Your SlideShare is downloading. ×
รู้ทันทักษิณ 4
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Saving this for later?

Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime - even offline.

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

รู้ทันทักษิณ 4

2,928
views

Published on

Published in: Business, Technology

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
2,928
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
46
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. รู้ทันทักษิณ 4 ฅนวงใน The Insiders รวมบทวิเคราะห์วจารณ์การทํางานของ ิ รัฐบาลของนายกฯ ทักษิณ อย่างเป็นกลาง ที่ได้สะท้อนความคิดเห็นในบริบทของ การเมือง การบริหารประเทศในภาพรวมทัง ้ ดี ไม่ดี สําเร็จหรือล้มเหลว ถ่ายทอดด้วย สํานวนภาษาอ่านง่าย ซึงจะช่วยเปิด ่ มุมมองของคุณให้กว้างขึ้นได้เป็นอย่างดี 1
  • 2. โดยผู้เขียนหลายคนที่เคยร่วมทํางานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อาทิ นายเสนาะ เทียนทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้ากลุ่มวังน้ําเย็น พรรคไทยรักไทย นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา นายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุดและอดีตผู้ร่วมก่อตังพรรคไทยรักไทย ้ และนายกร ทัพพะรังสี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และอดีต หัวหน้าพรรคชาติพฒนา ั 2
  • 3. สารบัญ - จะเอา “ทักษิณ” หรือ “ประเทศไทย” (เสนาะ เทียนทอง) - ทักษิณไม่ใช่ผู้นา สําหรับระบอบประชาธิปไตย (อุทัย พิมพ์ใจชน) ํ - เปิดใจ ศ.ดร.คณิต ณ นคร ผู้ร่วมก่อตังพรรคไทยรักไทย (คณิต ณ นคร) ้ - คลุกวงใน รัฐบาลทักษิณ (กร ทัพพะรังสี) - จุดเปลี่ยนในชีวิตผม...ทําสิ่งที่มนผิดปกติในสังคมให้เป็นเรื่องปกติ (สนธิ ลิ้ม ั ทองกุล) 3
  • 4. ISBN :9789749416457 ผู้เขียน : เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สํานักพิมพ์ : ฃอคิดด้วยฅน พิมพ์ครั้งที่ : 03 ปี : 2549 ปก : ปกอ่อน หน้า : 130 ขนาด : 170 x 239 x 8 มม. mm น้ําหนัก : 240 g เนื้อในพิมพ์ : ขาวดํา 4
  • 5. เสนาะ เทียนทอง : “จะเอาทักษิณ หรือ ประเทศไทย” นายเสนาะ ได้เขียนในหัวข้อ “จะเอาทักษิณ หรือประเทศไทย” มีเนื้อหา สาระที่สําคัญว่า รู้จักพ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่ปี 2529 แบบผิวเผิน ตั้งแต่เป็น นายตํารวจติดตามรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณพยายามสร้างความสัมพันธ์กับ หัวหน้าพรรคคือทําธุรกิจกับการเมือง วิงเต้นเข้าทางผู้ใหญ่สูงสุดของพรรค ่ ต่อมาตนย้ายไปเป็นเลขาธิการพรรคความหวังใหม่ พ.ต.ท.ทักษิณได้สนับสนุน ปัจจัยการเมืองผ่านไปทาง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ ในขณะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณจึงได้เข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรี เมื่อก่อนเกิด วิกฤตค่าเงินบาท นายอํานวย วีรวรรณ รมว.คลังในขณะนั้นลาออก มีการคิด 5
  • 6. กันว่าจะให้ตําแหน่งนี้กับพ.ต.ท.ทักษิณด้วยซ้ํา ตนได้ไปทาบทามคนที่ น่าเชื่อถือในสังคม โดย นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รับปากว่าจะเข้ามาช่วยเป็น รมว.คลัง ปรากฏว่าพ.ต.ท.ทักษิณไปนํานายทนง พิทยะ ผู้บริหารธนาคาร ทหารไทยมารับตําแหน่งนี้แทน โดยที่ตนไม่รู้เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ไปซุบซิบกับ พล.อ.ชวลิต และนายโภคิน พลกุล อดีต รมต.สํานักนายกฯ แล้วจึงมีคาสั่ง ํ แต่งตังนายทนง ้ “ก่อนเงินบาทลอยตัว ผมไม่รู้เรื่องด้วย เพราะอยู่นอกวงของพวกเขา คนที่ เกี่ยวข้องกับการลดค่าเงินบาทในขณะนั้นมี 4 คือ พล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ นายทนง และนายโภคิน ส่วนจะรู้เห็นกันขนาดไหนผมไม่รู้เขาบอกว่าเขาไม่รู้ อันนี้ไม่มีใบเสร็จ แต่ถาถามผมว่าผลที่เกิดหลังค่าเงินบาทลอยตัวออกมา ้ อย่างไร มันส่อชัดว่าทักษิณและบริษัทรอดวิกฤตคนเดียวคือผลลัพธ์มัน 6
  • 7. สะท้อนชัดอยู่แล้ว การที่มคนไปซือประกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทเอาไว้ ี ้ มาก ๆ หรือไปซื้อดอลลาร์เอาไว้มากๆ ก่อนประกาศลอยค่าเงินบาท ก็เหมือน จุดไฟเผาบ้านตัวเองเพื่อเอาเงินประกัน เศรษฐกิจของชาติพังเสียหาย แต่ ตัวเองรอดพ้นวิกฤตเพราะได้ประกัน” นายเสนาะกล่าว นายเสนาะ กล่าวว่า หากต้องการจะรู้ทันทักษิณ ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนอย่างไร เพราะลักษณะเฉพาะและตัวตนของ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นตัวกําหนดพฤติกรรมการใช้อํานาจและบริหารราชการแผ่นดินของ ทักษิณทั้งหมดนั้นประกอบขึ้นมาเป็นระบอบทักษิณ ซึ่งมีทงระบบการใช้ ั้ อํานาจและการแสวงหาผลประโยชน์อยู่รวมกัน พ.ต.ท. ทักษิณเป็นคนมีวฒิ ่ ุ การศึกษา แต่ขาดวุฒิภาวะการเป็นผู้นํา ไม่มีสภาวะผู้นําโดยเฉพาะใน ระดับประเทศ เป็นคนไม่มีประสบการณ์ในการบริหาราชการ แม้เคยรับ 7
  • 8. ราชการตํารวจ ก็อยู่ไม่นาน และใช้เวลาว่างไปกับการประกอบธุรกิจ พ.ต.ท. ทักษิณเป็นนักเสี่ยงโชค ขาดความรอบคอบ เคยประสบปัญหาทางธุรกิจ แลก เช็คและถูกฟ้องเช็คเด้ง นิยมบริหารธุรกิจแบบคิดไวทําไว โดยใช้การตลาดเป็น เครื่องมือ “การจดทะเบียนคนจนนั้น ผมเคยแนะนําว่ามันทําไม่ได้ ไปประกาศเฉยๆ ไม่ได้ เอามาขึ้นทะเบียนเฉยๆ คนที่เป็นหนี้สินอยู่ที่ไม่ใช่คนจนก็ไปจดทะเบียน ด้วย มันจะบานปลายไปใหญ่ พี่ไม่เห็นด้วย มองด้วยจิตสํานึกมันปฏิบัติไม่ได้ มันได้แค่โชว์ตัวเลขตอนเลือกตังจากนั้นไม่มีผลจริง แต่ทกษิณตอบว่า โธ่...พี่ ้ ั เหนาะ คนตาบอดมันกลัวเสือเหรอ ถ้าเราไม่พูดแบบนี้เราจะได้เสียงเหรอ เขา พูดอย่างนี้แสดงว่าไม่ได้จริงใจกับนโยบาย ประกาศไปก่อนค่อยหาวิธการทําี การตลาดทีหลัง ไปเสี่ยงเอาข้างหน้าขอให้ได้คะแนนเสียงไว้ก่อน ไม่สนวิธี 8
  • 9. ปฏิบัติราชการ แม้แต่โครงการ เอสเอ็มแอล ผมก็เตือนว่าเข้าข่ายซือเสียง ้ เพราะอยูในภาวะเลือกตั้ง ทักษิณตอบว่าโธ่...อํานาจอยู่ทเี่ รา กกต.ก็ของเรา ่ คนก็บอกเรา ล่าสุดก่อนการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 มีการกระทําผิด กฎหมาย คือขนคนมาฟังการปราศรัยโดยจ้างมา มันผิดกฎหมายแน่นอน แต่ กกต.กลับเฉย” นายเสนาะกล่าว นายเสนาะ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเคยบอกรัฐมนตรีในรัฐบาลว่าไม่ต้อง คิดอะไรมาก ขอให้ทาตามก็พอ หากรัฐมนตรีของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนที่คิด ํ มาก รอบคอบ คอยตักเตือนจะอยู่ไม่ได้เลย คนที่อยู่ได้จะต้องตอบ “เยส” อย่างเดียว เช่น นายพินจ เคยพูดว่า “ท่านนายกฯ ผมไม่เคยเห็นใครคิดได้ดี ิ เท่านี้เลย” หรือ นายเนวิน ก็มกพูดว่า “ดีนายๆ” ด้วยเหตุนี้รัฐมนตรีบางคน ั 9
  • 10. ในช่วงเทศกาลเลือกตัง มักมีบัตรเลือกตั้งที่พมพ์เกินอยู่เต็มรถ จึงได้รับการฟูม ้ ิ ฟักอย่างดี เหนียวแน่น ถูกเรียกใช้งานบ่อยๆ ในช่วงหลัง นายเสนาะ กล่าวว่า ยิงกว่านั้นยังมีการใช้ระบบธุรกิจครอบครัวมาจัดการ ่ ผลประโยชน์ในรัฐบาลแบบเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ขนคนที่เคยทํางานกับตัวเองใน บริษัทแบบยกชุด วางคนของตัวเอง ไปในทุกกระทรวง โดยไม่จําเป็นต้องมี ตําแหน่งทีมีอํานาจอย่างเป็นทางการ แต่ทุกคนในกระทรวงจะรู้ดวา คนๆนี้คือ ่ ี่ คนของเขา จะทําอะไรก็ต้องผ่านคนคนนี้ เรียกว่ามีสองสามคนไปดูแล ผลประโยชน์ทุกกระทรวง เป็นเสมือนหลงจู๊ แล้วยังส่งคนไปยึดตําแหน่งใน กมธ.ชุดต่างๆ ของสภาผู้แทนฯ ใน ครม.ก็ไม่ต่างกัน ทุกโครงการที่จะมีการ อนุมัติ ถ้ารัฐมนตรีคนไหนเสนอเรืองของใช้งบกลางที่จดสรรไว้มหาศาล ก็ต้อง ่ ั ไปเคลียร์กับคนของเขาให้เรียบร้อยก่อน รัฐมนตรีหลายคนจะมีคนของเขาเข้า 10
  • 11. มาบอกว่าเดี๋ยวทํางบฯ จะเอากี่พนล้าน แต่ต้องเอาเข้าพรรค 10 เปอร์เซ็นต์ ั หมายความว่าจะไปทําอะไรขึ้นมาก็ได้ ไปเขียนโครงการมา นายเสนาะ กล่าวว่า ถ้ารัฐมนตรีคนไหนทําไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้ เวลาทํา โครงการก็ต้องจ้างที่ปรึกษาทีเ่ ป็นคนของตัวเอง แล้วใช้วิธีที่เก่งทีสุด คือ ่ ยกเว้นระเบียบพิเศษ ยิ่งใช้วิธีขดเส้นตายว่าต้องเสร็จวันนั้นวันนี้ เหมือนกรณี ี สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อจะได้ใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษ นโยบาย 10 เปอร์เซ็นต์ รัฐมนตรีต้องทําโครงการ โดยตบแต่งงบประมาณขึ้นมาก่อนว่า มูลค่าของโครงการจะครอบคลุม 10 เปอร์เซ็นต์ทต้องหักเข้าพรรค จากนั้นไป ี่ ตกลงกับคนของเขาผ่านคุณหญิง เมื่อเรียบร้อยเมื่อใดก็ส่งมาให้ตวตายตัว ั แทนทางการเมืองทีเ่ ขาไว้ใจ พอเข้า ครม. นายกฯ จะเสนอโครงการและอนุมัติ 11
  • 12. ให้เองเสร็จสรรพ รัฐมนตรีไม่ต้องคิดไม่ต้องสงสัย ทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ใคร เข้าใจว่า 10 เปอร์เซ็นต์มีอยู่เท่าไร คงต้องไปถามคุณหญิง นายเสนาะ กล่าวว่า สิ่งที่สุดทนจริงๆ คือ กรณีผู้วาฯ สตง. ที่ถกแทรกแซง ่ ู การทํางาน แทรกแซงองค์กรอิสระ และละเมิดพระราชอํานาจ มันเป็นฟางเส้น สุดท้ายที่สําคัญ ที่ทําให้ตนลุกขึ้นอภิปรายเมื่อ 8 มิ.ย.2548 การประกาศตัด ขาดแตกหักกลางสภาฯ พูดได้วา ถ้ามันเอาชีวิตได้มันเอาไปแล้ว มันแค้น แต่ก็ ่ ไม่กล้า ตอนหลังคนของ พ.ต.ท.ทักษิณก็ติดต่อมาหลายครัง ตนพูดตรงๆ ไป ้ ว่า เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว เมือไม่ยอมลดละเอง จนเราต้องแตกหักไปสู่ ่ สาธารณชนแล้ว สิ่งสําคัญนายกฯก็ต้องแก้ข้อกล่าวหาทั้งหมดให้ได้ และตนยัง พูดอีกว่า ถ้าบอกจะกินข้าวกันตอนนี้ มันยังไงล่ะ ให้พเี่ ป็นผู้เป็นคนดีกว่าอย่า ให้พี่เป็นหมาเลย 12
  • 13. นายเสนาะ กล่าวว่า ก่อนทีจะเกิดปัญหาทังหมดตนก็พยายามไปเตือน ่ ้ แต่เรื่องทีเ่ ตือนก็เป็นการขัดผลประโยชน์เขาทุกเรื่อง เช่นคิดว่ารัฐมนตรี คอรัปชั่น ตนก็ไปเตือนเพราะคิดว่าไม่รู้ ที่ไหนได้มันสั่งเอง ขนาดกลายเป็นว่า รัฐมนตรีคนไหนไม่ทําตามสั่ง ภายหลังก็อยู่ไม่ได้ ความขัดแย้งในปัจจุบันมา สาเหตุมาจากตัวปัญหาคนเดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ คนคนนี้โกงเพือเข้ามาสู่ ่ อํานาจ เมื่อมีอานาจก็โกงอีก อันตรายต่อบ้านเมืองสุดๆ พ.ต.ท.ทักษิณน่ากลัว ํ เพราะเป็นคนมีวุฒิการศึกษา จ้องวางแผนเอาเปรียบคนอื่น ถือว่าต่ําต้อย เหลือเกินในการเป็นผู้นําประเทศ “ผมจําคําพูดของทักษิณที่เคยบอกว่า พี่เหนาะผมพร้อมแล้ว สมบัติส่วน หนึ่งผมให้ลูก อีกส่วนเก็บไว้สําหรับตายาย กินจนตายก็ไม่หมด สมบัติอีกส่วน จะทําเพื่อบ้านเมือง จะใช้หนี้แผ่นดิน” คําพูดนั้นๆ ผมเคยหลงคิดว่าคนคนหนึ่ง 13
  • 14. รวยแล้วกลับใจ คิดใช้หนี้แผ่นดิน ตอนนี้ผมรู้ความจริงแล้วว่า รวยจากโกงชาติ กล้าทําแม้เผาบ้านเมืองเพื่อเอาประกัน คนรวยคนนี้รวยแล้วไม่รู้จกพอ ไม่ใช่ ั หนี้แผ่นดินยังไม่พอ มันยังโกงกิน ทรยศต่อแผ่นดิน” นายเสนาะกล่าว และว่า ตนเคยพูดและเตือนกับคุณหญิงอ้อว่า “น้อง ถ้ามันได้มาอีกแสนล้าน เอาไป ทําไม” เขาพากันตอบว่า “ก็รู้ แต่ในเมื่อเล่นการเมืองมันต้องควักเงิน ก็ต้องถือ ว่าเป็นธุรกิจ” เคยเตือนหนักๆ ถึงขั้นว่า “ในอนาคต ถ้ามันจะเดือดร้อนหนักๆ คือคนเป็นหัวนะ” เขาก็ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “ก็รู้ ถ้าพี่ทักษิณจะลง ต้องให้พรรคไทยรักไทยมีอานาจอย่างน้อยสองสมัยถึงจะปลอดภัย” ํ 14
  • 15. อุทัย พิมพ์ใจชน : “ทักษิณไม่ใช่ผนา ู้ สาหรับระบอบประชาธิปไตย” ส่วน นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา เขียนบทความที่ชื่อว่า “ทักษิณไม่ใช่ผู้นาสําหรับระบอบประชาธิปไตย” โดยมีสาระสําคัญว่า ํ จุดเริ่มต้นของตนกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ตรงช่วงรอยต่อของการเริ่มต้นใช้ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน บังเอิญว่ามีคนมาหาตนและชวนให้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อตนนํามาเปรียบเทียบกับทางเลือกอื่นๆ ซึ่งขณะนั้นมีเพียง 4 คน คือ นายชวน หลีกภัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายบรรหาร ศิลปอาชา และพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อลองชั่งดูพบว่าพ.ต.ท.ทักษิณ หนุ่มที่สุด สดที่สุด เหมือนเครื่องยนต์ใหม่ ขนาดซีซสูง เป็นทั้งอดีตข้าราชการ นายตํารวจ และนัก ี 15
  • 16. ธุรกิจ ขณะนั้นบ้านเมืองกําลังวิกฤต มีการแข่งขันด้านเศรษฐกิจ พ.ต.ท. ทักษิณ ดูพร้อมเป็นอินเตอร์และจบจากเมืองนอก น่าจะนําพาประเทศไทยให้ ก้าวออกไปได้ ตนจึงสนับสนุน และหลังรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปการเมืองใน อนาคตจะมีแต่พรรคการเมืองขนาดใหญ่เท่านั้นทีจะอยู่ได้ เพราะประชาชนจะ ่ เริ่มให้ความสําคัญกับนโยบาย คณะกรรมการการเลือกตังก็จะส่งเสริมพรรค ้ การเมืองตามขนาดตามจํานวนสมาชิก ที่สําคัญหากไม่มเี งินตั้งพรรคการเมือง ขึ้นมาก็ไปไม่รอด นายอุทัย กล่าวว่า ตนเคยพูดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ทุกๆ ครัง ทุกๆ เรื่อง ้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีทาทีรับฟังอย่างดี ไม่แย้งไม่เถียง แต่จะนําไปทําหรือไม่นั้น ่ ตนไม่ทราบ 16
  • 17. “ผมเคยตั้งคําถามตอนที่คณทักษิณเคยประกาศว่าจะเป็นพรรคการเมือง ุ ของคนรุ่นใหม่แต่ไปดึงเอากลุ่มการเมืองเก่าๆ เข้ามาสู่พรรค สงสัยว่าทําไม่ไม่ เอาคนทีมีความคิดอ่านใหม่ๆ บริสุทธิ์ทางการเมือง แต่ไปเอากลุ่มการเมืองเข้า ่ มาเป็นมุ้งโน้นมุงนี้เดียวก็มีปัญหาอีก คนสนิทของคุณทักษิณที่เป็นคนใกล้ชด ้ ๋ ิ มากบอกผมว่า ถ้าเอาอย่างที่ผมว่าไม่ได้เป็นนายกฯ แน่ คิดว่ายังไงก็ให้ได้ คะแนนมาก่อน เพราะความสําเร็จอยู่ที่จานวน ส.ส. ผมจึงคิดว่าเมื่อถือเหตุผล ํ เรื่องเสียงข้างมาก็ไม่ว่ากัน บทบาทของเราแค่ให้คาแนะนํา” ํ นายอุทัย กล่าวว่า ส่วนการตรวจสอบประเด็นทุจริตของรัฐมนตรี สําหรับ การอภิปรายนายกฯ เขาไม่ใช่ผวิเศษมาจากไหนแต่การกําหนดให้ใช้เสียง ู้ อภิปรายนายกฯถึง 200 เสียง เพราะผู้นําประเทศจําเป็นต้องประจักษ์ชดเจน ั ว่าแย่จริงๆ จนกระทั่งฝ่ายรัฐบาลเองก็อยู่ดวยไม่ได้ รัฐธรรมนูญพยายาม ้ 17
  • 18. พยายามป้องกันความเป็นผู้นําแต่ไม่ได้เป็นเกราะป้องกันนายกฯ ถ้านายกฯ เลวจริงๆ ใครก็ชวยไม่ได้ รัฐบาลจะมีการส่งร่างกฎหมายเข้าสภาฯ เพื่อผ่าน ่ กระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เมื่อมีการอภิปรายในสภาหลายกรณีส.ส. ทักท้วงนําเสนอข้อเท็จจริงใหม่ๆ แต่วิปรัฐบาลก็มกดึงดันว่าพรรคส่งมาอย่างนี้ ั ก็จะเอาอย่างนีให้ได้หลายเรื่องทีงานมันเสียแทนที่จะปรับเปลี่ยนแต่ก็ไม่ทําไม่ ้ ่ ปรับแก้ เมื่อใช้มติพรรคเป็นตัวกําหนดกฎหมายในที่สุดก็เป็นคนไม่กี่คนที่ กําหนดกฎหมาย ระบบสภาก็ไม่มีความหมาย ตนเริ่มมองเห็นถึงความไม่เป็น ดังหวังมองว่าไม่จริงใจ เห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่ผู้นําที่จะมาปูพนฐาน ื้ ระบอบประชาธิปไตยของประเทศผ่านท่าทีและแนวทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลายประการ 18
  • 19. นายอุทัยกล่าวว่า มี 3 ประการที่สะท้อนชัด 1.ไม่พยายามทําพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองอย่างแท้จริง มีเงินมีโอกาส แต่ไม่มีการตังสาขาพรรค ตนเคยถามตรงๆ ว่าทําไมไม่จัดการตังสาขาพรรค ้ ้ ซึ่งคนในพรรคบอกว่าหัวหน้าพรรคไม่เห็นด้วย 2. พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ให้ความสําคัญกับรัฐสภา งานสําคัญอย่าง งบประมาณแผ่นดินบางครั้งก็ไม่อยู่ จะขอบใจสภาสักคําก็ไม่มี ยังไม่ต้องพูด ถึงการไม่มาตอบกระทู้หรือชี้แจ้งข้อสงสัยของ ส.ส. ยิ่งกว่านั้นบางทีวันประชุม สภาแท้ๆ พ.ต.ท.ทักษิณหาเรื่องออกไปพบราษฎร ไม่เข้าใจว่าไปทําไมเพราะ ตัวแทนราษฎรอยู่ที่สภาเต็มไปหมด แต่เลือกไปพบชาวบ้าน 200-300 คน ที่ ตัวเองต้องการพบ เพียงเพราะชาวบ้านเหล่านั้น เอาลูกยอกับลูกยุมาให้ ถ้า 19
  • 20. อย่างนีจะมีสภาไปทําไม ตนเสียความรู้สึกมากเพราะทําให้ระบบสภาไม่มี ้ ความหมายสะท้อนสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดว่าประชาธิปไตยเป็นเพียง เครื่องมือของเขา 3. การให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นแบบซีอีโอ ตนเคยบอกกับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ว่ามันไม่อยู่ในระบอบประชาธิปไตยของเราจะไปกันใหญ่ ดีไม่ดีจะ หลงทางแล้วมันก็ไปไม่รอด ปัจจุบันมี อบจ.แล้วยังให้มคนมีอานาจเต็มไปสั่ง ี ํ การเหมือนเสือ 2 ตัวอยู่ถาเดียวกันมันจะเกิดความขัดแย้ง ซึงจะไปรอดได้ ้ํ ่ เฉพาะ 2 กรณีแรก คือ 1.เสือ 2 ตัวนั้นเป็นตัวผู้และตัวเมีย หรือ 2. เสือ 2 ตัว เป็นตัวผู้ทั้งคู่ แต่มงมังกูมั่งผลัดกันคนละที ึ ่ 20
  • 21. ทั้ง 3 ประการตนเคยคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่านายกฯ ดูแลฝ่ายบริหารเข้า ที่แล้วเหลือแต่ฝ่ายนิติบัญญัติทําไม่ไม่เข้าไปบ้างจะทําให้คนมองว่าเราไม่ เคารพสภา เคยพูดถึงขนาดว่านายกฯมีข้อมูลข้อเท็จจริงอยู่มากมายมาชี้แจง ได้อยู่แล้วอย่าไปมองว่าพวกลูกพรรคโง่กว่าเราขอตังค์เราใช้ ให้มองว่าเป็น ตัวแทนประชาชนแล้วจะสบายใจเวลาสบตา ซึง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็บอก ่ เหมือนเดิมว่า “เออ พี่ผมเห็นด้วย” หลังจากนั้นก็มาสภาครั้งเดียวและไม่เคย มาอีกเลย เมื่อตัดสินใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่แล้ว ตนได้บอกเองว่าตังแต่ ้ สมัยช่วงขาขึ้นว่าสมัยหน้าตนจะไม่อยู่ตรงนี้แล้ว จะไปสมัยเป็น ส.ว. “ผมเคยคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อหน้าคุณหญิงอ้อว่าเป็นนายกฯ ถ้ามีคน มาชม หนีได้ให้หนีอย่าไปคุยด้วย ถ้าหนีไม่ได้กให้เข้าหูซายทะลุหูขวา อย่าเก็บ ็ ้ มันไว้เพราะเรามีอํานาจมีเงิน เมือมีคนมาคุยด้วยต้องระวัง เขาอาจจะเยินยอ ่ 21
  • 22. จริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ทําให้เราลืมตัว แต่ถาใครมาต่อว่าหรือด่าเรายังไงก็ให้ยม ้ ิ้ ไว้ก่อนเพราะว่าเรามีอํานาจ หากเราโมโหแผ่นดินมันร้อน ช่วงนั้นเขาเรียกผม ว่าพี่ ผมเคยเตรียมตัวเตรียมใจมาเป็นนายกฯก่อน เหมือนคนจะบวช สิ่ง เตรียมอะไรไว้ก็ให้คนมาที่หลังหมด แต่สุดท้ายก็ไม่รว่าเขาฟังใคร วันนี้คุณ ู้ ทักษิณ กินยาผิดล้างท้องก็ไม่หายเพราะฤทธิ์ยามันถึงสมองแล้ว อาการทีชี้ชด ่ ั คือการมองว่าคนรักตัวเองทั้งประเทศ คนเกลียดไม่กคน การตัดสินใจยุบสภา ี่ เป็นการทําผิดมหันต์ แค่ประธานรัฐสภาเรียกประชุมร่วม 2 สภา นายกฯก็ ได้เปรียบแล้ว สภาล่างก็มีพวกทักษิณเยอะ สภาบนก็พวกทักษิณแยะ มันธุระ อะไรต้องไปยุบสภา ที่แย่กว่านั้น รัฐธรรมนูญบอกว่าหากยุบสภากะทันหันต้อง ให้เวลาพรรคการเมืองอื่น 60 วันแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ เร่งรัดให้มีการเลือกตั้ง แค่ 30 กว่าวัน ทําอย่างนี้หากไม่ใช่คดเอาเปรียบเขา ก็แกล้งเขา มีทางออกคือคุณ ิ ทักษิณเริมพิจารณาตัวเองออกไป แต่อย่าไปทําลายระบบ” ่ 22
  • 23. นายอุทัย กล่าวว่า ทางออกนั้นมีไม่ใช่ไม่มี คนใกล้ชิดทีเ่ คยป้อนลูกยอ ลูก ยุก็ต้องเปลี่ยนเป็นลูกแย้งบ้าง บอกกันและเตือนกันบ้าง พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะ รับฟังเพราะคนอื่นพูดจะไม่ฟังเพราะพิษยาทําให้คดว่าคนอื่นเป็นศัตรู ดีที่สุด ิ ขอให้คนรอบข้างพูดแล้วยอมรับว่ายาที่กินอยู่มันเป็นยาผิด อันทีจริงสมาชิก ่ พรรคหากไม่ได้รับความเอื้ออาทรจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นพิเศษอย่างนี้ จะยัง ทําตัวแบบนี้หรือเปล่า อย่าอ้างเรือง 90 วันเพราะนายเสนาะ เทียนทองยังกล้า ่ ออกมาโวยวายได้ การทําตัวเป็นผ้าพับไว้มันผิดกับสัญชาติญาณของความ เป็นผู้แทน ต้องยอมรับว่าสังคมปัจจุบัน คนพวกหนึ่งยอมรับคนโกง มีพวกที่ เป็นคนไม่ดีแต่ดีกับเขา เขาก็ยอมให้เข้ามาอยู่ในบ้านได้และอีกพวกที่มองว่า แม้บ้านเมืองจะมีรฐบาลโกงกินหาประโยชน์ให้พวกพ้องบ้างแต่ก็ยงดีที่ยงมี ั ั ั เงินกองทุนกู้ยม มี 30 บาทรักษาทุกโรค ตรงนี้คือคนที่หนุนทักษิณ ส่วนคนที่ ื ต่อต้านทักษิณ จะมองว่าหากเป็นคนโกง เป็นผู้นํา แต่ไม่รกษาคําพูด คนไม่ดี ั 23
  • 24. ถึงจะเก่งหรือรวย ใครจะคบ ใครจะนับถือยกย่อง ก็ยกย่องกันไปเถอะฉันไม่ว่า แต่อย่าให้มาปกครองบ้านเมืองฉันไม่ยอม 2 ฝ่ายจึงตั้งขบวนเผชิญหน้ากัน อย่างทีเ่ ห็น 24
  • 25. เปิดใจ “คณิต ณ นคร” ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ด้านนายคณิต ณ นคร เขียนบทความเรื่อง “เปิดใจ ศ.ดร.คณิต ณ นคร ผู้ ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย” โดยมีรายละเอียดว่า ในช่วงที่เป็นสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ได้รู้จักกับคุณชานนท์ สุวสิน ซึ่งเป็น ส.ส.ร.จังหวัดลําปาง และเป็นคนใกล้ชิดคุณทักษิณ และเมื่อผมเกษียณอายุราชการ ปี 2540 ได้ เป็นอาจารย์พเิ ศษคณะนิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คุณชานนท์ ก็ได้ ิ ติดต่อผ่านอาจารย์พนัส ทัศนียานนท์ มาบอกว่าคุณทักษิณ อยากจะตังพรรค ้ การเมืองและชวนผมเข้าร่วม แต่ภรรยาผมไม่ต้องการให้เล่นการเมือง และเมือ ่ อ.พนัส ก็มาบอกกับผมอีกว่า คุณทักษิณ ต้องการตัวผมนะ และสุดท้าย ภรรยาก็แล้วแต่ผม ซึ่งสาเหตุทตดสินใจเข้าร่วมพรรคกับคุณทักษิณ เพราะ ี่ ั ท่านบอกว่าจะเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่เกิดขึ้นหลังจากปฏิรูปทาง 25
  • 26. การเมือง และในการทํางานพรรคการเมืองจะตังคณะหรือกลุ่มคนทางวิชาการ ้ และเรื่องไหนที่สําคัญจะจัดให้มหาวิทยาลัยทําวิจย นอกจากนีเ้ รืองเอ็นจีโอ ที่ ั ่ ผมมองว่าเขาทํางานด้วยใจ คุณทักษิณ ก็บอกกับผมว่า อยู่ในใจอยู่แล้ว นายคณิต เล่าถึงสาเหตุที่ออกจากพรรคไทยรักไทยว่า “สาเหตุที่ผม ตัดสินใจเข้าร่วมทางการเมือง เพราะต้องการเห็นการปฏิรูปทางการเมืองดังที่ กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมถึงความสนใจในงานวิชาการ การเมืองที่ดต้องมี ี กลุ่มวิชาการที่ดีและให้ความสําคัญกับเอ็นจีโอ แต่หลังจากการประชุมในวัน นั้น ผมก็ได้เป็นรองประธานพรรคแบบไม่รู้ตัว ตอนที่ผมคุยกับคุณทักษิณ คิด ว่าพอจะช่วยเหลือสังคมได้บาง แต่ไม่คาดหวังว่าจะเป็นนั่นเป็นนี่ ้ 26
  • 27. ช่วงแรกทีเ่ ข้าไป ตอนที่ตงพรรคใหม่ๆ ก็มีการเชิญคนมาพูดคุยให้ความรู้ ั้ ซึ่งดีมากเกียวกับการสรรหานักการเมือง เนื่องจากผมอยูในระบบราชการมา ่ ่ นาน ทําอะไรต้องวางหลัก จะหานักการเมืองตามกรอบที่วางไว้ ไม่ใช่ทาอะไรํ ตามความชอบในระบบอุปถัมภ์ แต่ต่อมามันไม่เป็นจริงอย่างที่ผมคิดไว้ หลักที่ เราวางไว้เริ่มมีข้อยกเว้นมากขึ้น ผมรู้สึกไม่สบายใจกับข้อยกเว้นในการสรรหา คนเข้าพรรค แม้วาข้อยกเว้นเหล่านี้จะไม่ได้มาจากคุณทักษิณ โดยตรง หรือ ่ ท่านอาจจะไม่กล้าพูดกับผม เมื่อเป็นแบบนี้ผมก็ไม่ค่อยสบายใจ ผมจึงลาออก จากรองหัวหน้าพรรค 2 วัน ก่อนจะมีการประชุมพรรคเพื่อเลือก กรรมการบริหารพรรค ก่อนจะออก ผมได้เรียนกับอาจารย์ปุระชัย เปี่ยม สมบูรณ์ ว่า ปัญหาหลักที่ผมประสบคือการสรรหานักการเมือง ตอนนั้นท่าน ปุระชัยไม่ได้รั้งผม 27
  • 28. นายคณิต ยังสะท้อนถึงการยุบสภา ของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า “ผมมองว่า การเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นการเอาเงินของผมไปใช้อย่างไม่ สมควร การยุบสภากับการไม่ไว้วางใจเป็นคนละเรื่องกัน ฝ่ายบริหารไปจัดการ กับรัฐสภาได้อย่างไร เท่าที่ผมฟังมา รัฐสภาก็ไม่ได้เสียหายตรงไหน ไม่ถูกต้อง ที่คุณทักษิณจะยุบสภา ถือว่าเอาเงินประชาชนไปใช้ในการเลือกตังที่ไม่ ้ ถูกต้อง แล้วประชาชนจะฟ้องไหม ผมมองว่าสิ่งที่ไม่ถูกต้อง คือ เขา เบียดเบียนทุกคน ภาษีควรจะไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น แต่กลับมาทําในสิ่งที่ไม่ มีความสําคัญ เหมือนกับเอาเงินมาฟอกตัว ใช้ภาษีผมทําทุกอย่าง” นายคณิต มองว่า “สาเหตุทคุณทักษิณต้องเสื่อมหรือมีปัญหาเพราะ ี่ ความเชื่อมั่นตัวเองมากเกินไป และการฟังคนรอบข้างที่อยู่ในสถานะลูกน้อง กับเจ้านาย ไม่ฟังคนนอกที่อยู่ในระบอบรัฐสภา แม้กระทั่งสื่อมวลชน ประชาชน นักวิชาการ ซึ่งจําเป็นมากทีต้องฟัง” ่ 28
  • 29. กร ทัพพะรังสี : “คลุกวงในรัฐบาล ทักษิณ” นายกร ทัพพะรังสี ทายาทรุนที่ 3 ของกลุ่มการเมืองซอยราชครู เข้าคลุก ่ วงในรัฐบาล ในฐานะรองนายกฯ แต่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรค ไทยรักไทยในเวลาต่อมา นายกรได้เปิดบ้านให้สัมภาษณ์แก่กองบรรณาธิการ หนังสือดังกล่าว เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยนายกรได้เปิดใจตอบคําถามทุก ประเด็นอย่างตรงไปตรงมา แต่ตอมาเมื่อวันที่ 22 มี.ค.นายกรแจ้งด่วนว่า ่ ติดขัดด้วยเรื่องราวบางประการ จึงไม่ต้องการให้เผยแพร่ข้อมูลในหนังสือเล่ม ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางกองบรรณาธิการแจ้งว่า ได้เผยแพร่ขอมูลดังกล่าว ้ ไปทางสื่อมวลชนแล้ว นายกรจึงยินยอมให้เผยแพร่ได้ 29
  • 30. เนื้อหาที่นายกร ทัพพะรังสี เขียนบทความทีชื่อว่า “คลุกวงในรัฐบาล ่ ทักษิณ” มีสาระสําคัญว่า นายกฯ ทักษิณ จะอ่านวาระการประชุมก่อนทุกเรื่อง แล้วก็จะทําบันทึกของตัวเองสําหรับแต่ละเรื่องเอาไว้หมด อยูในแฟ้มของ ่ ตัวเอง พอถึงเรื่องไหนก็จะดูแฟ้มส่วนตัว ตนได้นงสังเกตดูใกล้ๆ เพราะเป็นรอง ั่ นายกฯ เข้าใจว่า อาจจะเป็นเพราะบุคลิกภาพของนายกฯ คนนี้ทชอบอ่าน ี่ หนังสือ อ่านทุกเรื่อง รายละเอียดยุบยิบ อ่านหมด แต่บางครังเราก็สงสัยว่า ้ ท่านเอาเวลาไปอ่านในทุกๆ เรื่องได้อย่างไรโดยปกติ แฟ้มการประชุมของ คณะรัฐมนตรี จะมีอยู่ 3 แฟ้ม คือ แฟ้มเพื่อทราบ แฟ้มเพื่อพิจารณา และ แฟ้มทักท้วง “แฟ้มเพื่อพิจารณา” นั้นนายกฯ ทักษิณ ค่อนข้าง sensitive มากๆ กับสิงแวดล้อมทางการเมืองนอกห้อง ครม. ไม่ว่าจะเป็นกระแสสังคม ่ หรือปฏิกิริยาสังคม ว่าปัญหานี้ ถ้ามีมติอย่างนี้ สังคมจะมีปฏิกิริยาอย่างไร 30
  • 31. การพิจารณานั้นนายกฯ ทักษิณจะดู timing ด้วยเช่น จังหวะการเมืองแบบนี้ ถ้ามีมติเรื่องนี้ออกไปก็ตายแน่ เป็นต้น นายกฯ ทักษิณ เป็นคนอ่านทุกเรื่อง และยังเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ทําให้ทุกคนในคณะรัฐมนตรีต้องอ่านด้วย เพราะถ้าไม่อ่านเดียวนายกฯ ถาม เกิดตอบไม่ได้คงจะแย่ สําคัญที่สุด นายกฯ ๋ ทักษิณ จะตามงาน ถามจี้งาน บังคับให้ผเู้ กี่ยวข้องต้องมีวินย ั นายกรกล่าวว่าเรื่อง “นอกแฟ้ม” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่เหมือนใคร และ ดูจะโดดเด่นกว่าใครทังสิ้น เรื่องนอกแฟ้ม คือ เรื่องที่ไม่ได้อยูในระเบียบวาระ ้ ่ การประชุม ครม. เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีมีมาเอง อาจจะมีคนมาแจ้งเรื่อง นั้นเรื่องนี้ รวมไปถึงเรื่องที่นายกฯทักษิณต้องการจะนําเข้ามาในคณะรัฐมนตรี อยากจะให้กระทรวงไหนเอาเรื่องไหนไปทํา นายกฯ ทักษิณจะมีบญชีเรื่องของั ตัวเองยาวเหยียดที่สุด สารพัดเรื่อง “นอกแฟ้ม” ที่กลายมาเป็นเหมือน “ใบสั่ง 31
  • 32. งาน” การหยิบเรื่องนอกแฟ้มขึ้นมาหารือสังการบ่อยๆ ในทุกๆ เรือง นายกฯ ่ ่ ทักษิณ จะมีมุมมองของตัวเอง ซึงบ่อยครังก็จะไม่ตรงกับรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ่ ้ และจะบอก “เรื่องนี้ไม่ใช่ เอากลับไปใหม่” รัฐมนตรีทุกคนจึงต้องพร้อมที่จะ ตอบข้อกังขาของนายกฯ ต้องไปทําการบ้าน หาข้อมูลตัวเลขมายืนยัน ต้องทํา เพื่อให้นายกฯ เห็นด้วยก่อน เรื่องจึงจะจบ ตนเห็นว่า นายกฯ ทักษิณ จะมี นโยบายของตนเอง มีนโยบายของตนเองในเรื่องต่างๆ ที่ไม่อยู่ในแฟ้มวาระ แต่ในที่สุดแล้วนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการฯ ครม. ก็จะสรุปเรื่อง ออกมาว่า ถือเป็นมติของของคณะรัฐมนตรี เมื่อออกจากที่ประชุมครม. ก็ถือ ว่าคณะรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว ก็ต้องนําไปปฏิบัติ คือ มันเป็นนโยบาย แต่ เริ่มต้นออกจากตัวนายกฯ ทักษิณ ซึ่งลงรายละเอียดสูงมาก 32
  • 33. นายกรกล่าวว่า นายกฯ ทักษิณไม่ได้ดูความถนัดของรัฐมนตรีเป็นตัวตั้ง ว่า จะให้เขาอยู่ที่ไหน อยู่กระทรวงไหน เพราะยังไง นายกฯ ทักษิณก็จะเป็นผู้ มอบนโยบายอยู่แล้ว เพราะฉะนัน ฉันจะเอาเธอไปนั่งอยู่ที่ไหน เธอก็อยู่แล้ว ้ กัน พูดง่ายๆ ว่า เอาคนที่สามารถจะทําตามที่ตนเองมอบนโยบายได้เป็นหลัก นายกฯทักษิณรูจักทุกคนว่าถนัดตรงไหน-ไม่ได้ถนัดตรงนี้ เช่นการนําคุณหญิง ้ สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ไปอยูกระทรวงเกษตรฯ ตนก็ถามว่าทําไมเอาไปอยู่ ่ กระทรวงเกษตรฯ ดูไม่ค่อยตรงเลย แต่เหตุผลที่ได้รับก็คือว่า “มันเป็นเรื่องของ การเมือง” อย่างนี้ก็ต้องหยุดถาม และในความเป็นนักการเมือง นายกฯ ทักษิณก็มีคนที่ไว้ใจ คนที่สบตาแล้วสนิทใจ แล้วคนพวกนีก็เป็นคณะรัฐมนตรี ้ อยู่รอบๆ ตลอด แต่ไม่จาเป็นว่าจะต้องอยูกระทรวงไหน เพราะการไปอยู่ ํ ่ กระทรวงตามความถนัดของคนพวกนี้ไม่ใช่ประเด็น คนที่นายกฯทักษิณสนิท ด้วยมากๆ เคยบอกตนว่า “อันนี้ผมก็ไม่ถนัดนะ นายให้มาอยู่นี้ผมก็อยู” ่ 33
  • 34. พูดง่ายๆ ว่า นายกฯ ทักษิณสนิทใจใคร ก็จะให้อยู่รับใช้ อยู่ในแวดวงของ คณะรัฐมนตรีตลอด โดยไม่เกี่ยวกับว่าคนนี้ถนัดกระทรวงไหน นายกรกล่าวว่า คนที่เคยทํางานอยูกับกลุ่มชินคอร์ปฯ มาก่อนเข้า ่ การเมือง เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องสนิทมากกว่าคนที่เพิงเข้ามาอยู่ เช่น นพ. ่ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช จะสนิททีสุด เพราะอยูด้วยกันมาตังแต่ทาธุรกิจ ก่อน ่ ่ ้ ํ เข้าการเมือง คุณหญิงสุดารัตน์ ก็อยู่ด้วยกันตอนเข้าการเมืองแรกๆ อยู่พรรค พลังธรรม นายเนวิน ชิดชอบ เพิงมาตีสนิทตอนหลัง ด้วย “ความพร้อมที่จะรับ ่ ใช้ทักษิณ” นั้นนายเนวินมีความพร้อมสูงมาก นายกฯทักษิณก็ถนัดมือที่จะให้ นายเนวินทําหน้าที่นั้น มีงานแบบที่เหมาะจะให้นายเนวินทํามาก แต่ไม่ได้เปิด ต่อคณะรัฐมนตรีให้ทราบ เป็นไปทางรับใช้นายกฯ ทักษิณโดยตรง ส่วนนาย สมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุงเรืองกิจ นั้น นายกฯทักษิณก็คงไม่ถึงกับ ่ 34
  • 35. ไว้ใจ เพราะนายสุริยะเข้ามาก็เพราะนายสมศักดิ์ คนพวกนี้อยู่ในการเมืองมา ก่อน แต่ทั้งหมดนี้ บอกได้เลยว่า คนที่สนิทกับนายกฯทักษิณที่สุด แน่นแฟ้น ที่สุด ไว้ใจที่สุด คือ น.พ.พรหมินทร์ ! นายกรกล่าวว่าตนอยูการเมืองมานานด้วยเหตุนี้ ตนจึงดีใจทีพ.ต.ท. ่ ่ ทักษิณเป็นคนแรกที่ทาให้มี “รัฐบาลพรรคเดียว” แต่พอเคลื่อนไปเรื่อยๆ ก็เกิด ํ คําถามกับตัวเองว่า รัฐบาลพรรคเดียวแบบนี้ นายกรัฐมนตรีแบบนี้ เป็นคนที่ ครอบครัวรวยที่สุดในประเทศไทยด้วย แต่ทําไมถึงอยู่ไม่ได้ ทําไมปัญหาจึง เยอะมากอย่างนี้ ตนคิดว่า เป็นเพราะปัญหาหลายอย่างมันสะสม สังคมมี คําถามแล้วไม่ได้รับคําตอบ สะสม พอกพูนมากขึ้นทุกวันๆ การที่ระบบไปยึด มั่นหรือเชื่อมั่นว่าองค์กรนิติบัญญัติ หรือรัฐสภาจะช่วยหาคําตอบที่สังคม ยอมรับร่วมกันได้ ก็ปรากฏว่า “เสียงข้างมาก” กลายมาเป็นความถูกต้องของ 35
  • 36. ทุกเรื่อง ตนยังคิดว่า รัฐบาลพรรคเดียว ที่มีพรรคฝ่ายค้านอยูในรัฐสภาด้วย ่ เป็นระบบที่เหมาะสมที่สุด ครั้งสุดท้ายในที่ประชุมพรรคไทยรักไทย ตนพูด กลางที่ประชุมพรรค ทุกคนปรบมือกัน แม้แต่คุณหญิงอ้อก็ยงปรบมือดังที่สุด ั แต่พอออกมา ประกาศยุบสภาผูแทนราษฎรทิ้งเสียแล้ว! ้ นายกรกล่าวว่า นายกฯทักษิณเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก เชื่อว่าตน บริหารประเทศชาติได้เอง ดูจากการที่ท่านไปประชุมกับปลัดกระทรวงเอง คุม งบเอง สั่งการกระทรวงเอง ฯลฯ ทั้งหมดนั้น ท่านให้น้ําหนักกับความเป็น มนุษย์ของรัฐมนตรีคนอื่นๆ น้อยเกินไป ผมสังเกตเห็นความโดดเด่นมากๆ ของคุณปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ บางช่วงเรตติ้งดีกว่าคุณทักษิณ แต่แล้วก็เกิด อะไรขึ้นกับเขา ! 36
  • 37. นายกรกล่าวว่าตนดีใจที่ประเทศไทยมี “รัฐบาลพรรคเดียว” และมีพรรค ฝ่ายค้าน แต่ปัญหาทีเ่ กิดขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากวัฒนธรรมของนักการเมืองรุ่นเก่า กับนักการเมืองรุ่นใหม่ วิธีการบริหารการเมืองทังสองแบบไม่เหมือนกัน ถูกทั้งคู่ ้ แต่ทํายังไงจึงจะผสมผสานกันลงตัว ในช่วงหลัง นายกฯ ทักษิณเข้ามาเป็น รัฐบาลพรรคเดียว มีอํานาจเข้มข้นมากขึ้น ความเป็นนายกรัฐมนตรีเข้มแข็งขึ้น ใช้บทบาทของการเป็นซีอีโอ วัฒนธรรมของการบริหารธุรกิจเข้มข้นขึ้น โครงสร้าง ที่ต้องการกระจายอํานาจในการบริหารประเทศไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่ทุกสิ่งไป ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี เมือมาเจอปัญหาสะสม พอกพูน แล้วการตัดสินใจทาง ่ การเมืองผิด เลือกเดินผิดทาง สิ่งที่เคยมีจงต้องแตกสลายอย่างน่าเสียดาย ถ้า ึ ประเทศไทยมีนักธุรกิจแบบทักษิณ ชินวัตร สักหมื่นคนแสนคน ผมเชื่อว่า จะทํา ให้ประเทศชาติสามารถก้าวไปสูการแข่งขัน ก้าวทันโลก ทันสมัย กลายเป็นชาติ ่ มหาอํานาจได้แน่นอน แต่ขออย่าได้เดินเข้ามาสู่การเมือง เพราะสังคมการเมือง มีกติกา มีวัฒนธรรม มีจรรยาบรรณ ที่ต้องคํานึงถึงมากกว่านั้น 37
  • 38. ข้อมูลจาก เปิดเนื้อหา “รู้ทันทักษิณ 4” อดีตคนใกล้ชดรุมลากไส้ “แม้ว” ิ โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 เมษายน 2549 ในหนังสือเล่มดังกล่าวนายกรได้แจ้งกองบรรณาธิการว่าขอให้ถอดต้นฉบับออกไป ทั้งๆ ที่ตีพิมพ์ปกหน้าแล้ว แต่กองบรรณาธิการแจ้งว่าเผยแพร่ข้อมูลไปให้สื่อมวลชน แล้ว นายกรก็ไม่ได้กล่าวอะไร 38