอดรองไหดวยความปลื้มปติเปนลนพน ทานรอซูลจึงถามวา :เรื่องราวของทานเปนอยางไรรึ?ฉันจึงเลาเหตุการณทั้งหมดใหทานฟงตั้งแตตนจนจบ ทานรอซูลแปลกใจและดีใจเปนอยางยิ่ง และบอก ใหบรรดาศอฮาบะหฟงเรื่องราวของฉันดวย ฉันจึงเลาใหฟงโดย
  • 23. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 23ตลอด สรางความฉงนสนเทหใหเหลาศอฮาบะหยิ่งนัก พวกเขาตางแสดงความปลื้มปติและดีใจตอฉันมากขอความสันติสุขไดประสบแกทาน ซัลมาน อัลฟาริซียฺ วันที่เขาไดคนหาสัจจธรรมไปทั่วทุกหัวระแหงขอความสันติสุขไดมีแดทาน ซัลมาน อัลฟารีซียฺ วันที่เขาพบสัจจธรรม และไดศรัทธาอยางแนนแฟนขอความสันติสุขไดประสบแดทาน ซัลมาน อัลฟาริซียฺ วันที่ทานสิ้นชีวิต และวันที่ทานจะกลับฟนคืนชีพอีกครั้งหนึ่งวัสสลาม
  • 24. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 24ทานอัฏฏฟยลฺ อิบนุทานอัฏฏฟยลฺ อิบนุทานอัฏฏฟยลฺ อิบนุทานอัฏฏฟยลฺ อิบนุ อัมรฺ อัดเดาซียอัมรฺ อัดเดาซียอัมรฺ อัดเดาซียอัมรฺ อัดเดาซียทานฏฟยลฺ บุตรของอัมรฺ อัดเดาซีย เปนหัวหนาตระกูลเดาซ ในสมัยญาฮิลียะห(สมัยกอนอิสลาม)ทานเปนบุคคลที่มีเกียรติคนหนึ่งในบรรดาผูที่มีเกียรติในหมูชาวอาหรับทั้งหลาย นอกจากนี้แลวทานยังเปนผูมีใจเอื้อเฟอเผื่อแผโอบออมอารีตอผูคนทั่วไปโดยเฉพาะอยางยิ่งตอผูที่ออนแอขัดสนและอนาถา
  • 25. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 25ทานเปนบุคคลที่กวางขวาง มีผูคนไปมาหาสูอยูเปนประจํา จนมีคํากลาวเกี่ยวกับการปฎิบัติของทานวา"หมอของเขาไมเคยลงจากเตา และประตูบานของเขาไมถูกปดตอผูที่มาหา"คํากลาวนี้เปนการชี้ใหเห็นวาทานอัฎฎฟยลฺ มีใจบุญจนถึงขนาดเลี้ยงอาหารแกทุกคนที่มาหา และประตูบานของทานเปดตอนรับแขกอยูตลอดเวลาทานใหอาหารแกผูที่หิวกระหายทานใหความอบอุนแกผูที่ถูกขมเหงและมีความกังวลใจทานเปนผูที่ใหความคุมครองแกผูที่ไดรับภัยอันตรายนอกจากนี้แลวทานยังเปนคนเฉลียวฉลาดเปนนักกวี เปนผูมีหูตาไว มองการณไกล มีไหวพริบดี คําพูดของทานมีอิทธิพลจูงใจผูคนใหเชื่อถือตามทานทานออกจากบานเกิดเมืองนอนของทานซึ่งอยูในดินแดนฎิฮามะห (อยูชายฝงทะเลแดงระหวางเมืองฎออีฟกับเมืองอับฮา ปจจุบันอยูในซาอุดิอาระเบีย) มุงหนาไปสูนครมักกะห ในชวงระยะเวลานั้นพวกกุฟฟารกุเรชไดกระทําการรุนแรงตอ ทานรอซูล และผูนับถือศาสนาอิสลามทานรอซูลพยายามอยางยิ่งที่จะชักชวนบุคคลทั้งหลายใหรูจักอัลเลาะห ดวยพลังการอิมานและสัจธรรมทานรอซูล ทําหนาที่นี้กับทุกคนไมวาจะเปนชาวมักกะหหรือบุคคลภายนอกที่เขามา ณ นครมักกะห แตพวกกุเรชพยายามขัดขวางการเชิญชวนของทานทุกวิถีทาง เมื่อทานฎฟยลฺพบกับปญหานี้ ซึ่งทานเองไมประสงคที่จะเขารวมกับฝายใดฝายหนึ่ง และทานก็ไมเคย คิดมากอนเลยวา ณ นครมักกะหจะมีผูประกาศศาสนาเปนทานมุฮัมหมัด และทานไมเคยรูเรื่องมากอนเลยวาเกิดเรื่องกันขึ้นระหวางทานมุฮัมหมัดกับพวกกุเรช
  • 26. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 26ทั้งๆที่ทานฎฟยลฺไมทราบเรื่องเหลานี้ แตบังเอิญทานก็ไดพบวาตัวทานไดเขารวมอยูในเหตุการณ ครั้งนี้โดยไมไดตั้งใจ ขอใหเราฟงคําของทานฎฟยลฺเองในเรื่องนี้ ซึ่งนับวาเปนเรื่องที่นาแปลกประหลาดยิ่งเรื่องหนึ่งทานฎฟยลฺเลาวา :“เมื่อฉันไดมาถึงมักกะฮฺ หัวหนาของกุเรชคนสําคัญๆไดมาหาฉันและไดใหการตอนรับฉันอยาง สมเกียรติ”หัวหนาพวกกุเรชไดกลาวแกฉันวา :“โอทานฎฟยลฺ ทานไดถึงเมือง(มักกะห) ของเราแลว และผูชายคนนี้ (หมายถึงทานนบีมุฮัมหมัด) ไดอางตัวเปนนบี จึงทําใหพวกเราแตกแยกกัน เราเกรงวา การที่ทานคบคาสมาคมติดตอกับเขา จะทําใหพวกของทานแตกแยกกัน และประสบเหตุการณเชนเดียวกับที่เรากําลังประสบอยู ดังนั้นทานจงอยาพูดหรือฟงสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากคนๆนี้เลยแทจริงคําพูดของเขามีอิทธิพลเหมือนไสยศาสตร สรางความแตกแยกระหวางพอกับลูกระหวางพี่กับนองและสามีกับภรรยา”ฎฟยลฺกลาววา :“ฉันขอสาบานวา พวกเขา(กุเรช) ยังคงเลาเรื่องแปลกประหลาดในดานการลบหลูทานมุฮัมหมัด และยังพยายามใหเกิดมีความหวาดกลัวแกฉันและหมูคณะของฉันในเรื่องของทานมุฮัมหมัด จนกระทั่ง ฉันตั้งใจและตัดสินที่จะไมเขาใกลกับทาน จะไมพูดและจะไมฟงสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากทาน(มุฮัมหมัด)เลย”วันรุงขึ้นฉันเดินไปมัสยิดเพื่อทําการฎอวาฟรอบกะอฺบะหและขอความจําเริญและบารมีจากรูปปนที่วางอยูรอบๆกะบะห *(รูปปนดังกลาวไดถูกทําลายลงเมื่อทานรอซูล และบรรดามุสลิมไดเขาพิชิตมักกะห)
  • 27. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 27รูปปนเหลานี้แหละที่เรามุงไปใหเกียรติและใหการเคารพและฉันไดเอาสําลีอุดหูไวเพื่อไมตองการจะไดยินคําพูดของมุฮัมหมัดเลย ทันใดที่ฉันเขาไปในมัสญิด ฉันก็เห็นทานมุฮัมหมัดยืนละหมาดที่อัลกะอฺบะห การละหมาดของทานมุฮัมหมัดไมเหมือนกับการละหมาดของพวกเราและการปฎิบัติศาสนกิจของทานไมเหมือนกับการปฎิบัติศาสนกิจของพวกเรา (มุชริกีน) ภาพนี้ไดสรางความประทับใจแกฉัน การอิบาดะหของทานทําใหฉันรูสึกตื่นเตน ฉันเห็นตัวฉันกําลังเดินเขาไปใกลทานทีละนิด ทีละนิด จนกระทั่งฉันไดเขาไปอยูใกลทานทั้งๆที่ฉันไมมีเจตนาที่จะเขาไปใกลทานเลย แตอัลเลาะหไมทรงประสงคตามที่ฉันตองการพระองคจึงทําใหฉันไดยินคําพูดที่ดีๆจากปากของทานฉันกลาวแกตัวเองวา :“โอ ฎฟยลฺขอความพินาศจงมาสูเจาเถิด แทจริงเจาเปนบุคคลที่เฉลียวฉลาดเปนนักกวี และเจาสามารถจําแนกสิ่งที่ดีจากสิ่งที่เลวไดฉะนั้น อะไรเลาที่กีดกันเจาไมใหสดับฟงคําพูดที่ทานมุฮัมหมัดพูด หากคําพูดของทานมุฮัมหมัด นําสิ่งที่ดีมา ฉันก็จะรับไว และหากคําพูดของทานนําสิ่งที่เลวมาฉันก็จะละทิ้งมันเสีย”ทานฎฟยลฺกลาววา : “แลวฉันยังคงอยูที่มัสยิดจนกระทั่งทานมุฮัมหมัดกลับบานฉันเดินตามทานไปและเขาไปในบาน ของทานมุฮัมหมัด”ฉันกลาวแกทานวา :“โอมุฮัมมัด แทจริงหมูคณะของทาน(กุเรช)ไดกลาวเกี่ยวกับทานอยางนั้น อยางนี้ และพวกเขา พยายามกระทําเชนนี้ จนกระทั่งฉันเกิดความหวาดกลัวทาน ฉันไดเอาสําลีอุดหูสองขางของฉัน เพื่อไมใหไดยินคําพูดของทาน แตแลวอัลเลาะหไมทรงประสงคนอกจากจะใหฉันไดยินคําพูดของทาน ฉันจึงไดยินและไดพบคําพูดดีๆจากทาน ดังนั้น ทานโปรดเลาเรื่องราวของทานใหฉันฟงเถิด”
  • 28. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 28ทานรอซูลจึงไดเลาเรื่องราวของทานใหฎฟยลฺฟงและทานไดอานซูเราะห อัลอิคลาศ (กุล ฮุวัลลอฮุ อะฮัด) และซูเราะหตุลฟะลัก ใหเขาฟงเขากลาววา :“ขอสาบานดวยอัลเลาะหวา ฉันไมเคยไดยินคําพูดใดๆที่ดียิ่งกวาคําพูดของทานและฉันไมเคยเห็น กิจการใดๆที่มีความยุติธรรมยิ่งกวากิจการของทาน”ณ ที่นี้ฉันจึงยื่นมือทั้งสองออกมาเพื่อทําสัตยาบัน กับทานนบี แลวฉันก็ปฎิญาณตนเขารับนับถือศาสนาอิสลาม โดยกลาววา""""อัชฮะดุ อันลาอิลาฮะอัชฮะดุ อันลาอิลาฮะอัชฮะดุ อันลาอิลาฮะอัชฮะดุ อันลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ วะอัชฮะดุ อันนะมุฮัมมะดัร รออิลลัลลอฮ วะอัชฮะดุ อันนะมุฮัมมะดัร รออิลลัลลอฮ วะอัชฮะดุ อันนะมุฮัมมะดัร รออิลลัลลอฮ วะอัชฮะดุ อันนะมุฮัมมะดัร รอซูลุลลอฮซูลุลลอฮซูลุลลอฮซูลุลลอฮ””””มีความวามีความวามีความวามีความวา :::: ฉันขอปฎิญาณวา ไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากอัลเลาะห และฉันฉันขอปฎิญาณวา ไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากอัลเลาะห และฉันฉันขอปฎิญาณวา ไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากอัลเลาะห และฉันฉันขอปฎิญาณวา ไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากอัลเลาะห และฉันขอปฎิญาณวาขอปฎิญาณวาขอปฎิญาณวาขอปฎิญาณวา แทจริงมุฮัมหมัด เปนรอซูลของอัลเลาะหแทจริงมุฮัมหมัด เปนรอซูลของอัลเลาะหแทจริงมุฮัมหมัด เปนรอซูลของอัลเลาะหแทจริงมุฮัมหมัด เปนรอซูลของอัลเลาะห""""ฎฟยลฺกลาววา หลังจากฉันไดรับนับถือศาสนาอิสลาม ฉันอยูในมักกะหระยะหนึ่ง ไดเรียนรูเรื่องราว ตางๆเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม และไดทองจําสวนหนึ่งจากอัลกุรอานอีกดวยเมื่อฉันตัดสินใจที่จะกลับไปยังหมูคณะของฉัน ฉันไดพบกับ ทานรอซูลและกลาวแกทานวา :“โอทานรอซูล ฉันเปนคนที่กลุมชนของฉันเชื่อฟง และฉันจะกลับไปเชิญชวนพวกเขาใหเขารับนับถือศาสนาอิสลาม ดังนั้นขอทานไดโปรดดุอาอฺวิงวอนตออัลเลาะหใหฉันมีสัญญาณหนึ่งเพื่อที่จะชวยฉันในการเชิญชวนพวกเขาเหลานั้นดวยเถิด”ทานรอซูล กลาววา :
  • 29. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 29“ขาแตอัลลอฮฺ ขอพระองคทรงทําใหเขา(ฎฟยลฺ) มีสัญญาณหนึ่งที่จะชวยใหเขาบรรลุถึงซึ่งความดีที่เขาได ตั้งเจตนาไวดวยเถิด”ฉันไดออกไปยังหมูคณะของฉัน จนกระทั่งไปถึงยอดเขา จึงสามารถมองเห็นหมูบานที่หมูคณะของฉัน อาศัยอยู ณ ที่นั้นมีแสง ซึ่งดูคลายตะเกียงปรากฎอยูระหวางดวงตาของฉัน ฉันกลาววา :“ขาแตอัลเลาะห ขอพระองคอยาทรงใหมันอยูบนใบหนาของฉัน ดวยฉันเกรงวาจะทําใหหมูคณะของฉันคิดวามันเปนการลงโทษในการที่ฉันเปลี่ยนศาสนา (คือเปลี่ยนจากศาสนาเดิมสูศาสนาอิสลาม) ทันใดนั้นแสงไดเปลี่ยนไปอยูที่หัวแสของฉัน จึงทําใหหมูคณะของฉันเห็นแสงดังกลาวอยูที่แสคลาย ตะเกียงที่ถูกแขวน ขณะที่ฉันกําลังลงจากยอดเขาเมื่อฉันไดลงมาแลว บิดาของฉันซึ่งมีอายุมากแลวไดมาหาฉัน”ฉันกลาวแกทานวา :“จงไปใหไกลจากฉันเถิด ฉันไมใชพวกของทานและทานก็ไมใชพวกของฉัน”บิดาของฉันกลาววา : “ทําไมเลา โอลูกรัก?”ฉันกลาววา : “แทจริงฉันไดรับนับถือศาสนาอิสลาม และปฎิบัติตามคําเชิญชวนของทานนบีมุฮัมหมัด “บิดาของฉันกลาววา : “โอลูกรัก ศาสนาของลูกก็คือศาสนาของพอเชนกัน”ฉันกลาววา :ถาเชนนั้นก็เชิญไปชําละลางและทําความสะอาดรางกายของทาน และกลับมาหาฉัน ฉันจะบอกสิ่งที่ฉันไดรูมา
  • 30. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 30และเมื่อบิดามาถึง ฉันไดเสนออิสลามแกทาน และทานไดรับนับถือศาสนาอิสลามภายหลังจากนั้น ภรรยาของฉันไดมาหาฉันฉันกลาวเธอวา : จงไปใหไกลจากฉัน ฉันไมใชพวกของเธอ และเธอก็ไมใชพวกของฉันภรรยาของฉันกลาววา : ทําไมเลาถึงทําเชนนี้ ทั้งๆที่ฉันรักทานยิ่งกวาบิดามารดาเสียอีก!ฉันกลาวแกเธอวา : อิสลามไดแยกระหวางตัวฉันกับเธอออกเสียแลว ฉันรับนับถือศาสนาอิสลามและปฎิบัติตามคําเชิญชวนของทานมุฮัมหมัดเธอกลาวแกฉันวา : ศาสนาของทานก็คือศาสนาของฉันฉันกลาวแกเธอวา : ถาเชนนั้นก็จงไปชําระลางทําความสะอาดรางกายของเธอแลวกลับมาหาฉัน ฉันจะบอกเธอ ถึงสิ่งที่ฉันไดรูมาและเมื่อภรรยามาถึง ฉันไดเสนออิสลามแกเธอ และเธอไดเขารับนับถือศาสนาอิสลามหลังจากนั้นฉันไดเชิญชวน "เดาซฺ" ซึ่งเปนหมูคณะของฉันใหเขารับอิสลาม แตทวาพวกเขา ไดปฎิเสธ นอกจากอบูฮุรอยเราะห ซึ่งเปนคนหนึ่งในตระกูลเดาซฺ ที่ตอบรับและเขารับนับถือศาสนาอิสลามอยางรวดเร็ว ฎฟยลฺกลาววา ฉันและอบูฮุรอยเราะหไดมาหาทานรอซูลที่มักกะหทานรอซูลกลาวแกฉันวา : ทานมีขาวอะไรเกี่ยวกับ (เดาซฺ)ฉันกลาววา : หัวใจของพวกเขาถูกปดบังจากการเห็นความจริง และสิ่งชั่วชาไดมีอํานาจเหนือพวกเขาทานรอซูลไดลุกขึ้นไปอาบน้ําละหมาด และละหมาด และทานไดยกมือขอดุอาอฺอบูฮุรอยเราะหกลาววา เมื่อฉันเห็นทานรอซูลทําเชนนั้น ฉันจึงกลาววาทานรอซูลจะขอ
  • 31. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 31ความพินาศใหประสบแก "เดาซฺ" ซึ่งเปนหมูคณะของฉัน แตทวาทานรอซูล ขอดุอาอฺวิงวอนวา : ขาแตอัลเลาะห ขอพระองคทรงนําทางที่ถูกตองใหแกเดาซฺดวยเถิด (ทานกลาวเชนนี้สามครั้ง)หลังจากทานรอซูลเสร็จจากคําวิงวอน และทานไดหันหนามายังฎฟยลฺ โดยกลาววา : จงกลับไปยังหมูคณะของทาน และเชิญชวนพวกเขาสูอิสลามในลักษณะคอยเปนคอยไปฎฟยลฺกลาววา :ฉันยังคงอยูในดินแดน "เดาซฺ" ทําหนาที่เชิญชวนเขาเหลานั้นสูอิสลาม จนกระทั่งทานรอซูล ไดอพยพจากมักกะหไปมะดีนะห และสงครามบัดรฺ อุฮุด และอัลคอนดั๊กหรืออัลอะหซาบไดผานไป ฉันไดมาหาทานรอซูล พรอมกับหมูชนชาวเดาซฺจํานวนแปดสิบครอบครัว ซึ่งไดเขารับนับถืออิสลาม ทานรอซูลมีความปติยินดีตอพวกเขาเปนอยางมาก และไดแบงทรัพยสินจากทรัพยเชลยที่ทานไดรับ จากสงครามบัดรฺใหแกพวกเขาพวกเราจึงกลาวแกทานวา : โอทานรอซูล โปรดใหพวกเรา (หมายถึงพวกที่เขารับนับถือศาสนาอิสลามจากเดาซฺ) อยูเบื้องขวาของทานในทุกๆสมรภูมิที่ทานจะออกไป และโปรดใหเครื่องหมายของเราคือ คําวา "มับรูร” ที่ดีทานฎฟยลฺกลาววา :ฉันยังคงอยูกับทานรอซูลจนกระทั่ง อัลเลาะห ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ประทานการพิชิตมักกะหใหแกทาน และฉันไดกลาวแกทานรอซูลวา : โปรดสงฉันไปยัง "ซิลกัฟฟยนฺ"ซึ่งเปนรูปปนของ อัมรฺ บินหะมะมะห เพื่อทําลายมันแลวทานรอซูล ไดอนุญาตใหแกฉัน ฉันจึงมุงไปยังรูปปนดังกลาว พรอมหมูคณะของฉันจํานวนหนึ่ง เมื่อพวกเราไปถึงและจะลงมือทําลายรูปปนนั้น บรรดาชาย หญิงและเด็กตางมาเฝาดูการกระทําของเรา โดยคิดวารูปปนจะไมปลอยใหเราทําลายมันเปลาๆ นอกจากเราจะตองไดรับภัยอันตรายจากรูปปนนั้นเสียกอน
  • 32. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 32แตทวาฎฟยลฺ ก็ทําลายรูปปนโดยการเผา และการกระทําของฎฟยลฺครั้งนี้เทากับเปนการขจัดชิริกที่เหลืออยูใหหมดสิ้นไปจากหมูชน "เดาซฺ" และทําใหผูที่ยังคงเหลืออยูจากหมูคณะของทานไดรับนับถือศาสนาอิสลามทั้งหมดหลังจากนั้นทานฎฟยลฺยังคงอยูกับทานรอซูล จนกระทั่งทานรอซูลไดถึงอะญัล(เสียชีวิต)และเมื่ออํานาจผูนํามุสลิมภายหลังจากทานรอซูล ตกอยูที่คอลีฟะฮฺ อบูบักรฺอัศศิดดิ๊ก ทานฎฟยลฺและลูกของทานไดทําสัตยาบันกับทาน อบูบักรฺ เพื่อแสดงความตั้งใจอยางแนวแนที่จะปฎิบัติตามและเชื่อฟงทานคอลีฟะฮฺ อบูบักรฺ อัศศิดดิ๊ก และเพื่อเปนกําลังปองกันและตอสูในหนทางของอัลเลาะหเมื่อสงครามริดดะหเกิดขึ้น *(สงครามริดดะหในที่นี้ หมายถึงกลุมที่ออกนอกแนวทางอิสลามหลังจากที่ทานนบี สิ้นชีวิตโดยบางพวกไมยอมชําระซะกาต และบางพวกหันไปเชื่อฟง (มุซัยละมะห อัลกัซซาบ) จอมโกหกซึ่งอางตัวเปนนบี) ทานฎฟยลฺและบุตรชายของทานไดออกไปกับบรรดาทหารมุสลิมเพื่อสูรบกับ มุซัยละมะห จอมโกหก และพรรคพวกในระหวางทางสูเมืองญะมามะห ปจจุบันเปนตําบลหนึ่งในชานเมืองริยาฎ ซึ่งเปนเมือง ที่มุซัยละมะหและพรรคพวกชุมนุมกันที่นั้น ฎฟยลฺไดฝนและทานไดกลาวแกสหายที่รวมเดินทางไปดวยวา : ฉันฝน ชวยทํานายความฝนใหแกฉันดวยสหายของฎฟยลฺกลาววา : ทานฝนเห็นอะไร?ฎฟยลฺกลาววา : ฉันเห็นศรีษะของฉันถูกโกนและมีนกตัวหนึ่งออกจากปากฉัน และมีผูหญิงคนหนึ่งเอาฉันเขาไป ในทองของเธอ และลูกของฉันพยายามจะมาหาฉัน แตทวามีสิ่งกีดกั้นระหวางฉันกับเขา
  • 33. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 33สหายของฎฟยลฺกลาวแกเขาวา : ขออัลลอฮฺทรงใหการฝนของทานเปนสิ่งที่ดีทานฎฟยลฺกลาววา : สําหรับฉัน ฉันจะทํานายวาการโกนศรีษะหมายถึง ศรีษะของฉันจะถูกตัดนกที่ออกจากปาก หมายถึงวิญญาณของฉันจะออกจากรางผูหญิงที่เอาฉันเขาไปในทองของเธอ หมายถึงฉันจะถูกฝง ในแผนดินที่แทจริงฉันหวังวาจะตายในสภาพที่เปนชะฮีดสวนการที่ลูกของฉันจะมาหาฉันหมายถึงวา ลูกของฉันแสวงหาและปรารถนาที่จะตายชะฮีด ซึ่งฉันจะไดรับ ถาอัลเลาะหทรงประสงค แตทวาเขาจะบรรลุสิ่งนั้น(หมายถึงการตายชะฮีด) ภายหลังจากฉันและในสงครามญะมามะห ทานฎฟยลฺซึ่งเปนซอฮาบะหอาวุโสทานหนึ่ง ซึ่งใชพลังตอสูอยางเต็มที่ เพื่อนําชัยชนะใหแกอิสลามจนกระทั่งทานไดสิ้นชีวิตในสนามรบในฐานะที่เปนชะฮีดสวนอัมรฺ ลูกชายของทานยังคงตอสูในสงครามดังกลาว จนกระทั่งออนแรงลงเนื่องจากบาดเจ็บ และมือขวาของทานถูกตัดในระหวางการสูรบและทานอัมรฺไดกลับไปยังมะดีนะห โดยทิ้งศพบิดา และมือขวาที่ถูกตัดเอาไวในสมรภูมิและสมัยคอลีฟะฮฺ อุมัร อิบนฺ อัลค็อฎฎ็อบ ทานอัมรฺ บุตรทานฎฟยลฺ มาหาทานอุมัร ในขณะนั้นมีคนนําเอาอาหารมาใหแกทานคอลีฟะฮฺ อุมัร ซึ่งมีคนหลายคนกําลังนั่งกันอยู ทานอุมัรจึงเชิญคนเหลานั้นมารับประทานอาหารกับทาน ทันใดนั้นอัมรฺบุตรทานฎฟยลฺ ก็ขยับตัวหางออกไปทานคอลีฟะหอุมัรเห็นการกระทําของทานอัมรฺ จึงกลาววาทําไมถึงทําเชนนั้น หรือทําเชนนั้นเพราะอาย เพราะมือที่ถูกตัด?
  • 34. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 34อัมรฺกลาววา : ใชแลว โอทาน อะมีรุลมุอฺมินีนทานคอลีฟะห อุมัรกลาววา :ฉันจะไมรับประทานอาหารนี้เด็ดขาดจนกวาทานจะใหมือที่ถูกตัดนั้นสัมผัสกับอาหารดวย ขอสาบานดวยอัลเลาะหวา ในบรรดาคนที่กําลังรวมอยู ณ ที่นี้ไมมีคนหนึ่งคนใดที่สวนหนึ่งจากรางกายของเขาอยูในสวรรคนอกจากทาน (ทานคอลีฟะห อุมัร หมายถึงมือของอัมรฺบุตรทานฎฟยลฺที่ถูกตัด)ความปรารถนาของอัมรฺ ที่จะตายเปนชะฮีด ยังคงฝงอยูในจิตใจของทานนับตั้งแตทิ้งศพบิดาของทาน ไวในสมรภูมิญะมามะห จนกระทั่งมาถึง ฮ.ศ. ที่15 ซึ่งในปนั้นมีสมรภูมิอันยิ่งใหญเกิดขึ้นระหวางมุสลิม กับโรมัน สงครามนั้นคือ สงครายัรมูก ทานอัมรฺไดรวมสูรบในสงครามนี้จนกระทั่งเสียชีวิต และไดตายชะฮีดดังที่บิดาไดตั้งความหวังเอาไวขออัลลอฮฺทรงประทานความเมตตาแกทาน ฎฟยลฺ อัดเดาซียขออัลลอฮฺทรงประทานความเมตตาแกทาน ฎฟยลฺ อัดเดาซียขออัลลอฮฺทรงประทานความเมตตาแกทาน ฎฟยลฺ อัดเดาซียขออัลลอฮฺทรงประทานความเมตตาแกทาน ฎฟยลฺ อัดเดาซีย ในฐานะที่ทานเปนผูในฐานะที่ทานเปนผูในฐานะที่ทานเปนผูในฐานะที่ทานเปนผูที่ตายชะฮีดที่ตายชะฮีดที่ตายชะฮีดที่ตายชะฮีด และเปนบิดาของผูที่ตายชะฮีดดวยเถิดและเปนบิดาของผูที่ตายชะฮีดดวยเถิดและเปนบิดาของผูที่ตายชะฮีดดวยเถิดและเปนบิดาของผูที่ตายชะฮีดดวยเถิด
  • 35. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 35ทานอบูอัยยูบทานอบูอัยยูบทานอบูอัยยูบทานอบูอัยยูบ อัลอันซอรียอัลอันซอรียอัลอันซอรียอัลอันซอรียเกี่ยวกับเรื่องที่ทานรอซูล มาพักอยูที่บานของทานอบูอัยยูบนั้น แมวาจะเลาสูกันฟงเรื่อยๆซ้ําไปซ้ํามา สักกี่ครั้งก็ยังไมรูสึกเบื่อ เพราะวาขณะที่ทานนบีมาถึงมะดีนะหนั้น ดวงใจทุกดวงของชาวมะดีนะหนั้น ตางก็ยินดีที่ไดตอนรับทานนบีเปนที่สุด ดวงตาที่ทอดมายังทานนั้นสอแสดงความยินดีอยางสุดซึ้ง คลายประกายตาของคูรักที่โปรยปรายใหแกกัน พวกเขาเปดทุกหองหัวใจตอนรับทานรอซูล ซึ่งเปนการทดแทนความหดหู ความเศราสลดใจซึ่งเคยมีมาแตกอน ประตูบานทุกหลังถูกเปดไว เตรียมใหเปนที่พักสําหรับทานรอซูล
  • 36. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 36ทานนบีใชเวลาอยูที่ “กุบาอฺ” ชานเมืองมะดีนะหสี่วัน สรางมัสยิดหลังแรกซึ่งถูกกอสรางขึ้นเพื่อการตักวายําเกรง ตอมาทานไดออกจาก กุบาอฺ ขี่อูฐเรื่อยไปโดยมีพี่นองผูมีเกียรติชาวเมือง “ยัษริบ” หมายถึง มะดีนะห ยืนตอนรับ ณ ที่นั้น ซึ่งทุกคนตางมุงหวังจะไดรับชัยชนะ เฝารอวา ทานรอซูล จะลงแวะพัก อยูที่บานของพวกเขา ตางผลัดกันเขามาจับอูฐคนแลวคนเลา พลางกลาววา :"โอทานรอซูลของอัลเลาะห ไปพักที่บานของฉันเถิดจะสักกี่วันก็ได เราพรอมที่จะรับมือกับเหตุการณตางๆ ที่จะเกิดขึ้น และเราจะปองกันทานใหพนจากผูที่จะมาคุกคาม"ทานรอซูลจึงกลาววา :"พี่นองทั้งหลายจงปลอยอูฐใหมันเดินไปเองเถิด เพราะมันถูกกําหนดไวแลววาจะใหแวะพัก ณ ที่ใด"อูฐยังเดินตอไปสูจุดหมายปลายทาง โดยมีสายตาชาวอันศอรมองตามไปดวยอยางใจจดใจจอ เมื่อผานพนบานใครไปแลวเจาของก็รูสึกเสียใจและหมดหวัง แตในขณะเดียวกันก็สรางความหวังในใจ แกเจาของบานหลังถัดไป อูฐยังคงเดินเรื่อยไปโดยมีประชาชนเดินตาม พวกเขาถอนหายใจอยากรูวาความสุขที่ถูกกําหนดนั้นใครหนอจะเปนผูไดรับจนกระทั่งอูฐมาถึงกลาง ลานหนาบานของทานอบูอัยยูบ อัลอันซอรีย มันคุกเขาลง ณ ที่นั้น ทานรอซูล ยังไมลงจากหลังอูฐ และทานพยายามกระตุนเชือกสายสะพายเพื่อใหมันลุกขึ้นเดินตอไป แตอยางไรก็ตามมันก็จะเลี้ยวมาคุกเขาลง ณ ที่เดิมอีกเมื่อเหตุการณเปนเชนนั้นแลว ทานอับยูบก็ดีใจเปนลนพน
  • 37. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 37ทานรีบเขามาตอนรับทานรอซูล และแบกสัมภาระของทานรอซูลไปตอหนาและพาไปที่บานของตนคลาย ดังวากําลังแบกเอาขุมทรัพยในโลกไวทั้งหมดบานของทาน "อบูอัยยูบ" เปนบานสองชั้น ทานจัดแจงขนยายเครื่องใชไมสอยสวนตัวและของภรรยาออกไปจากชั้นบนเพื่อจัดใหเปนที่พักของทานรอซูล แตทานรอซูลตองการที่จะอยูชั้นลางและอบูอัยยูบจําตองตอบสนองใหทานอยูไดตามที่ทานปรารถนาเวลากลางคืน ทานรอซูล เขานอน อบูอัยยูบกับภรรยาก็ขึ้นชั้นบนและยังไมทันที่จะปดประตูหอง อบูอัยยูบก็หันมาพูดกับภรรยาวา :แยที่สุด! เราทําเชนนั้นไดอยางไร? จะใหทานทานรอซูล อยูชั้นลางแลวเราอยูชั้นบนกระนั้นหรือ? เราจะเดินอยูเหนือทานรอซูลหรือ? เรากําลังอยูระหวางนบีกับวะฮียหรือนี่? ถาเชนนั้นเราตองแยแนๆในเรื่องนี้ทําใหสองสามีภรรยากระอักกระอวนใจไมรูจะทําอยางไรดี หลังจากคิดเรื่องนี้แลวทั้งสองก็เลือกนอนเฉพาะที่ดานริมๆฝาบาน ซึ่งตัวเขาไมไดอยูเหนือทานรอซูลเวลาเดินก็เลือกเดินริมๆเพื่อหลีกเลี่ยงบริเวณตรงกลางอยางเครงครัดในวันรุงขึ้น อบูอัยยูบรีบตื่นตั้งแตเชาและบอกทานนบีวา :ขอสาบานดวยพระนามของอัลเลาะหวา เมื่อคืนนี้ฉันหลับไมลงจริงๆ ภรรยาของฉันก็เชนกันทานรอซูลถามวา : ทําไมหรือ?อบูอัยยูบตอบวา :
  • 38. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 38ฉันคิดไปวาตัวเองนอนอยูบนบานซึ่งมีทานนบีอยูขางลาง ยามฉันเคลื่อนไหวก็เกรงไปวาฝุนจะปลิวไปถูกทานอีกอยางหนึ่งมันเปนเสมือนวาฉันอยูระหวางทานกับวะฮียฺทานรอซูลจึงกลาววา :“โออบูอัยยูบเอย..จงอยูไปตามสบายเถิด ความจริงที่เราอยูชั้นลางนี้ก็มีประโยชนมากกวาที่จะอยูชั้นบนเสียอีกเพราะมีพี่นองมุสลิมมาเยี่ยมมากมายและสะดวกดี”อบูอัยยูบไดเลาไววา : ฉันตองยอมอยูชั้นบนตอไปตามที่ทานรอซูลปรารถนาจนกระทั่งมาถึงคืนหนึ่งซึ่งอากาศหนาวจัด ในคืนนั้นเหยือกใสน้ําแตก น้ําหก รดบานชั้นบน ฉันกับภรรยาก็ลุกขึ้นมาดู เราไมมีอะไรอยูในมือเลยนอกจากผาหมกํามะหยี่ผืนเดียวเทานั้น จึงนําไปซับน้ําเพราะเกรง วามันไหลลงไปโดนทานรอซูล รุงขึ้นฉันจึงรีบบอกกับทานรอซูลวา : จริงๆนะครับ ฉันไมอยากอยูชั้นบนโดยมีทานรอซูลอยูชั้นลางเลยและเขาก็เลาเรื่องเหยือกใสน้ําแตกใหทานรอซูลฟง นั่นแหละทานนบีจึงยอมยายไปอยูชั้นบน ดังนั้นเขากับภรรยาจึงไดลงมาอยูชั้นลางทานนบีพํานักอยูที่บานของอบูอัยยูบประมาณเจ็ดเดือน จนกระทั่งกอสรางมัสยิดเสร็จ ณ บริเวณลานกวาง ที่อูฐคุกเขานั่นเอง ตอมาทานรอซูลและภรรยาก็ยายมาอยูบานของทานซึ่งสรางขึ้นขางๆมัสยิดนั้น และยังคงเปนเพื่อนบานของอบีอัยยูบอยูเชนเคยอะไรหนอที่ทําใหอบูอัยยูบมีเกียรติยิ่งกวาเพื่อนบานคนอื่นๆ ?อบูอัยยูบรักใครทานรอซูล อยางสุดจิตสุดใจ ทานรอซูล ก็รักอบูอัยยูบมาก ชนิดที่เจ็บปวดเดือดเนื้อรอนใจแทนกันไดทีเดียว จนกระทั่งกลายเปนวา บานของทานอบูอัยยูบนั้นเสมือนกับบานของทานเอง
  • 39. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 39ทานอิบนิอับบาสเคยเลาวา มีอยูครั้งหนึ่งทานอบูบักรฺ ออกจากบานไปมัสยิดตอนเที่ยงซึ่งขณะนั้นมีแดดรอนจัด ทานอุมัร เห็นเขาจึงเอยถามวา :โอทานอบูบักรฺ ในยามแดดรอนจัดเชนนี้ทานออกมาทําไมกัน?ทานอบูบักรฺตอบวา : ก็หิวนะซิ ไมเชนนั้นฉันไมออกมาหรอกทานอุมัรกลาววา : ขอสาบานตออัลเลาะห ที่ฉันออกมาก็เพราะหิวเหมือนกันขณะที่ทั้งสองสนทนากันอยูนั้นทานรอซูล ก็ออกมาอีก และเอยขึ้นกับทั้งสองวา : แดดรอนอยางนี้จะออกมาทําไม?ทั้งสองตอบวา : ที่เราออกมายามนี้เพราะทองมันหิวเหลือเกินทานรอซูลกลาววา :ขอสาบานตออัลเลาะห ฉันก็เชนกัน ถาอยางนั้นเราไปทางโนนกันเถิดทั้งหมดจึงออกเดินตามทานรอซูลมายังบานของ "อบูอัยยูบ" ตามปกติแลวอบูอัยยูบจะมีอาหารไปใหทานรอซูล เสมอ ถายังไมไดไปก็แสดงวากําลังจัดแจงเรื่องอาหารใหทางบานอยูเมื่อทั้งสามมาถึง ภรรยาของอบูอัยยูบจึงออกมาตอนรับ นางกลาววา :ยินดีตอนรับนบีของอัลเลาะห พรอมกับผูที่มาดวยทุกทานทานรอซูลถามนางวา : อบูอัยยูบอยูไหน?
  • 40. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 40ฝายอบูอัยยูบซึ่งขณะนั้นกําลังทํางานอยูในสวนอินทผลัมใกลๆนั่นเอง เมื่อไดยินเสียงทานรอซูล เขาจึงรีบ เขามาหาโดยเร็วพลางกลาววา :ยินดีตอนรับทานรอซูลและผูที่มาดวยทุกทานและเขาก็พูดตอไปวา : โอทานนบีของอัลเลาะห เวลาแดดรอนจัดเชนนี้ทานเดินมาถึงที่นี่มันไมเหมาะนะครับทานรอซูลตอบวา : จริงๆดวยซิหลังจากไดทักทายทานรอซูล ทานอบูบักรฺ ทานอุมัร แลวตัวเองก็เขาไปในสวนตัดอินทผลัมมาทลายหนึ่ง ซึ่งมีทั้งอินทผลัมแหงที่สุกคาตน และที่ยังสุกๆดิบๆอยู เมื่อทานรอซูลเห็นเชนนั้นจึงกลาววา :ฉันไมตองการใหทานตัดมาทั้งทลายอยางนี้ดอก เอาเพียงอินทผลัมแหงมาเลี้ยงเราก็พอใจแลวอบูอัยยูบจึงพูดวา :โอทานรอซูลของอัลเลาะห ฉันอยากจะใหทานรับประทานอินทผลัมหลายๆรสชาติ ทั้งอินทผลัมแหงที่สุกคาตน และที่สุกๆดิบๆ นอกจากนี้ประเดี๋ยวฉันจะเชือดแพะอีกตัวหนึ่งเลี้ยงดวยครับทานรอซูลจึงแนะนําวา : ถาจะเชือดก็อยาเชือดแพะนมนะอบูอัยยูบจึงเชือดแพะมาตัวหนึ่ง และบอกกับภรรยาวา :
  • 41. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 41นี่เธอชวยนวดแปงทําขนมปงใหเราหนอยซิ เธอทําขนมปงเกงไมใชหรือ?พูดจบเขาก็ควาแพะไปซีกหนึ่งนําไปตม อีกซีกหนึ่งนําไปยาง ครั้นเมื่ออาหารสุกแลวก็นํามาวางไวขางหนา ทานนบี ทานอบูบักรฺ และทานอุมัร ทานรอซูลุลลอฮฺ หยิบเนื้อชิ้นหนึ่งใสในขนมปงและบอกวา : อบูอัยยูบ…รีบนําเนื้อชิ้นนี้ไปใหฟาฎิมะหสักหนอยเถอะเธอไมเคยไดรับประทานอยางนี้มานานแลวเมื่อทานอาหารเสร็จแลว ทานนบีไดรําพึงวา : ขนมปง เนื้อ อินทผลัมแหงอินทผลัมสุกๆดิบๆ อินทผลัมสุกคาตนพรอมกันนั้นนัยตาทั้งสองมีน้ําตาซึมมออกมา ทานกลาววา : ขอสาบานตออัลเลาะห ผูซึ่งชีวิตของฉันอยูใตเงื้อมมือของพระองค อาหารมื้อนี้เปนนิอฺมะห ความโปรดปราน ซึ่งจะถูกสอบสวนในวันกิยามะห ถาหากพวกทานไดรับก็จงรับประทานดวยมือและจงกลาว "บิสมิลลาฮ" เมื่ออิ่มแลวจงกลาว "อัลฮัมดุลิลลาฮ" ขอสรรเสริญอัลลอฮฺผูซึ่งใหเราอิ่มหนําสําราญ ผูทรงโปรดปราน ใครกลาวเชนนี้ก็จะดีมากทานรอซูล ลุกขึ้นกลับบานและบอกอบูอัยยูบวา : พรุงนี้เชาไปพบฉันที่บานหนอยนะเพราะตามปกติแลวทานรอซูลจะหาทางตอบแทน ผูที่ทําดีตอทานเสมอแตอบูอัยยูบไมไดยินที่รอซูลสั่ง ทานอุมัร จึงบอกอีกครั้งหนึ่งวา : อบูอัยยูบ ทานรอซูลสั่งใหไปหาพรุงนี้เชานะอบูอัยยูบตอบวา : สําหรับทานรอซูลแลว มีแตเชื่อฟงและปฎิบัติตามเทานั้น
  • 42. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 42รุงเชา อบูอัยยูบไดไปหาทานนบีที่บาน ทานนบีจึงมอบทาสหญิงซึ่งเคยรับใชทานอยูใหอบูอัยยูบและบอกวา :ขอสั่งหนอยนะวาจงปฎิบัติตอหญิงรับใชผูนี้ดวยดี เพราะความจริงเทาที่นางรับใชเรามา นางก็ทําดีมาตลอดทานอบูอัยยูบไดพาทาสหญิงผูนั้นกลับมาบาน เมื่อภรรยาเห็นเชนนั้นจึงเอยถามวา : ทาสหญิงนี้เปนของใครรึ?ทานอบูอัยยูบตอบวา : เปนของเราซิ..ทานรอซูลใหเราแลวภรรยากลาววา : ผูใหก็มีเกียรติ แถมสิ่งนี้ก็มีคุณคาจริงๆอบูอัยยูบกลาววา : แตทานรอซูลสั่งวา "ใหเราปฎิบัติตอนางดวยดีนะ"นางจึงถามวา : แลวเราจะทําอยางไรดี จึงจะใหบรรลุตามคําสั่งเสียนั้นเลา?อบูอัยยูบกลาววา : มีทางเดียวเทานั้นคือปลอยใหเปนอิสระภรรยาจึงพูดวา : ถูกแลวฉันก็เห็นดวยเชนนั้นเหมือนกันในที่สุดทานอบูอัยยูบก็ปลอยทาสหญิงผูนั้นใหไดรับอิสระที่เลามาทั้งหมดนี้เปนชีวประวัติบางตอนของทานอบูอัยยูบ อัลอันซอรีย ในยามที่บานเมืองอยูในความสงบสุข แตถาหากทานหันกลับไปมองการดํารงชีวิตของทานอีกดานหนึ่งในภาวะสงคราม ทานจะตองแปลกใจจริงๆ เพราะตลอดชีวิตของทานนั้นเปนนักรบมาโดยตลอด จนกระทั่งกลาวกันวา ทานไมเคยพลาดการออกศึกสงครามพรอมกับฝาย
  • 43. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 43มุสลิมเลย นับตั้งแตสมัยทานนบีจนถึงสมัยทานมุอาวิยะห นอกเสียจากในยามที่ทานตองปฎิบัติภาระกิจอยางอื่นอยูกอนแลวเทานั้น และในสงครามครั้งสุดทายก็คือขณะที่ทานมุอาวิยะหไดเตรียมทัพเพื่อเปดกรุง กิสตอนตินียะห หรือคอนสแตนติโนเปลในศึกครั้งนี้มีบุตรของทานชื่อยะซีดเปนแมทัพ เวลานั้นทานอบูอัยยูบชราภาพมีอายุกวาแปดสิบปแลว แตก็ไมเปนอุปสรรคในการเขารวมกับกองทหาร ภายใตธงของทานยะซีด และไมเปนอุปสรรคในการฝาคลื่นในทองทะเลเพื่อไปทําสงครามในหนทางของอัลเลาะหการสูรบยังไมทันถึงขั้นแตกหัก อบูอัยยูบลมปวยเสียกอน ซึ่งเปนเหตุใหทานตองพักรบ ทานยะซีด ซึ่งเปนแมทัพไดมาเยี่ยมทานและกลาววา : โอทานอบูอัยยูบ ถาหากวาทานมีความตองการอันใดก็จงบอกมาเถิดอบูอัยยูบจึงกลาววา : จงบอกสภาพของฉันแดเหลาทหารมุสลิมดวย และบอกเขาเหลานั้นดวยวา อบูอัยยูบสั่งเสียไว ใหบุกเขาไปในดินแดนฝายศัตรูใหไดมากที่สุดเทาที่จะมากได จงแบกฉัน(หมายถึงอบูอัยยูบ) ไปดวยและใหฝงศพของฉันไวใตพื้นดินของกองทหารมุสลิม ณ กําแพง เมืองกรุงคอนแสตนติโนเปลดวยเมื่อกลาวจบทานก็สิ้นใจ บรรดาทหารมุสลิมไดตอบรับความประสงคของอบูอัยยูบแลว กองทัพเขาบดขยี้ฝายศัตรูครั้งแลวครั้งเลา จนสามารถบุกถึงกําแพงกรุงคอนแสตนติโนเปลไดสําเร็จ โดยที่พวกเขาไดนําศพของอบูอัยยูบมาดวย และขุดหลุมฝงไวเปนกุบุร ณ ที่นั้น คลายเปนสัญญาณบอกเหตุวา มุสลิมจะตองกลับมาอีกครั้งหนึ่งขออัลเลาะหทรงเมตตา ทานอบูอัยยูบ ทานดื้อดึงไมยอมตาย นอกจากจะตองตายบนหลังมา ที่วิ่งฮอเขาทําสงครามในหนทางของอัลเลาะห ทั้งที่ตัวเองมีอายุเกือบแปดสิบปวัสสลาม
  • 44. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 44ทานอับดุลเลาะห อิบนุ ญะฮฺชทานอับดุลเลาะห อิบนุ ญะฮฺชทานอับดุลเลาะห อิบนุ ญะฮฺชทานอับดุลเลาะห อิบนุ ญะฮฺชเปนศอหะบะหทานแรกที่ถูกเรียกวา "อะมีรุลมุอฺมินีน" ศอหะบะหที่เราจะเลาเรื่องราวของทานในขณะนี้เปนผูมีความสัมพันธอยางแนนแฟนกับทานรอซูล ในฐานะเครือญาติ ทานเปนหนึ่งในบรรดาศอหะบะหชุดแรกที่เขารับอิสลาม และเปนลูกพี่ลูกนองกับทานรอซูล เพราะมารดาของทานชื่ออุมัยมะห บินติ อับดิลมุฎฎอลิบ นั้นเปนพี่สาวของบิดาของทานนบีและเปนพี่เขยทานรอซูลเพราะวานองสาวของทานที่ชื่อ ทานหญิง ซัยนับบินติ ญะฮฺช นั้นเปนภรรยาของทานนบีผูประเสริฐและเปนหนึ่งในบรรดา มารดาแหงศรัทธาชน (อุมมะฮาติลมุอฺมินีน)
  • 45. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 45ทานเปนศอหะบะหทานแรกที่ถูกมอบหมายใหถือธงของอิสลาม เปนศอหะบะหทานแรกที่ถูกเรียกวา "อะมีรุลมุอฺมินีน" ทานผูนี้คือ อับดุลลอฮ บินณะฮฺช อัล อะซะดียทาน อับดุลลอฮ บินญะฮฺช เขารับอิสลามกอนหนาที่ทานนบี ไดเขาไปเผยแผศาสนา ณ บานของทาน อัล อิรกอม ซึ่งเปนที่ทราบกันดี ในประวัติศาสตรวา ดารุล อัรกอม ดังนั้นทานจึงเปนหนึ่งในบรรดาผูที่เขารับอิสลามชุดแรก และในขณะที่ทานนบีอนุมัติใหบรรดาศอหะบะหอพยพไปมะดีนะห เพื่อหลบหนีการรังแกของฝายกุเรช ซึ่งไมพอใจศาสนาใหมของพวกเขานั้นปรากฎวาทานอับดุลเลาะห บินญะฮฺช เปนผูอพยพรายที่สองรองจากทาน อบูซะละมะหความจริง การอพยพไปในหนทางของอัลเลาะหก็ดี การที่ตองพลัดพรากจากครอบครัว และบานเกิดเมืองนอนก็ดี ไมใชเรื่องใหมสําหรับทาน (อับดุลเลาะห บินญะฮฺช)แตประการใด เพราะวาทานเองและญาติมิตรบางคน เคยอพยพไปเมืองฮะบะซะห หรือเอธิโอเปยกอนหนานี้มาแลว แตการอพยพไปมะดีนะหครั้งนี้ เหนือกวาและยิ่งใหญกวาเพราะมีครอบครัวเครือญาติ และญาติฝายบิดาทั้งหมด ซึ่งมีทั้งชายชรา คนหนุม และหญิงสาว ตลอดจนเด็กเล็กแบเบาะที่ยังไมไดหยานม ตางก็รวมอพยพไปมะดีนะหดวย แนนอนเหลือเกินวาครอบครัวของทานเหลานั้นเปนครอบครัวที่อยูในกรอบอิสลาม และตระกูลของทานเหลานั้นก็เปนตระกูลที่มีอีมาน เมื่อทั้งหมดไดออกเดินทางพนเขตมักกะหไปแลวจึงทําใหหมูบานเงียบเหงาวังเวงกลายเปนสถานที่วางเปลา คลายกับบานรางไมเคยมีคนหนึ่งคนใดไปมาหาสูทานอับดุลเลาะหกับคณะอพยพไปไดยังไมเทาไร พวกหัวหนาฝายกุเรชก็ออกตรวจตราทั้งทุกหมูบานใน มักกะห เพื่อจะรูวามุสลิมกลุมใดอพยพไปแลวและกลุมใดยังคงอยูอยางเดิม และในจํานวนผูออกตรวจตรานั้นมี อบูญะฮฺช และ อุตบะห บิน รอบีอะหรวมอยูดวย
  • 46. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 46อุตบะห มองดูบานของ บนีญะฮฺช ซึ่งลมไดพัดเอาฝุนมาปกคลุมเต็มหนาบานไปหมด เขากลาววา : "บัดนี้หมูบานของ บนีญะฮฺช กลายเปนบานรางไปเสียแลว เสียงลมที่หวีดหวิวนั้นคลายกับเสียงรอง ไหรําพันถึงคนที่เคยอยูอาศัย"เมื่ออบูญะฮฺลฺไดยินเชนนั้นจึงถาม เพื่อเปนการเหยียดหยาม บนีญะฮฺช วา :"ก็พวกนั้นเปนใครกันเลาถึงกับตองทิ้งบาน จนกระทั่งบานตองรองไหรําพันถึงพวกเขา?"ตอมา อบูญะฮฺลฺ ก็ไดเขายึดบานของทาน อับดุลเลาะห ซึ่งเปนบานที่งดงามกวาหลังอื่นและมีพรัพยสิน อยูมากมาย และอบูญะฮฺลฺก็เขาคนบาน ยึดเอาทรัพยสิน เครื่องเรือนไปหมดสิ้นคลายกับวา ตนเองเปนเจาของบานเสียเอง เมื่อขาวนี้รูถึงทาน อัลดุลเลาะห บินญะฮฺช ทานจึงเลาใหทานรอซูลทราบ ทานรอซูลจึงกลาววา :"โอ อับดุลลอฮฺ ทานไมพอใจดอกหรือที่อัลเลาะหจะทรงใหบานหลังหนึ่งแกเธอแทนบานหลังนั้นในสวรรค"ทาน อับดุลลอฮฺ กลาววา : ฉันพอใจแลว โอทานรอซูล"ทานรอซูล จึงกลาววา : ถาทานพอใจทานก็จะไดรับเชนนั้น"คําพูดของทานรอซูล ทําใหทาน อับดุลเลาะห สบายใจขึ้นและทําใหเขาเปนปกติสุข แตทาน อับดุลเลาะห บินญะฮฺช เกือบจะไมทันไดตั้งหลักแหลงในมะดีนะหอยางที่ไดมุงหวังไว จากการที่ตองอพยพรอนแรม ในครั้งแรกที่ไปเอธิโอเปย และครั้งที่สองที่ มะดีนะห และเกือบไมไดสัมผัสกับบรรยากาศแหงความสุขสมหวังจากการตอนรับ เอาใจใสของชาวอันซอร หลังจากที่ตองทนทุกขตอการคุกคามจากน้ํามือของฝายกุเรช จนกระทั่งอัลเลาะห ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงมีพระประสงคใหทานประสบกับการทดสอบที่ลําบากมากที่สุด ซึ่งในชีวิตของทานไมเคยพบเชนนี้มากอนเลย โดยพระองคทรงทดสอบอยางรุนแรงที่สุด นับตั้งแต ทานไดเขารับอิสลาม
  • 47. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 47ดังนั้นเราจงฟงเรื่องราวการทดสอบครั้งสําคัญอันขมขื่นนี้เถิด เรื่องมีอยูวา ทานรอซูล ไดแตงตั้งใหซอฮาบะหจํานวนแปดทานเปนตัวแทน ในการจัดตั้งกองทหารกองแรกในอิสลาม ในจํานวนนั้นมีทานอับดุลเลาะห บินญะฮฺชฺ และมีทาน ซะอฺดฺ บิน อบีวักก็อส รวมอยูดวยทานรอซูล ไดกลาววา : "ฉันขอแตงตั้งใหผูมีความอดทนตอความหิวกระหายไดยอดเยี่ยมที่สุดเปนผูนําของพวกทาน"และทานรอซูล ก็มอบธงใหแกทาน อับดุลเลาะห บินญะฮฺชฺ ดังนั้นทานจึงเปนผูนําคนแรกของกลุมผูศรัทธา ซึ่งนับวาเปนคนแรกที่ทานรอซูลแตงตั้งใหเปนผูนําทัพทานรอซูล ไดกําหนดทิศทางการปฎิบัติการณใหทานอับดุลเลาะห บินญะฮฺชฺและมอบสาสนลับใหหนึ่งฉบับพรอมกับกําชับวา อยาเปดอานจนกวาจะไดเดินทางผานพนไปสองวันเสียกอนเมื่อกองทหารเดินทางไดสองวันแลว ทานอับดุลเลาะห จึงเปดสาสนลับฉบับนั้นอาน ซึ่งมีขอความวา :"เมื่อเจาอานสาสนของฉันฉบับนี้แลวจงเดินทางตอไปใหถึง "นัคละห"ซึ่งเปนสถานที่หนึ่งอยูระหวางฎออิฟกับ มักกะห จงซุมดูความเคลื่อนไหวของฝายกุเรช ณที่นั้น และสงขาวใหเราทราบ"ทานอับดุลเลาะหอานสาสนยังไมทันจบ ก็กลาววา : "ขอนอมรับเชื่อฟงและปฎิบัติตามคําสั่งของทานนบี "ตอมาก็บอกใหพรรคพวกไดทราบวา ทานรอซูลสั่งใหเราเดินทางไปใหถึง นัคละห เพื่อซุมดูฝายกุเรช จนกวาจะมีขาวความเคลื่อนไหวแลวแจงใหทานนบีทราบ และทานนบีหามฉันไมใหบังคับผูหนึ่งผูใด ในการรวมเดินทางไกลในครั้งนี้ ดังนั้นผูใดปรารถนา
  • 48. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 48จะตายชะฮีด และชอบเชนนั้น ก็จงไปกับฉันเถิด สวนผูไมชอบก็จงกลับไปเสีย และไมมีขอตําหนิใดๆทั้งสิ้นเมื่อพรรคพวกของทานไดฟงเชนนั้นจึงกลาววา :"เราเชื่อฟง ปฎิบัติตามคําสั่งทานรอซูลและเราตองรวมเดินทางไปพรอมกัน จนถึงจุดหมายปลายทางตามที่ทานนบีระบุไว"และแลวทั้งหมดก็ออกเดินทางตอไป จนกระทั่งถึง "นัคละห" พวกเขาคอยดักซุมอยูทามกลางความสลับซับซอนของเนินเขา เพื่อคอยดักฟงขาวความเคลื่อนไหวของฝายกุเรชจนกระทั่งวันหนึ่ง พวกเขาได แลเห็นกองคาราวานของฝายกุเรช กําลังมุงหนามาแตไกล ซึ่งในกองคาราวานนั้นมีชายสี่คนคือ อัมรุบนุลฮัด-รอมีย และ อัลฮะกัม บินกัยซานและอุสมาน บินอับดิลลาฮ อัลมุฆีเราะห ทั้งสี่คนนี้เปนผูควบคุมสินคาฝายกุเรช อันประกอบไปดวย หนังสัตว ลูกเกด และสินคาอื่นๆซึ่งพวกกุเรชเคยคาขายอยูเปนประจําดังนั้นฝายซอฮาบะหจึงตองปรึกษากันวาควรจะทําอยางไรดีเพราะเกิดปญหาวา :ถาหากเราฆาพวกนั้นก็เปนอันวาเราฆาในเดือนที่ตองหาม การกระทําเชนนั้นก็เทากับเปนการทําลายกฎขอหามของเดือนนี้ และเทากับเปนการยั่วยุใหอาหรับทั้งหลายโกรธเรา แตถาหากเราจะปลอยใหวันนี้ผานพนไป พวกนั้นก็จะตองเขาถึงเขตแผนดินตองหาม คือ มักกะห และก็กลายเปนวาพวกนั้นตองปลอดภัยจากพวกเราทันทีเหลาซอฮาบะหยังคงปรึกษากันจนกระทั่งมีมติวา ใหจูโจมเขาตอสูและยึดทรัพยเปนสินสงคราม แลวก็เริ่มปฎิบัตการณทันที ผลปรากฎวาฝายกุเรชถูกฆาตายหนึ่งคน ถูกจับตัวเปนเชลยสองคน สวนคนที่สี่หนีรอดไปไดตอจากนั้นทานอับดุลเลาะห บินญะฮฺชฺ กับพวกจึงควบคุมเชลยที่สองพรอม ดวยกองคาราวานมุงหนากลับมะดีนะหเมื่อทั้งหมดมาถึงก็ไดรายงานการปฎิบัติการณทั้งหมดใหทานรอซูล ทราบ แตปรากฎวาทานรอซูลไมเห็นดวยกับการกระทําของ อับดุลเลาะห กับพวกเขาในครั้งนี้ ทาน
  • 49. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 49รอซูลจึงกลาววา : "ขอสาบานตออัลเลาะห ฉันไมไดสั่งใหพวกทานฆา แตฉันสั่งเพียงใหสืบขาวและคอยดูความเคลื่อนไหวฝายกุเรชเทานั้น"เมื่อเหตุการณเปนเชนนี้ ทานรอซูล จึงระงับเรื่องเชลยทั้งสองไวกอนเพื่อรอการพิจารณา และทานไมได แตะตองพรัพยสินที่ยึดมาไดแมแตนอย ฝายทานอับดุลเลาะหกับพวกก็รูสึกเสียใจเปนอยางยิ่ง และคิดวาจะตองประสบกับความพินาศอันเนื่องจากที่ฝาฝนคําสั่งของทานรอซูล และตองเจ็บปวดมากยิ่งขึ้นอีกเมื่อทราบวา ฝายกุเรชไดฉวยโอกาสนําเอาเหตุการณครั้งนี้เปนเปาโจมตี ทานรอซูล และประจานใหเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยการแพรขาวไปตามเผาตางๆวา"บัดนี้มุฮัมมัดไดทําใหเดือนที่ตองหามกลายเปนเดือนที่ฮะลาลไปเสียแลว เพราะไดกระทําการหลั่งเลือดและยึดทรัพยจับคนเปนเชลยในเดือนที่ตองหาม"ดังนั้น ไมตองถามหรอกวาทานอับดุลเลาะห บินญะฮฺชฺ กับพวกจะโศกเศรามากเพียงใดตอเหตุการณที่เกิดขึ้น และไมตองถามอีกเหมือนกันวา พวกเขาจะอับอายทานรอซูล ขนาดไหนตอเรื่องที่พวกเขากอขึ้นจนเปนเหตุทําใหทานรอซูลถูกประณามเมื่อความคับแคนใจทวีมากขึ้น และเกิดความทุกขอยางสุดที่จะทนไดก็มีขาวดีมาถึงพวกเขา กลาวคือ อัลเลาะห ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงพอพระทัยในการณปฎิบัติของพวกเขาแลวและบัดนี้พระองค ทรงประทานอายะหกุรอานแกทานนบีเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแลว พวกเขาดีใจเปนที่สุด พี่นองมุสลิมก็แสดงความปติยินดี และอานอายะหที่อัลเลาะหทรงประทานมา เกี่ยวกับผลงานของทาน อับดุลเลาะห บินญะฮฺชฺ ซึ่งมีความวา"พวกเขาจะถามเจาเกี่ยวกับเดือนที่ตองหาม ซึ่งการสูรบในเดือนนั้น มุฮัมมัดจงกลาวเถิดวาการสูรบในเดือนนั้นเปนสิ่งใหญโต และเปนการขัดขวางใหออกจากทางของอัลเลาะห และการปฎิเสธศรัทธาตอพระองค และการกีดกันชาวอัลมัสยิดฮะรอมออกไปนั้น
  • 50. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 50เปนสิ่งใหญโตยิ่งกวา ณ ที่อัลเลาะห และการฟตนะห -หมายถึงชิริก- นั้นใหญโตกวาการฆา" (อัลบะกอเราะห 2 : 217)เมื่ออายะห อัลกุรอานถูกประทานลงมาแลว ทานรอซูล ก็สบายใจจึงเก็บทรัพยสินที่ยึดมาได และยอมรับการไถตัวเชลยทั้งสองคน ทานรอซูล พอใจผลงานของทานอับดุลเลาะห บินญะฮฺชฺ กับพวกเปนอันมาก เพราะศึกครั้งนี้นับเปนเหตุการณสําคัญเกี่ยวกับชีวิตฝายมุสลิมและทรัพยที่ยึดไดในครั้งนี้เปนครั้งแรกในอิสลาม ผูที่ถูกฆาตายนั้นก็เปนมุชริกคนแรกที่ถูกมุสลิมฆา และเชลยทั้งสองคนนั้นก็เปนเชลยสองคนแรกที่ตกอยูในมือมุสลิม ธงก็เปนธงผืนแรกที่ทานรอซูลมอบใหกับมือของทานผูนําในการรบครั้งนั้นคือทาน อับดุลเลาะห บินญะฮฺชฺ ซึ่งเปนคนแรกที่ถูกเรียกวา "อะมีรุลมุอฺมินีน"ตอมาเกิดสงครามบะดัร ทาน อับดุลเลาะห บินญะฮฺชฺ เปนผูมีบทบาทสําคัญมากในสงครามครั้งนี้สมกับ ความศรัทธาของทานตอมาเกิดสงครามอุฮุด ในสงครามครั้งนี้มีเรื่องของทาน อับดุลเลาะห บินญะฮฺชฺกับเพื่อนคนหนึ่งชื่อทานซะอฺดฺ บิน อบีวักก็อส ซึ่งเรื่องนี้ยากที่จะลืมได เราจะปลอยใหเปนหนาที่ของทาน ซะอฺดฺ บิน อบีวักก็อชเลาใหเราฟงซึ่งทานไดเลาวา : ในสงครามอุฮุดนั้น ทานอับดุลเลาะห บินญะฮฺชฺ ไดพบฉันและถามวา "ทานไมขอดุอาอฺตออัลเลาะหหรือ?"ฉันตอบวา "ขอซิ"เราทั้งสองจึงไปขอดุอาอฺกัน ณ ที่หนึ่ง ฉันเปนผูกลาวดุอาอฺวา"โอพระผูเปนเจาของฉัน เมื่อฉันตองเผชิญหนากับศัตรูก็ขอใหฉันไดพบกับชายฉกรรจที่มีฝไมลายมือ พอๆกันและขอใหฉันไดรับชัยชนะเหนือเขา เพื่อที่ฉันจะไดฆาเขา"
  • 51. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 51ขณะที่ฉันกลาวดุอาอฺนั้น ทานอับดุลเลาะห บินญะฮฺชฺ ก็กลาวอามีน ตอจากนั้นทานอับดุลเลาะห บินญฮฺชฺ ก็กลาวดุอาอฺวา :โออัลเลาะห โปรดใหฉันพบศัตรูที่เปนชายฉกรรจที่มีฝไมลายมือในเชิงรบ ฉันจะตอสูกับเขาเพื่อพระองคและเขาก็จะตอสูกับฉัน และฆาฉันตายพรอมทั้งตัดจมูกและใบหูของฉันดวย เมื่อฉันพบพระองคในวันอาคีเราะฮฺ พระองคจะทรงถามวา ““““จมูกกับหูของเจาจมูกกับหูของเจาจมูกกับหูของเจาจมูกกับหูของเจาถูกตัถูกตัถูกตัถูกตัดนั้นเพื่อใครดนั้นเพื่อใครดนั้นเพื่อใครดนั้นเพื่อใคร”””” และฉันจะตอบวา “เพื่ออัลลอฮฺและรอซูลของพระองค” และพระองคจะทรงตรัสวา ““““เจาพูดถูกตองแลวเจาพูดถูกตองแลวเจาพูดถูกตองแลวเจาพูดถูกตองแลว""""ซะอฺดฺ บินอะบี วักก็อส ไดกลาววาคําวิงวอนของทาน อับดุลเลาะห บินญะฮฺชฺ นั้นดีกวาคําวิงวอนของฉัน เพราะฉันเห็นเขาตายในตอนเย็นวันนั้น เขาถูกฆาและถูกชําแหละศพโดยจมูกและหูของเขาถูกแขวนไวบนตนไมตนหนึ่งอัลเลาะห ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตอบรับคําวิงวอนของทาน อับดุลเลาะหบินญะฮฺชฺ และพระองคทรงเทิดเกียรติเขาโดยใหตายชะฮีด เชนเดียวกับที่พระองคเทิดเกียรตินาชายของเขาคือ ซัยยิด ชุฮะดาอฺ ทาน ฮัมซะห บินอับดุลมุฎฎอลิบดังนั้นทานรอซูลผูประเสริฐฝงเขาทั้งสองไวในหลุมเดียวกัน หยาดน้ําตาอันบริสุทธิ์ของทานตองหยดลงบนเนินดินหลุมศพซึ่งอบอวลไปดวยกลิ่นหอมของการไดรับ ซะฮีดตายในสนามรบขออัลเลาะหทรงพอพระทัยทาน ฮัมซะห และทาน อับดุลเลาะหฺ บินญะฮฺชฺ ดวยเทอญวัสสลาม
  • 52. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 52ทานอบูอุบัยดะหทานอบูอุบัยดะหทานอบูอุบัยดะหทานอบูอุบัยดะห อิบนิล ญัรร็อฮฺอิบนิล ญัรร็อฮฺอิบนิล ญัรร็อฮฺอิบนิล ญัรร็อฮฺทานอบูอุบัยดะฮฺมีใบหนางดงาม ลักษณะทาทางเปนคนราเริงเบิกบาน เรือนรางคอนขางสูง แกมตอบ มองดูแลวสบายตาแกผูพบเห็นใครไดพบเห็นก็อยากจะคบคาสมาคมดวยเสมอนอกจากมีลักษณะดังกลาวแลวทานยังเปนคนออนนอมถอมตน มีความละเอียดอีกดวย แตถึงกระนั้นก็ตามในยามหนาสิ่วหนาขวานทานจะกลายเปนเชนสิงหราย พรอมจะกระโจนเขาใสศัตรูทันที ถาจะเปรียบทานกับดาบก็จะมีสวนคลายดาบในดานความแจมจรัสแวววาวมองดูงดงาม พรอมกันนั้นก็มีความเฉียบขาดสามารถเชือดเฉือนทุกสิ่งทุกอยางไดในฉับพลันทานผูนี้เปนผูซื่อสัตยแหงประชาชาติของทานนบีมุฮัมมัด ทานมีชือวา "อามิร อิบนิ อับดิลลาฮอิบนิล ญัรร็อฮฺ อัลฟฮรีย อัลกุรอชีย" ซึ่งมีฉายานามวา "อบูอุบัยดะห" นั่นเอง
  • 53. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 53ทานอับดุลลอฮ อิบนิ อุมัร ไดแจงลักษณะของทานอบูอุบัยดะหเอาไววา :มีชาวกุเรชสามคนทั้งสามนี้มีใบหนางดงาม มารยาทดี มีความละอาย ถาหากทั้งสามทานนี้ไดสนทนากับทานพวกเขาจะไมโกหก และถาหากพวกทานสนทนากับพวกเขาพวกเขาก็จะไมกลาวหาวาทานโกหกทานทั้งสามนั้นคือ ทานอบูบักรฺ อัศศิดดี๊ก ทานอุสมานบินอัฟฟาน และทานอบูอุบัยดะห อิบนิล ญัรร็อฮฺทานอบูอุบัยดะห เปนผูหนึ่งในบรรดาผูเขารับอิสลามรุนแรก เพราะเขารับอิสลามในวันถัดมาจากการเขารับอิสลามของทานอบูบักรฺ และไดเขารับอิสลามตอหนาทานอบูบักรฺ ทานอบูบักรฺไดนําทานอบูอุบัยดะห ทานอับดุรเราะหมานอิบนิ เอาฟฺ ทานอุสมาน อิบนิ มัซอูน และทานอัรกอม อิบนิ อบีอัรกอม ไปหา ทานนบี โดยทั้งหมดไดปฎิญาณตน"กะลิมะห ชะฮาดะห" ตอหนาทานนบี และทั้งหมดนี้นับเปนฐานสําคัญชุดแรกที่รองรับความบรรเจิดจาของอิสลามอันยิ่งใหญทานอบูอุบัยดะหใชชีวิตอยูในมักกะห ทามกลางการทดสอบอันลําบากยากเข็ญตั้งแตแรกเริ่มจนกระทั่งถึงวาระสุดทายตองเผชิญกับความรุนแรง ความโหดเหี้ยมทารุณความเจ็บปวด และความเศราโศก พรอมกับเพื่อนพี่นองมุสลิมรุนแรกชนิดที่ไมเคยมีสาวกศาสนาใดในโลกเคยประสบเชนนี้มากอนเลย แตทานก็ยังยืนหยัดในอุดมการณอันถูกตองไมหวั่นไหว ทานเชื่อในอัลเลาะห และรอซูลในทุกๆสภาพการณความทุกขของทานอบูอุบัยดะหในวันสงคราม "บะดัร" นั้น รุนแรงเกินกวาจะคาดคะเนจนไมสามารถจะวาดมโนภาพไดกลาวคือในวันนั้นทานอบูอุบัยดะหตอสูกับฝายศัตรูอยางเต็มภาคภูมิเคียงบาเคียงไหลกับบรรดาทหารหาญผูไมประหวั่นพรั่นพรึงกับความตาย จึงทําใหพวกมุชริกีนครั่นคราม ทานบุกตะลุยเขาหาศัตรูอยางไมคิดชีวิต ทําใหพวกทหารมาฝายกุเรชตองระมัดระวังและถอยหางทุกครั้งที่ตองเผชิญหนากัน แตมีฝายกุเรชคนเดียวเทานั้นที่คอยติดตามทานอบูอุบัยดะหอยูทุกฝกาว ทานอบูอุบัยดะหก็คอย
  • 54. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 54หลบหลีกที่จะเผชิญหนากับเขาแตชายผูนั้นก็ยังพยายามบุกจูโจมเขามาหา ไมวาทานจะหลบไปทางไหนเขาก็ดักหนาหาโอกาสเลนงาน ทานอบูอุบัยดะหตองยืนปกหลักตอสูกับศัตรู และในขณะเดียวกันก็หลบหลีกชายผูนั้นพรอมกันไปดวย จนกระทั่งวินาทีสุดทายทานอบูอุบัยดะหไมสามารถทนสภาพเชนนั้นตอไปได ทานจําตองประดาบกับชายผูนั้น และตอสูกันจนในที่สุดดาบของทานอบูอุบัยดะหก็ฟนถูกกลางศีรษะชายผูนั้น กระโหลกศีรษะแบะออกเปนสองซีกหมุนควางดับดิ้นลงกองกับพื้นตอหนาทานอบูอุบัยดะหทันทีทานพี่นองที่เคารพ อยาพยายามทํานายเลยวาชายที่ถูกดาบฟนศีรษะผูนั้นเปนใคร? ขาพเจาไดกลาวมาแตตนแลวมิใชหรือวาการทดสอบครั้งนี้รุนแรงเกินกวาจะคิดคาดคะเนได และเกินกวาที่จะวาดมโนภาพใดๆได เพราะทานจะยังปวดหัวหนักขึ้นไปอีกหากทานทราบวาชายที่ถูกฆาตายนั้นคือ "อับดุลลอฮฺ อิบนิล ญัรร็อฮฺ" ซึ่งเปนบิดาของทานอบูอุบัยดะหนั่นเองเปลาทานอบูอุบัยดะฮฺไมไดฆาบิดา หากแตทานฆาชิรกฺที่สถิดยอยูในเรือนรางของบิดาของทานตางหาก เกี่ยวกับเรื่องของอบีอุบัยดะหที่ฆาพอตนเองในสงครามบะดัรนั้นอัลเลาะห ทรงประทานอัลกุรอานลงมา ซึ่งมีความวา :"(มฮัมมัด) เจาจะไมพบพวกหนึ่งพวกใดที่ศรัทธาตออัลเลาะห และวันปรโลก(ซึ่งพวกนั้นรวมระหวางการศรัทธา)และรักใครผูปฎิเสธอัลเลาะห และรอซูลของพระองค(เอาไวในขณะเดียวกัน) ถึงแมวาผูปฎิเสธอัลเลาะหและรอซูลนั้นจะเปนบิดา มารดา(ที่รักยิ่งของพวกเขา) หรือเปนบุตรของพวกเขา หรือเปนวงศษาคณาญาติของพวกเขา (เพราะการศรัทธานั้นยับยั้งที่จะใหทําเชนนั้น การรักษาไวซึ่งอีหมานสําคัญกวาความเปนพอ ความเปนลูก ความเปนพี่นอง หรือวงศษาคณาญาติ) พวกที่ไมรักผูปฎิเสธอัลเลาะหและรอซูลนั่นแหละ อัลเลาะหทรงใหอีหมาน ศรัทธา แนนแฟนอยูในหัวใจของพวกเขาแลวและอัลเลาะหไดทรงใหพวกเขาแข็งแกรงดวยความชวยเหลือของพระองค(จนชนะศัตรูของพวกเขา)และพระองคจะทรงใหพวกเขาไดเขาสวนสวรรค ซึ่งมีธารน้ําไหลอยูเบื้องลาง โดยจะทําใหพวกเขาพํานักอยูในนั้นตลอดกาล อัลเลาะหทรงรักการกระทําของพวกเขาแลว และพวกเขาก็ดีใจตอสิ่งที่
  • 55. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 55พระองคทรงประทานแกพวกเขา ชนเหลานั้นแหละคือทหารของพระองค(ซึ่งพวกเขาตอบสนองตอบพระบัญชาของพระองค และชวยเหลือผูที่เปนที่รักของพระองค)แนแททหารของอัลเลาะหนั้น พวกเขาจะไดรับชัยชนะทั้งโลกนี้และโลกหนา"(อัลมุญาดะละฮฺ : 22)เรื่องดังกลาวไมใชเรื่องแปลกสําหรับทานอบูอุบัยดะหที่ไดรับคําสรรเสริญวาเปนผูศรัทธาอีหมานตออัลเลาะห และอีมานตอคําสอนของศาสนาอยางแข็งแกรงและไดรับความไววางใจใหเปนผูซื่อสัตยแหงประชาชาติของทานนบี มุฮัมมัด ซึ่งเปนการบรรลุถึงการมีจิตใจอันสูงสงยิ่งใหญ ณ อัลลอฮฺทานมุฮัมมัด อิบนิ ญะอฺฟรไดเลาวา มีชาวคริสตกลุมหนึ่งมาหาทานรอซูล และกลาววา :โอทานอบูกอซิม จงสงศอหะบะหที่ทานพอใจคนหนึ่งใหไปกับเรา เพื่อใหเขาตัดสินปญหาเกี่ยวกับทรัพยสินที่พวกเราขัดแยงกันอยู แทจริงพวกทานซึ่งเปนชาวมุสลิมนั้นเปนที่พึงพอใจสําหรับพวกเราทานรอซูลจึงกลาววา :เวลาเย็นพวกทานจงมาหาฉันอีกครั้งหนึ่ง ฉันจะมอบผูเขมแข็งที่ซื่อสัตยใหไปเปนผูตัดสินทานอุมัร อิบนิล ค็อฎฎ็อบ ไดกลาววา :ฉันไปละหมาดแตเนิ่นๆ ความจริงฉันไมชอบที่จะไดรับแตงตั้ง แตที่ฉันชอบในวันนี้เพราะอยากจะไดเปนเจาของผูมีลักษณะอยางที่ทานนบีกลาวไวคือ ผูเขมแข็ง ผูซื่อสัตย
  • 56. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 56เมื่อทานรอซูลเปนอิหมามนําละหมาดเสร็จแลว ทานก็มองไปทางขวาและทางซายฉัน(ทานอุมัร)ก็พยายามยืดตัวใหสูงขึ้นเพื่อทานรอซูลจะไดมองเห็น แตสายตาของทานยังคงมองผานพวกเราไปเรื่อยๆจนกระทั่งทานเห็น อบูอุบัยดะห อิบนิล ญัรร็อฮฺทานจึงเรียกเขาและสั่งวา :จงออกไปพรอมกับพวกคริสเตียน และจงตัดสินขอขัดแยงระหวางพวกเขาดวยความเปนธรรมทานอุมัรกลาววา :ฉันจึงหมดโอกาส จึงไดแตเพียงนึกเสียดายโดยกลาววา นั่นอบูอุบัยดะหออกเดินทางไปพรอมกับพวกนั้นแลวทานอบูอุบัยดะห มิไดเปนเพียงผูซื่อสัตยเทานั้น แตทานยังเคยรวมพลังเพื่อความซื่อสัตยอีกดวยเพราะพลังดังกลาวนั้นเกิดขึ้นแลวในหลายแหงอาทิเชนครั้งหนึ่งทานรอซูล สงศอหะบะหกลุมหนึ่งใหออกไปดักกองคาราวานบรรทุกสินคาของฝายกุเรช และแตงตั้งใหทานอบูอุบัยดะหเปนหัวหนา โดยทานรอซูลไดมอบอินทผลัมใหหนึ่งถุงเปนเสบียง โดยไมมีของอื่นๆอีกเลย ดังนั้นทานอบูอุบัยดะหจึงใหทุกคนกินอินทผลัมคนละหนึ่งเม็ดตอหนึ่งวัน ดวยเหตุนี้ทุกคนจึงไดแตดูดๆแลวก็ดื่มน้ํา เทานี้ก็พอแลวสําหรับวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง !วันหนึ่งในสงครามอุฮุด ขณะที่ฝายมุสลิมเพลี่ยงพล้ํา ฝายมุชริกีนตะโกนกองวา :พวกเจาจงมอบตัวมุฮัมมัดใหเราเถิด พวกเจาจงมอบตัวมุฮัมมัดใหเราเถิดทานอบูอุบัยดะหเปนหนึ่งในสิบคนซึ่งหอมลอมทานรอซูลเพื่อปองกันทานรอซูลโดยหันหนาอกออกรับคมหอกคมดาบแทนทานรอซูลจนกระทั่งสงครามสงบ ปรากฎวา
  • 57. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 57ทานรอซูลนั้นฟนกรามหัก หวงเหล็กเสื้อเกราะสองอันทิ่มติดหนาผากทาน ทานอบูบักรฺอัศศิดดี๊ก คิดจะดึงออก แตทานอบูอุบัยดะหกลาวขึ้นวา : ใหฉันเอาออกเองจะดีกวาทานอบูบักรฺจึงปลอยใหเปนหนาที่ของอบูอุบัยดะหเพราะทานเกรงวาถาหากใชมีดดึงจะทําใหทานรอซูลเจ็บปวด ทานจึงใชฟนหนาขบอยางแรง จึงทําใหเศษเหล็กอันแรกหลุดออกมาได พรอมกันนั้น ฟนของทานเองก็หักไปหนึ่งซีก และทานก็ใชฟนขบเศษเหล็กอีกอันหนึ่งออก จนกระทั่งฟนของทานหักอีกหนึ่งซี่เชนกันทานอบูบักรฺ จึงกลาววา : ทานอบูอุบัยดะหนั้น เปนผูที่มีฟนหนาหักไดสวยจริงๆทานอบูอุบัยดะหเขารวมสงครามกับทานรอซูลทุกครั้ง นับตั้งแตเริ่มเปนศอหะบะหจนกระทั่งสิ้นชีวิตครั้งหนึ่งในวันรับสัตยาบันแกทานอบูบักรฺใหเปนคอลีฟะหทานแรก ซึ่งการรับสัตยาบันครั้งนั้นไดแลวเสร็จสมบูรณ ณ บริเวณบานของ "บนีซาอิดะห" กอนที่ทานอบูบักรฺจะไดรับการคัดเลือกนั้น ทานอุมัรไดกลาวกับทานอบีอุบัยดะหวา :จงยื่นมือมาเถิดฉันจะใหสัตยาบันตอทาน เพราะฉันเคยไดยินทานรอซูลกลาววาแทจริงทุกๆประชาชาตินั้นมีผูซื่อสัตยและทานก็คือ ผูซื่อสัตยของประชาชาตินี้แตทานอบูอุบัยดะฮฺกลับตอบวา : ฉันไมสามารถที่จะไดรับการเสนอตัวตอหนาบุรุษที่ทานรอซูลเคยใชใหเปนอิหมามนําละหมาดจนกระทั่งทานรอซูลสิ้นชีวิตไดดอกการเลือกตั้งคอลีฟะหทานแรกในอิสลามไดสิ้นสุดลง โดยทานอบูบักรฺไดรับตําแหนงคอลีฟะหและทานอบูอุบัยดะหเปนผูชี้แจงที่ดีเกี่ยวกับขอเท็จจริงใหทานอบูบักรฺและเปนผูเกื้อหนุนทานอบูบักรฺในดานความดีงาม ตอมาเมื่อทานอบูบัรฺไดมอบหมายตําแหนงคอลีฟะหใหทานอุมัรฺ ทานอบูอุบัยดะหก็ไมขัดของ แตกลับยอมเชื่อฟงและปฎิบัติตามโดยไมเคยฝาฝนคําสั่งเลยนอกจากเพียงครั้งเดียวเทานั้น
  • 58. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 58ทานทั้งหลายทราบไหมวาเรื่องที่ทานอบูอุบัยดะหฝาฝนคําสั่งคอลีฟะหของมุสลิมีนนั้นคืออะไร?เรื่องเกิดขึ้นขณะที่ทานอบูอุบัยดะห อิบนิ ญัรร็อฮฺกําลังปฎิบัติหนาที่เปนแมทัพมุสลิมอยู ณ เมืองชามหรือซีเรีย โดยไดรับชัยชนะครั้งแลวครั้งเลา จนกระทั่งพิชิตซีเรียไดทั้งหมดกลาวคือ ทางทิศตะวันออกเขายึดครองไดถึงแมน้ํา "ฟุร็อต" ทางดานทิศเหนือเขายึดครองถึงเอเชียนอยขณะนั้นที่เมืองชามเกิดโรคระบาด ชนิดที่ประชาชนไมเคยประสบมากอนเลย โรคระบาดครั้งนี้คราชีวิตประชาชนคนแลวคนเลา ฝายทานคอลีฟะหอุมัรฺนั้นก็ไมไดนิ่งนอนใจทานไดสงทูตคนหนึ่งนําสาสนไปใหทานอบูอุบัยดะห ซึ่งสาสนนั้นมีขอความวา :ฉันมีเรื่องสําคัญที่ตองปรึกษากับทาน เมื่อทานไดรับสาสนนี้ในยามค่ําคืน ฉันมั่นใจวาทานตองเดินทางมาหาฉันทันทีโดยไมตองรีรอจนถึงรุงเชา ถาสาสนนี้ถึงมือทานในเวลากลางวันฉันมั่นใจวาทานตองเดินทางมาหาฉันโดยทันทีโดยไมรีรอจนถึงเวลาเย็นเมื่อทานอบูอุบัยดะฮฺไดรับสาสนของทานอุมัรฺ ทานก็กลาววา : ฉันทราบดีวาทานอะมีรุลมุอฺมินีนมีเรื่องสําคัญอันใดกับฉัน นั่นก็คือ ทานตองการจะสงวนชีวิตของผูไมจีรังยั่งยืนเอาไวจากนั้นทานอบูอุบัยดะหจึงสงสาสนตอบทานคอลีฟะหอุมัรฺไปวา :โอทานอะมีรุลมุอฺมินีน ความจริงขาพเจากําลังปฎิบัติหนาที่ทางทหารของมุสลิมอยูขาพเจาไมชอบเอาตัวรอด โดยปลอยใหพวกทหารตองประสบเคราะหกรรมเพียงลําพังและขาพเจาไมตองการที่จะจากพวกเขาไปจนกวาอัลเลาะหจะทรงตัดสินเรื่องของขาพเจาและเรื่องของพวกเขา ดังนั้นเมื่อทานไดรับสาสนของขาพเจานี้แลว ก็จงเลิกคิดไดเลยวาขาพเจาจะรีบกลับไปหาทาน และจงอนุมัติใหขาพเจาอยูตอไป ณ ที่นี้ดวยเถิดเมื่อทานคอลีฟะหอุมัร ไดอานสาสนของอบูอุบัยดะหจบลง ทานก็รองไหจนน้ําตานองหนา ผูที่อยูดวย ณ ที่นั้น เห็นสภาพของทานอุมัรฺรองไหโฮอยางนั้นจึงถามวา :
  • 59. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 59โอทานอะมีรุลมุอฺมินีน ทานอุบัยดะหสิ้นชีวิตแลวกระนั้นหรือ?ทานอุมัรฺ ตอบวา : ยังหรอก..เขายังไมตาย แตความตายนั้นกําลังอยูใกลเขาเหลือเกินการคาดคิดของทานอุมัรฺ ใกลเคียงกับความจริง เพราะอีกไมกี่วันตอมาทานอบูอุบัยดะหก็สิ้นชีวิตดวยโรคระบาดนั้นเองเมื่อวาระสุดทายแหงชีวิตมาถึง ทานอบูอุบัยดะหไดกลาวกับบรรดาทหารวา :ฉันขอสั่งเสียพวกทาน ถาหากใครปฎิบัติก็จะไดรับความดี กลาวคือ ขอใหทานทั้งหลายจงดํารงละหมาด จงถือศิลอดในเดือนรอมฎอน จงบริจาคซะกาต จงทําฮัจญและอุมเราะห จงอดทนจงใหคําแนะนําตักเตือนผูนํา อยาไดฝาฝนเขา จงอยาลุมหลงโลกนี้ ใครก็ตามตอใหเกิดแลวตาย ตายแลวเกิดอีกพันครั้งเขาก็จะไมมีสวนไดรับความตายในสถานะอยางฉันนี้ ซึ่งพวกทานกําลังเห็นอยู วัสสะลามมุอะลัยกุม วะเราะฮฺมะตุลลอฮฺพลางทานก็หันไปหาทานมุอาช อิบนิ ญะบัล และกลาววา :โอทานมุอาช จงนําละหมาดแทนฉันดวยเถิดตอมาอีกไมนานทานก็สิ้นชีวิต ทานมุอาชไดยืนขึ้น และกลาววา :พี่นองที่รัก ขณะนี้พวกทานตองเศราโศกเสียใจกับการจากไปของชายผูหนึ่ง ขอสาบานตออัลเลาะหวา ฉันไมเคยเห็นชายคนใดที่ออกหางความชั่วที่แฝงไวดวยการอิจฉาริษยายิ่งไปกวาเขา ไมเคยเห็นชายคนใดรักการมีจุดจบของชีวิตในสนามรบยิ่งไปกวาเขาและไมเคยเห็นชายคนใดตักเตือนประชาชนไดยอดเยี่ยมยิ่งไปกวาเขา ดังนั้นพวกทานทั้งหลายจงขอความเมตตาจากอัลเลาะห ใหพระองคทรงเมตตาทานอบูอุบัยดะห อิบนิลญัรร็อฮฺ ดวยเถิด แลวอัลเลาะหจะทรงเมตตาพวกทาน
  • 60. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 60ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิทานอับดุลลอฮฺ อิบนิทานอับดุลลอฮฺ อิบนิทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูดมัสอูดมัสอูดมัสอูดเมื่ออับดุลลอฮฺ อิบนุมัสอูด กําลังยางเขาสูวัยหนุม แตยังไมบรรลุนิติภาวะ เขาไดออกจากบานไปสูทุงหญาเลี้ยงสัตวตามไหลเขาในมักกะฮฺ ซึ่งอยูหางไกลจากผูคน เพื่อรับจางเลี้ยงแกะใหหัวหนาของชาวกุเรชคนหนึ่งชื่อ "อุกบะห บินมุอี๊ด" ใครๆก็เรียกอับดุลลอฮฺวา "อิบนุ อุมมิอับดฺ" ทั้งที่ชื่อจริงของทานคือ "อับดุลลอฮฺ" และบิดาของทานชื่อ "มัสอูด"
  • 61. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 61เด็กหนุมผูนี้ไดยินขาวของนบีทานหนึ่ง ซึ่งปรากฎในหมูชนของเขา แตเขาก็ไมสนใจเพราะยังเยาววัยอยูและไมคอยไดสังคมกับชาวมักกะห อีกอยางหนึ่งเขาเอาแตขมักเขมนอยูกับการออกไปเลี้ยงแกะของ "อุกบะห" ตั้งแตเชาตรู กวาจะกลับเขาบานก็มืดค่ํา อยูมาวันหนึ่ง "อับดุลลอฮฺ อิบนุมัสอูด" หนุมนอยชาวมักกะหมองเห็นชายสูงอายุสองคน กิริยาทาทางนาเลื่อมใสทั้งคู มุงหนามาหาเขาแตไกลดูทั้งสองจะรูสึกเหน็ดเหนื่อยมาก กระหายน้ําจนปากคอแหงผากเมื่อทั้งสองมาถึงก็ใหสลามและกลาววา : พอหนุมนอย ชวยรีดนมแกะเหลานี้ใหเราดื่มดับกระหายดวยเถิดอับดุลลอฮฺตอบวา : ฉันรีดนมใหไมได เพราะแกะเหลานี้ไมใชเปนสิทธิ์ของฉัน ฉันเปนเพียงแตไดรับความไววางใจใหเปนผูดูแลเทานั้นชายทั้งสอง ไมวากระไรตอคําปฎิเสธของอัลดุลลอฮฺ แตกลับมีสีหนาแสดงความพอใจ และชายอีกคนหนึ่งก็กลาวกับอับดุลลอฮฺวา : บอกหนอยชิวาแกะตัวไหนที่ยังไมเคยผสมพันธุอับดุลลอฮฺจึงชี้ไปที่แกะตัวหนึ่งซึ่งอยูใกลๆนั้น ชายผูนั้นจึงเดินเขาไปจับไว ใชมืออีกขางหนึ่งรีดนมของมันพรอมกับกลาวพระนามของอัลเลาะห อับดุลลอฮฺ มองดูชายผูนั้นอยางแปลกใจ พลางก็นึกอยูวา :แลวเมื่อไหรน้ํานมมันจะไหลออกมา?" แกะตัวเล็กนิดเดียวมิหนําซ้ํายังไมเคยผสมพันธุอีกดวย จะมีน้ํานมไดอยางไร?แตทันใดนั้นเตานมเริ่มพองตัวและมีน้ํานมพุงออกมาเปนจํานวนมาก ชายอีกคนหนึ่งรีบใชมือทั้งสองปองนมไวจนเต็มชายทั้งสองก็ดื่มนม และใหฉันดื่มดวย ฉันเกือบไมเชื่อสิ่งที่ไดเห็นกับตา เมื่อเราดื่มจนอิ่มแลวชายผูนั้นก็กลาวกับเตานมแกะวา "จงแหงลงเถิด"
  • 62. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 62ทันใดนั้นมันก็คอยๆยุบลงจนกระทั่งกลับคืนสูสภาพเดิมอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด จึงกลาวกับชายผูมี "บะรอกัต" วา : ชวยสอนคําที่ทานกลาวนั้นใหฉันดวยซิชายผูนั้นตอบวา : เจาเปนเด็กหนุมที่มีทีทาวาจะเปนบุคคลสําคัญดังกลาวนี้ คือจุดเริ่มตนชีวประวัติของทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด ซึ่งเกี่ยวโยงกับศาสนาอิสลาม เพราะชายผูประเสริฐนั้นมิใชใครอื่น คือทานรอซูล และอีกทานหนึ่งเปนเพื่อนสนิทของ ทานรอซูล คือทานอบูบักรฺ ซึ่งในวันนั้นทั้งสองออกจากบาน มุงมายังซอกซอยตามภูเขาในมักกะห เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เกินขอบเขตของฝายกุเรชซึ่งกอความเดือดรอน และกอกรรมทําเข็ญตอทานทั้งสอง และเชนเดียวกันที่เด็กหนุมผูนั้นชื่นชอบทานรอซูล กับเพื่อนสนิทของทาน ทานทั้งสองพึงพอใจเด็กหนุมผูนั้นมาก ชื่นชมในความมีอะมานะหเปนที่ไววางใจ และความเด็ดขาดของเขาทั้งสองไดสังเกตเห็นอากัปกิริยาที่สอวาจะมีอนาคตดีวันเวลาผานพนไปไมกี่วัน อับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด ก็รับนับถือศาสนาอิสลาม และเสนอตัวตอทานรอซูล ขออยูรับใชทาน ทานก็รับไวตั้งแตนั้นเปนตนมา อับดุลลอฮฺ อิบนิมัสอูด เด็กหนุมผูโชคดีก็เปลี่ยนสภาพจากเด็กเลี้ยงแกะ เปนผูรับใชทานนบีมุฮัมมัดผูนําของประชาชาติทั้งผอง ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด อยูกับทานรอซูลเปนประจํามิไดออกหาง คอยติดตามคลายดังเงา บริการรับใชมิไดหางไมวาทานรอซูล จะอยูกับบานหรือในยามที่จะตองเดินทาง ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูดจะอยูใกลชิดทานรอซูล ทั้งในบานและนอกบาน เมื่อทานรอซูลตองการจะตื่นนอนเวลาใด อับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด ก็จะปลุกให เมื่อทานรอซูลอาบน้ํา อับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด ก็จะหาสิ่งปดกลั้นบังตาให ทานรอซูลจะออกจากบาน ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด ก็จะสวมรองเทาให เมื่อทานรอซูลเดินทางถึงที่หมายและจะเขาไปในสถานที่นั้นๆทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด จะถอดรองเทาให และจะเก็บรองเทากับไมซิวาก(ไมถูฟน)ไวดวย เมื่อทานรอซูลเขาหองนอน ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด ก็จะเฝาอยูหนาประตู ยิ่งกวานั้นทานรอซูล ยังอนุญาตใหเขาขางในบานไดตามสะดวกอีกดวย และยิ่งกวานั้นทานรอซูล ยังอนุมัติใหรูความลับไดโดยไมมี
  • 63. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 63ขอตําหนิใดๆ และไมถือวาเปนเรื่องละเมิด จนกระทั้งถูกขนานนามวา "เปนผูรักษาความลับของ ทานรอซูล"ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิมัสอูด ไดรับการอบรมอยูในบานของทานรอซูล คนพบแนวทางที่ถูกตองดวยการแนะนําของทานรอซูล มีมารยาทงดงามตามมารยาทของทานรอซูล มีบุคลิกคลายกับบุคลิกของทานรอซูล เอาเยี่ยงอยางทานรอซูลทุกประการ จนกระทั้งกลาวกันวา ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด นั้นใกลชิดทานรอซูล มากกวาผูอื่น ทั้งดานการกระทําบุคลิกภาพ และจริยธรรมทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด ไดรับการศึกษาที่โรงเรียนของทานรอซูล ดังนั้นทานอับดุลลอฮฺจึงเปนศอหะบะหที่อานอัลกุรอานเกง เขาใจความหมาย ตลอดจนรูบทบัญญัติของอัลเลาะหยิ่งกวาศอหะบะหทานอื่นๆ ดังกลาวมานี้ไดรับการยืนยันจากชายผูหนึ่ง ซึ่งทานไดมาหาทาน อุมัร อิบนิล คอฎฎ็อบ ซึ่งกําลังอยูที่ทุงอะรอฟะหชายผูนั้นกลาววา : โอทานอะมีรุลมุอฺมินีน ฉันมาจาก "กูฟะห" และไดปลอยใหชายผูหนึ่งซึ่งทองจํากุรอานไวที่นั้นทานอุมัร โกรธมาก ทานถึงกับอุทานเสียงดังลั่น ไดยินตั้งแตหัวขบวนจนถึงทายขบวนที่มาจาก กูฟะหวา :เจานี่แยจริงๆ ทิ้งใครไวที่กูฟะหหรือ?ชายผูนั้นตอบวา : ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูดเมื่ออุมัร หายตกใจทานจึงกลาววา :แยจริง ขอสาบานตออัลเลาะห ถาพวกเจามาจากกูฟะหอีก ครั้งนี้จําเปนอยางยิ่งที่จะตองนํา อับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูดมาดวย เพราะทานเปนคนสําคัญมากคนหนึ่ง ฉันจะเลาเรื่องความสําคัญของทานอับดุลลอห บิน มัสอูด ใหเจาฟงตอจากนั้น ทานอุมัร ก็เริ่มเลาเรื่องวา :ครั้งหนึ่งมืดแลว ทานรอซูล ไปหาทานอบูบักรฺ และตางก็สนทนาเกี่ยวกับ
  • 64. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 64กิจการของพี่นองมุสลิม ฉัน(หมายถึงทานอุมัร)ก็อยูรวมเจรจาครั้งนั้นดวย เสร็จแลวทานรอซูล ก็กลับบาน พวกเราก็ออกมาดวย ขณะที่เดินผานมัสยิดก็เห็นชายผูหนึ่งยืนละหมาดอยู ไมรูแนชัดวาทานคือใครทานรอซูลจึงหยุดฟงและหันมากลาววา :ผูใดอยากจะภาคภูมิใจวาอานกุรอานมีอรรถรสไพเราะเหมือนกับที่กุรอานถูกประทานมา ก็จงอานตาม "อิบนิ อุมมิ อับดฺ" (หมายถึงทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูดเถิด)จนกระทั้งทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด ละหมาดเสร็จก็นั่งขอดุอาอฺ ทานรอซูลจึงกลาววา : จงขอเถิด อัลเลาะหจะทรงตอบสนองตามความตองการทานอุมัร เลาตอไปวา ฉันนึกในใจวา ขอสาบานตออัลเลาะห ฉันจะตองรีบเขาไปบอกอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด ใหทราบขาวที่นายินดีนี้วาทานรอซูล รับประกันการขอดุอาอฺครั้งนี้แลว จะขอสิ่งใดก็จะไดสมความปรารถนาทุกประการ แตเมื่อฉัน(หมายถึงทานอุมัร) เขาไปก็พบวาทานอบูบักรฺเขามาบอกขาวดีแกทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด อยูกอนแลว ฉันขอสาบานตออัลเลาะหวา ฉันไมเคยไดมีโอกาสแขงขันเรื่องทําความดีกับทานอบูบักรฺเลยเพราะทานอบูบักรฺตองทํากอนฉันเสมอเกี่ยวกับความรูในคัมภีรอัลกุรอานของทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูดนั้น ทานเคยกลาววา :ขอสาบานตออัลลอฮฺ ผูซึ่งไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากพระองคเทานั้น ทุกๆครั้งที่คัมภีรถูกประทานลงมา ฉันตองรูวา ลงมา ณ ที่ใด และลงมาเกี่ยวกับเหตุการณใด ถาหากวามีผูอื่นรูมากกวาฉัน ฉันตองไปหาเขาแนนอน ถาไมมีอุปสรรคใดๆที่ฉันจะไปใหถึงผูนั้นทานอับดุลลอฮฺมิไดแอบอางตัวเอง แตทานอุมัร ก็เปนประจักษพยานใหดวยเพราะคืนหนึ่งขณะที่ทานอุมัร ออกเดินตรวจตราทองที่อยูนั้น ทานพบกองคาราวานบรรทุกสินคาในระหวางทาง ความมืดเขาปกคลุมจนไมสามารถรูวาใครเปนใครอยูในกอง
  • 65. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 65คาราวานนั้น ไมรูวาทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูดรวมอยูในกองคาราวานนั้นดวย ทานอุมัรจึงใชใหชายผูหนึ่งรองถามวา : กองคาราวานนี้มาจากไหน?ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด (ซึ่งไดรวมมากับกองคาราวานนั้นดวยแตฝายทานอุมัรไมมีผูใดรูเพราะตางก็อยูในความมืด) จึงตอบดวยกุรอานวา มาจาก""""ฟจญินอะมี๊กฺฟจญินอะมี๊กฺฟจญินอะมี๊กฺฟจญินอะมี๊กฺ"""" หมายถึง "เสนทางอันแสนไกล" ( อัลฮัจญ 22 :27 )ทานอุมัร ไดยินดังนั้นจึงถามวา : แลวพวกเจาจะไปแหงหนใด?ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด ก็ตอบดวย อัลกุรอาน อีกวา :""""อัลบัยติลอะติ๊กอัลบัยติลอะติ๊กอัลบัยติลอะติ๊กอัลบัยติลอะติ๊ก"""" หมายถึง "บัยตุลลอฮ" (อัลฮัจญ 22:29)เมื่อทานอุมัร ไดยินคําตอบจากอัลกุรอานเชนนั้นจึงบอกกับพรรคพวกวา :ในกองคาราวานนี้ผูมีความรูรวมอยูดวยแนๆทานจึงสั่งใหชายผูหนึ่งรองถามขึ้นอีกวา : กุรอานอายะหใดสําคัญมากที่สุด?ทานอับดุลลอฮฺตอบวา :อายะหอัลกุรซียที่มีความวา ““““อัลเลาะหนั้นคือพระเจาอัลเลาะหนั้นคือพระเจาอัลเลาะหนั้นคือพระเจาอัลเลาะหนั้นคือพระเจา ไมมีสิ่งที่ถูกเคารพสักการะไมมีสิ่งที่ถูกเคารพสักการะไมมีสิ่งที่ถูกเคารพสักการะไมมีสิ่งที่ถูกเคารพสักการะอื่นใดที่ถูกกราบไหวโดยเที่ยงแทนอกจากอัลเลาะหอื่นใดที่ถูกกราบไหวโดยเที่ยงแทนอกจากอัลเลาะหอื่นใดที่ถูกกราบไหวโดยเที่ยงแทนอกจากอัลเลาะหอื่นใดที่ถูกกราบไหวโดยเที่ยงแทนอกจากอัลเลาะห ผูทรงเปนผูทรงเปนผูทรงเปนผูทรงเปนอมตะ ไมสูญหายไมอมตะ ไมสูญหายไมอมตะ ไมสูญหายไมอมตะ ไมสูญหายไมเปลี่ยนแปลง ผูทรงบริหารโลกทั้งผองและทรงรักษามันไวเปลี่ยนแปลง ผูทรงบริหารโลกทั้งผองและทรงรักษามันไวเปลี่ยนแปลง ผูทรงบริหารโลกทั้งผองและทรงรักษามันไวเปลี่ยนแปลง ผูทรงบริหารโลกทั้งผองและทรงรักษามันไว ความงวงเหงาหาวนอนไมประสบความงวงเหงาหาวนอนไมประสบความงวงเหงาหาวนอนไมประสบความงวงเหงาหาวนอนไมประสบกับพระองคกับพระองคกับพระองคกับพระองค"""" (อัลบะกอเราะห 2 :225 )ทานอุมัรไดยินดังนั้นจึงสั่งใหรองถามอีกวา : อายะหกุรอานบทใดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด?ทานอับดุลลอฮฺตอบวา : คือ อายะหที่มีความวา""""แทจริงอัลเลาะหทรงใชบาวของพระองคใหเที่ยงธรรมแทจริงอัลเลาะหทรงใชบาวของพระองคใหเที่ยงธรรมแทจริงอัลเลาะหทรงใชบาวของพระองคใหเที่ยงธรรมแทจริงอัลเลาะหทรงใชบาวของพระองคใหเที่ยงธรรม ไมเลยเถิดและไมเลินเลอและไมเลยเถิดและไมเลินเลอและไมเลยเถิดและไมเลินเลอและไมเลยเถิดและไมเลินเลอและ
  • 66. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 66ทรงใชใหทําความดีทรงใชใหทําความดีทรงใชใหทําความดีทรงใชใหทําความดี และทรงใชใหจุนเจือญาติพี่นองตามความจําเปนและทรงใชใหจุนเจือญาติพี่นองตามความจําเปนและทรงใชใหจุนเจือญาติพี่นองตามความจําเปนและทรงใชใหจุนเจือญาติพี่นองตามความจําเปน""""(อันะฮฺล 16 :90 )ทานอุมัร จึงสั่งชายผูนั้นอีกวา : จงรองถามพวกเขาอีกวา กุรอานบทใด ที่พูดคลุมไวมากที่สุด?ทานอับดุลลอฮฺจึงตอบวา :""""ผูใดประกอบกรรมดีผูใดประกอบกรรมดีผูใดประกอบกรรมดีผูใดประกอบกรรมดี((((ในโลกดุลยาในโลกดุลยาในโลกดุลยาในโลกดุลยา))))มีน้ําหนักเทาผงธุลีมีน้ําหนักเทาผงธุลีมีน้ําหนักเทาผงธุลีมีน้ําหนักเทาผงธุลี ในวันอาคีเราะหในวันอาคีเราะหในวันอาคีเราะหในวันอาคีเราะห((((วันฟนคืนวันฟนคืนวันฟนคืนวันฟนคืนชีพชีพชีพชีพ))))เขาก็จะไเขาก็จะไเขาก็จะไเขาก็จะไดเห็นมันดเห็นมันดเห็นมันดเห็นมัน((((ในบันทึกของเขาในบันทึกของเขาในบันทึกของเขาในบันทึกของเขา ซึ่งจะทําใหเขาดีใจซึ่งจะทําใหเขาดีใจซึ่งจะทําใหเขาดีใจซึ่งจะทําใหเขาดีใจ)))) และและและและ((((เชนเดียวกันเชนเดียวกันเชนเดียวกันเชนเดียวกัน)))) ผูใดประกอบผูใดประกอบผูใดประกอบผูใดประกอบกรรมชั่วมีน้ําหนักเทาผงธุลีกรรมชั่วมีน้ําหนักเทาผงธุลีกรรมชั่วมีน้ําหนักเทาผงธุลีกรรมชั่วมีน้ําหนักเทาผงธุลี((((ในวันกิยามะหในวันกิยามะหในวันกิยามะหในวันกิยามะห วันฟนคืนชีพวันฟนคืนชีพวันฟนคืนชีพวันฟนคืนชีพ))))เขาก็จะไดเห็นมันเขาก็จะไดเห็นมันเขาก็จะไดเห็นมันเขาก็จะไดเห็นมัน((((ซึ่งจะทําใหเขาถูกซึ่งจะทําใหเขาถูกซึ่งจะทําใหเขาถูกซึ่งจะทําใหเขาถูกลงโทษลงโทษลงโทษลงโทษ)))) """" (อัซซัลซะละห 99:78)ทานอุมัร ก็กลาวอีกวา :จงรองถามพวกนั้นอีกซิวา อายะหใด ที่นาหวาดกลัวมากที่สุด?ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด ตอบวา คืออายะหที่มีความวา :""""การไดเขาสวรรคนั้น ไมใชดวยความหวังของพวกเจาการไดเขาสวรรคนั้น ไมใชดวยความหวังของพวกเจาการไดเขาสวรรคนั้น ไมใชดวยความหวังของพวกเจาการไดเขาสวรรคนั้น ไมใชดวยความหวังของพวกเจา และมิใและมิใและมิใและมิใชดวยความหวังของชดวยความหวังของชดวยความหวังของชดวยความหวังของ((((อะหลุลกิตาบอะหลุลกิตาบอะหลุลกิตาบอะหลุลกิตาบ))))ชาวที่ไดรับคัมภีรใครก็ตามประพฤติชั่วก็จะถูกตอบสนองชาวที่ไดรับคัมภีรใครก็ตามประพฤติชั่วก็จะถูกตอบสนองชาวที่ไดรับคัมภีรใครก็ตามประพฤติชั่วก็จะถูกตอบสนองชาวที่ไดรับคัมภีรใครก็ตามประพฤติชั่วก็จะถูกตอบสนอง และเขาจะไมพบและเขาจะไมพบและเขาจะไมพบและเขาจะไมพบผูใดใหความอุปการะและชวยเหลือเขานอกจากอัลเลาะหเทานั้นผูใดใหความอุปการะและชวยเหลือเขานอกจากอัลเลาะหเทานั้นผูใดใหความอุปการะและชวยเหลือเขานอกจากอัลเลาะหเทานั้นผูใดใหความอุปการะและชวยเหลือเขานอกจากอัลเลาะหเทานั้น """" (อันนิซาอฺ 4:123)ทานอุมัร ก็กลาวกับชายคนนั้นวา :"รองถามเขาอีกครั้งซิวา ในอัลกุรอานอายะหใดยืดหยุนมากที่สุด?"ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด จึงตอบวา คืออายะหที่มีความวา :""""มุฮัมมัดจงกลาวเถิดวา โอบรรดาบาวของอัลเลาะหมุฮัมมัดจงกลาวเถิดวา โอบรรดาบาวของอัลเลาะหมุฮัมมัดจงกลาวเถิดวา โอบรรดาบาวของอัลเลาะหมุฮัมมัดจงกลาวเถิดวา โอบรรดาบาวของอัลเลาะห พวกซึ่งตัวของพวกเขาหมกมุนพวกซึ่งตัวของพวกเขาหมกมุนพวกซึ่งตัวของพวกเขาหมกมุนพวกซึ่งตัวของพวกเขาหมกมุนอยูในความชั่วอยูในความชั่วอยูในความชั่วอยูในความชั่ว อยาไดหมดหวังจากความเมตตาของอัลเลาะหอยาไดหมดหวังจากความเมตตาของอัลเลาะหอยาไดหมดหวังจากความเมตตาของอัลเลาะหอยาไดหมดหวังจากความเมตตาของอัลเลาะห((((คือการอภัยโทษของพระองคคือการอภัยโทษของพระองคคือการอภัยโทษของพระองคคือการอภัยโทษของพระองค))))แทจริงอัลเลาะหจะทรงอภัยโทษใหหมดแทจริงอัลเลาะหจะทรงอภัยโทษใหหมดแทจริงอัลเลาะหจะทรงอภัยโทษใหหมดแทจริงอัลเลาะหจะทรงอภัยโทษใหหมด((((เวนแตโทษชีริกฺเวนแตโทษชีริกฺเวนแตโทษชีริกฺเวนแตโทษชีริกฺ)))) แทจริงแทจริงแทจริงแทจริง อัลเลาะหนั้นเปนผูทรงอัลเลาะหนั้นเปนผูทรงอัลเลาะหนั้นเปนผูทรงอัลเลาะหนั้นเปนผูทรงอภัยโทษและทรงเมตตายิ่งอภัยโทษและทรงเมตตายิ่งอภัยโทษและทรงเมตตายิ่งอภัยโทษและทรงเมตตายิ่ง"""" (อัซซุมัร 39:53)
  • 67. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 67ทานอุมัร กลาวขึ้นอีกวา : รองถามพวกเขาซิวา ในกองคาราวานนี้มีอับดุลลอฮฺ อิบนิมัสอูด รวมอยูดวยหรือเปลา?พวกนั้นไดตอบวา : ใชแลว ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด อยูกับเราดวยทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด เปนมุสลิมคนแรก นอกจากทานรอซูลที่อานกุรอานอยางเปดเผย เรื่องมีอยูวาวันหนึ่งบรรดาศอหะบะหรวมชุมนุมกันในมักกะห ทั้งๆที่ขณะนั้นพวกเขายังมีจํานวนนอย และยังตกเปนเบี้ยลางพวกเขากลาวกันวา : ขอสาบานตออัลเลาะห ไมเคยมีใครอานอัลกุรอานใหฝายกุเรชฟงชัดๆเลย ใครจะอาสาเปนผูอาน อัลกุรอานใหฝายกุเรชฟงบาง?ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด จึงกลาววา : ฉันเองแตก็มีผูคัดคานวา : เราเกรงวาฝายกุเรชจะทําอันตรายทานนะซิ เราอยากไดคนอื่นที่เปนเครือญาติกับฝายกุเรชจะดีกวา เพราะการเปนเครือญาตินั้นจะคุมครองและยับยั้งไมใหพวกนั้นกลาทําอะไรรุนแรงไดแตทานอับดุลลอฮฺก็ยังยืนยันเชนเดิมและกลาววา :ปลอยฉันเถอะ พวกทานไมตองหวงหรอก อัลเลาะหจะทรงคุมครองฉันเองตอจากนั้น ทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด จึงเดินไปยังมัสยิดจนกระทั้งถึง "มะกอมอิบรอฮีม" วันนั้นเวลาสายแลว ฝายกุเรชกําลังนั่งลอมรอบกะอฺบะห ทานอับดุลลอฮฺจึงหยุดอยูตรง มะกอมอิบรอฮีม และอานอัลกุรอานดวยเสียงดังฟงชัด ซึ่งมีความวา :""""ดวยพระนามของอัลเลาะหผูทรงเมตตาดวยพระนามของอัลเลาะหผูทรงเมตตาดวยพระนามของอัลเลาะหผูทรงเมตตาดวยพระนามของอัลเลาะหผูทรงเมตตา ผูทรงปรานีเสมอ อัลเลาะหนั้นคือผูทรงปรานีเสมอ อัลเลาะหนั้นคือผูทรงปรานีเสมอ อัลเลาะหนั้นคือผูทรงปรานีเสมอ อัลเลาะหนั้นคือ อัรเราะฮฺอัรเราะฮฺอัรเราะฮฺอัรเราะฮฺมานผูทรงเมตตายิ่ง ทรงสอนคัมภีรอัลกุรอานแดมุฮัมมัดมานผูทรงเมตตายิ่ง ทรงสอนคัมภีรอัลกุรอานแดมุฮัมมัดมานผูทรงเมตตายิ่ง ทรงสอนคัมภีรอัลกุรอานแดมุฮัมมัดมานผูทรงเมตตายิ่ง ทรงสอนคัมภีรอัลกุรอานแดมุฮัมมัด และมุฮัมมัดไดสอนคัมภีรอัลกุและมุฮัมมัดไดสอนคัมภีรอัลกุและมุฮัมมัดไดสอนคัมภีรอัลกุและมุฮัมมัดไดสอนคัมภีรอัลกุรอานแดรอานแดรอานแดรอานแด """"อุมมะหอุมมะหอุมมะหอุมมะห"""" ของทานอัลเลาะหคือผูทรงสรางมนุษย และทรงสอนใหมนุษยรูจักสรรพของทานอัลเลาะหคือผูทรงสรางมนุษย และทรงสอนใหมนุษยรูจักสรรพของทานอัลเลาะหคือผูทรงสรางมนุษย และทรงสอนใหมนุษยรูจักสรรพของทานอัลเลาะหคือผูทรงสรางมนุษย และทรงสอนใหมนุษยรูจักสรรพสิ่งตางๆสิ่งตางๆสิ่งตางๆสิ่งตางๆ""""
  • 68. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 68ขณะที่ทานอับดุลเลาะหกําลังอานกุรอานอยูนั้น ฝายกุเรชก็หันมามองและกลาววานั่นเจาอิบนุ อุมมิ อับดฺ หมายถึงทานอับดุลลอฮฺ กําลังวาอะไรของมัน ขอใหมันจงพินาศ มันกําลังอานสิ่งที่มุฮัมมัดนํามาทันใดนั้นฝายกุเรชก็ลุกขึ้นเดินมาหาอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด ตรงเขามาตบหนาแตทานอับดุลลอฮฺ ก็ยังคงอานกุรอานตอไปเรื่อยๆจนกระทั่งคิดวา พอแลวจึงหยุดอานแลวทานเดินกลับมาหาบรรดาศอหะบะหในสภาพที่เลือดไหลนองหนาบรรดาศอหะบะหจึงกลาว : นี่แหละอันตรายที่พวกเรากลัววาทานจะไดรับทานอับดุลลอฮฺก็กลาววา : ขอสาบานตออัลเลาะห ฉันไมเคยหวาดกลัวศัตรูของอัลเลาะหเลย ถาหากพวกทานตองการใหฉันไปอานกุรอานในวันพรุงนี้ฉันก็จะไปบรรดาศอหะบะหกลาววา : พอแลวก็ทานอานสิ่งที่พวกนั้นเกลียด ทานก็ตองถูกทํารายอยางนี้แหละทานอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด มีชีวิตอยูจนกระทั่งถึงสมัย คอลีฟะห อุสมาน เมื่อทานอัลดุลลอฮฺลมปวยครั้งสุดทายกอนตาย ทานอุสมาน ก็มาเยี่ยมและกลาววา :ทานจะปรับทุกขอะไรบางไหม?ทานอับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด ตอบวา : มีเรื่องบาปของฉันนี่แหละทานอุสมาน ถามวา : แลวทานปรารถนาอยางไรทานอับดุลลอฮฺตอบวา :ปรารถนาความเมตตาจากพระผูเปนเจาของฉันทานอุสมานกลาววา : ทานไมตองการใหฉันสั่งใหหยิบยื่นสิ่งที่ทานไมยอมรับไวเลย ตั้งแตนมนานมาแลวหรือ?ทานอับดุลลอฮฺกลาววา :ไมมีความจําเปนสําหรับฉันแลวทานอุสมานกลาววา :เพื่อจะไดเปนของบุตรสาวทานไงเลาทานอับดุลลอฮฺกลาววา : ทานกลัววาลูกสาวฉันจะยากจนหรือ? ฉันสั่งเขาไวแลววา ใหอานกุรอานซูเราะห "อัล วากิอะห" ทุกๆคืน เพราะฉันไดยินทานรอซูล เคยกลาววา : """"ใครใครใครใครอานกุรอานซูเราะห อัลวากิอะหทุกๆคืนอานกุรอานซูเราะห อัลวากิอะหทุกๆคืนอานกุรอานซูเราะห อัลวากิอะหทุกๆคืนอานกุรอานซูเราะห อัลวากิอะหทุกๆคืน เขาจะไมมีวันยากจนเขาจะไมมีวันยากจนเขาจะไมมีวันยากจนเขาจะไมมีวันยากจน""""
  • 69. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 69วัสสลามวัสสลามวัสสลามวัสสลามจาก หนังสือประวัติซอฮาบะห 1F F