Week5
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Week5

on

  • 1,405 views

 

Statistics

Views

Total Views
1,405
Views on SlideShare
1,405
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
14
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    Week5 Week5 Presentation Transcript

    • การจัดการเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์ Rajabhat Roi – Et University
    • คอมพิวเตอร์ช่วยสอนคืออะไร ?
      • คอมพิวเตอร์จัดการสอน (Computer Manage Instruction : CMI)
      • คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI)
      ในการจัดการศึกษาเรามี คอมพิวเตอร์ช่วยการเรียนการสอน ถือเป็นเทคโนโลยีที่เป็นอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ชิ้นหนึ่งที่มี ประสิทธิภาพในการช่วยการสอนการนำบทเรียนช่วยสอน เข้ามามีบทบาททางการศึกษาอย่างหนึ่งก็เพื่อการบริหาร และใช้เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนที่เรียกว่า Computer Based Instruction : CBI คือการใช้ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์หลักในการสอนโดยสามารถแบ่ง ออกเป็น
    • คอมพิวเตอร์ช่วยสอนคืออะไร ?
      • คอมพิวเตอร์จัดการสอน (Computer Manage Instruction : CMI)
      • คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI)
    • คอมพิวเตอร์จัดการสอน : CMI
      • เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดหลักสูตรการเรียน การจัดทำตารางสอน ระบบงานธุรการ งานสำนักงานระบบเงินเดือน ระบบการประเมินผล ระบบการลงทะเบียนเรียนเป็นต้น
    • คอมพิวเตอร์ช่วยสอน : CAI
      • CAI เป็นกระบวนการเรียนการสอนโดยใช้สื่อคอมพิวเตอร์ในการนำ
      • เสนอเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ มีลักษณะเป็นการเรียนโดยตรงและเป็นการ
      • เรียนแบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) กับผู้เรียนคือสามารถ
      • โต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ได้ จำแนกได้ 3 ชนิด คือ
    • คอมพิวเตอร์ช่วยสอน : CAI
      • 1. CAI (Computer Assisted Instruction)
      • 2. CAL (Computer Assisted Learning)
      • 3. CBT ( Computer Base Training)
    • ความสามารถของบทเรียน CAI
      • ช่วยจัดในการจัดการเรียนการสอนตามจุดประสงค์ที่วางไว้
      • มีความสามารถในการทบทวนบทเรียน
      • การวัดผลประเมินผล
      • เป็นชุดการเรียนที่สามารถเรียนได้ด้วยตนเอง
      • เนื้อหาโปรแกรมแบ่งเป็นหน่วย ๆ ได้
      • ผู้เรียนศึกษาด้วยตนเองได้
      บทเรียนมักเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีความสามารถโต้ตอบกับนักเรียนได้ เสมือนกับได้นั่งเรียนกับครูจริงๆ
    • องค์ประกอบสำคัญของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
      • เสนอบทเรียนแบบสิ่งเร้าให้กับผู้เรียน ได้แก่ เนื้อหา ภาพนิ่ง คำถาม ภาพเคลื่อนไหว
      • เปรียบเป็นสารานุกรมให้ผู้เรียนได้ค้นคว้า
      • ให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อการเสริมแรง ได้แก่ การให้รางวัล การชมเชยหรือ คะแนน
      • ให้ผู้เรียนเลือกเรียนบทเรียนตามต้องการในลำดับหัวข้อ
    • การแบ่งประเภทของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
      • ประเภทเพื่อการสอน (Tutorial Instruction) ประเภทนี้มีวัตถุประสงค์
      • เพื่อการสอนเนื้อหาใหม่แก่ผู้เรียน มีการแบ่งเนื้อหาเป็นหน่วยย่อย เป็นตอน มีคำถามในตอนท้าย ถ้าตอบถูกและผ่าน ก็จะเรียนหน่วยถัดไป
      โปรแกรมประเภท Tutorial เป็นการนำเสนอโปรแกรมแบบสาขา สามารถสร้างเพื่อการเรียน สอนได้ทุกรายวิชา
    • การนำเสนอโปรแกรมบทเรียนแบบ Tutorial Instruction บทนำโปรแกรม เสนอเนื้อหาบทเรียน คำถามและคำตอบ จบบทเรียน ให้ข้อมูลย้อนกลับ ตรวจคำตอบ
    • ประเภทการฝึกหัด (Drill and Practi c e)
      • ประเภทนี้มีวัตถุประสงค์คือ เป็นการฝึกความแม่นยำ หลังจากที่เรียนเนื้อหาจากในห้องเรียนมาแล้วจะเป็นการสุ่มคำถามที่นำมาจากคลังคำถาม จากนั้นจะมีการประเมินผลผู้เรียน
    • รูปแบบโปรแกรมบทเรียนแบบ Drill and Practice บทนำโปรแกรม เสนอปัญหา คำถาม คำถามและคำตอบ จบบทเรียน ให้ข้อมูลย้อนกลับ ตรวจคำตอบ
    • ประเภทสถานการณ์จำลอง (Simulation)
      • วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองปฏิบัติกับสถานการณ์จำลองที่มี
      • ความใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริง เพื่อฝึกทักษะและเรียนรู้โดยเป็นการจำลองสกถานการณ์ให้ผู้เรียนไม่ต้องเสี่ยงหรือเสียค่าใช้จ่ายมาก
      • เช่นโปรแกรมสาธิต (Demostration) เพื่อให้ผู้เรียนทราบถึงทักษะที่จำเป็น
    • ประเภทเกมการสอน (Instruction Games)
      • ประเภทนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน ให้ผู้เรียนเกิดความเร้าใจในการเรียนรู้ มีการแข่งขัน เราสามารถใช้เกมในการสอนและจัดบทเรียนให้เป็นเกมเพื่อเป็นสื่อที่ให้ความรู้แก่ผู้เรียนได้ในแง่ของกระบวนการ ทัศนคติ ตลอดจนทักษะต่างๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มบรรยากาศในการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน
    • รูปแบบโปรแกรมแบบ Instruction Games บทนำโปรแกรม เสนอสถานการณ์ การกระทำที่ต้องการ จบบทเรียน การปรับระบบ การกระทำของผู้เรียน การกระทำของคู่แข่งขัน
    • ประเภทการค้นพบ (Discovery
      • มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียน ได้มีโอกาสทดลองกระทำสิ่งต่างๆ ก่อน
      • จนกระทั่งสามารถหาข้อสรุปได้ด้วยตนเอง โปรแกรมจะเสนอปัญหาให้
      • ผู้เรียนได้ลองผิดลองถูกและให้ข้อมูลแก่ผู้เรียนเพื่อช่วยผู้เรียนในการค้น
      • พบนั้น จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด
    • ประเภทการแก้ปัญหา (Problem-Solving)
      • เพื่อฝึกให้นักเรียนรู้จักการคิด การตัดสินใจ โดยจะมีเกณฑ์ ที่กำหนด
      • ให้แล้วผู้เรียนพิจารณาตามเกณฑ์นั้นๆ
      • ผู้เรียนเป็นผู้กำหนดปัญหาเอง
      • ผู้เขียนกำหนดปัญหาให้
    • ประเภทเพื่อการทดสอบ (Test)
      • ประเภทนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการสอน แต่เพื่อใช้ประเมินการสอน
      • แต่เพื่อใช้ประเมินการสอนของครูหรือการเรียนของนักเรียน
      • คอมพิวเตอร์ประเมินผลในทันทีว่านักเรียนสอบได้หรือสอบตก
      • และจะอยู่ในลำดับที่เท่าไรได้ผลการสอบกี่เปอร์เซ็นต์
    • การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
      • ควรมีการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน กำหนดวัตถุประสงค์ชัดเจน
      Instruction Computing Development ขั้นตอนออกแบบ Instruction Design ขั้นการผลิต Instruction Construction ขั้นการประยุตก์ใช้ Instruction Implement
    • การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
      • วิเคราะห์เนื้อหา
        • เลือกเนื้อหาที่มีการฝึกทักษะซ้ำบ่อยๆหรือต้องมีภาพประกอบ
        • เลือกเนื้อหาที่คาดว่าจะประหยัดเวลาสอนได้มากกว่าวิธีเดิม
        • เลือกเนื้อหาบางอย่างที่สามารถจำลองในรูปของการสาธิตได้
    • การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
      • ต้องศึกษาความเป็นไปได้
        • มีบุคคลากรที่มีความรู้มากพอทีจะผลิตโปรแกรมหรือไม่
        • จะใช้เวลาเท่าไร มากหรือน้อยกว่าเดิม
        • ต้องการอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมมากน้อยเพียงใด
        • มีงบประมาณเพียงพอหรือไม่
    • การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
      • กำหนดวัตถุประสงค์ โดยคำนึงถึง…
        • ความรู้พื้นฐานของผู้เรียน ว่าเป็นใคร อายุเท่าไร พื้นฐานเดิมเป็นอย่างไร
        • สิ่งที่คาดหวังจากผู้เรียน เมื่อได้ศึกษาโปรแกรมเรื่องนี้แล้ว
    • การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
      • ลำดับขั้นการนำเสนอ
        • ภาษาที่ใช้มีความเหมาะสมกับผู้เรียนหรือไม่
        • ขนาดของตัวอักษร ข้อความ สีของข้อความ เหมาะกับผู้เรียนหรือไม่
        • องค์ประกอบโดยรวมใน 1 จอภาพ
        • ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง ดีหรือต้องปรับปรุง
        • การสร้างแรงเสริมแก่ผู้เรียน .. คำชม รางวัลต่างๆมากหรือน้อยไป
        • แบบฝึกหัดประจำหน่วย ประจำบท
    • สรุปขั้นตอนของการออกแบบโปรแกรม CAI วิเคราะห์เนื้อหา ศึกษาความเป็นไปได้ กำหนดวัตุประสงค์ ลำดับขั้นตอนการนำเสนอ
    • E-Learning
        • การนำเอาเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยในการเรียนการสอน การถ่ายทอดความรู้ การอบรม การทดสอบและประเมินผลผ่านเว็บเพจ
    • การเรียนแบบ e-Learning เป็นอย่างไร ?
      • การศึกษาเรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ Internet หรือ Intranet
      • เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
      • ผู้เรียนจะได้เรียนตามความสามารถ และความสนใจของตน
      • เนื้อหาของบทเรียน ประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพ เสียงวิดีโอ และมัลติมีเดียอื่นๆ
      • จะถูกส่งไปยังผู้เรียนผ่าน Web Browser
    •  
    • การเรียนรู้ผ่านเว็บ www.thaiwbi.com
    • บทเรียน “คอมพิวเตอร์เบื้องต้น”
    • เลือกทำ “ Pretest”
    •  
    •  
    • เลือกทำ “ Posttest”
    • ลักษณะสำคัญของ e-Learning
      • เรียนได้ทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา
      • การใช้สื่อประสม
      • สามารถเลือกเรียนได้ตามต้องการ
      • สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้
      • มีเครื่องวัดผลการเรียน
    • สรุป e-Learning e-Learning คือ กระบวนการการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่เหมาะสม ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ระหว่างผู้เรียนและผู้สอน ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความต้องการและความจำเป็นของตนได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
    • ประโยชน์ของ e-Learning
      • - สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา
      • - สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
      • - กำหนดความต้องการในการเรียนรู้ได้
      • - ติดต่อสื่อสารระหว่างผู้เรียน / ผู้สอนได้
      • - ประหยัดงบประมาณ ราคาถูกและใช้งานได้ง่าย
      • - ใช้เป็นสื่อหลัก / สื่อเสริมก็ได้
    • LMS คืออะไร
      • LMS ย่อมาจาก Learning Management System เครื่องมือบริหารและเว็บไซต์สำเร็จรูป
      • LMS เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการเรียน การสอนผ่านเว็บ ประกอบด้วยเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สอน ผู้เรียน ผู้ดูแลระบบ โดยผู้สอนสามารถนำเนื้อหาและสื่อการสอนใส่ไว้ในโปรแกรมได้สะดวก
      • ผู้เรียนและผู้สอนสามารถใช้เครื่องมือสื่อสารที่ระบบจัดไว้ให้ได้ ทุกองค์ประกอบ
      • การเก็บบันทึกข้อมูล กิจกรรมการเรียนของผู้เรียนไว้บนระบบเพื่อผู้สอนสามารถนำไปวิเคราะห์ ติดตามและประเมินผลการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • ข้อดีของการใช้ LMS
      • สามารถให้ความใส่ใจกับเนื้อหาได้อย่างเต็มที่
      • ผู้สอนและผู้ดูแลระบบสามารถนำไฟล์ข้อมูลประเภทต่าง ๆ เข้าไปเก็บไว้ใน LMS ได้ทันที
      • การควบคุมการนำเสนอบทเรียน แบบฝึกหัดและแบบทดสอบ สามารถทำได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้โปรแกรมยุ่งยาก
      • การพัฒนาระบบ LMS ต้องอาศัยทีมงานในการออกแบบระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของสถาบัน งบประมาณที่มีอยู่ให้เหมาะสมกับหน่วยงาน
    • ส่วนประกอบระบบ LMS
      • ส่วนเนื้อหาในบทเรียน (Lecture and Presentation)
      • ส่วนของการทดสอบในบทเรียน (Testing)
      • ส่วนของการพูดคุยในห้องสนทนา (Chat)
      • กระดานข่าว (Web board)
      • ส่วนของการติดต่อผ่าน E-mal
      • ส่วนสนับสนุนการเรียนการสอน
        • การลงทะเบียนของผู้เรียน
        • การบันทึกคะแนนของผู้เรียน
        • การรับ - ส่งงานของผู้เรียน
        • การเรียกดูสถิติของการเข้าเรียน
    • ลักษณะโครงสร้างของ LMS (Learning Management System) Complete Course Authoring Tool Content/Courseware Course delivery Tracking Information
    • ตัวอย่างของ LMS
        • เว็บไซต์ Click2learn : LMS เป็นระบบสำหรับนำทางและจัดการเกี่ยวกับบทเรียนทั้งหมด ทั้งความต้องการและกิจกรรมการเรียนการสอนที่เกิดขึ้น
        • CISCO e-Learning Solutions : LMS เป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งของ e-Learning ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกอบรมตามประสบการณ์ของตนเอง ซึ่งเป็นระบบที่ทำหน้าที่จัดการรายการต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ นับตั้งแต่การลงทะเบียน การสืบท่อง (Navigation) การเลือกบทเรียน และการต่อเชื่อมเข้าระบบ
    • CMS ย่อมาจาก Content Management System เป็นโปรแกรมบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์แบบสำเร็จรูปที่แจกให้ใช้ฟรีและมีนักพัฒนาเว็บไซต์มากมายทั่วโลกนำไปใช้ในการสร้างเว็บไซต์ โดย CMS จะช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถกำหนดหน้าตา ( Template ) และเพิ่มลดเมนู โมดูล คอมโพแนนต่างๆ ตลอดจนสามารถเพิ่มเนื้อหาอย่างต่อเนื้องในเว็บไซต์ได้โดยง่าย CMS
    • ส่วนประกอบของ e-Learning : CMS
      • Content Management System (CMS) : หมายถึง ระบบการจัดการด้านเนื้อหา ซึ่งเป็นส่วนบริการสำหรับผู้ออกแบบหรือผู้พัฒนาบทเรียนในการสร้างสรรค์และนำเสนอเนื้อหาบทเรียน ( เครื่องมือบริหารจัดการเนื้อหาบทเรียนรูปแบบอีเลิร์นนิ่ง )
        • เนื้อหา
        • ส่วนของการลงทะเบียน
        • การรวบรวม
        • การจัดการเนื้อหา
        • การนำส่งเนื้อหา
        • การพิมพ์เป็นเอกสาร หรือการบันทึกลงซีดีรอม
    • ลักษณะโครงสร้างของ CMS (Content Management system) CMS Content Components Designer Reporter Other Author Approve Publish Personalized to target reader
    • ตัวอย่างซอฟแวร์และเว็บไซต์ CMS
      • Software/Web Opensource
      • Postnuke/thainuke>> www.postnukethai.com
      • Mambo>> www.mambohub.com
      • XOOPS>> www.cmsthailand.com/xoops
    • ส่วนประกอบของ e-Learning : CMS
    • ส่วนประกอบของ e-Learning : CMS
      • LMS
      • ระบบสมาชิก
        • Admin
        • Teacher
        • Student
      • ระบบการเรียนการสอน
      • ระบบแบบทดสอบ
      • ระบบกิจกรรม
      • CMS
      • ระบบสมาชิก
        • Admin
        • Author
        • User
      • ระบบการจัดการเนื้อหา
      ความแตกต่างระหว่าง LMS/CMS
    • Learning Content management system (LCMS) คือ ระบบการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ เป็นระบบที่มีการบูรณาการในส่วนเครื่องมือการสร้างและการจัดเนื้อหาในระบบ ซึ่งเป็นระบบที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้เรียนในการจัดการสอน ช่วยให้ผู้สอนพัฒนาเนื้อหาออนไลน์เพื่อการนำเสนอในรูปแบบที่เป็นโครงสร้าง สามารถปรับเปลี่ยนได้ ช่วยให้ผู้เรียนเข้าสู่เนื้อหาได้หลากหลายขึ้น LCMS
    • ลักษณะโครงสร้างของ LCMS LCMS Instructional Designer Content/Courseware Repository of RLOs Author Approve Publish RLO/Course delivery Tracking Information Personalized assembly
    • โครงสร้างภายในของ LCMS
      • Instructional Designers เป็นผู้ที่ทำการสร้างตัวบทเรียน โดยนำ RLOs (Reuseable Learning Objects) ที่มีอยู่แล้วนำมาประกอบกัน
      • Personalization คือการนำส่งเนื้อหาโดยเป็นไปตามความต้องการของแต่ละบุคคล
      • RLO/Course คือสื่อหรือเนื้อหาที่เก็บไว้ในระบบโดยสื่อเหล่านี้สามารถปรับปรุงนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และเมื่อไม่ใช้สามารถที่จะลบทิ้งได้
    • ความแตกต่างระหว่าง LMS กับ LCMS
      • LMS มุ่งเน้น การจัดการเกี่ยวกับผู้เรียน กิจกรรมของผู้เรียน ติดตามความกว้าหน้า และประเมินความสามารถของผู้เรียน
      • LCMS มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหา การนำเนื้อหากลับมาใช้ใหม่ การจัดการและการปรับปรุงเนื้อหาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
    • ภาพองค์ประกอบทั่วไปของ L CMS
    • Assignments
      • จงอธิบายโครงสร้างและองค์ประกอบของ CMS
      • การนำคอมพิวเตอร์มาช่วยเรื่องการเรียนการสอน มีอะไรบ้าง พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
      • อธิบาย E – learning พร้อมยกตัวอย่าง Software
      • ที่ใช้ในการพัฒนาระบบ E - learning