Your SlideShare is downloading. ×
Chapter 01
Chapter 01
Chapter 01
Chapter 01
Chapter 01
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Chapter 01

535

Published on

intro to system

intro to system

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
535
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. บทที่ 1 ระบบ (System)ความหมายของระบบSystem ก่อนที่จะทาการวิเคราะห์ระบบนั้น ควรทาความเข้าใจและทาความรู้จักกับระบบก่อนว่าระบบคืออะไร หมายถึงอะไร มีส่วนประกอบหรือองค์ประกอบที่จะประกอบเป็นระบบได้อย่างไร ซึ่งได้มีผู้ให้จากัดความและความหมายของระบบเอาไว้หลายความหมายด้วยกัน ดังนี้ ระบบ(System) มีความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายเอาไว้ว้า ระบบ คือ ระเบียบเกี่ยวกับการรวมสิ่งต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะซับซ้อนให้เข้าลาดับประสานเป็นอันเดียวกันตามหลักสูตรเหตุผลทางวิชาการ หรือหมายถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติซึ่งมีความสัมพันธ์ประสานเข้ากัน โดยกาหนดรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระบบ(System) คือ กระบวนการต่าง ๆ ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันและมีความสัมพันธ์กันระหว่างขบวนการเหล่านั้น และเชื่อมต่อกันเพื่อทางานใดงานหนึ่งให้บรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้ ระบบ (System) คือ กลุ่มขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่ทางานร่วมกัน เพื่อจุดประสงค์อันเดียวกันและเพื่อให้เข้าใจในความหมายของคาว่าระบบที่จะต้องทาการวิเคราะห์ จึงต้องเข้าใจลักษณะของระบบก่อนลักษณะของระบบ ระบบมีลักษณะที่ควรรู้และศึกษา ดังนี้ 1. ระบบหมายถึง การรวมของส่วนย่อย ๆ ที่เกี่ยวข้องกัน ตั้งแต่ 1 ส่วนขึ้นไป เป็นหน่วยเดียวกัน เพื่อวัตถุประสงค์ หรือมีความมุ่งหมายอย่างเดียวกัน เช่น ระบบราชการแผ่นดิน ประกอบด้วยกระทวง ทะบวงกลม และกองต่างๆ หรือ ระบบสุริยะจักรวาล ประกอบด้วย ดวงดาวต่างๆ ที่อยู่กันเป็นกลุ่มเดียวกัน 2. ระบบ หมายถึง ระบบการทางานขององค์การต่างๆ ที่ประกอบด้วยระบบย่อยๆ หลายระบบรวมกันและทางาร่วมกัน ซึ่งจะต้องมีการปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อประโยชน์หรือโดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกันหรือ อย่างเดียวกัน เช่น ระบบโรงเรียน ระบบโรงพยาบาล ระบบธนาคาร ระบบบริษัท ระบบห้างร้านเป็นต้น 3. การทางานของหน่วยย่อยต่างๆ ของระบบ จะต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องประสารกัน โดยมีวัตถุประสงค์หรือ ความมุ่งหมาย ร่วมกันหรือ อย่างเดียวกัน ในองค์กรหนึ่ง อาจแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย หรือหลายแผนก โดยแต่ล่ะฝายหรือ แต่ล่ะแผนกจะมีหน้าที่ในการทางาน ร่วมประสานเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน 4. ระบบอาจถูกจาแนกเป็นประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือ หลายประเภท ทั้งนี้ สุดแต่ว่าใครเป็นผู้จาแนกจะเห็นว่าควรแบ่ง หรือควรจะจัดเป็นประเภทใด เช่น เป็นระบบเปิด หรือ ระบบปิด ระบบเครื่องจักรหรือ ระบบกึ่งเครื่องจักร เป็นต้นองค์ประกอบของระบบ การที่จะกล่าวหรือ อธิบายถึง องค์ประกอบของระบบว่า ประกอบด้วยอะไรบ้างนั้น ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องกับระบบ ซึ่งจะไม่เหมือนกัน แต่โดยทั่ว ๆไปแล้วมักจะแบ่งองค์ประกอบ ออกเป็น 2 องค์ประกอบใหญ่ๆ คือ
  • 2. 1. องค์ประกอบแบบ 6 M -Man คน -Money เงิน -Material วัสดุ -Machine เครื่องจักร -Management การบริหารระบบ -Morale ขวัญและกาลังใจ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 1.1 Man หมายถึง บุคลากร หรือ ผู้ที่จะต้องเกี่ยวข้องกะระบบงาน หรือหมายถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องกับระบบนั่นเอง อาจจะประกอบไปด้วยผู้บริหารระดับต่างๆ ซึ่งจะมีทั้งผู้บริหาร ระดับสูง ระดับกลางและระดับปฏิบัติงาน และอาจจะประกอบด้วยนักวิชาการในระดับต่างๆ แต่จะนับรวมลูกค้าหรือ ผู้บริโภค ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสาคัญไม่น้อยของระบบด้วยหรือไม่ ก็ย่อมสุดแล้วแต่นักวิชาการทางด้านบริหารระบบจะตัดสินใจ 1.2 Moneyหมายถึง เงินหรือทรัพย์สินที่มีค่าเป็นเงินของระบบ เช่น เงินทุน เงินสด เงินหมุนเวียนเงินค่าใช้จ่าย หรือเงินรายรับ รายจ่ายต่างๆ เหล่านี้ เป็นต้น ถ้าการเงินของระบบไมดีพอแล้ว ระบบนั้นย่อมจะประสบกับความยุ่งยากหรือ อาจถึงแก่การหายนะได้ เพราะฉะนั้น ระบบธุรกิจทุกชนิดจะต้องมีความระมัดระวัง ในเรื่องของการเงินเป็นพิเศษ 1.3 Materialหมายถึง ตัวสินค้าหรือ วัสดุที่ใช้ในการผลิตสินค้า ซึ่งเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่มีความสาคัญของระบบไม่น้อย ปัญหาในเรื่อง Material หรือสินค้าและวัสดุนี้ มี 2 ประการใหญ่ๆ 1.3.1 ประเภทแรกเป็นการขาดแคลดวัสดุ เช่น การขาดวัตถุดิบสาหรับใช้ในการผลิตสินค้าของโรงงานอุตสาหกรรม 1.3.2 ประการที่สอง คือ การมีวัตถุดิบมากเกินต้องการ เช่น มีสินค้าที่จาหน่าย หรือขายไม่ออกมากเกิดไปนั่นเอง 1.4 Machineหมายถึง เครื่องจักร อุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ในโรงงาน หรือในสานักงาน ซึ่งนับว่าเป็นองค์ประกอบที่สร้างปัญหา ให้กับระบบอย่างสาคัญประการหนึ่ง เหมือนกัน 1.5 Managementหมายถึง การบริหารระบบ ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทาให้ระบบเกิดปัญหา เพราะการบริหาร ที่ไม่ดีหรือการบริหาร ที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ขอสภาวะแวดล้อม หรือไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจและการเมือง 1.6 Moraleหมายถึง ขวัญและกาลังใจของบุคคลในระบบ หรือหมายถึง ค่านิยมของคนที่มีต่อระบบหรือต่อองค์กรมากกว่า ซึ่งเป็นค่านิยม ของคนในระบบที่มีขวัญและกาลังใจ ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ 2. องค์ประกอบแบบ 4 ส่วน 2.1 Inputข้อมูลหรือระบบข้อมูลที่ใช้เข้าสู่ระบบเพื่อประโยชน์ในการนาไปใช้ในการสารสนเทศเพื่อการบริหาร หรือเพื่อการตัดสินใจ ข้อมูลหลายอย่างมีอยู่หลายลักษณะด้วยกัน เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบสั่งซื้อสินค้าเป็นต้น 2.2 Processing *การปฏิบัติงานตามขั้นตอนต่างๆ *การควบคุมการปฏิบัติงาน
  • 3. *การตรวจสอบผลการปฏิบัติงาน *การรวบรวมผลข้อมูล *การตรวจสอบข้อมูล *การ Updateข้อมูล *การประมวลผลข้อมูลเพื่อให้ได้ Output 2.3 Outputผลการปฏิบัติงานต่างๆ *ข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติงาน *ข้อมูลที่ได้จากการประมวลผล *ใบรายงานต่างๆ จากการปฏิบัติงาน *ใบบันทึกการปฏิบัติงาน *การทาทะเบียนและบันชีต่างๆ 2.4 Feedbackข้อมูลย้อนกลับ หรือผลสะท้อนที่ได้จากการปฏิบัติงานกระบวนการ กระบวนการ คือ การแสดงถึงการทางานแต่ละ ขั้นตอนซึ่งอธิบายให้เห็น คือ - สิ่งที่ถูกกระทา -จะทาเมื่อไร -ใครเป็นคนทา -จะทาอย่างไร ซึ่งในการจะทาการศึกษาระบบใดๆ ก็ตามจะต้องทาความเข้าใจการทางานของระบบ นั้นๆ ให้ดีก่อนโดยการอาศัย คาถามข้างต้น4 ข้อ มาถามตนเองอยู่ตลอดเวลาประเภทของระบบ1. ระบบธรรมชาติและระบบที่คนสร้างขึ้น 1.1 ระบบธรรมชาติ หมายถึง ระบบทีแค่เป็นไปตามธรรมชาติ หรือปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติหรือโดยอาศัยธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ 1.2 ระบบที่คนสร้างขึ้น หมายถึง ระบบที่สร้างขึ้นซึ่งอาจเป็นการสร้างจากระบบธรรมชาติ หรืออาจจะไม่ได้ อาศัยระบบธรรมชาติเดิมก็ได้2. ระบบเปิด ระบบปิด 2.1 ระบบปิด หมายถึง ระบบที่มีการควบคุมการทางาน และการแก้ไขด้วยตัวของระบบเอง โดยระบบไม่เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอก เข้าไปปฏิบัติได้ด้วยตนเอง 2.2 ระบบเปิด หมายถึง ระบบที่ไม่มีการควบคุมการทางานด้วยตัวระบบเอง จะต้องดูแลควบคุมดูแลด้วยมนุษย์ ระบบที่เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้า ไปปฏิบัติงานได้ 3. ระบบคน ระบบเครื่องจักร และระบบเครื่องจักร-คน 3.1 ระบบคน หมายถึง ระบบที่มีการปฏิบัติงานส่วนใหญ่จะใช้แรงงานของคน หรือระบบที่ใช้แรงงานของคนในการทางานโดยตรง อาจจะมีเครื่องจักรช่วยในการทางานบ้างก็ได้ แต่จะต้องเป็นเครื่องจักรที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของคนโดยตรง
  • 4. 3.2 ระบบการทางานที่ใช้เครื่องจักร หมายถึง ระบบการทางานที่ใช้เครื่องจักรโดยตรง คือเครื่องจักรจะเป็นผู้ทางานให้ ซึ่งอาจจะใช้คนบ้างเพื่อควบคุมให้เครื่องจักรทางานไปได้เท่านั้น 3.3 ระบบคน-เครื่องจักร หมายถึง ระบบที่มีการทางานร่วมกัน ของคนและเครื่องจักรซึ่งจะต้องมีทั้งสองอย่าง จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ 4. ระบบหลักและระบบรอง 4.1 ระบบหลัก หมายถึง ระบบที่ได้วางไว้เป็นหลัก หรือแนวทางสาหรับ การกาหนด หรือสาหรับการจัดทาระบบรอง เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์บางอย่าง 4.2 ระบบรอง หมายถึง ระบบที่ช่วยเสริมระบบหลัก ให้สมบูรณ์หรือมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 5. ระบบใหญ่ 5.1 ระบบใหญ่ หมายถึง ระบบรวม หรือระบบที่รวบระบบย่อยๆ ตั้งแต่หนึ่ง ระบบขึ้นไป เพื่อปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์หรือ เป้าหมายเดียวกัน 5.2 ระบบย่อย หมายถึง ระบบย่อยของระบบใหญ่ เพื่อปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่งของระบบใหญ่ 6. ระบบธุรกิจ ระบบสารสนเทศ 6.1 ระบบธุรกิจระบบทางานเพื่อจุดประสงค์ด้านธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรม เป็นระบบธุรกิจ เพื่อจุดประสงค์ด้านการผลิต ระบบขนส่ง ระบบโรงแรม ระบบการพิมพ์ ระบบธนาคาร 6.2 ระบบสารสนเทศ ระบบที่ช่วยในการจัดการ ข้อมูลที่ต้องการใช้ในระบบธุรกิจ ช่วยเก็บตัวเลขและข่าวสาร เพื่อช่วยในการดาเนินธุรกิจและการตัดสินใจ 7. ระบบการประมวลผลข้อมูล (DS)หมายถึง ระบบข้อมูลของคอมพิวเตอร์ ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการ ของธุรกิจ เพื่อใช้ประมวลข้อมูลจานวนมากๆ เป็นประจา 8. ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (MIS)หมายถึงระบบที่นาข้อมูลมาทาการวิเคราะห์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อการสร้าง ข้อมูลให้กับนักบริหาร เพื่อประกอบการตัดสินใจ 9. ระบบช่วยการตัดสินใจ หมายถึง ระบบการทางานที่มีลักษณะ โครงสร้างการทางานคล้ายกับระบบสารสนเทศ เพื่อการบริหาร จะแตกต่างกันตรงที่ ระบบนี้ไม่ได้มีการนาข้อมูลมาใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น แต่ระบบนี้จะนาข้อมูล มาทาการวิเคราะห์พร้อมกับพิจารณา ถึงทางเลือกที่เป็นไปได้ทั้งหมดของธุรกิจระดับของผู้ใช้ระบบ เมื่อมีระบบเกิดขึ้นมาแล้วก็ย่อมต้องมีผู้ใช้ระบบเกิดตามขึ้นมาด้วย ผู้ใช้ระบบในที่นี้ หมายถึง บุคคลซึ่งเชื่อมโยง เกี่ยวข้อง หรือมีความสัมพันธ์ระบบ ประเภทของผู้ใช้ ระบบสามารถแบ่งออกตามขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างกว้างๆ เป็น 4 กลุ่ม คือ 1.เสมียนพนักงานและผู้ให้บริการ หมายถึง พนักงานที่มีหน้าที่เกี่ยวกับ การจัดกิจกรรมหรือ จัดกิจกรรมหรือ จัดทาข้อมูลในลักษณะที่ใช้ประจาวัน ในธุรกิจหรือหน่วยงานที่สังกัดอยู่ 2.หัวหน้าหน่วยหรือซุปเปอร์ไวเซอร์ หมายถึง ผู้ที่ทาหน้าที่ควบคุมกิจกรรมที่เกิดขึ้นประจาวันของธุรกิจ หรืออาจกล่าวอีกอย่างหนึ่ง คือ บุคคลกลุ่มนี้ จะทาหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานในกลุ่มของพนักงานเสมียนและผู้ให้บริการ
  • 5. 3.ผู้จัดการหรือผู้บริหารระดับกลาง หมายถึง บุคคลที่ทางานเกี่ยวกับแผนงานธุรกิจ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นแผนงานระยะสั้น ทาหน้าที่ คอยควบคุมและจัดการ ให้การปฏิบัติงานของหน่วยงานที่มีเป็นไปตามแผนงานระยะสั้น ที่ได้วางเอาไว้ 4.ผู้อานวยการหรือผู้บริหารระดับสูง หมายถึง บุคคลที่รับผิดชอบต่อการวางแผนระยะยาว และการกาหนดนโยบาย เพื่อให้ธุรกิจนั้นดาเนินไปได้ อย่างมีเป้าหมาย เป็นบุคคลที่จะมองธุรกิจไปข้างหน้าเสมอ

×