Week5

1,496 views
1,302 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,496
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
16
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Week5

  1. 1. การจัดการเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์ Rajabhat Roi – Et University
  2. 2. คอมพิวเตอร์ช่วยสอนคืออะไร ? <ul><li>คอมพิวเตอร์จัดการสอน (Computer Manage Instruction : CMI) </li></ul><ul><li>คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) </li></ul>ในการจัดการศึกษาเรามี คอมพิวเตอร์ช่วยการเรียนการสอน ถือเป็นเทคโนโลยีที่เป็นอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ชิ้นหนึ่งที่มี ประสิทธิภาพในการช่วยการสอนการนำบทเรียนช่วยสอน เข้ามามีบทบาททางการศึกษาอย่างหนึ่งก็เพื่อการบริหาร และใช้เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนที่เรียกว่า Computer Based Instruction : CBI คือการใช้ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์หลักในการสอนโดยสามารถแบ่ง ออกเป็น
  3. 3. คอมพิวเตอร์ช่วยสอนคืออะไร ? <ul><li>คอมพิวเตอร์จัดการสอน (Computer Manage Instruction : CMI) </li></ul><ul><li>คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) </li></ul>
  4. 4. คอมพิวเตอร์จัดการสอน : CMI <ul><li>เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดหลักสูตรการเรียน การจัดทำตารางสอน ระบบงานธุรการ งานสำนักงานระบบเงินเดือน ระบบการประเมินผล ระบบการลงทะเบียนเรียนเป็นต้น </li></ul>
  5. 5. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน : CAI <ul><li>CAI เป็นกระบวนการเรียนการสอนโดยใช้สื่อคอมพิวเตอร์ในการนำ </li></ul><ul><li>เสนอเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ มีลักษณะเป็นการเรียนโดยตรงและเป็นการ </li></ul><ul><li>เรียนแบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) กับผู้เรียนคือสามารถ </li></ul><ul><li>โต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ได้ จำแนกได้ 3 ชนิด คือ </li></ul>
  6. 6. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน : CAI <ul><li>1. CAI (Computer Assisted Instruction) </li></ul><ul><li>2. CAL (Computer Assisted Learning) </li></ul><ul><li>3. CBT ( Computer Base Training) </li></ul>
  7. 7. ความสามารถของบทเรียน CAI <ul><li>ช่วยจัดในการจัดการเรียนการสอนตามจุดประสงค์ที่วางไว้ </li></ul><ul><li>มีความสามารถในการทบทวนบทเรียน </li></ul><ul><li>การวัดผลประเมินผล </li></ul><ul><li>เป็นชุดการเรียนที่สามารถเรียนได้ด้วยตนเอง </li></ul><ul><li>เนื้อหาโปรแกรมแบ่งเป็นหน่วย ๆ ได้ </li></ul><ul><li>ผู้เรียนศึกษาด้วยตนเองได้ </li></ul>บทเรียนมักเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีความสามารถโต้ตอบกับนักเรียนได้ เสมือนกับได้นั่งเรียนกับครูจริงๆ
  8. 8. องค์ประกอบสำคัญของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน <ul><li>เสนอบทเรียนแบบสิ่งเร้าให้กับผู้เรียน ได้แก่ เนื้อหา ภาพนิ่ง คำถาม ภาพเคลื่อนไหว </li></ul><ul><li>เปรียบเป็นสารานุกรมให้ผู้เรียนได้ค้นคว้า </li></ul><ul><li>ให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อการเสริมแรง ได้แก่ การให้รางวัล การชมเชยหรือ คะแนน </li></ul><ul><li>ให้ผู้เรียนเลือกเรียนบทเรียนตามต้องการในลำดับหัวข้อ </li></ul>
  9. 9. การแบ่งประเภทของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน <ul><li>ประเภทเพื่อการสอน (Tutorial Instruction) ประเภทนี้มีวัตถุประสงค์ </li></ul><ul><li>เพื่อการสอนเนื้อหาใหม่แก่ผู้เรียน มีการแบ่งเนื้อหาเป็นหน่วยย่อย เป็นตอน มีคำถามในตอนท้าย ถ้าตอบถูกและผ่าน ก็จะเรียนหน่วยถัดไป </li></ul>โปรแกรมประเภท Tutorial เป็นการนำเสนอโปรแกรมแบบสาขา สามารถสร้างเพื่อการเรียน สอนได้ทุกรายวิชา
  10. 10. การนำเสนอโปรแกรมบทเรียนแบบ Tutorial Instruction บทนำโปรแกรม เสนอเนื้อหาบทเรียน คำถามและคำตอบ จบบทเรียน ให้ข้อมูลย้อนกลับ ตรวจคำตอบ
  11. 11. ประเภทการฝึกหัด (Drill and Practi c e) <ul><li>ประเภทนี้มีวัตถุประสงค์คือ เป็นการฝึกความแม่นยำ หลังจากที่เรียนเนื้อหาจากในห้องเรียนมาแล้วจะเป็นการสุ่มคำถามที่นำมาจากคลังคำถาม จากนั้นจะมีการประเมินผลผู้เรียน </li></ul>
  12. 12. รูปแบบโปรแกรมบทเรียนแบบ Drill and Practice บทนำโปรแกรม เสนอปัญหา คำถาม คำถามและคำตอบ จบบทเรียน ให้ข้อมูลย้อนกลับ ตรวจคำตอบ
  13. 13. ประเภทสถานการณ์จำลอง (Simulation) <ul><li>วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองปฏิบัติกับสถานการณ์จำลองที่มี </li></ul><ul><li>ความใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริง เพื่อฝึกทักษะและเรียนรู้โดยเป็นการจำลองสกถานการณ์ให้ผู้เรียนไม่ต้องเสี่ยงหรือเสียค่าใช้จ่ายมาก </li></ul><ul><li>เช่นโปรแกรมสาธิต (Demostration) เพื่อให้ผู้เรียนทราบถึงทักษะที่จำเป็น </li></ul>
  14. 14. ประเภทเกมการสอน (Instruction Games) <ul><li>ประเภทนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน ให้ผู้เรียนเกิดความเร้าใจในการเรียนรู้ มีการแข่งขัน เราสามารถใช้เกมในการสอนและจัดบทเรียนให้เป็นเกมเพื่อเป็นสื่อที่ให้ความรู้แก่ผู้เรียนได้ในแง่ของกระบวนการ ทัศนคติ ตลอดจนทักษะต่างๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มบรรยากาศในการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน </li></ul>
  15. 15. รูปแบบโปรแกรมแบบ Instruction Games บทนำโปรแกรม เสนอสถานการณ์ การกระทำที่ต้องการ จบบทเรียน การปรับระบบ การกระทำของผู้เรียน การกระทำของคู่แข่งขัน
  16. 16. ประเภทการค้นพบ (Discovery <ul><li>มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียน ได้มีโอกาสทดลองกระทำสิ่งต่างๆ ก่อน </li></ul><ul><li>จนกระทั่งสามารถหาข้อสรุปได้ด้วยตนเอง โปรแกรมจะเสนอปัญหาให้ </li></ul><ul><li>ผู้เรียนได้ลองผิดลองถูกและให้ข้อมูลแก่ผู้เรียนเพื่อช่วยผู้เรียนในการค้น </li></ul><ul><li>พบนั้น จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด </li></ul>
  17. 17. ประเภทการแก้ปัญหา (Problem-Solving) <ul><li>เพื่อฝึกให้นักเรียนรู้จักการคิด การตัดสินใจ โดยจะมีเกณฑ์ ที่กำหนด </li></ul><ul><li>ให้แล้วผู้เรียนพิจารณาตามเกณฑ์นั้นๆ </li></ul><ul><li>ผู้เรียนเป็นผู้กำหนดปัญหาเอง </li></ul><ul><li>ผู้เขียนกำหนดปัญหาให้ </li></ul>
  18. 18. ประเภทเพื่อการทดสอบ (Test) <ul><li>ประเภทนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการสอน แต่เพื่อใช้ประเมินการสอน </li></ul><ul><li>แต่เพื่อใช้ประเมินการสอนของครูหรือการเรียนของนักเรียน </li></ul><ul><li>คอมพิวเตอร์ประเมินผลในทันทีว่านักเรียนสอบได้หรือสอบตก </li></ul><ul><li>และจะอยู่ในลำดับที่เท่าไรได้ผลการสอบกี่เปอร์เซ็นต์ </li></ul>
  19. 19. การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน <ul><li>ควรมีการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน กำหนดวัตถุประสงค์ชัดเจน </li></ul>Instruction Computing Development ขั้นตอนออกแบบ Instruction Design ขั้นการผลิต Instruction Construction ขั้นการประยุตก์ใช้ Instruction Implement
  20. 20. การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน <ul><li>วิเคราะห์เนื้อหา </li></ul><ul><ul><li>เลือกเนื้อหาที่มีการฝึกทักษะซ้ำบ่อยๆหรือต้องมีภาพประกอบ </li></ul></ul><ul><ul><li>เลือกเนื้อหาที่คาดว่าจะประหยัดเวลาสอนได้มากกว่าวิธีเดิม </li></ul></ul><ul><ul><li>เลือกเนื้อหาบางอย่างที่สามารถจำลองในรูปของการสาธิตได้ </li></ul></ul>
  21. 21. การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน <ul><li>ต้องศึกษาความเป็นไปได้ </li></ul><ul><ul><li>มีบุคคลากรที่มีความรู้มากพอทีจะผลิตโปรแกรมหรือไม่ </li></ul></ul><ul><ul><li>จะใช้เวลาเท่าไร มากหรือน้อยกว่าเดิม </li></ul></ul><ul><ul><li>ต้องการอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมมากน้อยเพียงใด </li></ul></ul><ul><ul><li>มีงบประมาณเพียงพอหรือไม่ </li></ul></ul>
  22. 22. การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน <ul><li>กำหนดวัตถุประสงค์ โดยคำนึงถึง… </li></ul><ul><ul><li>ความรู้พื้นฐานของผู้เรียน ว่าเป็นใคร อายุเท่าไร พื้นฐานเดิมเป็นอย่างไร </li></ul></ul><ul><ul><li>สิ่งที่คาดหวังจากผู้เรียน เมื่อได้ศึกษาโปรแกรมเรื่องนี้แล้ว </li></ul></ul>
  23. 23. การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน <ul><li>ลำดับขั้นการนำเสนอ </li></ul><ul><ul><li>ภาษาที่ใช้มีความเหมาะสมกับผู้เรียนหรือไม่ </li></ul></ul><ul><ul><li>ขนาดของตัวอักษร ข้อความ สีของข้อความ เหมาะกับผู้เรียนหรือไม่ </li></ul></ul><ul><ul><li>องค์ประกอบโดยรวมใน 1 จอภาพ </li></ul></ul><ul><ul><li>ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง ดีหรือต้องปรับปรุง </li></ul></ul><ul><ul><li>การสร้างแรงเสริมแก่ผู้เรียน .. คำชม รางวัลต่างๆมากหรือน้อยไป </li></ul></ul><ul><ul><li>แบบฝึกหัดประจำหน่วย ประจำบท </li></ul></ul>
  24. 24. สรุปขั้นตอนของการออกแบบโปรแกรม CAI วิเคราะห์เนื้อหา ศึกษาความเป็นไปได้ กำหนดวัตุประสงค์ ลำดับขั้นตอนการนำเสนอ
  25. 25. E-Learning <ul><ul><li>การนำเอาเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยในการเรียนการสอน การถ่ายทอดความรู้ การอบรม การทดสอบและประเมินผลผ่านเว็บเพจ </li></ul></ul>
  26. 26. การเรียนแบบ e-Learning เป็นอย่างไร ? <ul><li>การศึกษาเรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ Internet หรือ Intranet </li></ul><ul><li>เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง </li></ul><ul><li>ผู้เรียนจะได้เรียนตามความสามารถ และความสนใจของตน </li></ul><ul><li>เนื้อหาของบทเรียน ประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพ เสียงวิดีโอ และมัลติมีเดียอื่นๆ </li></ul><ul><li>จะถูกส่งไปยังผู้เรียนผ่าน Web Browser </li></ul>
  27. 28. การเรียนรู้ผ่านเว็บ www.thaiwbi.com
  28. 29. บทเรียน “คอมพิวเตอร์เบื้องต้น”
  29. 30. เลือกทำ “ Pretest”
  30. 33. เลือกทำ “ Posttest”
  31. 34. ลักษณะสำคัญของ e-Learning <ul><li>เรียนได้ทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา </li></ul><ul><li>การใช้สื่อประสม </li></ul><ul><li>สามารถเลือกเรียนได้ตามต้องการ </li></ul><ul><li>สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ </li></ul><ul><li>มีเครื่องวัดผลการเรียน </li></ul>
  32. 35. สรุป e-Learning e-Learning คือ กระบวนการการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่เหมาะสม ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ระหว่างผู้เรียนและผู้สอน ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความต้องการและความจำเป็นของตนได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
  33. 36. ประโยชน์ของ e-Learning <ul><li>- สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา </li></ul><ul><li>- สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง </li></ul><ul><li>- กำหนดความต้องการในการเรียนรู้ได้ </li></ul><ul><li>- ติดต่อสื่อสารระหว่างผู้เรียน / ผู้สอนได้ </li></ul><ul><li>- ประหยัดงบประมาณ ราคาถูกและใช้งานได้ง่าย </li></ul><ul><li>- ใช้เป็นสื่อหลัก / สื่อเสริมก็ได้ </li></ul>
  34. 37. LMS คืออะไร <ul><li>LMS ย่อมาจาก Learning Management System เครื่องมือบริหารและเว็บไซต์สำเร็จรูป </li></ul><ul><li>LMS เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการเรียน การสอนผ่านเว็บ ประกอบด้วยเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สอน ผู้เรียน ผู้ดูแลระบบ โดยผู้สอนสามารถนำเนื้อหาและสื่อการสอนใส่ไว้ในโปรแกรมได้สะดวก </li></ul><ul><li>ผู้เรียนและผู้สอนสามารถใช้เครื่องมือสื่อสารที่ระบบจัดไว้ให้ได้ ทุกองค์ประกอบ </li></ul><ul><li>การเก็บบันทึกข้อมูล กิจกรรมการเรียนของผู้เรียนไว้บนระบบเพื่อผู้สอนสามารถนำไปวิเคราะห์ ติดตามและประเมินผลการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ </li></ul>
  35. 38. ข้อดีของการใช้ LMS <ul><li>สามารถให้ความใส่ใจกับเนื้อหาได้อย่างเต็มที่ </li></ul><ul><li>ผู้สอนและผู้ดูแลระบบสามารถนำไฟล์ข้อมูลประเภทต่าง ๆ เข้าไปเก็บไว้ใน LMS ได้ทันที </li></ul><ul><li>การควบคุมการนำเสนอบทเรียน แบบฝึกหัดและแบบทดสอบ สามารถทำได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้โปรแกรมยุ่งยาก </li></ul><ul><li>การพัฒนาระบบ LMS ต้องอาศัยทีมงานในการออกแบบระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของสถาบัน งบประมาณที่มีอยู่ให้เหมาะสมกับหน่วยงาน </li></ul>
  36. 39. ส่วนประกอบระบบ LMS <ul><li>ส่วนเนื้อหาในบทเรียน (Lecture and Presentation) </li></ul><ul><li>ส่วนของการทดสอบในบทเรียน (Testing) </li></ul><ul><li>ส่วนของการพูดคุยในห้องสนทนา (Chat) </li></ul><ul><li>กระดานข่าว (Web board) </li></ul><ul><li>ส่วนของการติดต่อผ่าน E-mal </li></ul><ul><li>ส่วนสนับสนุนการเรียนการสอน </li></ul><ul><ul><li>การลงทะเบียนของผู้เรียน </li></ul></ul><ul><ul><li>การบันทึกคะแนนของผู้เรียน </li></ul></ul><ul><ul><li>การรับ - ส่งงานของผู้เรียน </li></ul></ul><ul><ul><li>การเรียกดูสถิติของการเข้าเรียน </li></ul></ul>
  37. 40. ลักษณะโครงสร้างของ LMS (Learning Management System) Complete Course Authoring Tool Content/Courseware Course delivery Tracking Information
  38. 41. ตัวอย่างของ LMS <ul><ul><li>เว็บไซต์ Click2learn : LMS เป็นระบบสำหรับนำทางและจัดการเกี่ยวกับบทเรียนทั้งหมด ทั้งความต้องการและกิจกรรมการเรียนการสอนที่เกิดขึ้น </li></ul></ul><ul><ul><li>CISCO e-Learning Solutions : LMS เป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งของ e-Learning ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกอบรมตามประสบการณ์ของตนเอง ซึ่งเป็นระบบที่ทำหน้าที่จัดการรายการต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ นับตั้งแต่การลงทะเบียน การสืบท่อง (Navigation) การเลือกบทเรียน และการต่อเชื่อมเข้าระบบ </li></ul></ul>
  39. 42. CMS ย่อมาจาก Content Management System เป็นโปรแกรมบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์แบบสำเร็จรูปที่แจกให้ใช้ฟรีและมีนักพัฒนาเว็บไซต์มากมายทั่วโลกนำไปใช้ในการสร้างเว็บไซต์ โดย CMS จะช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถกำหนดหน้าตา ( Template ) และเพิ่มลดเมนู โมดูล คอมโพแนนต่างๆ ตลอดจนสามารถเพิ่มเนื้อหาอย่างต่อเนื้องในเว็บไซต์ได้โดยง่าย CMS
  40. 43. ส่วนประกอบของ e-Learning : CMS <ul><li>Content Management System (CMS) : หมายถึง ระบบการจัดการด้านเนื้อหา ซึ่งเป็นส่วนบริการสำหรับผู้ออกแบบหรือผู้พัฒนาบทเรียนในการสร้างสรรค์และนำเสนอเนื้อหาบทเรียน ( เครื่องมือบริหารจัดการเนื้อหาบทเรียนรูปแบบอีเลิร์นนิ่ง ) </li></ul><ul><ul><li>เนื้อหา </li></ul></ul><ul><ul><li>ส่วนของการลงทะเบียน </li></ul></ul><ul><ul><li>การรวบรวม </li></ul></ul><ul><ul><li>การจัดการเนื้อหา </li></ul></ul><ul><ul><li>การนำส่งเนื้อหา </li></ul></ul><ul><ul><li>การพิมพ์เป็นเอกสาร หรือการบันทึกลงซีดีรอม </li></ul></ul>
  41. 44. ลักษณะโครงสร้างของ CMS (Content Management system) CMS Content Components Designer Reporter Other Author Approve Publish Personalized to target reader
  42. 45. ตัวอย่างซอฟแวร์และเว็บไซต์ CMS <ul><li>Software/Web Opensource </li></ul><ul><li>Postnuke/thainuke>> www.postnukethai.com </li></ul><ul><li>Mambo>> www.mambohub.com </li></ul><ul><li>XOOPS>> www.cmsthailand.com/xoops </li></ul>
  43. 46. ส่วนประกอบของ e-Learning : CMS
  44. 47. ส่วนประกอบของ e-Learning : CMS
  45. 48. <ul><li>LMS </li></ul><ul><li>ระบบสมาชิก </li></ul><ul><ul><li>Admin </li></ul></ul><ul><ul><li>Teacher </li></ul></ul><ul><ul><li>Student </li></ul></ul><ul><li>ระบบการเรียนการสอน </li></ul><ul><li>ระบบแบบทดสอบ </li></ul><ul><li>ระบบกิจกรรม </li></ul><ul><li>CMS </li></ul><ul><li>ระบบสมาชิก </li></ul><ul><ul><li>Admin </li></ul></ul><ul><ul><li>Author </li></ul></ul><ul><ul><li>User </li></ul></ul><ul><li>ระบบการจัดการเนื้อหา </li></ul>ความแตกต่างระหว่าง LMS/CMS
  46. 49. Learning Content management system (LCMS) คือ ระบบการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ เป็นระบบที่มีการบูรณาการในส่วนเครื่องมือการสร้างและการจัดเนื้อหาในระบบ ซึ่งเป็นระบบที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้เรียนในการจัดการสอน ช่วยให้ผู้สอนพัฒนาเนื้อหาออนไลน์เพื่อการนำเสนอในรูปแบบที่เป็นโครงสร้าง สามารถปรับเปลี่ยนได้ ช่วยให้ผู้เรียนเข้าสู่เนื้อหาได้หลากหลายขึ้น LCMS
  47. 50. ลักษณะโครงสร้างของ LCMS LCMS Instructional Designer Content/Courseware Repository of RLOs Author Approve Publish RLO/Course delivery Tracking Information Personalized assembly
  48. 51. โครงสร้างภายในของ LCMS <ul><li>Instructional Designers เป็นผู้ที่ทำการสร้างตัวบทเรียน โดยนำ RLOs (Reuseable Learning Objects) ที่มีอยู่แล้วนำมาประกอบกัน </li></ul><ul><li>Personalization คือการนำส่งเนื้อหาโดยเป็นไปตามความต้องการของแต่ละบุคคล </li></ul><ul><li>RLO/Course คือสื่อหรือเนื้อหาที่เก็บไว้ในระบบโดยสื่อเหล่านี้สามารถปรับปรุงนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และเมื่อไม่ใช้สามารถที่จะลบทิ้งได้ </li></ul>
  49. 52. ความแตกต่างระหว่าง LMS กับ LCMS <ul><li>LMS มุ่งเน้น การจัดการเกี่ยวกับผู้เรียน กิจกรรมของผู้เรียน ติดตามความกว้าหน้า และประเมินความสามารถของผู้เรียน </li></ul><ul><li>LCMS มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหา การนำเนื้อหากลับมาใช้ใหม่ การจัดการและการปรับปรุงเนื้อหาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น </li></ul>
  50. 53. ภาพองค์ประกอบทั่วไปของ L CMS
  51. 54. Assignments <ul><li>จงอธิบายโครงสร้างและองค์ประกอบของ CMS </li></ul><ul><li>การนำคอมพิวเตอร์มาช่วยเรื่องการเรียนการสอน มีอะไรบ้าง พร้อมยกตัวอย่างประกอบ </li></ul><ul><li>อธิบาย E – learning พร้อมยกตัวอย่าง Software </li></ul><ul><li>ที่ใช้ในการพัฒนาระบบ E - learning </li></ul>

×