ตัวอย่างโครงงาน

38,707 views
38,264 views

Published on

0 Comments
3 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
38,707
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
120
Actions
Shares
0
Downloads
152
Comments
0
Likes
3
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ตัวอย่างโครงงาน

  1. 1. โครงงานกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช่วงชั้นที่ 3 โครงงานคณิตศาสตร์ เรื่อง การออกแบบลวดลายตกแต่งโคมไฟด้วยโปรแกรม GSP Design patterns decorate lamp with program GSP. (The Geometer’s Sketchpad) จัดทาโดย 1. เด็กชายปฏิภาณ นาครินทร์ 2. เด็กหญิงพิชญา วาดสูงเนิน 3. เด็กหญิงปภาวดี สานนท์ อาจารย์ที่ปรึกษา นางนรีรัตน์ นาครินทร์ โรงเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 อาเภอคาเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
  2. 2. • ชื่อโครงงาน การออกแบบลายโคมไฟ • โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad • (ซอฟต์แวร์สารวจเชิงคณิตศาสตร์เรขาคณิตพลวัต) • ชื่อผู้จัดทาโครงงาน • 1. เด็กชายปฏิภาณ นาครินทร์ • 2. เด็กหญิงพิชญา วาดสูงเนิน • 3. เด็กหญิงปภาวดี สานนท์ • อาจารย์ที่ปรึกษา • นางนรีรัตน์ นาครินทร์ • โรงเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ • ปีการศึกษา 2552
  3. 3. บทคัดย่อ • จากกระแสนิยมของผู้คน ของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการตกแต่งบ้านเรือน ที่อยู่อาศัยให้มีความ สวยงาม แปลกตา ทันสมัย และต้องการจับจ่ายได้ในท้องตลาดราคาย่อมเยามีความทนทาน ถาวร สวยงาม รวมทั้งไม่ทาลายทรัพยากรป่าไม้ของชาติอีกทางหนึ่งด้วย ทาให้เกิดสินค้าชนิดหนึ่งที่ใช้ ควบคู่กับการตกแต่งนั่นคือ การโคมไฟหลากสี หลายรูปแบบ ซึ่งจะเห็นว่าจากรูปแบบและลาย โคมไฟ มีกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถนามาเป็นอาชีพหารายได้ให้กับตนเองในหลาย รูปแบบ อาทิเช่น การเป็นตัวแทนจาหน่ายโคมไฟ การเป็นผู้ผลิตโคมไฟ เป็นช่างตกแต่ง ออกแบบลวดลาย ดีไซค์แบบให้เข้าสมัยกับบ้านที่หรูหรา และการเป็นผู้ออกแบบโคมไฟ เหล่านี้ ล้วนสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้ทั้งนั้น • ด้วยความรู้ความสามารถในเรื่องการใช้โปรแกรม คณิตศาสตร์เรขาคณิตพลวัต) เพื่อเป็นการฝึก การออกThe Geometer’sSketchpad (ซอฟต์แวร์สารวจเชิงคณิตศาสตร์ เรขาคณิตพลวัต) ที่มีอยู่ทาให้สมาชิกในกลุ่มตัดสินใจเลือกศึกษาการออกแบบลวดลายโคมไฟ โดยใช้โปรแกรม The Geometer’sSketchpad (ซอฟต์แวร์สารวจเชิงแบบ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ฝึกหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะออกแบบลวดลายโคมไฟ แบบใหม่ ๆ ต่อไปด้วยการสารวจความนิยมที่มีต่อลวดลายโคมไฟที่ออกแบบไปแล้ว • จากการสารวจลายโคมไฟความนิยมจากบุคคลต่างๆ ได้แก่ • โรงเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ข้าราชการในอาเภอคาเขื่อนแก้ว ประชาชนทั่วไปที่สนใจ
  4. 4. กิตติกรรมประกาศ • การจัดทาโครงงานคณิตศาสตร์ ประเภทประดิษฐ์เรื่อง การออกแบบลวดลาย โคมไฟ โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad (ซอฟต์แวร์สารวจเชิงคณิตศาสตร์เรขาคณิตพลวัต) ในครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์ลงได้ ด้วยดี เพราะได้รับคาแนะนาช่วยเหลือ และให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ จากนาง นรีรัตน์ นาครินทร์ อาจารย์ที่ให้คาแนะนาปรึกษา นอกจากนี้ยังมีกลุ่มประชากร ตัวอย่างที่เสียสละเวลาตอบแบบสารวจความนิยมลวดลายโคมไฟของเรา • ขอขอบคุณท่านผู้อานวยการโรงเรียน ผู้ช่วยผู้อานวยการ และบุคลากรใน โรงเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ทุกท่านที่ได้รับฟัง และให้ข้อเสนอแนะในการ นาเสนอโครงงานของเรา
  5. 5. บทที่ 1 สาระสาคัญและความเป็นมา จากการที่ได้ระดมความคิดเกี่ยวกับการ นารูปเรขาคณิตไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ในชีวิตประจาวันหรือนาไปสร้างรายได้เป็นอาชีพเสริมให้กับ ตนเองในอนาคต ทาให้เกิดทางเลือกที่หลากหลาย เช่น การนากล่อง บรรจุสินค้า การตัดกระดาษเป็นรูปเรขาคณิตแล้วนามาทาเป็นโมบายการ พับกระดาษให้เป็นรูปทรงเรขาคณิต การทาโคมไฟด้วยรูปเรขาคณิต เป็นต้น
  6. 6. • กลุ่มได้ร่วมกันพิจารณาทุกทางเลือกแล้วจึงตัดสินใจเลือกการทา กระเบื้องด้วยรูปเรขาคณิต และเราได้ระดมความคิดอีกครั้งเกี่ยวกับ อาชีพที่เป็นได้ในงานออกแบบโคมไฟซึ่งมีการเป็นผู้จาหน่าย การเป็น ผู้ผลิต การวาดลวดลายเพ้นท์สี และการเป็นผู้ออกแบบลายโคมไฟ เรา ได้ร่วมกันคิดพิจารณาถึงความเป็นไปได้ กอปรกับความรู้ความสามารถ และความถนัดส่วนตัวของสมาชิกทุกคนในกลุ่ม จึงได้ตัดสินใจเลือกที่ จะศึกษาการออกแบบลายโคมไฟโดยใช้รูปเรขาคณิตในการศึกษาครั้งนี้ • เราสามารถนาความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปฝึกปฏิบัติต่อจนเชี่ยวชาญ ก็จะสามารถสร้างงานให้กับอนาคตได้เหมือนกัน
  7. 7. บทที่ 2 วัตถุประสงค์ของการทาโครงงาน • ในการทาโครงงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ • 1. เพื่อเรียนรู้วิธีการในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง • 2. เพื่อฝึกการเก็บรวบรวมข้อมูล • 3. เพื่อฝึกทักษะการสื่อสาร ซึ่งมีการสัมภาษณ์ การสอบถาม • 4. เพื่อฝึกการออกแบบบันทึกข้อมูล และรู้จักการบันทึกข้อมูลดังกล่าว • 5. เพื่อฝึกการออกแบบลวดลายโคมไฟโดยใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ • 6. เพื่อฝึกการรายงานและการนาเสนอข้อมูล • 7. เพื่อให้รู้จักนาความรู้ทางคณิตศาสตร์ที่ได้ในห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน • 8. เพื่อให้มีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าคิดกล้าตัดสินใจ และกล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง • 9. เพื่อปลูกฝังนิสัยในการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ • 10. เพื่อใช้ข้อมูลเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจเลือกอาชีพในอนาคต •
  8. 8. ความรู้ / ข้อมูลพื้นฐานที่ต้องศึกษา • 1. ขนาดของโคมไฟ หลาย ๆ แบบ หลาย ๆ ขนาดที่แตกต่างกัน • 2. ความรู้ทางศิลปะ เช่น การเลือกใช้เฉดสี,เทคนิคการระบายสี,การเลือกสี ลวดลาย ที่จะทาให้ ชิ้นงานโดดเด่น เป็นต้น • 3. ความรู้เรื่องมาตราส่วนเพื่อช่วยในการย่อ/ขยายขนาดของลวดลายโคมไฟ • 4. ความรู้เรื่องการหาผลรวมของข้อมูล • 5. การหาพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากจากพื้นห้องจาลอง • 6. การคิดคานวณหาจานวนโคมไฟที่จะต้องใช้ในการตกแต่งบ้านแต่ละหลัง • 7. ความรู้เรื่องร้อยละ และกาไรขาดทุน • 8. ความรู้เรื่องการสร้างแผนภูมิรูปวงกลม • 9. การอ่านข้อมูลจากแผนภูมิรูปวงกลม • 10. เทคนิคการนาเสนอข้อมูลให้บุคคลทั่วไปสนใจรับฟัง และเข้าใจในสิ่งที่นาเสนอ
  9. 9. บทที่ 3 วิธีการดาเนินงาน • ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ได้ศึกษาและจัดทาโครงงานนี้ มีกิจกรรมเละขั้นตอนในการ ดาเนินงานดังต่อไปนี้ • 1. ปรึกษาหารือในกลุ่ม ร่วมกันวางแผนทางาน • 2. ร่วมกันออกแบบวิธีการหาความรู้ ข้อมูลพื้นฐานที่จาเป็น จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน • 3. มอบหมายหน้าที่ให้แก่สมาชิกแต่ละคน • 4. นัดหมาย วัน เวลา การออกหาข้อมูล • 5. ร่วมกันออกแบบลายโคมไฟโดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad (ซอฟต์แวร์สารวจเชิงคณิตศาสตร์เรขาคณิตพลวัต) โดยให้มีความแปลกใหม่ สวยงาม และสีสัน กลมกลืนกันมากที่สุด • 6. คัดเลือกแบบที่มีความสมบูรณ์ และบกพร่องน้อยที่สุด 5 แบบ (ออกแบบไว้9 ลวดลาย)
  10. 10. • 7. นาแบบที่ได้ออกสารวจความนิยมจากกลุ่ม ประชากรตัวอย่างซึ่งมี • - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์จานวน 50 คน • - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์จานวน 50 คน • - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์จานวน 50 คน • - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์จานวน 50 คน • - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์จานวน 50 คน • - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์จานวน 50 คน • - ข้าราชการครู-บุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ จานวน 40 คน • - ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์จานวน 20 คน • - ประชาชนทั่วไปในเขตอาเภอคาเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร จานวน 140 คน • 8. นาข้อมูลมาเสนอในรูปแบบแผนภูมิรูปวงกลมบนป้ายโครงงาน
  11. 11. แบบสารวจความนิยมการออกแบบลายโคมไฟโดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad (ซอฟต์แวร์สารวจเชิงคณิตศาสตร์เรขาคณิตพลวัต) ของนักเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ ระดับชั้น ที่ศึกษา ลายที่ 1 ลายที่ 2 ลายที่ 3 ลายที่ 4 ลายที่ 5 ผลรวม จานวนที่ สารวจ ชั้น ม.1 ///// (5) ///// / (6) ///// ///// ///// ///// ///// (25) //// (4) ///// ///// (10) 50 ชั้น ม.2 ///// / (6) ///// (5) ///// ///// ///// //// (19) ///// /// (8) ///// ///// // (10) 50 ชั้น ม.3 ///// /(6) // (2) ///// ///// ///// ///// / (21) ///// //// (9) ///// ///// // (12) 50 ชั้น ม.4 /////(5) ///// ///// (10) ///// ///// ///// (15) ///// /// (8) ///// ///// // (12) 50 ชั้น ม.5 / (1) ///// (5) ///// ///// ///// ///// ///// ///// ///// (35) ///// (5) //// (4) 50 ชั้น ม.6 // (2) ///// ///// /// (13) ///// ///// ///// ///// ///// (25) ///// /// (8) // (2) 50 รวม 25 43 140 42 50 300 คิดเป็นร้อยละ 8.3 14.3 46.7 14 16.7 100
  12. 12. แบบสารวจความนิยมการออกแบบลายโคมไฟโดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad (ซอฟต์แวร์สารวจเชิงคณิตศาสตร์เรขาคณิตพลวัต) ของกลุ่มข้าราชการ ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไป (จานวนความนิยม) ระดับชั้นที่ ศึกษา ลายที่ 1 ลายที่ 2 ลายที่ 3 ลายที่ 4 ลายที่ 5 ผลรวม จานวน ที่สารวจ กลุ่ม ข้าราชการ ///// (5) ///// (5) ///// ///// ///// (15) ///// // (7) ///// /// (8) 40 ผู้ ปกครอง /// (3) ///// (5) ///// ///// (10) / (1) / (1) 20 ประชาชนทั่วไป ///// //// (9) ///// ///// ///// ///// // (22) ///// ///// ///// ///// ///// ///// ///// ///// ///// ///// ///// ///// ///// ///// (70) ///// ///// ///// //// (19) ///// ///// ///// /// (20) 140 รวมจานวน ความนิยม 17 32 95 27 29 200 ร้อยละ 8.5 16.0 47.5 13.5 14.5 100
  13. 13. แผนภูมิรูปวงกลมแสดงความนิยมต่อการออกแบบลายโคมไฟ โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad (GSP) ของนักเรียนโรงเรียนคาเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ 14.3 14 16.7 8.3 46.7 โคมไฟรูปภาพที่ 2 สี โคมไฟรูปภาพที่ 3 สี โคมไฟรูปภาพที่ 4 สี โคมไฟรูปภาพที่ 5 สี โคมไฟรูปภาพที่ 1 สี
  14. 14. แผนภูมิรูปวงกลมแสดงความนิยมการออกแบบลายโคมไฟโดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad (GSP) ของกลุ่มข้าราชการ ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไป 168.5 13.5 14.5 47.5 โคมไฟลายที่ 1 โคมไฟลายที่ 2 โคมไฟลายที่ 3 โคมไฟลายที่ 4 โคมไฟลายที่ 5
  15. 15. แผนภูมิรูปวงกลมแสดงความนิยมต่อการออกแบบลายโคมไฟโดยใช้ โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad (GSP) ของกลุ่มประชากรตัวอย่างทั้งหมด 15.8 13.8 47 15 8.4 โคมไฟลายที่ 2 สี โคมไฟลายที่ 3 สี โคมไฟลายที่ 4 สี โคมไฟลายที่ 5 สี โคมไฟลายที่ 1 สี
  16. 16. การย่อขนาดลวดลายโคมไฟ เพื่อใช้ในการนาเสนอโครงงาน โดยใช้มาตราส่วนเข้ามา ช่วยในการย่อขยายลวดลายโคมไฟ ดังนี้ ลายโคมไฟที่ออกแบบ ขนาดโคมไฟจริง(กว้าง× ยาว)(ซ.ม.) มาตราส่วนที่ใช้ ขนาดโคมไฟจาลอง ขนาดที่ 1 ขนาดที่ 2 ขนาดที่ 1 ขนาดที่ 2 โคมไฟลายที่ 1 โคมไฟลายที่ 2 โคมไฟลายที่ 3 โคมไฟลายที่ 4 โคมไฟลายที่ 5 40 × 40 40 × 40 40 × 40 40 × 40 40 × 40 1 : 5 1 : 5 1 : 5 1 : 5 1 : 5 1 : 10 1 : 10 1 : 10 1 : 10 1 : 10 8 × 8 8 × 8 8 × 8 8 × 8 8 × 8 5 × 5 5 × 5 5 × 5 5 × 5 5 × 5
  17. 17. บทที่ 4 สรุปผลการศึกษา • ข้อมูลพื้นฐาน • 1. ขนาดของโคมไฟ มีหลายขนาด แต่ที่ได้รับความนิยมสูงสุด มี 3 ขนาด • 1.1 ขนาดใหญ่สุด กว้าง 40 เซนติเมตร ยาว 40 เซนติเมตร • 1.2 ขนาดกลาง กว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร • 1.3 ขนาดเล็ก กว้าง 20 เซนติเมตร ยาว 20 เซนติเมตร • จากการสอบถามร้านจาหน่ายโคมไฟ หลาย ๆ แห่ง ทราบว่า โคมไฟมีหลาย ขนาด ทั้งเป็นแบบวงกลม สามเหลี่ยม ทรงกรวย สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า และหลาย ๆ ขนาด แต่ที่ขายดีมากที่สุดจะเป็นขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาด ใหญ่ เรียงตามลาดับ
  18. 18. ประชากรตัวอย่าง จานวน (คน) ลายที่ 1 ลายที่ 2 ลายที่ 3 ลายที่ 4 ลายที่ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 50 5 6 25 4 10 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 50 6 5 19 8 10 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 50 6 2 21 9 12 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 50 5 10 15 8 12 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 50 1 5 35 5 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 50 2 13 25 8 2 กลุ่มข้าราชการ 40 5 5 15 7 8 ผู้ปกครอง 20 3 5 10 1 1 ประชาชนทั่วไป 140 9 22 70 19 20 รวมจานวนความนิยม 500 42 75 235 69 79 2. ผลการสารวจความนิยมที่มีต่อการออกแบบลายโคมไฟจากกลุ่มประชากรตัวอย่างเป็นดังนี้
  19. 19. จากตาราง พบว่า • โคมไฟลายที่ 3 ได้รับความนิยมสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 47 ส่วนโคมไฟลายที่ 5,2,4,1 ได้รับความนิยมรองมาเป็นลาดับ • นักเรียนที่มีอายุในช่วง 14-15 ปี มีความนิยมลายโคมไฟที่มีความแปลก ใหม่ รูปทรงอิสระไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ เหมือนกับลายที่ 3 • นักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 16-17 ปี มีความนิยมโคมไฟลายที่ 2 สูงสุดซึ่งเป็น ลายที่มีสีสันกลมกลืน มีความสมดุล การระบายสีมีความประณีต สวยงาม • กลุ่มข้าราชการ และประชาชนทั่วไป จะมีความนิยมในโคมไฟลายที่ 2 ลาย ที่ 3 และลายที่ 1 ใกล้เคียงกันมาก ซึ่งทั้ง 3 ลายเป็นการออกแบบที่มีความแปลก ใหม่ มีความประณีต ให้เฉดสีกลมกลืน ดูโปร่งสบายตา ทันยุคสมัย
  20. 20. แนวทางการนาข้อมูลไปใช้ • จากผลสารวจเห็นว่า กลุ่มประชากรตัวอย่างมีกาลังในการซื้อโคมไฟ คือกลุ่มข้าราชการ และ ประชาชนทั่วไป ดังนั้นแนวโน้มในการออกแบบลายโคมไฟจึงควรเป็นการผสมผสานกัน ระหว่าง 3 ลาย คือ ลายที่ 2 ลายที่ 3 และลายที่ 1 ควรมีความแปลกใหม่ ความประณีต สวยงาม ลงสีกลมกลืน ลวดลายดูโปร่งสบายคา ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย • นอกจากจะศึกษารูปแบบที่ได้รับความนิยมแล้ว จะต้องเก็บข้อมูลขนาดของโคมไฟ ที่ได้รับความนิยมด้วยเหมือนกัน ซึ่งควรนาลายที่ได้รับความนิยมสูงสุด ลงมาในขนาด โคมไฟ ที่ได้รับความนิยมสูงด้วยเช่นกัน หรือ นาลายที่ได้รับความนิยมรองลงมา มาลงใน ขนาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดก็สามารถทาได้ เพื่อเป็นเทคนิคทางการขาย
  21. 21. บทที่ 5 อภิปรายและข้อเสนอแนะ • การออกแบบลายโคมไฟโดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad(GSP) เป็นการออกแบบที่อิสระ ต้องใช้ความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ และต้องใช้ความสามารถทางด้านศิลปะ คือ การ เลือกใช้เฉดสี การวางรูปแบบเข้ามาช่วยเป็นอย่างมาก และก่อนที่จะลง มือปฏิบัติงานยังต้องศึกษาหาความรู้ข้อมูลพื้นฐานในหลาย ๆ ด้าน ให้ ครอบคลุมกับการที่จะทาทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลงานที่สมบูรณ์ที่สุด หลังจาก ออกแบบแล้วต้องศึกษาหาแนวทางของตลาดในอนาคตโดยการนามา สารวจความนิยม และข้อมูลที่ได้รับจากการสารวจมาช่วยประกอบการ เลือกแนวทางการทางานต่อไป
  22. 22. ข้อเสนอแนะ • จุดเด่น/จุดที่ภูมิใจ • การที่ได้ออกแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในชุมชนเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น และท้าทายทาให้เกิดความรับผิดชอบ เกิดความคิดแปลกใหม่ กล้าคิดกล้าทาและ กล้าตัดสินใจในเหตุการณ์รอบตัวมากขึ้น รวมทั้งภูมิใจที่มีผลงานมาจากการศึกษา จากแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยที่ไม่ต้องมีครูมาคอยบอก สามารถประยุกต์ใช้ได้ จริงเหมาะกับยุคเศรษฐกิจพอเพียงในขณะนี้ • จุดด้อย/จุดที่ไม่ภูมิใจ • ลายโคมไฟที่ออกแบบยังไม่มีความแปลกใหม่พอ การเลือกใช้เฉดสีบางลายยังทา ไม่ได้ดีเท่าที่ควรและการสารวจความนิยมจากกลุ่มประชาชนตัวอย่างที่มีกาลังซื้อ ยังมีจานวนไม่พอที่จะนามาเป็นข้อมูลตัดสินใจ (เวลาในการทดลองต้องขยายเพิ่ม)
  23. 23. การปรับปรุงงานในอนาคตที่ยากจะทา • 1. ออกแบบลายโคมไฟโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้มากขึ้น มีการ ประดับตกแต่งฐานโคมไฟจากเศษไม้และกระจกเงา ซึ่งจะทาให้โดด เด่นและชิ้นงานสมบูรณ์ตรงกับความต้องการของชุมชนมากขึ้น • 2. ศึกษางานทางด้านศิลปะเพิ่มขึ้น • 3. เพิ่มประชากรตัวอย่างที่มีกาลังซื้อให้มากกว่าเดิมในการสารวจความ นิยม
  24. 24. เอกสารอ้างอิง • ศึกษาธิการ, กระทรวง. สถานบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. หนังสือเรียนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. กรุงเทพ:โรงพิมพ์คุรุสภา, 2539. • _________________. สถานบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี. การออกแบบเชิง เรขาคณิต. กรุงเทพ:โรงพิมพ์คุรุสภา, 2543. • สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.). โครงงานกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช่วงชั้นที่ 2.-กรุงเทพฯ:พัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.). 2527. 176 หน้า • สมวงษ์ แปลงประสบโชค และคณะ. การทาโครงงานคณิตศาสตร์. • สมวงษ์ แปลงประสพโชคและคณะ สถาบันราชภัฎพระนคร กรุงเทพฯ 2547 รวม โครงงานคณิตศาสตร์ Learn and Play Mathgroup • คู่มือการทาโครงงาน 2547
  25. 25. ภาคผนวก
  26. 26. ลายโคมไฟ
  27. 27. ลายโคมไฟ
  28. 28. ลายโคมไฟ
  29. 29. ลายโคมไฟ
  30. 30. ลายโคมไฟ

×