เปิดหน้าต่อไป แนะนำผู้จัดทำ วิทยานิพนธ์ การพัฒนาชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ตามแนวคิดการสร้า...
ชื่อ  นางมัณฑณา  นามวิชิต สาขา  หลักสูตรและการสอน  รหัส  492B93123 กลับหน้าแรก ข้อมูลผู้วิจัย เปิดหน้าต่อไป
<ul><li>บทนำ </li></ul><ul><li>ภูมิหลัง </li></ul><ul><li>การเรียนรู้ถือเป็นปัจจัยสำคัญของการศึกษา  ในการจัดกระบวนการเรียน...
ภูมิหลัง  ( ต่อ ) คณิตศาสตร์จัดว่าเป็นศาสตร์ที่สำคัญ และมีบทบาทศาสตร์หนึ่ง  ซึ่งมีประโยชน์ ในแง่การศึกษาและการนำไปประยุกต์...
1.  ชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง  สำหรับนักเรียน  ชั้นม...
<ul><li>1.  เพื่อพัฒนาชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ตามแนวคิดการสร้าง องค์ความรู้ด้วยตนเอง  สำ...
ความสำคัญของการวิจัย สมมติฐานการวิจัย <ul><li>1.  ชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ตามแนวคิดการสร...
ความสำคัญของการวิจัย 1.  ได้ชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ตามแนวคิด การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเ...
ขอบเขตการวิจัย ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ได้แก่  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  ภาคเรียนที่   1  ปีการศึกษ...
ขอบเขตการวิจัย เนื้อหา   เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้  คือ  เนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์  ค  3210 1   ปีที่  2  เรื่อง  อัตร...
สถิติที่ใช้ในการวิจัย กลับหน้าแรก แบบแผนของการวิจัย กลับไปก่อนหน้านี้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้หาคุณภาพเ...
กลับหน้าแรก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย กลับไปก่อนหน้านี้ ทดลองแบบ  One Group Pretest-Posttest  Design   แบบแผนที่ใช้ในการว...
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มี  4   ประเภท คือ 1.  แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ 2.  ชุดกา...
ตอนที่  1  ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน   ตอนที่  2  การสร้างเครื่องมือในการวิจัย ตอนที่  3  การดำเนินการทดลองใช้ชุดการเรียนรู้ ตอนท...
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล กลับหน้าแรก กลับไปก่อนหน้านี้ ตอนที่  1  วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้   ผลการวิเคราะห์ข้อม...
ตอนที่  1  วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้   ชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ตามแนวคิด ก...
ตอนที่  2  การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน   ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดการเรียนรู้วิชา...
สรุปผลการวิจัย เจตคติของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยชุดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  อัตราส่วนและ...
อภิปรายผล กลับหน้าแรก กลับไปก่อนหน้านี้ ตอนที่  1  ผลวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้   การอภิปรายผล  สามารถสรุปเป็...
ตอนที่  1  วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้...
ตอนที่  2  การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและ หลังเรียนด้วยชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  อ...
ตอนที่  3  การวิเคราะห์เจตคติของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  อัตรา...
ข้อเสนอแนะ 1.  ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้   2.   ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ  2   ข้อ ดังนี้
1.  ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1  ครูผู้สอนคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2   สามารถนำชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์...
2.   ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1   ควรจัดลำดับเนื้อหากิจกรรมให้ต่อเนื่องโดยการฝึกกิจกรรมจากง่ายไปหายาก และมีกิจกรรม...
คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ทุกท่าน ที่กรุณาให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะในประเด็นต่างๆ ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จของงานวิจัยครั้งนี้ เ...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

ทดสอบอัพโหลดงานขึ้น slideshare

3,058

Published on

ทดสอบอัพโหลดงาน slideshare

Published in: Technology
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
3,058
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
38
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ทดสอบอัพโหลดงานขึ้น slideshare

  1. 1. เปิดหน้าต่อไป แนะนำผู้จัดทำ วิทยานิพนธ์ การพัฒนาชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 A Development of the Mathematics Learning Packages Based on Constructivism Approach Entitled Ratio and Percent for Mathayom Suksa 2 Students คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ ดร . มาลี ศรีพรหม ประธานกรรมการ อ . ศรีจันทร์ ทานะขันธุ์ กรรมการ
  2. 2. ชื่อ นางมัณฑณา นามวิชิต สาขา หลักสูตรและการสอน รหัส 492B93123 กลับหน้าแรก ข้อมูลผู้วิจัย เปิดหน้าต่อไป
  3. 3. <ul><li>บทนำ </li></ul><ul><li>ภูมิหลัง </li></ul><ul><li>การเรียนรู้ถือเป็นปัจจัยสำคัญของการศึกษา ในการจัดกระบวนการเรียนรู้นั้น </li></ul><ul><li>พ . ร . บ . การศึกษาแห่งชาติ พ . ศ . 2542 หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา มาตรา 22 ระบุว่า </li></ul><ul><li>“ การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่านักเรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ </li></ul><ul><li>ถือว่านักเรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนา </li></ul><ul><li>ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ” การเรียนรู้ในสาระการเรียนรู้ ต่าง ๆ มีกระบวนการ </li></ul><ul><li>และวิธีการที่หลากหลาย การจัดการเรียนรู้ควรใช้รูปแบบวิธีการสอนที่หลากหลาย </li></ul><ul><li>เน้นการจัดการเรียนการสอนตามสภาพจริง การเรียนรู้ร่วมกัน การเรียนรู้จากธรรมชาติ </li></ul><ul><li>การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ตลอดจนการเรียนรู้แบบบูรณาการ เพื่อให้นักเรียนสามารถ </li></ul><ul><li>สร้างความรู้และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ </li></ul>เปิดหน้าต่อไป กลับหน้าแรก
  4. 4. ภูมิหลัง ( ต่อ ) คณิตศาสตร์จัดว่าเป็นศาสตร์ที่สำคัญ และมีบทบาทศาสตร์หนึ่ง ซึ่งมีประโยชน์ ในแง่การศึกษาและการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังช่วยพัฒนาคนให้รู้จัก คิดอย่างมีเหตุผล มีระเบียบ มีขั้นตอนในการคิด ทำให้นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการ สามารถแก้ปัญหาได้ แต่จากรายงานการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น ของกรมวิชาการ พบว่าคุณภาพการศึกษาของนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนต้นมีคะแนนเฉลี่ยในวิชาคณิตศาสตร์ต่ำกว่าร้อยละ 50 และจากการวัดผล คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนประจำปีของโรงเรียนโพนพิทยาคม ปรากฏว่า นักเรียนขาดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ไม่สามารถสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง จากเหตุผลดังกล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยในฐานะเป็นครูผู้รับผิดชอบสอน วิชาคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จึงได้ศึกษาค้นคว้าและพัฒนาชุดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ขึ้น เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนากระบวนการเรียน การสอน ที่จะทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นและยังสามารถ สร้างองค์ความรู้นำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาได้ ปัญหาการวิจัย
  5. 5. 1. ชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีลักษณะและองค์ประกอบอย่างไร และ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 หรือไม่ 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วย ชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนหรือไม่ 3. เจตคติของนักเรียนต่อกิจกรรมการเรียนการสอนด้วย ชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นอย่างไร ความมุ่งหมายของการวิจัย กลับหน้าแรก กลับไปก่อนหน้านี้ ปัญหาการวิจัย
  6. 6. <ul><li>1. เพื่อพัฒนาชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้าง องค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 </li></ul><ul><li>เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น </li></ul><ul><li>เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยชุดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 </li></ul>ความมุ่งหมายของการวิจัย สมมติฐานการวิจัย กลับหน้าแรก กลับไปก่อนหน้านี้
  7. 7. ความสำคัญของการวิจัย สมมติฐานการวิจัย <ul><li>1. ชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 </li></ul><ul><li>ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน หลังเรียนด้วยชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นสูงกว่าก่อนเรียน </li></ul><ul><li>เจตคติของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนด้วยชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อยู่ในระดับดี </li></ul>กลับหน้าแรก กลับไปก่อนหน้านี้
  8. 8. ความสำคัญของการวิจัย 1. ได้ชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิด การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 สามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียน การสอน เพื่อพัฒนาการสร้างองค์ความรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนได้ 2. เป็นแนวทางการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาชุดการเรียนรู้ในเนื้อหา และกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ในระดับชั้นต่าง ๆ ต่อไป ขอบเขตการวิจัย กลับหน้าแรก กลับไปก่อนหน้านี้
  9. 9. ขอบเขตการวิจัย ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต 1 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนโพนพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต 1 ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจง จำนวน 1 ห้อง จำนวน 30 คน เนื่องจาก การจัดชั้นเรียนของโรงเรียนโพนพิทยาคม เป็นการจัดชั้นเรียนแบบคละชั้น คือแต่ละห้อง ประกอบด้วยนักเรียน เก่ง ปานกลาง และ อ่อน ขอบเขตการวิจัย ( ต่อ ) กลับหน้าแรก กลับไปก่อนหน้านี้
  10. 10. ขอบเขตการวิจัย เนื้อหา เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ เนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์ ค 3210 1 ปีที่ 2 เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 ระยะเวลา ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 ใช้เวลาจำนวนทั้งสิ้น 6 สัปดาห์ ๆ ละ 3 ชั่วโมง ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรอิสระ ได้แก่ ชุดการเรียนรู้ ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคติของนักเรียน กลับหน้าแรก สถิติที่ใช้ในการวิจัย กลับไปก่อนหน้านี้
  11. 11. สถิติที่ใช้ในการวิจัย กลับหน้าแรก แบบแผนของการวิจัย กลับไปก่อนหน้านี้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้หาคุณภาพเครื่องมือ 1 . สถิติพื้นฐาน - ค่าเฉลี่ย - ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) - ร้อยละ (Percent) 2. สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน เปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและ หลังเรียนใช้ค่าสถิติ t-test ( Dependent Samples ) 1. หาค่าความเที่ยงตรง ( Validity ) ของแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยวิธี IOC 2. หาค่าความยากง่าย ( Difficulty ) และค่าอำนาจจำแนก ( Discrimination ) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ 3. หาความเชื่อมั่น ( Reliability ) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ โดยใช้วิธี KR 20 โดยวิธีของ Kuder - Richardson
  12. 12. กลับหน้าแรก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย กลับไปก่อนหน้านี้ ทดลองแบบ One Group Pretest-Posttest Design แบบแผนที่ใช้ในการวิจัย
  13. 13. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มี 4 ประเภท คือ 1. แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ 2. ชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4. แบบวัดเจตคติต่อกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยชุดการเรียนรู้ กลับหน้าแรก วิธีการดำเนินการวิจัย กลับไปก่อนหน้านี้
  14. 14. ตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ตอนที่ 2 การสร้างเครื่องมือในการวิจัย ตอนที่ 3 การดำเนินการทดลองใช้ชุดการเรียนรู้ ตอนที่ 4 การเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล มีขั้นตอนการดำเนินการวิจัย 4 ขั้น ตอนดังนี้ วิธีการดำเนินการวิจัย กลับหน้าแรก ผลการวิเคราะห์ข้อมูล กลับไปก่อนหน้านี้
  15. 15. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล กลับหน้าแรก กลับไปก่อนหน้านี้ ตอนที่ 1 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สามารถสรุปเป็น 3 ตอนดังนี้ ตอนที่ 2 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ตอนที่ 3 วิเคราะห์เจตคติของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนการสอน ด้วยชุดการเรียนรู้
  16. 16. ตอนที่ 1 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้ ชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิด การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 79.93 / 81.24 สูงกว่าเกณฑ์ 75 / 75 ที่กำหนด กลับหน้าแรก หน้าต่อไป กลับไปก่อนหน้านี้ สรุปผลการวิจัย
  17. 17. ตอนที่ 2 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .01 กลับหน้าแรก สรุปผลการวิจัย หน้าต่อไป กลับไปก่อนหน้านี้
  18. 18. สรุปผลการวิจัย เจตคติของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยชุดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีค่าเฉลี่ยรวม เท่ากับ 4. 55 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0. 50 ซึ่งหมายความว่านักเรียนมีเจตคติต่อ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยชุดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นอยู่ในระดับดีมาก ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานที่ตั้งไว้ กลับหน้าแรก ตอนที่ 3 วิเคราะห์เจตคติของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยชุดการเรียนรู้ หน้าต่อไป กลับไปก่อนหน้านี้
  19. 19. อภิปรายผล กลับหน้าแรก กลับไปก่อนหน้านี้ ตอนที่ 1 ผลวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้ การอภิปรายผล สามารถสรุปเป็น 3 ตอนดังนี้ ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ตอนที่ 3 ผลวิเคราะห์เจตคติของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้
  20. 20. ตอนที่ 1 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตามเกณฑ์ 75/75 ชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพ 79.93 / 81.24 หมายความว่า นักเรียนได้คะแนนจากการประเมินผลระหว่างการเรียนรู้จากการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้ ในแต่ละชุดการเรียนรู้ ทั้ง 5 ชุด คิดเป็นร้อยละ 79.93 และนักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยจาก การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการเรียนคิดเป็นร้อยละ 81.24 แสดงว่า ชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ สูงกว่าเกณฑ์ 75 / 75 อภิปรายผลการวิเคราะห์ข้อมูล กลับหน้าแรก หน้าต่อไป กลับไปก่อนหน้านี้
  21. 21. ตอนที่ 2 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและ หลังเรียนด้วยชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนด้วยชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 16.90 จากคะแนนเต็ม 35 คะแนน และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 28.43 จากคะแนนเต็ม 35 คะแนน แสดงให้เห็นว่านักเรียนที่เรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ กลับหน้าแรก อภิปรายผลการวิเคราะห์ข้อมูล หน้าต่อไป กลับไปก่อนหน้านี้
  22. 22. ตอนที่ 3 การวิเคราะห์เจตคติของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิด การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เจตคติของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ และด้านชุดการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4. 55 ซึ่งหมายความว่านักเรียนมีเจตคติต่อการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อยู่ในระดับดีมาก สูงกว่าสมมติฐานที่ตั้งไว้ กลับหน้าแรก อภิปรายผลการวิเคราะห์ข้อมูล หน้าต่อไป กลับไปก่อนหน้านี้
  23. 23. ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ 2 ข้อ ดังนี้
  24. 24. 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 ครูผู้สอนคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สามารถนำชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งสามารถอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและส่งผลให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1.2 ผู้สนใจที่จะนำชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ตามแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ไปใช้ ควรศึกษารูปแบบการสอนเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 1.3 การนำชุดการเรียนรู้ไปใช้ต้องสร้างให้ครบกับจำนวนนักเรียน มีทั้งการทำ กิจกรรมกลุ่ม และรายบุคคล นักเรียนต้องมีทักษะคณิตศาสตร์ นักเรียนที่เรียนช้า จะมีปัญหาในการเรียนรู้ เรียนไม่ทันเพื่อน ครูผู้สอนต้องให้คำแนะนำช่วยเหลือ อย่างใกล้ชิด กลับไปก่อนหน้านี้
  25. 25. 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรจัดลำดับเนื้อหากิจกรรมให้ต่อเนื่องโดยการฝึกกิจกรรมจากง่ายไปหายาก และมีกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมแล้วเกิดการเรียนรู้ อย่างมีความสุข 2.2 ควรทำการศึกษาค้นคว้าและสร้างเป็นแบบฝึกทักษะกระบวนการ ทางคณิตศาสตร์เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในชั้นอื่น ๆ ต่อไป 2.3 ควรทำการศึกษาค้นคว้าและสร้างชุดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในเรื่องอื่น ๆ และในช่วงชั้นอื่น ๆ ต่อไป กลับหน้าแรก หน้าต่อไป
  26. 26. คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ทุกท่าน ที่กรุณาให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะในประเด็นต่างๆ ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จของงานวิจัยครั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพต่อไป ขอขอบพระคุณ มัณฑณา นามวิชิต
  1. A particular slide catching your eye?

    Clipping is a handy way to collect important slides you want to go back to later.

×