Your SlideShare is downloading. ×
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

26,280

Published on

Published in: Education
0 Comments
3 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
26,280
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
258
Comments
0
Likes
3
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปัญหาและขอบเขตของปัญหา กระแสสังคมข่าวสารยุคเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับกระแสของโลกาภิวั ฒ น์ ก ารแพร่ ก ระจายและการเปลี่ย นแปลงสภาพทางเศรษฐกิ จสั ง คมความเจริ ญก้ า วหน้ า ทางวิทยาการและเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกิดผลกระทบทางด้านการศึ กษาวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคม เป็นภาวการณ์ของสังคมใหม่ เรียกว่าสังคมของการเรียนรู้ ประกอบกับแนวคิดใหม่ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มุ่งพัฒนาคนไทย ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เป็นคนดี มีปัญญาและมีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ (กรมวิชาการ, 2544. หน้า 4 ) โดยต้องยึดหลักความแตกต่ า งระหว่ า งบุ ค คลที่ ผู้ เ รี ย นทุ ก คนมี ค วามสามารถเรี ย นรู้ แ ละพั ฒ นาตนเองได้ และถื อ ว่ า ผู้ เ รี ย นมีความสาคัญ การจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพด้วยบทบั ญ ญั ติ ที่ เ กี่ ย วกั บ การจั ด กระบวนการเรี ย นรู้ ใ ห้ ส ถานศึ ก ษาจั ด กิ จ กรรมให้ ผู้ เ รี ย นได้ เ รี ย นรู้ จ ากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้ทาได้ คิดเป็น ทาเป็น รักการอ่าน และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง (กรมวิชาการ,2544.หน้า 19 ) ตลอดจนส่งเสริมให้มีมาตรฐานสามารถก้าวทันเทคโนโลยีและสามารถใช้ทรัพยากรอย่างคุมค่า เพื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยเหมาะสม มีคุณภาพและประสิทธิภาพ รูปแบบการเรียนการสอนเทคโนโลยีที่ ้สามารถส่งข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว การเรียนการสอนจาเป็นต้องเน้นการศึกษาเป็นรายบุคคลมากขึ้นต้องสร้างแบบแผนของการเรียนให้แต่ละบุคคลสามารถเรียนได้ด้วยตนเองมากที่สุด ดังนั้นคุณภาพการศึกษาจึงเป็นรากฐานสาคัญในการพัฒนาประเทศและการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมจะไม่บรรลุผลสาเร็จด้วยดี หากประชาชนของชาติขาดการศึกษา หรือการศึกษามีอยู่ในระดับต่า ซึ้งในการพัฒนาการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายได้นั้นสื่อการเรียนการสอนเป็นปัจจัยสาคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้ไปสู่จุดมุ่งหมายที่ต้องการ (นพรัตน์ เที่ยงตรง,2533.หน้า 1)จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2542 ช่วงชั้นที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระดนตรี คาดหวังไว้ว่ า คุ ณ ภาพผู้ เ รี ย น เมื่ อ จบการศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐานในกลุ่ ม สาระการเรี ย นรู้ แ ล้ ว ผู้ เ รี ย นจะมี จิ ต ใจงดงามมีสุนทรีย ภาพ รัก ความสวยงาม เป็ นระเบี ย บ รับรู้อย่ างพิ นิจพิ เคราะห์ เห็นคุณค่าความส าคัญของศิล ปะธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ตลอดจน ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของคนในชาติ สามารถค้นพบศักยภาพความสนใจของตนเองอันเป็นพื้นฐานในการศึ กษาต่อ หรือประกอบอาชีพทางศิลปะ มีจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ มีความเชื่อมั่นพัฒนาตนเองได้ และแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ มีสมาธิในการทางาน มีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ สามารถทางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (กรมวิชาการ,2545.หน้า 3)
  • 2. จากการเรียนการสอนที่ผ่านมาประสบปัญหาคือ หนังสือคู่มือการสอนมีน้อย สื่อของจริงมีราคาแพง เนื้อหาของบทเรียนซึ่งยากต่อครูผู้สอนที่ไม่มีความรู้ด้านดนตรีโดยเฉพาะ รวมทั้งไม่มีครูวุฒิดนตรีเฉพาะ ดังนั้นรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่จะทานักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา จึงต้องคานึงถึงวัย วุฒิภาวะ และความแตกต่างระหว่างบุคคล สื่อการสอนจึงเป็นสิ่งสาคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจบทเรียนได้ตามความต้องการของผู้สอนการใช้สื่อการเรียนการสอน ชุดการสอน ตลอดจนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายสามารถใช้แหล่งข้อมูลการเรียนรู้ได้พร้อมกัน (กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์ ,2538.หน้า 100-101) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่ ว ยสอนเป็ น สื่ อ การศึ ก ษาอเนกทั ศ น์ ส ามารถน าเสนอได้ ทุ ก รู ป แบบทั้ ง ข้ อ ความ รู ป ภาพกราฟิ กภาพเคลื่อนไหว เสียง นอกจากนี้ยังมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ เรียนได้อย่างเหมาะสมจึงมีบทบาทกับการเรียนการสอนในยุคปัจจุบันที่ยึดผู้เรียนเป็นสาคัญ (บูรณะ สมชัย,2542 หน้า 13) ด้วยเหตุนี้ผู้ศึกษาจึงเห็นความจาเป็นในการนาสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์มาใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนสาระศิลปะ (สาขาดนตรี) เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างความเข้าใจ เกิดการเรียนรู้เนื้อหาด้วยตนเองอย่างรวดเร็ว และก่อเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจอันเป็นสู่กระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริง วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 1. เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษาให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีตอบทเรียนคอมพิวเตอร์ ่ช่วยสอนเรื่อง เครื่องดนตรีและการดูแลรักษา ความสาคัญของการศึกษาค้นคว้า 1. ได้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สาระดนตรี เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา สามารถนาไปใช้สอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. เป็นแนวทางในการสร้างและพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสาหรับสาระอื่น ๆ ต่อไป ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1.1 ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทอดไทย
  • 3. 1.2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / 3 จานวน 38 คนซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง 2. ขอบเขตด้านเนื้อหา เนื้อหาที่ใช้ในการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา ซึ่งจาแนกออกเป็น 5 หัวข้อ ดังนี้ 1. ที่มาและประวัติดนตรีไทย 2. เครื่องดนตรีไทย 3. ประวัติดนตรีสากล 4. เครื่องดนตรีสากล 5. การดูแลรักษา นิยามศัพท์เฉพาะ 1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หมายถึง บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ แบบทดสอบก่อนเรียน บทเรียน แบบฝึกหัด และแบบทดสอบหลังเรียน ซึ่งนาเสนอข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว และเสียงบรรยายประกอบ อันจะทาให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจเนื้อหา 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ค่าเฉลี่ยผลต่างของคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนและคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 ที่ศึกษาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3. แบบสอบถามความคิดเห็น หมายถึง เครื่องมือที่ใช้วัดความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นในรูปแบบของมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตามทฤษฏีของลิคอร์ท (Likert Scale) ประกอบด้วยระดับความคิดเห็นมากที่สุดมาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด 4. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง หลักสูตรแกนกลางที่มีลักษณะเป็นกรอบและแนวทางในการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร 5. กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจินตนาการทางศิลปะ ชื่นชมความงาม สุนทรียภาพ ความมีคุณค่าซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีวิตมนุษย์ ประกอบด้วย 3 สาระคือ 1. สาระทัศนศิลป์ 2. สาระดนตรี 3. สารนาฏศิลป์
  • 4. 6. นักเรียน หมายถึง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 /3 โรงเรียนบ้านเทอดไทย อาเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ที่เรียนจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 7. ประสิทธิภาพ หมายถึง เกณฑ์ที่ผู้ศึกษาใช้มาตรฐานในการพิจารณาหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 7.1 80 ตัวแรก หมายถึง ค่าเฉลี่ยร้อยละ 80 ของคะแนนแบบทดสอบก่อน ของผู้เรียนทาได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 7.2 80 ตัวหลัง หมายถึง ค่าเฉลี่ยร้อยละ 80 ของคะแนนแบบทดสอบหลัง ของผู้เรียนที่เรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทาได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า 1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 3. ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง เครื่องดนตรีและการดูแลรักษา อยู่ในระดับมาก 2.2 รูปแบบ เทคนิค วิธีการแก้ปัญหาหรือพัฒนา การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาค้นคว้าตามกระบวนการของการวิจัยและพัฒนา(Research and Davelopment) ผู้ศึกษาได้ทาการสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสาระศิลปะ สาขาดนตรี เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีขั้นตอนการดาเนินการดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 3. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การวิเคราะห์ข้อมูล ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 1. ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านเทอดไทย 2. กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / 3 จานวน 38 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
  • 5. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า เครื่องมือที่ใช้การศึกษาค้นคว้าประกอบด้วย 1. การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สาระศิลปะ (สาขาดนตรี)เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น 2. แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน กลุ่มสาระศิลปะ สาระดนตรีเรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น เป็นแบบปรนัยชนิด 4ตัวเลือก จานวน 10 ข้อ 3. แบบฝึกหัดท้ายบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นเกม โดยแบ่งเป็น2 หัวข้อ คือ ดนตรีไทยและดนตรีสากลจานวน 6 ชุด 4. แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สาระศิลปะ (สาขาดนตรี) เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ผู้ศึกษาได้ดาเนินการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สาระศิลปะ (สาขาดนตรี) เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามเนื้อหาที่กาหนดในกลุ่มสาระซึ่งมีรายละเอียดในการศึกษา แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การสารวจสภาพปัญหา ขั้นตอนที่ 2 การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้และหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
  • 6. สรุปขั้นตอนการสร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาขาดนตรี เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระศิลปะ เลือกเนื้อหาวิชาตามความสาคัญ นาเนื้อหาไปเขียนสคริป ผังงาน และสตอรี่บอร์ด เลือกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนโดยโปรแกรม Authorware 7 นาบทเรียนให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ปรับปรุงแก้ไข นาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนไปทดลองกับนักเรียน 1 คน ปรับปรุงแก้ไข นาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนไปทดลองกับนักเรียน 3 คน ปรับปรุงแก้ไข นาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง 38 คน ประเมินประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
  • 7. การเก็บรวบรวมข้อมูล การศึกษาในครั้งนี้ได้ดาเนินการทดลองโดยใช้แบบแผนการทดลอง แบบกลุ่มเดียวสอบก่อนเรียนและหลังเรียน และเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ศึกษาดาเนินการทอลองและเก็บข้อมูลอื่น ๆด้วยตนเองโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและแบบสอบถามความคิดเห็นนักเรียนที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นดาเนินการเก็บข้อมูล ดังนี้ 1. ติดต่อครูประจาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 โรงเรียนบ้านเทอดไทย เรื่องขอทดลองใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเพื่อหาประสิทธิภาพเครื่องมือ 2. นาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ไปทาการทดลองกับนักเรียนกลุ่ม ตัวอย่าง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 โรงเรียนบ้านเทอดไทยจานวน 38 คน 3. ดาเนินการเรียนการสอน จานวน 1 คาบ/สัปดาห์ รวม 3 ชั่วโมง ชั่วโมงละ60 นาที 4. ติดตามเก็บข้อมูลดังนี้ 4.1. แบบทดสอบก่อนเรียน 4.2. ในระหว่างเรียนให้นักเรียนทาแบบฝึกหัด 4.3. แบบทดสอบหลังเรียน 4.4. นาแบบสอบถามความคิดเห็นให้นักเรียนประเมินบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนดังนี้ 1. การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 2. การวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อน - หลังเรียนจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3. การวิเคราะห์ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 2.3 การนารูปแบบเทคนิควิธีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาไปใช้ในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาและผลที่เกิดขึ้น การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สาระศิลปะ (สาขาดนตรี) เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผู้ศึกษาได้ดาเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. การสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สาระศิลปะ (สาขาดนตรี) เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อน - หลังเรียนจากบทเรียน
  • 8. คอมพิวเตอร์ช่วยสอนสาระศิลปะ (สาขาดนตรี) เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3. ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สาระศิลปะ(สาขาดนตรี) เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผลการศึกษาค้นคว้า 1. การสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สาระศิลปะ(สาขาดนตรี) เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เนื้อหาที่ใช้ในการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา ซึ่งจาแนกออกเป็น 5 หัวข้อ ดังนี้ 1. ที่มาและประวัติดนตรีไทย 2. เครื่องดนตรีไทย 3. ประวัติดนตรีสากล 4. เครื่องดนตรีสากล 5. การดูแลรักษา 2. ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้เรื่อง เครื่องดนตรีและการดูแลรักษาของนักเรียนก่อน เรียนและหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ที่ ก่อนเรียน หลังเรียน หมายเหตุ 1 5 8 2 2 6 3 5 7 4 4 7 5 7 8 6 4 7 7 3 8 8 5 7 9 3 8 10 3 7 11 6 7 12 7 9
  • 9. ที่ ก่อนเรียน หลังเรียน หมายเหตุ 13 8 9 14 - - ขาดเรียน 15 7 8 16 3 7 17 2 8 18 6 7 19 - - ขาดเรียน 20 4 7 21 3 8 22 6 8 23 4 8 24 4 6 25 4 8 26 3 9 27 4 7 28 3 7 29 4 8 30 5 7 31 5 7 32 2 8 33 5 7 34 4 8 35 4 6 36 2 4 37 2 7 38 4 8 39 3 7 40 2 7คะแนน 157 280 รวม เฉลี่ย 4.13 7.36
  • 10. ที่ ก่อนเรียน หลังเรียน หมายเหตุคะแนน 380 380 เต็มร้อยละ 41.31 73.68 ผลวิเคราะห์ปรากฏว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มสาระศิลปะ (สาขาดนตรี) เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา มีประสิทธิภาพ 41.31/73.68 3. ผลการประเมินความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ผลการประเมินข้อที่ ข้อความ ระดับความเหมาะสม 1 วิธีสอนในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสามารถอธิบายเนื้อหา มาก ให้เข้าใจได้ 2 นักเรียนรู้สึกพอใจกิจกรรมในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ปานกลาง 3 เนื้อหาของบทเรียนมีความเหมะสมกับระดับของนักเรียน มาก 4 ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการเรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ มาก ช่วยสอน 5 ความพอใจรูปแบบของตัวอักษรที่ใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย มากที่สุด สอน 6 ความเหมาะสมของขนาดตัวอักษรที่ใช้ในบทเรียนคอมพิวเตอร์ ปานกลาง ช่วยสอน 7 ความสวยงามของสีตัวอักษรที่ใช้ในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย มาก สอน 8 ความเหมาะสม ความสอดคล้องของภาพประกอบในบทเรียน มากที่สุด คอมพิวเตอร์ช่วยสอน 9 ความเหมาะสม ของสีพื้นในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ปานกลาง 10 ความเหมาะสมของภาพเคลื่อนไหวประกอบในบทเรียน มากที่สุด คอมพิวเตอร์ช่วยสอน 11 ความชัดเจนของเสียงที่ใช้ประกอบในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย มากที่สุด สอน
  • 11. ผลการประเมินข้อที่ ข้อความ ระดับความเหมาะสม 12 ความสอดคล้องของเสียงประกอบที่ใช้ประกอบบทเรียน ปานกลาง คอมพิวเตอร์ช่วยสอน 13 นักเรียนได้มีส่วนร่วมในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มากที่สุด 14 สามารถย้อนกลับ เข้า-ออก บทเรียนได้ในระหว่างเรียน มาก 15 มีแบบฝึกและการวัดอย่างต่อเนื่องในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย มากที่สุด สอน 16 ระดับความยากง่ายของแบบฝึกหัดเหมาะสมกับนักเรียน มากที่สุด 17 การแจ้งผลการเรียน การให้ข้อมูลย้อนกลับอย่างเหมาะสมและ มาก เป็นประโยชน์ 18 นักเรียนชอบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มากที่สุด 19 นักเรียนได้รับประโยชน์จากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มาก 20 นักเรียนต้องการให้มีการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนใน มากที่สุด รายวิชานี้อีก จากตารางพบว่า ผลการสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กลุ่มสาระศิลปะ (สาขาดนตรี) เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4ในภาพรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาแต่ละรายการ พบว่า มีการแสดงความคิดเห็นในระดับมากที่สุดที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ นักเรียนต้องการให้มีการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในรายวิชานี้อีก (78.94) 2.4 ข้อเสนอเชิงนโยบายในการแก้ปัญหาและพัฒนาในอนาคต จากการศึกษาด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสาระศิลปะ (สาขาดนตรี) เรื่องเครื่องดนตรีและการดูแลรักษา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผู้ศึกษาขอเสนอแนะดังนี้ 1. ควรมีการจัดระเบียบข้อมูลและเก็บรวบรวมข้อมูลบทเรียนคอมพิวเตอร์ให้เป็นระเบียบเพื่อป้องกันการสูญหาย 2. ควรมีการสอนคอมพิวเตอร์เบื้องต้นให้แก่นักเรียน เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับการเรียนจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3. ควรทาการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในสาระอื่น ๆ ในการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนควรออกแบบเทคนิควิธีการให้นักเรียนเกิดปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนมากที่สุด

×