พื้นฐานภาษาจาวา
ประวัติความเป็ นมา
เป็ นภาษาทีถูกพัฒนาโดย Dr.Jame Gosling
บริ ษัท Sun Microsystems เดิมทีชือ ภาษาโอ๊ ค (Oak) เป็ นชือ
ต้ น...
จุดเด่น
1) เป็ นภาษาสําหรับการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ
(OOP: Object Oriented Programming)
2) Java คือ platform independence ห...
โครงสร้าง ภาษา Java
1. เครื องหมาย ในการควบคุม Structure
1.1 Comment คือข้ อความทีแทรกเข้ าไปในโปรแกรม แต่ไม่มีผลต่อการทํา...
1.2 Keyword คือคําทีถูกกําหนดไว้ ใช้ เองแล้ วในภาษา Java ไม่สามารถ
นํามาใช้ ในการตังชือภายใน โปรแกรมได้ ตัวอย่างเช่น
:
cla...
ชนิดของโปรแกรม Java
1) Java Application
เป็ นการนําโปรแกรม Java มาเขียนเป็ นโปรแกรมทีสามารถนํามาใช้ งานได้ อย่างอิสระ
2) J...
1.4 Separators คือ อักษร หรือ เครืองหมายทีใช้แบ่งแยกคําในภาษา มี
ดังต่อไปนี!
- เครืองหมาย () ใช้สาหรับ
ํ
1. ต่อท้ายชือ met...
- เครืองหมาย [ ] ใช้สาหรับ
ํ
1. กําหนดตัวแปรแบบ Array
เช่น String a[ ];
2. กําหนดค่า index ของตัวแปร array
เช่น a[ 0 ]=10;...
- เครื องหมาย{ }ใช้ สําหรับ
กําหนดขอบเขตของ method แล class
เช่น class A{
}
Private void hello(){
}
2. กําหนดค่าเริ มต้ นใ...
เมธอดแสดงผลทางจอภาพพื :นฐาน
การรับข้ อมูลทางคีย์บอร์ ดในภาษาจาวาจะต้ องสร้ างออบเจ็กต์ของคลาส Scanner ขึ :นมา
โดยจะต้ องปร...
ดังนันถ้าจะให้ตวแปร keyboard รับค่าทางแป้ นพิมพ์จะต้องสร้างออบเจ็กต์ขนมาโดยให้ม ี
!
ั
!ึ
อาร์ กวเมนต์เป็ น System.in ดังนี...
เมธอด
nextByte()
nextDouble()
nextFloat()
nextInt()
nextLine()
nextLong()
nextShort()

การทํางาน
รับข้ อมูลเลขจํานวนเต็มชน...
ตัวอย่าง
int number;
Scanner keyboard = new Scanner(System.in);
System.out.print(“Enter an integer value: “);
number = key...
การใช้ import
ในภาษาจาวาคลาสต่างๆจะถูกรวมไว้ เป็ นแพ็กเกจวึงสามารถเรี ยกใช้ ด้วย
คําสัง import
เพือบอกให้ คอมไพเลอร์ ร้ ุว...
ตัวดําเนินการ(Operators) และ ลําดับในการประมวล

ตัวดําเนินการทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic Operators)
คือคําสังพื :นฐานในการที...
Operator

รู ปแบบ และการทํางาน ลําดับในการประมวลผล

"*"(Multiply)

หาผลคูณ

1

"/" (Divide)

หาผลหาร

2

"%" (Modulus)

หา...
ตัวอย่ าง การใช้ตวดําเนิ นการทางคณิ ตศาสตร์
ั
class BasicMath{
public static void main (String args[]){
int a = 1 + 1; int...
ตัวดําเนินการสัมพันธ์ (Relational Operators)
คือตัวดําเนินการทีทําหน้ าทีเปรี ยบเทียบค่าระหว่างตัวแปรสองตัว หรื อนิพจน์สอง...
Relational Operator

ตัวอย่ าง

<

Op1<Op2 : คืนค่าความเป็ นจริ งถ้ า Op1 น้ อยกว่า Op2

a=(1<3); //aจะมีคาเป็ นจริ ง
่

<...
ตัวดําเนินการตรรกะ (Logical Operators)

ตัวดําเนิ นการทางตรรกะจะทําประมวลผลกับตัวแปรประเภท Boolean หรื อ นิพจน์ที%
ให้ค่าข...
ค่ าความจริงตัวที ค่ าความจริงตัวที
1
2

ผลการประมวล
แบบ AND

ผลการประมวล
แบบ OR

ผลการประมวล
แบบ XOR

true หรื อ 1

true ...
รู ปแบบของ Boolean Operator และตัวอย่างการประมวลผล

Operator

รู ปแบบ และการทํางาน

ตัวอย่ าง

! หรื อ(NOT)

!(Op1) เปลียน...
คลาสสตริ ง
การสร้ าง String
String เป็ น Class หนึงใน Package ของภาษาจาวาชือ java.lang ทํา
หน้ าทีใน การเก็บข้ อมูลทีเป็ น...
การสร้ าง Object เพือใช้ กบ String ได้ 6 รูปแบบคือ
ั
รูปแบบที 1
String ชือObject = new String(ข้ อความ);
รูปแบบที 2
String...
รูปแบบที 4
String (char chars[], int startIndex, int
numChars);
เป็ นการเก็บข้อมูลเพียงบางส่วนของ Array ไว้ใน String โดยที...
รูปแบบที 5
String (ชือStringเดิม);
เป็ นการสร้ าง String ใหม่โดยใช้ โครงสร้ างของ String เดิม
ผลทีได้ ก็คือ String ใหม่จะม...
อ้างอิง
http://www.sourcecode.in.th/lession.php?no=14&group=3
https://sites.google.com/site/javabasiceaw/home
http://java2...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

พื้นฐานภาษาจาวา

2,226

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
2,226
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
33
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

พื้นฐานภาษาจาวา

  1. 1. พื้นฐานภาษาจาวา
  2. 2. ประวัติความเป็ นมา เป็ นภาษาทีถูกพัฒนาโดย Dr.Jame Gosling บริ ษัท Sun Microsystems เดิมทีชือ ภาษาโอ๊ ค (Oak) เป็ นชือ ต้ นไม้ ใหญ่ทีอยูในบริ เวณบ้ าน ทีทีมวิศวกรของซัน ทํางานอยู่ นํามาใช้ ในการ ่ พัฒนาโปรแกรมขนาดจิ0วสําหรับ อุปกรณ์ เครื องใช้ อิเล็คทรอนิกส์ ได้ ทําการ พัฒนาต่อมาเรื อยๆ และได้ เปลียนชือใหม่เป็ น ภาษาจาวา (Java) ตามชือ กาแฟทีทีมพัฒนาดืม
  3. 3. จุดเด่น 1) เป็ นภาษาสําหรับการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP: Object Oriented Programming) 2) Java คือ platform independence หมายความว่า ความสามารถของโปรแกรมที%เขียนด้วย java สามารถทํางานได้ในระบบปฏิบติการที%ต่างกัน โดยไม่ตอง ั ้ ดัดแปลงแก้ไขใหม่ 3) Free และ เป็ นโปรแกรมประเภท Open Source
  4. 4. โครงสร้าง ภาษา Java 1. เครื องหมาย ในการควบคุม Structure 1.1 Comment คือข้ อความทีแทรกเข้ าไปในโปรแกรม แต่ไม่มีผลต่อการทํางานของ โปรแกรม เช่นในกรณีทีเราต้ องการอธิบาย Source code ไว้ ใน โปรแกรม วิธีการคือ - comment ทีละ บรรทัด ใช้ เครื องหมาย // ตามด้ วยข้ อความทีต้ องการ comment เช่น //comment comment - comment แบบครอบทังข้ อความ ใช้ เครื องหมาย /* ข้ อความทีต้ องการ comment : */ เช่น /* Comment Comment */
  5. 5. 1.2 Keyword คือคําทีถูกกําหนดไว้ ใช้ เองแล้ วในภาษา Java ไม่สามารถ นํามาใช้ ในการตังชือภายใน โปรแกรมได้ ตัวอย่างเช่น : class,boolean,char เป็ นต้ น 1.3 Identifiers คือชือทีผู้เขียนตังขึ :นมา เพือใช้ แทนอะไรก็ได้ ไม่วาจะเป็ น : ่ method ,ตัวแปร หรื อ class ชือทีถูกต้ องควรประกอบด้ วย ตัวอักษร , ตัวเลข ,_,$ และจะต้ องขึ :นต้ นด้ วย ตัวอักษรเท่านัน :
  6. 6. ชนิดของโปรแกรม Java 1) Java Application เป็ นการนําโปรแกรม Java มาเขียนเป็ นโปรแกรมทีสามารถนํามาใช้ งานได้ อย่างอิสระ 2) Java Applets เป็ นการนํา Java มาเขียนเป็ นโปรแกรมเช่นเดียวกัน แต่ไม่สามารถเรี ยกใช้ งานได้ ตาม ลําพัง ต้ องนํามาใส่ไว้ ในเอกสาร HTML แล้ วใช้ โปรแกรม Web Browser หรื อ Utilities ของ Java เพือเรี ยกดูผลลัพธ์
  7. 7. 1.4 Separators คือ อักษร หรือ เครืองหมายทีใช้แบ่งแยกคําในภาษา มี ดังต่อไปนี! - เครืองหมาย () ใช้สาหรับ ํ 1. ต่อท้ายชือ method ไว้ให้ใส่ parameter เช่น private void hello( ); 2. ระบุเงือนไขของ if ,while,for ,do เช่น if ( i=0 ) 3. ระบุชอชนิดข้อมูลในการ ทํา casting ื เช่น String a=( String )x;
  8. 8. - เครืองหมาย [ ] ใช้สาหรับ ํ 1. กําหนดตัวแปรแบบ Array เช่น String a[ ]; 2. กําหนดค่า index ของตัวแปร array เช่น a[ 0 ]=10; - เครืองหมาย ; ใช้เพือปิ ดประโยค เช่น String a ; - เครืองหมาย , ใช้สาหรับ ํ 1. แยกชือตัวแปรในประโยค เช่น String a , b , c; - เครือง หมาย . ใช้สาหรับ ํ 1. แยกชือ package,subpackage และชือ class เช่น package com.test.Test1; 2. ใช้เพือเรียกใช้ ตัวแปร หรือ method ของ Object เช่น object.hello();
  9. 9. - เครื องหมาย{ }ใช้ สําหรับ กําหนดขอบเขตของ method แล class เช่น class A{ } Private void hello(){ } 2. กําหนดค่าเริ มต้ นให้ กับตัวแปร Array เช่น String a[]={"A","B","C"};
  10. 10. เมธอดแสดงผลทางจอภาพพื :นฐาน การรับข้ อมูลทางคีย์บอร์ ดในภาษาจาวาจะต้ องสร้ างออบเจ็กต์ของคลาส Scanner ขึ :นมา โดยจะต้ องประกาศตัวแปรออบเจ็กต์ก่อน เช่น Scanner keyboard; ประกาศตัวแปรออบเจ็กต์ชือ keyboard อยู่ในคลาส Scanner จากนัน : ต้ องสร้ างออบเจ็กต์มาโดยใช้ คีย์เวิร์ด new มีรูปแบบดังนี : ตัวแปรออบเจ็กต์ = new ชือคลาส(อาร์ กิวเมนต์);
  11. 11. ดังนันถ้าจะให้ตวแปร keyboard รับค่าทางแป้ นพิมพ์จะต้องสร้างออบเจ็กต์ขนมาโดยให้ม ี ! ั !ึ อาร์ กวเมนต์เป็ น System.in ดังนี! ิ keyboard = new Scanner(System.in); ในคลาส Scanner นันมีเมธอดสําหรับอ่านข้อมูลประเภทต่างๆหลายประเภท ! ดังนี!
  12. 12. เมธอด nextByte() nextDouble() nextFloat() nextInt() nextLine() nextLong() nextShort() การทํางาน รับข้ อมูลเลขจํานวนเต็มชนิด Byte ทางแปนพิมพ์ ้ รับข้ อมูลเลขทศนิยมชนิด Double ทางแปนพิมพ์ ้ รับข้ อมูลเลขทศนิยมชนิด Float ทางแปนพิมพ์ ้ รับข้ อมูลเลขจํานวนเต็มชนิด Int ทางแปนพิมพ์ ้ รับข้ อมูลแบบสตริ งทางแปนพิมพ์ ้ รับข้ อมูลตัวเลขชนิด Long ทางแปนพิมพ์ ้ รับข้ อมูลตัวเลขชนิด Short ทางแปนพิมพ์ ้
  13. 13. ตัวอย่าง int number; Scanner keyboard = new Scanner(System.in); System.out.print(“Enter an integer value: “); number = keyboard.nextInt();
  14. 14. การใช้ import ในภาษาจาวาคลาสต่างๆจะถูกรวมไว้ เป็ นแพ็กเกจวึงสามารถเรี ยกใช้ ด้วย คําสัง import เพือบอกให้ คอมไพเลอร์ ร้ ุวาจะนําคลาสมาจากทีใด โดยเขียนคําสัง import ไว้ ทีส่วน ่ หัวของโปรแกรม เช่นการใช้ งานคลาส Scanner จะต้ องเขียนดังนี : import java.util.Scanner เป็ นการเรี ยกใช้ คลาส Scanner ทีเก็บอยูใน util โดย util นี :เก็บอยูในแพ็กเกจ ่ ่ หลักชือ java
  15. 15. ตัวดําเนินการ(Operators) และ ลําดับในการประมวล ตัวดําเนินการทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic Operators) คือคําสังพื :นฐานในการทีจะสังให้ เครื องคอมพิวเตอร์ ประมวลผลการคํานวณพื :นฐานทาง คณิตศาสตร์ เช่น การบวก ลบ คูณ หาร ตัวดําเนินการแต่ละตัวจะมีลําดับการประมวลผล ตามทีกําหนด ดังตาราง และในการประมวลผลจะเริ มทําจากทางซ้ ายไปขวา และจะทําการ ประมวลผลในวงเล็บก่อน
  16. 16. Operator รู ปแบบ และการทํางาน ลําดับในการประมวลผล "*"(Multiply) หาผลคูณ 1 "/" (Divide) หาผลหาร 2 "%" (Modulus) หาเศษทีเหลือจากการหาร 3 "+" (Add) การบวก 4 "-" (Minus) op1-op1:การลบ 5
  17. 17. ตัวอย่ าง การใช้ตวดําเนิ นการทางคณิ ตศาสตร์ ั class BasicMath{ public static void main (String args[]){ int a = 1 + 1; int b = a * 3; int c = b / 4; int d = b " a; int e = -d; int f = 9%5; System.out.println("a = " + a); System.out.println("b = " + b); System.out.println("c = " + c); System.out.println("e = " + e); System.out.println("9%5 = " + 9%5); } }
  18. 18. ตัวดําเนินการสัมพันธ์ (Relational Operators) คือตัวดําเนินการทีทําหน้ าทีเปรี ยบเทียบค่าระหว่างตัวแปรสองตัว หรื อนิพจน์สอง นิพจน์ โดยจะคืนค่าเป็ นจริ งหรื อเท็จ (Boolean)
  19. 19. Relational Operator ตัวอย่ าง < Op1<Op2 : คืนค่าความเป็ นจริ งถ้ า Op1 น้ อยกว่า Op2 a=(1<3); //aจะมีคาเป็ นจริ ง ่ <= Op1<=Op2 : คืนค่าความเป็ นจริ งถ้ า Op1 น้ อยกว่า Op2 หรื อ เท่ากับ Op2 a=(5<=7); //a จะมีคาเป็ นจริ ง ่ > Op1>Op2 :คืนค่าความเป็ นจริ งถ้ า Op1 มากกว่า Op2 a=(5>7); //a จะมีคาเป็ นจริ ง ่ >= Op1>=Op2 : คืนค่าความเป็ นจริ งถ้ า Op1 มากกว่า หรื อเท่ากับ Op2 a=(5>=7); //a จะมีคาเป็ นจริ ง ่ == Op1==Op2 : คืนค่าความเป็ นจริ งถ้ า Op1 เท่ากับ Op2 a=(5==7); // a จะมีคาเป็ นเท็จเพราะ 5 ไม่ ่ เท่ากับ 7 != Op1!=Op2 : คืนค่าความเป็ นจริ งถ้ า Op1 ไม่เท่ากับ Op2 a=(5!=7); // a จะมีคาเป็ นจริ ง เพราะ 5 ไม่ ่ เท่ากับ 7 ": (expression)"a:b :คือค่าตัว operand a ถ้ า expression เป็ นจริ ง a=(3>5)"false:true; //a จะมีคาเป็ นจริ ง ่ เพราะผลการเปรี ยเทียบ 3 มากกว่า 5 เป็ นเท็จ เมือค่าที ได้ เป็ นเท็จจะเลือกค่า true
  20. 20. ตัวดําเนินการตรรกะ (Logical Operators) ตัวดําเนิ นการทางตรรกะจะทําประมวลผลกับตัวแปรประเภท Boolean หรื อ นิพจน์ที% ให้ค่าของข้อมูลเป็ นจริ งหรื อ เท็จ
  21. 21. ค่ าความจริงตัวที ค่ าความจริงตัวที 1 2 ผลการประมวล แบบ AND ผลการประมวล แบบ OR ผลการประมวล แบบ XOR true หรื อ 1 true หรื อ 1 true หรื อ 1 true หรื อ 1 false หรื อ 0 true หรื อ 1 false หรื อ 0 false หรื อ 0 true หรื อ 1 true หรื อ 1 false หรื อ 0 true หรื อ 1 false หรื อ 0 true หรื อ 1 true หรื อ 1 false หรื อ 0 false หรื อ 0 false หรื อ 0 false หรื อ 0 false หรื อ 0
  22. 22. รู ปแบบของ Boolean Operator และตัวอย่างการประมวลผล Operator รู ปแบบ และการทํางาน ตัวอย่ าง ! หรื อ(NOT) !(Op1) เปลียนค่าความจริ งเป็ นค่าตรงกันข้ าม a= !(true); // a จะมีค่าเป็ นเท็จ &&หรื อ(AND) Op1 && Op2 คืนค่าความจริ งถ้ า Op1 เท่ากับ a= !(true && false); // a จะมีค่าเป็ นเท็จ Op2 || หรื อ (OR) Op1 || Op2 คืนค่าความจริ ง ถ้ า Op1 ไม่เท่ากับ a= !(true); // a จะมีค่าเป็ นเท็จ Op2
  23. 23. คลาสสตริ ง การสร้ าง String String เป็ น Class หนึงใน Package ของภาษาจาวาชือ java.lang ทํา หน้ าทีใน การเก็บข้ อมูลทีเป็ น “ชุดของตัวอักษร” ซึงปกติชนิดของข้ อมูลของภาษาจาวาก็มี ชนิดเป็ น character แต่เก็บข้ อมูลได้ เพียง 1 ตัวอักษรเท่านัน ดังนันจึงลําบากในการ : : นํามาใช้ กบข้ อมูลทีมากกว่า 1 ตัวอักษร หรื อทีเรี ยกว่า “String” ดังนัน ภาษาจาวา ั : จึงได้ สร้ าง Class สําเร็จรูปมาให้ สามารถเรี ยกใช้ ได้ ทนที เรี ยกว่า “String” ทังหมด ั : คือทีมาของคําว่า String Class
  24. 24. การสร้ าง Object เพือใช้ กบ String ได้ 6 รูปแบบคือ ั รูปแบบที 1 String ชือObject = new String(ข้ อความ); รูปแบบที 2 String ชือObject = ข้ อความ; รูปแบบที 3 String (char chars[]); เป็ นการสร้าง String ทีนํา Array ชือ Chars มาเป็ นข้อมูลใน String
  25. 25. รูปแบบที 4 String (char chars[], int startIndex, int numChars); เป็ นการเก็บข้อมูลเพียงบางส่วนของ Array ไว้ใน String โดยที startIndex คือกําหนดตําแหน่งเริมต้นใน array ที ต้องการเก็บ numChars คือกําหนดจํานวนตัวอักษรทีต้องการเก็บ โดยนับจาก ตําแหน่งทีระบุใน startIndex
  26. 26. รูปแบบที 5 String (ชือStringเดิม); เป็ นการสร้ าง String ใหม่โดยใช้ โครงสร้ างของ String เดิม ผลทีได้ ก็คือ String ใหม่จะมีข้อมูลเดียวกับ String เดิมทีใช้ เป็ นต้ นแบบใน การสร้ าง รูปแบบที 6 เป็ นการเก็บ Array ของรหัส ASCII ไว้ ใน String - String (byte asciiChars[]);
  27. 27. อ้างอิง http://www.sourcecode.in.th/lession.php?no=14&group=3 https://sites.google.com/site/javabasiceaw/home http://java2see.blogspot.com/2009/08/java-java-structure.html 2 2009/08/
  1. Gostou de algum slide específico?

    Recortar slides é uma maneira fácil de colecionar informações para acessar mais tarde.

×