Fooddiabe 03334

1,032 views

Published on

Published in: Health & Medicine
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
1,032
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
23
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Fooddiabe 03334

  1. 1. แนวทางเวชปฏิบติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ั และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผูสงอายุ ้ ู ISBN : 974-422-310-3 พิมพ์ครังที่ 1 : กันยายน 2549 ้ จำนวนพิมพ์ : 3,000 เล่ม พิมพ์ที่ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด
  2. 2. คำปรารภ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีพนธกิจในการพัฒนาการด้านการบำบัดรักษาและฟืนฟู ั ้ สมรรถภาพทางการแพทย์ฝ่ายกาย โดยมีการศึกษา วิจัย พัฒนา และถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีทาง การแพทย์ การเพิมพูนความรูและทักษะการปฏิบตงานแก่บคลากรทางการแพทย์ และการให้บริการทาง ่ ้ ัิ ุ การแพทย์เฉพาะด้าน หรือในระดับตติยภูมทซบซ้อนอย่างได้มาตรฐาน เพือให้ผมารับบริการพึงพอใจ ิ ่ี ั ่ ู้ กรมการแพทย์ โดยสถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ซึ่งรับผิดชอบงานวิชาการด้านผู้สูงอายุของ กระทรวงสาธารณสุข จากอัตราประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น โรคเรื้อรังพบว่าเป็นปัญหาที่พบมาก ในผูสงอายุ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผูสงอายุและครอบครัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ้ ู ้ ู และภาวะไขมั น ในเลื อ ดผิ ด ปกติ ด้ ว ยเหตุ น ี ้ จ ึ ง ได้ จ ั ด ทำแนวทางเวชปฏิ บ ั ต ิ ก ารดู แ ลโภชนบำบั ด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ สำหรับผู้สูงอายุ โดยมุ่งเน้นให้ แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ได้ทราบขั้นตอนการวินิจฉัย การวางแผนการรักษา และดูแลผู้ป่วย ผูสงอายุทมปญหาในโรคโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ทีมงหวัง ้ ู ่ี ี ั ่ ุ่ ให้ผู้สูงอายุสามารถควบคุมโรคได้สุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดี ในโอกาสนี้ กรมการแพทย์ ขอขอบพระคุณศาสตราจารย์นายแพทย์สรตน์ โคมินทร์ ประธาน ุั คณะทำงานจัดทำแนวทางเวชปฏิบตการดูแลโภชนบำบัดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และภาวะ ัิ ไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ และคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ และเสียสละเวลาอันมีค่ามาร่วมดำเนินการจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติฯ ฉบับนี้ อันจะเป็นประโยชน์ สำคัญต่อแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ต่อไป (นายแพทย์ชาตรี บานชืน) ่ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
  3. 3. - ว่าง -
  4. 4. คำนำ จากสถานการณ์สขภาพของประเทศไทย พบว่าปัญหาสุขภาพทีสำคัญของประเทศ 10 ลำดับแรก ุ ่ ส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรังทั้งสิ้น ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น โดยเฉพาะในกลุ่ม ผู้สูงอายุมีภาวะเสี่ยงและปัญหาสุขภาพเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ซึ่งปัญหาการเจ็บป่วยเหล่านี้มาจาก พฤติกรรมด้านสุขภาพเป็นส่วนใหญ่ และสามารถป้องกันการเกิดและยับยั้งความรุนแรงได้ โดย หันมาใส่ใจสุขภาพ และปรับเปลียนพฤติกรรมอย่างจริงจังและเป็นระบบ ่ สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรับผิดชอบงานวิชาการ ด้านผู้สูงอายุของกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำหนังสือแนวทางเวชปฏิบัติการดูแลโภชนบำบัด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ สำหรับผู้สูงอายุ เพื่อให้แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ได้ทราบขั้นตอนการวินิจฉัย การวางแผนการรักษา และดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุ ที่มีปัญหาในโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ทั้งนี้เพื่อให้ ผู้ป่วยสูงอายุได้รับการบริการด้านสุขภาพอย่างถูกต้องและเหมาะสม จะได้มีอายุยืนยาวขึ้น และมี คุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป (แพทย์หญิงวราภรณ์ ภูมสวัสดิ) ิ ์ ผูอำนวยการสถาบันเวชศาสตร์ผสงอายุ ้ ู้ ู
  5. 5. - ว่าง -
  6. 6. บทนำ ในปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ในประเทศเจริญขึ้นอย่างมาก และเศรษฐานะของชาติได้ เจริญขึน มีโครงการช่วยดูแลสุขภาพให้กบประชาชนชาวไทยมากขึน ทังทางการแพทย์และสาธารณสุข ้ ั ้ ้ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้ชาวไทยมีอายุยืนยาวขึ้น และต้องเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บที่เป็น ปัญหาจากการเสือมของร่างกาย พบว่าคนไทยมีสถิตของการเกิดเบาหวาน และความดันโลหิตสูงกันมากขึน ่ ิ ้ ซึ่งโรคทั้งสองนี้มีส่วนนำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยโรคอื่นๆ ตามมา อาทิ โรคหัวใจ และสมองขาดเลือด รวมทังไตก็เสือมได้งายขึนด้วย ดังนันสถาบันเวชศาสตร์ผสงอายุ กรมการแพทย์ สถาบันฯ ได้รบความ ้ ่ ่ ้ ้ ู้ ู ั ร่วมมือจากผูเ้ ชียวชาญด้านการทางแพทย์สาขาต่างๆ จากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ ่ แห่ ง ประเทศไทย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิ บ ดี คณะแพทยศาสตร์ ศ ิ ร ิ ร าชพยาบาล คณะสาธารณสุ ข ศาสตร์ สถาบั น วิ จ ั ย โภชนาการ มหาวิ ท ยาลั ย มหิ ด ล คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมอนามัย โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ประชุมระดมสมองความคิดเห็น ค้นคว้าข้อมูลเชิงประจักษ์ จัดทำเป็นแนวทางการดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ สำหรับผูสงอายุ ้ ู คณะทำงานหวังว่าแนวทางเวชปฏิบัติการดูแลโภชนบำบัดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ สำหรับผู้สูงอายุ จะได้เป็นประโยชน์กับแพทย์และบุคลากรทาง การแพทย์ในการนำไปปฏิบัติเพื่อการวินิจฉัยและดูแลรักษาได้เป็นอย่างดี (ศาตราจารย์นายแพทย์สรตน์ โคมินทร์) ุั ประธานคณะทำงาน
  7. 7. - ว่าง -
  8. 8. สารบัญ หน้า คำปรารภ คำนำ บทนำ แนวทางเวชปฏิบตการดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน สำหรับผูสงอายุ ัิ ้ ู แนวทางเวชปฏิบตการดูแลโภชนบำบัดในโรคความดันโลหิตสูง สำหรับผูสงอายุ ั ิ ้ ู แนวทางเวชปฏิบตการดูแลโภชนบำบัดในภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ สำหรับผูสงอายุ ั ิ ้ ู ภาคผนวก การประเมินภาวะโภชนาการ การวางแผนและการให้โภชนบำบัด แนวทางการให้ความรู้และคำปรึกษาด้านโภชนาการ การติดตามและประเมินผลการให้ความรู้และคำปรึกษาด้านโภชนาการ แบบประเมินระดับความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ ปริมาณพลังงานและโปรตีนที่ควรได้รับประจำ ปริมาณโซเดียม โปรแตสเซียม และคลอไรด์ทควรได้รบประจำ ่ี ั ปริมาณสารอาหารอ้างอิงทีควรได้รบประจำวัน (Dietary Reference Intake : (DRI)) ่ ั : ปริมาณวิตามินทีแนะนำสำหรับแต่ละบุคคล ่ ปริมาณสารอาหารอ้างอิงทีควรได้รบประจำวัน (Dietary Reference Intake : (DRI)) ่ ั : ปริมาณแร่ธาตุทแนะนำสำหรับแต่ละบุคคล ่ี ตารางแสดงความต้องการอาหารในผู้สูงอายุที่ไม่เป็นโรค และในผูสงอายุทเ่ี ป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิต และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ้ ู ตัวอย่างรายการอาหารเพือสุขภาพสำหรับผูสงอายุ 1 สัปดาห์ ่ ้ ู ธงโภชนาการ ตารางแสดงคุณค่าอาหารในหมวดรายการอาหารแลกเปลี่ยน ดัชนีน้ำตาลของอาหารไทยบางชนิด อาหารที่มีเกลือโซเดียมสูง อาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง บรรณานุกรม 11 19 25 29 30 33 35 36 38 40 40 41 42 43 46 50 51 52 53 55 56
  9. 9. - ว่าง - แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 10 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  10. 10. แนวทางเวชปฏิบตการดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน สำหรับผูสงอายุ ั ิ ้ ู แนวทางเวชปฏิบัตินี้เป็นเครื่องมือส่งเสริมคุณภาพของการบริการด้านสาธารณสุขที่เหมาะสมกับ ทรัพยากรและเงื่อนไขของสังคมไทยโดยหวังผลในการสร้างเสริมสุขภาพและแก้ไขปัญหาสุขภาพ ของคนไทยอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ข้อแนะนำต่างๆ ในแนวทางเวชปฏิบัตินี้มิใช่ข้อบังคับ ของการปฏิบัติ ผู้ใช้สามารถปฏิบัติแตกต่างไปจากข้อแนะนำนี้ได้ในกรณีที่สถานการณ์แตกต่าง ออกไปหรือมีเหตุทสมควร โดยใช้วจารณญาณและอยูบนพืนฐานหลักวิชาการและจรรยาบรรณ ่ี ิ ่ ้ วัตถุประสงค์ 1. มีแนวทางการให้โภชนบำบัดในโรคเบาหวานสำหรับผูสงอายุ ้ ู 2. ผูสงอายุทเ่ี ป็นโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้เพือลดภาวะแทรกซ้อน ้ ู ่ 3. เพือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แนวทางการดูแลโภชนบำบัดโรคเบาหวานสำหรับผูสงอายุแก่บคลากร ่ ้ ู ุ ทางการแพทย์และสาธารณสุข กลุ่มเป้าหมาย 1. แพทย์ 2. พยาบาล 3. นักโภชนาการ / โภชนากร / นักกำหนดอาหาร 4. เจ้าหน้าทีสาธารณสุข ่ คำนิยาม โรคเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซุลินได้เพียงพอ และ/ หรือร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซุลินได้ตามปกติ ทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและมีความผิดปกติ ทางเมตาบอลิสมอื่นๆ ตามมา ซึ่งหากไม่สามารถควบคุมความผิดปกติดังกล่าวได้ จะเกิดภาวะแทรกซ้อน ต่าง ๆ ทั้งหลอดเลือดขนาดเล็ก (Microvascular) เช่น โรคไต (diabetic nephropathy) โรคจอประสาทตา ผิดปกติ (diabetic retinopathy) โรคเส้นประสาทผิดปกติ (Diabeticneuropathy) และหลอดเลือดขนาดใหญ่ (Macrovascular) เช่น โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดส่วนปลายทีขา ่ แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 11 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  11. 11. สถานการณ์และสภาพปัญหา สถานการณ์ความชุกโรคเบาหวานในประเทศไทย พบร้อยละ 9.6 ของประชากรผูใหญ่ทมอายุ 35 ปี ้ ่ี ี ขึ้นไป (Aekplakorn W และคณะ ; 2546) เป็นโรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาทางสาธารณสุขและเป็นสาเหตุการตาย จากรายงานผู้ป่วยใน สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขพบว่า โรคเบาหวานมีแนวโน้ม เพิมขึนจาก 33.3 ต่อแสนประชากร ใน พ.ศ. 2528 เพิมเป็น 91.0 ใน พ.ศ. 2537 และเป็น 380.7 ต่อแสน ่ ้ ่ ประชากร ในปี พ.ศ. 2546 นอกจากนีจากการสำรวจในปี พ.ศ. 2539 ยังพบว่าผูปวยโรคเบาหวาน 2 ล้านคน ้ ้ ่ มีร้อยละ 48.7 ที่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวานและน้อยกว่าครึ่งที่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม (มูลนิธิ สาธารณสุขแห่งชาติ; 2541) นอกจากนีโรคเบาหวานยังเป็นสาเหตุการตายสูงในผูสงอายุ โดยเพิมขึนจาก 28.8 ้ ้ ู ่ ้ ต่อแสนประชากร ในปี พ.ศ. 2534 เป็น 66.7 ต่อแสนประชากร ในปี พ.ศ. 2546 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (สำนักนโยบายและแผน กระทรวงสาธารณสุข; การสาธารณสุขไทย 2544-2547) เมื่อพิจารณาจากรายงานเรื่องการสูญเสียปีสุขภาวะ (Disability Adjusted Life Years Loss : DALYs Loss) ซึ่งเป็นหน่วยเท่ากับการสูญเสียช่วงอายุของการมีสุขภาพที่ดีไปจำนวน 1 ปี (วันดี;2548) พบว่าเบาหวานเป็นปัญหาสำคัญของการสูญเสียปีสขภาวะของคนไทย โดยเพศหญิง คิดเป็นจำนวน 267,158 ุ DALYs loss ซึ่งสูงเป็นอันดับสามรองจากเอดส์ และโรคหลอดเลือดสมอง และเพศชาย คิดเป็นจำนวน 168,372 DALYs loss ซึ่งสูงเป็นอันดับห้า รองจากโรคเอดส์ อุบัติเหตุจราจร หลอดเลือดสมอง มะเร็งตับ (สำนักนโยบายและแผน กระทรวงสาธารณสุข;2542) จากสถานการณ์และสภาพปัญหาดังกล่าว บุคลากร สาธารณสุขจึงควรให้ความสนใจ ในการป้องกัน ดูแล บำบัด รักษา และฟื้นฟูโรคเบาหวาน เพื่อลดอัตราป่วย อัตราตาย ภาระโรค และเพิมคุณภาพชีวตของผูสงอายุ ่ ิ ้ ู ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน 1. โรคแทรกซ้อนเฉียบพลัน - ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ - ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมาก + ไม่มสารคีโตนคัง ี ่ {HYPERGLYCEMIA : HYPER OSMOLAR NONKETOTIC SYNDROME (HHNS)} - การติดเชือ ้ 2. โรคแทรกซ้อนเรือรัง ้ โรคแทรกซ้อนจากหลอดเลือดใหญ่ - โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ - โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน - ความดันโลหิตสูง - โรคหลอดเลือดตีบทีเ่ ท้า แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 12 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  12. 12. โรคแทรกซ้อนจากหลอดเลือดเล็ก - โรคแทรกซ้อนทางตา (DIABETIC RETINOPATHY) - โรคแทรกซ้อนทางไต (DIABETIC NEPHROPATHY) - โรคแทรกซ้อนทางระบบประสาท (DIABETIC NEUROPATHY) 1. โรคแทรกซ้อนเฉียบพลัน ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หมายถึงภาวะทีมนำตาลในเลือดต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลตร มักพบบ่อย ่ ี ้ ิ ในผูสงอายุ และทำให้เกิดหมดสติ ไม่รสกตัวได้ เกิดจาก ้ ู ู้ ึ - รับประทานอาหารน้อยกว่าปกติ /รับประทานอาหารผิดเวลา (สายเกินไป) - ฉีดอินซุลิน หรือรับประทานยาเม็ดลดระดับน้ำตาลมากเกินไป หรือพบในผู้ป่วยที่มีภาวะไต หรือตับเสือม ทำให้การทำลายหรือการขับยาออกจากร่างกายน้อยลง ฤทธิของยามากขึน ่ ์ ้ - ออกกำลังกายหรือทำงานมากกว่าปกติ อาการของภาวะน้ำตาลต่ำ หิว ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออกมาก มึนงง หงุดหงิด ถ้าเป็นมากอาจมี อาการชักเกร็ง หมดสติได้ การรักษาโดยให้นำหวาน น้ำตาลทันที อาการจะดีขนภายใน 5-10 นาที แต่ถาอาการมากไม่รสกตัว ้ ้ึ ้ ู้ ึ ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมาก และไม่มีสารคีโตนคั่ง มักพบในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หรือ ผู้สูงอายุที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดี เมื่อมีอาการเจ็บป่วยรุนแรง หรือการติดเชื้อ จะมีการหลั่งฮอร์โมนต่างๆ ซึงทำให้ความต้องการอินซุลนเพิมขึน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากจนเกิดอาการ ่ ิ ่ ้ อาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมาก ไม่มีสารคีโตนคั่ง เป็นอาการของภาวะน้ำตาลสูง เช่น กระหายน้ำมาก ปัสสาวะมาก อ่อนเพลีย น้ำหนักลด บางครังมีอาการชักกระตุก ซึมหมดสติ ้ การรักษา ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลให้การรักษาด้วยอินซุลิน จนกว่าระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ใน เกณฑ์ปกติ อาจเปลียนเป็นยาเม็ดลดระดับน้ำตาลได้ ่ การติดเชื้อ ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ดี มีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายที่พบบ่อย ได้แก่ วัณโรค ปอด การติดเชือระบบทางเดินปัสสาวะ การติดเชือรา เป็นต้น ้ ้ 2. โรคแทรกซ้อนเรือรัง ้ โรคแทรกซ้อนจากหลอดเลือดใหญ่ มีการตีบตันของหลอดเลือดใหญ่ ที่สำคัญได้แก่ หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ สมอง ทำให้เกิด อาการกล้ามเนือหัวใจขาดเลือด กล้ามเนือหัวใจตาย อัมพาต อัมพฤกษ์ หรือเกิดการตีบของหลอดเลือดไปเลียงขา ้ ้ ้ เกิดอาการปวดน่อง ถ้ามีการอุดตันของหลอดเลือด จนเกิดการตายของเนื้อเยื่อ ทำให้ต้องตัดขา นอกจากนี้ ยังพบความดันโลหิตสูงได้บอยในผูสงอายุ โดยเฉพาะความดันโลหิตสูงชนิดซิสโตลิก (SYSTOLIC HYPER่ ้ ู TENSION) แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 13 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  13. 13. โรคแทรกซ้อนจากหลอดเลือดเล็ก - โรคจอประสาทตาผิดปกติจากเบาหวาน (Diabetic Retinopathy : DR) มีความผิดปกติที่ จอประสาทตาเกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงเซลล์ที่จอรับภาพ เกิดอาการตามัวถ้าเป็นมาก จะมีเลือดออกในจอประสาทตาเกิดตาบอดได้ - โรคไตจากเบาหวาน (Diabetic nephropathy : DN) เกิดจากการตีบของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยง ไต ทำให้การทำงานของไตเสือมลง กรองของเสียไม่ได้ ทำให้มของเสียคังในเลือด เกิดไตวาย ภาวะไตเสือม ่ ี ่ ่ จากเบาหวานในระยะแรกไม่มอาการ อาศัยการตรวจหาอัลบูมนในปัสสาวะ เป็นการช่วยวินจฉัยตังแต่ระยะแรก ี ิ ิ ้ - โรคแทรกซ้อนทางระบบประสาท (Diabetic neuropathy) ที่พบบ่อยคืออาการจากระบบ ประสาทส่วนปลายเสือมมีอาการชา ความรูสกน้อยลง หรือไม่รสกเริมจากปลายนิวเท้า และลามขึนเรือยๆ อาการ ่ ้ ึ ู้ ึ ่ ้ ้ ่ ชาที่เท้าทำให้ไม่รู้สึกเจ็บอาจเกิดแผลลุกลามจนถึงต้องตัดขาได้ นอกจากนี้อาจพบอาการของเส้นประสาท ปวดแสบปวดร้อน ซึงมักพบในเส้นประสาททัวไปเลียงเท้าและขา ่ ่ ้ ปัจจัยที่ช่วยในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ให้พจารณาถึงปัจจัยดังต่อไปนี้ ิ 1. ดัชนีมวลกาย / เส้นรอบเอว (ภาคผนวก 30) 2. ระดับน้ำตาลในเลือด / ฮีโมโกบิน เอวันซี (HbA1c) 3. ระดับความดันโลหิต 4. ระดับโปรตีนในปัสสาวะ / micro albumin 5. พฤติกรรมการบริโภคอาหาร 6. การออกกำลังกาย / กิจกรรมทางกาย (physical activity) 7. การใช้ยา แนะนำให้ตรวจ micro albumin ในกรณีโปรตีนในปัสสาวะให้ผลลบ เป้าหมายการควบคุมน้ำหนักในผู้ป่วยเบาหวาน ในกรณีทนำหนักเกิน ควรลดน้ำหนักโดยมีเป้าหมายเพือให้ได้ดชนีมวลกาย/เส้นรอบเอวทีเ่ หมาะสม ่ี ้ ่ ั โดยเริมต้นลดร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักตัวปัจจุบน (ภาคผนวก 30) ่ ั แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 14 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  14. 14. เป้าหมายของการให้โภชนบำบัดในผู้ป่วยเบาหวาน 1. ให้ผู้ป่วยสามารถเลือกกินอาหารได้อย่างถูกต้องกับพยาธิสภาพของตัวผู้ป่วยเอง มีการกระจาย อาหาร/สารอาหารให้ได้พลังงานเพียงพอ 2. ให้ผปวยมีสวนร่วมในการปรับเปลียนพฤติกรรม ู้ ่ ่ ่ 3. รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงกับระดับปกติมากทีสด ่ ุ 4. รักษาน้ำหนักตัว / เส้นรอบเอว ให้อยูในเกณฑ์มาตรฐาน ่ 5. ควบคุมระดับไขมันในเลือดให้อยูในเกณฑ์มาตรฐาน ่ ทั้งนี้เพื่อป้องกัน ลดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง เพือคุณภาพชีวตทีดี ่ ิ ่ แนวทางการให้คำแนะนำโภชนบำบัดในผู้ป่วยเบาหวาน 1. ได้รับพลังงานและกระจายสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยง การเกิดโรคแทรกซ้อนอืนๆ ่ 2. ลดปริมาณบริโภคอาหารจำพวกน้ำตาล คาร์โบไฮเดรต ไขมันอิมตัว และโคเลสเตอรอลในอาหาร ่ (ปริมาณไขมันควรน้อยกว่าร้อยละ 20 ของปริมาณแคลอรี่ต่อวัน และไขมันอิ่มตัวควรน้อยกว่าร้อยละ 10 ของปริมาณแคลอรีตอวัน) ่่ 3. ลดปริมาณโซเดียมในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง โดยให้เกลือแกงไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน (เท่ากับ ปริมาณโซเดียม 2.4 กรัม หรือ 6 กรัมของโซเดียมคลอไรด์) (ภาคผนวก 53-54) 4. การเพิมปริมาณกากใยอาหาร ให้ได้ประมาณ 20-30 กรัมต่อวัน ่ 5. ปฏิบตตามตารางกำหนดอาหารเรืองของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน (ภาคผนวก 44-46) ัิ ่ 6. การกำหนดสัดส่วนของอาหาร พลังงานที่ควรได้รับต่อวัน (Energy requirement) รวมทั้งการ พิจารณาอุปนิสัยการบริโภค (Food habit) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนด และปรับแก้ไขการบริโภคที่ ไม่ถูกต้องเพื่อให้เกิดการสมดุล โดยปริมาณหรือจำนวนของสารอาหารแต่ละชนิดที่ผู้ป่วยควรได้รับต่อวัน และต่อมือ โดยคำนวณจากรายการอาหารแลกเปลียน (ภาคผนวก 51) ้ ่ แนวทางการให้คำแนะนำกิจกรรมทางกาย / การออกกำลังกายในผูปวยเบาหวาน ้ ่ 1. เพิมกิจกรรมทางกาย เช่น เดิน ทำงานบ้าน ่ 2. ควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสม อย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์ ครังละอย่างน้อย 20 นาที ้ 3. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในช่วงที่การควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี (poor metabolic control) คือ ระดับน้ำตาลมากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือ ระดับน้ำตาลน้อยกว่า 60 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือ มีจอประสาทตาผิดปกติจากเบาหวานระดับรุนแรง (Proliferative diabetic retinopathy) หรือมีโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ควรมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและกินอย่างเหมาะสมเพือป้องกันระดับน้ำตาล ่ ในเลือดต่ำ แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 15 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  15. 15. แนวทางการลดพฤติกรรมเสี่ยงในผู้ป่วยเบาหวาน ผูปวยเบาหวาน หรือกรณีทพบการบกพร่องของการเผาผลาญน้ำตาล แม้จะยังไม่เป็นหรือแสดงอาการ ้ ่ ่ี ของเบาหวาน ควรแนะนำให้เริมมีการปรับเปลียนวิถชวต (Life style modification) ให้เร็วทีสดเท่าทีจะทำได้ ่ ่ ี ีิ ่ ุ ่ ซึงจะช่วยในการควบคุมโรค ลดค่าใช้จาย และลดความเสียงในการเกิดโรคแทรกซ้อนของเบาหวานได้ โดย ่ ่ ่ 1. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ในผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี และกรณีจำเป็นให้ได้ ไม่เกินวันละ 1 ดริง) ้ 2. เลิก บุหรี่ แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 16 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  16. 16. Diabetes Medical Nutrition Therapy and Prevention of Complication Algorithm for Elderly เบาหวาน FPG ≥ 126 mg/dl./ 2 ครั้ง 2 hr. PPG ≥ 200 mg/dl การประเมิน - น้ำหนักตัว - เส้นรอบเอว - ประวัตการเจ็บป่วย - ประวัตการรับประทานอาหาร - กิจกรรมเคลื่อนไหว/ออกกำลังกาย ิ ิ - ดัชนีมวลกาย - ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ* - วิถการดำเนินชีวต - ความพร้อมในการปรับเปลียนรายพฤติกรรม** (Readiness to change) ี ิ ่ แนวทางการดูแลรักษา - เพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหว/ออกกำลังกาย - การวางแผนอาหาร : รับประทานอาหารในแต่ละวันให้เหมาะสม โดยกระจายมื้ออาหาร ไม่เน้นหนักมื้อใดมื้อหนึ่ง หลีกเลี่ยงอาหาร ที่มีพลังงานสูงโดยเฉพาะจาก คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น น้ำตาลและไขมัน ซึ่งเป็นสาเหตุของระดับน้ำตาลสูง จัดรายการอาหารให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล โดยอาจมีมอว่างด้วย เพิมปริมาณใยอาหาร 20-35 g/day ้ื ่ - ดัดแปลงอาหารอื่นๆ ที่นอกเหนือจากข้างต้นให้เหมาะสม เช่น อาหารผู้สูงอายุควรเป็นอาหารย่อยง่าย หรือนำค่าดัชนีน้ำตาล*** มาพิจารณาในการเลือกอาหาร - ควบคุมน้ำหนัก/เส้นรอบเอว ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ผอม BMI < 18.5 น้ำหนักเกิน/อ้วน BMI ≥ 25 กำหนดเป้าหมายของการ ลดน้ำหนักอย่างน้อย 5-10% ของน้ำหนักตัว ประเมินพลังงานทั้งวัน ถ้าพลังงานน้อยเกินไป ให้เพิ่มพลังงานให้เพียงพอ ตามความเหมาะสมของ แต่ละบุคคล อาจเพิ่ม อาหารหลัก อาหารว่าง และอาหารเสริม ไตรกรีเซอร์ไรด์ ≥ 150mg/dL LDL-C > 100 mg/dL3 ความดันโลหิต > 130/80 mmHg - ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะ น้ำตาลให้นอยกว่า 10% ของปริมาณ ้ พลังงานทีควรได้รบต่อวัน ่ ั - เพิมกรดไขมันไม่อมตัวตำแหน่งเดียว ่ ่ิ - เพิ่มโอเมก้า-3 ประเมินพลังงานจากอาหารทังวัน ้ ถ้าพลังงานเกิน ให้ลดพลังงานลง 250-1,000 กิโลแคลอรี่ จากพลังงาน ทีรบประทานตามปกติ ่ั โดยลดคาร์โบไฮเดรต และ/หรือ ไขมัน (โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว) ถ้า TG>500 mg/dL, ลดพลังงานจากไขมัน <15% ของพลังงาน ทั้งหมด - ลดไขมันอิมตัว< 7% ่ - โคเลสเตอรอล <200 mg/day - เพิ่มไขมันไม่อิ่ม ตำแหน่งเดียว - เพิมใยอาหารที่ ่ ละลายในน้ำ 10-25 g/day จำกัดโซเดียม < 2.4 g/day**** ถ้า proteinuria > 0.5 กรัม หรือ proteinuria เป็นบวก ให้จำกัดปริมาณโปรตีน 06-0.8 g/Kg/day ติดตามน้ำหนัก,ระดับน้ำตาล, HbA1c, การปรับสัดส่วนและกระจายมื้ออาหาร, รวมทั้งกิจกรรมการเคลื่อนไหว/ออกกำลังกาย พิจารณาการใช้ยาตามความเหมาะสม เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้ได้ตามเป้าหมาย * ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ระดับน้ำตาลในเลือด, micro albumin, HbA1c ถ้าทำได้ ** ภาคผนวก 38 *** ภาคผนวก 52 **** ภาคผนวก 53-54 แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 17 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  17. 17. - ว่าง - แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 18 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  18. 18. แนวทางเวชปฏิบตการดูแลโภชนบำบัดในโรคความดันโลหิตสูง สำหรับผูสงอายุ ั ิ ้ ู แนวทางเวชปฏิบัตินี้เป็นเครื่องมือส่งเสริมคุณภาพของการบริการด้านสาธารณสุขที่เหมาะสมกับ ทรัพยากรและเงื่อนไขของสังคมไทยโดยหวังผลในการสร้างเสริมสุขภาพและแก้ไขปัญหาสุขภาพ ของคนไทยอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ข้อแนะนำต่างๆ ในแนวทางเวชปฏิบัตินี้มิใช่ข้อบังคับ ของการปฏิบัติ ผู้ใช้สามารถปฏิบัติแตกต่างไปจากข้อแนะนำนี้ได้ในกรณีที่สถานการณ์แตกต่าง ออกไปหรือมีเหตุทสมควร โดยใช้วจารณญาณและอยูบนพืนฐานหลักวิชาการและจรรยาบรรณ ่ี ิ ่ ้ วัตถุประสงค์ 1. มีแนวทางการให้โภชนบำบัดในโรคความดันโลหิตสูงสำหรับผูสงอายุ ้ ู 2. ผูสงอายุทเ่ี ป็นโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันได้เพือลดภาวะแทรกซ้อน ้ ู ่ 3. เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แนวทางการดูแลโภชนบำบัดโรคความดันโลหิตสูงสำหรับผู้สูงอายุ แก่บคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ุ กลุ่มเป้าหมาย 1. 2. 3. 4. แพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ/ โภชนากร / นักกำหนดอาหาร เจ้าหน้าทีสาธารณสุข ่ คำนิยาม ความดันโลหิตสูง หมายถึง ระดับความดันโลหิตตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอท ขึ้นไป ผู้ป่วยที่ เป็นโรคนี้ หากไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน ทีสำคัญ ได้แก่ โรคกล้ามเนือหัวใจขาดเลือด ไตวาย โรคหลอดเลือดสมอง ทำให้เกิด อัมพฤกษ์ อัมพาต ่ ้ สถานการณ์และสภาพปัญหา จากรายงานสุขภาพโรคประมาณการปี 2543 ความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุการตาย 7.1 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 13 ของการตายทั้งหมด อีกทั้งยังทำให้เกิดการสูญเสียสุขภาวะ และก่อให้เกิดภาระโรค จากรายงานการสำรวจความชุกของโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนไทย ในการศึกษาการสำรวจระดับชาติ โรคความดันโลหิตสูง ในปี 2537-2538 พบความดันโลหิตสูงอย่างเดียวในผู้สูงอายุ ร้อยละ 24.3 และพบ ความดันโลหิตสูงร่วมกับมีประวัติ ร้อยละ 32.4 จากสถิตสาธารณสุขพบความดันโลหิตสูง/หลอดเลือดในสมอง ิ เป็นสาเหตุการตายสูงเป็นอันดับ 3 ของคนไทย รองจากโรคมะเร็ง อุบัติเหตุ และการเป็นพิษ และมีแนวโน้ม แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 19 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  19. 19. เพิ่มขึ้น โดยมีอัตราตาย 18.9 ต่อแสนประชากร ในปี 2543 เพิ่มเป็น 34.8 ต่อแสนประชากรในปี 2547 โดยผูปวยโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 4 ล้านคน มีเพียงร้อยละ 26.6 ทีทราบว่าป่วย ในขณะทีผปวยได้รบการ ้ ่ ่ ่ ู้ ่ ั รักษาที่เหมาะสมลดลงจาก ร้อยละ 61.5 ในปี 2534 เป็นร้อยละ 50.8 ในปี2539 จากรายงานแนวโน้มอัตรา ความชุกโรคความดันโลหิตสูงของผู้สูงอายุไทยพบร้อยละ 25 ในปี 2537 และร้อยละ 20 ในปี 2545 (สำนักงานสถิติแห่งชาติ; 2537,2545) จากการศึกษาในเขตเมืองและเขตชนบท พบว่าผู้ที่อยู่ในเขตเมือง จะเป็นโรคนีสงกว่า และมีแนวโน้มเพิมขึน โดยปี 2528 ในเขตเมืองเพิมความชุกจาก ร้อยละ 28 เป็น ร้อยละ 36.5 ้ ู ่ ้ ่ ในปี 2541 (สุทธิชัย;2543) และจากผลกระทบของสุขภาพที่เกิดจากความดันโลหิตก่อให้เกิดปัญหาเรื่อง ของโรคเรื้อรังอาทิ โรคหัวใจ โรคไต การให้การดูแล บำบัด รักษา ที่เหมาะสมถูกต้อง โดยผู้ป่วยมีส่วนร่วม ในการปรับเปลียนพฤติกรรม เพือควบคุมโรคของตนเอง จะช่วยลดภาระโรคลดค่าใช้จายด้านสุขภาพ ลดอัตรา ่ ่ ่ ตาย และเพิมคุณภาพชีวตของคนไทย อุบตการณ์ในผูสงอายุ ่ ิ ัิ ้ ู ภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูง 1. โรคหลอดเลือดสมอง (Cerebrovascular disease) ischemic stroke hemorrhagic stroke transient ischemic attack 2. โรคหลอดเลือดหัวใจ (Cardiovascular disease) Left ventricular hypertrophy (EKG or echocardiography) myocardial infarction angina coronary revascularlization congestive heart failure 3. โรคไต (Renal disease) albuminuria nephrosclerosis end stage renal disease 4. โรคหลอดเลือดส่วนปลาย (Peripheral vascular disease) aortic aneurysm dissecting aneurysm intermittent claudication 5. จอประสาทตาผิดปกติจากความดันโลหิตสูง (Hypertensive retinopathy grade I-IV) แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 20 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  20. 20. ปัจจัยที่ช่วยในการดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ให้พจารณาถึงปัจจัยดังต่อไปนี้ ิ 1. ดัชนีมวลกาย / เส้นรอบเอว (ภาคผนวก 30) 2. พฤติกรรมการบริโภคอาหาร 3. การออกกำลังกาย / กิจกรรมทางกาย (physical activity) 4. การใช้ยา 5. ความเครียดและการจัดการกับความเครียด เป้าหมายการควบคุมความดันโลหิต ควบคุมความดันโลหิตให้นอยกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ้ เป้าหมายการให้โภชนบำบัดในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 1. ให้ผู้ป่วยสามารถเลือกกินอาหารได้อย่างถูกต้องกับพยาธิสภาพของตัวผู้ป่วยเอง มีการกระจาย อาหาร/สารอาหารให้ได้พลังงานเพียงพอ 2. ให้ผปวยมีสวนร่วมในการปรับเปลียนพฤติกรรม ู้ ่ ่ ่ 3. รักษาระดับความดันโลหิตให้ใกล้เคียงกับระดับปกติมากทีสด ่ ุ 4. รักษาน้ำหนักตัว / เส้นรอบเอว ให้อยูในเกณฑ์มาตรฐาน ่ 5. ควบคุมระดับไขมันในเลือดให้อยูในเกณฑ์มาตรฐาน ่ 6. ความเครียดและวิธการจัดการกับความเครียดทีเ่ หมาะสม ี ทั้งนี้เพื่อป้องกัน ลดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง เพือคุณภาพชีวตทีดี ่ ิ ่ หลักการในการกำหนดอาหารในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 1. ได้รับพลังงานและกระจายสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อรักษาระดับความดันโลหิต ลดความเสี่ยง การเกิดโรคแทรกซ้อนอืนๆ ่ 2. จำกัดปริมาณโซเดียม จะช่วยลดความดันโลหิตสูง และลดการใช้ยา การลดปริมาณโซเดียม ในอาหาร ควรลดโซเดียมให้เหลือไม่เกิน 100 มิลลิโมล/วัน คือ 2.4 กรัมของโซเดียม หรือ 6 กรัม ของ โซเดียมคลอไรด์ (เกลือแกง 1 ช้อนชา) จะสามารถลด Systolic blood pressure (SBP) ลงได้ 2-8 มิลลิเมตรปรอท 3. การเพิ่มปริมาณกากใยอาหาร ให้มีปริมาณและมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น โดยแนะนำให้ บริโภคอาหารทีอดมไปด้วยพืช / ผัก / ผลไม้ ลดปริมาณไขมันจากสัตว์ ลดปริมาณไขมันอิมตัวจะทำให้สามารถลด ุ่ ่ SBP 8-14 มิลลิเมตรปรอท 4. การกำหนดสัดส่วนของอาหาร พลังงานที่ควรได้รับต่อวัน (Energy requirement) รวมทั้งการ พิจารณาอุปนิสัยการบริโภค (Food habit) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนด และปรับ แก้ไขการบริโภคที่ ไม่ถูกต้องเพื่อให้เกิดการสมดุล โดยปริมาณหรือจำนวนของสารอาหารแต่ละชนิดที่ผู้ป่วยควรได้รับต่อวัน และต่อมือ โดยคำนวณจากรายการอาหารแลกเปลียน (ภาคผนวก 51) ้ ่ แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 21 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  21. 21. การดูแลรักษาโรคความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยสูงอายุ 1. การดูแลรักษาโดยไม่ใช้ยา (Non pharmacological therapy) โดยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต/ พฤติกรรม รวมทังการให้สขศึกษาระหว่างผูปวยและทีมสหสาขาวิชา ซึงประกอบด้วย ้ ุ ้ ่ ่ - การให้การดูแลโภชนาการ - การออกกำลังกาย - การเลิกบุหรี่ - การควบคุมน้ำหนักตัว 2. การใช้ยา (Pharmacological therapy) แนวทางการลดน้ำหนักเพื่อป้องกันและควบคุมความดันโลหิตสูง คนทีนำหนักเกินควรลดน้ำหนัก โดยการควบคุมดัชนีมวลกายให้อยูในเกณฑ์ทเ่ี หมาะสม คือ 18.5่ ้ ่ 24.9 กิโลกรัม/ตารางเมตร หรืออย่างน้อย ควรลดให้ได้ ร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักตัวที่เป็นอยู่ ในการนี้จะ สามารถลด Systolic blood pressure (SBP) และ Diastolic blood pressure (DBP) ลงได้ 5-10 มิลลิเมตรปรอท ต่อ 10 กิโลกรัม โดยประมาณ ความดันโลหิตสูงมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับน้ำหนักเกิน/อ้วน การควบคุม ความดันโลหิตสูง พบว่า ร้อยละ 50 ของผูมนำหนักเกินจะมีภาวะความดันโลหิตสูงถึงร้อยละ 20-30 ้ ี ้ การลดน้ำหนัก เป็นการบำบัดรักษาความดันโลหิตสูงโดยไม่ใช้ยา จะเพิ่มประสิทธิภาพของการ ควบคุมความดันโลหิต และลดความเสียงของโรคหลอดเลือดหัวใจ ่ แนวทางกิจกรรมทางกาย/การออกกำลังกายเพื่อป้องกันและควบคุมความดันโลหิตสูง กิจกรรมทางกาย (Physical activity)/การออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ เช่น การเดิน การวิ่ง การว่ายน้ำ อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที เกือบทุกวัน จะสามารถช่วยลด SBP 4-9 มิลลิเมตรปรอท โดยประมาณ ประโยชน์ของกิจกรรมทางกาย/การออกกำลังกาย มีประโยชน์ทงในการป้องกันและบำบัดความดันโลหิตสูง ้ั - เพิ่มสมรรถภาพและสถานะสุขภาพ - ลดความเสียงและการตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ่ - การเดิน 30-45 นาที เกือบทุกวัน จนอัตราการเต้นของหัวใจ อยู่ที่ 75% ของ 220 - อายุ มีประสิทธิภาพ ได้ผลเพียงพอ และประหยัดค่าใช้จ่าย ส่วนการออกกำลังกายอย่างอื่น เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ จะเพิมสันทนาการในการออกกำลังกาย ่ แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 22 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  22. 22. แนวทางการลดพฤติกรรมเสี่ยงในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 1. ลด ละ เลิ ก การบริ โ ภคเครื ่ อ งดื ่ ม แอลกอฮอล์ เพราะมี ค วามสั ม พั น ธ์ โ ดยตรงกั บ ระดั บ ความดันโลหิตทังต่อ SBP และ DBP ผูทบริโภคเครืองดืมแอลกอฮอล์มากกว่าปริมาณมาตรฐานทียอมรับได้ ้ ้ ่ี ่ ่ ่ จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นความดันโลหิตสูงมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้พิษสุราเรื้อรัง ก็ เ ป็ น สาเหตุ ข องความดั น โลหิ ต สู ง ร่ ว มด้ ว ย พบว่ า แอลกอฮอล์ จ ะลดประสิ ท ธิ ภ าพของยาลดความดั น และให้ปริมาณแคลอรี่สูงเกินความจำเป็น การจำกัดการบริโภคแอลกอฮอล์ไม่เกิน 1 ดริ้งต่อวัน จะสามารถ ลด SBP 2-4 มิลลิเมตรปรอท 2. เลิกสูบบุหรี่ เพราะนิโคตินจะเพิมระดับความดันโลหิต และเป็นปัจจัยเสียงของหลอดเลือดแข็งตัว ่ ่ ควรแนะนำให้เลิกบุหรี่ 3. ลดความเครียด แม้วายังไม่มผลการศึกษาระยะยาวเรืองการคลายเครียดกับการลดความดันโลหิตสูง ่ ี ่ พบว่าการบำบัดด้วยการคลายเครียด (Relaxation therapy) สามารถจะเพิมคุณภาพชีวตของผูปวย และลดความ ่ ิ ้ ่ เสียงของโรคหลอดเลือดหัวใจ ่ แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 23 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  23. 23. Hypertension Medical Nutrition Therapy and Prevention of Complication Algorithm for Elderly ความดันโลหิตสูง BP ≥ 140/90 mmHg การประเมิน - น้ำหนักตัว - ดัชนีมวลกาย - ประวัตการรักษา - ประวัตการรับประทานอาหาร - กิจกรรมเคลื่อนไหว/ออกกำลังกาย ิ ิ - เส้นรอบเอว - ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ* - วิถการดำเนินชีวต - ความพร้อมในการปรับเปลียนรายพฤติกรรม** (Readiness to change) ี ิ ่ แนวทางการดูแลรักษา - การวางแผนอาหาร : รับประทานอาหารในแต่ละวันให้เหมาะสมรวมถึงอาหารทีมลกษณะเหมาะสมกับผูสงอายุ เช่น อาหาร ่ ีั ้ ู ทีมเี ส้นใยอาหาร อาหารย่อยง่าย*** ่ จำกัดโซเดียม < 2.4 กรัมต่อวัน**** ถ้า proteinuria มากกว่า 0.5 กรัม หรือ proteinuria เป็นบวก ให้จำกัดปริมาณโปรตีน 0.6-0.8 g/Kg/day จัดรายการอาหารให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล - ควบคุมน้ำหนักให้อยูในเกณฑ์ทเ่ี หมาะสม ่ ผอม BMI<18.5 ประเมินพลังงานทั้งวัน ถ้าพลังงานน้อยเกินไป ให้เพิ่มพลังงานให้ เพียงพอตามความ เหมาะสมของแต่ละ บุคคล อาจเพิม ่ อาหารหลัก อาหารว่าง และอาหารเสริม น้ำหนักเกิน/อ้วน BMI ≥ 25 ไตรกรีเซอร์ไรค์ ≥ 150mg/dL กำหนดเป้าหมาย ของการลดน้ำหนัก อย่างน้อย 5-10% ของน้ำหนักตัว - ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะน้ำตาล ให้นอยกว่า 10% ้ ของปริมาณพลังงานที่ควรได้รับ ต่อวัน - เพิ่มกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่ง เดียว - เพิมโอเมก้า-3 ่ ประเมินพลังงานจากอาหาร ทังวัน ถ้าพลังงานเกิน ให้ลด ้ พลังงานลง 250-1,000 กิโลแคลอรี่ จากพลังงานทีรบประทาน ่ั ตามปกติ โดยลดคาร์โบไฮเดรต และ/หรือไขมัน (โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว) LDL-C > 100 mg/dL - ลดไขมันอิมตัว < 7% ่ - โคเลสเตอรอล < 200 mg/day - เพิ่มไขมันไม่อิ่ม ตำแหน่งเดียว - เพิมใยอาหารทีละลาย ่ ่ ในน้ำ 10-25 g/day ภาษาไทย ้ FPG ≥ 126 mg/dl./ 2 ครัง 2 hr. PPG ≥ 200 mg/dl ดูแผนแนวทางเวชปฏิบัติ โภชนบำบัด โรคเบาหวาน หน้า 17 ถ้า TG>500 mg/dL, ลดพลังงานไขมัน <15% ของพลังงานทั้งหมด ติดตามน้ำหนัก,ระดับความดันโลหิต, การปรับเปลียนพฤติกรรมการบริโภค, รวมทังกิจกรรมการเคลือนไหว/ออกกำลังกาย ่ ้ ่ พิจารณาการใช้ยาตามความเหมาะสม เพื่อควบคุมระดับความดันโลหิตให้ได้ตามเป้าหมาย * ผลตรวจทางห้องปฏิบตการ proteinuria / microalbuminuria ถ้าทำได้ ั ิ ** ภาคผนวก 38 *** ภาคผนวก 46 **** ภาคผนวก 53-54 แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 24 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  24. 24. แนวทางเวชปฏิบตการดูแลโภชนบำบัดในภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ สำหรับผูสงอายุ ั ิ ้ ู แนวทางเวชปฏิบัตินี้เป็นเครื่องมือส่งเสริมคุณภาพของการบริการด้านสาธารณสุขที่เหมาะสมกับ ทรัพยากรและเงื่อนไขของสังคมไทยโดยหวังผลในการสร้างเสริมสุขภาพและแก้ไขปัญหาสุขภาพ ของคนไทยอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ข้อแนะนำต่างๆ ในแนวทางเวชปฏิบัตินี้มิใช่ข้อบังคับ ของการปฏิบัติ ผู้ใช้สามารถปฏิบัติแตกต่างไปจากข้อแนะนำนี้ได้ในกรณีที่สถานการณ์แตกต่าง ออกไปหรือมีเหตุทสมควร โดยใช้วจารณญาณและอยูบนพืนฐานหลักวิชาการและจรรยาบรรณ ่ี ิ ่ ้ วัตถุประสงค์ 1. มีแนวทางการให้โภชนบำบัดในภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ สำหรับผูสงอายุ ้ ู 2. ผู้สูงอายุที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสามารถควบคุมระดับไขมันในเลือดได้เพื่อลดภาวะ แทรกซ้อน 3. เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แนวทางการดูแลภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ สำหรับผู้สูงอายุ แก่บคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ุ กลุ่มเป้าหมาย 1. 2. 3. 4. แพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ / โภชนากร / นักกำหนดอาหาร เจ้าหน้าทีสาธารณสุข ่ คำนิยาม ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ (Dyslipidemia) คือ ระดับไขมันในเลือดที่มีโคเลสเตอรอล มากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ระดับไตรกรีเซอไรด์ มากกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ระดับ HDL-cholesterol (HDL-C) หรือไขมันดี น้อยกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ระดับ LDL-cholesterol (LDL-C) หรือไขมันเลว มากกว่า 130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ส่งผลกระทบให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดส่วนปลาย หลอดเลือดสมองตีบ แตก ตัน และปัญหาสุขภาพอืนๆ ่ สถานการณ์และสภาพปัญหา ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง แตก ตีบ ตัน สถิติจากกระทรวงสาธารณสุข ปี 2546 พบว่า โรคหัวใจ เบาหวาน อัมพาต เป็นสาเหตุการตายอันดับต้นของผูสงอายุไทย และมีแนวโน้มเพิมขึน ้ ู ่ ้ แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 25 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  25. 25. ปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ 1. อายุ ในผูชาย อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 45 ปี ในผูหญิง อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 55 ปี ้ ้ 2. พันธุกรรม การมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่ก่อนอายุ 55 ปี ในบิดา หรือญาติเพศชายสายตรง หรือมารดาและญาติผหญิงสายตรงก่อนอายุ 65 ปี ู้ 3. สูบบุหรีเ่ ป็นประจำ 4. ความดันโลหิตสูง (≥ 140/90 มิลลิเมตรปรอท) 5. ภาวะอ้วนและใช้ชีวิตนั่งๆ นอนๆ แม้จะไม่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักแต่ต้องพิจารณาให้คำแนะนำ เพื่อควบคุมโรค เนื่องจากภาวะอ้วนส่งผลกระทบต่อภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ทำให้ ระดับ HDL-C น้อย และเกิดปัญหาโรคเบาหวานขึ้น ระดับ HDL-C ≥ 60 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เป็นปัจจัยลด โรคหลอดเลือดหัวใจได้ ปัจจัยที่ช่วยในการดูแลผู้ป่วยภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ให้พจารณาถึงปัจจัยดังต่อไปนี้ ิ 1. ดัชนีมวลกาย/เส้นรอบเอว (ภาคผนวก 30) 2. พฤติกรรมการบริโภคอาหาร 3. การออกกำลังกาย/กิจกรรมทางกาย (physical activity) 4. การใช้ยา 5. ความเครียดและการจัดการกับความเครียด เป้าหมายการลดภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ระดับไขมันในเลือด ทีมโคเลสเตอรอล น้อยกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลตร ่ ี ิ ระดับไตรกรีเซอไรด์ น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลตร ิ ระดับ HDL-cholesterol (HDL-C) หรือไขมันดี มากกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลตร ิ ระดับ LDL-cholesterol (LDL-C) หรือไขมันเลว น้อยกว่า 130 มิลลิกรัมต่อเดซิลตร ิ ผูทมระดับไขมันในเลือดผิดปกติแม้วาจะไม่มอาการ ควรแนะนำให้ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย ้ ่ี ี ่ ี อย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารไขมันต่ำ ลดอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง และอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีกากใย โดยเฉพาะใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ (Soluble Fiber) ในผู้ป่วยที่มี น้ำหนักเกินควรให้คำแนะนำเพื่อลดน้ำหนักโดยให้การควบคุมปริมาณที่รับประทานในแต่ละวัน ควรลด น้ำหนักโดยมีเป้าหมายเพือให้ได้ดชนีมวลกายทีเ่ หมาะสม โดยเริมต้นลดร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักตัวปัจจุบน ่ ั ่ ั แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 26 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  26. 26. เป้าหมายการให้โภชนบำบัดในผู้ป่วยภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ 1. ให้ผู้ป่วยสามารถเลือกกินอาหารได้อย่างถูกต้องกับพยาธิสภาพของตัวผู้ป่วยเอง มีการกระจาย อาหาร/สารอาหารให้ได้พลังงานเพียงพอ 2. ให้ผปวยมีสวนร่วมในการปรับเปลียนพฤติกรรม ู้ ่ ่ ่ 3. 4. 5. 6. รักษาระดับความดันโลหิตให้ใกล้เคียงกับระดับปกติมากทีสด ่ ุ รักษาน้ำหนักตัว / เส้นรอบเอว ให้อยูในเกณฑ์มาตรฐาน ่ ควบคุมระดับไขมันในเลือดให้อยูในเกณฑ์มาตรฐาน ่ ความเครียดและวิธการจัดการกับความเครียดทีเ่ หมาะสม ี ทังนีเ้ พือป้องกัน ลดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง ้ ่ หลักการในการกำหนดอาหารในผู้ป่วยภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ 1. ได้รับพลังงานและกระจายสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อรักษาระดับความดันโลหิต ลดความเสี่ยง การเกิดโรคแทรกซ้อนอืนๆ ่ 2. ลดปริมาณบริโภค ไขมันอิมตัว และโคเลสเตอรอลในอาหาร (ปริมาณไขมันควรน้อยกว่าร้อยละ 20 ่ ของปริมาณแคลอรีตอวัน และไขมันอิมตัวควรน้อยกว่าร้อยละ 10 ของปริมาณแคลอรีตอวัน) ่่ ่ ่่ 3. การเพิมปริมาณกากใยอาหาร ให้มปริมาณและมีความหลากหลายเพิมมากขึน โดยแนะนำให้บริโภค ่ ี ่ ้ อาหารทีอดมไปด้วยพืช / ผัก / ผลไม้ ลดปริมาณไขมันจากสัตว์ ลดปริมาณไขมันอิมตัว ุ่ ่ 4. การกำหนดสัดส่วนของอาหาร พลังงานที่ควรได้รับต่อวัน (Energy requirement) รวมทั้งการ พิจารณาอุปนิสัยการบริโภค (Food habit) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนด และปรับแก้ไขการบริโภค ที่ไม่ถูกต้องเพื่อให้เกิดการสมดุล โดยปริมาณหรือจำนวนของสารอาหารแต่ละชนิดที่ผู้ป่วยควรได้รับต่อวัน และต่อมือ โดยคำนวณจากรายการอาหารแลกเปลียน (ภาคผนวก 51) ้ ่ แนวทางการให้คำแนะนำกิจกรรมทางกาย / การออกกำลังกายในผูปวยภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ้ ่ 1. เพิมกิจกรรมทางกาย/การออกกำลังกาย เช่น เดิน ทำงานบ้าน ่ 2. ควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสม อย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์ ครังละอย่างน้อย 20 นาที ้ แนวทางการลดพฤติกรรมเสี่ยงในผู้ป่วยภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ( Lifestyle modification) ประกอบด้วยการควบคุมอาหาร การออกกำลัง แบบแอโรบิค การควบคุมน้ำหนัก การลด ละ เลิก สุรา เลิกบุหรี่ แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 27 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  27. 27. Dyslipidemia Medical Nutrition Therapy and Prevention of Complication Algorithm for Elderly ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ TG ≥ 150 mg/dL LDL-C > 130* mg/dL TC ≥ 200 mg/dL HDL-C < 40 mg/dL การประเมิน - น้ำหนักตัว - ดัชนีมวลกาย - ประวัตการรักษา - ประวัตการรับประทานอาหาร - กิจกรรมเคลื่อนไหว/ออกกำลังกาย ิ ิ - เส้นรอบเอว - ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ* - วิถการดำเนินชีวต - ความพร้อมในการปรับเปลียนรายพฤติกรรม** (Readiness to change) ี ิ ่ แนวทางการดูแลรักษา - ตรวจระดับไขมันในเลือด - กิจกรรมเคลื่อนไหว/ออกกำลังกาย - การวางแผนอาหาร : จัดรายการอาหารให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล หลีกเลียงอาหารทีมพลังงานสูง เพิมใยอาหารทีละลายในน้ำ 10-25 g/day ่ ่ี ่ ่ อาหารผูสงอายุควรเป็นอาหารย่อยง่าย*** ้ ู ถ้าไตรกรีเซอร์ไรด์ > 150mg/dL ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะน้ำตาล ให้นอยกว่า 10% ของปริมาณพลังงาน ้ ทีควรได้รบต่อวัน ่ ั เพิมกรดไขมันไม่อมตำแหน่งเดียว เพิมโอเมก้า-3 ่ ่ิ ่ ถ้า TG ≥ 500 mg/dL ลดพลังงานไขมัน < 15%ของพลังงานทั้งหมด ถ้า LDL- C > 130 mg/dL ลดไขมันอิ่มตัว < 7% โคเลสเตอรอล < 200 mg/day เพิ่มไขมันไม่อิ่มตำแหน่งเดียว - ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ผอม BMI < 18.5 ประเมินพลังงานทั้งวัน ถ้าพลังงานน้อยเกินไป ให้เพิ่มพลังงานให้เพียงพอ ตามความเหมาะสมของ แต่ละบุคคล อาจเพิ่ม อาหารหลัก อาหารว่าง และอาหารเสริม FPG ≥ 126 mg/dl. 2 hr. PPG ≥ 200 mg/dl น้ำหนักเกิน/อ้วน BMI ≥ 25 ความดันโลหิต ≥140/90mmHg กำหนดเป้าหมายของการลดน้ำหนัก อย่างน้อย 5-7 % ของน้ำหนักตัว ประเมินพลังงานจากอาหารทั้งวัน ถ้าพลังงานเกิน ให้ลดพลังงานลง 250-1,000 กิโลแคลอรี่ จากพลังงานที่รับประทานตามปกติ โดยลดคาร์โบไฮเดรต และ/หรือไขมัน (โดยเฉพาะไขมันอิมตัว) ่ ดูแผนแนวทางเวชปฏิบตโภชนบำบัด ัิ โรคเบาหวาน หน้า 17 โรคความดันโลหิตสูง หน้า 24 ติดตามน้ำหนัก, ระดับไขมัน, การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค, รวมทั้งกิจกรรมการเคลื่อนไหว/ออกกำลังกาย, พิจารณาการใช้ยาตามความเหมาะสม เพือควบคุมระดับไขมันให้ได้ตามเป้าหมาย ่ * ระดับ LDL-C ควรน้อยกว่า 100 มิลลิกรัม ต่อ เดซิลิตรในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน / โรคหัวใจและหลอดเลือด /โรคความดันโลหิตสูง ** ภาคผนวก 38 *** ภาคผนวก 46 แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 28 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  28. 28. ภาคผนวก แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 29 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  29. 29. การประเมินภาวะโภชนาการ การประเมินภาวะโภชนาการสามารถประเมินได้จากการรวบรวมและเก็บข้อมูลทางคลินิกจาก แฟ้มประวัติของผู้ป่วย เช่น ประวัติสุขภาพและการเจ็บป่วย (Medical history) และจากการสัมภาษณ์ผู้ป่วย ซึงวิธการในการประเมินภาวะโภชนาการประกอบด้วย ่ ี 1. การวัดสัดส่วนของร่างกาย (Anthropometric measurement) น้ำ หนักตัว ส่วนสูง ค่าดัชนีมวลกาย (Body mass index : BMI) น้ำหนักทีควรเป็น การเปลียนแปลง ่ ่ ของน้ำหนักตัว และน้ำหนักตัวทีเ่ พิมขึน เส้นรอบข้อมือ เส้นรอบเอว เส้นรอบสะโพก ่ ้ ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index or BMI) ในทางวิชาการจะใช้เป็นวิธีหนึ่งในการประเมินปริมาณของไขมันในร่างกายเพื่อพิจารณาความอ้วน หรือความผอมในคนทีมอายุ 20 ปีขนไป มีสตรง่ายๆ ดังนี้ ่ ี ้ึ ู น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ส่วนสูง (เมตร)2 BMI ปกติ BMI BMI = ≥ ≥ 18.5 - 24.9 ก.ก./ม2 25 overweight 30 obesity เส้นรอบเอว การวัดเส้นรอบเอวจะบอกตำแหน่งการสะสมของไขมันในร่างกาย บริเวณที่ร่างกายสะสมไขมัน มีอิทธิพลต่อสุขภาพ ถ้าร่างกายสะสมไขมันบริเวณพุงมาก ซึ่งเป็นลักษณะอ้วนแบบลูกแอปเปิ้ลจะเพิ่ม ปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็ง แต่ถ้าอ้วนลักษณะแบบลูกแพร์ หรือชมพู่ซึ่งไขมันจะสะสมส่วนของสะโพกมากกว่า จะมีความเสี่ยงของโรคดังกล่าวน้อยกว่าคนที่อ้วนแบบ ลูกแอบเปิ้ล สำหรับคนเอเชีย เส้นรอบเอวจะเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภท 2 โรคหลอดเลือด หัวใจ และความดันโลหิตสูง ได้ดีกว่า BMI ในชาวเอเชียผู้ชายเส้นรอบเอวไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร และ ผูหญิงไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร หรือมีคา BMI > 35 ไม่ควรใช้เส้นรอบเอวประมาณ เพราะจะไม่ได้ประโยชน์ ้ ่ ในการประเมินความอ้วน (Centers for disease control and prevention, 2000) 2. การตรวจทางชีวเคมี (Biochemical determination) เช่น Albumin, Hematocrit, hemoglobin Fasting plasma glucose (FPG), Glycated hemoglobin (HbA1c) ถ้าทำได้ Total cholesterol (TC), Low density lipoprotein-cholesterol (LDL-C), High density lipoproteincholesterol (HDL-C) และ triglycerides (TGs) BUN, Creatinine, Micro albumin ถ้าทำได้ แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 30 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ
  30. 30. 3. อาการทางคลินก (Clinical observation) ิ - อาการเหน็บชา มีอาการหงุดหงิดง่าย โมโหง่าย ระบบประสาทผิดปกติ เกิดจากการขาดวิตามิน บี 1 อาการตาแดง ตาแฉะ ริมฝีปาก ช่องปาก จนถึงหลอดลมอักเสบ เกิดจากการขาดวิตามิน บี 2 อาการเป็นตะคริว ผิวหนังอักเสบ ปลายเส้นประสาทอักเสบ เกิดจากการขาดวิตามิน บี 6 โรคผิวหนัง ท้องร่วง เบืออาหาร เกิดจากการขาดไนอาซิน ่ 4. การประเมินอาหารทีบริโภค (Dietary assessment) ่ - จากการซักประวัตความอยากอาหาร ิ - รูปแบบและอุปนิสยการบริโภคตามปกติ และปริมาณสารอาหารทีปริโภคในแต่ละวัน ั ่ แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลโภชนบำบัดในโรคเบาหวาน 31 โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติสำหรับผู้สูงอายุ

×