โลกาภิวัตน      โลกาภิวัตน (มักเขียนผิดเปน โลกาภิวัตน) หรือ โลกานุวัตร (อังกฤษ: globalization)[1] คือ ผลจากการพัฒนาการ...
มองโกลซึงมีความเจริญมากขึ้นตามเสนทางสายไหม การบูรณาการโลกาภิวัตนมีความตอเนื่องมาถึงยุค         ่ขยายตัวทางการคาของยุโร...
Japanese อาหารจานดวน แมคโดแนลด ของญี่ปุนนับเปนตัวอยางที่แสดงใหเห็นถึงการหลอมรวมเปนหนึง                             ...
เผยแพรขอมูลนี้เปนรายป เปนขอมูลรวมของประเทศตางๆ 122 ประเทศดังในรายละเอียดใน “Dreher,Gaston and Martens (2008)” [6]. ...
ไดบริโภคผลิตภัณฑและความคิดจากตางประเทศ การรับเทคโนโลยีใหมมาใชและการเขารวมใน    “วัฒนธรรมโลก”   นิเวศวิทยา – การปรา...
       การเพิมจํานวนของมาตรฐานที่นําออกใชทั่วโลก เชน กฎหมายลิขสิทธิ์ การจดทะเบียน                    ่              ลิข...
โลกาภิวัตนกับความพอเพียง                     ในยุคบริโภคนิยมและการสื่อสารไรพรมแดน คําวา “ใชชีวิตอยางพอเพียง” หากใหหล...
จริงจัง จะพบวามันกลายเปนสิ่งจําเปนในการดําเนินชีวิตของมนุษย ประโยชนของมันมีมากมาย    มหาศาล ซึงหากเราใชเปนและบริโภค...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

โลกาภิวัตน์

1,381

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
1,381
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
23
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "โลกาภิวัตน์"

  1. 1. โลกาภิวัตน โลกาภิวัตน (มักเขียนผิดเปน โลกาภิวัตน) หรือ โลกานุวัตร (อังกฤษ: globalization)[1] คือ ผลจากการพัฒนาการติดตอสื่อสาร การคมนาคมขนสง และเทคโนโลยีสารสนเทศ อันแสดงใหเห็นถึงการเจริญเติบโตของความสัมพันธทางเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงระหวางปจเจกบุคคล ชุมชนหนวยธุรกิจ และรัฐบาล ทั่วทังโลก ้ โลกาภิวัตน ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง "การแพรกระจายไปทั่วโลก;การทีประชาคมโลกไมวาจะอยู ณ จุดใด สามารถรับรู สัมพันธ หรือรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นไดอยาง ่รวดเร็วกวางขวาง ซึ่งเนื่องมาจากการพัฒนาระบบสารสนเทศเปนตน" โลกาภิวัตน เปนคําศัพทเฉพาะทีบัญญัติ ่ขึ้นเพื่อตอบสนองปรากฏการณของสังคมโลกที่เหตุการณทางเศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดลอม และวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในสวนหนึงของโลก สงผลกระทบอันรวดเร็วและสําคัญตอสวนอื่นๆของโลก ่ โลกาภิวัตน หมายถึงกระบวนการทีประชากรของโลกถูกหลอมรวมกลายเปนสังคมเดี่ยว กระบวนการนี้ ่เกิดจากแรงของอิทธิพลรวมทางเศรษฐกิจเทคโนโลยีและสังคม-วัฒนธรรมและการเมือง[2]ประวัติ คําวา “โลกาภิวัตน” ในภาษาอังกฤษคือ “Globalization” สามารถสืบยอนไปไดถึง พ.ศ.2487 (1944) แตไดนํามาใชโดยนักเศรษฐศาสตรตั้งแตปพ.ศ. 2524 (1981) มานี้เอง อยางไรก็ดี แนวคิดยังไม แพรหลายและเปนที่นิยมจนกระทั่งหลัง พ.ศ. 2538 (1995) เปนตนมา แนวคิดแรกสุดและการพยากรณถึงการหลอมรวมของสังคมของโลกเกิดจากขอเขียนของนักประกอบการทีผันตัวเปนศาสนาจารยชื่อ “ชารลส ่ทาซ รัสเซลล (Charles Taze Russell) ผูใชคําวา “บรรษัทยักษใหญ” (corporate giants [5]) เมื่อป พ.ศ.2440 นักวิทยาศาสตรสังคมหลายทานไดพยายามแสดงใหเห็นความตอเนื่องระหวางแนวโนมรวมสมัยของโลกาภิวัตนกับยุคกอนหนานั้น[3]ยุคแรกของโลกาภิวัตน (ในความหมายเต็ม) ระหวางคริสตศตวรรษที่ 19 (พ.ศ.2344 –พ.ศ. 2443) เปนการเติบโตที่รวดเร็วมากในดานการคานานาชาติระหวางจักรวรรดิอํานาจในยุโรป อาณานิคมของยุโรปและสหรัฐฯ หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกาภิวัตนไดเริ่มขึ้นใหมและถูกขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีทกาวหนาใหญๆ ที่ชวยทําใหลดคาใชจายและราคาสินคาลงไดมาก ี่ โลกาภิวัตนถูกมองวาเปนกระบวนการที่ใชเวลาเปนศตวรรษที่ติดตามการขยายตัวของประชากรและการเจริญเติบโตทางอารยธรรมที่ถกเรงในอัตราสูงมากในชวง 50 ปทผานมา รูปแบบโลกาภิวัตนยุคแรกๆ มีมา ู ี่ตั้งแตสมัยจักรวรรดิโรมัน จักรวรรดิพาเธีย (จักรวรรดิอหรานระหวาง พ.ศ. 296 – พ.ศ. 763) และสมัยราชวงศ ิฮั่นเมื่อเสนทางสายไหมทีเ่ ริมจากจีนไปถึงชายแดนของจักรวรรดิพาเทียและตอเนื่องไปสูกรุงโรม ยุคทองของ ่อิสลามนับเปนตัวอยางหนึ่งเมื่อพอคาและนักสํารวจชาวมุสลิมวางรากฐานเศรษฐกิจของโลกยุคแรกไปทั่ว“โลกเกา” ยังผลใหเกิดโลกาภิวัตนกับพืชผล การคา ความรูและเทคโนโลยีตอมาถึงระหวางยุคของจักรวรรดิ 
  2. 2. มองโกลซึงมีความเจริญมากขึ้นตามเสนทางสายไหม การบูรณาการโลกาภิวัตนมีความตอเนื่องมาถึงยุค ่ขยายตัวทางการคาของยุโรป เมื่อถึงคริสตศตวรรษ ที่ 16 และ17 (ระหวาง พ.ศ. 2043 – พ.ศ. 2242) เมื่อจักรวรรดิโปรตุเกสและจักรวรรดิสเปนไดแผขยายไปทั่วทุกมุมโลกหลังจากที่ไดขยายไปถึงอเมริกา โลกาภิวัตนกลายเปนปรากฏการณทางธุรกิจในคริสตศตวรรษที่ 17 (พ.ศ. 2143 – พ.ศ. 2242) เมื่อบริษัทดัทชอินเดียตะวันออก ซึ่งถือกันวาเปน “บรรษัทขามชาติ” แรกไดรบการจัดตั้งขึ้น แตเนื่องจากการมี ัความเสี่ยงทีสงมากในการคาระหวางประเทศ บริษัทดัทชอินเดียตะวันออกไดกลายเปนบริษัทแรกของโลกที่ใช ู่วิธีกระจายความเสี่ยง ยอมใหมีการรวมเปนเจาของดวยการออกหุนซึ่งเปนปจจัยผลักดันทีสําคัญทีทําใหเกิด ่ ่โลกาภิวัตน การปลอยหรือการเปดเสรีทางการคาในคริสตศตวรรษที่ 19 ซึ่งบางครั้งเรียกกันวา “ยุคแรกแหงโลกาภิวัตน” เปนยุคที่มลักษณะการเจริญเติบโตของการคาและการลงทุนของโลกในอัตราทีรวดเร็วระหวางจักรวรรดิ ี ่อํานาจยุโรปกับอาณานิคมอละตอมากับสหรัฐฯ ในยุคนี้เองที่พื้นที่บริเวณใตสะฮาราและหมูเกาะแปซิฟกถูกจัด รวมเขาไวในระบบโลก “ยุคแรกแหงโลกาภิวัตน” เริมแตกสลายเมือสงครามโลกครั้งที่ 1 เริมขึ้น และตอมาได ่ ่ ่ลมสลายในชวงวิกฤติมาตรฐานทองคําในชวงระหวาง พ.ศ. 2468 – พ.ศ. 2478โลกาภิวัตนสมัยใหม โลกาภิวัตนในยุคตั้งแตสงครามโลกครังที่ 2 เปนผลที่ตามมาจากการวางแผนของนักเศรษฐศาสตรและ ้ผลประโยชนทางธุรกิจ รวมทังนักการเมืองไดตระหนักถึงคาใชจายที่สัมพันธกับลัทธิคุมครอง (Protectionism) ้การถดถอยของการรวมตัวทางเศรษฐกิจในระดับนานาชาติ ผลงานของพวกเขาไดนําไปสูการประชุม “เบรทตัน วูด” (Bretton Woods) ที่ทําใหเกิดสถาบันนานาชาติหลายแหงที่มีวัตถุประสงคคอยเฝามองกระบวนการโลกาภิวัตนที่ฟนตัวใหม คอยสงเสริมการเจริญเติบโตและจัดการกับปญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมา สถาบันดังกลาวไดแก “ธนาคารสากลเพื่อการฟนฟูและการพัฒนา" (ธนาคารโลก) และกองทุนการเงินระหวางประเทศ ทั้งสองสถาบันแสวงหาเทคโนโลยีขั้นกาวหนาตางๆ มาใช เพื่อการลดตนทุนการคา มีการเจรจาทางการคา ที่เดิมอยูภายใตความอุปถัมภของ GATT ซึ่งจัดการใหมีการประชุมเพื่อเจรจาตกลงยกเลิกขอจํากัดทีกีดขวางการคาโดย ่เสรีอยางตอเนื่อง การประชุมรอบอุรุกวัย(พ.ศ. 2527 – พ.ศ. 2538) นําไปสูการกอตังองคการการคา ้โลก (WTO) เพื่อใชเปนที่ไกลเกลี่ยขอขัดแยงทางการคา และเพื่อจัดวางพื้นฐานใหการคาเปนในบรรทัดฐานเดียวกัน ขอตกลงทวิภาคี และพหุภาคีทางการคา รวมถึงสวนของ “สนธิสญญามาสทริชท” ( Maastricht ัTreaty) ของยุโรป และมีการตกลงและลงนามใน “ขอตกลงการคาเสรีอเมริกาเหนือ” (NAFTA) เพื่อใหบรรลุเปาหมายในการลดอัตราภาษีและการกีดกันทางการคา ผลของการตกลงนีทําใหสินคาที่ไดรับการอุดหนุนจาก ้รัฐบาลอเมริกันไหลบาทวมทนตลาดตางประเทศ[แก]การวัดความเปนโลกาภิวัตน
  3. 3. Japanese อาหารจานดวน แมคโดแนลด ของญี่ปุนนับเปนตัวอยางที่แสดงใหเห็นถึงการหลอมรวมเปนหนึง ่เดียวของความเปนนานาชาติ เมื่อมองโลกาภิวัตนเฉพาะทางเศรษฐกิจ การวัดอาจทําไดหลายทางที่แตกตางกัน โดยดูจากการรวมศูนยการเคลือนไหวทางเศรษฐกิจที่อาจบงชี้ความเปนโลกาภิวัตนเห็นได 4 แนวดังนี:้ ่  ทรัพยากรและสินคาและบริการ เชน ความตองการทรัพยากรธรรมชาติ การสงออกและนําเขาสินคาที่ เปนสัดสวนกับรายไดตอหัวของประชาชาติ  แรงงานและคน เชน อัตราการยายถิ่นฐานเขาและออกโดยชังน้ําหนักกับประชากร ่  เงินทุน เชน การเปลี่ยนแปลงทางการเงิน การไหลเขาและไหลออกของเงินลงทุนทางตรงทีเ่ ปนสัดสวน กับรายไดประชาชาติและรายไดตอหัวของประชากร  อํานาจและเทคโนโลยี เชน ความมั่นคง การยายขั้วทางการเมือง การเคลื่อนไหวกองกําลังติดอาวุธ การ เคลื่อนไหวของงานวิจัยและพัฒนา สัดสวนของประชากร (และอัตราการเปลี่ยนแปลงที่ตามมา) ใช เทคโนโลยีที่เกิดใหม (เทคโนโลยีขั้นกาวหนา เชน การใชอาวุธใหม การใช โทรศัพท รถยนต อินเทอรเน็ตบรอดแบนด ฯลฯ) นั่นคือ เปนการวัดดูวาชาติ หรือวัฒนธรรมนั้นๆ มีความเปนโลกาภิวัตนตั้งแตตนมาถึงในปที่ทําการวัดลาสุด โดยการใชตัวแทนงายๆ เชน การเคลื่อนไหลของสินคาเขา-ออก การยายถิ่นฐาน หรือเงินลงทุนทางตรงจากตางประเทศดังกลาวขางตน เนื่องจากโลกาภิวัตนไมใชปรากฏการณอยางเดียวทางเศรษฐกิจ การใชการเขาสูปญหาดวยวิธีแบบ หลายตัวแปรมาเปนตัวชี้วัดความเปนโลกาภิวัตนจงเกิดขึ้นโดยการเริ่มของ “ถังความคิด” (Think tank) ใน ึสวิสเซอรแลนด KOF ดัชนีมุงชี้วัดไปที่มิติหลัก 3 ตัวของโลก ไดแก เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง นอกจากการใชตัวชี้วัดหลักทังสามตัวนี้แลว ดัชนีรวมของโลกาภิวัตนและตัวชี้วัดกึ่งดัชนีโยงไปถึงการเคลื่อนไหวจริงทาง ้เศรษฐกิจ ขอจํากัดทางเศรษฐกิจ ขอมูลเกี่ยวกับการติดตอของบุคคล ขอมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของขอมูลขาวสาร และขอมูลของความใกลชิดติดตอกันทางวัฒนธรรม เหลานี้ถูกนํามาใชในการคํานวณดวย มีการ
  4. 4. เผยแพรขอมูลนี้เปนรายป เปนขอมูลรวมของประเทศตางๆ 122 ประเทศดังในรายละเอียดใน “Dreher,Gaston and Martens (2008)” [6]. จากดัชนีดังกลาว ประเทศที่เปนโลกาภิวัตนมากทีสุดในโลกไดแกเบลเยียม ตามดวย ่ออสเตรีย สวีเดน สหราชอาณาจักรและเนเธอรแลนด ประเทศที่เปนโลกาภิวัตนนอยที่สุดตามดัชนี KOFไดแกไฮติ เมียนมาร สาธารณรัฐแอฟริกากลาง และบูรุด[4] การวัดอื่นๆ มองภาพโลกาภิวัตนในฐานะเปน ีกระบวนการทีเ่ ปนปฏิสัมพันธของการหลอมกระจายเพื่อหาระดับของผลกระทบ (Jahn 2006) เอ.ที. เคียรนีย ( A.T. Kearney) และวารสารนโยบายตางประเทศ ( Foreign Policy Magazine) ไดรวมกันตีพิมพ “ดัชนีโลกาภิวัตน” (Globalization Index) ขึ้นอีกแหลงหนึง จากดัชนีเมือ พ.ศ. 2549 ผล ่ ่ปรากฏวา สิงคโปร ไอรแลนด สวิตเซอรแลนด สหรัฐอเมริกา เนเธอรแลนดแคนาดา และเดนมารกเปนประเทศทีเ่ ปนโลกาภิวัตนมากทีสุด อียิปต อินโดนีเซีย อินเดียและอิหรานเปนโลกาภิวัตนนอยที่สุด สวนไทยอยู ่ในลําดับที่ 45 และจากดัชนีในปถัดมาคือ พ.ศ. 2550 อับดับความเปนโลกาภิวัตนของไทย ตกลงไปอยูที่อันดับ ที่ 59[แก]ผลกระทบของโลกาภิวัตน โลกาภิวัตนมีผลกระทบตอโลกในหลายแงมม เชน ุ  อุตสาหกรรม – การปรากฏของตลาดการผลิตที่เกิดขึ้นทั่วโลก และชองทางเขาถึงผลิตภัณฑ ตางประเทศทีกวางขึ้นสําหรับผูบริโภคและบริษัท ่   การเงิน – การปรากฏขึ้นของตลาดการเงินทั่วโลกและการเขาถึงเงินลงทุนจากแหลงภายนอกที่งายและ สะดวกขึ้นของบริษัทตางๆ ประเทศและรัฐต่ํากวาประเทศทีประสงคของกูยืม ่  เศรษฐกิจ - การยอมรับตลาดรวมของโลกบนพื้นฐานแหงเสรีภาพในการแลกเปลี่ยนสินคาและทุน  การเมือง - การเมืองโลกาภิวัตนหมายถึงการสรางสรรครัฐบาลโลกที่จะทําหนาที่กํากับดูแล ความสัมพันธระหวางชาติและใหหลักประกันสิทธิ์ทเี่ กิดจากสังคมและเศรษฐกิจของโลกาภิวัตน [5] ในทางการเมือง สหรัฐฯ ไดรับประโยชนจากการครองอํานาจในโลกในหมูชาติมหาอํานาจ ซึงสวน่ หนึ่งมาจากความเขมแข็งทางเศรษฐกิจและความั่งคังของประเทศ ดวยอิทธิพลของโลกาภิวัตนและจาก ่ การชวยเหลือของสหรัฐฯ ประเทศจีนไดเจริญเติบโตอยางมหาศาลในชวงเพียงทศวรรษที่ผานมา หาก จีนมีความเจริญเติบโตในอัตราตามแนวโนมนี้ตอไป เปนไปไดที่จะเกิดการเคลือนยายศูนยอํานาจใน  ่ ระหวางประเทศผูนําภายใน 20 ปขางหนา ประเทศจีนจะมีความมั่งคั่ง มีอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่ สามรถทาทายสหรัฐฯ ในการเปนประเทศมหาอํานาจผูนํา[6]  ขอมูลขาวสาร – มีการเพิมการไหลบาของขอมูลขาวสารระหวางพื้นหรือภูมิภาคที่อยูหางไกลกันมาก ่   วัฒนธรรม – การเจริญเติบโตของการติดตอสัมพันธขามวัฒนธรรม เกิดมีประเภทใหมๆ ในดานความ สํานึกและเอกลักษณ เชน “โลกาภิวัตนนิยม” - ซึ่งครอบคลุมการแพรกระจายทางวัฒนธรรมและการ
  5. 5. ไดบริโภคผลิตภัณฑและความคิดจากตางประเทศ การรับเทคโนโลยีใหมมาใชและการเขารวมใน “วัฒนธรรมโลก” นิเวศวิทยา – การปรากฏขึ้นของความทาทายในปญหาสภาวะแวดลอมในระดับโลกที่ไมสามารถ แกปญหาไดโดยปราศจากความรวมระดับนานาชาติ เชนปญหา “การเปลี่ยนแปลงของ ภูมิอากาศ” มลภาวะทางน้ําและอากาศที่ครอบคลุมหลายเขตประเทศ การทําประมงเกินขีด ความสามารถในการรองรับ การกระจายของพันธุพืชและสัตวที่ไมพึงประสงค การสรางโรงงานเปน จํานวนมากในประเทศกําลังพัฒนาที่กอมลภาวะไดอยางเสรี สังคม – ความสําเร็จในการบอกรับขาวสารโดยไมเสียคาใชจายสําหรับประชาชนของทุกชาติในโลก การขนสง – การลดจํานวนลงไปเรือยๆ ของรถยุโรปในถนนของยุโรป (อาจกลาวไดเชนเดียวกันสําหรับ ่ อเมริกา) และการสิ้นปญหาเรื่องระยะทางที่เกิดจากการใชเทคโนโลยีตางๆ มาชวยลดเวลาการ เดินทาง [ตองการอางอิง] การแลกเปลี่ยนทีมากขึ้นของวัฒนธรรมสากล ่  การขยายตัวของ “อเนกวัฒนธรรมนิยม” และการเขาถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่งาย ขึ้นสําหรับปจเจกบุคคล (เชนการสงออกภาพยนตรของฮอลลีวูดและบอลลีวูด หรืออุตสาหกรรม ภาพยนตรของอินเดีย) อยางไรก็ดี การนําเขาวัฒนธรรมอาจทําใหเกิดการกลืนทางวัฒนธรรม ทองถิ่นไดงาย มีผลใหความหลากหลายทางวัฒนธรรมมีนอยลงจากการผสมผสานระหวางกัน  เกิดเปนวัฒนธรรมพันทาง หรืออาจถูกกลืนโดยการคอยๆ รับวัฒนธรรมใหมมาใชโดยสิ้นเชิง ตัวอยางที่เห็นไดชัดเจนทีสุดในกรณีนี้ไดแกการรับวัฒนธรรมตะวันตก (Westernization) ของ ่ หลายประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ แตการรับวัฒนธรรมจีน ( Sinicization) ไดเกิดขึ้นทั่วเอเชียมานาน นับศตวรรษแลว การเดินทางและการทองเที่ยวระหวางประเทศที่มากขึ้น  การเขาเมืองที่มากขึ้น รวมทั้งการเขาเมืองที่ผิดกฎหมาย  การแพรขยายของสินคาบริโภคของทองถิ่น (เชนอาหาร) สูตางประเทศมากขึ้น  การคลังไคลแฟชั่นวัฒนธรรมยอดนิยมระดับโลก เชน คาราโอเกะ, โปเกมอน, ซุโดกุ, นูมะ นูมะ ่ , โอริกามิ, Idol series, ยูทูบ, ออรกัต, เฟซบุก, และ มายสเปซ  กีฬาระดับโลก เชน ฟุตบอลโลก และกีฬาโอลิมปก  การเกิดหรือการพัฒนาชุดของ “คุณคาสากล” universal value ดานเทคนิค/กฎหมาย  การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานของระบบการติดตอสื่อสารระดับโลก และการเพิมการเคลื่อนไหว ่ ของขอมูลขาวสารขามพรมแดนที่ใชเทคโนโลยี เชน อินเทอรเน็ต ดาวเทียมสื่อสาร เคเบิลใยแกว ใตน้ํา และโทรศัพทมือถือ
  6. 6.  การเพิมจํานวนของมาตรฐานที่นําออกใชทั่วโลก เชน กฎหมายลิขสิทธิ์ การจดทะเบียน ่ ลิขสิทธิ์ และการตกลงทางการคาโลก  การผลักดันโดยผูสนับสนุนใหมศาลอาญานานาชาติ ( international criminal court) และ  ี ศาลยุติธรรมนานาชาติ (en:International Court of JusticeIInternational Court of justice) การตระหนักดานเพศ – โดยทั่วไป การมองโลกาภิวัตนเฉพาะดานเศรษฐกิจเปนเรื่องงาย แตในดานเพศ นี้มีเบื้องหลังในความหมายทางสังคมทีหนักแนน โลกาภิวัตนมีความหมายในปฏิสัมพันธทางวัฒนธรรม ่ ระหวางประเทศตางๆ หลายประเทศ โลกาภิวัตนอาจสงผลกระทบตอการเปลี่ยนแปลงในดานความ เสมอภาคทางเพศ และประเด็นนีเ้ องที่นําไปสูการตระหนักถึงความไมเสมอภาคของสตรีเพศ (บางครัง  ้ เปนความโหดราย) ทีเ่ ปนอยูในหลายประเทศทั่วโลก ตัวอยางเชน สตรีในในหลายประเทศในแอฟริกาที่ สตรีจะตองถูกขริบอวัยวะเพศดวยวิธีการที่เปนอันตราย ซึงโลกเพิ่งรับรูและทําใหประเพณีนี้ลดนอยลง ่ ที่มา : United Nations Development Program. 1992 Human Development Report
  7. 7. โลกาภิวัตนกับความพอเพียง ในยุคบริโภคนิยมและการสื่อสารไรพรมแดน คําวา “ใชชีวิตอยางพอเพียง” หากใหหลับตานึกภาพ ความพอเพียงเปรียบไปก็คงเหมือนเปลวเทียนกลางกระแสลมแหงโลกาภิวัฒน ที่กระหน่ําและโหมซัดสังคมไทย จนเหลือแคแสงสวางอันริบหรี่ทรอวันดับมอดลงในทีสุด ี่ ่ ทามกลางกระแสแหงโลกาภิวัฒน เยาวชนหนุมสาวตางพากันลุมหลงไปกับสื่อเทคโนโลยีอันทันสมัยตางๆไมวาจะเปนโทรศัพทมือถือรุนใหมๆ อุปกรณไฮเทคหรือโปรแกรมอินเทอรเน็ตแปลกใหม ที่เยายวนความตื่นเตนและความอยากรูอยากเห็น ไมวาจะเปนเรื่องการแสดงออกทางเพศในลักษณะที่ไม เหมาะสม หรือการไดสนิทสนมรูจกกับเพื่อนหรือคนรักในโลกไซเบอรทงๆ ที่ไมเคยรูจกหนาตาหรือตัวตน ั ั้ ัจริงๆ เลย ซึ่งการลุมหลงในเรื่องอันไรสาระและแกนสารของชีวิตเชนนี้ หากเยาวชนซึมซับพฤติกรรมอยาง นี้เปนประจํา นานวันเขาจะนําไปสูการมีทัศนคติ ความเชื่อ หรือคานิยมในทางทีผิด จนอาจนําไปสูปญหา ่ สังคมดานตางๆ อีกมากมาย กรณีตัวอยางทีเ่ ปนขาวโดงดังไปพักใหญ คือขาวเกียวกับเยาวชนนักศึกษา ่หลายคนตางพากันไปเลนอินเทอรเน็ตคาเฟ ซึงผูประกอบการใชกลยุทธทางการตลาดโดยขาดจรรยาบรรณ ่ และจิตสํานึกรับผิดชอบตอสังคม ดาวนโหลดโปรแกรม “แคมฟลอกซ” (Cam Frog)ใหลูกคาเขาไปใชบริการกระทําการโชวลามกอนาจารใหผูใชบริการรายอื่นๆ รับชม ซึ่งเปน การกระทําที่ผิดตามกฎหมายอาญา ผูแสดงตองไดรับโทษทั้งการปรับและจําคุก กระทรวงวัฒนธรรมโดยศูนยเฝาระวังทางวัฒนธรรม ไดติดตามพฤติกรรมนี้มาพักหนึ่งในการรวบรวมขอมูล ขอเท็จจริงทั้งหมดแจงหนวยงานทีรับผิดชอบดําเนินการตาม ่กฎหมาย และประกอบกับการไดรับความรวมมือดวยดีจากเครือขายเฝาระวังทางวัฒนธรรม ซึงเปน ่ผูประกอบการอินเทอรเน็ตที่คิดดีและทําดี ไดใหเบาะแส และรายละเอียดขอมูลเพิ่มเติม จนทําใหปญหา ดังกลาวไดรบการแกไขในทีสุด ศูนยเฝาระวังทางวัฒนธรรม ขอขอบคุณและแสดงความชื่นชมผูมสวน ั ่ ีเกี่ยวของในการใหความรวมมือทุกทาน ทุกหนวยงานมา ณ โอกาสนี้ หากจะกลาวไปแลว ปญหาสังคมที่กอดคอกันมากับเทคโนโลยีอันทันสมัยนั้น สวนหนึ่ง เปนปญหาที่ หนวยงานซึ่งรับผิดชอบสามารถปองกันหรือแกไขได แตสวนหนึงก็ตองยอมรับกันวา เรื่องเหลานั้นคือ ่ สัญญาณบงบอกถึงความออนแอทางสังคมและวัฒนธรรมของประเทศ ที่นาวิตกเมื่อเยาวชนคนหนุม สาวอันเปนกําลังในการพัฒนาประเทศชาติ กลับตกเปนเปานิ่งรอวันรวงหลนและลมสลายอันเกิดจาก การเสพยเทคโนโลยี และบริโภคขอมูลขาวสารอยางไรสติ ขาดการยั้งคิดและนับวันจะทวีความรุนแรง ยิ่งขึ้น ฟงดูอาจนากลัวแตความจริงก็เปนเชนนั้น วัยรุนและหนุมสาวในสังคมไทยยุคนี้ สวนใหญมัก สับสนและหลงลืมขอเท็จจริงบางอยางเกี่ยวกับตัวเองไป เพราะกระบวนการคิดอยางเปนเหตุเปนผลที่ จะชี้นําพวกเขาใหเดินไปในทิศทางที่ควรจะเปนนั้น ไดคอยๆถูกฆาตัดตอนและชี้นําโดยกระแสบริโภค นิยมแหงโลกาภิวัฒน จนแทบยากตอการเยียวยา อยางไรก็ตามหากจะกลาวอยางเปนธรรมและตรงไปตรงมา กระแสบริโภคนิยม เทคโนโลยีและการสื่อสารอันไรพรมแดนมิใชเรื่องเลวรายเสียทั้งหมด หากพิจารณากันอยาง
  8. 8. จริงจัง จะพบวามันกลายเปนสิ่งจําเปนในการดําเนินชีวิตของมนุษย ประโยชนของมันมีมากมาย มหาศาล ซึงหากเราใชเปนและบริโภคดวยความมีสติรูเทาทัน ผลกระทบในดานลบของมันก็แทบจะไม ่ มีความหมาย การฝนตานและปฏิเสธจึงไมนาจะใชทางออกที่เหมาะสม ดังนั้นการรูจักเลือกสรรรับขอมูล ขาวสาร เลือกบริโภคสินคาและเทคโนโลยีโดยใชแนวคิดความพอเพียง นาจะเปนทางออกที่ดีทสุดอีกทาง ี่ เลือกหนึง่ เยาวชนควรจะไดรับการปลูกฝงแนวคิดความพอเพียงใหเขาใจอยางจริงจังตอเนื่อง จนสามารถใช เหตุผลในการแยกแยะเพื่อเลือกรับขอมูลขาวสารทีมีประโยชน บริโภคสินคาและเทคโนโลยีอยางรูเทา ่ ทัน เหมาะสมกับความตองการ กําลังเงิน สภาพแวดลอม ในจํานวนที่ไมมากไมนอยจนเกินไป และ การบริโภคนั้นตองไมเบียดเบียนตนเองและผูอื่น ปลูกฝงและสรางภูมิคุมกันทางดานกระบวนการคิด โดยการใชเหตุผล กระตุนใหมีการฝกคิดอยางเปนระบบ จนสามารถเตรียมตัวพรอมรับการ  เปลี่ยนแปลงทางสังคมดานตางๆ ไดอยางเขาใจและปรับใชการเปลี่ยนแปลงนั้นใหเกิดประโยชนกบ ั ตัวเองและสังคมสวนรวมไดใหมากทีสุด จนสามารถมีภูมิคุมกันในการปองกันและรับผลกระทบในดานลบ ่ ที่อาจเกิดขึ้นได แนนอนวายอมไมใชเรื่องงายทีจะทําใหเยาวชนซึ่งตกอยูในกระแสเชี่ยวกรากของ เทคโนโลยีลอตาลอ ่  ใจ และคอยแตจะเชิญชวนใหบริโภคอยางไรพรมแดนไรขีดจํากัด เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิด และพฤติกรรมในชั่วขามคืน โดยเฉพาะในการปรับกระบวนการคิดการใชเหตุผล ซึ่งลวนเปนเรื่อง นามธรรมที่ตองใชเวลาในการคอยๆ ซึมซับ วิเคราะห และกวาจะถึงขั้นที่สามารถสังเคราะหมาใชไดใน ชีวิตจริง จนเกิดเปนภูมิคุมกันที่ถาวรยั่งยืนนั้น จะตองใชเวลาในการปลูกฝงที่ยาวนาน สถาบันทีเ่ กี่ยวของไมวาจะเปนครอบครัว สถานศึกษา สื่อ และองคกรอื่นๆทั้งภาครัฐและเอกชนลวนมี หนาที่ตองรับผิดชอบโดยตรง ในการที่จะดูแลประคับประคองเทียนแหงความพอเพียง ไมใหดับวูบไป จนไมเหลือแสงสวางใดนําทาง ถึงเวลาหรือยังทีเ่ ราตองรวมมือรวมใจกันระดมสรรพกําลังในการหา มาตรการปองกันและแกไขปญหานี้อยางจริงจังและจริงใจเสียที ปจจุบนสมรภูมสงครามลาอาณานิคมกลายเปนเรื่องเพอเจอ โลกใบนี้คงเหลือสมรภูมิเดียวที่ยงดําเนิน ั ิ ั ตอไปคือสมรภูมิแหงการ“ขาย” ในสงคราม “แยงชิงลูกคา” ขายทุกอยางที่ขวางหนา ซื้อทุกอยางที่ใจ ตองการ ชนะขาดคําเดียวคือยึดครอง “ลูกคา” ใหมากทีสุดและทําลายวัฒนธรรมดั้งเดิมนั้นใหสิ้นซาก ่ ไปอยางรวดเร็วและรุนแรง แลวสรางวัฒนธรรมใหม เปนวัฒนธรรมแหง “การบริโภคที่ไรพรมแดน” ซึ่ง โดยความเห็นสวนตัวของผูเขียน คิดวาเปนสงครามแทจริงซึงนากลัวทีสุดเพราะไมใชแคเรืองของการ ่ ่ ่ สูญเสียดินแดนเพียงอยางเดียว “หากแตสูญเสียสิ้น ซึ่งตัวตนและจิตวิญญาณ”ที่มา : http://www.oknation.net/blog/jessada5577/2010/06/17/entry-3

×