• Like
Tpm
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Tpm

  • 3,470 views
Uploaded on

 

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
No Downloads

Views

Total Views
3,470
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
191
Comments
1
Likes
4

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. TP MTOTAL PRODUCTIVEMAINTENANCEการซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม ่ สมพร บุญนวล อดิศร สิงหกาญจน์
  • 2. ความเปลียนแปลงสัมผัสได้ทีหน้างานพัฒนาคน เพือมาพัฒนาเครืองจักร
  • 3. คํานํา หลังจากปี 2553 จนมาถึงปั จจุบนระบบรางในประเทศไทยได้ถูกหน่วยงาน ัภาคเอกชนภาครัฐและประชาชนสื* อต่างๆเฝ้ ามองมากมาย ว่ามีความสําคัญต่อการพัฒนาประเทศ การเปลี*ยนแปลงได้เกิดขึ3นมากมายกับการรถไฟฯ รวมถึงงบประมาณต่างๆที*ไหลบ่ามาที*การรถไฟฯ จนผูปฏิบติเองยังไม่สามารถตอบสนอง ้ ัความต้องการที*ภาครัฐหยิบยืนให้ได้อย่างทันท่วงที * ในความคาดหวังของภาครัฐแล้วการเฝ้ ามองการรถไฟฯ ที*เปรี ยบเสมือนคนป่ วยที*ตองได้รับการดูแลเป็ นพิเศษ ้กลายเป็ นภาระที*หนักของพนักงานการรถไฟ ที*ตองปรับตัวให้ความสําคัญต่อการ ้เปลี*ยนแปลงและลงมือปรับปรุ งแนวทางการบริ หารจัดการที*ยงล้าสมัยอิงกับระบบ ัปฏิบติงานเหมือนเมื*อครั3งที*ยงเป็ นราชการอยู่ ระบบระเบียบแบบแผนเก่าๆที*ยงไม่ ั ั ัสามารถสลัดออกจากองค์กรได้กลายเป็ นพันธะผูกพันธุ์ จนทําให้คนในองค์กรขาดความเชื*อมันในการก้าวเดินไปสู่การเปลี*ยนแปลงใหม่ได้ ในอนาคต * แนวทางในการพัฒนาองค์กร ฝ่ ายการช่างกล ได้เริ* มปรับตัวขึ3นเพือรับต่อ *การเปลี*ยนแปลง ปี 2553 ฝ่ ายการช่างกลเริ* มสนใจที*จะนําทฤษฎีระบบบริ หารจัดการซ่อมบํารุ งแบบทวีผลที*ทุกคนมีส่วนร่ วม(TPM: Total Productive Maintenance) เข้ามาบริ หารจัดการในงานซ่อมบํารุ ง แต่ก็ยงเป็ นเรื* องยากที*จะให้ทุกคนเข้าใจถึงแนวทาง ัในการปฏิบติ เนื*องจากทฤษฎีจะให้ความสําคัญกับทุกคนหรื อทีม มากกว่า ใครคน ัใดคนหนึ*ง การทํางานที*เน้นเป็ นระบบ เน้นการทํางานเป็ นทีม มีแบบแผน ที*ชัดเจน การที*จะปรับตัวไปสู่การเป็ นทีมได้จึงต้องมีการศึกษาทฤษฎีการบริ หารจัดการที*ถูกต้อง การซ่อมบํารุ งรถจักรหรื อล้อเลื*อนหรื ออุปกรณ์ส่วนควบ ของฝ่ าย การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 4. ่การช่างกลที*ผาน มีระบบการบริ หารจัดการ แบบการซ่อมบํารุ งรักษาเชิงป้ องกัน(PM:Preventive Maintenance) และการซ่อมบํารุ งเชิงแก้ไขปรับปรุ ง(Corrective Maintenance)แต่ในแนวทางปฏิบติ ยังไม่สามารถ ทําได้อย่างเต็มที* จากสาเหตุและปั จจัยหลาย ัอย่าง ในขณะที*สถานการณ์ความต้องการใช้รถจักรยังคงเท่าเดิม แต่สภาพเครื* องจักรหรื อรถจักรกลับเก่าลงตามสภาพเงื*อนไขการใช้งาน การซ่อมบํารุ งรักษาแบบทวีผลอาจเป็ นแนวทางหรื อหนทางที*จะช่วยพยุงการซ่อมบํารุ งรักษาอุปกรณ์รถจักรล้อเลื*อนต่างๆให้ดีข3 นโดยผ่ านการทํางานเป็ นที ม และการจัดตั3งทีมงานเล็กๆที* ึเรี ยกว่าSmall group เข้ามาปรับปรุ งในเรื* องเฉพาะเรื* อง(Focused Improvement) หรื อการเน้นการถ่ายทอดความรู ้ จากรุ่ นสู่รุ่นในการปฏิบติงาน ั (Learning & Training) และยังรวมถึงการกําหนดแผนงานการทําวาระ การจัดระบบแผนงานทางพัสดุเพื*อรองรับการซ่อมบํารุ งต่างๆและยังรวมถึงการนําเอาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการทํางานอีกด้วย(Planed Maintenance) ที*กล่าวมาถือว่าเป็ นส่วนหนึ*งของ TPM แต่พ3ืนฐานที*สาคัญ ํอย่างมากคือการบํารุ งรักษาด้วยตนเอง(AM: Autonomous Maintenance) ซึ*งจะเป็ นกุญแจสําคัญไปสู่การบริ หารจัดการซ่อมบํารุ งแบบทวีผลที*เต็มรู ปแบบได้ในอนาคต ในเอกสารตําราฉบับนี3จะเน้นพื3นฐานการซ่อมบํารุ งรักษาเริ* มจากการบํารุ งรักษาด้วยตนอง (AM: Autonomous Maintenance) ซึ*งสามารถเริ* มจากทุกพื3นที*ทุกหน่วยงานได้แม้แต่บนรถจักรล้อเลื*อนก็สามารถนําเอาทฤษฎีน3 ีไปปรับปรุ งเพื*อให้เหมาะสมต่อการปฏิบติงาน และยังรวมไปถึงการดูแลสถานที* โรงงาน โรงซ่อม ับํารุ ง ให้เป็ นระบบ ระเบียบ และให้พนักงานทุกคนมีส่วนในการตัดสิ นใจในการบริ หารจัดการด้วยตนเองได้อย่างเป็ นรู ปธรรมเพื*อสร้างขวัญและกําลังใจต่อโดยยังไม่เน้นไปที*ส่วนอื*นของทั3งหมดของTPM ทั3ง 8 เสา แต่จะเริ* มจากผูปฏิบติงานที*อยู่ ้ ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 5. หน้างานในโรงงาน โรงซ่อมบํารุ งของฝ่ ายการช่างกล ว่ามีการเปลี*ยนแปลงอย่างไรเมื*อได้ลงมือปฏิบติจริ ง ซึ*งระบบ ั TPM มองไปที การเปลียนแปลงที สัมผัสได้ ทีหน้ างาน และมุ่งไปสู่ความสัมฤทธิผล และ การมีส่วนร่ วมของพนักงานทุกคน วันนี3หลักปฏิบติอาจมองยังไม่เห็นได้เป็ นรู ปธรรม ั แต่ การพัฒนาคนเพือให้ คนไปพัฒนาเครื องจักร ยังคงเป็ นแนวทางของ TPM ผูเ้ ขียนและเรี ยบเรี ยงเนื3อหาในตําราฉบับนี3ตองขอขอบคุณ อาจารย์ธานี ้ อ่วมอ้อ จากสถาบันTPMconsulting ที*ปรึ กษาและอาจารย์พิเศษฝ่ ายการช่างกลที*ให้คาแนะนําแนวทางในการ ํจัดทํา TPMให้เกิดขึ3นเป็ นรู ปธรรมในฝ่ ายการช่างกลการรถไฟฯเหมือนองค์กรบริ ษท ัชั3นนําที*ใหญ่ในประเทศไทย ขอบคุณ ท่าน รวก.นายช่างสิ ทธิพงษ์ พรมลา ที*สนับสนุนแนวทางการทํางานTPM ขอบคุณท่าน วญก.นายช่างณรงค์ฤทธิa ศิวะสาโรช ที*ให้คาแนะในการนําทฤษฎีไปใช้งานเพื*อให้เห็นแนวทางปฏิบติอย่าง ํ ัชัดเจน ขอบคุณเพื*อนร่ วมงานฝ่ ายการช่างกลที*ร่วมแรงร่ วมใจกันเปลี*ยนเพื*อการรถไฟฯของทุกคน สมพร บุญนวล วซข.บซ. อดิศร สิ งหกาญจน์ วศก. 8 การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 6. สารบัญ หน้าบทนํา 1การบริ หารการเปลี*ยนแปลง 2-4การรถไฟฯกับทศวรรษใหม่ 5-10หน่วยธุรกิจซ่อมบํารุ ง 11-15บทที* 1กิจกรรม 5 ส. 16-22บทที* 2พื3นฐานการซ่อมบํารุ งรักษา 23-25ความล้มเหลวการซ่อมบํารุ ง 26-29การทํางานเป็ นทีม 30-38บทที* 3การบํารุ งรักษาแบบทวีผลที*ทุกคนมีส่วนร่ วมTPM 39-44เป้ าหมายการทําTPM 45-48ประวัติความเป็ นมาของTPM 49-51ประเภทของการซ่อมบํารุ งรักษาที*สนับสนุนTPM 52-53บทสรุ ปเป้ าหมายTPM 54บทที* 4แปดเสาหลักTPM 55-73 การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 7. บทที* 5เส้นทางสู่ TPM 74-81บทที* 6Autonomous Maintenance 82-85การบํารุ งรักษาตนเองคืออะไร 85-89บทบาทของผูใช้เครื* อง ้ 89-90บทบาทของฝ่ ายซ่อมบํารุ ง 91-927 ขั3นตอนในการบํารุ งรักษาด้วยตนเอง 92-954เครื* องมือหลักในการทํา AM 96-99ขั3นตอนในการทําAM 100เครื* องจักรกับOEE 101-112ขั3นตอนการเปลี*ยนแปลงเครื* องจักร 113-120ปั ญหาความสะอาดของเครื* องจักร 121-122การทําความสะอาดแบบตรวจสอบ 123จุดผิดปกติและจุดยากลําบากแหล่งกําเนิดปั ญหา 124-127การกําจัดจุดยากและจุดกําเนิดปัญหา 128-148ตัวอย่าง การจัดทําList ,OPL 149-154บทที* 7การบํารุ งรักษาเชิงวางแผน 155-171บทสรุ ป 172-174 การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 8. 1 บทนํา การบริหารการเปลียนแปลง(Change Management)การสือสารภายในองค์ กร ความหมายของการสือสารข้ อมูล เกิดจากคําสองคํา คือ การสือสาร(Communication) ซึงหมายถึงการส่งเนือหาจากฝ่ ายหนึงไปยังอีกฝ่ ายหนึง และคําว่า ข้ อมูล (Data) หมายถึง ข้อเท็จจริ งหรื อสิ งทีถือหรื อยอมรับว่าเป็ นข้อเท็จจริ งทําไมต้องมีการสื อสารภายในองค์กร ก็เพือให้พนักงานทุกกลุ่มงาน ได้มีความรู ้ความเข้าใจ เพือให้มีทศนคติทีดีในการทํางาน ั โรเจอร์(Roger,1978:208-209 อ้างถึงใน สุรพงษ์ โสธนะเสถียร 2533:122)ได้กล่าวถึง ทัศนคติ ว่า เป็ นดัชนีชีว่า บุคคลนัน คิดและรู ้สึกอย่างไร กับคนรอบข้างวัตถุหรื อสิ งแวดล้อมตลอดจนสถานการณ์ต่างๆโดย ทัศนคติ นันมีรากฐานมาจากความเชือทีอาจส่งผลถึงพฤติกรรม ในอนาคตได้ ทัศนคติ จึงเป็ นเพียงความพร้อมทีจะตอบสนองต่อสิ งร้าว และเป็ นมิติของการประเมินเพือแสงดว่าชอบหรื อไม่ชอบต่อประเด็นหนึงๆซึงถือเป็ นการสื อสารภายในบุคคล(InterpersonalCommunication) ทีเป็ นผลกระทบมาจากการรับสารอันจะมีผลต่อพฤติกรรมต่อไป การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 9. 2ทัศนคติ (Attitude) โรเสนเบิร์กและฮอฟแลนด์(Rosenberg and Hovland,1960:1 )ให้นิยามว่า เป็ นการจูงใจต่อแนวโน้ม การตอบสนองอย่างเฉพาะเจาะจงกับสิ งทีเกิดขึน เคลเลอร์(Howard H.Kendler,1963:572) กล่าวว่า ทัศนคติหมายถึง สภาวะความพร้อม ของบุคคลทีจะแสดงพฤติกรรมออกมาในทางสนับสนุน หรื อ ต่อต้านบุคคลสถาบัน สถานการณ์หรื อแนวความคิด ศักดิa สุนทรเสณี (2531:2) กล่าวถึง ทัศนคติ ทีเชือมโยงไปถึงพฤติกรรมของบุคคลว่า ทัศนคติ หมายถึง 1.ความซําซ้อนของความรู ้สึก หรื อการมีอคติของบุคคลในการทีจะสร้างความพร้อม ทีจะกระทําสิ งใดสิ งหนึงตามประสบการณ์ของบุคคลนัน ทีได้รับมา 2.ความโน้มเอียง ทีจะมีปฏิกิริยาต่อสิ งใดสิ งหนึงในทางทีดีหรื อต่อต้านสิ งแวดล้อม ทีจะมาทางหนึงทางใด 3.ในด้าน พฤติกรรม หมายถึง การเตรี ยมตัว หรื อความพร้อมทีจะตอบสนอง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 10. 3 ่จากคําจํากัดความต่างๆเหล่านี จะเห็นได้วามีประเด็นร่ วมทีสําคัญดังนี คือ 3.1 ความรู ้สึกภายใน 3.2.ความพร้อม หรื อ แนวโน้มทีจะมีพฤติกรรมในทางใดทางหนึง ภาพที 1 การเปลียนทัศนคติต่อการปฏิบติงาน ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 11. 4 ภาพที 2 การมุ่งไปสู่การเปลียนแปลงในอนาคต ่ ดังนันจึงสรุ ปได้วา ทัศนคติ เป็ นความสัมพันธ์ทีคาบเกียวระหว่าง ความรู ้สึกและความเชือหรื อการเรี ยนรู ้ของบุคคลกับแนวโน้มทีจะมีพฤติกรรมโต้ตอบในทางใดทางหนึงต่อเป้ าหมายของทัศนคตินน โดยสรุ ป ทัศนคติ ในงานทีนีเป็ นเรื องของ ัจิต ท่าที ความรู ้สึกนึกคิดและความโน้มเอียงบุคคลทีมีต่อข้อมูลข่าวสารและการเปิ ดรับรายการกรองสถานการณ์ทีได้รับมา ซึงเป็ นไปได้ทงเชิงบวกและเชิงลบ ั ่ทัศนคติมีผลให้มีการแสดง พฤติกรรม ออกมา จะเห็นได้วา ทัศนคติ ประกอบด้วยความคิดทีผลต่ออารมณ์ และความรู ้สึกนันออกมาโดยทางพฤติกรรม สรุป ถ้าหากพนักงานทุกระดับได้รับข้อมูลข่าวสารทีถูกต้อง ชัดเจน ก็จะส่งผลให้มีทศนคติทีดี แสดงพฤติกรรมออกมาในเชิงบวก(Positive Mind) ั แล้วเราควรจะสื อสารข้อมูลด้านใดให้พนักงานรับทราบบ้าง ? การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 12. 5การปรับตัว เมือการรถไฟมุ่งไปสู่ ทศวรรษใหม่ ภาพที 3 การรถไฟในทศวรรษใหม่วิสัยทัศน์ (Vision)"มุ่งสู่ความเป็ นเลิศในการให้ บริ การระบบรางที สะดวก ตรงต่ อเวลา และปลอดภัย"พันธกิจ(Mission) -มุ่งเน้นการให้บริ การทีตอบสนองต่อความต้องการของผูใช้บริ การ ้ เพือสร้างรายได้และผลกําไรให้แก่องค์กร รวมทังการพัฒนาประสิ ทธิภาพในการให้บริ การอย่างต่อเนือง เพือเป็ นทางเลือกในการขนส่งทีมีประสิ ทธิภาพ -ดําเนินการให้บริ การในเชิงสังคม เพือประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและประเทศ และตอบสนองนโยบายในการให้บริ การขนส่งราคาตําและมีประสิ ทธิภาพของภาครัฐ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 13. 6 -ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนา ขยายและเชือมโยงโครงข่ายการขนส่งผูโดยสารและสิ นค้า ้ภาพที 4 การพัฒนาระบบรางวัตถุประสงค์ (Objectives) 1.เพือสร้างความเป็ นเลิศในการให้บริ การของการรถไฟฯภายใต้สภาพแวดล้อมทีเปลียนแปลงไป 2.เพือปรับปรุ งผลการดําเนินงานของการรถไฟฯทังธุรกิจหลักและธุรกิจรองรวมทัง มีการจัดการ ต้นทุนอย่างมีประสิ ทธิภาพ 3.เพือให้เกิดการพัฒนาองค์กรและบุคลากรทีสอดคล้องกับแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพืนฐานระบบรางอันจะนําไปสู่ความสามารถในการแข่งขันทียังยืนของการรถไฟฯในระยะยาว 4.เพือให้เกิดการบูรณะการ การทํางานร่ วมกันของหน่วยงานต่างๆของการรถไฟฯในการผลักดันวิสยทัศน์การรถไฟฯอย่างมีประสิ ทธิภาพและประสิ ทธิผล ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 14. 7ยุทธศาสตร์ (Strategies) กลุ่มยุทธศาสตร์ดานการปรับปรุ งและเพิมประสิ ทธิภาพการให้บริ การ ้ด้ านการให้ บริการขนส่ งผู้โดยสารและสินค้ า 1.เพิมประสิ ทธิภาพการให้บริ การและความปลอดภัยเพือรองรับการคมนาคมขนส่งทีเพิมขึนในอนาคต 2.เพือสร้างรายได้จากการให้บริ การรถไฟมากขึน 3.สร้างความเชือมโยงด้านการขนส่งผูโดยสารและสิ นค้าระหว่างโครงข่ายการ ้ขนส่งอืนๆภายในประเทศและประเทศเพือนบ้านภาพที 5 รถจักร-ล้อเลือนด้ านรถจักรและล้ อเลือน 1.จัดหาจํานวนรถไฟทีมีประสิ ทธิภาพและความน่าเชือถือเพือให้บริ การอย่างเพียงพอ 2.จัดรถให้เพียงพอตรงเวลาตามตารางเดินรถและตรวจสภาพรถจักรให้ปลอดภัยมีมาตรฐาน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 15. 8 3.การให้บริ การเดินรถอย่างปลอดภัยมีมาตรฐาน เกิดการบริ การทีดี ้ ั 4.จัดให้มีการกูภยเมือเกิดอุบติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ัด้ านโครงสร้ างพืนฐาน I 1.ปรับปรุ งระบบโครงสร้างพืนฐานในปัจจุบน ั 2.พัฒนาระบบโครงสร้างพืนฐานเพิมเติม 3.เพิมประสิ ทธิภาพหน่วยงานในการบํารุ งรักษาและบริ หารโครงการกลุ่มยุทธศาสตร์ดานการพัฒนาระบบการบริ หารจัดการของการรถไฟฯ ้ด้ านบริหารทรัพย์ สิน 1.การแสวงหาแหล่งรายได้ใหม่ทีทําให้มีรายได้เพิมขึนอย่างมีนยสําคัญ ั 2.การสร้างและพัฒนาระบบข้อมูลของทรัพย์สินแบบครบวงจร 3.การสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านการบริ หารทรัพย์สินด้ านการเงินบัญชี 1.การสร้างและพัฒนาบุคลากรทางการเงินและการบัญชี 2.มีระบบการบริ หารความเสียงด้านการจัดการทางการเงิน 3.การสร้างและพัฒนาระบบสารสนเทศด้านงบประมาณการเงินและการบัญชีด้ านการพัฒนาและบริหารองค์ กร 1.องค์กรมีความคล่องตัว ปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลียนแปลงและแข่งขันได้ในเชิงธุรกิจ 2.ส่งเสริ มการนําเทคโนโลยีดานการจัดการทีทันสมัยมาใช้ ้ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 16. 9 3.มีระบบการบริ หารจัดการทีเหมาะสมกับโครงสร้างในรู ปแบบหน่วยธุรกิจสามารถบริ หารจัดการบูรณาการทํางานและสร้างความเป็ นเอกภาพ ระหว่างหน่วยธุรกิจให้สอดคล้องและ เป็ นไปในทิศทางเดียวกัน 4.มีภาพลักษณ์ทีทันสมัย โปร่ งใส ตรวจสอบได้ และผูมีส่วนได้ส่วนเสี ยมีความ ้เชือมัน การมีมีส่วนร่ วม และการยอมรับของบุคลากรทุกระดับขององค์กร ภาพที 6 การพัฒนาองค์กรพลมุ่งไปสู่ความทันสมัยด้ านการพัฒนาและบริหารบุคลากร 1.เพิมขีดความสามารถของฝ่ ายบริ หารงานบุคคลให้สามารถเป็ นหุนส่วนในเชิง ้ยุทธศาสตร์ขององค์กร การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 17. 10 2.เพิมและขยายเทคโนโลยีทีทันสมัยและมีประสิ ทธิภาพสําหรับการพัฒนาและบริ หารบุคลากร 3.จัดสรรบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละหน่วยธุรกิจ ั 4.พัฒนาบุคลากรให้เป็ นพลังสําคัญในการสร้างคุณค่าให้กบองค์กรอย่างยังยืนและส่งเสริ มบุคลากรให้เกิดการเรี ยนรู ้ และพัฒนาองค์ความรู ้อย่างต่อเนือง 5.สร้างแรงจูงใจและรักษาบุคลากรมีมีคุณภาพ ภาพที 7 มุ่งเน้นการสร้างแรงจูงใจและเป็ นกําลังใจให้กบคนทํางาน ัด้ านการพัฒนาเทคโนโลยีและสารสนเทศ ั 1.เพิมทักษะด้าน ICT ให้กบบุคลากรทัวไป พร้อมทังพัฒนาบุคลากรด้าน ICT ให้เพียงพอต่อภาระงาน 2.เพิมประสิ ทธิภาพและประสิทธิผลของบุคลากรด้านต่างๆให้มีปริ มาณและคุณภาพเพียงพอต่อการปฏิบติงาน ั 3.ให้ระบบ ICT มีความพร้อมความมันคงเชือถือได้ และเพียงพอ สามารถรองรับงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อการขยายตัวในอนาคต 4.พัฒนาระบบสารสนเทศแบบบูรณาการ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 18. 11 5.การบริ หารจัดการ ICT มีประสิ ทธิภาพ 6.เน้นการบริ หารองค์กรยุคใหม่ทีมุ่งให้ผบริ หารใช้ ICT เป็ นปัจจัยใน ู้ กระบวนการพัฒนาองค์กรหน่ วยธุรกิจการซ่ อมบํารุงวิสัยทัศน์ (VISION) "มุ่งสู่ความเป็ นเลิศในการให้ บริ การรถจักร ล้ อเลือน และการขับเคลือนขบวนรถ ที ได้ มาตรฐาน"พันธกิจ(Mission) 1.พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการซ่อมบํารุ งรถจักรล้อเลือน และการขับเคลือนขบวนรถ เพือส่งมอบรถจักรล้อเลือนและพนักงานขับรถทีมีคุณภาพ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 19. 12 2.พัฒนากระบวนการทํางานเพือเป็ นหน่วยงาน Cost Center ทีเป็ นเลิศ 3.พัฒนาทรัพยากรมนุษย์(Human Capital) เพือรองรับการเปลียนแปลงเทคโนโลยีที เกียวข้องกับระบบราง 4.พัฒนาและยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวตการทํางาน ความปลอดภัยและ ิสุขลักษณะ (Quality of Work Life และ Occupational Safety and Health)ยุทธศาสตร์ (Strategic) 1.ยกระดับมาตรฐานการซ่อมบํารุ งรถจักรและล้อเลือน 2.ยกระดับมาตรฐานการขับเคลือนขบวนรถ ้ ั 3.ยกระดับมาตรฐานการกูภย 4.การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 5.การพัฒนาทรัพยากรบุคคล 6.การพัฒนาจัดวางระบบต้นทุนค่าใช้จ่าย 7.การพัฒนาหน่วยธุรกิจในระยะยาว 8.การหาหุนส่วนในเชิงยุทธศาสตร์(Strategic Partder)มาดําเนินการในโรง ้ซ่อมแห่งใหม่ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 20. 13Change :การเปลียนแปลง การยกระดับการซ่อมบํารุ งรถจักร ล้อเลือน และการขับเคลือนขบวนรถให้มีมาตรฐานนัน สิ งทีสําคัญทีสุดคือการพัฒนา “คน” การสื อสารภายในองค์กรทีได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น ถือว่ามีความสําคัญทีสุดทีจะให้พนักงานทุกระดับได้มีการเปลียนทัศนคติ แต่เนืององค์กร การรถไฟแห่งประเทศไทย เป็ นองค์กรทีเก่าแก่ จึงมีความยากอยู่ 2 ประการ คือ 1.วัฒนธรรมในการทํางาน 2.ผูนาในการเปลียนแปลงมีนอย ้ ํ ้การเปลียนแปลงทัศนคติในการทํางาน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 21. 14คําศัพท์ หรือ คํานิยาม ทีควรจะมาสร้ างความเข้ าใจร่ วมกัน“มาตรฐาน” (Standards) ได้ถูกเขียนขึนโดยนําเอารายละเอียดของความจําเพาะทางเทคนิค หรื อหลักเกณฑ์ต่างๆ ทีเห็นพ้องร่ วมกัน เพือใช้เป็ นกฏ, แนวทาง หรื อ ่คํานิยามของคุณลักษณะต่างๆ ทังนี เพือให้มนใจได้วา วัตถุดิบ, ผลิตภัณฑ์, ักระบวนการ หรื อบริ การต่างๆ เหมาะสมตามเป้ าหมายทีตังไว้”ประสิทธิภาพ (Efficiency ) หมายถึงกระบวนการดําเนินงาน ทีมีลกษณะดังนี ั 1. ประหยัด (Economy) ได้แก่ ประหยัดต้นทุน(Cost) ประหยัดทรัพยากร(Resources) และประหยัดเวลา (Time) 2. เสร็ จทันตามกําหนดเวลา (Speed) 3. คุณภาพ (Quality) โดยพิจารณาทังกระบวนการตังแต่ปัจจัยนําเข้า (Input) หรื อวัตถุดิบ มีการคัดสรรอย่างดี มีกระบวนการดําเนินงาน กระบวนการผลิต(Process)ทีดี และมีผลผลิต (Output)ทีดีการมีประสิ ทธิภาพจึงต้องพิจารณากระบวนการดําเนินงานว่า ประหยัด รวดเร็ วมีคุณภาพของงานซึงเป็ นกระบวนการดําเนินงานทังหมดประสิทธิผล (Effective ) 1.หมายถึงผลสําเร็ จของงานทีเป็ นไปตามความมุ่งหวัง (Purpose) ทีกําหนดไว้ในวัตถุประสงค์ (Objective) หรื อเป้ าหมาย (Goal) และเป้ าหมายเฉพาะ (Target)ได้แก่ 2. เป้ าหมายเชิงปริ มาณ จะกําหนดชนิดประเภทและจํานวนของผลผลิต สุดท้าย การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 22. 15ต้องการทีได้รับเมือการดําเนินงานเสร็ จสิ นลง 3. เป้ าหมายเชิงคุณภาพ จะแสดงถึงคุณค่าของผลผลิตทีได้รับจากการดําเนินงานนัน ๆ 4. มุ่งเน้นทีจุดสิ นสุดของกิจกรรมหรื อการดําเนินงานว่าได้ผลตามทีตังไว้หรื อไม่ 5. มีตวชีวัด (Indicator) ทีชัดเจน ั ่สรุป กล่าวได้วาการทํางานทีประสบผลสําเร็ จ จะต้อง มีประสิ ทธิผลและมีประสิ ทธิภาพด้วย “ลูกค้ า... คือบุคคลที สําคัญที สุดทีมาเยือนเราในสถานที นี - เขามิได้ มาพึงเรา เราต่ างหาก ที จําเป็ นต้ องพึงเขา เขามิได้ มาขัดจังหวะการทํางานของเรา หากแต่ การรั บใช้ เขา คือวัตถุประสงค์ ของงานของเรา เขามิได้ เป็ นบุคคลภายนอก เขาเป็ นส่ วนหนึงของ ธุรกิจนีทีเดียว ในการรั บใช้ เขา - เรามิได้ ช่วยเหลืออะไรเขาเลย เขาต่ างหากที เป็ นฝ่ าย ช่ วยเหลือเราโดยให้ โอกาสแก่ เราในการรั บใช้ เขา...” การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 23. 16 บทที 1 กิจกรรม 5 ส. กิจกรรม 5 ส.เป็ นพืนฐานทีสําคัญ ทีทางหัวหน้างานและพนักงานจะต้องให้ความสําคัญในการทีจะเรี ยนรู ้ แล้วนําไปประยุกต์ใช้ให้เกิดการเปลียนแปลงทีเป็ นรู ปธรรมภาพที 1 การกําหนดขอบเขตพืนทีปฏิบติงานของโรงงานAKITA (East Japan ัRailway) การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 24. 175 ส. คือ กระบวนการในการจัดสถานทีทํางานให้เป็ นระเบียบเรี ยบร้อยโดยมุ่งเน้นทีจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพของการทํางานและจิตสํานึกในการปรับปรุ งสภาพแวดล้อมทีดีของผูปฏิบติงาน ้ ั 5 ส. คําย่ อซึงแปลมาจาก 5S ซึงเป็ นอักษรตัวแรกของคําในภาษาญีปุ่ น 5 คํา คือ1.SEIRI (เซริ ) = สะสาง2.SEITON (เซตง) = สะดวก3.SEISO (เซโซ) = สะอาด4.SEIKETSU (เซเคทซึ) = สุขลักษณะ5.SHITSUKE(ซิทซึเคะ) = สร้างนิสย ั1.สะสาง คือ การแยกของทีจําเป็ นออกจากของทีไม่จาเป็ นและขจัดของที ไม่ จําเป็ นออกไป ํ ่มีของทีไม่จาเป็ นปะปนอยูในตู ้ ชัน และบริ เวณทีทํางานหรื อไม่ ํทีทํางานคับแคบหาของไม่เจอ เสียเวลาค้นหาหรื อไม่มีวสดุอุปกรณ์มากเกินความจําเป็ นหรื อไม่ ัเกิดความสูญเปล่าหรื อไม่ ต้ องมันใจว่ าในสถานทีทํางานมีเฉพาะของทีจําเป็ นใช้ งานเท่ านั#น :Only necessary things remain at the workplace การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 25. 18ภาพที 2 การกําหนดขอบเขตพืนทีปฏิบติงานของโรงงานAKITA (East Japan ั Railway) ภาพที 3 สภาพพืนทีการปฏิบติงานภายในโรงงานการรถไฟฯ ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 26. 192.สะดวก คือ การจัดวางหรื อจัดสิ งของต่างๆในสถานทีทํางานอย่างเป็ นระบบ เพือความสะดวก ปลอดภัยและคงไว้ซึงคุณภาพ ประสิ ทธิภาพในการทํางาน - มีการกําหนดทางเดิน และกําหนดทีวางชัดเจนหรื อไม่ - มีการจัดแยกประเภทเครื องมือ อุปกรณ์ต่างๆโดยคํานึงถึงความรวดเร็ วปลอดภัย และคงไว้ซึงคุณภาพหรื อไม่ - ทีชันวางมีป้ายบอก ทีของมีป้ายติด และมีตารางแสดงตําแหน่งการจัดวางสิ งของ หรื อไม่ - มีอุบติเหตุเกิดขึนในสถานทีทํางานบ่อยหรื อไม่ ั มีทสําหรับของทุกสิง และของทุกสิงต้ องอยู่ในทีของมัน ี : A place for everything .Everything in its place. การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 27. 20 ภาพที 4 การไร้ซึงระเบียบการทิงขยะเกลือนกราด3.สะอาด คือ การทําความสะอาด(ปัด กวาด เช็ด ถู) เครื องจักร เครื องมือ อุปกรณ์ และสถานทีทํางาน- เครื องจักร คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่างๆ มีฝน สนิม คราบนํามันหรื อไม่ ุ่- มีการทําความสะอาดเครื องจักร อุปกรณ์ ก่อนและหลังใช้งานทุกครังหรื อไม่- มีการมอบหมายให้พนักงานแต่ละคน รับผิดชอบทําความสะอาดเครื องจักรอุปกรณ์หรื อไม่- สถานทีทํางานโดยรวมปราศจากฝุ่ นและหยากไย่หรื อไม่- มีการทําความสะอาดครังใหญ่ประจําปี หรื อไม่ การทําความสะอาดคือการตรวจสอบ:Cleaning is inspection การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 28. 21 ภาพที 5 สภาพการทํางานขาดการวางแผนและระเบียบการจัดวาง4.สุ ขลักษณะหรือสร้ างมาตรฐาน คือ การรักษามาตรฐานการปฏิบติ 3 ส.แรกทีดีไว้ ค้นหาสาเหตุ ต่างๆเพือ ัยกระดับมาตรฐานให้สูงขึน- ขจัดสาเหตุของฝุ่ นละออง และมลภาวะต่างๆได้หรื อไม่- ป้ าย สัญลักษณ์ต่างๆมีขนาด และอยูในระดับทีเหมาะสมกับสายตาหรื อไม่ ่- มีการกําหนดแนวทางและวิธีการปฏิบติเพือรักษามาตรฐานความเป็ นระเบียบ ัเรี ยบร้อยในสถานทีทํางานหรื อไม่- จัดสถานทีทํางานเพือให้เกิดสภาพแวดล้อมทีดี สดชืน น่าทํางานหรื อไม่รักษามาตรฐานและปรับปรุงให้ ดขึ#น ีMaintain present standards and aim at improvement การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 29. 22 ภาพที 6 พืนทีปฏิบติงานของโรงงานAKITA (East Japan Railway) ั5.สร้ างนิสัย คือ การปฏิบติตามระเบียบกฎเกณฑ์ของหน่วยงานอย่างสมําเสมอ จนกลายเป็ น ัการกระทําทีเกิดขึนเองโดยอัตโนมัติ หรื อ โดยธรรมชาติ- ฝึ กอบรมให้ความรู ้ สร้างความเข้าใจ และปลูกฝังทัศนคติทีดีในการักษาความสะอาด ความเป็ นระเบียบเรี ยบร้อยของสถานทีทํางาน- ทุกคนปฏิบติตามกฎเกณฑ์และระเบียบของหน่วยงาน ั- ผูบงคับบัญชาทุกระดับต้องเป็ นแบบอย่างทีดี ้ ั สร้ างทัศนคติทดีในการทํางาน:Positive work attitude ี การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 30. 23 บทที 2 พืนฐานการซ่ อมบํารุงรักษา I การซ่อมบํารุ งรักษาแรกเริ มทีเดียวคือการบํารุ งรักษาตามอาการหรื อการบํารุ งรักษาเมือขัดข้อง เมือเครื องจักรมีอาการเสี ยเช่นไรก็ซ่อมบํารุ งไปตามอาการนัน เพือให้สามาถนํากลับมาใช้การได้อีกเช่น มอเตอร์ชารุ ด ก็เปลียนมอเตอร์ ํ ่สายพานขาดก็เปลียนสายพาน แม้วาจะใช้ ไปขาดไปก็ไม่ได้มีการวิเคราะห์ความชํารุ ด ไม่มีการจัดกิจกรรมการซ่อมบํารุ งรักษาใดๆทังสิ นเพราะถือว่า การหยุดเดินเครื องจักรถือว่าเป็ น การสูญเสี ยการทํากิจกรรมประจําวันของเครื องจักร ภาพที 1 การซ่อมบํารุ งชินส่วนเครื องจักร ั การซ่อมบํารุ งรักษาดังกล่าวไม่สามารถนํามาใช้กบเครื องจักรได้ทุกๆเครื องเพราะ นันหมายถึง ความเสี ยหายทีเกิดขึนจากการชํารุ ดกะทันหัน เช่น รถจักรดีเซล ทีวิงระหว่างทําขบวน เมือเกิดการชํารุ ดระหว่างทางทีเปลียว แล้วไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องรอนํารถมาเปลียน แสดงว่าการซ่อมบํารุ งเมือเกิดเหตุขดข้อง ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 31. 24 ัใช้ไม่ได้กบเครื องจักรบางชนิด เพราะอาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง ดังเช่นทีกล่าวมาก โดยเฉพาะงานบริ การทีเกียวข้องกับมนุษย์ เพราะอาจได้รับเสี ยงร้องเรี ยนความไม่สะดวกสบายต่อการเดินทาง นอกจากนันแล้วความน่าเชือถือต่อตัวเครื องจักรย่อมลดลงไปด้วย การบํารุ งรักษาทีกล่าวมานันถือว่าเป็ นยุคแรกๆ ของการพัฒนางานกิจกรรมซ่อมบํารุ งรักษาเพราะหลังจากนันกิจกรรมงานซ่อมบํารุ งรักษาก็ได้พฒนา ัมาเรื อยตามการพัฒนางานด้านอุตสาหกรรมของโลก มีการพัฒนากิจกรรมการซ่อมบํารุ งรักษา เพือป้ องกันความชํารุ ด มีการกําหนดแผนงานเพือหยุดเครื องจักรซ่อมบํารุ งรักษาก่อนความชํารุ ด ไม่ตองรอให้เครื องจักรเกิดความชํารุ ดเสี ยหาย แต่ก็ยง ้ ัประสบกับปั ญหาอีกเกียวกับตัวเครื องจักร ทีไม่สะดวกต่องานซ่อมบํารุ ง ต้องการแก้ไขและบํารุ งรักษาอยูบ่อย ่ รวมถึงเป็ นการยากลําบากและโอกาสผิดพลาดมีสูงต่อมาจึงต้องมีการแก้ไขปรับปรุ ง เพือให้ซ่อมบํารุ งได้ง่ายขึนอีก แต่ก็ตองเสี ยเวลา ้จึงมีการพัฒนามาเป็ นการป้ องกันการบํารุ งรักษา จนถึงการพยากรณ์งานซ่อมบํารุ งรักษา ซึงเราสามารถแบ่งวิวฒนาการงานซ่อมบํารุ งรักษาออกได้ดงนี:- ั ั 1) การบํารุ งรักษาเมือขัดข้อง(Breakdown Maintenance :BM) 2) การบํารุ งรักษาเชิงป้ องกัน(Preventive Maintenance :PM) 3) การบํารุ งรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุ ง(Corrective Maintenance : CM) 4) การป้ องกันการบํารุ งรักษา (Maintenance Prevention : MP) 5) การบํารุ งรักษาทวีผล ( Productive Maintenance : PM) การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 32. 25ภาพที 2 สาเหตุของการชํารุ ดแบบ Breakdown ภาพที 3 ประเภทของงานบํารุ งรักษา การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 33. 26ความล้ มเหลวต่ อการซ่ อมบํารุงรักษาแบบดัIงเดิม 1. ปั ญหาของการซ่อมบํารุ งรักษาแบบดังเดิมคือการทีไม่ได้ให้ผใช้เครื อง ู้ จักรเข้ามามีส่วนร่ วมของการกําหนดการซ่อมบํารุ งรักษาหรื อมีส่วนร่ วม ในการซ่อมบํารุ งขันพืนฐาน ผูใช้งานไม่รู้จก เครื องจักรดีพอ หรื อถ้า ้ ั เป็ นรถจักรหรื อล้อเลือน ผูใช้ก็คือพนักงานรถจักร ทีมีหน้าใช้เพียงเดียว ้ โดยขาดทักษะการดูแลหรื อการแก้ไขความชํารุ ดในเหตุการณ์เฉพาะหน้า หรื อแม้กระทังการทีจะแจ้งให้ช่างให้ผตรวจสอบรับรู ้ถึงอาการความชํารุ ด ู้ ของเครื องจักรหรื ออุปกรณ์ทีใช้งาน 2. นอกจากนันแล้วระบบการซ่อมบํารุ งแบบเดิมบางหน่วยงานยังไม่ได้มีการ จัดเก็บข้อมูลการซ่อมบํารุ งในแต่ละวาระ หรื อมีการเก็บข้อมูลจริ งแต่ไม่ สามารถนํามาใช้งานได้เมือต้องการ 3. การซ่อมบํารุ งทีไม่มีการวางแผนงานชัดเจนหรื อไม่มีการซ่อมบํารุ งตาม แผนงาน จนทําให้ไม่เกิดการซ่อมบํารุ งรักษาแบบป้ องกัน รวมถึงยังไม่มี การตรวจสอบติดตามอย่างเป็ นระบบ ถ้าเปรี ยบเทียบการซ่อมบํารุ งรักษาต่างๆแล้ว มีคาถามว่าฝ่ ายการช่างกล ํ ่การรถไฟ ฯมีระบบหรื อการวางแผนงานในการซ่อมบํารุ งรักษาล้อเลือนอยูในระดับไหนฝ่ ายการช่างกล การรถไฟ ฯมีการวางแผนงานเรื องระบบการทําวาระรถจักรล้อเลือน ทีเรี ยกว่า Preventive Maintenance :PM มีการกําหนดแบบแผน และแผนงานตามแต่ละชนิดรถและชนิดล้อเลือนทีใช้การ รวมถึงการนําเอา บํารุ งรักษา การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 34. 27เชิงแก้ไขปรับปรุ ง(Corrective Maintenance : CM) มาแก้ไขความชํารุ ดและปรับปรุ งปัญหาต่างๆทีเกิดในกระบวนการต่างๆอีกด้วยตัวอย่างการกําหนดแผนงานการซ่อมบํารุ งล้อเลือนของ East Japan railway ภาพที 4 การกําหนดแผนงานซ่อมบํารุ งของรถไฟประเทศญีปุ่ น East Japan Railway กําหนดแผนงาน ในลักษณะการบํารุ งรักษาเชิงป้ องกันหรื อ Preventive Maintenance การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 35. 28ทําไมต้ องทํา TPM ่ ทําไมเครื องจักรยังคงเสี ยอยูประจําและใช้เวลามากในการแก้ไขคําตอบทีได้โดยทัวไปมักจะได้คาตอบทํานองว่าไม่ช่วยกันดูแลรักษา ไม่มีอะไหล่ ํไม่มีเวลาในการตรวจซ่อมทําวาระ เนืองจากต้องนํารถจักรไปใช้งาน อะไหล่ไม่มีคุณภาพ ขาดแคลนแรงงาน เป็ นต้น การจัดองค์การในการบํารุ งรักษา การทํางานของฝ่ ายต่างๆไม่ประสานกัน ไม่มีการวัดผล และไม่มีการวางแผนการบํารุ งรักษาขาดฐานข้อมูลทีดี การจัดองค์การในการบํารุ งรักษาแบบดังเดิมทีผ่าน เป็ นการจัดองค์การในการบํารุ งรักษาทีขึนอยูกบฝ่ ายซ่อมบํารุ งเพียงฝ่ ายเดียว ทําให้เกิดปั ญหาอยูเ่ ป็ น ่ ัประจําว่า พนักงานไม่ช่วยกันดูแลรักษาเครื องจักร ดังนันการจัดองค์การในการบํารุ งรักษาทีดี ควรให้เกิดการประสานงานทีดีระหว่างฝ่ ายซ่อมบํารุ งในฐานะผูดูแล ้ ่เครื องจักรกับฝ่ ายผูใช้เครื องจักร โดยมีฝ่ายต่างๆให้การสนับสนุนไม่วาฝ่ ายบริ หาร ้ฝ่ ายจัดซือ ฝ่ ายควบคุมคุณภาพ ฝ่ ายวิจยและพัฒนา TPM จึงเป็ นระบบการ ับํารุ งรักษาทีให้ทุกฝ่ ายทีเกียวข้องมีเป้ าหมายร่ วมกัน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 36. 29ภาพที 5 การสร้างระบบทีมงานย่อยทีมีความชํานาญงานหลากหลายและเฉพาะด้าน คําตอบ ทําไมต้องทํา TPM ก็คือ เพือพัฒนาเครื องจักรอุปกรณ์ พัฒนาคนและพัฒนาองค์การ การทําให้ประสิทธิผลโดยรวมของเครื องจักรสูงสุดด้วยการเสริ มสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับเครื องจักร เปรียบเสมือนหนึงว่ าตนเองเป็ นเจ้ าของเครืองจักร คือ เป้ าหมายของ TPM และการพัฒนาคนให้รู้จกร ัทํางานเป็ นทีม ก็คือ การก้าวเดินไปสู่จุดหมายของ TPMขัIนตอนการเรียนรู้ TPM ถือว่าเราเป็ นหน่วยงานเก่า ในทีนีหมายถึง มีสภาพพืนทีโรงซ่อมทีเก่า ั ัพนักงานมีประเพณี วัฒนธรรมในการทํางานทีถือปฏิบติกนมาเป็ นแบบเครื อญาติยังขาดในการจัดวางระบบทีดี ดังนันในการทีดําเนินการเรี ยนรู ้จดทํา TPM จะต้อง ัเริ มที “คน”ก่อน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 37. 30การสร้ างทีมงานการพัฒนาทีมสู่ ความเป็ นเลิศการทํางานเป็ นทีม(TEAM WORKING)การรวมตัวของบุคคลในองค์การตังแต่ 2 คนขึนไป มาร่ วมกันคิด…..ร่ วมใจ…….และร่ วมมือทํางานและมีปฏิสมพันธ์ต่อกันต่อเป้ าหมายเดียวกันด้วยความเต็มใจ ัโดยมีสมพันธภาพทีดีต่อกัน ั เพือช่วยกันทํางานให้บรรลุเป้ าหมายอย่างมีประสิ ทธิภาพและเกิดประสิ ทธิผล โดยมีความพอใจในการทํางานร่ วมกันแนวคิดการทํางานเป็ นทีมสู่ ความเป็ นเลิศ คิดร่ วมกันเป็ นที ม มีใจร่ วมเป็ นหนึงเดียวกัน ทําร่ วมกันเป็ นที ม การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 38. 31ความสําคัญของการทํางานเป็ นทีม งานบางอย่างไม่สามารถทําสําเร็ จเพียงคนเดียวองค์การอาจมีงานเร่ งด่วนทีต้องการระดมพนักงาน เพือปฏิบติงานให้เสร็ จทันเวลาทีกําหนด และมีคุณภาพงาน ับางอย่างต้องอาศัยความรู ้ความสามารถ และความเชียวชาญจากหลายฝ่ าย ภาพที 6 การสร้างบรรยากาศของการทํางานเป็ นทีมภาพจากห้องประชุมพนักงานโรงงาน AKITA East Japan Railway งานบางอย่างเป็ นงานทีมีหลายหน่วยงานรับผิดชอบ ต้องการความร่ วมมืออย่างจริ งจังจากทุกฝ่ ายทีเกียวข้อง เป็ นงานทีต้องการความคิดริ เริ มสร้างสรรค์ เพือแสวงหาแนวทาง วิธีการ และเป้ าหมายใหม่ องค์การต้องการสร้างบรรยากาศของความสามัคคีให้เกิดขึน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 39. 32ประโยชน์ ของการทํางานร่ วมกัน เพือพัฒนาศักยภาพของทีมงานและองค์การเพือตอบสนองความต้องการของทีมและองค์การ เพือป้ องกันความเสี ยงเพือการแก้ไขปั ญหา เพือสร้างเสริ มความสุขในการทํางาน ภาพที 7 การสร้างบรรยากาศของการทํางานเป็ นทีม ภาพจากห้องประชุมพนักงานโรงงาน AKITA East Japan Railway การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 40. 33องค์ ประกอบในการทํางานร่ วมกัน 1. มีเป้ าหมายร่ วมกัน 2.เปิ ดใจยอมรับความเป็ นทีมงานเดียวกัน ั 3. ให้เกียรติกน 4.ร่ วมมือ และเต็มใจทํางานร่ วมกัน 5.มีความเข้าใจซึงกันและกัน 6.เปิ ดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น 7.แบ่งงานและหน้าทีตามความเหมาะสม 8. ทุกคนในทีมมีความรับผิดชอบ ภาพที 8 แสดงถึงการทํางานเป็ นระบบทีม การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 41. 34เป้ าหมายการสร้ างทีมงาน 1.เพือแต่ละบุคคล 2.เพือความสําเร็ จตามเป้ าหมายของทีมงาน 3.เพือความเจริ ญก้าวหน้าขององค์การการบรรลุเป้ าหมายของทีมงานด้วย…..3 PPURPOSE : มีวตถุประสงค์ทีชัดเจน ัPRIORITY : มีการจัดลําดับความสําคัญในการทํางานPERFORMANCE : มุ่งสู่ผลในการปฏิบติงาน ัการพัฒนาคุณค่ าของตนเองเพือการพัฒนาทีมงาน ตระหนักในคุณค่าของตนเอง ตระหนักในคุณค่าของผูอืน ทําคุณค่าให้แก่ ้ผูอืนและทําให้ผอืนมีคุณค่า ้ ู้ ภาพที 9 การทํางานเป็ นทีมโรงงานKoriyama East Japan Railway การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 42. 35หลักการทํางานร่ วมกันเป็ นทีมในยุคใหม่ ความไว้วางใจต่อกัน (Trust) เข้าใจเห็นใจกัน (Empathy) ความเห็นร่ วมกัน (Agreement) ตระหนักในผลประโยชน์ร่วมกัน(Mutual Benefit) เต็มใจทํางานร่ วมกัน(Willingness) ให้โอกาสกับทุกคนในทีม(Opportunity) ยอมรับซึงกันและกัน(Recognition) แลกเปลียนเรี ยนรู ้และประสบการณ์ในการทํางานร่ วมกัน(KnowledgeTransfer)ขัIนตอนการทํางานเป็ นทีม ขันตอนที 1 : การจัดระบบการปฏิบติงาน ั ขันตอนที 2 : วางแผนการปฏิบติงานอย่างเป็ นระบบ ั ขันตอนที 3 : การลงมือปฏิบติงานร่ วมกัน ั ขันตอนที 4: การประเมินผลการปฏิบติงาน ั ขันตอนที 5: การปรับปรุ งและพัฒนาคุณภาพทักษะทีสําคัญในการทํางานเป็ นทีม(Team working Skill) 1.การสร้างมนุษย์สมพันธ์ เพือการทํางานร่ วมกันเป็ นทีม ั 2.การสื อสาร เพือสร้างสรรค์การทํางานเป็ นทีมทีมีประสิ ทธิภาพ 3.การประสานงาน เพือสร้างสรรค์การทํางานเป็ นทีมทีมีประสิ ทธิภาพ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 43. 361.การสร้ างมนุษยสัมพันธ์ เพือการทํางานร่ วมกันเป็ นทีม มีการเปิ ดใจ – รับฟัง ไว้วางใจต่อกัน เชือมันในความสามารถของทีม เอาใจใส่ต่อกัน บรรยากาศเป็ นกันเอง อบอุ่นและช่วยเหลือกัน ทุกคนมีบทบาทและส่วนร่ วมในกิจกรรม มีการสื อความเพือสร้างความเข้าใจทีสร้างสรรค์ เคารพนับถือซึงกันและกัน คิดในแง่ดี มองในมุมบวก ่ ให้ความปรารถนาดีตอกัน ภาพที 10 การสร้างบรรยากาศการทํางานทีอบอุ่น การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 44. 372.ทักษะการสือสาร เพือสร้ างสรรค์ การทํางานเป็ นทีมทีมีประสิทธิภาพ มีความเข้าใจในสารทีถูกต้อง-ชัดเจน เปิ ดโอกาสให้ผรับสารมีการตอบสนอง ู้ มีการรับฟังอย่างตังใจ สนใจ และจับใจความได้ มีสติ และใช้เหตุผลในการตอบโต้ขอมูลต่อกัน ้ ข่าวสารตรงไปตรงมา ไม่แต่งแต้มทางลบ ใช้การสื อสารสองทาง ใช้ภาษาทีเหมาะสม ภาพที 11 การหมันสร้างทักษะการสื อสารภายในองค์กรเพือพัฒนาตนเองเสมอ3.ทักษะการประสาน เพือสร้ างการทํางานเป็ นทีมทีมีประสิทธิภาพ ทุกคนให้ความสําคัญต่อเป้ าหมายของทีม คํานึงถึงความต้องการของผูขอรับการประสาน ้ มีการติดต่อสื อสารทีดีระหว่างผูประสานงาน ้ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 45. 38 มีความเข้าใจชัดเจนในเรื องทีประสานงาน มีกฎ ระเบียบ หรื อข้อตกลงกําหนดไว้อย่างชัดเจน มีการวางแผนในการประสานงานร่ วมกัน ให้เกียรติ ยอมรับ และความร่ วมมือร่ วมใจกัน มีความรับผิดชอบในงานทีประสาน4. แนวทางการทํางานร่ วมกันเป็ นทีมอย่ างมีประสิทธิภาพและมีความสุ ข(Efficiency Team Working) 1.รักในงานทีทํา และทีมงานทีสังกัดและทําให้เต็มทีในงานทีรับผิดชอบ 2.ให้เกียรติซึงกันและกัน 3.ทําคิดเป็ น-ฟังเป็ น-พูดเป็ น 4.ยอบรับและเผชิญกับความเป็ นจริ งได้อย่างมีความสุข 5.มองโลกอย่างเป็ นเหตุเป็ นผล 6.มีการวางแผนในการทํางาน 7.ให้ความสําคัญกับการบริ หารเวลา 8.สร้างสัมพันธภาพทีดีต่อกัน 9.ซือสัตย์และรักษาจรรยาบรรณ 10.พัฒนาตนเองอย่างสมําเสมอ“ถ้ าเราจะเอาแต่ ชนะ มันก็ต้องแพ้ แต่ ถ้าเราปรองดองกัน มีแต่ ชนะ…..ไม่ มีแพ้”(พระบรมราโชวาท:พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว) การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 46. 39 บทที 3การบํารุงรักษาแบบทวีผลทีทุกคนมีส่วนร่ วม (Total productive Maintenance) จากการทีอุตสาหกรรมในปัจจุบนต้องอาศัยเครื องจักรเป็ นปั จจัยหลักใน ัการผลิต ซึงหากเครื องจักรเกิดการขัดข้องเดินไม่เต็มสมรรถนะ หรื อหยุดเสี ยหาย ่เหนือการคาดการณ์ยอมส่งผลกระทบต่อการส่งมอบทีล่าช้าและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทีตําลง อีกทังยังส่งผลกระทบต่อขวัญและกําลังใจของพนักงานอันเนืองมาจากการควบคุมเครื องจักรทีไม่ปลอดภัย ดังนันจึงมีความจําเป็ นต้องทําการป้ องกันเพือไม่ให้เครื องจักรขัดข้องชํารุ ด (Breakdown) หรื อหยุดโดยไม่มีการคาดการณ์มาก่อนจําเป็ นต้องมีระบบการซ่อมบํารุ งรักษาเชิงป้ องกันเพือให้เครื องจักรสามารถเดินได้อย่างสะดวกไม่ส่งผลกระทบกับงานสามารถใช้งานเครื องจักรได้อย่างเต็มทีมีประสิ ทธิภาพอย่างต่อเนือง TPM เป็ นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรว่าทุกคนมีหน้าทีทําให้เครื องจักรเดินได้ตลอด เพราะมันคือสายพานลําเลียงเงินเข้าสู่องค์กรทุกคนหยุด เครื องจักรทํางาน ได้ เงินทุกคนทํางาน เครื องจักรหยุด ไม่ได้ เงิน คงไม่ได้ต่างจากรถจักรหรื อระบบล้อเลือนทุกชนิดเมือไหร่ ทีมีการเคลือนตัว ล้อหมุนก็จะนํารายได้มาสู่การรถไฟฯ หากรถจักรล้อเลือนหยุดแต่ทุกคนยัง ่ทํางานกันอยูปกติ องค์กรก็ไม่มีรายได้ ก็จะเป็ นสิ งเปล่าประโยชน์สาหรับภารกิจ ํหลักของการรถไฟที ทํางานแต่ไม่สามารถหารายได้เข้าสู่การรถไฟได้ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 47. 40TPM คือการพัฒนาคน สู่ การพัฒนาเครือง เป้ าหมายสูงสุดของงานซ่อมบํารุ งรักษาเครื องจักรหรื อระบบล้อเลือน คือการมี Availability ทีดี มีเปอร์เซ็นต์การใช้งานทีสูงและ มีReliability ทีดีสร้างความพึงพอใจต่อผูใช้บริ การรถจักรล้อเลือน ้ หรื อการมีประสิ ทธิภาพทีดีต่อการดูแลเครื องจักรประจําที เครื องจักรไม่มีความชํารุ ดสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนืองไม่ชํารุ ดระหว่างปฏิบติงาน และยังรวมไปถึงประสิ ทธิผล ของผลงานอีกด้วย ั การทีทุกคนจะเรี ยนรู ้เพือสร้างประสิ ทธิภาพ สิ งแวดล้อมและบรรยากาศภายในองค์กรทีเป็ นมิตร ยอมรับและยินดีต่อการเปลียนแปลง จึงต้องมีการทํางานเป็ นทีม มีการแลกเปลียนข้อมูลซึงกันและกัน มีการแก้ปัญหาแบบข้ามสายงาน(Cross functional problem solving) รวมถึงการแก้ไขปั ญหาแบบเป็ นทีม ภาพที 1 การประชุมเตรี ยมแผนงานในแต่ละวันของพนักงานรถไฟ โรงงาน AKITA East Japan Railway การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 48. 41 การทีจะแก้ปัญหาได้ทุกคนต้องทํางานกันเป็ นทีมแก้ปัญหาเป็ นทีม(team-based problem solving) รวมถึงทุกคนในทีมต้องพูดภาษาเดียวกัน และรับรู ้ปัญหาและการวัดผลงานทีต้องไม่ขดกัน ั การจัดการกระบวนการขององค์การทีดี จะต้องพร้อมทีจะรับมือกับ ่สถานการณ์ทีเปลียนแปลงอย่างรวดเร็ ว ไม่วาจะเป็ นเรื องความต้องการของลูกค้าเช่นในปั จจุบน ั สภาวะการแข่งขันการขนส่งสิ นค้าทางคอนเทรนเนอร์ทีทวีความรุ นแรง ต้นทุนค่าขนส่งทีสูงจากค่าพลังงานเชือเพลิง รวมถึงการผลิตทีปรับตัวสูงขึน สิ งต่างๆ เหล่านีไม่สามารถหลีกเลียงได้ แต่สิงทีผูบริ หารองค์การกระทําได้ก็ ้คือ ต้องทําความเข้าใจ วิเคราะห์ และหาทางรับมือด้วยการปรับองค์การให้มีความสามารถรองรับปั ญหาดังกล่าว ทําอย่างไรให้องค์กรก้าวให้ทนกับสิ งต่างๆที ัเกิดการเปลียนแปลง ภาพที 2 เทคโนโลยีทีพัฒนาก้าวไปข้างการพัฒนาองค์กรต้องก้าวให้ทน ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 49. 42 การบํารุ งรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่ วม หรื อ TPM มีหลักการสําคัญคือการให้ ทุกคนในองค์ กรเข้ ามามีส่วนร่ วมในการบํารุงรักษาตามหน้ าทีของตนเองทีมีการวางไว้ อย่ างเป็ นระบบ และเป็ นขัIนเป็ นตอนในลักษณะของกิจกรรมกลุ่มย่ อย ่โดยมีเป้ าหมายอยูทีการพัฒนาเครื องจักรอุปกรณ์ พัฒนาบุคลากร และสุดท้ายคือการพัฒนาองค์กร แต่อย่างไรก็ตาม เมือนําไปปฏิบติอย่างเป็ นทางการ จะพบว่าแค่ ัความรู ้ความเข้าใจในหลักการอย่างเดียวไม่เพียงพอ ยังต้องมีการเรี ยนรู ้เพิมเติมในเชิงเทคนิคและการประยุกต์ใช้ รวมถึงการปรับและดัดแปลงให้เข้ากับกิจกรรมทีองค์กรได้ทาอยูก่อนหน้า ํ ่ ภาพที 3 การกําหนดแผนงานของการทําวาระรถจักร-ล้อเลือน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 50. 43 ้ งานซ่อมบํารุ งรถจักร,รถดีเซลราง,รถโดยสาร ได้กาวหน้าพัฒนาขึนมากจากการพัฒนาเทคโนโลยีของเครื องมือเครื องจักรทีใช้ในงานซ่อมบํารุ ง ความคาดหวังของผูใช้รถย่อมเป็ นสิ งทีหลีกเลียงไม่ได้สาหรับงานซ่อมบํารุ ง ้ ํ การพัฒนาและเพิมประสิทธิภาพงานซ่อมต้องมีการปรับปรุ งงานอย่างต่อเนือง ในทางเทคนิคแล้วต้องมีการวางแผนงานเพือมุ่งสู่เป้ าหมาย ของการงานได้อย่างสัมฤทธิผลการพัฒนาบุคลากรด้านบํารุ งรักษาซ่อมบํารุ งย่อมมีความจําเป็ นใน ปั จจุบนมีการรวมเอาการบํารุ งรักษาแบบต่างๆ เข้าไว้ดวยกัน ได้แก่ การ ั ้บํารุ งรักษาเมือขัดข้อง การบํารุ งรักษาเชิงป้ องกัน การบํารุ งรักษาแบบทวีผล และการป้ องกันการบํารุ งรักษา ทังนีเพือให้เกิดผลมากขึนในการเตรี ยมความพร้อมสําหรับงานซ่อมบํารุ งให้เกิดประสิ ทธิภาพและประสิ ทธิผล พร้อมทังได้มีการพัฒนาองค์ความรู ้ในฝ่ ายการช่างกลต่อไปได้ในอนาคต ประเด็นสําคัญเรื องการบํารุ งรักษาและการเพิมผลิตภาพประสิ ทธิผลเป็ นปั จจัยสําคัญต่อการพัฒนาศักยภาพในสภาวะแห่งการแข่งขัน ดังนันผูทีดําเนินงาน ้ด้านการบํารุ งรักษา จะต้องพัฒนาและปรับปรุ งกิจกรรมการดําเนินงานซ่อมอย่างต่อเนืองความพึงพอใจของลูกค้ าในการแข่ งขันระดับโลก Quality productivity Cost Changing Culture Morale Delivery Safety การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 51. 44 โดยทัวไปองค์กรทุกองค์กรจะมุ่งเน้นการดูแลรักษาให้เครื องจักรมีสภาพพร้อมใช้งาน(Availability) และยืดอายุการใช้งาน ไม่ให้เสื อมสภาพก่อนช่วงเวลาทีกําหนด โดยกิจกรรมเหล่านีมุ่งเน้นให้ผปฏิบติงานประจําเครื องจักร และผูเ้ กียวข้อง ู้ ัช่วยกันบํารุ งดูแลรักษา แทนบทบาทเดิมที ผ่านมาทีมุ่งให้ผมีหน้าทีคือฝ่ ายซ่อม ู้บํารุ งเท่านัน จนกระทังเครื องจักรเกิดการขัดข้องจนหยุดการใช้งาน(Breakdown) แนวคิดการบํารุ งรักษาได้ถูกพัฒนาในญีปุ่ นช่วง ทศวรรษที 1980 และแพร่ หลายไปยังอเมริ กาในช่วงเวลาต่อมา เรี ยกว่า การบํารุ งรักษาแบบทวีผลทีทุกคนมีส่วนร่ วม(Total productive maintenance) หรื อ TPM ซึงตาม นิยาม ของSeiichi Nakajima (1988) ที กล่ าวว่ า TPM เป็ นแนวทางนวัตกรรม (Innovativeapproach) โดยมุ่งความมีประสิ ทธิ ผลการบํารุ งรั กษาด้ วยตนเอง(Autonomousmaintenance) ในกิจกรรมประจําวัน เช่ นการทําความสะอาดเครื องจักร การตรวจเช็คก่ อนการเดินเครื อง ดังนั-นTPM จึ งไม่ ใช่ เป็ นเพียงแค่ นโยบายการบํารุ งรั กษา (Maintenance Policy) แต่ ยงรวมถึง วัฒนธรรม ปรั ชญา และทัศนคติ ต่ อ ักิจกรรมการบํารุ งรั กษาเครื องจักร โดยมีเป้ าหมายของกิจกรรมทีชัดเจน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 52. 45เป้ าหมายของการทํา TPM 1. การพัฒนาเครื องจักรอุปกรณ์ การพัฒนาเครื องจักรอุปกรณ์ ก็คือ การระดมให้ทุกคนมีส่วนร่ วมเพือ ก่อให้เกิด o ประสิ ทธิ ผลสู งสุ ดของเครื องจักรอุปกรณ์ (Equipment Effectiveness) o ความไว้วางใจได้ในตัวเครื องจักร (Reliability) o คุณภาพของชินงาน (Product Quality) o การเพิมผลผลิตของเครื องจักร (Machine Productivity) o ความสามารถในการใช้เครื องจักรให้ได้ตลอดอายุการใช้งาน (Total Service Life) 2. การพัฒนาคน การพัฒนาคน คือ การให้ฝ่ายต่างๆ สามารถรับผิดชอบงานของตนเองใน TPM ได้ ดังต่อไปนี o ผูใช้เครื องสามารถบํารุ งรักษาเครื องจักรด้วยตนเอง ้ (Autonomous Maintenance) หรื อสามารถช่วยกันดูแล บํารุ งรักษาเครื องจักรขันพืนฐานได้ o ฝ่ ายผลิตสามารถลดความสู ญเสี ยทีเกิดจากเครื องจักรได้ (Individual Machine Improvement) o ฝ่ ายซ่อมบํารุ งสามารถบํารุ งรักษาเครื องจักรตามแผนได้ (Planned Maintenance) การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 53. 46 o ฝ่ ายออกแบบวิจยและพัฒนา มีการออกแบบ วิจย และพัฒนาสิ ง ั ั ต่างๆ โดยคํานึงถึงการบํารุ งรักษาตังแต่แรก (Initial Phase Management) o ทุกคนสามารถทํางานร่ วมกันได้อย่างมีประสิ ทธิ ภาพในลักษณะ ของกิจกรรมกลุ่มย่อย (Small Group Activity) 3. การพัฒนาองค์กร จากการพัฒนาเครื องจักรอุปกรณ์และการพัฒนาคนดังกล่าว ทําให้เกิดการ พัฒนาองค์การในรู ปของ o การปรับปรุ งการเพิมผลผลิต (Productivity Improvement) o การปรับปรุ งคุณภาพ (Quality Improvement) o การลดต้นทุน (Cost Reduction) o การส่ งมอบทีตรงเวลา (Delivery) o ความปลอดภัย (Safety) o ขวัญกําลังใจของพนักงาน (Morale) o การรักษาสิ งแวดล้อม (Environment) นอกจากนี TPM ยังสามารถวัดผลได้อย่างเป็ นรู ปธรรม ในรู ปของการลดของเสี ย การลดเวลาหยุดของเครื องจักร(Downtime) รวมทังผลลัพธ์ทีเป็ นนามธรรม(Intangible) ในรู ปของขวัญและกําลังใจ ความปลอดภัยในการทํางานการทํางานเป็ นทีม และการพัฒนาทักษะของผูปฏิบติงาน ซึงส่งผลต่อการยกระดับ ้ ัขบวนการงานซ่อมบํารุ งและขบวนการผลิต การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 54. 47 ภาพที 4 TPM คือการทีทุกคนมีส่วนร่ วม (วัน Big cleaning day)ปรัชญาและโครงสร้ างTPM 5 ข้ อ1.ประสิ ทธิภาพการผลิต(หรื องานซ่อมบํารุ ง)ต้องมาก่อน Zero Accident, Zero Defect, Zero Breakdown2.การป้ องกันดีกว่าแก้ไข Reactive VS Proactive3.ทุกคนมีส่วนร่ วมมีส่วนได้ส่วนเสี ย Autonomous activities , Small group activities4.ผูบริ หารลงมือทํา ้ focused improvement5.การเปลียนแปลงสัมผัสได้ทีหน้างาน Shop-floor oriented, visual management/control การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 55. 48วิวฒนาการของ TPM ัอดีต การบํารุ งรักษาหลังเหตุขดข้อง Breakdown Maintenance ั1950 การบํารุ งรักษาเชิงป้ องกัน Preventive Maintenance1957 การบํารุ งรักษาเชิงปรับปรุ ง Corrective Maintenance1960 การป้ องกันการบํารุ งรักษา Maintenance Preventionการบํารุ งรักษาทวีผล Productive Maintenance (USA) Plant Maintenance(PM) in Japan1971 JAPAN byJIPM & Nippon Denso1971 JAPAN by JIPM & NipponDenso = โดยรวมนันหลักของ TPM นันจะให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่ วมผ่านทางกิจกรรมกลุ่มย่อย มีจุดมุ่งหมายเพือปรับปรุ งประสิ ทธิผลโดยรวมของเครื องจักรให้ได้สูงสุด พัฒนาความรู ้และทักษะของพนักงาน และปรับปรุ งผลการดําเนินงานของกิจการ T Total - Effectiveness - System - Participation P Productive M Maintenance including managementTPM = การบํารุ งรักษาทวีผล + การบํารุ งรักษาด้วยตนเองผ่านกิจกรรมกลุ่มย่อย การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 56. 49ประวัตความเป็ นมาของTPM ิ TPM ถือกําเนิดขึนในประเทศญีปุ่ น บริ ษทแรกทีเริ มนํา TPM เข้ามาใช้คือ ับริ ษท นิปปอน เดนโซ จํากัด และได้รับรางวัล PM Excellence Award ในปี 1971 ั ั ัตังแต่นนมารางวัล TPM จะให้กบเฉพาะบริ ษทที implement TPM เท่านัน (แต่เดิม ัจะให้รางวัลกับบริ ษทที implement PM-USA Style ก็ได้) นิปปอน เดนโซได้นา ั ํTPM มาเป็ น Necessary Element ของการพัฒนา Toyota Production System ซึงแต่เดิมได้มีการนํา Total Quality Control (TQC), Just in Time (JIT), and TotalEmployee Involvement (TEI) มารวมเข้าด้วยกันเท่านัน จวบจนกระทังในปี 1988 หนังสื อ TPM ภาคภาษาอังกฤษได้จดพิมพ์ ัเผยแพร่ ซึงเขียนโดยคุณ Seiichi Nakajima (บิดาแห่ง TPM) ทําให้โลกตะวันตกได้เริ มรู ้จกและเข้าใจ TPM ั ต่อมาในไม่ชา TPM ไม่ใช่เป็ นสิ งสําคัญในความสําเร็ จของสมรรถนะของ ้เครื องจักรทีเป็ นเลิศในระดับโลกเท่านัน (world class equipment performance) แต่เป็ นวิถีทางใหม่ในการยกระดับสมรรถนะโดยรวมขององค์กร (overall companyperformance) “Total productive maintenance (TPM) has been a very important tool for equipment intensive manufacturing sectors” การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 57. 50ภาพที 5 ภายในโรงงานVOITH Turbo Transmission Heidenhiem GmbHGermany ทีดําเนินกิจกรรม TPM ลักษณะของ TPM (Japan) แตกต่ างจาก PM (USA) อย่ างไร TPM (Japanese Style) PM (USA Style) TPM มีจุดมุ่งหมายทีการ การปรับปรุ ง ปรับปรุ งประสิ ทธิภาพ ประสิ ทธิภาพการผลิต การผลิตให้มีระดับสูงสุด โดยผูเ้ ชียวชาญเป็ น (Zero B/D, Zero ศูนย์กลาง ดังนันจะ Production Performance ปรับปรุ งประสิ ทธิภาพ Loss, Zero Defect) โดย การทํางานของ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 58. 51การปรับปรุ งทีวิธีการผลิต เครื องจักร/อุปกรณ์โดยการใช้และการบํารุ งรักษา การปรับปรุ งทีการผลิตเครื องจักร/อุปกรณ์ และการบํารุ งรักษา เครื องจักร จึงไม่ได้ มุ่งเน้นการปรับปรุ งที การใช้เครื องจักรให้มี ประสิ ทธิภาพสูงสุดJishu-Hozen By พนักงานผลิตมีหน้าทีOperators, พนักงาน เดินเครื องจักร ส่วนการผูใช้เครื องจักรต้อง ้ บํารุ งรักษาทังหมดเป็ นบํารุ งรักษาเครื องจักรของ หน้าทีของพนักงานซ่อมตนเอง โดยการทําความ บํารุ งสะอาด, หล่อลืน, ขันแน่น, ตรวจสอบ ส่วนพนักงานซ่อมบํารุ งจะทําหน้าทีตรวจสอบตามคาบเวลา ซ่อมแซม/เปลียนอะไหล่ดําเนินการผ่านกิจกรรม ไม่มีการดําเนินงานกลุ่มย่อย (Small Group กิจกรรมกลุ่มย่อยActivities) – FormalOrganization Based โดยมีลกษณะซ้อนกัน ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 59. 52 ตามลําดับ (Overlapping Small Group Activities) ตังแต่ระดับจัดการจนถึง ระดับปฏิบติการ ัประเภทของการบํารุงรักษาทีสนับสนุนกิจกรรมTPM • การบํารุ งรักษาเชิงป้ องกัน(Preventive maintenance) เป็ นกิจกรรมทีมี ความสําคัญต่อการลดค่าใช่จ่ายในการซ่อมบํารุ งรักษา โดยมีการจัดทํา แผนงานตามช่วงเวลาเพือลดโอกาสของการชํารุ ด ทําให้เครื องจักรมี ความน่าเชือถือ(Reliability)สูงขึน ซึงจะมีกิจกรรมทีเกียวข้อง เช่นการ หล่อลืน การทําสะอาด การตรวจสภาพเครื องจักร เป็ นต้นดังนัน PM จึงมุ่งเน้นในการระบุสาเหตุของปัญหาและดําเนินการแก้ไขก่อนทีจะ เกิดการBreakdown ดังนันประสิทธิผลของการดําเนินกิจกรรม PM จึง เกิดขึนกับความถีของกิจกรรมการตรวจสอบและดําเนินการแก้ไข (Corrective action) • การบํารุ งรักษาเชิงคาดการณ์(Predictive Maintenance) คือกิจกรรมหนึงที ดําเนินควบคู่กบการบํารุ งรักษาเชิงป้ องกัน โดยมีการประเมินสภาพการ ั ใช้งานของอุปกรณ์หรื อชินส่วนเครื องจักรด้วยการออกแบบและติดตัง อุปกรณ์สาหรับการตรวจจับ (Sensors) เพือเก็บข้อมูลและประเมินความ ํ เสื อมสภาพของเครื องจักร ในขณะทียังเดินเครื องอยู่ เช่นการตรวจจับ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 60. 53 ความสันสะเทือน(Vibration) ความเร็ ว อุณหภูมิ เสี ยง ข้อมูลทีได้รับทํา ให้สามารถระบุกิจกรรมงานบํารุ งรักษาและดําเนินการถอดเปลียน ชินส่วนก่อนทีจะมีการชํารุ ดหรื อ Breakdown และยังช่วยการวางแผน งานด้านจัดการเตรี ยมพร้อมอะไหล่ • การบํารุ งรักษาทวีผล(Productive maintenance) คือการบํารุ งรักษาทีมีการ ผสมผสานรู ปแบบการรักษาเชิงป้ องกัน การบํารุ งรักษาเชิงคาดการณ์ และหลักการออกแบบต้นทุนอายุLife cycle costing หรื อLCC ซึง คํานึงถึงต้นทุนการบํารุ งรักษาทีเหมาะสม โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ ความชํารุ ดเสี ยหาย (Failure analysis) รวมทังการออกแบบ (Design modification )และการมุ่งเน้นพิสูจน์ความจริ ง ( verification )บทสรุปเป้ าหมายของTPM 1. มุ่งเน้นประสิ ทธิผลโดยรวมของเครื องจักรสูงสุดโดยมุง เป้ าหมายการลดความสูญเสี ยจากเครื องจักร 2. การดําเนินกิจกรรมบํารุ งรักษาทวีผล(Productive maintenance) โดยครอบคลุมตลอดอายุการใช้งานของเครื องจักร ซึง พนักงานสามารถค้นหาความบกพร่ องได้ดวยตัวเอง ้ และ สามารถแก้ไขปั ญหาเบืองต้นก่อนทีจะเกิดความเสี ยหายมาก ขึน 3. เกิดความร่ วมมือจากทุกฝ่ ายงาน ประกอบด้วย ฝ่ ายออกแบบ วิศวกรรม ผลิต บํารุ ง รักษา โดยมีสมาชิกตังแต่ระดับผูบริ หาร ้ จนถึงระดับแรงงานในสายการผลิตเข้าร่ วมดําเนินกิจกรรม การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 61. 54 4. สนับสนุนกิจกรรมกลุ่มย่อยในรู ปของกิจกรรมบํารุ งรักษาด้วย ตัวเองรวมทังการยกระดับขวัญและกําลังใจ สรุป TPM เป็ นกิจกรรมบํารุ งรักษาทีมุ่งความมีประสิ ทธิผลของ เครื องจักรอย่างเหมาะสมทีสุด(Optimize equipment effectiveness) ซึงส่ง ผลลัพธ์ในรู ปของการปรับปรุ งคุณภาพ การลดต้นทุน และความปลอดภัย นอกจากนียังพบว่าองค์กรทีดําเนินกิจกรรม TPM ได้สร้างวัฒนธรรมการ ปรับปรุ งอย่างต่อเนืองในองค์กรซึงเป็ นปั จจัยการเพิมผลิตภาพโดยรวม ั ให้กบองค์กร โดยสรุ ปเป็ นข้อๆดังต่อไปนี1. TPM คือ ระบบการบํารุ งรักษาทีส่งเสริ มให้เกิดความร่ วมมือของทุกฝ่ าย โดยมีความมุ่งมันว่าประสิทธิภาพโดยรวมของระบบการผลิตต้องสูงสุด2. TPM คือ การทําให้เกิดระบบป้ องกันเพือไม่ให้มี ความสูญเสี ย (Losses) เกิดขึนกับเครื องจักรและ ผลิตภัณฑ์ ซึงทังนีต้องทําให้เกิด "อุบติเหตุเป็ น ั ศูนย์" "ของเสี ยเป็ นศูนย์" และ "เครื องเสี ยเป็ นศูนย์"3. TPM คือ การให้ฝ่ายผลิต ฝ่ ายพัฒนา ฝ่ ายบริ หาร ฝ่ ายบริ การ มาร่ วมกันใน การพัฒนาประสิ ทธิภาพโดยรวมของระบบการผลิต และซ่อมบํารุ งรักษา4. TPM คือ ระบบการบํารุ งรักษาทีอยูบนพืนฐานของการมีส่วนร่ วมตังแต่ ่ ผูบริ หารระดับสูงจนถึง ผูใช้เครื อง ้ ้5. TPM คือ การทําให้ความสูญเสี ยเป็ นศูนย์โดยผ่านกิจกรรมกลุ่มย่อยทีทุก กลุ่มมีภาระงานที คาบเกียวกัน (Overlapping) การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 62. 55 บทที 4 แปดเสาหลักของโครงการ TPM ปั จจุบนการบํารุ งรักษาทวีผลทีทุกคนมีส่วนร่ วม(Total ั productive ัmaintenance) หรื อ TPM ได้มีบทบาทสําคัญต่อการพัฒนาผลิตภาพให้กบธุรกิจซึงเป็ นแนวทางทีมีพฒนาการตังแต่ทศวรรษ 1970 และได้มีการนํามาปฏิบติอย่าง ั ัแพร่ หลายในอุตสาหกรรม โดยมีแนวทางทีสอดคล้องกับการบริ หารคุณภาพ อย่างTQM ดังเช่น *การให้คามันจากผูบริ หารต่อการสนับสนุนโครงการ ํ ้ *การมีส่วนร่ วมจากพนักงานทุกระดับเพือดําเนินการแก้ปัญหา *การดําเนินโครงการทังสองจะต้องใช้ระยะเวลาในการเปลียนแปลงเพือปรับเปลียนทัศนคติในการทํางานของพนักงานตารางเปรี ยบเทียบความแตกต่างระหว่าง TPM กับ TQMหัวข้อ TPM TQMปั ญหา การขัดข้องเครื องจักร ความบกพร่ องผลิตภัณฑ์ (Machine breakdown) (Pro duct defects)แนวทางการแก้ไข การบํารุ งรักษาตามสภาพ การตรวจสอบใน (Condition-based สายการผลิต(In-process maintenance) inspection) การบํารุ งรักษาเชิงป้ องกัน ใช้กลไกป้ องกันความ (Preventive maintenance) ผิดพลาด(Poka-yoke) การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 63. 56 การป้ องกันบํารุ งรักษา การออกแบบสําหรับ (Maintenance คุณภาพ(Design for prevention) quality)สารสนเทศสําหรับการ บันทึกปั ญหาการขัดข้อง การควบคุมกระบวนการติดตาม และความน่าเชือถือของ เชิงสถิติ เครื องจักรแนวทางพืนฐาน(Basic การให้การศึกษา/ การให้การศึกษา/approaches) ฝึ กอบรม ความมีส่วนร่ วม ฝึ กอบรม ความมีส่วน ของพนักงานโดยมุ่ง ่ ร่ วมของพนักงานโดยมุง เป้ าหมาย “Maintenance แนวคิด “Quality is free” is free” การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 64. 57ภาพที 1 แปดเสาหลักของการดําเนินกิจกรรม TPM (8 Pillars of TPM) ภาพที 2 การประชุมติดตามผลดําเนินงานเป็ นกิกรรมหลักของTPM การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 65. 58แปดเสาหลักแห่ งความสําเร็จของกิจกรรม TPM(The Eight Major Pillars of TPM) กิจกรรม ผู้เกียวข้ อง 1. การปรับปรุ งเฉพาะเรื อง วิศวกร ,สารวัตร,นายตรวจ ( Focused Improvement ) 2. การบํารุ งรักษาด้วยตนเอง นายตรวจ,ช่างฝี มือ,รวมไปถึง ( Autonomous Maintenance พนักงานรถจักร 3. การบํารุ งรักษาเชิงวางแผน วิศวกร ,สารวัตร,นายตรวจ ( Planned maintenance ) 4.การฝึ กอบรมและพัฒนาทักษะ วิศวกร ,สารวัตร,นายตรวจ ( Education and Training ) หัวหน้าช่าง 5. การจัดทําระบบควบคุมช่วง ศูนย์วศวกรรม ิ เริ มต้น ฝ่ ายวิจยและพัฒนา ั ( Initial Phase Management ) 6. การบํารุ งรักษาเชิงคุณภาพ หน่วยซ่อมบํารุ งด้านโรงงานและ ( Quality Maintenance ) ด้านลากเลือน งานประกัน คุณภาพ 7. การเพิมประสิ ทธิภาพของฝ่ าย ฝ่ ายสํานักงาน สนับสนุน (Efficient Administrative & Indirect Functions) การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 66. 59 8.การจัดการความปลอดภัยและ ผูเ้ กียวข้องทุกส่วน สิ งแวดล้อม (Safety & Hygiene & Environmental Managementเสาต้ นที 1 การปรับปรุงเฉพาะเรือง (Focused improvement) หรื อ Kobetsu kaizen • ่ ั กําจัดความสูญเสี ยทีมีอยูทงหมดของระบบการผลิตอย่างจริ งจัง และ ดําเนินการอย่างมีประสิ ทธิภาพเพือเข้าหาสภาพทีควรเป็ นตามอุดมคติ (Ideal State, Best Practice) • เป็ นกิจกรรมทุกระดับ – Policy Level : Project Team – Manager Level – Frontline : Small Group Activities – Individual Level : Suggestion ภาพที 3 การกําจัดความสูญเสี ยกับกระบวนการผลิต การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 67. 60 1. สิ งทีลูกค้าไม่ตองการ แต่เราต้องทํา เรี ยกว่า “ ความสูญเปล่า” หรื อ ้ “ความสูญเสี ย” 2. สิ งทีทําไม่ได้ ตามทีควรจะเป็ น 3. สิ งทีทําไม่ได้ ตามความคาดหวัง ภาพที 4 การปรับปรุ งเฉพาะเรื องโดยใช้Kaizenกําหนดเป็ นนโยบาย การปรับปรุ งเฉพาะเรื องโดยมุ่งปรับปรุ งเพือลดความสูญเสี ยในสถานทีทํางานซึงกระทบต่อประสิ ทธิภาพการปฏิบติงานอย่างเป็ นระบบด้วยการใช้ ัเครื องมือไคเซ็นต่างๆ เช่น PM analysis, Why-Why analysis ในงานสรุ ปการปรับปรุ ง(Kaizen summary sheet) เป็ นต้น ซึงมีเป้ าหมายลดต้นทุนการผลิตลงไม่ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 68. 61น้อยกว่า 30 % โดยมุ่งให้เกิดความสูญเสี ยเป็ นศูนย์(Zero losses)ทีรวมอยูในความ ่สูญเสี ยหลักซึงจะได้กล่าวต่อไปเสาต้ นที 2 การบํารุงรักษาด้ วยตนเอง(Autonomous maintenance) Jishu-Hozen คือกิจกรรมทีมีวตถุประสงค์จะให้ผปฏิบติงานแต่ละคน ั ู้ ั “ดูแลรั กษาเครื องจักรด้ วยตนเอง” โดยดําเนินการตรวจเช็คเครื องจักรประจําวัน เติมนํามันเปลียนชินส่วนหรื อซ่อมแซม ตรวจพบความผิดปกติแต่เนิน ๆ รวมทังตรวจเช็คความแม่นยําของเครื องจักร เป็ นต้น ถือเป็ นการบํารุ งรักษาเชิงป้ องกันในส่วนของผูใช้งาน ซึงประกอบไปด้วย ้ P,D -การป้ องกันการเสื อมสภาพ โดยการบํารุ งรักษาประจําวัน (Daily Maintenance : Cleaning, Lubrication, Tightening and Adjustment) C -การตรวจวัดความเสื อมสภาพ : Routine inspection of operating condition and deterioration A -การแก้ไขกลับคืนสู่สภาพเดิมโดยการซ่อม/เปลียนอะไหล่ตาม ระยะเวลา การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 69. 62เสาต้ นที 3 การบํารุงรักษาเชิงวางแผนเป้ าหมายหลักของ Planned Maintenance คือการกําจัด 8 Major Losses และ เพิมReliability ของโรงงาน โดยมีการตังเป้ าหมายเช่น • Zero Breakdown • Extend MTBF • Reduce MTTR • Reduce Total Maintenance Cost • Reduce Total Plant Cost การบํารุ งรักษาเชิงวางแผน คือ กิจกรรมทีมุ่งให้เกิดระดับการบํารุ งรักษาทีเหมาะสมและไม่เกินความจําเป็ น โดยใช้ขอมูลทีบันทึกเพือจัดทําตารางแผนงาน ้บํารุ งรักษา เพือติดตามปั ญหาทีเกิดขึนในช่วงต้น ซึงดําเนินการโดยบุคลากรฝ่ าย ับํารุ งรักษาร่ วมกับแรงงานในสายการผลิต ดังนันจึงมีการฝึ กอบรมให้กบพนักงานทีเกียวข้องทุกคนโดยประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ดังเช่น • การตรวจเช็คสภาพเครื องจักรตามรอบเวลา(Periodical check) • การซ่อมใหญ่และถอดเปลียนอุปกรณ์(Overhaul) • การปรับตังเครื องและการเติมนํามันตามรอบเวลา • การจัดเก็บสารสนเทศทีเกียวกับปั ญหาการ Breakdown เพือใช้ วิเคราะห์สภาพปั ญหาทีเกิดขึนและแสดงด้วยตัวชีวัดสําคัญ • การค้นหาสาเหตุปัญหาเรื อรังทีก่อให้เกิดปั ญหาการขัดข้อง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 70. 63เสาต้ นที 4 การฝึ กอบรม( Education and Training ) โดยมุ่งการพัฒนาทักษะและส่งเสริ มขวัญกําลังใจให้กบพนักงานให้ ั ่สามารถปฏิบติงานได้อย่างยืดหยุนและเกิดประสิ ทธิผลเมือมีการมอบหมายงาน ซึง ั ัการฝึ กอบรมไม่เพียงแค่การยกระดับทักษะการทํางาน(Know-How) ให้กบพนักงานเท่านัน แต่ยงมุ่งให้ผปฏิบนิงานสามารถค้นหาสาเหตุหลักของปัญหา(Root cause) ั ู้ ัและระบุแนวทางการแก้ไขปั ญหา(Know-why) เพือสร้างบุคลากรให้เกิดความเชียวชาญ ซึงการฝึ กอบรมจําแนกเป็ นระดับทักษะต่างๆ ดังนี ช่ วงที 1 (Phase 1) : ยังไม่มีความรู ้(Do not know) ช่ วงที 2 (Phase 2): มีความรู ้ทฤษฏีพืนฐานแต่ไม่สามารถดําเนินการเองได้(Know the theory but cannot do) ช่ วงที 3 (Phase 3) : สามารถดําเนินการเองได้แต่ไม่สามารถสอนหรื อ ั ้ถ่ายทอดให้กบผูอืน(Can do but cannot teach) ช่ วงที 4 (Phase 4) : สามารถดําเนินการด้วยตัวเองและสอนงานได้(Can doand also teach)นโยบาย : 1.การมุ่งปรับปรุ งพัฒนาทักษะให้กบพนักงานผูเ้ กียวข้อง ั 2.การสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดการเรี ยนรู ้ดวยตนเอง(Self learning) ้ 3.เพือขจัดปั ญหาความซําซากและสร้างบรรยากาศในการทํางาน(Makework enjoyable) การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 71. 64เป้ าหมาย : 1.ลดเวลาการหยุดของเครื องจักรหลัก(Critical machines)ให้เป็ นศูนย์ 2.ลดความสูญเสี ยเนืองจากการขาดทักษะทํางานของพนักงานให้มีค่าเป็ นศูนย์ 3.มุ่งให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่ วมในกิจกรรมข้อเสนอแนะขัIนตอนของกิจกรรมให้ การฝึ กอบรม : 1.กําหนดนโยบายโดยลําดับความสําคัญและตรวจสอบหัวข้อการฝึ กอบรมทีเกียวข้อง ั 2.จัดทําระบบการฝึ กอบรมสําหรับยกระดับทักษะให้กบบุคลากร 3.จัดเตรี ยมกําหนดการสําหรับฝึ กอบรม ั 4.ดําเนินการฝึ กอบรมให้กบพนักงานตามกําหนดการ 5.การประเมินผลลัพธ์ของกิจกรรมฝึ กอบรมเพือนําข้อมูลกําหนดแนวทางฝึ กอบรมในอนาคตเสาที 5 การจัดทําระบบควบคุมช่ วงเริมต้ น ( Initial Phase Management ) การบริ หารให้ถูกต้องตังแต่ตน คือ การบริ หารและการจัดการทัง ้ผลิตภัณฑ์ และเครื องจักร (กระบวนการผลิต) ให้ถูกต้องตังแต่ตน ้ 1. ผลิตภัณฑ์ใหม่ : ให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทีสามารถมันใจในคุณภาพตังแต่แรกเริ ม และมีคุณภาพตรงตามความต้องการของลูกค้า มีตนทุนเหมาะสม ้แข่งขันได้ ขายได้ง่าย และผลิตได้ง่าย รวมทังสามารถบริ หารให้ช่วงเวลาในกระบวนการต่างๆ ตังแต่ขนตอนการวางแผนและออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ จนถึง ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 72. 65ขันตอนการผลิตออกสู่ตลาดจริ ง มีความรวดเร็ ว ทันต่อความต้องการของลูกค้าหรื อตลาด 2. เครื องจักรใหม่ (กระบวนการใหม่) : ให้มีการออกแบบ, ผลิต, ติดตัง,ทดลองการทํางานจริ ง จนกระทังดําเนินการผลิตแบบเต็มสเกล ได้อย่างมีประสิ ทธิผลการเดินเครื องจักรทีสูงสุด และเป็ นเครื องจักรทีมี Reliability,Operability, Maintainability, Safety , Economy ในระดับทีสูง รวมทังสามารถบริ หารให้ช่วงเวลาและกระบวนการต่างๆ ตังแต่ขนตอนการวางแผนและออกแบบ ัเครื องจักรหรื อกระบวนการผลิตใหม่ จนถึงขันตอนการผลิตจริ งแบบเต็มสเกล มีความรวดเร็ ว ทันต่อความต้องการของลูกค้าหรื อตลาดObjective of initial phase managementผลผลิต 1. ค้นพบปั ญหาทีอาจจะเกิดขึนล่วงหน้า และดําเนินการแก้ไข/ป้ องกันตังแต่ในช่วงการวางแผนและออกแบบ เพือทีจะหลีกเลียงการเกิดปั ญหาขึนในช่วงดําเนินการผลิตจริ งครังแรก อันจะทําให้เกิดประสิ ทธิภาพการผลิตสูงสุด, ไม่มีของเสี ย, สิ นค้าคืนหรื อข้อร้องเรี ยนจากลูกค้าตังแต่การผลิตครังแรก (Vertical Start Up) การทบทวนการออกแบบ (Design Review) 2.ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ผลิตได้ง่าย มีประสิ ทธิภาพการผลิตสูงสุ ด ไม่มีของเสี ย ต้นทุนตํา 3.มีช่วงเวลาในกระบวนการต่างๆ ตังแต่ขนตอนการวางแผนและ ัออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ จนถึงขันตอนการผลิตออกสู่ตลาดจริ งทีมีความรวดเร็ วทันต่อความต้องการของลูกค้าหรื อตลาดเครืองจักร, กระบวนการ 1.ค้นพบปั ญหาทีอาจจะเกิดขึนล่วงหน้า และดําเนินการแก้ไข/ป้ องกันตังแต่ในช่วงการวางแผนและออกแบบ เพือทีจะหลีกเลียงการเกิดปั ญหาขึนในช่วง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 73. 66ดําเนินการผลิตจริ งครังแรก อันจะทําให้เกิดประสิ ทธิภาพการผลิตสูงสุด, ไม่มีของเสี ย, สิ นค้าคืนหรื อข้อร้องเรี ยนจากลูกค้าตังแต่การผลิตครังแรก (Vertical Start Up) การทบทวนการออกแบบ (Design Review) 2.ออกแบบเครื องจักรหรื อกระบวนการทีมี Reliability, Operability,Maintainability, Safety, Economy ในระดับทีสูง การออกแบบเพือป้ องกันการบํารุ งรักษา (MP Design) 3.มีช่วงเวลาในกระบวนการต่างๆ ตังแต่ขนตอนการวางแผนและ ัออกแบบเครื องจักรหรื อกระบวนการใหม่ จนถึงขันตอนการผลิตจริ งแบบเต็มสเกลมีความรวดเร็ ว ทันต่อความต้องการของลูกค้าหรื อตลาด ภาพที 5 แสดงก่อนและหลังการควบคุมขบวนการตังแต่ตน ้ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 74. 67เสาต้ นที 6 การบํารุงรักษาเชิงคุณภาพ Quality Maintenance (Quality-Hozen) สําหรับการบํารุ งรักษาเชิงคุณภาพ เป็ นกิจกรรมบํารุ งรักษาทีมุ่งค้นหาสาเหตุและประเภทของความบกพร่ องทีส่งผลต่อปั ญหาการหยุดเดินเครื องจักรและปั ญหาคุณภาพของผลิตผล ดังนัน การบํารุ งรักษาเชิงคุณภาพจึงเป็ นหนึงในเสาหลักของการป้ องกันความบกพร่ องในสายการผลิต(Defect free manufacturing) และการเพิมผลิตผลทีมีคุณภาพ(Yield) โดยมีการปรับเปลียนแนวคิดจากการควบคุมคุณภาพสู่การประกันคุณภาพ(Quality Control to Quality Assurance) ด้วยการศึกษาปั จจัยหลักของเครื องจักรทีส่งผลต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์และดําเนินการขจัดต้นตอของปั ญหาความบกพร่ อง ซึงมีการติดตามวัดผลตามช่วงเวลาเพือนําข้อมูลมาใช้เป็ นแนวทางการปรับปรุ งนโยบาย : 1.การควบคุมเครื องจักรเพือให้ปราศจากความบกพร่ อง 2.มุ่งกิจกรรมบริ หารคุณภาพเพือสนับสนุนแนวคิดการประกันคุณภาพ 3.การมุ่งขจัดปั ญหาทีสาเหตุหลัก(Root Cause) 4.ระบบป้ องกันความผิดพลาด(Fool proof system) 5.การตรวจจับความบกพร่ องในสายการผลิต 6.ประสิ ทธิผลการดําเนินกิจกรรมประกันคุณภาพของพนักงานเป้ าหมาย : 1.ลดคําร้องเรี ยนจากลูกค้าเป็ นศูนย์(Customer complaints at zero) 2.ลดของเสี ยทีเกิดขึนในกระบวนการลง 50 % 3.ลดค่าใช้จ่ายทางคุณภาพลง 50 % การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 75. 68การจัดเก็บข้ อมูลทีจําเป็ น : ความบกพร่ องทางคุณภาพ(Quality defects) สามารถจําแนกได้เป็ นสองประเภทหลัก คือ ความบกพร่ องทีพบโดยลูกค้า และความบกพร่ องทีตรวจพบภายในองค์กร สําหรับความบกพร่ องทีพบโดยลูกค้าจะใช้ขอมูลทีเกียวข้องนันคือ ้ข้อมูลการส่งสิ นค้าคืน และคําร้องเรี ยนหลังจากลูกค้าใช้งาน ในส่วนของความบกพร่ องภายในจะใช้ขอมูลผลิตภัณฑ์และข้อมูลทางกระบวนการซึงมีรายละเอียด ้ดังนีข้ อมูลเกียวกับผลิตภัณฑ์ : 1.ตําแหน่งทีเกิดความบกพร่ อง 2.ความรุ นแรงของความบกพร่ องแต่ละประเภท 3.ความถีของการตรวจพบปั ญหาช่วงของการทดสอบและการติดตามวัดผล 4.ข้อมูลแสดงแนวโน้มของการเกิดปั ญหาทางคุณภาพตามรอบเวลาข้ อมูลทางกระบวนการ : 1.เงือนไขการทํางาน(Operation condition)ในแต่ละกระบวนการทีเกียวข้องกับแรงงาน วิธีการทํางาน วัสดุ และเครื องจักร 2.การกําหนดมาตรฐานหรื อเงือนไขการทํางาน(Standardsettings/conditions)ของแต่ละกระบวนการ 3.ข้อมูลทีบันทึกเกียวกับสภาพการทํางานขณะทีเกิดปั ญหาขึน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 76. 69เสาต้ นที 7 – TPM สําหรับปรับปรุงสํานักงาน กิจกรรม 5 ส. สําหรับกิจกรรม TPM จะเริ มจากการดําเนินกิจกรรม 5 ส.เพือมุ่งปรับปรุ งสถานทีทํางานให้มีความเป็ นระเบียบเรี ยบร้อยและสามารถค้นพบปั ญหาทีซ่อนเร้นในบริ เวณทีทํางาน ซึงเป็ นขันแรกของกิจกรรมการปรับปรุ งพืนทีทํางานและเครื องจักรโดยแต่ละส.มีรายละเอียดดังนี *สะสาง(SEIRI) คือ การแยกแยะระหว่างรายการทีจําเป็ นกับรายการทีไม่จําเป็ น สําหรับรายการทีมีการใช้งานบ่อยก็อาจเก็บไว้บริ เวณทีทํางานเพือลดเวลาในการค้นหา *สะดวก(Seiton) คือ การจัดวางรายการทีจําเป็ นให้ง่ายสะดวกต่อการหยิบใช้ โดยมุ่งแนวคิด “Each items has a place, and only one place”นันคือ การจัดเก็บสิ งของหลังการใช้งานทีตําแหน่งเดิมทุกครังเสมอ โดยมีการระบุสญลักษณ์ดาน ั ้แถบสี หรื อป้ ายชืออย่างชัดเจน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 77. 70ตัวอย่ างเกณฑ์ สําหรับดําเนินกิจกรรมสะสางความสําคัญ ความถีของการใช้ งาน แนวทางตํา ไม่เกิน 1 ครัง/เดือน ดําเนินการขจัดออกหรื อ จัดเก็บในสโตร์นอก บริ เวณทํางานปานกลาง อย่างน้อย 1 ั ครัง/ จัดเก็บในสโตร์ใกล้กบ สัปดาห์ บริ เวณทํางานสูง ใช้เป็ นประจํา ั วางใกล้กบพืนทีทํางาน *สะอาด(Seiso) คือ การทําความสะอาดพืนทีทํางานให้ปราศจาก ฝุ่ น หรื อสิ งสกปรก โดยดําเนินการตรวจเช็คประจําวันซึงทําให้เห็นปั ญหาซ่อนเร้นทีเป็ นสาเหตุให้เกิดความขัดข้อง เช่น การรัวของนํามัน การหลวมของน็อต เป็ นต้น ซึงเป็ นแนวทางของการบํารุ งรักษาด้วยตัวเอง ่ *สุ ขลักษณะ(Seiketsu) คือ การรักษาความสะอาดอยูสมําเสมอด้วยการดําเนินกิจกรรม 3 ส.แรกอย่างต่อเนืองให้เกิดเป็ นมาตรฐาน(Standardization)สําหรับปรับปรุ งสถานทีทํางาน *สร้ างนิสัย(Shitsuke) คือ การอบรมให้ปฏิบติงานอย่างถูกต้อง เพือให้ ัพนักงานเกิดวินยการทํางาน ัการดําเนินกิจกรรม TPM สําหรับสํานักงาน(Office TPM) ควรเริ มหลังจากได้ดําเนินกิจกรรมเสาต้นที 2-5 ของ TPM (JH ,KK ,QM,PM) โดยมีเป้ าหมายเพือ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 78. 71ปรับปรุ งผลิตภาพและประสิ ทธิภาพในหน่วยงานธุรการ(Administrative functions)ด้วยการระบุสาเหตุเพือดําเนินการขจัดความสูญเสี ยทีเกิดขึนในสํานักงาน ดังเช่น 1.ความสูญเสี ยจากกระบวนการทํางาน 2.ความสูญเสี ยทางต้นทุนการดําเนินธุรกรรม เช่น กิจกรรมการจัดหาจัดซือ การบัญชี การตลาด และการขาย 3.ความสูญเสี ยจากการสื อสาร 4.ความสูญเสี ยจากการว่างงาน 5.ความสูญเสี ยจากการเตรี ยมงาน 6.ความสูญเสี ยจากความผิดพลาดในการทํางาน 7.การขัดข้องของอุปกรณ์สานักงาน ํ 8.ช่องทางการสื อสารขัดข้อง เช่น โทรศัพท์ แฟกซ์ 9.เสี ยเวลาสําหรับการค้นหาข้อมูล 10.ปั ญหาการจัดเก็บสต๊อก 11.คําร้องเรี ยนจากลูกค้าเนืองจากปั ญหาการส่งมอบ 12.ค่าใช้จ่ายจากงานเร่ งด่วน เช่น การจัดซือพิเศษจะเริมต้ นกิจกรรม TPM ในสํานักงานได้ อย่ างไร ? พนักงานอาวุโสในฝ่ ายงานสนับสนุน เช่น หัวหน้าฝ่ ายการเงิน ฝ่ ายจัดซือMIS ควรมีบทบาทในการจัดตังคณะกรรมการ โดยมีสมาชิกทีประกอบด้วยบุคลากรฝ่ ายงานสนับสนุนร่ วมวางแผนกับตัวแทนฝ่ ายผลิตและฝ่ ายงานคุณภาพ ซึงมีแนวทางดําเนินการ ดังนี การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 79. 72 1.ให้ความรู ้พืนฐานเกียวกับบทบาทกิจกรรม TPM ต่อการสนับสนุนงานธุรการ 2.กําหนดปัจจัยสําหรับ P,Q,C,D,S,M ของแต่ละฝ่ ายงานสําหรับการดําเนินงาน 3.กําหนดขอบเขตของกิจกรรมการปรับปรุ งในแต่ละฝ่ ายงานขององค์กร 4.การจัดเก็บข้อมูลทีเกียวข้อง 5.คณะกรรมการและสมาชิกร่ วมกันแก้ปัญหาทีเกิดขึนในสํานักงาน 6.คณะกรรมการ TPM ร่ วมกันติดตามความก้าวหน้าของการดําเนินกิจกรรมและทําการประเมินผลลัพธ์ทีเกิดขึน เพือเป็ นแนวทางสําหรับการปรับปรุ งในครังต่อไปหัวข้ อสําหรับการปรับปรุงเฉพาะเรือง : • การลดระดับสิ นค้าคงคลัง • ลดช่วงเวลานําของกระบวนการหลัก(Critical processes) • ลดความสูญเสี ยจากการเคลือนย้ายและการใช้สอยพืนที (Motion&space losses) • ลดเวลาสําหรับการค้นหาและการจัดสมดุลภาระงาน • ปรับปรุ งประสิ ทธิภาพด้วยการขจัดความสูญเปล่าต่างๆ เช่น การลดปั ญหาขัดข้องของอุปกรณ์สานักงานเป็ นศูนย์ ํ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 80. 73เสาต้ นที 8 – การจัดการสิงแวดล้อม และความปลอดภัย โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมให้มีความปลอดภัยสําหรับการปฏิบติงานเพือ ัลดอุบติเหตุเป็ นศูนย์(Zero accident) ซึงมีการจัดตังคณะกรรมการทีมีการสนับสนุน ัโดยรองกรรมการผูจดการอาวุโส (Senior vice president)ฝ่ ายเทคนิคและมีตวแทน ้ั ัแต่ละส่วนงานเพือทําหน้าทีส่งเสริ มกิจกรรมด้านความปลอดภัย เช่น การจัดทําโปสเตอร์ การกระตุนให้พนักงานมีจิตสํานึกในด้านความปลอดภัย ซึงมีการติดตาม ้ผลการดําเนินกิจกรรมโดยคณะกรรมการอย่างต่อเนือง .................. การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 81. 74 บทที 5 เส้ นทางสู่ TPM จากเนือหาในบทที 4 ได้กล่าวถึงทีมาของTPM และวิวฒนาการการ ัดําเนินงานแรกเริ ม จากการพัฒนาระบบงานซ่อมบํารุ ง จาก สหรัฐอเมริ กา จน ญีปุ่ นสามารถพัฒนาออกมาเป็ นรู ปแบบของตัวเองจนแพร่ หลายไปทัวโลก เพือมุ่งเน้นทีจะให้พนักงานทุกระดับชันได้มีส่วนเกียวข้อง ในทุกกิจกรรม ตังแต่ระดับชันผูบริ หาร วิศวกร พนักงานซ่อมบํารุ ง ้ เพือให้การดําเนินกิจกรรมบํารุ งรักษาประจําวัน(Routine maintenance) สามารถดําเนินการไปได้จนเกิดประสิ ทธิผลดังนันในการดําเนินงานจึงต้องมีการดําเนินงานแบบข้ามสายงาน(Cross function)เพือมุ่งเป้ าหมายสู่กิจกรรม TPM อย่างเต็มรู ปแบบภาพที 1 การกําหนดเป้ าหมายของการทําTPM ของสื อประชาสัมพันธ์ในองค์กร การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 82. 75Kick-off and Model Area Phase การดําเนินการ TPM ควรจะเริ มอย่างเป็ นทางการ โดยการประกาศของผูบริ หารสูงสุดหลังจากนัน จึงทําการเลือกพืนทีตัวอย่างหรื อเครื องจักรตัวอย่าง ้(Model area) เพือเป็ นต้นแบบในการดําเนินการ จากนันจึงขยายผลไปให้ครบทังโรงงาน การให้คาปรึ กษาแนะนําในช่วงของการเริ มต้นและพืนทีตัวอย่าง (Kick- ํoff and Model Area Phase) ประกอบไปด้วย • แนะนําและส่งเสริ มให้เกิดการประกาศการตัดสิ นใจของผูบริ หารสูงสุด ้ ในการนํา TPM มาใช้ • ทําให้ทุกคนในองค์กรรู ้จก TPM มีความรู ้เกียวกับ TPM ในภาพรวมและ ั ในส่วนทีตนมีหน้าที เพือสร้างมาตรฐานและความเข้าใจทีตรงกัน • ให้คาแนะนําในการจัดตังคณะกรรมการรณรงค์ส่งเสริ ม ํ เพือการ ประสานงานทีทัวถึง การจูงใจในการมีส่วนร่ วม รวมถึงจัดกิจกรรมต่างๆ ทีเกียวกับ TPM • ให้คาแนะนําในการร่ างนโยบายและกําหนดเป้ าหมายในการดําเนินการ ํ TPM • จัดทําแผนแม่บท (TPM Master Plan) ในการดําเนินการ • จัดพิธีเปิ ดการดําเนินการ TPM อย่างเป็ นทางการ • การเลือกและดําเนินการเพือเป็ นต้นแบบกับพืนทีหรื อเครื องจักรตัวอย่าง • จัดทําแผนการขยายผลในระยะต่อไป การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 83. 76ผลลัพธ์ ทได้ ี • บุคคลากรทีพร้อมต่อการดําเนินการ TPM • โครงสร้างและผังคณะทํางาน และคณะกรรมการส่ งเสริ ม • แผนแม่บท TPM • พืนทีและเครื องจักรตัวอย่าง • การดําเนิ นงานและแผนการขยายผลขัIนตอนการเตรียมการ (Preparation stage) ขันตอนในการเตรี ยมการแบ่งออกเป็ น 5 ขันตอน 1. การประกาศเพือแสดงความมุ่งมันต่อการตัดสิ นใจในการดําเนินกิจกรรม TPM โดยผูบริ หารระดับสูง ้ ซึงจะต้องแจ้งให้พนักงานทุกระดับได้ รับทราบกันทัวถึงกันเกียวกับการตัดสิ นใจนี โดยทัวไปจะติดประกาศ แจ้งบนบอร์ดประกาศ ภายใน ซึงแสดงแนวคิดเป้ าหมาย และสิ งที คาดหวังจะได้รับจากการดําเนินการโครงการ TPM อย่างชัดเจน แต่สิงที สําคัญทีสุดในช่วงแรกนีคือความมุ่งมันและการให้การสนับสนุนต่อ ทีมงานอย่างต่อเนืองจากผูบริ หารเพือกระตุนให้พนักงานทุกคนมีส่วน ้ ้ ร่ วมต่อกิจกรรมดังกล่าวและสร้างบรรยากาศให้เกิดการบํารุ งรักษาด้วย ตัวเองอย่างเป็ นรู ปธรรมดังนันผู้บริหารจึงต้ องรับบทบาททีสําคัญทีสุ ด ในช่ วงนีI 2. เริ มให้การฝึ กอบรมพืนฐานเกียวกับ TPM เพือให้พนักงานทุกคนได้เข้าใจ ถึงแนวคิดพืนฐาน โดยมีวตถุประสงค์เพือลดการต่อต้านจากพนักงานและ ั สร้างทัศนะคติทีดีในการเริ มดําเนินโครงการ ซึงการอบรมอาจดําเนินการ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 84. 77 โดยจ้างวิทยากรหรื อผูเ้ ชียวชาญจากภายนอก โดยผูเ้ ข้าร่ วมฝึ กอบรม ประกอบไปด้วย ผูบริ หาร วิศวกร หัวหน้างาน ้3. จัดตังคณะกรรมการส่งเสริ มโครงการ TPM โดยมีโครงสร้างแบบ เมตริ กช์ซึงมีหวหน้าโครงการ (Project leaders) เป็ นผูประสานการทํางาน ั ้ เพือพัฒนาขยายผลไปทัวองค์กรสําหรับคณะกรรมการประกอบไปด้วย • คณะกรรมการสนับสนุนส่วนกลาง โดยมีผบริ หารสูงสุดเป็ นผู ้ ู้ กําหนดนโยบาย(Policy and target)และเป้ าหมายสําหรับงาน บํารุ งรักษาระดับองค์กร • คณะกรรมการสนับสนุนระดับฝ่ ายงาน โดยมีผบริ หาร ู้ ระดับกลางเป็ นผูรับผิดชอบกําหนดนโยบายและเป้ าหมายใน ้ ระดับฝ่ ายงาน หรื อระดับกอง • ในส่วนระดับปฏิบติการจะมีการจัดตังกลุ่มกิจกรรมย่อย(Small ั group activities)เพือสนับสนุนกิจกรรมบํารุ งรักษาเชิงป้ องกัน เช่น กลุ่มงานนายตรวจ (Inspector)โดยมีหวหน้างานสนับสนุน ั กิจกรรมการทํางานโดยกําหนดเป้ าหมายในแต่ละทีมงาน สําหรับการติดตามวัดผลสําเร็จ ดังนันการดําเนินงานในแต่ละระดับจะต้องมีหวหน้ากลุ่มเป็ นผู ้ ั ประสานงานเพือเชือมโยงกับเป้ าหมายทีตังเป้ าไว้ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 85. 78ภาพที 2โครงสร้างกลุ่มทีหัวหน้าชุดแต่ละชุดมีส่วนร่ วมในระดับสูงภาพที 3 การจัดบอร์ดกิจกรรมเพือแสดงให้เห็นการตังกลุ่มSmall group การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 86. 79ภาพที 4 โครงสร้างความสัมพันธ์ในแต่ละSectionโดยมีTPM Coordinatorเข้า มาช่วย4. กําหนดนโยบายและเป้ าหมายสําหรับการทําTPM โดยมีพนักงานส่งเสริ ม กิจกรรม TPM (Staff) เริ มกําหนดนโยบายและเป้ าหมายในแต่ละปี ว่าจะ เดินไปถึงขึนไหน และสามารถวัดผลการดําเนินงานได้ภายในระยะเวลาที กําหนดเพือค้นหาความสูญเสี ยทีเกิดขึน โดยมีการสํารวจสภาพ ่ เครื องจักรทีใช้งานอยูในปั จจุบนเพือค้นหาความสูญเสี ยระหว่าง ั ขบวนการผลิตหรื องานซ่อมบํารุ งเพือใช้เป็ นแนวทางการปรับปรุ งแก้ไข5. จัดทําแผนแม่บทหรื อแผนงานสําหรับการพัฒนากิจกรรม TPM โดย แผนงานจะต้องครอบคลุมตังแต่เริ มต้นโครงการ การเตรี ยมการ แผน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 87. 80 กิจกรรมประจําวัน ตลอดจนช่วงการประเมินผลงานทีได้ดาเนินมา ํ ทังหมดในรอบปีขัIนตอนการดําเนินงาน1. เริ มดําเนินการโครงการ TPM ซึงในช่ วงระยะแรก ตัIงแต่ ข้ อ 1-5 ผู้บริหาร ระดับบนจนถึงระดับกลางมีส่วนสําคัญอย่ างมากทีจะผลักดันโครงการให้ เกิดขึนได้ กรณี ทีผูบริ หารส่วนใดส่วนหนึงขาดความเอาใจใส่โอกาสทีการ I ้ ดําเนิน กิจกรรม TPM จะสะดุดย่อมเกิดขึนสูง ในขณะทีระดับปฏิบติการ ั (Operating) จะมีส่วนสําคัญอย่างมากเนืองจากจะต้องรับบทบาทการ เปลียนแปลงทีเกิดขึน จนส่งผลกระทบต่อการปฏิบติงานประจําวันทีเคยทํา ั ่ อยูจนเป็ นวัฒนธรรม อาจมีการต่อต้านในช่วงแรก ผูบริ หารต้องเข้าไปทํา ้ ความเข้าใจถึงสาเหตุต่างๆทีมีการปรับเปลียน2. พัฒนาปรับปรุ งประสิ ทธิภาพของเครื องจักร โดยมีการประสานงานระหว่าง หน่วยงานทีเกียวข้อง ซึงจะประกอบไปด้วย ด้านวิศวกรรม ด้าน งานเทคนิค ผูควบคุมงาน และผูใช้งานพนักงานซ่อมบํารุ งรักษา และสมาชิกจากกลุ่มย่อย ้ ้ เพือร่ วมโครงการปรับปรุ ง โดยมุ่งขจัดความสูญเสี ยทีเกิดขึน โดยเฉพาะ ความสูญเสี ยเรื อรัง (Chronic losses) มอบหมายให้แต่ละกลุ่ม แต่ละทีมเลือก เครื องจักรต้นแบบ ดําเนินการปรับปรุ งเฉพาะเรื อง (Kobetsu Kaisen) และ กําหนดกิจกรรมบํารุ งรักษาด้วยตนเอง(Jishu Hozen) รวมถึงกิจกรรม บํารุ งรักษาเชิงวางแผน(Planned maintenance)3. เริ มกิจกรรมบํารุ งรักษาด้วยตัวเองโดยมีการปรับเปลียนแนวคิด I Operate- You Fix เป็ นการร่ วมกันรับผิดชอบของพนักงานประจําเครื องหรื ออาจ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 88. 81 กล่าว” I’m responsible for my own equipment” แต่การเปลียนต้องค่อยเป็ น ค่อยไป4. จัดทํากําหนดการบํารุ งรักษาโดยฝ่ ายงานบํารุ งรักษา เมือได้ดาเนินการจนถึง ํ ขันตอนนีกิจกรรมงานตรวจสอบสภาพทัวไปได้กลายเป็ นส่วนหนึงของ กิจกรรมประจําวันของพนักงานประจําเครื อง(Operator’s routine) ทําให้ สามารถลดภาระงานและกิจกรรมทีไม่จาเป็ นของฝ่ ายงานซ่อมบํารุ งรักษาลง ํ นอกจากนีปั ญหาการBreakdown ได้ลดลงอย่างมาก ดังนันฝ่ ายซ่อม ั บํารุ งรักษาจะมีบทบาทเป็ นพีเลียงในการสนับสนุนการแก้ไขปั ญหาให้กบ พนักงานประจําเครื อง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 89. 82 บทที 6 Autonomous Maintenance Autonomous maintenance เป็ นพืนฐานสําคัญสําหรับงานซ่อมบํารุ งเครื องจักรทุกชนิด แม้แต่รถจักรล้อเลือนผูใช้งานดังเช่นพนักงานรถจักร ก็ตองรู ้จกวิธีการใช้งานการดูแล ้ ้ ั ขันพืนฐาน ไปจนถึงการแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าเพือให้รถจักรล้อเลือน สามารถทีจะ เคลือนขบวนต่อไปได้ การสามารถดูแลพืนทีการปฏิบติงานและเครื องจักรคือกุญแจสําคัญไป ั สู่การทําTPM ทุกเสา การบํารุงรักษาด้ วยตนเอง - Autonomous Maintenance : AM ่ ลักษณะเฉพาะอย่างหนึงของ TPM ก็คือ การบํารุ งรักษาทีมุงเน้นให้ผใช้เครื องจักร ู้ มีส่วนร่ วมในกิจกรรมการบํารุ งรักษา โดยเฉพาะการดูแลรักษาเครื องจักรทีตนเองใช้ ไม่ปล่อยให้เป็ นหน้าทีของฝ่ ายซ่อมบํารุ งเท่านัน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 90. 83 การบํารุ งรักษาด้วยตนเองเป็ นการทํากิจกรรมบํารุ งรักษาในลักษณะของกิจกรรมกลุ่มย่อย โดยแต่ละกลุ่มมีหน้าทีดูแลรักษาเครื องจักรของตนเอง ภายใต้ความคิดทีว่า "ไม่มีใครเข้าใจเครื องจักรได้ดีเท่ากับผูใช้เครื อง" "ไม่มีใครคอยสังเกตสิ งผิดปกติได้ดีเท่ากับผูใช้เครื อง" "ไม่มีใครคอยดูแลรักษา ้ ้เครื องจักรได้ดีเท่ากับผูใช้เครื อง" และทีสําคัญหากเครื องจักรเกิดความเสี ยหายขึน"ไม่มีใครได้รับผล ้กระทบมากเท่ากับผูใช้เครื อง" ้ วัตถุประสงค์ ของการบํารุงรักษาเครืองจักรด้ วยตนเอง ั ้ 1. เพือยกระดับความสามารถด้านการบํารุ งรักษาเครื องจักรให้กบผูควบคุมเครื องจักร ั ้ 2. เพือยกระดับความสามารถด้านการควบคุมกระบวนการผลิตให้กบผูควบคุมเครื องจักร ่ 3. เพือปรับปรุ งแก้ไขให้เครื องจักรอยูในสภาวะพืนฐาน (Basic Condition), ปราศจากความ เสื อมสภาพ 4. สภาพแบบเร่ ง และสภาวะในการใช้งานทีไม่เหมาะสม ภาพที 1 ช่างสามารถดูแลบํารุ งรักษาเครื องจักรได้ดวยตนเอง ้ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 91. 84 ความสามารถของพนักงานในการบํารุ งรักษาด้วยตนเอง การทีพนักงานจะดําเนินการ บํารุ งรักษาด้วยตนเองได้ จะต้องเป็ นพนักงานทีมีความรู ้ความสามารถในด้านเครื องจักรเป็ น อย่างดี โดยประกอบไปด้วย ทักษะความสามารถ 4 อย่าง ดังนี1. ความสามารถในการตรวจพบสิ งผิดปกติก่อนทีเครื องจักรจะเกิดอาการขัดข้องหรื อผลิต ของเสี ยความสามารถในการแก้ไขสิ งผิดปกติให้กลับคืนสู่สภาพเดิมหรื อสามารถแจ้ง อาการผิดปกติให้แก่ช่างซ่อมได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที2. ความสามารถในการกําหนดสภาวะทีเหมาะสมของเครื องจักร (Set optimal equipment conditions) กําหนดมาตรฐานในการตรวจสอบ แก้ไขปรับปรุ งมาตรฐาน3. ความสามารถในการรักษาสภาวะทีเหมาะสมของเครื องจักร (Maintain optimal equipment conditions) ทําความสะอาด, หล่อลืน, ขันแน่น, ตรวจสอบประจําวันได้อย่างถูกต้อง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 92. 85 ภาพที 2 การทํา AM ภายในโรงงานSCG เขาวง การบํารุงรักษาด้ วยตนเองคืออะไร 1. การบํารุงรักษาด้วยตนเอง คือ การปกป้ องเครืองจักรของตนเอง คําว่า "บํารุ งรักษาเครื องจักรด้วยตนเอง" หมายถึง ผูใช้เครื องแต่ละคนสามารถ ้ ทําการตรวจสอบประจําวัน หล่อลืน เปลียนชินส่วนอะไหล่ ซ่อมแซมเบืองต้น สังเกตความผิดปกติของเครื อง และตรวจสอบอุปกรณ์หรื อเครื องจักรทีตนเป็ นผูใช้งานอย่างละเอียดในบางครัง ้โดยมีวตถุประสงค์เพือ "ปกป้ องเครื องจักรของตนเอง" ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 93. 86 ภาพที 3 เครื องตัดแผ่นโลหะโรงซ่อมส่วนบนรถดีเซลรางมักกะสันชํารุ ด ตัวอย่างจากภาพที 3 เครื องตัดแผ่นโลหะโรงซ่อมส่วนบนรถดีเซลรางมักกะสันชํารุ ด ํ ้ ่ จาก การขาดดูแล เครื องจักร ตังแต่นามาติดตังการขาดการทําวาระผูใช้เครื องจักรไม่มีคูมือการ ใช้งานและการซ่อมบํารุ งรักษาทัวไปจนถึงการดูแลประจําวันเมือเครื องเกิดความชํารุ ดจึงส่งผล ต่อสายงายผลิตชินส่วนภายในโรงงานมักกะสัน แต่สาหรับในบางอุตสาหกรรมทีทําการผลิตด้วยเครื องจักรทีมีความซับซ้อนสูง หรื อ ํ ่บริ ษททีมีการขยายกําลังการผลิต เป็ นไปได้วาบริ ษทจะมีนโยบายให้ผใช้เครื องมีหน้าทีแค่ทาการ ั ั ู้ ํผลิตอย่างเดียว การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 94. 87 ในขณะทีฝ่ ายซ่อมบํารุ งจะเป็ นผูคอยดูแลบํารุ งรักษาเครื องทังหมด ซึงนันก็คือแนวความ ้ คิดทีว่า "ผู้มีหน้ าทีใช้ ...ใช้ ผู้มีหน้ าที ซ่ อม....ซ่ อม" แนวคิดเช่นนีจะทําให้ผใช้เครื องคอยจับตาดูเฉพาะชินงานทีออกมาโดยไม่สนใจสภาพ ู้ ของเครื องจักรโดยฝ่ ายซ่อมบํารุ งก็จะไม่สามารถเข้าไปดูแลอะไรได้จนกว่าเครื องจักรจะเสี ย ยิงไปกว่านัน เมือเครื องจักรเกิดการเสี ยหาย ผูใช้เครื องจะรู ้สึกว่า "ฝ่ ายซ่อมบํารุ งไม่คอย ้ ดูแลให้ดี"หรื อ "เครื องจักรไม่ดี" ซึงความคิดดังกล่าวเป็ นความคิดทีผิด เนืองจากว่า จริ งๆ แล้ว ความ เสี ยหายของเครื องจักรสามารถป้ องกันได้ เพียงแค่ผใช้เครื องคอยสอดส่องดูแลในเรื องของการขัน ู้ แน่นการหล่อลืนและการทําความสะอาด นอกจากนั-นในขณะทีเครื องเริ มแสดงอาการว่ าจะเสี ย ผู้ทีประสบเป็ นคนแรกก็คือผู้ใช้ ่เครื องนันเองดังนัน ไม่วาจะเป็ นอุตสาหกรรมประเภทใด เครื องจักรซับซ้อนเพียงใด ผูใช้เครื องยังคง ้มีบทบาท สําคัญในการ "บํารุ งรักษาเครื องจักรด้วยตนเอง" ภาพที 4 การติดTag เครื องตัดแผ่นโลหะโรงซ่อมส่วนบนรถดีเซลรางมักกะสันชํารุ ด การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 95. 88 2. การบํารุงรักษาด้ วยตนเอง คือ การเป็ นผู้เชียวชาญในการใช้ เครืองจักรของตนเอง การดําเนินกิจกรรมAMสามารถบํารุ งรักษาเครื องจักรของตนเองได้ ผูใช้เครื องต้อง ้ เป็ นผูทีเชียวชาญในการใช้ เครื องจักรของตนเอง กล่าวคือ ผูใช้เครื องต้องสามารถทําการปรับ ้ ้ ปรุ งเครื องจักรประจําวันได้ เช่น การทําความสะอาด การหล่อลืน และการตรวจสอบ การพิจารณา ออกแบบ หรื อการหาระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยในการผลิต ซึงถือเป็ นความจําเป็ นทีผูใช้เครื องต้อง ้พัฒนาต่อไปการจะเป็ นผูเ้ ชียวชาญในการใช้เครื องจักรของตนเองได้นน อันดับแรกต้องสามารถ ั "ตรวจจับความผิดปกติได้ " และอันดับทีสอง ต้องสามารถ "สัมผัสได้ ถึงความผิดปกติทกําลังจะเกิดขึน" โดยพิจารณาจากคุณภาพ ี Iการใช้งานของเครื องจักรและเมือใดก็ตามทีคุณภาพการใช้งานตําลงไป ผูเ้ ชียวชาญในการใช้เครื อง ่จักรของตนเองต้องรู ้สึกทันทีวา "มันต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึน" ซึงทังหมดดังทีกล่าวมาอาจจะเกิดขึนได้ผใช้เครื องจะต้องมีความสามารถอย่างมาก ดังต่อไปนี ู้ 1. ความสามารถในการตังเกณฑ์วดความผิดปกติ ั 2. ความสามารถในการตรวจจับสิ งผิดปกติ 3. ความสามารถในการสังเกตสิ งผิดปกติ 4. ความสามารถในการแก้ไขสิ งผิดปกติได้อย่างเหมาะสม จากความสามารถดังกล่าวจะทํา ให้ผใช้เครื องสามารถหาจุดทีผิดปกติและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ู้ 5. เข้าใจโครงสร้างของเครื องจักรและหน้าทีต่างๆ ของชินส่วนแต่ละชิน ในขณะทีทํางาน ได้อย่างปกติ หรื อในขณะทีกําลังมีความผิดปกติเกิดขึน 6. เข้าใจผลกระทบจากความผิดปกติของเครื องจักรทีมีต่อคุณภาพการใช้งาน ผูใช้เครื องจักร ้ ่ ทีมีความสามารถดังกล่าวครบถ้วนจึงจะเรี ยกได้วา เป็ นผูเ้ ชียวชาญในการใช้เครื องจักรของ ตนเองเนืองจากเป็ นผูทีสามารถหาจุดผิดปกติ สัมผัสได้ถึงสิ งผิดปกติทีกําลังจะเกิดขึน ้ และหาทางป้ องกันความผิดปกติได้ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 96. 89 บทบาทของผู้ใช้ เครืองและฝ่ ายซ่ อมบํารุงในการบํารุงรักษาด้ วยตนเอง ดังทีกล่าวมาแล้วในตอนต้นว่า การบํารุ งรักษาทีปล่อยให้เป็ นหน้าทีของฝ่ ายซ่อม บํารุ ง เพียงฝ่ ายเดียว มักจะเป็ นการบํารุ งรักษาในตอนทีเครื องจักรเกิดความเสี ยหายแล้ว เพราะ นอกเหนือจากเวลาทีเครื องจักรเสี ยหาย ก็คือ เวลาทีใช้งานซึงเป็ นเวลาทีฝ่ ายซ่อมบํารุ งไม่ได้ใกล้ ชิดกับเครื องจักรและเวลาใช้งานนีเองทีต้องเป็ นหน้าทีของผูใช้เครื อง ซึงทังฝ่ ายซ่อมบํารุ งและ ้ ผูใช้เครื องต่างก็มีบทบาททีต่างกันดังต่อไปนี ้1. บทบาทของผู้ใช้ เครือง บทบาทของผูใช้เครื อง คือ การปฏิบติตามกิจกรรมต่างๆ ซึงมีวตถุประสงค์หลักโดย ้ ั ัเฉพาะ คือ การป้ องกันความเสื อมสภาพของเครื องจักร กิจกรรมดังกล่าวมีดงต่อไปนี ักิจกรรมเพือป้ องกันความเสือมสภาพ o จัดทํามาตรฐานการปฏิบติงานทีถูกต้อง (การป้ องกันความผิดพลาดจากผูปฏิบติงาน) ั ้ ั o ปรับปรุ งสภาพการใช้งานขันพืนฐาน (การทําความสะอาด การหล่อลืน การขันแน่น) o การปรับแต่ง (การปรับแต่งค่าต่างๆ ในการใช้งานเพือให้ชินงานออกมามีคุณภาพ) การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 97. 90 o การพยากรณ์และการตรวจจับความผิดปกติ (การป้ องกันความเสี ยหายและอุบติเหตุ) ั o การวัดความเสื อมสภาพ o การตรวจสอบประจําวัน o การตรวจสอบตามคาบเวลากิจกรรมเพือฟืI นความเสือมสภาพ o การปรับปรุ งเล็กๆ น้อยๆ (การเปลียนชินส่ วนต่างๆ เท่าทีทําได้ และการแก้ไขจุดผิดปกติทีมี ความเร่ งด่วน) ั o รายงานความผิดปกติและความเสี ยหายทุกครังอย่างเร่ งด่วนให้กบฝ่ ายซ่อมบํารุ ง o ให้ความร่ วมมือและความช่วยเหลือในการซ่อมแซมเครื องจักรของฝ่ ายซ่อมบํารุ ง ทังหมดนีเป็ นการป้ องกันความเสื อมสภาพของเครื องจักรทีเกิดจากการใช้งาน โดยการทําความสะอาด การหล่อลืน และการขันแน่น รวมถึงการตรวจสอบประจําวัน และการตรวจสอบตามคาบเวลา ภาพที 5 เครื องพับโลหะโรงซ่อมส่วนบนรถดีเซลรางและรถปรับอากาศ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 98. 91 2. บทบาทของฝ่ ายซ่ อมบํารุง1. กิจกรรมการบํารุ งรักษาตามหน้าทีเดิมของฝ่ ายซ่อมบํารุ ง หน้าทีดังเดิมของฝ่ ายซ่อมบํารุ ง ก็คือ การใช้ความรู ้ความสามารถทีมีมากกว่าผูใช้เครื องในการบํารุ ง ้ รักษาตามคาบเวลา บํารุ งรักษาเชิงป้ องกัน และบํารุ งรักษาเชิงแก้ไขและ ปรับปรุ ง ทังนีเพือการวัด ความเสื อมสภาพของเครื องจักร และหาทางฟื นความเสื อมสภาพต่อไป ดังนันไม่วาจะมีกิจกรรมใด ่ ก็แล้วแต่ ฝ่ ายซ่อมบํารุ งต้องไม่ลืมหน้าทีเดิมของตนเอง ทังนีเพือพัฒนาความสามารถในการซ่อม บํารุ ง รวมถึงเพือพัฒนาความสามารถและความปลอดภัยในการใช้งาน2. กิจกรรมส่งเสริ มการบํารุ งรักษาด้วยตนเอง ดังทีกล่าวมาแล้ว หน้าทีของผูใช้เครื องในการบํารุ งรักษาด้วยตนเอง คือ การ ป้ องกันความเสื อม ้ สภาพของเครื องจักรเป็ นสิ งสําคัญ แต่การป้ องกัน ความเสื อมสภาพดังกล่าวของผูใช้เครื องจะเป็ นไปได้ก็ต่อเมือได้รับการช่วยเหลือและชีนําทีเหมาะ ้ สมจากฝ่ ายซ่อมบํารุ ง โดยเฉพาะในเรื องต่างๆ ดังต่อไปนี o ให้ความรู ้และชีแนะนําเกียวกับโครงสร้าง หน้าทีและชินส่ วนต่างๆ ของเครื องจักร รวมถึง การให้ความรู ้เกียวกับชินส่วนทีมีความซับซ้อนเกินกว่า ผูใช้เครื องจะถอดออกมาเองได้ ้ o ให้ความรู ้และชีแนะเกียวกับการจับยึดในจุดต่างๆ ของเครื องจักร o ให้ความรู ้และคําแนะนําเกียวกับวิธีการหล่อลืนและสารหล่อลืนประเภทต่างๆ รวมถึง มาตรฐานการหล่อลืน (ตําแหน่งทีต้องหล่อลืน ชนิดของสารหล่อลืน ช่วงเวลาทีต้อง หล่อลืน) ให้ความรู ้และคําแนะนําเกียวกับวิธีการตรวจสอบ และมาตรฐานการตรวจสอบ o ให้การตอบสนองทีรวดเร็ วหลังจากได้รับแจ้งเกียวกับความผิดปกติและความเสื อมสภาพ ต่างของเครื องจักรจากผูใช้เครื อง ้ o ให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคโนโลยีในการปรับปรุ งวิธีการตรวจจับความผิดปกติ หรื อ การรับรู ้ความผิดปกติ ่ o ในการทํากิจกรรมดังกล่าวของฝ่ ายซ่อมบํารุ งต้องอยูบนพืนฐานของทัศนคติในการทํางาน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 99. 92 ร่ วมกันกับผูใช้เครื อง นอกจากนันฝ่ ายซ่อมบํารุ งยังมีกิจกรรมอืนทีต้องทําอีก ดังต่อไปนี ้3. วิจยและพัฒนาเทคโนโลยีการบํารุ งรักษาและจัดทํามาตรฐานการบํารุ งรักษา ั4. บันทึกข้อมูลการบํารุ งรักษาเพือนํามาเป็ นฐานข้อมูลทางด้านการบํารุ งรักษา5. ทําการค้นคว้าหาวิธีวเิ คราะห์ความเสี ยหายของเครื องจักรและวิเคราะห์การเกิดอุบติเหตุ ั เพือหาทาง ป้ องกันต่อไป6. ประสานกับฝ่ ายวิจยและพัฒนาในการออกแบบเครื องจักรอุปกรณ์โดยคํานึงถึงการบํารุ ง ั รักษา7. การควบคุมอะไหล่ อุปกรณ์ช่วยในการผลิต และข้อมูลทางด้านเทคโนโลยี ภาพที 6 บอร์ดกิจกรรมความปลอดภัย การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 100. 937 ขัIนตอนของการบํารุงรักษาด้ วยตนเอง ขันตอนของการบํารุ งรักษาด้วยตนเองแบ่งออกเป็ น 7 ขันตอน โดยขันตอนทังหมดจะเริ มต้นจากความเข้าใจ แนวคิดและความสําคัญรวมถึงความจําเป็ นทีต้องทําการบํารุ งรักษาด้วยต ขันต่อไปคือขันตอนของการเปลียนแปลงทีเครื องจักรอุปกรณ์ดวยขันตอนที 1 ขันตอนที 2 ้ และขันตอนที 3จากนันจึงเป็ นขันตอนของการเปลียนแปลงพฤติกรรมของคนในขันตอนที 4 และขันตอนที 5สุดท้ายคือขันตอนของการเปลียนแปลงสภาพทีทํางานด้วยขันตอนที 6 และขันตอนที 7การเปลียนแปลง ขัIนตอน วัตถุประสงค์การเปลียนแปลงทีเครื องจักร ขันตอนที 1 : การทําความสะอาดแบบตรวจสอบ ความสามารถในการค้นหาความ ขันตอนที 2 : การกําจัดจุดยากลําบากและแหล่งกําเนิ ด ผิดปกติและความสามารถในการ ปั ญหา ตรวจสอบสิ งปกติ ขันตอนที 3 : การเตรี ยมมาตรฐานการบํารุ งรักษาด้วย ตนเองการเปลียนแปลงทีคน ขันตอนที 4 : การตรวจสอบโดยรวม การปรับปรุ งความเสื อมสภาพของ ขันตอนที 5 : การตรวจสอบด้วยตนเอง เครื องจักรการเปลียนแปลง ขันตอนที 6 : การจัดทําเป็ นมาตรฐาน การบริ หารการบํารุ งรักษาจากสภาพแวดล้อม ขันตอนที 7 : การปรับปรุ งอย่างต่อเนื อง ผูใช้เครื อง (Bottom-Up) ้ ตารางแสดงขันตอนการบํารุ งรักษาด้วยตนเอง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 101. 94ภาพที 7 การมีส่วนร่ วมในการบํารุ งรักษาเครื องจักร การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 102. 95การแบ่ งกลุ่มและดําเนินกิจกรรมกลุ่มAM ดังทีกล่าวมาแล้วว่าการดําเนินกิจกรรมTPM จะเน้นกิจกรรมกลุ่มย่อยเพือให้ทุกคนทุกหน้าทีมีส่วนร่ วมในการตัดสิ นใจในการทํางาน ลักษณะของAM ก็จะให้ผใช้เครื องจักร ู้ ผูดูแลเครื องจักรไปจนถึง ้ ้ ่ ผูอยูในพืนทีใช้เครื องจักรและทํางานร่ วมกันเป็ นผูดูแล ้ ่ ่ ไม่วาจะอยูกะไหนเวรไหน ภายใต้แนวความคิด ทํางานเป็ นทีม กิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมกลุ่มบํารุงรักษาลักษณะกลุ่ม กลุ่มอย่างไม่เป็ นทางการ กลุ่มอย่างเป็ นทางการผู้นํากลุ่ม เลือกโดยสมาชิกกลุ่ม ผูบงคับบัญชามอบหมาย ้ ัเวลาทํากิจกรรม หาเวลาทําเอง ทํานอก ทางองค์กรจัดหาเวลาให้ เวลา งานจะไม่มีค่า การทํานอกเวลาจะมี ล่วงเวลา ค่าตอบแทนประเด็นการปรับปรุงและ เลือกอย่างอิสระโดย ประเด็นการปรับปรุ งและเป้ าหมาย สมาชิก เป้ าหมายถูกกําหนดโดย คณะกรรมการ ตาราง แสดงการจัดทํากิจกรรมกลุ่ม AM การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 103. 964 เครืองมือหลักในการทําAM • Activity board บอร์ดกิจกรรม • Shop floor meeting การประชุมหน้างาน • One point lesson เอกสารบทเรี ยน • Part of the job ทําให้เป็ นส่วนหนึงของงาน ภาพที 8 บอร์ดกิจกรรมShop floor meeting การประชุมแก้ ปัญหาหน้ างาน • Problem Identification คุยกันทุกวัน ปั ญหาใดด่วน สําคัญสุด • Problem Investigation ถามกันทุกวัน ปั ญหานันเกิดขึนได้อย่างไร • Root cause Analysis คิดกันทุกวัน ว่าทําอย่างไรให้หายขาด • Generate countermeasures คิดวิธีการและลงมือทําทันที การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 104. 97ภาพที 9 ตัวอย่างOne point lesson การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 105. 98ภาพที 10 ตัวอย่าง One point lesson การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 106. 99ภาพที 11 การประชุมทีหน้างาน Shop floor meeting ภาพที 12 คิดทบทวนและลงมือปฏิบติ ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 107. 100ขัIนตอนการดําเนินกิจกรรมAMStep 0 การเตรี ยมความพร้อมPromptly in Knowledge and areaข้อมูลและการเตรี ยมตัว Process Output • หลักสูตร • อบรมให้ • ความรู ้ในแนวคิด • วิทยากร ความรู ้ และความสําคัญ • สื อการเรี ยน TPM&AM AM • การ • อบรมเชิง • Loss structure เตรี ยมการ ปฏิบติการอ ั &OEE สําหรับ OEE& MTTR • MTBF,MTTR สะสาง • ดําเนินการ • ไม่มีของทีไม่ สะดวก สะสาง สะดวก ่ จําเป็ นอยูใน สะอาด สะอาด บริ เวณทีทํางาน บริ เวณเครื องจักร • ของทุกสิ งมีทีอยู่ ่ และอยูในทีของ มัน • ความสะอาด เรี ยบร้อยทัว บริ เวณ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 108. 101 ซึงหลักในการหาค่าMTBFและMTTR และOEE จะเห็นผลได้ต่อเมือทีได้เริ มต้นทําความสะสาง สะดวก และ ทําความสะอาด จึงเข้ามาสู่กระบวนการทีเกียวข้องกับเครื องจักรไปMTBF= Mean Time Between Failure เวลาเฉลียก่อนการเสี ยหายแต่ละครังMTTR=Mean Time To Repair เวลาเฉลียทีใช้ในการซ่อมแต่ละครังการวัดประสิทธิผลโดยรวมของเครืองจักร(Overall Equipment Effectiveness-OEE)เครืองจักรทีดีเป็ นอย่ างไร ก่อนทีรู ้จกเส้นทางการดําเนินกิจกรรมAM ั ต้องทําความรู ้จกกับการวัด ัประสิ ทธิภาพโดยรวมของเครื องจักรก่อน เพือจะได้วางเป้ าหมายสุงสุดว่าเครื องจักร ทีต้องดูแลจะสามารถใช้งานได้ตลอดเวลาใช้งานได้เต็มกําลัง และไม่ผลิตของเสี ยโดยสามารถได้จากอัตราการเดินเครื อง(Availability) และประสิ ทธิภาพการเดินเครื อง(Performance Efficiency) และอัตราคุณภาพ (QualityRate) การวัดประวัดประสิทธิผลโดยรวมของเครื องจักร (OEE) คือการนําเอาอัตราการเดินเครื องประสิ ทธิภาพการเดินเครื อง และอัตราคุณภาพมาพิจารณาร่ วมกัน เนืองจากทัง 3 ปัจจัยเป็ นสัมประสิ ทธิaซึงกันและกันในการส่งผลต่อประสิ ทธิภาพโดยรวมของเครื องจักร ความสูญเสี ยทีเกิดขึนจากเครื องจักรเป็ นสิ งทีทําให้อตราการเดินเครื องตํา ัประสิ ทธิภาพการเดินเครื องตํา นันคือทําให้ประสิ ทธิผลโดยรวมของเครื องจักรตําดังนันการเพิม OEE ก็คือการลดLoss นันเอง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 109. 102 เมือใดทีเปิ ดสวิทช์ทางานของเครื องจักรต้องทํางานได้อย่างเต็ม ํประสิ ทธิภาพ คือเดินเครื องได้เต็มกําลังไม่ต่างกันกับรถจักรหรื อล้อเลือน การมีประสิ ทธิภาพขณะทํางานไม่เกินความชํารุ ดย่อมมีความน่าเชือถือสูงของผูใช้งาน ้โดยเฉพาะพนักงานรถจักรผูใช้เครื องหรื อช่างฝี มือใช้เครื องจักรภายในโรงงาน ้ ดังนันเรื องคุณภาพก็เป็ นปัจจัยหนึงทีใช้ในการพิจารณาเครื องจักร และทีสําคัญเครื องจักรทีดีตองใช้งานได้อย่างปลอดภัย ้ อัตราการเดินเครืองAvailability ่ เวลาทังหมด(Total Time) หมายถึงเวลาทีเรามีเครื องจักรอยูในโรงงานแต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องวางแผนการใช้เครื องจักรให้เท่ากับเวลาทีมีทงหมด ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 110. 103เราคงต้องมีเวลาหยุดเพือการบํารุ งรักษาประจําวัน เวลาหยุดเพือประชุมชีแนะเวลาหยุดเพือทํากิจกรรมต่างๆ ของโรงงาน เช่นกิจกรรม 5ส. เวลาหยุดทีเราตังใจทังหมดนัน เราเรี ยกว่าเวลาหยุดตามแผน(Planed shutdown)ดังนันเวลาทีเราต้องการให้เครื องจักรใช้งานได้ตลอดจึงไม่ใช่เวลาทังหมด ่ เวลารับภาระงาน (loading Time) หมายถึง เวลาทีมีการวางแผนไว้วาต้องใช้ในการผลิตโดยนําเวลาทังหมดมาหักด้วยเวลาหยุดตามแผน และเวลารับภาระนีเองทีเราต้องการให้เครื องจักรเดินได้ตลอดเวลา การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 111. 104การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 112. 105 เวลาเดินเครื อง = เวลารับภาระงาน – เวลาสู ญเสี ยจากเครื องจักรหยุด อัตราการเดินเครื อง = เวลาเดินเครื อง (Operating Time) (Availability) เวลารับภาระ(Loading Time)ประสิทธิภาพการเดินเครือง(Performance Efficiency) เวลาเดินเครื องจะไม่เท่ากับเวลารับภาระงาน หากเกิดความสูญเสี ยทีทําให้เครื องหยุดทํางาน แต่ความสูญเสี ยทีมีโอกาสเกิดขึนยังไม่หมดเพียงแค่นน ยังมีความสูญเสี ยทีทําให้เครื องเสี ยกําลัง ซึงทําให้เวลาเดินเครื องทีน้อยอยู่ ัแล้วเหลือน้อยลงไปอีก เรี ยกว่า เวลาเดินเครื องสุทธิเวลาเดือนเครื องสุ ทธิ = เวลาเดินเครื อง – เวลาสู ญเสี ยจากเครื องเสี ยกําลัง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 113. 106ประสิ ทธิ ภาพการเดินเครื อง = เวลาเดินเครื องสุ ทธิ (Net Operating Time)(Performance Efficiency) เวลาเดินเครื อง(Operating Time) ประสิ ทธิภาพการเดินเครื องบางครังไม่สามารถคํานวณได้โดยตรงเนืองจากมีความสูญเสี ยทีไม่สามารถจับเวลาได้ แต่ทาให้เครื องเสียกําลัง เช่น ไฟตก ํเครื องเดินไม่เรี ยบ เครื องสะดุดหรื อหยุดเล็กน้อย เป็ นต้น เวลามาตรฐานในการทํางานต่อชินสามารถช่วยเราแก้ปัญหาดังกล่าวได้ เพราะถ้าเรามีเวลามาตรฐาน เราก็จะทราบว่าตามเวลาเดินเครื องเราควรผลิตงานได้กีชิน และในความเป็ นจริ งเราผลิตงานได้กีชินประสิ ทธิ ภาพการเดินเครื อง = จํานวนชิ นงานทีผลิตได้จริ ง จํานวนชิ นงานทีควรผลิตได้ตามเวลามาตรฐานอัตราคุณภาพ(Quality Rate) เวลาเดินเครื องสุทธิบางครังก็ไม่ได้เกิดมูลค่าทังหมด(หมายถึงผลิตของดีมีคุณภาพ)เพราะเสี ยเวลาส่วนหนึงไปกับการผลิตของเสี ยหรื อเรี ยกว่า เวลาสูญเสี ยจากการผลิตของเสี ยเวลาเดินเครื องสุ ทธิทีเกิดมูลค่ า = เวลาเดินเครื องสุ ทธิ – เวลาสู ญเสี ยจากการผลิตของเสี ยอัตราคุณภาพ = เวลาเดินเครื องสุ ทธิ ทีเกิดมูลค่า(Valued – Net Operating Time)(Quality Rate) เวลาเดินเครื องสุ ทธิ (Net Operating Time) อัตราคุณภาพบางครังก็ไม่สามารถหาได้โดการให้สมการดังกล่าวเนืองจากความยากลําบากในการจับเวลาทีต้องสูญเสี ยไปกับการผลิตงานเสี ย แต่เรา การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 114. 107สามารถดูความสูญเสี ยทีออกมาในรู ปของชินงานทีเสี ยและชินงานทีต้องนํากลับไปแก้ไขอัตราคุณภาพ = จํานวนชินงานทีผลิตได้ทงหมด – จํานวนชินงานทีเสี ยและทีซ่อม ั จํานวนชินงานทีผลิตได้ทงหมด ัการหาค่ า OEE OEE เป็ นคําทีรู ้จกกันเป็ นอย่างดีนานะตัวเลขทีใช้บ่งบอกสมรรถนะของ ัโรงงานทีใช้เครื องจักรเป็ นหลักในกระบวนการผลิต นอกจากนัน OEE ยังเป็ น ่ตัวเลขในการวัดความสําเร็ จของโรงงานทีดําเนินกิจกรรม TRM หรื อเรี ยกได้วา การดําเนินกิจกรรม TPM ก็เพือเพิมค่า OEE ในตอนทีผ่านมาเราได้พดถึงอัตราการ ูเดินเครื อง ประสิ ทธิภาพการเดินเครื อง และอัตราคุณภาพ ซึ งถือเป็ นการสร้างส่วนประกอบของ OEE ไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะฉะนันในตอนนีก็แค่นามาประกอบ ํกัน การคํานวณ OEEประสิ ทธิผลโดยรวม = อัตราการเดินเครื อง x ประสิ ทธิ ภาพการเดินเครื อง x อัตราคุณภาพ (OEE) (Availability) x (Performance Efficiency) x (Quality Rate) ยกตัวอย่ างในกระบวนการผลิต A จะมีอตราการเดินเครื องถึง 100 % และ ัอัตราคุณภาพถึง 100 % แต่เมือพิจารณาประสิ ทธิภาพการเดินเครื องทีมีเพียง 50 % ่ทําให้ OEE เหลือเพียง 50 % จากกรณี นีสามารถวิเคราะห์ได้วากระบวนการผลิต Aไม่มีปัญหาเรื องเครื องจักรเสี ยหรื อเครื องจักรหยุดใด ๆ รวมทังไม่มีปัญหาทางด้าน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 115. 108คุณภาพด้วย แต่กระบวนการผลิตทํางานได้ชามากเพียงแค่ 50 % ของกําลังการผลิต ้มาตรฐาน กระบวนการผลิต B ดูเหมือนว่า OEE น่าจะออกมาสูง เนืองจากตัด ่ประกอบทัง 3 อยูในเกณฑ์สูงแต่จริ งๆ OEE ทีออกมาคือ เท่ากับ 72.9 % เพราะว่ายังไม่สามารถเดินเครื องได้ตลอด มีเวลาหยุดเครื องไป 10 % เครื องยังเดินได้ไม่เต็มกําลัง ขาดอีก 10 % และมีของเสียในประมาณทีสูงถึง 10 % กระบวนการผลิต C ถึงแม้จะไม่มีปัญหาด้านคุณภาพ แต่เครื องจักรก็เสี ยบ่อยและเครื องจักรก็ยงเดินไม่เต็มกําลัง แต่เป็ นทีน่าสังเกตว่า OEE ก็ยงสูงกว่า ั ักระบวนการผลิต A ทังนีเป็ นเพราะตัวประกอบทีตําสุดเป็ นตัวการในการฉุดค่าOEE ให้ตาลง ํ ่ ดังนันในการปรับปรุ ง OEE จึงควรปรับปรุ งตัวประกอบทีมีคาตําทีสุดก่อน เพราะมีผลมากทีสุดในการทําให้ OEE มีค่าเพิมขึน นอกจากนันยังทําได้ง่ายกว่าการทําให้ตวแปรทีมีค่าสูงอยูแล้วให้มีค่าสูงขึนไปอีก ั ่OEE ตําเพราะ Loss ลองนึกภาพโรงงานทีมี OEE เท่ากับ 100 % ในโรงงานแห่งนันต้องเป็ นโรงงานทีเครื องจักรใช้งานได้ตลอดเวลา(อัตราการเดินเครื องเท่ากับ 100 % ) เครื องเดินได้เต็มกําลัง(ประสิ ทธิภาพการเดินเครื องเท่ากับ 100 %) และไม่เคยมีงานเสี ยหรื องานทีต้องแก้ไข(อัตราคุณภาพเท่ากับ 100 % ) และถ้านึกภาพเวลาในส่วนต่างๆทีเกิดขึนตามภาพทีแสดง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 116. 109 เวลารับภาระงาน เวลาเดินเครื อง อัตราการเดินเครื อง = 100 % X เวลาเดินเครื องสุทธิ ประสิ ทธิภาพการเดินเครื อง = 100 % X เวลาเดินเครื องทีเกิดมูลค่า อัตราคุณภาพ = 100 % OEE = 100 %ตัวอย่ าง ตัวอย่างการหาค่า OEE การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 117. 110 การทีจะหาประสิ ทธิ ภาพโดยรวมของเครื องจักรได้นนสิ งแรก ั ่ต้องรู ้วาเครื องจักรนันเสี ยเวลาไปกับอะไรบ้างในช่วงเวลาหนึงทีเครื องจักรสามารถทีจะทํางานได้ เช่น เครื องจักรต้องหยุดเพราะถึงเวลาตรวจทําวาระ หรื อเครื องจักรต้องหยุด เพราะต้องทําความสะอาด หรื อเครื องจักรหยุดโดยไม่ทราบสาเหตุการหยุด รวมไปถึงการหยุดเพราะกลับมาแก้ไขงาน ในภาพรวมๆแล้วถือว่าเป็ นการหยุดทังสิ นแต่การหยุดเครื องจักรนันเราต้องมาดูถึงสาเหตุการหยุดโดย เราให้นิยามการหยุดดังนี ตารางสาเหตุการเสี ยเวลาของเครื องจักร การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 118. 111จากตารางการหยุดเพราะเครื องหยุดสาเหตุใดสาเหตุหนึงเรี ยกว่า Shutdown lossesเครื องจักรเสี ยกําลังเรี ยกว่า Capacity lossesเครื องจักรผลิตของเสี ยเรี ยกว่า Defect & Reworkเวลารับภาระงาน = เวลาทังหมด - เวลาทีหยุดตามแผนงานเวลาเดินเครื อง = เวลารับภาระงาน – เวลาสูญเสี ยจากเครื องจักรหยุดเวลาเดินเครื องสุทธิ = เวลาเดินเครื อง - เวลาทีเครื องเสี ยกําลังเวลาเดินเครื องเครื องสุทธิทีเกิดมูลค่า = เวลาเดินเครื องสุทธิ-เวลาทีผลิตของเสี ย อัตราการเดินเครื อง = เวลาเดินเครื อง (Operating Time) (Availability) เวลารับภาระ(Loading Time) การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 119. 112ประสิ ทธิ ภาพการเดินเครื อง = เวลาเดินเครื องสุ ทธิ (Net Operating Time)(Performance Efficiency) เวลาเดินเครื อง(Operating Time) อัตราคุณภาพ = เวลาเดินเครื องสุ ทธิ ทีเกิดมูลค่า(Valued – Net Operating Time)(Quality Rate) เวลาเดินเครื องสุ ทธิ (Net Operating Time)และถ้าลองนึกภาพโรงงานทีมี OEE ไม่ถึง 100 % แน่นอนในโรงงานแห่งนันเครื องจักรใช้งานได้ไม่ตลอดเวลา(อัตราการเดินเครื องน้อยกว่า 100 %) เครื องเดินได้ไม่เต็มกําลัง(ประสิ ทธิภาพการเดินเครื องน้อยกว่า 100 % )และเกิดของเสี ยหายและการแก้ไขงาน(อัตราคุณภาพน้อยกว่า 100 %) เวลาในส่วนต่างๆ ของโรงงาน พืนฐานของการทํากิจกรรมทีสําคัญทีสุดคือการดูแลพืนทีและเครื องจักรเมือจะเริ มกระบวนการในการทํางานจึงต้องหันมาดูพนทีและเครื องจักรก่อน เมือ ืกําหนดแผนงานต่างแล้วจึงถึงขันตอนการลงมือ แล้วขันตอนการเปลียนแปลงเครื องจักรเป็ นอย่างไร? การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 120. 113ขัIนตอนสําหรับการเปลียนแปลงเครืองจักร(ขัIนตอนที 1 ขัIนตอนที 2 และ ขัIนตอนที 3)ขัIนตอนที 1 การทําความสะอาดแบบตรวจสอบ คือการทําความสะอาดแบบลําลึกโดยทีการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆไปพร้อมกับการทําความสะอาดเครื องจักร ซึงจะทําให้คนพบจุดยากลําบากและแหล่งกําเนิดปั ญหาเพือทําการแก้ไขก่อนทีเครื องจักร ้จะเกิดความเสี ยหายมากขึนดูได้จากตารางที 1 ขันตอนที 1 การทําความสะอาดแบบตรวจสอบ (ดูจากตารางที 1)ขัIนตอนที 2 การกําจัดจุดยากลําบากและแหล่ งกําเนิดปัญหา คือการแก้ไขจุดผิดปกติทีหลงเหลือมาจากขันตอนที 1 และการกําจัดจุดยากลําบากและแหล่งกําเนิดปั ญหาทีเป็ นผลพวงจากการตรวจสอบในขันตอนที1เช่นเดียวกัน(ดูจากตารางที 2)ขัIนตอนที 3 การจัดทํามาตรฐานการบํารุงรักษาด้ วยตนเองเบืองต้น คือการรวบรวม Iสิ งต่างๆ ทีค้นพบและปฏิบติจากขันตอนที 1และขันตอนที 2 มาทําการสรุ ปเป็ น ัมาตรฐาน(ดูจากตารางที 3) การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 121. 114ขัIนตอนที 1 การทําความสะอาดแบบตรวจสอบข้อมูลและการเตรี ยมตัว การดําเนินการ ผลลัพธ์ • แบบDrawing • ทําความสะอาด • รายการจุด เครื องจักร ทุกซอกทุกมุม ผิดปกติและ • แผนการทํา • หาจุดผิดปกติ การแก้ไข ความสะอาด และการแก้ไข • รายการจุด • เครื องมือและ • หาจุด ยากลําบาก อุปกรณ์ทา ํ ยากลําบาก • รายการ ความสะอาด • หาแหล่งกําเนิด แหล่งกําเนิด ปั ญหา ปั ญหา • รายการจุดต้อง สงสัยตารางที 1 ขันตอนที 1 การทําความสะอาดแบบตรวจสอบขัIนตอนที2 การกําจัดจุดยากลําบากและแหล่ งกําเนิดปัญหาข้อมูลและการเตรี ยมตัว การดําเนินการ ผลลัพธ์ • ผลลัพธ์จาก • กําจัดแหล่ง • การลดเวลาใน ขันตอนที 1 สะสมของฝุ่ น การบํารุ งรักษา • การศึกษา • กําจัดการฟุ้ ง ประจําวัน วิธีการปรับปรุ ง กระจายต่างๆ • การปรับปรุ ง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 122. 115 • แผนการ • การออกแบบ เครื องจักรให้ ปรับปรุ ง เครื องมือ สามารถใช้งาน เครื องจักร • ใช้เทคนิคการ และบํารุ งรักษา ควบคุมด้วยการ ทําทุกอย่างได้ มองเห็น(Visual ง่ายขึน Control)ตารางที 2 การกําจัดจุดยากลําบากและการกําเนิดปั ญหาขัIนตอนที 3 การจัดทํามาตรฐานการบํารุงรักษาด้ วยตนเองเบืองต้น Iข้อมูลและการเตรี ยมตัว การดําเนินการ ผลลัพธ์ • ผลลัพธ์จาก • หาจุดทีต้องทํา • มาตรฐานการ ขันตอนที 1 ความสะอาด ทําความสะอาด • ผลลัพธ์จาก และวิธีการ • มาตรฐานการ ขันตอนที 2 • หาจุดทีต้อง ตรวจสอบ • ข้อมูลจากฝ่ าย หล่อลืนและ • มาตรฐานการ ซ่อมบํารุ ง วิธีการ หล่อลืน • บันทึกการ • หาจุดทีต้อง บํารุ งรักษา ตรวจสอบและ วิธีการ • กําหนด การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 123. 116 คาบเวลาของ การตรวจสอบตารางที 3 ขันตอนการจัดทํามาตรฐานการบํารุ งรักษาด้วยตนเองเบืองต้นขัIนตอนที 4 การตรวจสอบโดยรวม คือการศึกษาหาความรู ้เพิมเติมเกียวกับระบบต่าง ่ ของเครื อง เพือทราบถึงจุดทีต้องดูแลเป็ นพิเศษของระบบต่างๆไม่วาจะเป็ นระบบการส่งกําลังทางไฟฟ้ า ระบบนิวเมติกซ์ ทังนีเพือจะนําไปรวมกับมาตรฐานในขันตอนที 3ขัIนตอนที 5 การตรวจสอบด้ วยตนเอง คือการทบทวนมาตรฐานการทําความสะอาดมาตรฐาน การหล่อลืน มาตรฐานการตรวจสอบจากขันตอนที 3 และเพิมจุดสําคัญต่าง ทีพบในขันตอนที 4 เพือสามารถเข้าไปในการตรวจสอบด้วยตนเองได้ครบทุก ่ขันตอนทีมีอยูในตัวเครื องจักรขัIนตอนที 4 การตรวจสอบโดยรวมข้อมูลและการเตรี ยมตัว การดําเนินการ ผลลัพธ์ • การเตรี ยม • การเรี ยนเรื อง • ความเข้าใจ หลักสูตร น๊อตและสกรู เกียวกับ • การเตรี ยม • การเรี ยนเรื อง โครงสร้างและ อุปกรณ์สือการ การหล่อลืน หน้าทีต่างของ สอน • การเรี ยนเรื อง ระบบ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 124. 117 • การเตรี ยม ระบบจ่าย • เพิมทักษะการ โครงสร้างและ นํามัน ตรวจสอบเชิง ระบบต่างๆของ • การเรี ยนเรื อง ลึกได้ เครื อง ระบบนิวเม • สังเกตความ • การเตรี ยม ติกซ์ ผิดปกติเชิงลึก ผูสอน ้ • การเรี ยนเรื อง ได้ ระบบส่งกําลัง • การเรี ยนเรื อง ระบบไฟฟ้ า กําลัง • การเรี ยนเรื อง ระบบป้ องกัน อันตรายตารางที 4 ขันตอนที 4 การตรวจสอบโดยรวมขัIนตอนที 5การตรวจสอบด้ วยตนเองข้อมูลและการเตรี ยมตัว การดําเนินการ ผลลัพธ์ • มาตรฐานจาก • ทบทวน • มาตรฐานการ ขันตอนที 3 มาตรฐานจาก บํารุ งรักษา • ทักษะความรู ้ ขันตอนที 3 ด้วยตรนเองที การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 125. 118 จากขันตอนที 4 • เพิมเติม สมบูรณ์ • จุดสําคัญ มาตรฐานการ • เพิม เทคนิคจากฝ่ าย ตรวจสอบ ประสิ ทธิภาพ ซ่อมบํารุ ง ระบบการ ของการ ทํางานต่างๆ ตรวจสอบด้วย ของเครื อง ตนเอง • การแบ่งการ ตรวจสอบกับ ฝ่ ายซ่อมบํารุ งตารางที 5 ขันตอนที 5การตรวจสอบด้วยตนเองขัIนตอนที 6 การจัดทําเป็ นมาตรฐาน เป็ นการควบคุมการปฏิบติตามมาตรฐานการ ับํารุ งรักษาด้วยตนเองทีได้มาจากขันตอนที 5 โดยให้เป็ นหน้าทีและส่วนหนึงของการปฏิบติงานของผูใช้เครื องรวมทังมีการปฏิบติตามมาตรฐานอืนๆด้วยเพือลด ั ้ ัความสูญเสี ยขัIนตอนที 7 การปรับปรุงอย่ างต่ อเนือง เป็ นการสรุ ปขันตอนทังหมดตังแต่ขนตอนที 1 ถึงขันตอนที 6 เพือหาทางยกระดับและปรับปรุ งต่อไปโดยถือเป็ น ัส่วนหนึงของนโยบายขององค์กร การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 126. 119ขัIนตอนที 6 การจัดทําเป็ นมาตรฐานข้อมูลและการเตรี ยมตัว การดําเนินการ ผลลัพธ์ • มาตรฐานการ • ปรับปรุ ง • ปรับปรุ ง ปฏิบติงาน ั มาตรฐานการ บทบาทของ • มาตรฐานการ ปฏิบติงาน ั ผูใช้เครื อง ้ บํารุ งรักษาด้วย • จัดทํามาตรฐาน • สิ งต่างๆที ตนเองจาก ทีทํางาน เกียวข้องกับ ขันตอนที 5 • จัดทํามาตรฐาน การทํางานมี การใช้เครื องมือ การจัดทําไว้ • จัดทํามาตรฐาน เป็ นมาตรฐาน การจัดการ ในการ อะไหล่ ดําเนินงานที • การลดความ ชัดเจน สูญเสี ย • การบํารุ งรักษา • การปรับปรุ ง ด้วยตนเองมี เทคนิคการ มาตรฐาน ควบคุมด้วยการ สูงขึน มองเห็นตารางที 6 ขันตอนที 6 การจัดทําเป็ นมาตรฐาน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 127. 120ขัIนตอนที 7การปรับปรุงอย่ างต่อเนืองข้อมูลและการเตรี ยมตัว การดําเนินการ ผลลัพธ์ • ผลลัพธ์การ • การบรรลุ • มีการดําเนิน ปฏิบติตาม ั เป้ าหมายเดิม ตามนโยบาย ขันตอนที 6 อย่างสมบูรณ์ การบํารุ งรักษา • การติดตามของ • การปฏิบติตาม ั ขององค์กร ผูบริ หาร ้ นโยบายใหม่ อย่างต่อเนือง • นโยบายของ • การส่วนร่ วม • มีการยกระดับ ด้านการ 100% ของเป้ าหมาย บํารุ งรักษา • การวัดผลการ การบํารุ งรักษา ปรับปรุ ง ด้วยตนเองที • การประกวด สูงขึน กลุ่มบํารุ งรักษา • มีการประกาศ ด้วยตนเอง เกรี ยติคุณอย่าง เป็ นทางการตารางที 7 ขันตอนที 7การปรับปรุ งอย่างต่อเนือง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 128. 121 สาเหตุหลักเลยของเครื องจักรทีเกิดความชํารุ ดเกิดจาการทีเครื องจักรไม่สะอาดเพียงพอ ดังนันขันตอนแรก คือการทําความสะอาด แต่ไม่ใช่เป็ นการทําความสะอาดเพือกําจัดสิ งสกปรกเพียงอย่างเดียว แต่เป็ นการทําความสะอาด เพือหาจุดผิดปกติและทําการแก้ไข นอกจากนันยังสังเกตจุดยากลําบากในการดูแลบและแหล่งกําเนิดปั ญหาอีกด้วยปัญหาจากการทําความสะอาดไม่ เพียงพอ1. ปัญหาเครืองจักรเสีย ปั ญหาจากความสะอาดไม่เพียงพอย่อมส่งผลโดยรวมของเครื องจักรเช่นตัวอย่างต่อไปนี • มีเศษวัสดุหรื อสิ งแปลกปลอมเข้าไปติดขัดในอุปกรณ์หรื อบริ เวณราง เลือนต่างๆจนทําให้เกิดการแตกหัก • อุปกรณ์ต่างๆเซนเซอร์ต่างๆทํางานผิดพลาดเนืองจากมีฝนผงหรื อคราบ ุ่ นํามันซึงอาจทําให้มีการควบคุมผิดพลาด • ระบบความดันลมหรื อความดันของไหลต่างๆผิดปกติเนืองจากมีฝนผง ุ่ เข้าไปเจือปนในระบบ • ความต้านทานหรื อการนําความผิดพลาดเนืองจากฝุ่ นผงสนิมหรื อคราบ อออกไซด์ต่างๆทําให้สิงผลต่องานควบคุมทางไฟฟ้ า • การทํางานของอุปกรณ์และเครื องมือป้ องกันเหตุอนตรายทํางานผิดพลาด ั • ประสิ ทธิภาพการระบายความร้อนตําจนทําให้เกิดการลุกไหม้ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 129. 1222. ปัญหาจากด้ านคุณภาพของชิIนงาน ความสะอาดทีไม่เพียงพอ นอกจากจะทําให้มีโอกาสทําให้เครื องจักรเสี ยแล้ว ยังทําให้เกิดปั ญหากับคุณภาพของชินงาน • มีสิงเจือปนในชินงาน • ทําให้ชินงานเป็ นรอบขีดข่วน • ขนาดและมิติต่างๆของชินงานมีความผิดพลาด • ส่วนผสมต่างๆผิดพลาด • หี บห่อบรรจุภณฑ์สกปรก ั3. ปัญหาเสือมของเครืองจักร ความเสื อมของเครื องจักร ส่วนมากเกิดจากการไม่ดูแลทําความสะอาดจนปล่อยให้ชินส่วนต่างๆมีลกษณะอาการดังต่อไปนี ั • การสึ กหรอ ผุกร่ อน เสื อมโทรม • มีคราบนํามันฝุ่ นผง • เกิดการหลุดหลวมหรื อสันคลอน • หน้าปั ดและอุปกรณ์ต่างๆชํารุ ดทรุ ดโทรมหรื อเลอะเลือน ่ • เกิดการเปื อยยุยของยางหรื อการแตกของขอบพลาสติก4. ปัญหาด้ านสมรรถนะของเครืองจักร ปั ญหาด้านสมรรถนะของเครื องจักร คือปั ญหาทีทําให้เครื องจักรทํางานได้ไม่เต็มทีซึงความสกปรกก็เป็ นสาเหตุหนึงทีทําให้สมรรถนะของเครื องจักรตําลงโดยมีสาเหตุดงต่อไปนี ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 130. 123 • ฝุ่ นผงเข้าไปติดขัดทําให้เครื องจักรหมุนเคลือนทีช้าลง • ความฝื ดต่างๆทําให้การเดินป้ อน(Feed)ทําได้ไม่เต็มที • ความสกปรกต่างๆทีเป็ นสาเหตุทาให้เกิดการหยุดเล็กน้อย ํ • ความสกปรกอาจทําให้การป้ อนงานติดขัดทําให้เสี ยเวลาการผลิตหรื อ ปฏิบติงานได้ ัการทําความสะอาดแบบตรวจสอบ1. การทําความสะอาดหมายถึง การกําจัดฝุ่ นผง ความสกปรก คราบนํามันเศษวัสดุ ให้ออกจากเครื องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงบริ เวณทีอยุรอบเครื องจักร ่ด้วย โดยการทําความสะอาดดังกล่าว ต้องทําให้ทวถึงทุกชินส่วนของเครื องจักร ัในขณะทําความสะอาดต้องหมันคอยตรวจสอบสังเกตความผิดปกติต่างๆด้วย2. การทําความสะอาดแบบตรวจสอบ การทําความสะอาดในการบํารุ งรักษาด้วยตนเอง มีวตถุประสงค์หลักคือการตรวจสอบมากกว่าความอยากเห็น ัเครื องจักรมีความสะอาด ซึงอาจจะพบจุดความผิดปกตินบร้อยๆจุด ในขณะทีทํา ัความสะอาดจนครบทุกชินส่วน ข้อควรจําในการทําความสะอาดแบบตรวจสอบมีดังนี • คํานึงถึงความปลอดภัย • พนักงานผูใช้เครื องจักรควรเป็ นผูทาความสะอาดเครื องจักรด้วยตนเอง ้ ้ ํ • ทําความสะอาดในจุดหรื อบริ เวณทีไม่เคยคิดจะทํามาก่อนและไม่เคยถอด หรื อเปิ ดมาเป็ นเวลาหลายปี • ทําความสะอาดบริ เวณฝาครอบ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 131. 124 • ถ้าจําเป็ นอาจต้องแยกชินส่วนทําความสะอาด • ทําความสะอาดอุปกรณ์เสริ มหรื ออุปกรณ์ร่วมต่างๆทีใช้ในการทํางานเช่น อุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุ แม่แรงหรื อรอกยก กล่องวัตถุดิบ • อย่ากลัวว่า "ทําความสะอาดไปเดีeยวก็สกปรกอีก" แต่ควรคิดว่าทําความ ่ สะอาดแล้วทําอย่างไรให้อยูได้นานจุดผิดปกติ จุดยากลําบาก และแหล่ งกําเนิดปัญหา 1. จุดผิดปกติ ในการทําความสะอาดแบบตรวจสอบมีเป้ าหมายหลักในการหาจุด ผิดปกติ ดังนันก่อนการทําความสะอาด แบบตรวจสะอาดต้องทําความ เข้าใจก่อนว่าลักษณะใดบ้างทีเป็ นจุดปกติ และลักษณะใดบ้างทีเป็ นจุด ผิดปกติ โดยทัวไปจุดผิดปกติของเครื องจักรมีลกษณะดังต่อไปนี ั • ชินส่วนหรื อบริ เวณทีมีฝนผงหรื อคราบนํามันติดอยู่ ุ่ • ชินส่วนหรื อออุปกรณ์ทีมีการสึ กหรอ หรื อบิดเบียวเสี ยรู ป • ชินส่วนหรื ออุปกรณ์ทีมีการหลวมคลอน หรื อไม่มีความแน่น หนา • ชินส่วนหรื อออุปกรณ์ทีมีรอยแตกร้าวหรื อรอยขีดข่วน • ชินส่วนอุปกรณ์ทีมีการกัดกร่ อน มีสนิม • ชินส่วนหรื ออุปกรณ์ทีมีรอยรัวซึม หรื อปริ แตก • ชินส่วนหรื ออุปกรณ์ทีมีอุณหภูมิ เสี ยงหรื อ ความสันสะเทือน ที มากเกินปกติ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 132. 1252. จุดยากลําบาก จุดยากลําบากคือ จุดทีสามารถสังเกตเห็นได้ในขณะทีทําความสะอาด กล่าวคือ จุดใดทีมีความยากลําบากในการทําความสะอาด จุดนันก็คือจุด ทีจะมีความยากลําบากในการทํางานหรื อการซ่อมบํารุ งตามไปด้วยมี ลักษณะดังต่อไปนี • มองไม่เห็น เข้าไม่ถึง คับแคบ ่ ่ ํ ่ • อยูสูงเกินไป อยูตาเกินไป หรื ออยูลึกเกินไป • ต้องใช้เครื องมือมากในการถอดหรื อในการประกอบ ่ ั • จุดทีอยูใกล้กบชินส่วนมากในการถอด หรื อในการประกอบ ่ • จุดทีอยูใกล้ชินส่วนทีเคลือนทีหรื อแหลมคม หรื ออีกนัยหนึง คือทุกกจุดทีสร้างความลําบากในการทําความ สะอาด ในการหล่อลืน ในการปรับแต่ง ในการปฏิบติงาน และ ั ในการซ่อมบํารุ ง3. แหล่ งกําเนิดปัญหา แหล่งกําเนิดปั ญหาคือแหล่งทีมาของความสกปรก แหล่งทีมาของความ สันสะเทือน ของเสี ยง และอุณหภูมิทีผิดปกติ และแหล่ง ทีอาจทําให้เกิด อันตราย ซึงแหล่งต่างๆเหล่านันได้แก่ • จุดทีมีความฟุ้ งกระจายของเศษวัตถุดิบ นําหล่อเย็น นํามันตัด หรื อฝุ่ นผงต่างๆ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 133. 126 • สิ งทีเป็ นพาหนะของความสกปรกเช่นภาชนะวัตถุดิบ กรวยเติม นํามันหล่อลืน อุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุ เครื องมือและอุกรณ์ต่างๆ หรื อแม้กระทังจากตัวผูปฏิบติงานเอง ้ ั • จุดทีมีการรัวซึมของนํามันหล่อลืนนํามันไฮดรอลิกส์ • บริ เวณทีมีการหมุนทีไม่ได้ศูนย์ซึงทําให้เกิดการสันสะเทือน • บริ เวณท่มีอุณหภูมิสูงและไม่มีอปกรณ์ป้องกัน ุ • บริ เวณทีมีการเคลือนไหวของชินส่วนอุปกรณ์และอุปกรณ์ ป้ องกัน • บริ เวณสายไฟทีมีสภาพรอยต่อไม่เรี ยบร้อยปัญหาจากจุดยากลําบากและแหล่งกําเนิดปัญหา1.ไม่ ดงดูดความตัIงใจ ึ คําว่า "ไม่ดึงดูดความตังใจ" หมายความว่า เมือนึกถึงเครื องจักรทีเต็มไปด้วยจุดยากลําบากก็ทาให้ไม่อยากทําความสะอาดหรื อดูแลรักษา ทังทีอาจจะมีความ ํตระหนักในความสําคัญของการทําความสะอาดและการบํารุ งรักษา ซึงถ้าเป็ นเช่นนีเป็ นเรื องทีน่าเสี ยดายมาก เพราะว่าสามารถสร้างสํานึกในความสําคัญของการทําความสะอาดได้แต่เครื องจักรกลับเป็ นตัวขัดขวางไม่ให้เกิดการทําความสะอาดสาเหตุโดยทัวไปทีทําให้เครื องจักรไม่ดึงดูดความตังใจในการทําความสะอาดและดูแลรักษา มีตวอย่างดังต่อไปนี ั • กลัวเสื อผ้าหรื อร่ างกายเปรอะเปื อน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 134. 127 • กลัวอันตรายจากซอกหลืบต่างๆ ทีอาจจะบาดมือได้ • ไม่อยากเสี ยเวลาในการเบิกและเก็บรักษาเครื องมือและอุปกรณ์ทีมากมาย ในการทําความสะอาด และตรวจสอบ • มีความรู ้สึกว่า ต้องใช้เวลาในการเตรี ยมตัวนานกว่าการทําความสะอาด หล่อลืน หรื อขับแน่น • มีความรู ้สึกว่า ถ้าตรวจสอบแล้วไม่พอความผิดปกติ จะเป็ นการเสี ยเวลา2.ใช้ เวลานานในการทําความสะอาดและตรวจสอบ ถ้าเครื องจักรเต็มไปด้วยจุดยากลําบากย่อมทําให้เสี ยเวลาในการทําความ ่ สะอาดและตรวจสอบมากกว่าปกติ ไม่วาจะเป็ นการหาเครื องไม้เครื องมือ จํานวนมาก การทีต้องทํางานด้วยความระมัดระวังเป็ นพิเศษ รวมถึงความ ่ ยุงยากในการเข้าถึงบริ เวณทีคับแคบต่างๆ นอกจากนันจํานวนจุดทีต้องทํา ความสะอาด หรื อจุดทีต้องตรวจสอบหากมีมากเกินไปก็เป็ นการเสี ยเวลา ได้เหมือนกัน3.อาจเกิดอันตราย ่ บางจุดทียากลําบากทีมีอยูในตัวเครื องจักร ถึงแม้จะทําความสะอาด ตรวจสอบ หรื อหล่อลืนได้หากใช้ความพยายามอีกนิด แต่สิงทีมองข้าม ไม่ได้ คือ อันตรายทีอาจจะตามมาจากการทํางานในบริ เวณยากลําบาก ของเครื องจักรเหล่านัน เช่น • บริ เวณคับแคบทีมือเข้าไม่สะดวก • บริ เวณทีมีขอบแหลมคมของชินส่วน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 135. 128 ่ ั • บริ เวณทีอยูใกล้กบชินส่วนทีมีความเคลือนไหว ่ ั • บริ เวณทีอยูใกล้กบบริ เวณทีมีความร้อน • หี บห่อหรื อบรรจุภณฑ์ทีมีรอยแตกร้าว หรื อฉี กขาด ั4.ต้ องทําความสะอาดและแก้ ไขจุดผิดปกติไม่ รู้ จกจบจักสิIน ัในการทําความสะอาดและแก้ไขจุดผิดปกติถาใช้เพียงความตังใจและ ้ขยันหมันเพียรเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจว่าจะต้องใช้เวลาและการปฏิบติบ่อยครัง ัเพียงใด ย่อมทําให้เกิดความสูญเสี ยทีน่าจะนําไปใช้ประโยชน์อย่างอืนได้ เพราะว่าการทําความสะอาดและแก้ไขจุดผิดปกติโดยไม่มีการกําจัดแหล่งทีมาย่อมต้องทําอยู่ตลอดเวลาไม่รู้จกจบจักสิ น ตัวอย่างของบริ เวณทีต้องคอยทําความสะอาดและแก้ไข ัจุดผิดปกติมีดงต่อไปนี ั • บริ เวณทีมีการรัวซึมของนํามันหล่อลืน นํามันหล่อเย็น หรื อ นํามันตัด • บริ เวณทีมีการฟุ้ งกระจายของเศษวัตถุดิบหรื อฝุ่ นผงต่างๆ ่ ั • บริ เวณทีอยูใกล้กบแหล่งความสกปรก • บริ เวณทีมีการสะสมของวัสดุจานวนมาก ํการกําจัดจุดยากลําบากและแหล่งกําเนิดปัญหา1.การกําจัดจุดยากลําบาก บริ เวณใดทีมีการทําความสะอาดยากจําเป็ นต้องได้รับการปรับปรุ ง เพราะไม่เช่นนันการตรวจสอบ ปรับแต่ง ขับแน่น หรื อหล่อลืนจะทําได้ยากตามไปด้วยหรื ออย่างน้อยก็ตองใช้เวลานานกว่าปกติ ตัวอย่างของการกําจัดจุดยากลําบาก เช่น ้ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 136. 129การเปลียนตําแหน่ง การเปลียนอุปกรณ์ การถอดฝาครอบ และการใช้ฝาครอบทีเป็ นพลาสติกใส การเจาะช่องมอง ซึงทังหมดส่วนใหญ่เรี ยกว่า การควบคุมด้วยการมองเห็น2.การกําจัดแหล่งกําเนิดปัญหาการกําจัดแหล่งกําเนิดปั ญหา คือ การค้นหาแหล่งทีมาของความสกปรก คราบนํามันและฝุ่ นผงหรื อเศษวัสดุ เพือหาทางปรับปรุ งต่อไป ซึงแหล่งกําเนิดปั ญหาดังกล่าวเราได้มีการค้นพบไว้แล้วตังแต่ขนตอนที 1 โดยปกติการกําจัดแหล่งกําเนิดปั ญหา ัส่วนใหญ่จะเป็ นการกําจัดจุดรัวซึมต่างๆ และการกําจัดทีมาของความสกปรก ในกรณี ทีแหล่งทีมาของฝุ่ นหรื อเศษวัสดุไม่สามารถกําจัดให้หมดไปได้เช่น ฝุ่ นโลหะจากการเจียรนัย การกระจายของนําหล่อเย็น เราสามารถกําจัดแหล่งกําเนิดปั ญหาได้โดยการกําจัดการฟุ้ งกระจาย หรื อหากการฟุ้ งกระจายไม่สามารถกํากจัดได้ก็ตองหาวิธีจากัดวงของความฟุ้ งกระจายให้แคบทีสุดเท่าทีจะ ้ ํเป็ นไปได้ การเตรียมการ1.แก้ ไขปัญหาทีหลงลืมมาจากขัIนตอนที 1 ก่อนทีจะลงมือปฏิบติในขันตอนที 2 ต้องมันใจว่าจุดผิดปกติต่างๆ ทีพบ ัในขันที 1 ได้รับการแก้ไขเรี ยบร้อยแล้วทังนีเพือความทัวถึงและป้ องกันการหลงลืมยกเว้นในกรณี ทีจุดผิดปกตินนๆ ต้องใช้เวลาในการแก้ไขนาน เช่น ต้องรอสังซือ ัอะไหล่ ต้องสังทําจากภายนอกบริ ษท ซึงในกรณี นีคงต้องลงมือปฏิบติขนตอนที 2 ั ั ัไปก่อน แต่อย่าลืมว่าต้องยังไม่นา TPM-tag ออกจากจุดผิดปกตินนๆ ํ ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 137. 130 อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็ นไปได้เราต้องการทีจะแก้ปัญหาทีพบจากขันตอนที 1ให้หมดเสี ยก่อน2.รวบรวมข้ อมูลจากขัIนตอนที 1 ตามทีเราทราบแล้วว่าในการทําความสะอาดแบบตรวจสอบ จะทําให้เราพบสิ งต่าง ๆ มากมาย และมีการรวบรวมมาเป็ นรายการจุดผิดปกติ รายการจุดยากลําบาก และรายการแหล่งกําเนิดปั ญหา นอกจากนัน ในขันตอนที 1 ยังได้มีการแก้ปัญหาตามรายการจุดผิดปกติ แต่สาหรับรายการจุดยากลําบากและรายการ ํแหล่งกําเนิดปั ญหา คือ สิ งทีต้องการรวบรวมมาเพือทีจะดําเนินการกําจัดจุดยากลําบากและแหล่งกําเนิดปั ญหาต่อไป3.ทบทวนจุดยากลําบากและแหล่งกําเนิดปัญหา เหตุผลหนึงทีทําให้เราต้องพยายามหาทางแก้ปัญหาจุดผิดปกติของขันตอนที 1 ให้หมดเสี ยก่อน ก่อนจะลงมือกําจัดจุดยากลําบากและแหล่งกําเนิดปั ญหานัน ก็เพราะว่าในขณะทีเราทําการแก้ไขจุดผิดปกติเราอาจจะพบจุดยากลําบากและแหล่งกําเนิดปั ญหาเพิมเติมขึนก็ได้ กล่าวคือ ในขณะทําการแก้ไขจุด ่ผิดปกติ ถ้าจุดผิดปกติจุดใดต้องใช้เครื องมือมาก เข้าไม่ถึง ถือได้วาจุดนัน คือ จุดยากลําบาก และหากจุดผิดปกติจุดนันมีขอบคมของเครื องจักรทําให้ได้รับบาดเจ็บจะถือว่า จุดนัน คือ แหล่งกําเนิดปั ญหา เป็ นต้น ดังนัน การทบทวนจุดยากลําบากและแหล่งกําเนิดปั ญหาจึงหมายถึงการค้นหาจุดยากลําบาก และแหล่งกําเนิดปั ญหาทีอาจจะหลุดลอดมาจากขันตอนที 1หรื ออาจจะพบเพิมเติมจากการแก้ปัญหาของขันตอนที 1 การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 138. 131การกําจัดจุดยากลําบาก1.ทําความเข้ าใจกับจุดยากลําบากจุดยากลําบากต่างๆ ทีพบไม่วาจะเป็ นจุดทีมองไม่เห็น เข้าไม่ถึง คับแคบเกินไป อยู่ ่ ่ ํ ่ ่สูงเกินไป อยูตาเกินไป อยูลึกเกินไป และอยูในบริ เวณทีอันตรายเกินไป จะส่งผลต่อการทําความสะอาด การหล่อลืน และการตรวจสอบ ในลักษณะใดลักษณะหนึงดังต่อไปนี • ทํากได้ทวถึงแต่ใช้เวลานาน ั • ทําได้ไม่ทวถึง ั • ไม่สามารถทําได้2.วางแผนการปรับปรุงจุดลําดับความสําคัญ จุดยากลําบากต่างๆทีพบต้องมีการนํามาจัดลําดับความสําคัญเพือหาทางปรับปรุ งแก้ไขในจุดทีวิกฤตทีสุดก่อน นันก็คือ จุดทีความยากลําบากทําให้ไม่สามารถบํารุ งรักษาได้ รองลงมาได้แก่ จุดทีความยากลําบากทําให้การบํารุ งรักษาทําได้ไม่ทวถึง และจุดทีถือว่าวิกฤตน้อยทีสุด คือ จุดทีความยากลําบากทําให้การ ับํารุ งรักษาต้องใช้เวลานานกว่าจะทัวถึง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 139. 132 หาวิธีการปรับปรุง หลังจากมีการจัดลําดับความสําคัญแล้ว ขันตอนต่อไป คือ การหาวิธีการปรับปรุ งเพือกําจัดความยากลําบากดังกล่าว ในแนวทางดังต่อไปนี • ปรับปรุ งอุปกรณ์และเครื องมือ • ปรับปรุ งเครื องจักร • ปรับปรุ งวิธีการทาน • ใช้การควบคุมด้วยการมองเห็น3.ตัIงเป้ าหมายการปรับปรุง เป้ าหมายการปรับปรุ งสามารถตังได้ตามลําดับความสําคัญตามภาพ ลําดับความสําคัญ ผลต่อการบํารุ งรักษา การตังเป้ าหมาย 1 ไม่สามารถทําได้ จํานวนจุดทีจะได้รับ การบํารุ งรักษา 2 ทําได้ไม่ทวถึง ั จํานวนบริ เวณที สามารถเข้าถึงได้ เพิมเติม 3 ทําได้แต่ใช้เวลานาน เวลาในการบํารุ งรักษา ทีลดลง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 140. 1333.ดําเนินการปรับปรุงปรับปรุงอุปกรณ์ และเครืองมือ ในจุดทียากลําบากจากบริ เวณทีคับแคบ จากการใช้เครื องมือจํานวนมากและจากความไม่เพียงพอของเครื องมือ สามารถแก้ไขได้โดยการดัดแปลงหรื อปรับปรุ งอุปกรณ์เครื องมือต่างๆ เช่น ประแจ ไขควง คีม อุปกรณ์ในการทําความสะอาด และอุปกรณ์ในการหล่อลืนให้มีความเหมาะสมกับบริ เวณต่างๆ ของเครื องจักร นอกจากนันบางครังอาจต้องมีการออกแบบอุปกรณ์เครื องมือขึนมาใหม่ ตัวอย่างของการปรับปรุ งอุปกรณ์และเครื องมือมีดงต่อไปนี ั • ทําอุปกรณ์และเครื องมือต่างๆ ให้มีขนาดเล็กลงและมีดามยาวขึน เพือให้ ้ เข้าซอกลึกได้อย่างสะดวก • ทําปลายอุปกรณ์และเครื องมือต่างๆ เช่น ประแจ หรื อไขควง ให้เป็ น แม่เหล็กเพือสะดวกในการจับยึดน็อตหรื อสกรู • ดัดแปลงกานํามันหล่อลืนให้สามารถเข้าถึงในซอกลึกได้ • ใช้อุปกรณ์ทาความสะอาดทีสามารถเข้าถึงได้ทุกซอกทุกมุม เช่น ใช้ปืน ํ ฉี ดลมหรื อปื นฉี ดนําในการทําความสะอาด หรื อใช้สเปรย์ฉีด เพือทํา ความสะอาดคราบนํามัน • พยายามรวมให้เครื องมือหนึงชินทําได้หลายหน้าที เช่น เครื องมือทีด้าน หนึงเป็ นไขควงด้านหนึงเป็ นประแจ• การจัดหาอุปกรณ์ประจําเครื องให้ครบโดยทําในลักษณะของกล่องเครื องมือ ประจําเครื อง(Tools Box) เนืองจากอุปกรณ์ทีได้รับการดัดแปลงหรื อ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 141. 134 ออกแบบมาเฉพาะเครื องไม่ควรถูกนําไปใช้เพือวัตถุประสงค์อืนด้วยเหตุผล ทางด้านประสิ ทธิภาพและความปลอดภัยปรับปรุงเครืองจักร ในการกําจัดความยากลําบากในการทําความสะอาด หล่อลืน และตรวจสอบ โดยทัวไปเรามักจะหาทางกําจัดด้วยการปรับปรุ งเครื องมือและอุปกรณ์เป็ นอันดับแรกก่อน ดังตัวอย่างในหัวข้อทีผ่านมา แต่ก็มีหลายครังทีการปรับปรุ งเพียงอุปกรณ์และเครื องมือยังไม่สามารถกําจัดความยากลําบากออกไปได้ และไม่สามารถหลีกเลียงการปรับปรุ งทีตัวเครื องจักรได้ ตัวอย่างของการปรับปรุ งเครื องจักรเพือกําจัดความยากลําบากมีดงต่อไปนี ั • ในจุดจับยึดทีไม่ตองการความแข็งแรงมากนัก ให้เปลียนมาเป็ นระบบการ ้ จับยึดทีถอดได้ดวยมือเพือความสะดวกในการถอดเพือทําการบํารุ งรักษา ้ เช่น การเปลียนน๊อตยึดฝาครอบทีต้องถอดด้วยประแจปากตายมา เป็ นน๊อตยึดทีถอดได้โดยใช้มือหมุน • การติดตังหลอดไฟแสงสว่างในจุดทีอับและมืด เพือให้การตรวจเช็คความ สะอาดและความผิดปกติทาได้อย่างทัวถึง ํ • การเปลียนฝาครอบต่างๆ ให้เป็ นพลาสติกใสเพือไม่ให้เกิดการสะสมของ ความสกปรกทีเล็ดลอดสายตา • การเจาะช่องมองตามบริ เวณต่างๆ ของเครื องจักรเพือให้เห็นการทํางาน ภายในและความผิดปกติทีอาจจะเกิดขึน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 142. 135• การยกพืนเครื องจักรเพือให้ทาความสะอาดใต้เครื องได้ หรื ออีกแนวทาง ํ หนึงก็คือ การหาวัสดุมาปิ ดกันไม่ให้เศษวัสดุหรื อความสกปรกต่างๆ เข้า ่ ไปสะสมอยูใต้เครื องจักร ่• การเปลียนตําแหน่งอุปกรณ์ทีต้องอ่านค่าหรื อมีการปรับแต่งให้อยูใน ระดับสายตา• การติดตังท่อทางเดินนํามันหล่อลืนขนาดเล็กให้ไปทัวถึงทุกบริ เวณที ต้องการหล่อลืนโดยการเติมนํามันหล่อลืนทีจุดเดียว• การต่อสายเชือมโยงอุปกรณ์อ่านค่าต่างๆ มาไว้ทีจุดเดียวเพือความสะดวก ในการปรับค่าและตรวจสอบ• การแยกอุปกรณ์ทีต้องดูแลรักษามากเป็ นพิเศษออกมาไว้บริ เวณภายนอก เครื องจักร• การใช้อุปกรณ์ร่วมระหว่างาเครื องจักรต่างๆ เช่น การใช้ถงลมร่ วมกัน ใช้ ั ถังนําหล่อเย็นร่ วมกัน เป็ นต้น เพือลดจํานวนอุปกรณ์ทีต้องดูแล ปรับปรุ งวิธีการทํางาน บางครังวิธีการทํางานก็อาจจะเป็ นสาเหตุทีทําให้เกิดความยากลําบากขึน ได้ เนืองจากอาจจะทําเกินความจําเป็ น ไม่มีการจัดลําดับงานให้ดีทาให้ ํ เกิดความล่าช้าและเกิดการสูญเสี ยเปล่า รวมถึงอาจจะทําให้ประสิ ทธิภาพ ในการบํารุ งรักษาตํา ดังนันการปรับปรุ งวิธีการทํางานก็สามารถช่วยกําจัด ความยากลําบากได้ ด้วยการปฏิบติดงต่อไปนี ั ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 143. 136 • ศึกษาถึงความจําเป็ นและความเข้มข้นการบํารุ งรักษาในแต่ละจุด เพือทีจะ ทําการบํารุ งรักษาได้อย่างเหมาะสมและป้ องกันการบํารุ งรักษาเกินความ จําเป็ น(Over Maintenance) ตัวอย่างเช่น การทําความสะอาดทีระดับของ ความสะอาดไม่จาเป็ นต้องเท่ากันทุกจุด กล่าวคือ บางจุดต้องการความ ํ สะอาดขันลําลึกในขณะทีบางจุดต้องการความสะอาดเพียงแค่เบืองต้น • ศึกษาความเคลือนไหว(Motion Study) เพือลดระยะทางการเคลือนทีและ ่ การเคลือนทีสับสนวุนวาย • ศึกษาการวางผังโรงงาน เพือให้การจัดวางตําแหน่งของเครื องจักร อุปกรณ์และเครื องมือต่างๆ ไม่เป็ นอุปสรรคต่อการบํารุ งรักษา บางครัง การวางผังโรงงานทีเน้นพืนทีใช้สอยจนเกินไปก็ทาให้เกิดความ ํ ยากลําบากในการทํากิจกรรมบํารุ งรักษาต่างๆ ได้เช่นกัน • การวิเคราะห์ท่าทางการทํางานเพือให้เกิดการทํางานในท่าทีไม่เกิดความ เมือยล้าและถูกสุขลักษณะทังนีเพือประสิ ทธิภาพในการบํารุ งรักษา และ สุขภาพของพนักงาน ซึงอาจจะต้องมีการเพิมเติมอุปกรณ์บางอย่างเข้าไป เพือให้ทางานในท่าทีสะดวกสบายยิงขึน ํใช้ การควบคุมด้ วยการมองเห็น การควบคุมด้วยการมองเห็น หมายถึง การใช้สี สัญลักษณ์ หรื อเครื องหมายต่างๆ เพือสื อให้ทราบถึงความต้องการการบํารุ งรักษาของเครื องจักรโดยไม่ตองลําบากถอดฝาครอบต่างๆ ้ ไม่ตองลําบากในการเพ่งมองอุปกรณ์ต่างๆ ้ไม่ตองลําบากในการแยกแยะชนิดของนํามันหล่อลืน เป็ นต้น ้ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 144. 137 ่ ไม่วาจะเป็ นการปรับปรุ งเพือกําจัดจุดยากลําบากด้วยวิธีใด สิ งทีต้องคํานึงถึงเป็ นอันดับแรก คือ เรื องความปลอดภัยและความแข็งแรงของวัสดุ เช่น การเปลียนฝาครอบเป็ นพลาสติกต้องคํานึงถึงหน้าทีการใช้งานของฝาครอบดังกล่าวว่าต้องมีการรับแรงหรื อมีโอกาสกระทบทีรุ นแรงกับอุปกรณ์อืนหรื อไม่ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ทีอยูภายใต้ฝาครอบสามารถถูกแสงสว่างได้หรื อไม่ ่4.สรุปผลการปรับปรุง หลังจากมีการปรับปรุ งตามวิธีใดวิธีหนึงหรื อหลายวิธีทีกล่าวมาแล้ว ต้อง ่มีการวัดผลการปรับปรุ งหรื อพูดอีกอย่างหนึงคือ การวัดเพือดูวาผลของการกําจัดจุดยากลําบากทําให้บริ เวณทีไม่เคยได้รับการดูแลรักษากลับมาได้รับการดูแลรักษาเพิมขึนเท่าใด บริ เวณทีการบํารุ งรักษาเคยเข้าได้ไม่ทวถึง ปัจจุบนทัวถึงหรื อไม่ ั ัอย่างไร บริ เวณทีเคยใช้เวลาในการบํารุ งรักษานานตอนนีลดลงเท่าใดแล้ว ทังนีเพือย้อนกลับไปหาแนวทางในการปรับปรุ งหากยังไม่พอใจในผลการปรับปรุ ง หรื อสรุ ปเป็ นมาตรฐานเพือกระจายให้ทวถึงทุกเครื อง หากพอใจในผลการปรับปรุ ง ั ภาพแสดงขันตอนทังหมดของการกําจัดจุดยากลําบากตังแต่การทําความสะอาดแบบตรวจสอบมาจนสําเร็ จเป็ นมาตรฐานทีต้องกระจายให้ครบทุกเรื องทําความสะอาดแบบตรวจสอบ(ขันตอนที 1) • จุดยากลําบาก • แหล่งกําเนิดปั ญหา การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 145. 138ทําความเข้าใจกับจุดยากลําบาก • การบํารุ งรักษาใช้เวลานาน • การบํารุ งรักษาไม่ทวถึง ั • ไม่สามารถทําการบํารุ งรักษาวางแผนการปรับปรุ ง • จัดลําดับความสําคัญ • หาวิธีการปรับปรุ ง • ไม่สามารถทําการบํารุ งรักษาดําเนินการปรับปรุ ง • ปรับปรุ งอุปกรณ์และเครื องมือ • ปรับแต่งเครื องมือ • ปรับปรุ งวิธีการทํางาน • การควบคุมด้วยการมองเห็นสรุ ปผลการปรับปรุ ง พอใจกําหนดเป็ นมาตรฐานขยายผลให้ครบทุกเครื อง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 146. 139การกําจัดแหล่ งกําเนิดปัญหา 1.ทําความเข้ าใจกับแหล่ งกําเนิดปัญหา แหล่งกําเนิดปั ญหาทีเราค้นพบในขันตอนที 1 จะประกอบไปด้วยแหล่งทีมาของความสกปรก แหล่งทีมาของเสี ยงและความสันสะเทือนทีผิดปกติและแหล่งทีมาของอันตราย แต่ในการบํารุ งรักษาด้วยตนเองนัน หน้าทีในการกําจัดแหล่งกําเนิดปั ญหา คือ การกําจัดแหล่งทีมาของความสกปรก ดังนันเราจึงต้องมาทําความเข้าใจก่อนว่าความสกปรกทีพบมาจากอะไรบ้าง ซึงโดยทัวไปกความสกปรกต่างๆ เกิดมาจากสิ งต่างๆ ต่อไปนี • ฝุ่ นผงหรื อเศษขยะต่างๆ • การสะสมของวัตถุดิบทีตกหล่นและฟุ้ งกระจาย • คราบนํามันหรื อจารบี • นํามัน นํายาหล่อเย็น หรื อของเหลวอืนๆ ทัวรัวซึม • สนิม หรื อการเกิดออกไซด์2.จําแนกแหล่ งทีมาของความสกปรก ่ ความสกปรกทีพบไม่วาจะมาจากฝุ่ นผง เศษขยะ หรื อการสะสมของเศษวัสดุ หรื ออะไรก็ตามดังทีกล่าวมาแล้ว ต้องมีการจําแนกแหล่งทีมาให้ชดเจนเพือจะ ัได้หาทางกําจัดต่อไป โดยทัวไปเรามักจะพบแหล่งทีมาของความสกปรกจากแหล่งต่างๆ ดังต่อไปนี การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 147. 140จากกระบวนการรอบข้ าง การฟุ้ งกระจายของเศษวัสดุ การรัวไหลของของเหลวต่างๆ รวมทังเศษขยะหรื อฝุ่ นผงต่างๆ มีโอกาสทีจะเกิดมาจากกระบวนการรอบข้าง ในทํานองเดียวกัน กระบวนการทํางานของเราก็มีสิทธิทีจะเป็ นแหล่งความสกปรกต่อกระบวนการรอบข้างได้เช่นกัน นันหมายความว่า การกําจัดแหล่งทีมาของความสกปรกไม่ใช่มองเพียงแค่ภายในเครื องจักรหรื อกระบวนการของเราเองเท่านันหากแต่ตองหารื อร่ วมกับกระบวนการรอบข้างเพือช่วยกันกําจัดแหล่งทีมาของความ ้สกปรกของกันและกัน ภายใต้ความร่ วมมือตามแนวคิดการบํารุ งรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่ วมจากภายในกระบวนการ แม้วากระบวนการรอบข้างจะมีส่วนในการสร้างความสกปรกให้กบเรา ่ ัแต่สาเหตุหลักก็มกจะเกิดจากภายในกระบวนการของเราเอง เช่น ั • การเท การป้ อน หรื อการบรรจุวตถุดิบ(ชินงาน) เข้าสู่เครื องจักรด้วย ั วิธีการต่างๆ ทีขาดความระมัดระวัง ทําให้มีการตกหล่นหรื อฟุ้ งกระจาย จนกระทังสะสมขึนมาเป็ นความสกปรก • การออกแบบกรรมวิธีการผลิต หรื อการเลือกใช้วตถุดิบทีทําให้เกิดเศษ ั โลหะจํานวนมากในขณะทําการผลิต หรื อต้องใช้นาหล่อเย็นจํานวนมาก ํ เพือระบายความร้อน ทังหมดล้วนแต่ทาให้เกิดความสกปรก ํ • การตกแต่งชินงานเช่น การตัดขอบ ตัดครี บต่างๆ แล้วปล่อยให้ตกหล่นอยู่ บริ เวณเครื องจักร การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 148. 141จากเครืองจักร เครื องจักรทีชํารุ ดทรุ ดโทรมขาดการดูแลรักษาและเครื องจักรทีออกแบบมาไม่ดี มีส่วนทําให้เกิดการสะสมของความสกปรก ดังรายละเอียดในภาพเครื องจักรทีชํารุ ดทรุ ดโทรม เครื องจักรทีออกแบบมาไม่ดี • เกิดการรัวซึมของของเหลว • เกิดการตกหล่น และฟุ้ ง ต่างๆ กระจายของวัตถุดิบ • เกิดคราบนํามันจารบี • เกิดการเอ่อล้นของนํามันหล่อ เย็นขณะใช้งาน • เกิดสนิมหรื อการเกิดออกไซด์ • มีการกระเด็นของเศษโลหะ ขณะทําการผลิต • มีการไหลอย่างต่อเนืองของ เศษโลหะจากอุปกรณ์ เครืองไม้ เครืองมือและผู้ปฏิบัติ อุปกรณ์และเครื องมือทีช่วยในการผลิต รวมถึงผูปฏิบติงานบ่อยครังก็เป็ น ้ ัทีมาของคราบสกปรกลองสังเกตจากตัวอย่างต่อไปนี • ฝุ่ นผงทีติดมากับวัตถุดิบ อุปกรณ์เครื องไม้เครื องมือและผูปฏิบติงาน ้ ั • หี บห่อทีบรรจุวตถุดิบ หรื ออุปกรณ์ต่างๆ เช่น ถึงพลาสติก กระสอบ หนัง ั ยางรัดของ เป็ นต้น • คราบนํามัน หรื อหยดนํามันทีมาจากอุปกรณ์ต่างๆ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 149. 142 • ความสกปรกทีเกิดจากอุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุ เช่น เขม่าควันจากรถยกจากสภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมและความสมบูรณ์ของสภาพโรงงานมีส่วนอย่างมากในการเป็ นทีมาของความสกปรก เช่น ่ โรงงานทีตังอยูในสภาพแวดล้อมทีฝุ่ นผง ่จํานวนมากย่อมมีโอกาสทีเครื องจักรจะสกปรกมากกว่าโรงงานทีอยูในสภาพแวดล้อมทีปราศจากฝุ่ นผง โรงงานทีมีรัวรอบขอบชิดย่อมมีโอกาสเกิดความสกปรกตํากว่าโรงงานทีไม่มีความมิดชิด โดยทัวไปสภาพแวพล้อมและสภาพโรงงานทีเป็ นทีมาของความสกปรกมีตวอย่างดังต่อไปนี ั ่ • โรงงานตังอยูในบริ เวณทีมีฝนละอองมาก ุ่ • มีถนนทีมีการสัญจรมากบริ เวณรอบโรงงาน ่ • ผนังกําแพง ช่องลม หรื อหลังคา ไม่อยูในสภาพทีสมบูรณ์ • ระบบหมุนเวียนอากาศภายในโรงงานทําให้อากาศจากภายนอก พาฝุ่ นผงเข้ามาด้วย • ภายในรัวโรงงานมีพืนทีสี เขียวจํานวนน้อย(พืนทีสี เขียว หมายถึง พืนทีทีมีตนไม้ใบหญ้าช่วยปกคลุมบริ เวณทีเป็ นดิน ้ ทราย)ประเภทของความสกปรกต่างๆทีเกิดขึนนัน จําเป็ นต้องวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะความสกปรกกับแหล่งทีมาของความสกปรก โดยจะต้องวิเคราะห์ว่า ความสกปรกแต่ละสาเหตุมีแหล่งทีมาจากตรงไหนทังนีเพือจะได้หาทางกําจัดแหล่งทีมาให้ตรงกับลักษณะของความสกปรกทีเกิดขึน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 150. 143 ตารางตัวอย่างตารางวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของความสกปรกกับแหล่งทีมาลักษณะของ แหล่งทีมาความสกปรก กระบวนการ ภายใน เครื องจักร อุปกรณ์ สภาพแวดล้อม รอบข้าง กระบวนการ และ เครื องมือฝุ่ นผงและเศษขยะต่างๆการสะสมของเศษวัตถุดิบทีตกหล่นหรื อจากกรรมวีการผลิตคราบนํามันหรื อจารบีนํามันหรื อของเหลวต่างๆทีเกิดจากการรัวซึมเกิดสนิมหรื อออกไซด์ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 151. 144ทําการปรับปรุง ในการปรับปรุ งแหล่งทีมาของความสกปรกนัน เป้ าหมายสูงสุดของเราคือ การกําจัดแหล่งทีมานัน ๆ แต่บางครังเราก็ไม่สามารถทําได้ทงหมด ด้วยเหตุนี ัเราจึงต้องหาทางปรับปรุ งด้วยวิธีอืน ซึงมี 3 แนวทางด้วยกัน คือ การกําจัดแหล่งกําเนิดปั ญหา การลดปริ มาณความสกปรก และการจํากัดขอบเขตของแหล่งกําเนิดปั ญหาการกําจัดแหล่ งกําเนิดปัญหา หมายถึง การทําให้แหล่งกําเนิดปั ญหานันหมดไปด้วยการเปลียนแปลงกระบวนการเปลียนแปลงวัสดุ หรื อปรับปรุ งสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น • การอุดรอยรัว • การเปลียนวัตถุดิบมาใช้วตถุดิบทีไม่มีการฟุ้ งกระจาย ั • เปลียนแปลงวิธีการาบรรจุวตถุดิบหรื อชินงานเพือไม่ให้เกิดการตกหล่น ั หรื อฟุ้ งกระจาย • ทําความสะอาดอุปกรณ์เครื องไม้เครื องมือก่อนนําเข้ากระบวนการ • การทําห้องปลอดฝุ่ น(Clean Room) • การให้พนักงานทําความสะอาดเครื องแต่งกายหรื อเปลียนเครื องแต่งกาย ก่อนเข้าปฏิบติงาน ั • การเปลียนระบบการขนถ่ายวัสดุ • การปรับปรุ งรัว ผนัง กําแพง ของโรงงานเพือเพิมประสิ ทธิภาพในการ กําจัดฝุ่ น การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 152. 145 • การย้ายตําแหน่งประตูทางเข้า หน้าต่าง หรื อแม้แต่การย้ายตําแหน่ง เครื องจักรเพือหนีออกจากบริ เวณทีมีความสกปรก • การเปลียนแปลงกรรมวิธีการผลิตเพือให้เกิดเศษโลหะน้อยหรื อไม่มีเลยการลดปริมาณความสกปรก ในบางครังการกําจัดแหล่งกําเนิดปั ญหาให้หมดสิ นไปไม่สามารถทําได้ทางออกต่อไปก็คือการลดปริ มาณความสกปรกทีเกิดขึนด้วยแนวทางต่างๆดังต่อไปนี • การติดแผ่นกรอง ม่าน แผ่นยางกันฝุ่ น หรื อระบบประตูอตโนมัติต่างๆ ั เพือลดปริ มาณฝุ่ นเข้าโรงงาน • การลดความเร็ วในการตัดเฉื อนชินงานเพือลดปริ มาณเศษโลหะ ลด ปริ มาณนําหล่อเย็น • การเพิมความถีในการถ่ายนํามันเครื อง เปลียนนํามันหล่อเย็น • เลือกใช้วตถุดิบทีไม่มีหีบห่อ เพือลดปริ มาณขยะ ั • การลดปริ มาณการผลิตแต่ละคราว(Lot) ให้เหลือน้อยลงเช่น จากคราวละ 10,000 ชินเหลือคราวละ 5,000 ชิน เพือให้โอกาสในการเป็ นสาเหตุของ ความสกปรกลดลงครึ งหนึง • ใช้สารหล่อเย็นคุณภาพสูงเพือให้ใช้ในปริ มาณน้อย • การใช้นามันหล่อลืนคุณภาพสูงเพือลดปริ มาณการใช้และการรักษาความ ํ หนืดไว้ได้นานเพือลดการรัวซุม การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 153. 146การจํากัดขอบเขตของแหล่ งกําเนิดปัญหา วิธีการทํางานหรื อกรรมวิธีการผลิตบางอย่างนันไม่สามารถทีจะกําจัดต้นเหตุของความสกปรกให้หมดไปอีกทังไม่สามารถลดปริ มาณลงได้ เช่น การเจียรนัยโลหะ ทําอย่างไรก็คงไม่สามารถปราศจากประกายไฟได้ ทําอย่างไรก็ตองเกิด ้ความร้อนและต้องใช้การหล่อเยน การกลึงโลหะ การไสโลหะ หรื อการตัดโลหะด้วยวิธีทางกลอืนๆ (Machining) ทําอย่างไรก็ตองเกิดเศษโลหะ ซึงในกรณี ดงกล่าว ้ ัจึงต้องใช้วธีจากัดวงของต้นเหตุแห่งความสกปรกเหล่านันไม่ให้ลุกลามหรื อฟุ้ ง ิ ํกระจายไปทีอืน โดยอาจจะใช้วธีการดังต่อไปนี ิ • จัดทําฝาครอบถาดรอง ไม่ให้ของเหลวทีหยดไหลลงพืน • จัดทําอุปกรณ์ป้องกันการกระเด็น การฟุ้ งกระจาย • จัดทําภาชนะรองรับเศษวัตถุดิบหรื อชินงานทีตกหล่นให้ไหลไปรวมที เดียวกันและสามารถนําไปทิงได้ทนที ั • การจัดทําถังขยะหรื อทีเก็บเศษวัสดุ หรื ออุปกรณ์ต่างๆ ไว้ในบริ เวณ ใกล้เคียงเครื องจักร โดยสรุ ปการกําจัดแหล่งกําเนิดปัญหาในทีนีคือ การมุ่งกําจัดแหล่งทีมา ของความสกปรกโดยการทําความเข้าใจกับแหล่งกําเนิดปั ญหา การ จําแนกแหล่งทีมาของความสกปรก และการปรับปรุ งตามภาพ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 154. 147ทําความสะอาดแบบตรวจสอบ(ขันตอนที 1) • จุดยากลําบาก • แหล่งกําเนิดปั ญหาทําความเข้าใจกับแหล่งกําเนิดปัญหา • ฝุ่ นผง • เศษวัสดุหรื อวัตถุดิบ • คราบนํามัน • ของเหลวทังหลาย • สนิมหรื อออกไซด์จําแนกทีมาของความสกปรก • จากกระบวนการรอบข้าง • จากภายในกระบวนการ • จากเครื องจักร • จากอุปกรณ์และเครื องมือ • จากสภาพแวดล้อม การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 155. 148การปรับปรุ ง • กําจัดแหล่งกําเนิด • ลดปริ มาณการกําเนิด • จํากัดเขตของการกําเนิด ภาพที 13 สภาพคลังพัสดุก่อนการจัดระเบียบและทํา5ส. การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 156. 149ภาพที 14 สภาพคลังพัสดุก่อนการจัดระเบียบและทํา5ส. ภาพที 15 การจัดทําOne point lesson การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 157. 150 ภาพที 16 One point lessonภาพที 17 การจัดทําแผนงานบํารุ งรักษาขันพืนฐาน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 158. 151ภาพที 18 การทําแผนทําความสะอาดภาพที 19 การหาจุดผิดปกติเสื อมสภาพ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 159. 152ภาพที 20 ตัวอย่างการจัดทํา Listรายการผิดปกติเสื อมสภาพ ภาพที 21 ตัวอย่างการจัดทํา รายการจุดยากลําบาก การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 160. 153ภาพที 22 ตัวอย่างList รายการแหล่งกําเนิดปั ญหา ภาพที 23 ตัวอย่างการจัดทําTPM Tag การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 161. 154ตัวอย่ างใบงานสรุปการปรับปรุงหัวข้อการปรับปรุ ง : วันที : หน่วยงาน :ก่อนทําการปรับปรุ ง หลังทําการปรับปรุ งประเด็นสําคัญ:ผลลัพธ์จากการ ข้อเสนอแนะจาก ข้อเสนอแนะจากหัวหน้างานปรับปรุ ง คณะกรรมการ บํารุ งรักษา การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 162. 155 บทที 7 การบํารุงรักษาเชิงวางแผน Planed Maintenance ภาพที 1 แนวคิดการซ่อมบํารุ ง การบํารุ งรักษาตามแผนเป็ นกิจกรรมของฝ่ ายซ่อมบํารุ งและเป็ นเสาหลักหนึงใน TPM ในขณะทีหน่วยงานเทคนิคหรื องานด้านวิศวกรรมทํากิจกรรมการปรับปรุ งเฉพาะเรื อง(FI:Focused improvement) และผูใช้เครื องจักรทํากิจกรรมการ ้บํารุ งรักษาด้วยตนเอง(AM: Autonomous maintenance) การบํารุ งรักษาตามแผน คือ การทีฝ่ ายซ่อมบํารุ งดําเนินกิจกรรมต่างๆเพือให้เครื องจักรใช้งานได้ดีตลอดเวลาเช่นการกําหนดแผนการทําวาระรถจักรหรื อวาระอุปกรณ์ชินส่วนของรถจักรล้อเลือน ก็ถือว่าเป็ นการกําหนดแผนงาน นันก็คือ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 163. 156กิจกรรมเพือให้เครื องจักรมีอตราการใช้งานสูง (Availability) และเพือเพิมพูน ัทักษะความสามารถในการซ่อมบํารุ ง (Maintainability) โดยแบ่งย่อยออกเป็ น การบํารุ งรักษาเชิงป้ องกัน การบํารุ งรักษาเชิงพยากรณ์ การบํารุ งรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุ ง การป้ องกันการบํารุ งรักษา และการบํารุ งเมือขัดข้อง การบํารุ งรักษาตามแผนจะทํากับเครื องจักรต้นแบบและชินส่วนต้นแบบเป็ นอันดับแรกก่อน จากนันจึงขยายผลจนครบทุกเครื องจักรในโรงงานหรื อแม้แต่ในรถจักรล้อเลือนก็เหมือนกันการกําหนดแผนงานการบํารุ งรักษาก็จะแตกต่างกันออกไป แต่สาหรับ รถจักรล้อเลือนทีเมือก่อนได้มีการกําหนดแผนงาน ํซ่อมบํารุ งแล้ว ก็สามารถพัฒนา เพือเพิมขีดศักยภาพให้สามารถดําเนินกิจกกรมโดยมีเป้ าหมายทีชัดเจน นอกจากนันยังต้องมีกิจกรรมอืนสนับสนุนด้วย เช่น กิจกรรมการช่วยเหลือผูใช้เครื องในการบํารุ งรักษาด้วยตนเอง กิจกรรมสําหรับการ ้บํารุ งรักษาเชิง แก้ไขปรับปรุ ง กิจกรรมเพือการป้ องกันการบํารุ งรักษา และกิจกรรมเพือการบํารุ งรักษาเชิงพยากรณ์ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 164. 157 ภาพที2 แนวคิดการบํารุ งรักษาอุปกรณ์กิจกรรมในระบบการบํารุงรักษาตามแผน1.กิจกรรมเพือให้ เครืองจักรใช้ งานได้ ดตลอดเวลา ีกิจกรรมเพือให้เครื องจักรใช้งานได้ดีตลอดเวลาประกอบไปด้วยกิจกรรมเพือให้เครื องจักรมีอตราการใช้งานสูง (Availability) และเพือความสามารถในการซ่อม ับํารุ ง (Maintainability) วิธีการบํารุ งรักษาทีจะช่วยส่งเสริ มAvailability และMaintainability ประกอบด้วยการบํารุ งรักษาแบบต่างๆ ดังต่อไปนี เพือหยุดความเสี ยหาย - การบํารุ งรักษาเชิงป้ องกัน (Preventive Maintenance) - การบํารุ งรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 165. 158 Maintenance)เพือป้ องกันความเสี ยหาย - การบํารุ งเชิงแก้ไขปรับปรุ ง (Corrective Maintenance) - การป้ องกันการบํารุ งรักษา(Maintenance Prevention)เพือเตรี ยมพร้อมเมือเกิดการ - การบํารุ งรักษาเมือขัดข้อง (Breakdownเสี ยหาย Maintenance) ภาพที 4 แผนการซ่อมเมือเกิด Breakdown การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 166. 1592.กิจกรรมในเชิงการบริหารการบํารุงรักษา ่เพือให้การบํารุ งรักษาตามแผนได้รับการสนับสนุน ไม่วาจะเป็ นข้อมูลเครื องจักรอะไหล่ หรื องบประมาณต่างๆ โดยทัวไปต้องมีกิจกรรมเชิงบริ หาร อันประกอบด้วย • การจัดการข้อมูลด้านต่างๆ ในการบํารุ งรักษา (Maintenance Information Management) • การจัดการชินส่วนและอะไหล่ (Spare Part Management) • การจัดการต้นทุนการบํารุ งรักษา (Maintenance Cost Management)3. กิจกรรมสนับสนุนจากผู้ใช้ เครืองจักร เพือให้การบํารุ งรักษาบรรลุวตถุประสงค์ ในการดําเนินการตามแนวทาง ั ้ ่ของ TPM จําเป็ นอย่างยิงทีฝ่ ายซ่อมบํารุ งและฝ่ ายผลิตหรื อผูอยูหน้างานทีต้องใช้เครื องจักรเช่นช่างฝี มือ ต้องดําเนินกิจกรรมดังกล่าวร่ วมกัน โดยกิจกรรมของผูทีอยู่ ้หน้างานต้องการเพือสนับสนุนการบํารุ งรักษาตามแผน ก็คือ • การบํารุ งรักษาด้วยตนเอง (Autonomous Maintenance) • การปรับปรุ งเฉพาะเรื อง (Individual Improvement) การบํารุ งรักษาตามแผนโดยการดําเนินกิจกรรมต่างๆ ทังหมดนันจะทําให้ สามารถเพิมผลผลิตได้โดยการปรับปรุ งผลิตผล (Output) ทีจะออกมาใน รู ปของความพยายามให้เครื องจักรเสี ยเป็ นศูนย์ (Zero Failure) ของเสี ย เป็ นศูนย์ (Zero Defect) และอุบติเหตุเป็ นศูนย์ (Zero Accident) ใน ั ขณะเดียวกันยังช่วยลดสิ งต่างๆ ทีใช้ในการบํารุ งรักษา (Input) การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 167. 1605,มาตรการเพือมุ่งสู่ Zero Breakdown5 ปั จจัย 5 มาตรการ 1. การบํารุ งรักษาขันพืนฐานไม่ 1. บํารุ งรักษาขันพืนฐานอย่าง เพียงพอ เพียงพอ 2. สภาวะการใช้งานทีไม่ถูกต้อง 2. รักษาสภาวะการใช้งานอย่าง 3. การเสื อมสภาพทีถูกละเลย ถูกต้อง 4. ขาดทักษะในการใช้งานและ 3. ฟื นฟูสภาพอุปกรณ์ทีเสื อม บํารุ งรักษา 4. พัฒนาทักษะในการใช้งาน 5. การออกแบบ/ผลิต/ติดตังไม่ดี และการบํารุ งรักษา 5. ปรับแก้ไขจุดอ่อนในการ บํารุ งรักษา5 phases ในการปฏิบัตเิ พือให้ ได้ Zero Breakdown1. เปลียนให้เป็ นการเสื อมสภาพตามธรรมชาติ โดย- ฟื นฟูสภาพอุปกรณ์- กําจัดปัจจัยทีทําให้เกิดการเสื อมสภาพแบบเร่ ง2. ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์โดย- ทํา Corrective Maintenance แก้ไขข้อจํากัดจากการdesign3. ศึกษารู ปแบบการเสื อมสภาพตามธรรมชาติ ตามเวลา4. ค้นหา/เลือก parameter ทีใช้วดปริ มาณการเสื อมสภาพ ั5. นํา Predictive Maintenance ไปปฏิบติ ัตัวอย่ างตัวชีIวดการบํารุงรักษาเชิงวางแผน ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 168. 161ดัชนีการจัดการ ดัชนีผลลัพธ์ กจกรรม ิ ดัชนีกจกรรม ิ(Management index) (Activity result index) (Activity index)1.การเพิมผลิตภาพการ 1.การลดเวลาหยุด 1.จํานวนกิจกรรมผลิต เครื องจักรเนืองจากการ บํารุ งรักษาด้วยตนเอง2.ต้นทุนทีลดลง เกิดปั ญหาขัดข้อง (PM)3.ลดข้อร้องเรี ยนจากลูกค้า 2.การปรับปรุ งค่า MTBF 2.จํานวนกิจกรรม4.ลดอุบติเหตุเป็ นศูนย์ ั และ MTTR บํารุ งรักษาเชิงแก้ไข 3.ลดปริ มาณค่าใช้จ่าย (CBM) อะไหล่สารอง ํ 3.จํานวนเครื องจักรที 4.ลดเวลาการหยุดเดิน ดําเนินกิจกรรม(CBM) เครื องจักร 4.จํานวนปัญหาการ 5.ลดค่าใช้จ่ายการ ขัดข้องทีเกิดขึนซํา ซ่อมแซม 5.การพัฒนาทักษะช่าง 6.งานซ่อมบํารุ งส่วน บํารุ งรักษา ใหญ่ดูแลโดยฝ่ าย 6.การพัฒนาทักษะที บํารุ งรักษาภายใน หลากหลาย(Multi- skilled)ของบุคลากรฝ่ าย บํารุ งรักษานโยบาย : • ให้เครื องจักรมีสภาพพร้อมใช้งานสูงสุด การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 169. 162 • รักษาระดับค่าใช้จ่ายบํารุ งรักษาในระดับเหมาะสมทีสุด • ลดการจัดเก็บอะไหล่สารอง ํ • ปรับปรุ งความน่าเชือถือและความสามารถในการบํารุ งรักษา เครื องจักรเป้ าหมาย : • มุ่งความสูญเสี ยจากความขัดข้องเป็ นศูนย์ • ปรับปรุ งความน่าเชือถือเพิมขึน 50 % • ลดค่าใช้จ่ายบํารุ งรักษาลง 20 % • จัดเตรี ยมอะไหล่ทีจําเป็ นให้พร้อมใช้งานขัIนตอนสู่ การบํารุงรักษาเชิงวางแผน 1.การบันทึกสภาพปั จจุบนของเครื องจักรและทําการประเมินผลเบืองต้น ั 2.การฟื นฟูสภาพเครื องจักรและปรับปรุ งจุดอ่อน 3.สร้างระบบสารสนเทศสําหรับงานบํารุ งรักษา 4.จัดเตรี ยมข้อมูลสําหรับการเลือกเครื องจักรหรื อชินส่วนให้สอดคล้องกับแผนงานบํารุ งรักษา 5.นําเทคนิคใหม่ๆ และจัดเตรี ยมอุปกรณ์สาหรับดําเนินกิจกรรม ํบํารุ งรักษาเชิงคาดการณ์ 6.พัฒนาและปรับปรุ งแผนงานบํารุ งรักษาอย่างต่อเนือง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 170. 163การจัดแบ่ งระดับความสําคัญของอุปกรณ์ การจัดเตรี ยมข้อมูลในส่วนนีถือว่ามีความสําคัญอย่างยิง เพราะข้อมูลทีจัดทําขึนนีจะนําไปประกอบการพิจารณาจัดทําแผนงานบํารุ งรักษา และการกําหนดความจําเป็ นของการมีอะไหล่สารองเครื องจักร-อุปกรณ์แต่ละตัว ํ การจัดแบ่งระดับความสําคัญจะมีแนวทางดังนี 1) ระดับความสําคัญสูงสุด(Top Criticality)ซึงจะแทนด้วยความสําคัญระดับ 1(critical Level 1) หมายถึงเครื องจักรทีมีความสําคัญต่อการผลิตหรื องาน ซ่อมบํารุ ง หรื อมีความสําคัญต่อความปลอดภัย และระบบนิเวศน์ซึงหาก เกิดการขัดข้อง ชํารุ ดเสี ยหายจะต้องหยุด เครื องจักรหรื อโรงงานทันที ไม่ สามารถเดินเครื องผลิตหรื อการใช้งานเครื องจักรได้ เปรี ยบเสมือนรถ จักรทีถ้าหาดเกิดความชํารุ ดย่อมส่งผลเสี ยหายเกิดความสูญเสี ยต่องาน บริ การอย่างสูง 2) ความสําคัญระดับสูงสุด(High Criticality) ซึงจะแทนด้วยความสําคัญ ระดับ2 (Criticality Level 2)หมายถึงเครื องจักรอุปกรณ์-อุปกรณ์ทีมี ความสําคัญรองไปจากระดับ 1 หากเครื องจักร-อุปกรณ์เหล่านันขัดข้อง ชํารุ ดเสี ยหายจะต้องหยุดโรงงานทันที ไม่สามารถเดินเครื องผลิตได้หรื อ ผลิตได้นอยลง ้ หรื ออาจจะเป็ นกรณี ทีมีความสําคัญระดับ 1 แต่มี เครื องจักร-อุปกรณ์สารองไว้เพือสลับใช้งานทดแทนกันได้ในกรณี ทีตัว ํ ใดตัวหนึงมีปัญหา 3) ความสําคัญระดับปานกลาง(Moderate Criticality)ซึงจะแทนด้วย ความสําคัญระดับ 3(Criticality Level3) หมายถึง เครื องจักร-อุปกรณ์ที การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 171. 164 หากเกิดขัดข้อง ชํารุ ดเสี ยหายแล้วระบบผลิตยังคงทํางานได้เต็มทีเช่นเดิม แต่จะเกิดความสูญเสี ยของต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิมขึน เนืองจากต้องใช้ เครื องจักร-อุปกรณ์ หรื อวิธีการอืนๆ เข้ามาทดแทนเพือแก้ไขปั ญหา เฉพาะหน้า ซึงต้องใช้พลังงานหรื อสิ นเปลืองค่าวัตถุดิบในการผลตสิ นค้า มากขึน 4) ความสําคัญระดับตํา(Low Criticality) ซึงจะแทนด้วย ความสําคัญระดับ 4 (Criticality Level 4)หมายถึง เครื องจักร-อุปกรณ์ทีไม่ส่งผลกระทบต่อ ระบบผลิตโดยตรงทันทีทนใด ั หรื อมีอุปกรณ์สารองใช้งานแทนกันได้ ํ สามารถรอคอยการแก้ไขได้นานมากกว่า 7 วันขึนไป จากนันการจัดแบ่งเครื องจักร-อุปกรณ์ทีมีความสําคัญระดับเดียวกันในแต่ละกลุ่ม ต้องใช้หลักการพิจารณาจากต้นทุนราคาเครื องจักร-อุปกรณ์เป็ นเกณฑ์ โดยจัดเรี ยงให้เครื องจักร-อุปกรณ์ทีมีราคาสูง มีความสําคัญสูงกว่าเครื องจักร-อุปกรณ์ทีมีราคาตํากว่าในกลุ่มทีมีระดับความสําคัญเดียวกันการทับซ้ อนของการจัดแบ่ งระดับความสําคัญ การกําหนดแบ่งระดับความสําคัญของเครื องจักร-อุปกรณ์ ดังทีกําหนดไว้ ้ํ 4 ระดับ ผูกาหนดมักจะประสบปั ญหาความไม่ชดเจนในกรณีทีเครื องจักร- ั ่ อุปกรณ์มีความสําคัญคาบเกียวต่างระดับกันเช่น อยูระหว่างความสําคัญระดับ 1 และระดับ 2 ความสําคัญระดับ 2 และระดับ 3 หรื อความสําคัญระดับ 3 กับ ระดับ 4 ซึงแสดงให้เข้าใจได้โดยแผนภูมิในรู ป การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 172. 165 ภาพที 5 จําลองการทับซ้อนกันของการจัดระดับความสําคัญของเครื องจักร อุปกรณ์ ในทางปฏิบติเมือเกิดความไม่แน่ใจ ความไม่ชดเจนในการจัดแบ่งระดับ ั ัความสําคัญของเครื องจักร-อุปกรณ์ใดก็ตาม ควรเริ มต้นกําหนดให้อยูในกลุ่มทีมี ่ระดับความสําคัญตํากว่าไว้ก่อน เพือให้การจัดการกับแผนงานอืนๆ ทีจะต้องเกียวเนืองกับการเตรี ยมข้อมูลทําได้ง่ายขึน และเมือมีการพิจารณาทบทวนความสําคัญความจําเป็ นทีต้องเพิมการดูแลและบํารุ งรักษาเครื องจักร-อุปกรณ์ใดเป็ นพิเศษเฉพาะรายการ จึงปรับเลือนระดับความสําคัญของเครื องจักร-อุปกรณ์ ่นันๆ ให้อยูในระดับทีสูงขึนในภายหลัง การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 173. 166แนวทางวิธีการซ่ อมบํารุงรักษา 1. กําหนดจากประสบการณ์ 2. ไม่มีการกําหนดไว้ชดเจน ั ่ ั ว่าจะใช้วธีไหนกับอุปกรณ์หรื อขึนอยูกบ ิ ความสําคัญของอุปกรณ์และลักษณะการเสื อมสภาพ 3. ใช้วธีการซ่อมบํารุ งเชิงป้ องกัน Preventive Maintenance ิ • Periodic maintenance (TBM) • Overhaul (Periodical disassembly for inspection& repair) • Predictive maintenance 4. ใช้วธีแบบ Breakdown maintenance ิ 5. ใช้วธีแบบ Corrective maintenance ิ เมือมาวิเคราะห์ดูผลการทีจะเพิมประสิ ทธิภาพของเครื องจักรได้นนต้อ ัคํานึงถึงระยะเวลาทีเครื องจักรหยุดทํางานหรื อเครื องจักรทํางานได้ MTBF = ระยะเวลาเฉลียก่ อนเครืองจักรเสียหายแต่ ละครัIง MTTR = ระยะเวลาตัIงแต่ เสียหายจนใช้ งานได้ แต่ ละครัIง เพือมาดูผลกระทบต่อการทีเราจะสามารถทําให้เครื องจักรเดินได้ตลอดหรื อชํารุ ดน้อยทีสุด การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 174. 167 การเพิมของ MTBF และการลดลงของMTTR ซึงจะทําให้เครื องจักรเพิมความน่าเชือถือได้ จะต้องมีการวางแผน การดูแลเครื องจักรทังระบบโดยเอาการซ่อมบํารุ งทัง 4 ชนิด มาผสมผสานกันให้เกิดประโยชน์มากทีสุดและมีการกําหนดแผนการทําวาระทีดีเข้าร่ วมด้วยรวมไปถึงจัดหาอะไหล่ล่วงหน้าในการทํางานอีกด้วย ซึงโดยปกติแล้ว หากการดําเนินซ่อมแบบ PM ทําได้อย่างมีประสิ ทธิภาพและเหมาะสมแล้วโอกาสทีจะเกิดการชํารุ ดแทบจะไม่มี ส่วนทีเป็ นการซ่อมแบบCM ซึงเป็ นระบบซ่อมเพือทําของทีชํารุ ดแล้วให้กลับมาใช้ได้ต่อก็ยงมีความจําเป็ น ัเพือเป็ นการแก้ไขในจุดทีบกพร่ องต่างๆให้สามารถทํางานได้ดีกว่าเดิม อย่างไรก็ดี ไม่มีระบบซ่อมใดทีสามารถขจัดการซ่อมแบบ CM ให้หมดไปโดยสิ นเชิง ปกติแล้วการซ่อมจริ งในหน้างานจะทีทง PM: Preventive ัmaintenance ผสมกับ CM: Corrective Maintenance และ BM: Breakdown การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 175. 168Maintenance สิ งทีต่างกันก็คือ ถ้าสามารถจัดการระบบ PM ได้อย่างมีประสิ ทธิภาพแล้ว การซ่อมแบบ CM ซึงก่อปั ญหาแก่การเครื องจักรก็จะมีสดส่วนลดลง ั โดยหลักวิชานัน การใช้ PM มีขอได้เปรี ยบคือ 1) สามารถวางแผนการ ้ซ่อมและแผนสนับสนุนด้านโลจิสติคสําหรับชินส่วนในการซ่อมบารุ งได้ และ2)ค่าใช้จ่ายในการซ่อมจะกระจายออกไปในระยะเวลาประกอบการของกิจการ ส่วนข้อเสี ยก็คือต้องรู ้อายุการใช้งานและจัดการเปลียนชินส่วนก่อนการชํารุ ดซึงหากเปลียนเร็ วไปก็จะเสี ยประโยชน์ ระบบซ่อมแบบ PM จึงต้องมีการศึกษารายละเอียดและวางระบบบริ หารการซ่อมไว้เป็ นอย่างดี มิฉะนัน จะเป็ นระบบการซ่อมทีมีความรู ้สึกว่าฟุ่ มเฟื อย มีค่าใช้จ่ายสูง คนทีอยูในหน้างานจํานวนมากทีคิดว่าเป็ นการ ่“โยนทิง” ชินส่วนทีเห็นว่ายังมีสภาพดีและน่าจะยังสามารถใช้งานต่อไปได้ ซึงความรู ้สึกเช่นนัน อาจมีทงทีถูกต้องและไม่ถูกต้องก็ได้ ตรงกันข้ามถ้าเปลียนช้า ัเกินไปก็จะทาให้โอกาสทีระบบจะชํารุ ดระหว่างการใช้งานมีเพิมมากขึน ส่วนข้อดีและข้อเสี ยของระบบการซ่อมแบบ CM ก็จะตรงกันข้ามกับ PM คือ วางแผนการซ่อม และโลจิสติคยาก ค่าใช้จ่ายของกิจการอาจมากระจุกตัวอยูในปี ทีชินส่วน ่หมดอายุใช้งานซึงอาจกระทบสถานะทางการเงินของกิจการ สิ งหนึงทีควรคํานึงถึงก็คือความเสี ยหายในทางตรงและทางอ้อมทีเกิดขึนหากระบบทีใช้วธีการซ่อมแบบ ิCM เกิดการชํารุ ดในระหว่างทางาน เช่น ค่าเสี ยหายในการกู้ ระบบคืน ชือเสี ยงของกิจการ ฯลฯ ซึงอาจเสี ยหายมากกว่าก็เป็ นได้ ในกรณี ทีขาดการวิเคราะห์พฤติกรรมการทํางานของชินส่วน (Behaviorof Component) อย่างละเอียด ก็อาจจะทําให้ระบบการซ่อมบํารุ งทีกําหนดเป็ นมาตรฐานขึนใช้มีความบกพร่ อง เหตุผลหนึงก็คือผูผลิตโดยทัวไปมักจะกําหนดให้ ้ผูใช้ทาการเปลียนชินส่วนเร็ วกว่าปกติ ้ ํ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 176. 169 ภาพที 6 การปรับเปลียนแผนการซ่อมบํารุ งเพือมุ่งประสู่ประสิ ทธิผล การพิจารณาผลกระทบ ความสําคัญต่อ ความสําคัญ ความสําคัญ ข้อสรุ ปรายการเครื องจักร- ระบบการผลิต ด้านความ ด้านนิ เวศน์ ระดับอุปกรณ์ ปลอดภัย ความสําคัญเครื องจักรกล 1 - - 1AAAเครื องจักรกล BBB 1 1 2 1เครื องจักรกล CCC 2 2 1 1เครื องจักรกล DDD 2 1 2 1อุปกรณ์ EEE 2 2 - 2อุปกรณ์ FFF 2 - 2 2อุปกรณ์ GGG 2 3 3 2 การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 177. 170อุปกรณ์ HHH 3 2 2 2อุปกรณ์ III 3 2 - 2อุปกรณ์ JJJ 3 3 3 3อุปกรณ์ KKK 3 - - 3 ภาพที 7 การพิจารณาแนวทางเลือกการซ่อมบํารุ งการกําหนดระดับความสําคัญจากปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ -ผลกระทบต่อระบบการงานผลิตงานซ่อมบํารุ ง -ผลกระทบต่อความปลอดภัยทังชีวตและทรัพย์สิน ิ -ผลกระทบทางด้านนิเวศน์ ควรพิจารณาสรุ ปการกําหนดระดับความสําคัญจากปัจจัยใดปั จจัยหนึงทีส่งผลกระทบสูงสุดเป็ นเกณฑ์ ไม่ควรใช้วธีเฉลียคะแนน ิ เพราะจะทําให้การพิจารณาจัดเตรี ยมแผนงานต่างๆ ไม่เหมาะสมกับสภาพความเป็ นจริ งของการทํางาน การจัดแบ่งระดับความสําคัญของเครื องจักร-อุปกรณ์นี จะต้องจัดทําให้แล้วเสร็ จก่อนทีจะพิจารณาจัดทําแผนงานบํารุ งรักษาและแผนงานด้านอะไหล่สํารองคลังวิธีการจัดแบ่ งกลุ่มประเภทเครืองจักร-อุปกรณ์ กลุ่มRotating Machine : Machinery & Motor กลุ่มValve กลุ่มอุปกรณ์แลกเปลียนความร้อนHeat Exchanger , Pressure Vessel การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 178. 171 กลุ่มInstrument กลุ่มอุปกรณ์ป้องกัน Proactive deviceเช่น Relay, Breaker, Motor control center กลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้ า เช่นหม้อแปลงไฟฟ้ า ,UPS & Inverter , Lighting , Diesel Generator นอกจากนันการกําหนดอุปกรณ์เครื องจักรยังเป็ นสิ งทีสามารถล่วงรู ้ถึงการจัดทํารายการซ่ อม (Check List) ในทางปฏิบติเราไม่สามารถจะติดตามชินงานทุกชินได้ทงหมด ดังนัน จึง ั ัต้องจัดชินงานเข้าเป็ นกลุ่ม โดยหัวใจในการจัดกลุ่มก็คือ ต้องรู ้อายุการใช้งานโดยเฉลีย (Mean Time Between Failure: MTBF หรื อ Mean Time to Failure: MTTF)ของชินส่วน ซึงอาจจะไม่ใช่วธีการทีสมบูรณ์แบบเสี ยทีเดียว ชินส่วนทีถูกจัดเข้า ิกลุ่มก่อนกําหนด MTBF จะถูกเปลียนเร็ วเกินไป เป็ นการเสี ยประโยชน์ ทําให้ดูเหมือนว่าระบบ PM มีความสิ นเปลือง ในขณะทีชินส่วนซึงถูกเปลียนหลัง MTBFมีโอกาสเกิดการชารุ ดขณะใช้งานสูง ทังนีไม่รวมถึงการชํารุ ดก่อน MTBF ซึงเกิดจากความบกพร่ องในการผลิตหรื อฝี มือการซ่อม (Workmanship) ขาดความปราณี ตสิ งเหล่านีทาให้เกิดการซ่อมแบบ CM หรื อBM ได้ในหน้างาน เมือจัดกลุ่มชินส่วนเสร็จแล้วก็สามารถจัดทํารายละเอียดของรอบการซ่อม(Maintenance Scheme) และรายการซ่อม (Check list) ได้ รายการซ่อมนีก็จะเป็ นคู่มือสาหรับการควบคุมคุณภาพ เพือเป็ นหลักประกันว่าระบบจะกลับออกไปใช้งานได้อย่างมีคุณภาพเหมือน (หรื อใกล้เคียง) ของใหม่หลังจากผ่านการซ่อมแล้วเมือมาวิเคราะห์ดูผลการทีจะเพิมประสิ ทธิภาพของเครื องจักรได้นน ั การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 179. 172 บทสรุป การดําเนินกิจกรรม TPMนัน ไม่ได้เริ มกันเพียงชัวข้ามวันข้ามคืนแล้วจะประสบความสําเร็ จ การดําเนินกิจกรรม ทีเน้นให้พนักงานทุกส่วน มีส่วนร่ วมในทุกเนืองานกลายเป็ นปั ญหาทีกระทบกับงานประจําไม่ใช่นอย ้ เริ มจากงานทีต้องหันกลับหลังมาดูแลพืนทีในการทําความสะอาดคนทีไม่เข้าใจมัก เอ่ยปากถาม "จะทําไปทําไม เอาเวลาไปซ่อมดีกว่า" ซึงบางครังคนทีไม่รู ้จกทฤษฏีทีดีพอ ก็มกจะเอ่ยคํานีออกมา จนบางครังอาจเป็ นการบันทอนจิตใจผูที ั ั ้จะเริ มทํากิจกรรมระบบงานซ่อมบํารุ งแบบ TPM นีไปเลยก็ได้ การอบรมให้ความรู ้เป็ นหนทางหนึงทีจะนํามาซึงความเข้าใจว่าเหตุใดการมุ่งมันทีจะทําให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่ วมมีสิทธิในการออกแสดงความคิดเห็นในการปรับปรุ งงานเป็ นเรื องทีดีและจะประสบความสําเร็ จต่อเมือได้นาเอาหลักการ ํทฤษฎีนาไปใช้จริ ง ํ ดูเหมือนเป็ นเรื องยากผูเ้ ขียนเองเคยสอบถามบริ ษทชันนําของประเทศที ันําเอาระบบTPMไปใช้ก็จะพบกับปั ญหาเช่นเดียวกันกับหน่วยงานของการรถไฟคือทําไมไม่เอาเวลาไปซ่อมเครื องจักรก่อน มัวแต่มาทําความสะอาด เก็บกวาดอยู่ ่ คําตอบของการดําเนินกิจกรรมTPMกลับไปอยูทีตัวพนักงานเองทีเริ มให้ความสําคัญกับผลงานของตัวเอง มีความภาคภูมิในสถานทีทํางาน รักในสถานทีทํางานมากขึน ความเปลียนแปลงต่างๆ เริ มเห็นเริ มสัมผัสได้ทีหน้างาน กลายเป็ นคําพูดติดปากว่า การเปลียนแปลงสัมผัสได้ทีหน้างาน การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 180. 173 ่ เป้ าหมายของการทํา TPM คงไม่ได้อยูที การทํางานเพียงเพือโชว์ผลการดําเนินงาน แต่เป็ นการให้ความสําคัญกับทุกภาคส่วนว่ามีความสําคัญต่อองค์กรหาดขาดส่วนใดส่วนหนึงไป องค์กรย่อมเดินต่อไปไม่ได้ ในหลักการแล้วการ ักําหนดเป้ าหมายของเรื องต่างๆให้เป็ นศูนย์(Zero) กลายเป็ นเรื องท้าทายให้กบตัวพนักงานเองเพือมุงมันไปสู่ความสําเร็ จทีรออยูเ่ บืองหน้า ่ ่ ั ผลการดําเนินงานมักขึนอยูกบสภาพจิตใจของผูปฏิบติงานว่า ้ ั ขณะทีปฏิบติงานทําไปเพืออะไร? ั ถ้าคําตอบออกมาว่าเป็ นการปฏิบติงานเพือทําตาม ัหน้าทีให้มนจบไปวันๆก็จะกลายเป็ นมะเร็ งร้ายทีกัดกินองค์กรได้เพราะว่าสักวัน ัหนึงจากทีต้องทําตามหน้าทีก็กลายเป็ นจําต้องปฏิบติตามหน้าที ั การเปลียนมุมมองความคิดของผูปฏิบติงานคงไม่ได้เกิดจากสิ งทีอยู่ ้ ัรอบตัวหรื อรอบกาย แต่เกิดจากการเอาใจใส่ของผูบงคับบัญชาระดับต้นทีมอง ้ ัความสําคัญของพนักงานทุกระดับชันว่ามีความสําคัญอย่างไร พนักงานมีความรู ้ความเข้าใจในเรื องของงานหรื อเปล่า และยังรวมไปถึงการให้ความสําคัญต่อความ ่เป็ นอยูของตัวพนักงาน โดยเฉพาะงานช่างเป็ นเรื องละเอียดอ่อน การสนใจต่อ ่ความเป็ นอยูของพนักงานกลายเป็ นเรื องสําคัญ เช่นการมีทีพักผ่อนขณะหยุดช่วงเวลาปฏิบติงาน ั หรื อการมีหองปฐมพยาบาลขันพืนฐานจนรวมไปถึงการให้ ้ความสําคัญ ต่อเทคโนโลยีของผูปฏิบติทีสามารถเข้าถึงได้ง่าย ้ ั ผูเ้ ขียนคาดหวังว่าในกิจกรรม Autonomous Maintenance ทีเป็ นกุญแจดอกสําคัญเริ มต้นสําหรับผูทีใช้เครื องจักร และนําไปสู่กิจกรรม TPMเต็มรู ปแบบ ที ้ผูใช้งานเครื องจักรจะเริ มกลับมาให้ความสําคัญกับความเปลียนแปลงของ ้ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 181. 174เครื องจักร จะเริ มกลับมาสังเกตสัญญาณของความชํารุ ดหลังจากทีได้เริ มทําความสะอาดและเริ มเห็นความผิดปกติต่างๆทีจะเกิดขึนของเครื องจักรได้ งานซ่อมบํารุ งเป็ นงานทีหนัก การทีสามารถทําให้เครื องจักรไม่ชารุ ดเลย ํคงเป็ นไปไม่ได้ แต่การทุ่มเทวางแผนงานในการซ่อมบํารุ งเพือลดขันตอนต่างๆทีจะตามมาหลังจากเครื องจักรเกิดความเสี ยหายย่อมเป็ นสิ งงทีดี การดําเนินกิจกรรมTPM ทีเป็ นการหลอมเอาทุกภาคส่วนของงานซ่อมบํารุ งต่างๆเข้ามาไว้ดวยกัน ถ้า ้หน่วยงานใดสามารถนําหลักแนวคิดแนวทฤษฎีไปปฏิบติอย่างเต็มทีผลสําเร็ จของ ั ่ผลงานและผูปฏิบติงาน คงอยูไม่ไกล.... ้ ั พัฒนาคน ก่ อนพัฒนาเครื องจักร การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 182. บรรณานุกรมไพโรจน์ 5 G เพื*อการพัฒนาคุณภาพ แปล (TOMOZO KOMOZO, 5 GEN SHUGINYUUMON ) กรุ งเทพฯ: สมาคมส่งเสริ มเทคโนโลยีไทยญี*ปุ่นผศ.ดร.สมชัย อัครทิวาและคณะ แปล (NAKAJIMA seiijiและSHIROSE : JIPM)การดําเนินกิจกรรมTPM กรุ งเทพฯ: สมาคมส่งเสริ มเทคโนโลยีไทยญี*ปุ่นธานี อ่วมอ้อ TPM :Total productive Maintenance กรุ งเทพ : สถาบันเพิ*มผลผลิตแห่งชาติธานี อ่วมอ้อ AM: Autonomous Maintenance กรุ งเทพ : สถาบันเพิ*มผลผลิตแห่งชาติ การซ่อมบํารุงแบบทวีผลทีทุกคนมีสวนร่วม (Total Productive Maintenance) ่ สมพร บุญนวล, อดิศร สิงหกาญจน์ เรียบเรียง
  • 183. TP MTOTAL PRODUCTIVEMAINTENANCEการซอมบํารุงแบบทวีผล ทีทกคนมีสวนรวม ่ ุ  สมพร บุญนวล อดิศร สิงหกาญจน์