Your SlideShare is downloading. ×
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Report Aprm 2007
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Report Aprm 2007

1,661

Published on

Published in: Health & Medicine, Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
1,661
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
4
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. Introduction Standing Committee Session  President session  The Standing Committee on Medical Education (SCOME)  The Standing Committee on Professional Exchange And Research Exchange (SCOPE / SCORE)  The Standing Committee on human Rights and Peace (SCORP)  The Standing Committee on Reproductive Health including AIDS (SCORA)  The Standing Committee on Public Health (SCOPH) Training and Resources Development  Group Dynamics/Exploring own leadership skills  Presentation Skills  Project management training  Leadership  Strategic Planning Field Work  Clownication  Addiction to drugs  Adolescent and mental health  Hospice and Terminal care ********************
  • 2. The 5th IFMSA Asia Pacific Regional Meeting ปัจจุบันนี้สมาพันธ์นักศึกษาแพทย์นานาชาติ (International Federation of Medical Students Associations-IFMSA) มีนักศึกษาจากภูมิภาคต่าง ๆ รวม 5 ภูมิภาคทั่วโลกเข้าร่วมเป็นสมาชิก การจัดการประชุมในแต่ละ ภูมิภาคมีจุดประสงค์หลักเพื่อเป็นการเปิดโอกาสในสมาชิกในแต่ ละภูมิภาคได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำางาน สร้าง เสริมความสัมพันธ์ รวมถึงเรียนรูวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ้ สำาหรับปี 2550 ได้มีการจัดประชุม APRM (Asia-Pacific Regional Meeting) ขึ้นที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น โดยนับเป็นครั้งที่ 5 ของภูมิภาคนี้ ซึ่งหัวข้อ (theme) หลักของการประชุมครั้งนี้คือ Mental Health กิจกรรมที่จัดขึ้นประกอบด้วย  Work Shop ประกอบด้วยการจัดฟังคำาบรรยายในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ Mental Health ร่วมกับทำากิจกรรมในกลุ่มย่อยเพื่อแลกเปลี่ยน ความเห็นของสมาชิกในแต่ละประเทศ การจัดบรรยายประกอบด้วย 2 หัวข้อ คือ 1. “Mental health in Asia and the Pacific Region” โดย Dr. Naotaka Shinfuku of Seinan Gakuin University เป็น การให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของ mental health ในแต่ละประเทศ รวมถึงกฎหมายและมาตรการในการรับมือ ปัญหาเหล่านี้ในประเทศต่าง ๆ จุดมุ่งหมายหลักคือเน้นในผู้ฟัง ซึ่งก็คือนักศึกษาแพทย์เกิดความตื่นตัวและตระหนักถึงความ สำาคัญของ mental health problem 2. “Stress and its Management among medical students and doctors” โดย Keiko Abe MA,RMN และ Dr. kazuhiko fujisaki of Gifu University มีจุดประสงค์หลักเพื่อให้ผู้ฟังได้มีโอกาสคิดถึง ปัญหาและความเครียดที่ตนจะต้องเผชิญจากการทำางาน รวมถึง ได้แลกเปลี่ยนแนวทางในการจัดการและแก้ไขปัญหาเหล่านั้น  Standing Committee Session ประกอบด้วย SCORE SCOME The Sanding Committee on Medical Education (SCOME) is a forum for active discussion for medical
  • 3. students interested in developing medical education. Our overall goal is the implementation of an optimal learning environment for all medical students around the world. SCOPE SCORE The Standing Committee on Professional Exchange (SCOPE) and Standing Committee on Research Exchange are the largest committee within IFMSA. More than 6000 students worldwide participate in our programme each year SCORP The Standing Committee on human Rights and Peace (SCORP) deals with the problems faced by displaced people and participates in relief efforts. SCORP also works for the prevention of conflicts and human rights abuses. SCORA The Standing Committee on Reproductive Health including AIDS (SCORA) aims to raise awareness among medical students about Reproductive Health including sexual education, gender equity, sexual violence, as well as Sexually Transmitted Infections. SCOPH The Standing Committee on Public Health (SCOPH) emphasizes the importance of public health issues in medical education and the community. The promotion of a healthy lifestyle through the eradication of smoking, improvement in diet and increasing physical activity is our goal. โดยเป็นช่วงเวลาสำาหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวม ถึงประสบการณ์ทำางานของสมาชิกในแต่ละประเทศ เกี่ยวกับ session ที่ตนทำางานอยู่  Training Session Training and Resources Development
  • 4. เป็นกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมทักษะต่าง ๆ ทีจำาเป็นต่อการทำา ่ งาน ทังต่อ IFMSA และด้านอื่น ๆ โดยครังนี้ได้มีการจัดฝึกอบรม ้ ้ ทักษะในหลาย ๆ ด้าน อาทิเช่น Project management, Leadership, Fund Raising, Conflict Resolution เป็นต้น  Project Time กิจกรรมนี้มีเป้าหมายหลักคือให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มี ประสบการณ์ในการจัดการ “Project”ของตน โดยมี Project Working Committee of IFMSA APRO (Asia-Pacific Regional Office) เป็นผูให้คำาแนะนำา ้  Field Work ประกอบด้วย 5 หัวข้อ ได้แก่ Adolescent Mental Health, Addiction of Drugs, Occupational Mental Health, Terminal care and Hospice และ Clownication รูปแบบกิจกรรมแบ่งเป็น 2 ช่วง คือวันแรกเป็นการเชิญวิทยาการมาให้คำาบรรยายในแต่ละ หัวข้อ วันต่อมาจึงเป็นการลงสถานที่จริง ซึงมีรายละเอียดแตก ่ ต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม
  • 5. President session Chartchai Savetsila Ekkamol Phaibulvatanapong SCOME Yada Manomaiphan Maynart Sukharomana Saetawu Lertlukpreecha Satita Aimprasittichai SCOPE SCORE Natdanai Punnanithi Bhurinud Salakij Chatsuda Mongkoltanatas SCORP Patsaree Patanasuwana Pennapa Kaweewongprasert SCORA Chutikarn Thaisriwong SCOPH Nitcha Wongtim
  • 6. The session is about how to improve you to become the officials by teach and give information about Asia Pacific Regional Office (APRO), IFMSA and NMO management, MSI and eVagus, IFHHRO , IFMSA godfathering system, The IFMSA Constitution and Bylaws and teach about problem analysis, strategic planning , fundriasing, motivation and how to adapt in your NMO. What we learn in this session? 1.how to solve the problem and improve our NMO by using SWOT analysis, fundraising, motivation , recruitment and communicate with our university. 2.the management system in IFMSA
  • 7. เนื่องจากระบบการศึกษาของแพทย์ มีส่วนสำาคัญในการ กำาหนดคุณภาพของแพทย์ในอนาคต และเป็นตัวกำาหนด คุณภาพของการบริการทางการแพทย์ด้วยเช่นกัน แต่ละ ประเทศต่างมีระบบการศึกษาที่ค่อนข้างแตกต่างกันทำาให้ คุณภาพที่แตกต่างกัน จุดประสงค์หลักสำาคัญของ SCOME มี 2 ประการหลักๆ คือ 1.การที่นักศึกษาแพทย์มีส่วนในการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการ ศึกษาของสถาบันการศึกษาของตัวเอง 2.การจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ เช่น Workshops , Seminar โดยเน้นประโยชน์ให้เกิดแก่นักศึกษาแพทย์เพื่อให้มีทัศนะคติที่ดี ในการเรียนแพทย์ SCOME Session in APRM 2007 Facilitated by Maja Basnow ,IFMSA SCOME Director Fandi Ahmad ,SCOME-Regional Assistant of SCOME Day 1 (19/03/07, 18.00 – 21.00) 1.Introduction of SCOME แนะนำาให้สมาชิกใหม่ได้รู้จัก SCOME มากขึ้น ทั้งในระดับ โลก ระดับเอเชียแปซิฟิก และกล่าวนำาโครงการร่วมระหว่าง ประเทศที่กำาลังจะดำาเนินการในปี 2007 นี้ 2.Country presentation / Activity report การนำาเสนอประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ ระบบการศึกษา ของแต่ละประเทศ และ กิจกรรมของ NMO-SCOME ประเทศไทย นำาเสนอโดยนางสาวญาดา มโนมัยพันธุ์ , นางสาวเมนาท สุขารมณ์ สำาหรับประเทศไทยมีระบบการศึกษาที่แตกต่างกันไปใน แต่ละสถาบันการศึกษา แต่ โดยรวมแล้วใช้เวลาเรียนทั้งหมด เป็นเวลา 6 ปี โดยหลังจากจบปีที่ 6 นักศึกษาจะกระจายไปเป็น แพทย์ตามจังหวัดต่างๆของประเทศไทย เพื่อเพิ่มพูนทักษะ และ เป็นการชดใช้ทุนที่รัฐบาลสนับสนุนการเรียน
  • 8. สำาหรับ SCOME ของประเทศไทย เริ่มจัดตั้งขึ้นได้ไม่นาน มากนัก และมีจำานวน Active Members น้อยมาก และมีปัญหาใน การขาดช่วงในการดำาเนินงานระหว่างปี ปัญหาสำาคัญที่ทำาให้ SCOME ไม่พัฒนาเท่าที่ควร เพราะ สำาหรับประเทศไทยแล้วนอกจากที่แต่ละสถาบันจะมีระบบการ ศึกษาที่แตกต่างกันแล้ว บทบาทของนักศึกษาแพทย์ไม่ได้มี สิทธ์อย่างเต็มที่ในการเสนอเพื่อขอปรับปรุงทางด้านระบบการ ศึกษา ประเทศไต้หวัน ใช้ระบบ Problem-Based Learning (PBL) โดยใช้ระยะ เวลาทั้งหมด 7 ปี ในการเรียนแพทย์ ซึง 2 ปีแรกเป็นเนื้อหา ่ General Intelligence สำาหรับ กิจกรรมของ SCOME ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมาก และมีจำานวน active members ไม่มาก เนื่องจากระบบการศึกษา ของประเทศไต้หวัน เหมือนกับประเทศไทยที่นักศึกษาไม่ได้มี บทบาทในการวางระบบการศึกษา ในส่วนของกิจกรรมก็มีองค์ กรณ์อื่นที่จัดกิจกรรมเพื่อนักศึกษาอยู่แล้ว จากปัญหาดังกล่าว NMO-SCOME จึงแก้ปัญหาโดยในปีนี้ ได้วางแผนจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นโดยเป็นความร่วมมือระหว่าง SCOME กับองค์กรเดิมที่จัดกิจกรรมอยู่แล้ว ประเทศอินโดนีเซีย ในส่วนของระบบการศึกษา ระบบ Problem-Based Learning (PBL) โดยใช้ระยะเวลาทั้งหมด 6 ในการเรียนแพทย์ เป็นเนื้อหา General Intelligence เพียง 1 ปี ในด้านกิจกรรมของ NMO-SCOME ค่อนข้างมั่นคง มีจำานวน Active Members ค่อนข้างมาก และมี กิจกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้น ตลอดเวลา เช่น - Seminar “Medical Laws and Abortion Legality,2005” - Scientific Fair - Medical Curriculum Database เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ระบบการศึกษาของประเทศต่างๆ - Book Aids มีจุดประสงค์หลักๆ เพื่อช่วยเหลือนักศึกษา แพทย์ที่ประสบภัยธรรมชาติและมีปัญหาด้านเศรษฐกิจการ เงิน ปัญหาของประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากเปลี่ยนระบบการ ศึกษาเป็น PBL ได้ไม่นาน ยังอยู่ในช่วงทดลอง ทำาให้การ
  • 9. จัดระบบยังไม่มั่นคง นักศึกษายังไม่สามารถปรับตัวกับ ระบบใหม่ได้ ประเทศญี่ปุ่น ในส่วนของ SCOME-Japan ยังไม่ได้จัดตั้งอย่างเป็นทางการ จึงเรียกว่า Pre-COME การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการสังเกตการณ์ เพื่อนำาไปพัฒนาต่อไป สรุปปัญหาจากทุกประเทศ ปัญหาสำาคัญของประเทศในภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก ทีมี ่ ส่วนสำาคัญให้ SCOME มีจำานวนสมาชิกที่สนใจน้อย เพราะ นักศึกษาแพทย์ไม่ได้มีบทบาทอย่างจริงจังในการมีส่วนแสดง ความคิดเห็นในการวางระบบการศึกษา ซึงแตกต่างจากประเทศ ่ ทางตะวันตก ที่นักศึกษา สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกรรมการ วางแผนระบบการศึกษา ทำาให้ขอบข่ายการทำางานของ SCOME จำากัดอยู่ในวงแคบ ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงการจัดกิจกรรมแต่ละ ครั้งจึงทำาได้ยากและมีผู้สนใจเข้าร่วมจำานวนไม่มากเท่าที่ควร Day 2 (20/03/07, 15.30 – 18.00) Small Working Group I : “How to plan a trans-NMO project” ในการวางแผนการจัดกิจกรรมต้องมีการวางแผนก่อนตาม หัวข้อนี้ Background ความเป็นมาและแรงบันดาลใจในการคิด กิจกรรม Goals เป้าหมายของการจัดกิจกรรม Objective จุดประสงค์ของการจัดกิจกรรม Expected Outcome ผลที่คาดว่าจะได้รับเมื่อจัดกิจกรรม Small Working Group II : “Implementation and preparation for Transnational Project” หลังจากวางโครงและเป้าหมายของกิจกรรมแล้ว ก่อนเริ่ม ลงมือปฏิบัติให้วิเคราะห์ตาม หลัก SWOT-Analysis (Strategic Planning) Day 3 (21/03/07, 15.30 – 18.00)
  • 10. Medical Education Issues Update วิธีการเรียนรู้มีหลายแนวทางดังนี้ 1. PBL 2. OSCE 3. Portfolio 4. Different types of short answer 5. MCQ in a new perspective Training : “How to advocate the stakeholder in improving Medical Education in your faculty” ได้แนะนำาถึงวิธีการยืนข้อ เสนอในการปรับปรุงระบบการศึกษารวมทั้ง facility ของแต่ละ มหาลัย โดยให้ผู้เข้าร่วมประชุมแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ อภิปราย ปัญหาร่วมกันแล้วเขียนโครงการ อธิบายรายละเอียดข้อเสียที่ ควรปรับปรุง พร้อมแนะนำาวิธีการแก้ปัญหา เพื่อปรับปรุงสถาบัน การศึกษาของแต่ละประเทศ สรุป เนื่องจาก SCOME สำาหรับประเทศแถบเอเชีย เป็น session ที่มจำานวนสมาชิกไม่มาก และมีข้อจำากัดในการจัดกิจกรรมใน ี ด้านการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา ส่วนมากจึงเน้นการจัด กิจกรรมเกี่ยวกับส่งเสริมคุณภาพชีวิตของนักศึกษาแพทย์แทน ความคิดเห็นของนางสาวสาธิตา อิ่มประสิทธิชัย, นายสิขริณญ์ อุปะละ เป็ น เรื่ อ งเกี่ ย วกั บ Medical Education โดยที่ ไ ด้ มี ก ารนำา เสนอถึ ง ลั ก ษณะรู ป แบบการเรี ย นแพทย์ ข องแต่ ล ะประเทศ โครงการหรื อ กิ จ กรรมต่ า งๆที่ จั ด ขึ้ น ภายในสถาบั น การศึ ก ษา ลั ก ษณะของการเรี ยนแพทย์ทั่ วโลก และมี ก ารระดมความคิด ใน การเสนอโครงการใหม่ๆต่างๆที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบการ ศึ ก ษาของนั ก ศึ ก ษาแพทย์ ใ ห้ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพยิ่ ง ขึ้ น รวมทั้ ง ยั ง มี การวิเคราะห์ถึงข้อดี ข้อเสีย ของรูปแบบการเรียนการสอนในวิชา ชีพแพทย์ลักษณะต่างๆเพื่อนำา ไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป ในการเข้า ร่ ว มกิ จ กรรมครั้ ง นี้ ได้ มี ตั ว แทนของ IFMSA มาบรรยายเกี่ ย วกั บ ด้า นนี้ โ ดยเฉพาะ เป็ น การเปิ ดมุ ม มองภาพรวมของการเรี ยนวิ ช า ชีพแพทย์อีกด้วย
  • 11. สิ่ ง ที่ ไ ด้รับ จากการเข้ าร่ ว มกิ จ กรรมครั้ ง นี้ เป็ น เรื่ อ งเกี่ ยวกั บ โครงการกิ จ กรรมต่ า งๆที่ จั ด ขึ้ น เช่ น โครงการยื ม ตำา ราแพทย์ โครงการค่ า ยวิ จั ย เรี ย นรู้ เ กี่ ย วกั บ การทำา วิ จั ย วิ ช าชี พ แพทย์ โครงการฝึกงานสำาหรับนักศึกษาแพทย์ชั้นพรีคลินิก เป็นต้น ส่วน ในเรื่องของการแก้ไขหลักสูตรการเรียนการสอนนั้นสามารถทำา ได้ เพียงบางประเทศเท่านั้น โดยการแก้ไขหลักสูตรเพื่อเป็นการให้ เกิดประสิทธิภาพในการเรียนแพทย์มากที่สุด นอกจากนี้ลักษณะ รูปแบบของการเรียนแพทย์ในประเทศแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ มีรู ปแบบที่ คล้ ายคลึ ง กัน ส่ ว นใหญ่ เ รี ย น 6 ถึง 7 ปี โดยแบ่ ง เป็ น สามส่วนหลัก คือ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน พรีคลินิก และคลินิก ซึ่ง ในการประชุ ม นั้ น ทำา ให้ ท ราบข้ อ มู ล เกี่ ย วกั บ การศึ ก ษาวิ ช าชี พ แพทย์ในมุมมองที่ต่างออกไปจากที่เคยได้รับมา
  • 12. SCOME Group Presentation “Transnational Projects” Country Presentation “Thailand” Group Presentation “Medical Maja Sidelmann Basnov Education & Problems” SCOME Director “SCOMEdian”
  • 13. กิจกรรมในส่วนของ SCOPE และ SCORE แบ่งเป็นทั้งหมด 3 วัน โดยในวันแรกเป็นการแนะนำา session ทังสองแก่ผู้เข้าร่วม ้ ประชุม ซึงในส่วนของ SCOPE นั้นนำาเสนอโดย July Rahardja ่ ตำาแหน่ง Regional assistant of Asia-Pacific จากประเทศ อินโดนีเซียและ SCORE นำาเสนอโดย Arnet (Guan-Rong Wu) ตำาแหน่ง LEO (Local Exchange Officer)จากประเทศไต้หวัน โดยนำาเสนอตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของ standing committee โครงสร้างขององค์กรในระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับ international ลงมาถึงระดับ local ขั้นตอนดำาเนินการในการแลกเปลี่ยน เริ่ม ตั้งแต่การทำาสัญญาระหว่างประทศที่จะแลกเปลี่ยนนักเรียนกันที่ การประชุม IFMSA ในเดือนสิงหาคม การคัดเลือกนักเรียน การ โอนเงิน การแลกเปลี่ยนข้อมูล CA (Card of Acceptance)และ CC (Card of Confirmation) แผนการดำาเนินงานประจำาปี และ การสรุปผลงานในปีที่ผ่านมา Thailand นำา เสนอโดย นศพ.ณั ฐ ดนั ย ปุ ณ ณะนิ ธิ ตำา แหน่ ง NEO (National Exchange Officer)โ ด ย ใ น ปี นี้ มี ก า ร ทำา สั ญ ญ า 49 bilateral contracts 5 unilateral contracts แ ล ะ LC (Local Committee) ที่ เ ข้ า ร่ ว มมี ทั้ ง หมด 7 สถาบั น กิ จ กรรมประจำา ปี ประกอบด้วย Open your eyes with international relation club, july party สำาหรับนักเรียนแลกเปลี่ยน Indonesia นำา เสน อโ ดย Elizabeth Niken Sasanti ตำา แ หน่ ง LORE โดยกิจกรรมประจำา ปีประกอบด้วย Welcome party, Talk show , Medical box office(fundraise) Advance LORE training, Annual re meeting แ ล ะ ใ น ส่ ว น ข อ ง SCOPE Indonesia นำา เสนอโดย Oen Budi Gunawan ตำา แหน่ ง LEO โดยในปี นี้ มี ก าร ทำา สัญญา 75 contracts และ LC ที่เข้าร่วมมีทั้งหมด 10 สถาบัน กิ จ กรรมประจำา ปี ป ระกอบด้ ว ย Summer school 2007 provides students information to deal with disaster Taiwan นำาเสนอโดย Arnet (Guan-Rong Wu) ตำาแหน่ง LEO
  • 14. LC ที่เข้าร่วมมีทั้งหมด 10 สถาบัน นักเรียนแลกเปลี่ยน 43 outgoing and 42 incoming 76 newly updated and confirmed projects กิจกรรมประจำาปี ประกอบด้วย SCORE webpage constructing in Chinese and English version : provide useful information,United social program : SCOPE and SCORE in Mid- Jul and Mid-Aug ใน ส่วนของ SCOPE-Taiwan นำาเสนอโดย Hebe (Yu Yu Chou) มี นักเรียนแลกเปลี่ยน 80 outgoing & 96 incoming และ LC ที่ เข้าร่วมมีทั้งหมด 13 สถาบัน Japan นำาเสนอโดย Michiko Fujieda ตำาแหน่ง NORE (National officer of Research exchange)โดยในปีที่ผ่านมีโครงการวิจัย ทั้งหมด 98 projects : preclinical and clinical <with or without lab work> กิจกรรมประจำาปีประกอบด้วย LTP <LEO/LORE training program> in Mar&Oct นอกจากนั้นในช่วงสุดท้ายของวันยังมีกิจกรรมสัมมนากลุ่ม ย่อยตามหัวข้อดังต่อไปนี้ 1.Fund raising ดำาเนินการสัมมนาโดย Oen Budi Gunawan 2.Improving academic quality ดำาเนินการสัมมนาโดย นศพ. ณัฐดนัย ปุณณะนิธิ 3.Regional project ดำาเนินการสัมมนาโดย Michiko Fujieda และ นศพ.ภูรินุช ศาลากิจ ตำาแหน่ง LCC (Local committee coordinator) 4.Strengthen SCORE & SCOPE ดำาเนินการสัมมนาโดย Charlene (Chau Yee Ng) ตำาแหน่ง LORE 5. Project research & maintaining ดำาเนินการสัมมนาโดย Arnet (Guan-Rong Wu) ในวันที่ 2 มีการจัดอบรมในหัวข้อ Motivation โดย Louise Hammer Pettersen ตำาแหน่ง Training director โดยมีจุด ประสงค์เพื่อผู้เข้าร่วมประชุมได้ค้นหาสิ่งที่เป็นแรงจูงใจของตนใน การที่จะทำาสิ่งต่างๆให้ประสบความสำาเร็จ และในวันสุดท้ายเป็นการนำาเสนอผลงานของกลุ่มสัมมนา ย่อยทั้ง 5 กลุมโดยมีเนื้อหาดังนี้ ่ Group1 How to strengthen our SCOPE & SCORE + face problems
  • 15. 1. publicity of SCOPE&SCORE - Indonesia : posters - Japan : homepage - Taiwan : lectures 2. total exchangers per year is considered to be low - Indonesia : 5-6 ppl/school - Japan : 2-3 ppl/school - Taiwan : 10 ppl/school 3. how to increase the interest in exchanges between Asian region’s countries - tourist attraction - publicity - cooperate with international companies - the sharing experience by previous exchanges - through e-mail/website - modifying project’s content Group2 SCORE How to find new & maintain old Maintain project Find new Fund raising Multicenter research <international> make activity to invite professors - Let the students who have joint the exchanging - make questionnaire to ask Program to promote the program to attract medical students about the new comers research and professor - keep good relationship with the professors - recommendation by officials - guarantee the exchanging students so that - make good relation with professors don’t have to worry about their lives professor - sign the copyright contract with professors - provide new ideas to professor
  • 16. - recommendation by official - make new activities and ask - make questionnaire to ask medical students professor to join about research & professor - provide new idea to professor - make new activities and ask professors to join - contact person to take care of the lives of The exchange students Group3 Academic qualities Database 1. research exchange academic information 2. method e.g. paper research data each NMO builds up group to collect academic information from exchanged students and universities, and public all the data online, all the members can use it for free&all the users can improve it < like Wikipedia> by suggesting some ideas Discussing among universities 1. reason : now there are few opportunities for universities to communicate with each other & they persist in their own way of teaching and learning according to their own universities 2. methods: Japan is a very conservative country ,particularly in medical world. But, like IFMSA students have the right to say freely, compared to doctors. So,we can choose the representatives of universities & hold the conference by students.It can change the situation Professor exchange 1. reason : teacher in each country has knowledge & methods about how to set up the curriculum and good environment. We can improve the education system 2. methods : find suitable teacher who’s willing to participate from every universities in every countries &
  • 17. connect with other countries by the help of IFMSA, then exchange professor. After coming back, the professor has to write the evaluation form about the difference and advantages, also how we can adapt & make it practical in our country Group4 Fund raising Definition: find sponsors to support SCOPE & SCORE activities not only money but other things e.g. advertisement,food,etc. Taiwan : cooperation between medical student & the company advertisement Thailand : Drugs&equipment company Health promoting campaign from government STEPS 1. budget identification 2. source 3. approach the sponsors 4. present our project details 5. negotiation 6. sign contract 7. follow up Problems 1. companies don’t have money solution: make a phone call,face to face meeting or find someone related to this company 2. oompanies in recessions solution : ask for materials orfind other companies Group 5 Regional project Goal : 1. strengthen relationship 2.exchange culture 3. broaden view 4. promote world peace How to improve relationship - keep connection online - exhibition about culture
  • 18. - talk to each other - make the traditional food and eat - quiz about culture - exchange knowledge and experience about violence ,war or disasters Summary : We want to make an “ACTIVE” Yahoogroup and if we grow strong enough , we want to set yup a summer school and make some training programs
  • 19. ได้จัดการประชุมในช่วงเวลา 3 วันสามวันของการประชุม APRM ซึ่งมีตารางกิจกรรมดังต่อไปนี้ วันที่ 1 : 19 มีนาคม 2550  ช่วงที่ 1 แนะนำาสมาชิกเกี่ยวกับ SCORP/ SCORP Asia- Pacific Standing Committee on human rights and peace (SCORP) เป็นคณะกรรมการที่มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิด ความเท่าเทียมกันของสิทธิของมนุษยชน ทั้งทางด้านสังคม สุข ภาพ และเศรษฐกิจ โดยมีกลุมเป้าหมายสำาคัญคือผู้ที่ด้อย ่ โอกาสทางสังคม และผู้ลี้ภัย นอกจากนี้ยังเน้นในด้านการมีส่วน ร่วมในการรณรงค์ให้เเกิดสันติภาพขึ้นในโลก  ช่วงที่ 2 เป็นการนำาเสนอกิจกรรมที่ SCORP ทีทำาโดยแต่ ่ ละประเทศ ภายในปี 2006 โดยมีประเทศเข้าร่วมทั้งหมด 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ไต้หวัน และไทย อินโดนีเซีย : มีโครงการทังหมด 3 โครงการ คือ ้ 1. Medicare Action in Tsunami ACEH 2. Medicare Action in flood disaster Jember 3. Medicare Action in Earthquake disaster in Jogja โดยทังสามโครงการเน้นไปทางการให้ความช่วยเหลือ ้ ทางด้านการแพทย์แก่ผู้ประสบภัยทางธรรมชาติซึ่งเป็นปัญหา สำาคัญของประเทศอินโดนีเซีย เช่น สึนามิ นำ้าท่วม และแผ่น ดินไหว ผ่านทางการจัดกิจกรรมให้ความรู้ทั้งทางด้านสุขภาพ และจิตใจ ซึ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาในเด็ก พร้อมกันนี้ยงได้จัด ั เตรียมสาธารณูปโภคไปให้แก่ผู้ประสบภัยด้วย ไต้หวัน : มีโครงการทังหมด 2 โครงการ คือ ้ 1. Get in to Blind’s shoes เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อ ให้นักศึกษาแพทย์ได้ตระหนักถึงความรู้สึกของคนตาบอด ผ่าน กิจกรรมที่สนุกสนาน 2. Christmas at Pediatric ward เป็นโครงการที่จัดขึ้น เพื่อให้ความสุขแก่เด็ก ๆ ทีพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในวัน คริสต์มาส โดยมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น เล่มเกมส์ เล่นดนตรี ร้องเพลงให้กับเด็ก ๆ
  • 20. ญี่ปุ่น : มีโครงการอยู่หลายโครงการ แต่โครงการที่สำาคัญ โครงการหนึ่งคือ Hiroshima Summer School ซึ่งเป็นโครงการ ที่จัดขึ้นเพื่อให้คนรุ่นหลังตระหนักถึงผลกระทบของสงคราม โดย เป็นการเรียนรู้จากเหตุการณ์ในสงครามโลกครั้งที่สอง ซึง ่ Hiroshima เป็นหนึงในสองจังหวัดของญี่ปุ่นที่ถูกระเบิดปรมาณู ่ ไทย : ได้แก่โครงการ Health as human rights ซึ่งเป็นโครงการที่ เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ 3 หน่วยงานของ IFMSA-Thailand ได้แก่ SCOPH SCORA และ SCORP โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่ ด้อยโอกาสทางสังคม โดยจัดกิจกรรมขึ้นเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ เป็นหลัก โดยเน้นทั้งทางด้านการให้การรักษาโรคเบื้องต้น และ การให้ความรู้เพื่อป้องกันโรค ทังนี้มีนักศึกษาแพทย์ และแพทย์ ้ เข้าร่วมโครงการเป็นจำานวนประมาณ 150 คน และมีประชาชนใน ชุมชนเข้าร่วมประมาณ 110 คน  ช่วงที่ 3 Farid Abdul Hadi ซึ่งเป็น IFMSA Regional Coordinator for Asia-Pacific 2006-2007 ได้เน้นถึง ความสำาคัญของปัญหาสิทธิมนุษยชนภายในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค พร้อมทั้งสนับสนุนประเทศสมาชิกให้ริเริ่ม โครงการใหม่ ๆ มากขึ้น วันที่ 2 : 20 มีนาคม 2550  MDGs in Asia-Pacific region and reflections from SCORP Asia-Pacific ในช่วงนี้ Project Time Coordinator: Taketo Tanaka ได้กล่าวแนะนำาเกี่ยวกับ MDGs (Millennium Development Goals) ซึ่งเป็นเป้าหมายที่กำาหนดขึ้นโดย United Nations (UN) เพื่อการพัฒนาของแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดย ให้ความสำาคัญแก่ปัญหาในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น ปัญหาความยาก จน การขาดอาหาร ปัญหาโรคระบาด ทีอยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อม ่ เป็นต้น โดยมุ่งหวังว่าเป้าหมายดังกล่าวจะสำาเร็จลุล่วงได้ภายในปี 2015 MDGs ประกอบด้วยเป้าหมาย 8 ประการ คือ
  • 21. Goal 1 - Eradicate extreme poverty and hunger Goal 2 - Achieve universal primary education Goal 3 - Promote gender equality and empower women Goal 4 - Reduce child mortality Goal 5 - Improve maternal health Goal 6 - Combat HIV/AIDS, malaria and other diseases Goal 7 - Ensure environmental sustainability Goal 8 – Develop a global partnership for development วันที่ 3 : 21 มีนาคม 2550  ช่วงที่ 1 : Small working group : How to support the achievement of MDGs as SCORPions? เป็นการแบ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นกลุ่มย่อยทั้งหมดจำานวน 7 กลุ่ม โดยให้ภายในกลุ่มรวบรวมความคิดจากแต่ละประเทศ เพื่อสร้างโครงการ (Project ) ขึ้นตามเป้าหมายของแต่ละหัว ข้อของ MDGs หลังจากนั้นจึงนำามาเสนอและอภิปรายร่วมกัน  ช่วงที่ 2 : Setting plan of action for each country สมาชิกแต่ละประเทศร่วมกันระดมความคิดเพื่อสร้าง โครงการ (Project) ทีตรงตามเป้าหมายที่เป็นปัญหาสำาคัญภาย ่ ในประเทศ พร้อมทังนำาเสนอแก่เพื่อนประเทศสมาชิก ้ จากการเข้าร่วม Session SCORP นี้ ทำาให้ได้ทราบถึง สถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนปัจจุบันของแต่ละประเทศ รวมถึงการดำาเนินงานของ SCORPions จากประเทศอื่น ๆ นอก จากนี้ยังได้ตระหนักถึงปัญหาทางด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นภาย ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค พร้อมทั้งได้เรียนรู้ถึงการมีส่วนร่วมต่อ ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะขั้นตอนการริเริ่มสร้างโครงการใหม่ ๆ รวมถึงการจัดการบริหาร ทังด้านการหาเงินทุน และการจัดการ ้ งบประมาณ เป็นต้น ข้อเสนอแนะและปรับปรุง โดยรวมแล้วกิจกรรมดำาเนินไปด้วยดี อย่างไรก็ตาม น่าจะมี การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมประชุมให้มาก ยิ่งขึ้น ทังนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ้ ระหว่างประเทศต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น
  • 22. SCORP กิจกรรม SCORP ของประเทศอินโดนิเซีย กิจกรรม SCORP ของประเทศไต้หวัน กิจกรรม SCORP ของประเทศญี่ปุ่น
  • 23. กิจกรรม SCORP ของประเทศไทย Health as human right Project
  • 24. SCORA session เป็น 1 ใน 6 session ของสมาพันธ์ นักศึกษาแพทย์นานาชาติ (IFMSA) ทีจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุ ่ ประสงค์เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพใน ด้าน reproductive health และเฝ้าระวังปัญหาโรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเอดส์ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหา ทางสาธารณสุขที่สำาคัญในระดับโลก นอกเหนือไปจากการจัด กิจกรรมภายในประเทศแล้ว ในการประชุมนี้ยังเปิดโอกาสให้ตัว แทนจากแต่ละประเทศนำาเสนอผลงานประจำาปี มีการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นระหว่างสมาชิกจากต่างประเทศ และนำาไปสู่การนำา รูปแบบการจัดกิจกรรมของประเทศอื่น ไปปรับใช้ในประเทศของ ตนเอง ตลอดจนมีการริเริ่มโครงการในอนาคตสืบต่อไป กิจกรรมที่จัดขึ้นภายใน SCORA session ได้แก่ Day 1 (19 March ,2007) ช่วงแรก Introduction  กิจกรรม Ice breaking และแนะนำาสมาชิกจากแต่ละประเทศ  การแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อให้สมาชิกร่วมกันร่างข้อตกลงเกี่ยว กับข้อควรปฏิบัติขณะทำากิจกรรมอยู่ใน session รวมถึงสิ่ง ที่คาดหวังจากการเข้าร่วม session  Vienna Rossimarina (Regional Assistant of SCORA ) แนะนำา SCORA Asia Pacific ช่วงที่สอง Presentation  ตัวแทนจากแต่ละประเทศนำาเสนอผลงานประจำาปี 2006 ประเทศไทย - International Condom Exhibition (ICE) เป็นการจัดนิทรรศการให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับสถานการณ์ เอดส์ในปัจจุบัน และจัดสาธิตเกี่ยวกับการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อ ป้องกันการติดโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ - Peer education
  • 25. เป็นการจัดอบรมนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยให้มีความรู้เกี่ยวกับ เพศศึกษา และนำาความรู้นั้นไปเผยแพร่แก่นักเรียนระดับมัธยม ศึกษาตอนปลายตามโรงเรียนต่างๆ - AIDS film festival จัดการฉายภาพยนตร์เรื่อง Philadelphia ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการ อยู่รวมกันในสังคมระหว่างคนปกติและผู้ติดเชื้อเอดส์ ่ - AIDS concert จัดการประกวดวงดนตรี และเวทีให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ - Health as a Human Right project (a project with SCORP and SCOPH) กิจกรรมออกตรวจสุขภาพชุมชน และจัดนิทรรศการให้ความรู้ เกี่ยวกับโรคที่เป็นปัญหาสำาคัญทางสาธารณสุข โรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะโรคเอดส์ การวางแผนครอบครัว จัด สาธิตการแปรงฟัน การใส่ถุงยางอนามัย และการแพทย์แผนไทย ประเทศอินโดนีเซีย - Health campaign for teenagers by Islamic relief-CIMSA รณรงค์ส่งเสริมสุขภาพในด้านต่างๆ รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับ เพศศึกษาในกลุ่มวัยรุ่นมุสลิม - World AIDS Day’s activities - Preventive HIV/AIDS for earthquake victims จัดการอบรมความรู้ด้านเพศศึกษา การป้องกันและเฝ้าระวัง ปัญหาโรคเอดส์ในกลุ่มผู้ประสบภัยธรรมชาติ ประเทศญี่ปุ่น - Peer education in high school students การจัดอบรมความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษา และรักในวัยเรียนในกลุ่ม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย - Exchange cigarettes for a condom on the street (a project with SCOPH) โครงการนำาบุหรี่มาแลกถุงยางอนามัย Day 2 (20 March ,2007) ช่วงแรก Coordinating session with SCOPH  กิจกรรม Ice breaking  Small group discussion on “ TB&HIV situation in each country”  ประเทศไทย
  • 26. - สาเหตุหลักของการติดเชื้อเอดส์มาจากทางเพศสัมพันธ์ โดยมาในรูปแบบของการค้าบริการทางเพศทั้งแบบโดยตรงและ แอบแฝง รวมถึงการเพิ่มจำานวนของชายรักร่วมเพศ  ประเทศอินโดนีเซีย - มีอุบัติการณ์เกิดโรควัณโรคในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอดส์สูงเป็น อันดับสามของโลก - 70% ของผู้ติดเชื้อเอดส์มีสาเหตุมาจากการใช้ยาเสพติด ชนิดฉีดเข้าเส้น  ประเทศญี่ปุ่น - มีการเพิ่มจำานวนของประชากรผู้ติดเชื้อเอดส์ ในขณะที่ จำานวนผู้เป็นวัณโรคยังไม่สูงมากนัก - รัฐบาลจัดบริการ HIV screening ให้แก่ประชาชนโดย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ช่วงที่สอง Specific issues discussion of SCORA in small working group  HIV&TB  Peer education +Having sex before marriage  Female cervical cancer Day 3 (21 March ,2007)  กิจกรรม Ice breaking  Presentation about next activities in each country  ประเทศไทย - ขยายผลกิจกรรม Peer education - AIDS tour เป็นการจัดทัศนศึกษาและหารายได้สมทบทุน กองทุนวัดพระบาทนำ้าพุ - Anti-TB project เป็นการจัดรณรงค์ให้ความรู้ และ/หรือ นิทรรศการเกี่ยวกับวัณโรคและโรคเอดส์  ประเทศอินโดนีเซีย - HIV-TB transnational project - Peer education in outreach people - Contraceptive screening in outreach people - Exhibition about reproductive health  ประเทศญี่ปุ่น - สร้างเวปไซด์เพื่อรวบรวมเนื้อหาและกิจกรรมเกี่ยวกับการ ป้องกันโรคเอดส์ - ขยายผลกิจกรรม Peer education
  • 27. - Training program - Summer school (study tour) สิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วม SCORA session - เป็นการสร้าง connection ของนักศึกษาแพทย์ผู้ทำา กิจกรรมในด้าน reproductive health ในแต่ละประเทศ - เรียนรู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรมในแต่ละประเทศที่มี ส่วนกำาหนดนโยบายสาธารณสุขเกี่ยวกับด้านการให้ความรู้ การควบคุมและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ - แลกเปลียนประสบการณ์ทำางาน และความคิดเห็นเกี่ยวกับ ่ ปัญหาทางสาธารณสุขในด้าน reproductive health ใน แต่ละประเทศสมาชิก - นำาแนวคิดหรือรูปแบบการทำากิจกรรมของประเทศสมาชิก ไปปรับใช้ในการทำากิจกรรมของประเทศไทยต่อไป สิ่งที่ควรปรับปรุง และข้อเสนอแนะ - การจั ด สรรเวลาสำา หรั บ กิ จ กรรมในแต่ ล ะช่ ว งยั ง ไม่ ค่ อ ย เหมาะสม บางครั้งปล่อยให้ประชุมแสดงความคิดเห็นภาย ในกลุ่มย่อยนานเกินไป ทำาให้เหลือเวลาน้อยสำาหรับการนำา เสนอข้อสรุปในวงประชุมใหญ่ จึงควรจัดสรรเวลาให้เหมาะ สมกว่านี้ - กิ จ กรรม Ice breaking ยั ง ช่ ว ยให้ เ กิ ด การสานสั ม พั น ธ์ ระหว่ า งสมาชิ ก จากแต่ ล ะประเทศได้ ไ ม่ ดี นั ก อี ก ทั้ ง รู ป แบบการทำา กิจ กรรมมั ก จะเน้ น การประชุ ม เป็ น ประเทศ ทำา ให้ไม่ค่อยสนิทกับสมาชิกจากประเทศอื่นเท่าที่ควร
  • 28. SCORA ร่างข้อควรปฎิบัติขณะอยู่ใน session ร่วมกัน โปสเตอร์แสดงผลงาน ของแต่ละประเทศ Project presentation SCORA-SCOPH coordinating session Next project
  • 29. Agenda Day1 : Welcome to SCOPH (3 Hours) 18.00-18.20 :: Ice-Breaking เป็นกิจกรรมแนะนำาตัว ให้สมาชิก ตื่นตัว 18.20-18.40 :: Welcome briefing from the Regional Assistant-SCOPH (Kevin) 18.40-19.50 :: Presentations from each NMOs” 19.50-20.00 :: Coffee Break 20.00-21.00 :: Some of the most critical health issues in Asia-Pacific? วันแรกเป็นการแนะนำาเกี่ยวกับ SCOPH และให้แนะนำาตัวทำาความ รู้จักกัน โดยวิทยากร คือ Aamir Abbas (Regional Coordinator for Asia Pacific for Public Health) และ Kevin (Regional Assistant of SCOPH) โดยสมาชิก SCOPH ซึ่งเรียกกันในนามของ SCOPHians นั้น ร่วมเข้าฟังการบรรยายแนะนำา และรายงาน project ต่างๆ ที่SCOPH จัดขึ้น และยังมีการนำาเสนอ project ของแต่ละประเทศ ซึ่งประเทศไทยก็ได้นำาเสนอ project ทีนักศึกษาแพทย์ศิริราช ่ ชั้นปีที่3 ออกชุมชน และตอนท้ายของ session ก็มีการอภิปราย เรื่องปัญหาสุขภาพของประชากรในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก สิ่งที่ได้รบ :: มีความรู้เกี่ยวกับ SCOPH มากขึ้น และได้รู้ถึงปัญหา ั สุขภาพของคนในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิกทั้งจากที่อภิปราย และจากการนำาเสนอโครงงานของแต่ละประเทศ ซึ่งได้ประโยชน์ และจะนำามาซึ่งแนวคิดที่จะทำาโครงงานใหม่ๆต่อไป Day2 : 15.30-15.50 :: The Name Game 15.50-16.30 :: TB/AIDS session (SCOPH-SCORA joint session) 16.30-17.10 :: Small Working Group formation and presentation
  • 30. 17.10-18.00 :: Small Working Groups Discussion ช่วงแรกของ session จะเป็น session ร่วมกันกับ SCORA เพื่อ discuss กันเรื่องของโรค เอดส์ และวัณโรค ว่ามีความเกี่ยว ข้องกันอย่างไรในแต่ละประเทศในกลุ่มเอเชีย แปซิฟิก ซึ่งก็จะ แบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ(Small Working Groups:SWGs) ให้แต่ละ กลุ่มมีสมาชิกหลากหลายประเทศคละกันไป หลังจากนั้น เป็น session SCOPH เหมือนปกติ โดยวันนี้มีการแบ่งเป็น SWGs ทั้งหมดสามกลุ่ม เพื่อศึกษาในสามหัวข้อ คือ Disaster management Anti-tobacco Maternal and child health โดยให้ออกแบบโครงงานว่าจะแก้ปัญหาในสามหัวข้อนี้อย่างไร โดยแบ่งเป็นวัตถุประสงค์โครงงาน เป้าหมาย วิธีปฏิบัติ และงบ ประมาณที่ต้องใช้ สิ่งที่ได้รบ :: ข้าพเจ้าได้เลือกหัวข้อ Anti-tobacco เพราะว่าเคย ั ได้มีส่วนร่วมของโครงการนี้มาก่อนแล้ว ประโยชน์ที่ได้ก็คือ ได้ ความคิดของคนในกลุ่มว่ามีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งบางความคิด เป็นมุมมองที่ข้าพเจ้ามองไม่เห็น ทำาให้เปิดโลกทัศน์ของตัวเอง ให้กว้างขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกทำางานกลุ่ม และได้ความรู้ เกี่ยวกับสถิติการสูบบุหรี่ของประชากรในแต่ละประเทศในภูมิภาคนี้ อีกด้วย Day3 : 15.30-15.40 :: Game 15.40-16.20 :: Obesity session 16.30-17.15 :: SWGs session 17.15-17.45 :: Suggestions to make SCOPH more effective in the region 17.45-18.00 :: Evaluation and SCOPH picture สิ่งที่ได้รบ :: ช่วงแรก Kevin วิทยากร ก็ได้นำาเสนอถึงปัญหาโรค ั อ้วนซึ่งเป็นปัญหาที่สำาคัญมากในสังคมปัจจุบัน และประเทศ อินโดนีเซียก็ได้มีโครงงานมานำาเสนอเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำาให้ได้
  • 31. ความรู้เกี่ยวกับโรคอ้วนมากขึ้น เพื่อจะได้นำาไปเผยแพร่โดยการ สร้างโครงการรณรงค์การป้องกันโรคอ้วน ในประเทศไทย ต่อมาก็มีการแบ่ง SWGs ต่อจากเมื่อวานนี้ และนำาเสนอโครงงาน ของแต่ละกลุ่มย่อย และตอนสุดท้ายก็มีการวิเคราะห์กันว่าความ รูที่ได้รับในการประชุมครั้งนี้ จะนำาไปทำาอย่างไรเพื่อพัฒนา ้ ประเทศของตน ข้อคิดเห็น :: มีปัญหาเรื่องภาษาในบางคน ทำาให้การสื่อสารเป็น ไปด้วยความยากลำาบาก แต่ก็มีการแก้ปัญหาด้วยการ เปิด dictionary ควบคู่กันไป รวมถึงการใช้ภาษาท่าทางต่างๆ
  • 32. Group Dynamics/Exploring own Leadership skills Chatsuda Mongkoltanatas Presentation Skills Chutikarn Thaisriwong Patsaree Patanasuwana Project management training Nattagan Tanwong Leadership Bhurinud Salakij Nitcha Wongtim Saetawu Lertlukpreecha Satita Aimprasittichai Sikarin Upala Strategic Planning Yada Manomaiphan Pennapa Kaweewongprasert Maynart Sukharomana Natdanai Punnanithi Ekkamol Phaibulvatanapong Chartchai Savetsila
  • 33. กิจกรรมมี 1 วัน คือ วันที่ 19 มีนาคม 2550 เวลา 9.00 -11.00 น. มี Trainer ชื่อ Zuzka เวลา 9.00-9.15 น. Introducing game เริ่มแรกให้มีการจับคู่กับเพื่อนที่ไม่เคยคุยกันแล้วแนะนำาตนเอง ให้อีกคนฟัง จากนั้นทุกคนก็มายืนเรียงกันเป็นวงกลมแล้วให้แต่ละ คนแนะนำา partner ของตนเองสลับกันไปจนครบ เวลา 9.15-10.00 น. Interactive lecture of Team มีการสอนของ trainer ซึ่งจะมีการให้แสดงความคิดเห็นและ brainstorm อยู่ตลอด ทำาให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมและรู้สึกสนุกไปกับบท เรียน เป็นการทำาให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี ทำาให้เข้าใจความหมายของ TEAM ซึ่งก็คือ Together Everyone Achieve More และ characteristic ของมันก็คือ จะต้องมีเป้าหมาย(goal) ,มีจำานวนคน (สมาชิก ) มากกว่า 1,มี structure,position,interaction, และ cohesiveness ตระหนักถึงสิ่งที่สำาคัญที่สุดของ teamwork คือ การ recognize และ respect ความแตกต่างของแต่ละคนที่ทำางานด้วย นอกจากนี้ก็คือ จะต้องให้ความเชื่อใจและไว้วางใจแก่ทุกๆคนที่เรา ได้ร่วมงานด้วย ทำาให้ทราบถึงข้อเสียของการทำางานเป็นทีม ได้แก่ สิ้นเปลืองเวลา,ความรับผิดชอบไม่เท่ากัน,การที่มีความคิดเห็นต่าง กันอาจนำาไปสู่ความขัดแย้ง,ต้องมีการเสียสละเวลาว่างเพื่อมาทำา งานให้แก่ทีม,ปัญหาทางด้านการติดต่อสือสาร เช่น language ่ barrier, cultural difference และรู้ว่าองค์ประกอบของการทำางาน เป็นทีมต้องประกอบด้วยกลุ่มคนที่มีบทบาทต่างๆกันดังนี้ 1.leader 2. members 3.activists 4.passive นอกเหนือไปจากนี้ยังทำาให้ เข้าใจวิธีการสร้างความเป็นทีม (teambuilding) โดยการที่จะรวบ รวมคนจำานวนหนึ่งให้เป็น group แล้วเปลี่ยนแปลงให้เป็นทีม ได้ จะต้องมีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันโดยมีกิจกรรมทำาร่วมกัน มี การพบปะพูดคุยกันใน social gathering ต่างๆ ได้แก่ Regular meeting, Christmas party, Dinner/Coffee, Music concert/club ฯลฯ เวลา 10.00-10.10 น. Break
  • 34. เวลา 10.10-10.30 น. Game แบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 3 กลุมใหญ่ โดยให้สมาชิกทุกคนยืน ่ บนแผ่นกระดาษแผ่นใหญ่ที่มีรูปคนไข้วาดอยู่ทั้ง 2 ด้าน ด้านที่เริ่ม ต้นเป็นภาพที่คนไข้มาหาหมอคือมีการได้รับบาดเจ็บมายังห้อง ฉุกเฉิน สิ่งที่ต้องทำาคือช่วยกันรักษาพยาบาลผู้ป่วยให้หายซึ่งก็คือ พลิกกระดาษไปยังอีกด้านหนึ่งที่มีรูปหน้าคนไข้ยิ้มแสดงถึงการหาย จากการบาดเจ็บให้ได้ โดยเท้าของสมาชิกในกลุ่มห้ามแตะพื้น และแต่ละกลุ่มจะมีผู้สังเกตการณ์ 1 คนคอยดูอยู่ห่างๆ เมื่อทุกกลุ่ม สามารถพลิกกลับได้แล้วก็จะมีการประเมินความเสียหายของกระดาษ และขอคำาวิจารณ์การทำางานของแต่ละกลุ่มจากผู้สังเกตการณ์ว่ามี การทำางานเป็นทีมหรือไม่ ปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร เวลา 10.30-11.00 น. Interactive lecture of Leadership มีการ lecture ลักษณะเช่นเดียวกับในตอนต้น เรื่อง ผู้นำา ทัง้ ความสำาคัญของตำาแหน่งนี้ที่จำาเป็นต่อการทำางานเป็นทีม และ คุณสมบัติของผู้นำาที่ดี ทำาให้ทราบถึงคุณสมบัติสำาคัญที่ leader จำา เป็นต้องมี เช่น มีความรับผิดชอบสูง กระตือรือร้น มั่นใจในตนเอง ยืดหยุ่นได้ มีวินย มีวิสัยทัศน์ มีความอดทน ฯลฯ เพื่อทำาให้ทีมมี ั การตำาเนินงานไปได้อย่างราบรื่น สำาเร็จบรรลุจุดมุ่งหมายร่วมกันที่ตั้ง เอาไว้ได้ ข้อบกพร่องและเสนอแนะ - ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้ที่ดีมากมาย และข้อคิดหลายอย่าง สามารถนำาไปประยุกต์ใช้ได้จริงในหลายสถานการณ์ น่าจะมี การเพิ่มเวลามากกว่านี้อีก 1 ชั่วโมง เพราะคิดว่าน่าจะได้อะไร เพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์อีกมาก - เวลาแบ่งกลุ่มเล่นเกมน่าจะมีการกระจายคนจากประเทศเดียว กันให้กระจายๆกันไปในหลายๆกลุ่ม ไม่อยู่กลุ่มเดียวกันหลาย คนเกินไป เพราะมีโอกาสที่จะเผลอสื่อสารกันด้วยภาษาของ ตนเองมาก ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ ทำาให้สมาชิกคนอื่นๆในกลุ่ม ไม่เข้าใจและอาจจะรู้สึกไม่ดีกับการกระทำาเช่นนั้น เนื่องจาก ไม่มีโอกาสเสนอความคิดเห็น เป็นส่วนหนึ่งของทีมเลย หลังจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่บทเรียนโดยมี trainer เป็นผู้สอนและให้ สมาชิกได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น brainstorm เป็นระยะๆ พอ ถึงการสอนเรื่อง teamwork ก็ได้มีการให้เล่นเกมที่จะสื่อให้เห็นถึง การทำางานเป็นทีม แล้วก็ต่อด้วย lecture จนจบ สิ่งที่ได้รบั
  • 35. - ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆมากมาย - เข้าใจความหมายของ TEAM ซึ่งก็คือ Together Everyone Achieve More และ characteristic ของมันก็คือ จะต้องมีเป้า หมาย(goal) ,มีจำานวนคน (สมาชิก ) มากกว่า 1,มี structure,position,interaction, และ cohesiveness - ตระหนักถึงสิ่งที่สำาคัญที่สุดของ teamwork คือ การ recognize และ respect ความแตกต่างของแต่ละคนที่ทำางานด้วย นอก จากนี้ก็คือ จะต้องให้ความเชื่อใจและไว้วางใจแก่ทุกๆคนที่เรา ได้ร่วมงานด้วย - ทราบถึงข้อเสียของการทำางานเป็นทีม ได้แก่ สิ้นเปลืองเวลา, ความรับผิดชอบไม่เท่ากัน,การที่มีความคิดเห็นต่างกันอาจนำา ไปสู่ความขัดแย้ง,ต้องมีการเสียสละเวลาว่างเพื่อมาทำางานให้ แก่ทีม,ปัญหาทางด้านการติดต่อสือสาร เช่น language ่ barrier, cultural difference - รู้วาองค์ประกอบของการทำางานเป็นทีมต้องประกอบด้วยกลุ่ม ่ คนที่มีบทบาทต่างๆกันดังนี้ 1.leader 2. members 3.activists 4.passive - เข้าใจวิธีการสร้างความเป็นทีม (teambuilding) โดยการที่จะ รวบรวมคนจำานวนหนึ่งให้เป็น group แล้วเปลี่ยนแปลงให้เป็น ทีม ได้ จะต้องมีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันโดยมี กิจกรรมทำาร่วมกัน มีการพบปะพูดคุยกันใน social gathering ต่างๆ ได้แก่ Regular meeting, Christmas party, Dinner/Coffee, Music concert/club ฯลฯ - ทราบถึงคุณสมบัติที่ leader จำาเป็นจะต้องมี เช่น มีความรับ ผิดชอบสูง กระตือรือร้น มั่นใจในตนเอง ยืดหยุ่นได้ มีวินัย มี วิสัยทัศน์ มีความอดทน ฯลฯ
  • 36. การนำาเสนอผลงานเป็นทักษะหนึ่งที่มีความสำาคัญต่อการ ดำาเนินงานในด้านต่าง ๆ ทังนี้การนำาเสนอที่ดีย่อมเสริมให้ผลงาน ้ เป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในระดับนานาชาติ การนำาเสนอ ผลงานเป็นภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่ผู้นำาเสนอจำาเป็นต้องมีการเตรียม ความพร้อม ทังทางด้านข้อมูล นำ้าเสียง การใช้คำาพูด การวางท่าทาง ้ เป็นต้น ซึ่งทักษะดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่แต่ละบุคคลสามารถฝึกฝนและ พัฒนาตนเองให้ดีขึ้นได้ สำาหรับใน Training session นี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วม กิจกรรมมีความพร้อมที่จะนำาเสนอผลงานด้วยความเชื่อมั่น รวมถึง ช่วยลดความประหม่าในขณะนำาเสนอผลงานต่อหน้าสาธารณชน กิจกรรมภายใน Training session ซึ่งนำาโดย Training Director: Louise Hammer Pettersen ประกอบด้วย  Ice Breaking Game  Lecture :  Communication สามารถแบ่งออกได้เป็น 1. Verbal Communication อันได้แก่ Speaking, Writing, Reading and Listening 2. Non-verbal Communication อันได้แก่ Eye contact, Body language, General appearance โดยในการสื่อสารทั่วไปนั้น ใช้ Body language ถึง 58 %, 35% ผ่านทาง tone of voice และสำาหรับ Words นั้นใช้เพียง 7% ของทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำาถึงสิ่งที่ควรทำาและไม่ควรทำา ทัง ้ ในฐานะของผู้นำาเสนอ และผู้ฟัง รวมถึงให้มีการสนทนาแลก เปลียนความคิดเห็นของตนกับเพื่อนข้างเคียง ่  Presentation Skills ในการนำาเสนอผลงานที่ดีนั้น นอกเหนือจากการเตรียม ข้อมูลให้พร้อมแล้ว สิ่งที่ควรให้ความสำาคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน คือ Appearances ของผูนำาเสนอ ซึ่งประกอบด้วย ้ 1. Grounding and Hand Movement ผู้นำาเสนอต้องยืนในท่าที่มั่นคง โดยมีการถ่ายเทนำ้าหนักตัว ลงสู่เท้าทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน สำาหรับ Hand movement นั้น
  • 37. ขึ้นกับความถนัดของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตามผู้นำาเสนอไม่ควร วางมือในท่าที่เกร็ง หรือขยับมากเกินไป เนื่องจากเป็นการแสดง ออกถึงความประหม่าของตนเอง 2. Voice ผู้นำาเสนอต้องเลือกใช้เสียงให้เหมาะสมกับสถานที่และ จำานวนผู้ฟัง ไม่ใช้เสียงที่ราบเรียบเกินไปในการบรรยาย การเน้น เสียงในจังหวะที่เหมาะสม จะช่วยดึงความสนใจของผู้ฟังได้มากขึ้น 3. Breaks ผู้นำาเสนอควรมีการเว้นจังหวะการพูดเป็นระยะ ทังนี้เพื่อให้ ้ ผู้ฟังได้มีเวลาในการทำาความเข้าใจ และคิดตามได้ทัน 4. Walk- Stop-Talk- Walk เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยดึงความสนใจของผู้ฟัง ทังนี้ควร ้ พิจารณาความเหมาะสมของสถานที่บรรยายร่วมด้วย 5. Eye Contact ผู้นำาเสนอควรมี Eye contact กับผู้ฟง ไม่ควรจ้องมองจุด ั ใดจุดหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงคนเดียว สำาหรับการ บรรยายที่มีจำานวนผู้ฟังมาก ผูนำาเสนออาจใช้การเลือกบุคคล 3 คน ้ ในตำาแหน่งที่ต่างกัน เพื่อเป็นตัวแทนของผู้ฟังทั้งหมดได้  Practice within small groups ผู้ร่วมกิจกรรมถูกแบ่งเป็นกลุ่มย่อย โดยในแต่ละกลุ่มมี สมาชิกจากประเทศต่าง ๆ ประมาณ 5 คน โดยทุกคนจะผลัดกันขึ้น มานำาเสนอหัวข้อที่ตนเองเลือก คนละประมาณ 5 นาที สมาชิกใน กลุ่มที่เหลือจะเป็นผู้ให้ Feedback เกี่ยวกับ presentation skills ทัง ้ 5 อย่างตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ในการ Feedback นั้น เราได้เรียนรู้ว่าการ Feedback ทีดีนั้น ่ ควรเป็นการให้ความเห็นในสิ่งที่ผู้นำาเสนอสามารถปรับปรุงและ เปลียนแปลงตนเองได้ นอกจากนี้ ควรให้การ Feedback ใน ่ ลักษณะที่เป็น PNP sandwich คือเริ่มและจบด้วยการให้คำาชมเชย ส่วนสิ่งควรได้รับการแก้ไขนั้น ให้นำามาพูดในตอนกลาง สิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรมนอกเหนือจากเนื้อหาที่กล่าวมา ข้างต้น ได้แก่ วิธีการในการควบคุมความประหม่าของตนเองใน การนำาเสนอผลงานเพื่อให้นำาเสนอผลงานเป็นภาษาอังกฤษได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ฝึกตนเองในการให้ Feedback แก่ผู้อื่น รวมถึงเป็น ฝ่ายรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่นด้วยใจที่เปิดกว้าง เพื่อให้เกิดการ
  • 38. พัฒนาตนเองต่อไป นอกจากนี้ยังได้นำาทักษะและความรู้ที่ได้ไปใช้ ในการนำาเสนอผลงานของประเทศไทยใน Standing Committee Session รวมถึงต่อไปในภายภาคหน้า ข้อเสนอแนะและปรับปรุง เวลาที่ใช้ใน Training session มีน้อยไป โดยเฉพาะในช่วง practice within small group น่าจะมีเวลาใช้ training director ได้ ให้คำาแนะนำาแก่ผู้นำาเสนอผลงานด้วย วัตถุประสงค์ : เรียนรู้การเริ่มต้นสร้าง project และการนำา ทรัพยากรรวมทั้งบุคคลากรที่มีอยู่ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ - วางแผนและเรียนรู้วิธีการเสนอโครงงาน - รูปแบบของ IFMSA project - การหาทีม การสร้างทีม
  • 39. เราจะเริ่มต้นสร้าง project อย่างไร? Group VS Team Group ต่างกับ Team อย่างไร? Group - เราสร้าง Group ก่อนสร้าง Team - Group คือ กลุ่มคนที่มีความคิดเห็นไปในทางเดียวกันมา รวมตัวกัน มาแลกเปลี่ยนกัน เช่น คนยืนรอแถวรถเมย์ ก็เรียกว่า Group ได้ - สมาชิกใน Group อาจไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นมากนัก Team
  • 40. - Team มีความร่วมมือร่วมแรงมากกว่า มีความสัมพันธ์กัน มากกว่า มีการลงมือทำามากกว่า - เมื่อเป็น Team เราทำางานไปด้วยกัน How to make a Group? Why is gathering? เรารวมกลุ่มกันเพื่ออะไร? o เพื่อรู้จักคนอื่นๆ ที่มีความคิดไปในทางเดียวกัน o เพื่อระดมความคิดใหม่ๆ o เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำางาน เพราะแต่ละคน ถนัดต่างกัน o เพื่อรับรู้ว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยวในการพยายามสร้าง ความแตกต่าง หรือทำาบางอย่าง How can you gather? จะรวมกลุ่มกันอย่างไร? o รู้ความสามารถของตัวเอง o หาผู้คนที่สนใจ o หาคนที่มีความสามารถในด้านที่คุณขาด “ควรแน่ใจตั้งแต่ต้น ว่าทุกคนมีเป้าหมาย เดียวกัน” How to make a Team? Team พัฒนาเติบโตมาจาก Group ทีมีความร่วมมือในการลง ่ มือทำาอะไรบางอย่างร่วมกันอย่างจริงจัง ไปในทิศทางเดียวกัน ต้อง มีการประสานงานกัน เข้าใจกัน ทำางานไปด้วยกัน 4 ขั้นตอนในการพัฒนาไปสู่ Team Formimg แบ่งหน้าที่ Storming ระดมความคิด
  • 41. Norming รับรู้ว่าวัฒนธรรมองค์กรเราเป็นอย่างไร เรามี ความคิดพื้นฐานอะไรร่วมกันบ้าง Performing ลงมือทำา วิธีการในการช่วยวางแผน project และ ช่วยแก้ปัญหา SWOT analysis Strength Weakness Opportunity Threat เขียนสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับ project เราลงไป เพื่อมองเห็นภาพโดยรวม - Strength และ Weakness เป็นองค์ประกอบภายในที่เกิด จากคน - Opportunity และ Threat เป็นองค์ประกอบภายนอก ประโยชน์ที่ได้รับ - ได้เรียนรู้วิธีการสร้าง project และการทำาให้ project เกิด ขึ้นจริง - การสร้างแรงบันดาลใจ เป็นการกระตุ้นตัวเองให้มีความคิดริ เริ่มสร้างสรรค์ - การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น - การใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์
  • 42. กิจกรรม Check in: Say your name, your country and ‘check in’ Brainstorming about the most important quality of the leader, work in group and group presentation. Activity: motivation, work in group about how to motivate/manage someone to do something. Time management: work out about what you should do next. Check out: Say your name, your country, tell others about what you got from the activity and ‘check out’ สิ่งที่ได้รบ ั - ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆมากมาย - ทราบถึงคุณสมบัติที่ leader จำาเป็นจะต้องมี เช่น มีความรับ ผิดชอบสูง กระตือรือร้น ยืดหยุ่นได้ มีวินัย มีวิสัยทัศน์ มีความ อดทน รับฟังความคิดเห็น - เข้าใจวิธีการบริหารจัดการคนการทำางานอย่างมีประสิทธิภาพ - เข้าใจวิธีการแบ่งเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ความคิดเห็น โดยนางสาวสาธิตา อิ่มประสิทธิชัย, นายสิขริณญ์ อุปะ ละ เป็ น กิจ กรรมที่ ฝึ กให้ ผู้ เ ข้ า ร่ ว มมี ค วามรู้ ใ นเรื่ อ งของการเป็ น ผู้นำา ซึ่งมีการบอกถึงคุณลักษณะที่ดีของการเป็นผู้นำา ที่พึงมี ดังนี้ ความรับผิดชอบ ความตรงต่อเวลา ความขยันหมั่นเพียร เป็นต้น รวมทั้ ง การปฏิ บั ติ ต นต่ า งๆเมื่ อ ได้ เ ป็ น ผู้ นำา นอกจากนี้ ยั ง ได้ รั บ ความรู้เกี่ยวกับ แรงจู ง ใจของตนเอง โดยที่ คนเราควรสร้ า งจุ ดมุ่ ง หมายใน ชีวิตเพื่อดำาเนินไปสู่เป้าหมายนั้นๆ การจัดการเวลา โดยการทำาตารางเขียนหัวข้อถึงสิ่งที่ต้องทำา โดยมีการจัดลำาดับความสำาคัญก่อนหลังด้วย การจั ดการกับ ความเครี ย ด เมื่ อ เกิ ดความเครี ย ด ควรหาวิ ธี แก้ปัญหาที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ทักษะในการสื่อสาร ผู้นำา ที่ดีนั้นต้องสามารถสื่อสารให้กับผู้ อื่นรู้เรื่องและถูกต้อง วิธีการเรียน
  • 43. โดยกิ จ กรรมนั้ น มี ผู้ ม าบรรยาย ประกอบกั บ การระดมความ คิ ด ของนั ก ศึ ก ษาแพทย์ สอดแทรกเกมต่ า งๆทำา ให้ กิ จ กรรมดั ง กล่ า วเกิ ด ประโยชน์ แ ก่ ผู้ เ ข้ า ร่ ว มมาก โดยที่ ไ ม่ น่ า เบื่ อ จนเกิ น ไป ซึ่งสิ่งที่ได้รับนั้นมีค่ามากและสามารถนำา ไปปรับใช้ในชีวิตประจำา วันได้
  • 44. Strategic Planning What is strategic planning? เป็นหลักการวางแผนงานต่างๆ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหา และบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้ Step A: the plan! เลือกวิธีการจัดการและตั้งเป้าหมายสำาหรับกระบวนการวางแผน Step B: the vision statement! กำาหนดนิยามของการบรรลุเป้าหมายให้ชัดเจน Step C: the mission statement! purpose วางแนวทางปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Step D: the SWOT-analysis S Strenghts W Weaknesses O Opportunities T Threats พิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ทังภายนอกและภายใน ทีอาจมีผลต่อการ ้ ่ บรรลุเป้าหมาย Internal Strength Weakness External Opportunity Threat Step E: the objectives! การวางจุดประสงค์ต้องเป็นไปตามหลัก SMART: S Specific M Measureable A Achievable R Reasonable T Timebound
  • 45. Step F: the action plan! สร้างตารางแผนงานให้มีลักษณะตามตัวอย่างดังนี้ Jan Feb March April Obj 1 Obj 2 Obj 3 summary: หลังจากผ่านการอบรมครั้งนี้ สามารถนำาทักษะต่างๆที่ได้ ไป ประยุกต์ใช้ในการวางแผนงานต่างๆ ไม่วาจะเป็นการทำากิจกรรม ่ หรือนำามาใช้ในชีวิตประจำาวัน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะ หน้าได้และบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อควรปรับปรุง 1. ผู้ดำาเนินกิจกรรมควรจัดสรรเวลาในแต่ละส่วนให้เหมาะสม มากกว่านี้ ข้อเสนอแนะ ควรให้มีการเลือกเข้า Training Sessions ตั้งแต่ ตอนลงทะเบียน เพื่อให้ทราบจำานวนผู้เข้าร่วมที่แน่นอน และ สามารถจัดกิจกรรมรองรับได้อย่างเหมาะสม
  • 46. ระหว่างที่ฟังกลุ่มต่างๆ เสนอผลงาน Ahmed Ali การนำาเสนอการวาง แผนสร้างร้านอาหาร IFMSA-President กลุม ่ “Traditional Sushi Bar” The Lecturer ก า ร นำาเสนอการวางแผนสร้างร้านอาหาร การนำาเสนอการวาง แผนสร้างร้านอาหาร
  • 47. กลุ่ม “SAKURA” กลุ่ม “OISHII”
  • 48. Clownication Chutikarn Thaisriwong Yada Manomaiphan Patsaree Patanasuwana Pennapa Kaweewongprasert Natdanai Punnanithi Addiction to drugs Maynart Sukharomana Adolescent and mental health Bhurinud Salakij Chatsuda Mongkoltanatas Hospice and Terminal care Chartchai Savetsila Ekkamol Phaibulvatanapong Occupational Mental Health Nitcha Wongtim Saetawu Lertlukpreecha Satita Aimprasittichai Sikarin Upala
  • 49. ปัจจุบันนี้ การรักษาผู้ป่วยเป็นการรักษาแบบองค์รวม ซึ่ง นอกจากให้การรักษาทางกายแล้ว สิ่งที่สำาคัญไม่น้อยกว่า คือการ ให้ความสำาคัญทางด้านจิตใจควบคู่กันไปด้วย ซึ่งการที่การรักษา เช่นนี้จะสำาเร็จได้นั้น มิได้จำากัดเพียองความร่วมมือจาก บุคคลากรทางการแพทย์สาขาต่าง ๆ เท่านั้นทั้ง หากแต่ ประชาชนทั่วไปในสังคมยังสามารถมีส่วนร่วมด้วยได้ ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดการจัดตั้ง Cliniclown ขึ้น โดยริเริ่มก่อตั้งขึ้น ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ 1980 และปัจจุบันได้มีสมาชิกกระจายไป ทัวทุกมุมโลก รวมถึงประเทศญี่ปุ่นด้วย ่ จุดประสงค์ของการจัดตั้ง Cliniclown Association เน้นถึงความ สำาคัญของสภาพจิตใจของเด็กที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรง พยาบาลเป็นเวลานาน โดยการสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นมิตร มอบความสุขและเสียงหัวเราะให้กับเด็ก ๆ ทังนี้กิจกรรมต่าง ๆ ้ เกิดจากความร่วมมือของบุคคลกรทางการแทพย์ รวมทัง ้ ครอบครัวของเด็ก ๆ ด้วย สำาหรับกิจกรรม Fieldwork ที่จัดขึ้นในการประชุม APRM ครั้งที่ 7 นี้ มีรายละเอียดดังนี้ Day 1 (am 9:00~12:00) • Ice breaking game • Brain Storming Q1. เมื่อคุณยังเป็นเด็ก เคยมีประสบการณ์เข้ารับการรักษาตัวใน โรงพยาบาลหรือไม่ ถ้ามี คุณมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง ? เพื่อน ๆ ส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์ตรงในการเข้ารับการ รักษาในโรงพยาบาล ส่วนหนึ่งที่เคยเข้ารับการรักษาในโรง พยาบาลมีความรู้สึกร่วมกัน โดยรู้สึกเหงา ต้องอยู่ในที่ที่ไม่คุ้น เคย ไม่ชอบทานยา Q2. อะไรทำาให้เด็ก ๆ มีความรู้สึกดังกล่าว สถานการณ์ใดบ้างที่ ส่งผลต่อเด็ก ๆ ในโรงพยาบาล สภาพแวดล้อมภายในโรงพยาบาล การแยกจากพ่อแม่ ต้องเจอกับคนแปลกหน้าบ่อยๆ ไม่มีเพื่อนเล่น นอกจากนี้ขั้น ตอนต่าง ๆ ในการรักษาค่อนข้างเป็นสิ่งที่น่าทรมาน เช่นการ ฉีดยา การให้นำ้าเกลือ เป็นต้น
  • 50. Q3. วอร์ดเด็กในประเทศของคุณมีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง ? (ชั่วโมงเยี่ยม, กฏเกณฑ์ในวอร์ด, ห้องเด็กเล่นภายในวอร์ด etc.) ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันบ้าง แต่พบว่ามีความ คล้ายคลึงกันในบางประเด็น โดยในโรงพยาบาลรัฐบาลนั้น พบว่าบรรยากาศค่อนข้างอึดอัด มีแพทย์ดูแลไม่พอ นอกจาก นั้นการตกแต่งภายในยังไม่สร้างบรรยากาศให้เด็กรู้สึกผ่อน คลาย ซึงต่างจากโรงพยาบาลเอกชน ที่มีบุคคลากรเพียงพอ ่ มีเวลา รวมทังให้ความเป็นกันเองแก่เด็ก มีการตกแต่งด้วยสี ้ สันสดใส สำาหรับส่วนที่ต่างกันนั้น จุดเด่นคือเรื่องกำาหนดเวลาเยี่ยม เนื่องจากในบางประเทศ เช่นประเทศญี่ปุ่น จะมีการวางกฏที่ ค่อนข้างเข้มงวดในการให้พ่อแม่เข้าเยี่ยมลูก • Stories from Clinic Clown เมื่อพูดถึงคำาว่า Clown แล้ว หลาย ๆ คนอาจนึกภาพถึงตัว ตลก แต่งหน้าสีขาว ๆ ปากใหญ่ ๆ ใส่เสื้อสีฉูดฉาด ทีอยู่ตาม่ คณะละครสัตว์ซึ่งเรียกว่า Circus clown แต่สำาหรับ Clinic Clown แล้ว พวกเราได้ค้นพบว่าต่างจากคำาว่า Clown ที่พวกเราเคยเข้าใจ อย่างสิ้นเชิง การจะมาเป็น Clinic Clown นั้น ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นกันได้ ง่าย ๆ นอกจากจะต้องใช้เวลาในการอบรมแล้ว ยังต้องมีจิต ใจที่มุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับหน้าที่นี้อย่างจริงจัง ขั้นตอนการฝึกอบรมนั้น ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก อัน ได้แก่ การคัดเลือกคุณสมบัติพื้นฐาน จากนั้นต้องใช้เวลาอีก ประมาณ 6 เดือนในการฝึกทักษะการให้ความบันเทิง และ ทักษะเบื้องต้นทางคลินิก หลังจากนั้นอาสาสมัครทุกคนจำา เป็นต้องผ่านการสอบประเมินทักษะดังกล่าวอีกด้วย จึง สามารถปฏิบัติหน้าที่ของ Clinic Clown ได้ กิจกรรมหลัก ๆ ของ Clinic Clown ประกอบด้วย 1. Play เพื่อกระตุ้นจินตนาการของเด็ก 2. Discovery เพื่อส่งเสริมความกระตือรือร้นของเด็ก ๆ 3. Social Environment ประกอบด้วย ครอบครัว เพื่อน และ โรงเรียน Day2 Am (9:00~12:00) • Fantastic Field work!!!
  • 51. Ping Pong Game Pass the sound (Same sound) Jump, say “Pyoooon” Sumou with hands (push each other) Drum sound (gather & sit down) Communicate through backs Stand up together with backs Story of “Clown thinking way” Walk, Stop (eyes on your knees, hands etc.) “Gibberish” (no meaning language) Impression of adult to children “trust” game Make a statue Painting Walk around, express feelings and stop with the sound (making funny post) แต่ละเกมส์ที่เล่นนั้น เป็นเกมส์ที่ค่อนข้างเรียบง่าย ทีให้ ่ ทั้งเสียงหัวเราะ และความสุขแก่ผู้เล่นในขณะเดียวกันก็แฝง ไว้ด้วยข้อคิดต่าง ๆ รวมทังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทการวาง ้ ตัวของแต่ละคนในสังคมโดยผ่านการสื่อสารแบบ Non-verbal communication (อวจนภาษา) เป็นหลัก Pm (13:00~15:00) • Feedback & Discussion หลังจากเข้าร่วมกิจกรรม Clownication ทำาให้ผร่วมกิจกรรม ู้ เปลียนมุมมองเกี่ยวกับ Clinic Clown นอกจากนี้แต่ละคนยังได้ ่ เรียนรู้และรู้จักตนเองและผู้อื่นมากขึ้น เราได้เรียนรู้ว่าในการ สื่อสารระหว่างบุคคลนั้น ไม่จำากัดอยู่เพียง Verbal communication (วจนภาษา) เท่านั้น หากแต่การเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น ยัง สามารถใช้การสื่อสารทางด้านอื่น เช่น สีหน้า ท่าทาง การ สัมผัส อากัปกิริยา ได้ด้วย ในฐานะที่เราเป็นนักศึกษาแพทย์ เราสามารถนำาความรู้ที่ ได้จากกิจกรรมนี้มาประยุกต์ใช้กับวิชาชีพของตนรวมทั้งชีวิต ประจำาวัน เพื่อพัฒนาทักษะในการสื่อสาร ลดช่องว่างระหว่าง หมอและคนไข้ โดยไม่จำากัดเพียงผู้ป่วยเด็กเท่านั้น หากแต่ เราสามารถนำาไปใช้กับผู้ป่วยอื่น ๆ ได้ด้วย ทั้งนี้ขอให้ระลึกไว้ เสมอว่า ทุกคนต่างมี Clown Heart อยู่ในใจ หากมีความเชื่อมั่น แล้วทุกคนต่างมีศักยภาพที่จะสร้างและแบ่งบันความสุขให้กับ คนรอบข้างรวมทั้งผู้ป่วยได้เสมอ ข้อเสนอแนะและข้อปรับปรุง 1. เนื่องจาก Clinic Clowns ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษา อังกฤษได้ ทำาให้การดำาเนินกิจกรรมจำาเป็นต้องอาศัย
  • 52. ล่ามช่วยตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดความไม่ต่อเนื่องใน การดำาเนินกิจกรรม หากสามารถจัดหาผู้ดำาเนินกิจกรรม ที่สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ จะทำาให้กิจกรรมดำาเนิน ไปได้ราบรื่นยิ่งขึ้น 2. เวลาของกิจกรรมในบางช่วงสั้นเกินไป ทำาให้หลาย ๆ กลุ่มไม่มีโอกาสนำาเสนอผลงานของกลุ่ม Clinic Clowns
  • 53. วัตถุประสงค์ Field work เรื่อง Addiction to drugs จัดขึ้นเพื่อ ให้ผู้เข้าร่วมมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการติดยาเสพยติดและเข้าใจ ว่าเป็นปัญหาไม่ใช่แค่ทางด้านการแพทย์แต่มีผลกระทบทางด้าน สังคมและด้านอื่นๆ นอกจากนี้อยากให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นปัญหานี้ผ่านมุมมองของทั้ง แพทย์และผู้ป่วยอีกทั้งจุดประกายให้นักศึกษาแพทย์คิดว่าตนเอง สามารถมีบทบาทในประเด็นนี้อย่างไรบ้าง กิจกรรม 20th March,2007 Pre-Field work Short lecture of outlines of drug addiction ตามหัวข้อ การ แบ่งประเภทยาเสพย์ติด ความหมายของ addiction และกระบวน การติดยา แพทย์รับมือกับเรื่องนี้อย่างไร และกระบวนการเลิกติด ยา The presentation about the status of narcotics in each country ตามหัวข้อ กฎหมายเกี่ยวับบทลงโทษผู้ครอบครองยา ผู้ เสพย์ยา ผู้ค้ายา จำานวนผู้ติดยาแต่ละชนิด สถานบำาบัดการติดยา โครงการรณรงค์ต้านยาเสพย์ติด The lecture from Dr. Katsuro Aso from the Tarumi Hospital เชิญแพทย์มาพูดเกี่ยวกับวิธีการในการรักษาผู้ป่วยที่ติดยา สิ่งที่ อยากฝากถึงผู้เข้าร่วม หลักการวินิจฉัยและมาตรการป้องกัน มุม มองของแพทย์ 21st March,2007 Field work&Field work follow-up The lecture from the people who experienced drug dependence ให้ผู้ที่เคยติดยามาเล่าประสบการณ์ของตนและ บอกถึงวิธีการเลิกเสพย์ยา อีกทั้งกล่าวถึงความรู้สึกของตนใน ช่วงเวลานั้น Field work follow-up ให้ผู้เข้าร่วมได้อภิปรายถึงมุมมองของตนเกี่ยวกับการติดยาก่อน และหลังจากได้ฟังผู้ที่เคยติดยาเล่าประสบการณ์และแบ่งกลุ่ม ตามประเทศเพื่ออภิปรายถึงสิ่งที่ได้รับและสิ่งที่จะนำาไปใช้วาง แผนเพื่อทำางานเกี่ยวกับด้านนี้ในอนาคต สิ่งที่ได้รบและสิ่งที่จะนำาไปประยุกต์ใช้หลังจากที่ได้เข้าร่วม Field ั work วันที่ 20 มีนาคม 2550
  • 54. มีการ lecture บทนำาเกี่ยวกับยาเสพย์ติดทำาให้ทราบถึง -ประเภทของยาเสพย์ติดได้แก่ uppers,downers,all arounders และตัวอย่างยา -ขึ้นตอนการติดยาซึ่งเริ่มตั้งแต่ try→occasional use→habitual use(loss of control)→addiction -5 stages of intervention ขั้นตอนการรักษาผู้ที่ติดยาเสพย์ติด 1.precontemplation สำาหรับผู้ป่วยที่ไม่สนใจที่จะรับการ รักษา 2.contemplation เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความสนใจในการรักษา 3.preparation สำาหรับผู้ป่วยที่สนใจรับการรักษาเป็นการ เตรียมความพร้อมแก่ผู้ป่วย 4.action เริมรักษา ่ 5.maintanance เพื่อปลอดจากยาเสพย์ติด -วิธีการบำาบัดแบบ group therapy 1.จัด Self helping group for recovery 2.discuss to realize why they depend on drugs&find a way to solve the problem by themselves 3.aim at recovery -การรักษาและบำาบัด มีการจัดตั้ง Drug Addiction Rehabilitation Center(DARC) ซึ่งเป็น patient’s center for addiction on drugs มีลักษณะพิเศษคือใช้counselors ให้มีการจัด group meetings โดยทีใช้หลัnarcotics anonymous คือผู้เข้าร่วมที่ติด ่ ยาจะใช้นามสมมติ จะไม่มีการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง มีการพูดคุย รับฟัง ให้กำาลังใจซึ่งกันและกันโดยที่ผู้ที่ให้คำาปรึกษาเป็นผู้ที่ เคยมีประสบการณ์แต่สามารถเลิกยาได้ ปัจจุบันประเทศไทยก็มีrehabilitation centers แต่ไม่มีการ ให้ความสำาคัญมากเท่าที่ควร(ในความเห็นของข้าพเจ้า)จากการ ที่ได้เข้าประชุมและดูงานครั้งนี้ สิ่งที่น่าจะนำาไปประยุกต์ใช้ได้ สำาหรับประเทศเราคือสร้างศูนย์บำาบัดผู้ที่อยากเลิกยาเสพย์ติด โดยนำาความคิดเรื่อง group therapy มาใช้เพราะสำาหรับผู้ป่วย แล้วการมีเพื่อน มีคนคอยรับฟังและให้กำาลังใจ เสนอแนวทาง และแลกเปลี่ยนประสบการณ์นั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักการเรื่อง Narcotics anonymous คือ เรื่อง confidentiality นับว่าสำาคัญมากแม้จะเป็นคนที่บำาบัดอยู่ กลุมเดียวกันก็ตาม ส่วนเรื่องขั้นตอนการรักษาสามารถนำาไปใช้
  • 55. ประกอบการรักษาคือเร้าต้องทราบว่าผู้ป่วยอยู่ในขั้นไหนแล้วให้ การรักษาตามนั้น วันที่21 มีนาคม 2550 มีการเชิญผู้ที่เคยติดยาเสพย์ติดแล้วสามารถเลิกได้สำาเร็จมาเล่า ประสบการณ์ของตนเกี่ยวกับสาเหตุที่เริ่มใช้ยา ความรู้สึกตอนนั้น เพราะเหตุใดจึงอยากเลิก ทำาอย่างไรถึงเลิกได้สำาเร็จ ความรู้สึก ระหว่างช่วงทีบำาบัด และชีวิตปัจจุบัน ่ จากการเข้า Field work นี้ทำาให้ได้แนวคิดใหม่ๆและเปลี่ยน แปลงทัศนคติเกี่ยวกับผู้ที่ติดยาเสพย์ติด รู้สึกเห็นอกเห็นใจพวก เขามากขึ้นและนับถือในความเข้มแข็งที่มีความคิดมุ่งมั่นอยากเอา ชนะตนเองให้ได้ เขาได้เล่าว่าตนคิดอยากจะเลิกเพราะได้สูญ เสียทุกอย่างในชีวิตทั้งครอบครัว การงาน เพื่อน รูสึกท้อแท้ ้ ลึงเลือกที่จะมาเข้ากลุ่มกับ DARC เพื่อบำาบัด เขาเล่าว่า group therapy ช่วยให้เขาผ่านช่วงวิกฤตได้เพราะได้เห็นตัวอย่าง บุคคลที่เคยติดยาแต่สามารถเลิกได้อีกทั้งยังได้กำาลังใจจาก เพื่อนๆในกลุ่ม เขาได้ตั้งปณิธานเอาไว้ว่า “Everyday is a new day. I wake up every morning saying to my self that I will quit just for one day,and I can do it on that day. I have done this everyday,for 365 days each year,for the past 14 years. Now I am clean.” เขาเล่าว่าตอนนี้สามารถใช้ชีวิตได้ อย่างปกติแล้ว ตอนนี้มีครอบครัวใหม่และทำางานเป็น Counselor สำาหรับกลุ่ม DARC คอยช่วยเหลือผู้ที่ติดยา สิ่งที่จะนำาไปใช้ได้คือทัศนคติที่ได้แสดงไว้ข้างต้น ใน ฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นนักศึกษาแพทย์ ถ้าหากได้มีอากาสทำางาน ด้านนี้จะนำาแนวคิดนี้ไปเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อเป็นกำาลังใจ อีกทังช่วยเปลี่ยนทัศนคติของสังคมให้มองคน ้ กลุ่มนี้และปฏิบัติตนต่อคนกลุ่มนี้เท่าเทียมกับคนธรรมดาเพราะ จริงๆแล้วพวกเขารู้สึกสำานึกผิด รู้ข้อผิดพลาดของตนแต่ไม่ สามารถเอาชนะตัวเองได้ สิ่งสำาคัญที่สุดคือเราต้องเข้าใจและให้ ความช่วยเหลือโดยเน้นทางด้านจิตใจมากที่สุด ข้อแสนอแนะ เนื้อหาที่บรรยายยากเกินไปสำาหรับผู้เข้าร่วมเพราะผู้เข้า ร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่เรียนอญุ่ชั้นปีต้นๆซึ่งยังไม่เคยเรียนวิชา Phar macology จึงทำาให้ไม่สามารถทำาความเข้าใจและติดตามเนื้อหา
  • 56. ได้ทั้งหมดทั้งๆที่เป็นเนื้อหาที่มีประโยชน์ ควร simplify เนื้อหาให้ เหมาะกับผู้เข้าร่วม
  • 57. สุขภาพที่ดีต้องประกอบไปด้วยความสมบูรณ์ทั้งกาย จิต วิญญาณ และสังคม ในปัจจุบันปัญหาสุขภาพที่กำาลังเพิ่มขึ้น เรื่อยๆนั้น คือ ปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศ ทีพัฒนาแล้ว เพราะยุคสมัยนี้มีการแก่งแย่งแข่งขันกันค่อนข้าง ่ สูงจากการที่ประเทศต่างๆพยายามผลักดันตัวเองไปข้างหน้าใน ทางเศรษฐกิจ โดยปราศจากความสนใจในสุขภาพจิตของประชา กรในสังคม ดังนั้นการที่ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวจึงเป็น ประโยชน์และน่าสนใจเป็นอย่างมากในการประกอบวิชาชีพต่อไป ในอนาคต ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ นั่นก็คือ ปัญหา พฤติกรรมการกิน (eating disorder) แต่ ก็เป็นเรื่องที่ใกล้ตัว เพราะหลายๆคนในวัยเดียวกับพวกเราน่าจะเคยมีประสบการณ์ เช่นนี้มาก่อน จากสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป ทำาให้สามารถที่จะ เข้าใจและได้รับความรู้เพิ่มเติมมากมาย สามารถที่จะนำาไป ประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับตนเองและผู้ป่วย กิจกรรมมี 2 วัน คือ วันที่ 20 มีนาคม Pre-fieldwork เวลา 9.00-9.30 น. Introducing ourselves and playing ice- breaking games เวลา 9.30-10.00 น. Presentation by the Field Work Organizing team members “The basic knowledge of eating disorders” ทำาให้ได้ความรู้และเข้าใจคำาว่า “eating disorder” มากยิ่ง ขึ้น ว่าหมายความว่าอะไร แบ่งออกเป็นกี่ประเภท ความแตกต่าง ระหว่าง Anorexia nervosa และ Bulimia nervosa มีอะไรบ้าง จะแยกจากกันได้อย่างไร ตัวอย่างโรคที่เกิดขึ้นที่สำาคัญมีอะไรบ้าง สถานการณ์ทั่วโลกเป็นเช่นไร สาเหตุต่างๆของความผิดปกติดัง กล่าวในหลายๆด้าน ทัง psychology,biology,social ฯลฯ criteria ้ ในการวินิจฉัย และชี้ให้เห็น ความสำาคัญของการมีพื้นฐานความรู้ ในความผิดปกตินี้ สามารถที่จะวินิจฉัยผู้ป่วยและให้การรักษาได้ อย่างเร็วที่สุด เพราะจะทำาให้อัตราการตายลดลงจาก 20% เป็น
  • 58. 2-3% นอกจากนี้ได้มีการทิ้งท้ายข้อคิดสำาคัญไว้ว่า “ Don’t judge by patients’ appearance. Real problems are from inside.” เวลา 10.00-11.45 น. Lecture by Dr. Yamashita, a specialist in eating disorders “Clinical practice of eating disorders in Japan” ทำาให้รู้จัก “eating disorder” ของประเทศญี่ปุ่น ในแง่มุม ของสภาพการณ์จริงที่เกิดขึ้นและการประกอบเวชกรรมบน ward ผู้ป่วยที่ชัดเจนแจ่มแจ้งมากยิ่งขึ้น รูว่าปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่ ้ Anorexia nervosa และ Bulimia nervosa มีสาเหตุเกิดจาก หลายปัจจัย ทังเพื่อลดนำ้าหนัก,อยูในอารมณ์ ตึงเครียด,epigastric ้ ่ discomfort ฯลฯ มีวิธีการรักษาหลากหลาย คือ psychotherapy, cognitive behavior therapy ,physical therapy และ hormonal therapy(สำาหรับ ผูที่เป็น amenorrhea) แต่ปัญหาที่สำาคัญใน ้ การรักษาคือ หมอมีจำานวนน้อยที่เชี่ยวชาญด้านนี้ มี facility น้อยที่จะใช้ในการรักษา ผู้ปวยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวหรือไม่ยอมรับจึง ่ ไม่มาหาหมอ และมีปัญหาทางด้านการเงิน ซึ่งวิทยากรยังได้ กล่าวถึงวิธีที่จะสามารถเอาชนะโรคนี้ได้ก็คือ มาหาหมอให้เร็วที่ สุด และรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เพราะยิ่งรักษาเร็วเท่าไหร่ จะยิงดีและโอกาสหายมาก ถ้าปล่อยเป็น chronic จะลำาบาก ่ และสำาหรับ ผูที่เป็น severe และ chronic case จะต้องอดทน ใจ ้ เย็นๆ ค่อยๆรักษา เพราะจำาเป็นต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร นอกจากนี้ก็จะต้องช่วยให้ผู้ที่มีความผิดปกติตระหนักถึงปัญหาที่ เกิดขึ้นและยอมรับว่าตนเองมีปัญหาและสมควรเข้ารับการรักษา โดยเร็วที่สุด เวลา 11.45-12.00 น. Q&A , summarizing discussions วันที่ 21 มีนาคม Field work เวลา 9.00-9.20 น. Ice breaking game เวลา 9.20-9.40 น. Presentation about situation of eating disorder of each country ไต้หวัน คือ หญิงเป็น eating disorder มากกว่าชาย 10:1 โดยส่วนใหญ่เป็น bulimia ซึ่งพบว่ามีรายงานความผิดปกติ 1 ใน 100 คน ของผู้หญิง สาเหตุททำาให้เกิดปัญหาคือ การกลัวอ้วน ี่ และพยายามงดอาหารเพื่อจำากัดแคลอรี่ ผลกระทบที่ตามมาคือ BMI น้อยกว่าหรือเท่ากับ 17.5 ความดันโลหิตลดตำ่าลง anemia และ hypokalemia มุมมองของนักศึกษาแพทย์คือ มองว่ามัน
  • 59. เป็นแฟชั่น และมีโฆษณามากมายในทีวีที่ผู้แสดงมีรูปร่างผอม มากๆ ตลอดจนนางแบบก็มีแต่คนที่ผอมบางเท่านั้น ทำาให้เกิดค่า นิยมที่ว่าถ้าอ้วนจะไม่สวยขึ้นมา นอกจากนียังเป็นปัญหาทางจิต ้ ทีทำาให้คนละเลยการบริโภคอาหารที่จำาเป็นให้พอเพียง ่ ญี่ปุ่น คือ พบว่ามีการรายงานการบมากกว่าทุกประเทศใน เอเชีย และจำานวนผู้ป่วยที่อายุน้อยซึ่งกำาลังเรียนอยู่ high school หรือ junior high school มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ โดย สาเหตุก็คือ ไม่อยากอาหาร สุขภาพอ่อนแอ ฯลฯ ปัญหาที่พบคือ บุคลากรทางการแพทย์ให้การรักษาเหมือนเป็นโรคๆหนึ่งทางกาย ไม่ใช่โรคทางจิตใจ ทำาให้การรักษานั้นไม่ได้ผล ส่วนมุมมองของ เขาคือ eating disorder เป็นความผิดปกติทางด้านจิตใจ ซึ่งเกิด จากหลายสาเหตุ ได้แก่ ความเครียด แฟชั่นคลั่งผอมในปัจจุบัน และความเชื่อที่ว่าถ้าอ้วนจะเป็นที่น่ารังเกียจ ทำาให้คนหันมาหา วิธีที่จะลดหรือควบคุมนำ้าหนักด้วยวิธีการที่ผิด ไทย พบความผิดปกตินี้ค่อนข้างน้อย โดยส่วนใหญ่จำานวน มากเป็นนักศึกษาผู้หญิงในมหาวิทยาลัย และด้วยเหตุที่เป็ น rare case ทำาให้มีข้อมูลน้อยมากเกี่ยวกับ eating disorder แต่ เนื่องจากการที่มี incidence เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำาให้ บุคลากรทาง การแพทย์มีความตื่นตัวกระตือรือร้นที่จะศึกษาหาความรู้มาเพิ่ม เติมมากขึ้น ส่วนมุมมองก็คือ เมื่อพูดถึง eating disorder จะคิดถึง คนที่ผอมมากๆทันที และนึกถึง fashion model ที่มรูปร่างผอม ี มาก ซึ่งเขาจำาเป็นต้องมีรูปร่างเช่นนั้นเพื่อประกอบอาชีพให้ สามารถดำารงชีวิตอยู่ได้ แต่สำาหรับผู้ที่อยากผอมตามแฟชั่นแล้ว อดอาหารอย่างหนักไม่น่าใช่ทางเลือกที่ถูกต้องนัก อินโดนีเซีย ไม่มีข้อมูลสถิติที่แน่นอนเกี่ยวกับความผิด ปกตินี้ เพราะไม่ได้พบมากนักในประเทศ ซึงผู้ที่เป็นส่วนใหญ่คือ ่ คนที่มีฐานะยากจน เวลา 9.40-9.55 น. Small group discussions “Listen to actual experiences” , “Exchange of views” มีการเล่นเกมแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยๆกลุ่มละ 4 คน ให้แต่ ละคนเล่าถึงประสบการณ์ของตนเองให้อีก 3 คนฟังเกี่ยวกับการ ควบคุมอาหาร ว่ามีวิธีการอย่างไร เคยอดอาหารจนเป็น eating disorder หรือไม่ เวลา 10.00-11.30 น. Listen to the suffers and surroundings
  • 60. มีการเชิญผู้ที่เคยมีประสบการณ์เคยเป็น eating disorders หรือญาติซึ่งเป็นตัวแทนมาให้สัมภาษณ์โดยแบ่งผู้เข้าร่วมออก เป็นกลุ่มใหญ่ๆ 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะได้รับฟังเรื่องราวจริงที่เกิด ขึ้นกับวิทยากรที่แตกต่างกันออกไป ทำาให้มองเห็นภาพปัญหาที่ แท้จริงของ eating disorder จากประสบการณ์ชีวิตที่ได้ผ่านการ ถ่ายทอดมาจากผู้ที่เผชิญกับเหตุการณ์นั้นๆโดยตรง ซึ่งผู้ปวย ่ โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่รู้ตัวหรือไม่ยอมรับว่าตนเองมีความผิดปกติ ดังกล่าว คิดว่าตนเองยังปกติดีอยู่ จะรู้ก็ต่อเมื่อมีอาการทางกาย เช่น เพลีย เหนื่อยอ่อน ไม่มีแรง มีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ และผูที่ ้ จะเข้ามามีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือคือ จิตแพทย์หรือนัก จิตวิทยา และพ่อแม่ ซึ่งจะทำาให้ผู้ป่วยหายขาดและมีชีวิต อนาคตที่เป็นสุข โดยต้องใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างมาก ทำา อย่างค่อยเป็น ค่อยไป ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ทำาให้ผู้ป่วยเชื่อใจไว้ ใจและยอมให้ความร่วมมือในการรักษาเป็นอย่างดี เวลา 11.30-12.00 น. Sharing (how do you feel) เวลา 13.00-14.30 น. Follow up this field work “Role playing game” มีการแบ่งกลุ่มย่อยเดิมเหมือนตอน Small group discussions กลุมละ 4 คน มาเล่น role play โดยสวมบทบาทเป็น ่ ซากุระจังที่มีปัญหา eating disorder,แม่ของซากุระจัง,จิตแพทย์ และผู้สังเกตการณ์ ให้แต่ละคนคิดคำาพูดและความรู้สึก แล้ว แสดงออกมาเป็นละครจำาลองสถานการณ์ พอเสร็จแล้วก็ให้ผู้ สังเกตการณ์ของแต่ละกลุ่มมาสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในกลุ่มให้ กลุ่มอื่นๆฟัง ทำาให้เข้าใจวิธีการแนะนำาให้คำาปรึกษาของ จิตแพทย์มากขึ้น โดยจะต้องแยกผู้ปกครองที่มาด้วยออกไปก่อน แล้วพูดคุยอย่างเป็นส่วนตัว ให้ผป่วยเชื่อใจสนิทใจ ยอมเล่า ู้ เรื่องที่เป็นความลับซึ่งอาจจะเป็นปมปัญหาภายในจิตใจให้ฟัง จากนั้นก็พยายามหาวิธีช่วยเหลือ โดยเป็นที่ปรึกษาที่ดี รับฟังใน ทุกๆเรื่อง ทำาให้ผป่วยมั่นใจว่าสามารถที่จะช่วยเหลือเขาได้จริงๆ ู้ เวลา 14.30-14.45 น. Playing game and Review of the field work เวลา 14.45 น. Taking pictures มีการ present สถานการณ์ ทัศนคติ และมุมมองเกี่ยวกับ eating disorders ของตัวแทนแต่ ละประเทศ ต่อจากนั้นมีการเล่นเกมแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยๆกลุ่มละ 4 คน ให้แต่ละคนเล่าถึงประสบการณ์ของตนเองให้อีก 3 คนฟัง เกี่ยวกับการควบคุมอาหาร ว่ามีวิธีการอย่างไร เคยอดอาหารจน
  • 61. เป็น eating disorder หรือไม่ หลังจากนี้ก็ได้มีการเชิญผู้ที่เคยมี ประสบการณ์เคยเป็น eating disorders มาให้สัมภาษณ์โดยแบ่ง ผู้เข้าร่วมออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 3 กลุม กลุ่มที่เป็นสมาชิกนั้นเป็น ่ ต่างๆให้ฟัง หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ก็ได้มีการ แบ่งกลุ่มย่อยเดิมกลุ่มละ 4 คน มาเล่น role play โดยสวมบท บาทเป็น ซากุระจังที่มีปัญหา eating disorder,แม่ของซากุระจัง, จิตแพทย์ และผู้สังเกตการณ์ ให้แต่ละคนคิดคำาพูดและความรู้สึก แล้วแสดงออกมาเป็นละครจำาลองสถานการณ์ พอเสร็จแล้วก็ให้ ผู้สังเกตการณ์ของแต่ละกลุ่มมาสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในกลุ่ม ให้กลุ่มอื่นๆฟัง ข้อบกพร่องและเสนอแนะ - ควบคุมเวลาได้ไม่ดีทำาให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงโปรแกรม เดิมที่วางเอาไว้ โดย presentation ของแต่ละประเทศ ต้องย้ายจากวันที่หนึ่งมายังวันที่สองเพราะเวลาไม่พอ ทำา ให้เวลาของ Small group discussions มีน้อย ซึ่งเสีย โอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ตรงของ นักศึกษาแพทย์จากแต่ละประเทศในกลุ่ม - น่าจะมีการดูแลการซักถามวิทยากรที่มาเล่าประสบการณ์จริง ให้อยู่ในกรอบ ไม่เกินเลยจนทำาร้ายจิตใจผู้ที่เสียสละมาให้ ความรู้ที่หาไม่ได้ที่ไหนเช่นนี้ โดยน่าจะมี facillator ซึ่ง เป็นหนึ่งในสมาชิกของผู้ควบคุม field work นีร่วมอยู่ใน ้ กลุ่มด้วยช่วยคัดกรองคำาถามเฉพาะที่น่าสนใจและไม่ทำาให้ผู้ ทีถูกถามเกิดความสะเทือนใจ ่ - สรุปตอนสุดท้ายค่อนข้างใช้เวลาน้อยเกินไป น่าจะเพิ่มเวลา เพื่อให้สามารถสรุปรายละเอียดสำาคัญของกิจกรรมทั้งหมดที่ ได้ทำาไปให้ผู้เข้าร่วมได้ฟัง และได้นำาข้อคิดเหล่านั้นกลับ ไปใช้ประโยชน์ในประเทศของตนได้มากที่สุด
  • 62. This session is separated in 2 sub-session 1. In the first day, LOC have a show and powerpoint presentation presented about “What is Hospice and Palliative care ?” , “The Japanese Health Insurance system” , “ What is the difference between Hospital and Hospice ?” and “ What is your image of hospice ? “ 2. In the second day, LOC bring the attendant to visit the Yodogawa Christian hospital , which founded the second hospice in Japan and listen to people who work for medical services there.
  • 63. เป็ น เรื่ อ งของปั ญ หาสุ ข ภาพจิ ต ที่ เ กิ ด ขึ้ น จากการประกอบ อาชี พ ซึ่ ง ในการประกอบอาชี พ ไม่ ว่ า จะเป็ น อาชี พ ใดก็ แ ล้ ว ตาม ล้ว นแต่มี ความเครี ย ดด้ว ยกั นทั้ ง สิ้ น ในการประชุ ม ครั้ งนี้ ไ ด้มี ก าร เสนอประเด็นเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นกับพนักงานหรือ คนงานในโรงงานอุ ต สาหกรรมแห่ ง หนึ่ ง โดยได้ มี ก ารออกไป สำา รวจสถานที่ทำา งาน รวมทั้งการทำา งานของคนงาน ซึ่งเป็นที่น่า สั ง เกตว่ า ในประเทศญี่ ปุ่ น นั้ น มี ก ารดู แ ลด้ า นสวั ส ดิ ก าร ความ ปลอดภั ย ให้ กั บ พนั ก งานเป็ น อย่ า งดี มี ก ารป้ อ งกั น การเกิ ด อุ บั ติ เหตุ ต่ า งๆที่ อ าจจะเกิ ด ขึ้ น กั บ พนั ก งาน ซึ่ ง ได้ มี ก ารบรรยายถึ ง ลั ก ษณะความเป็ น มา รวมทั้ ง แพทย์ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ สาขาด้ า นนี้ โดยจากการบรรยายนั้นทำาให้ทราบว่าประเทศญี่ปุ่นมีความใส่ใจใน เรื่องเวชศาสตร์ป้องกันเป็นอย่างมาก มีแพทย์ที่ปรึกษาประจำาโรง งานอุ ต สาหกรรม เพื่ อ เป็ น ที่ ป รึ ก ษาให้ กั บ พนั ก งานโรงงาน อุตสาหกรรม โดยที่ผู้จะมาเป็นแพทย์ทางด้านนี้นั้น จำา เป็นต้องมี ความเชี่ ยวชาญอย่ างมาก มีก ารเปิดอบรมสำา หรั บวิ ช าด้า นนี้ โ ดย เฉพาะ ซึ่ ง จั ด ได้ ว่ า เป็ น แนวทางการลดปั ญ หาสุ ข ภาพให้ กั บ พนั ก งานได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนั้ น ยั ง มี กิ จ กรรมที่ ใ ห้ นั ก ศึก ษา แพทย์ระดมความคิดเกี่ย วกั บปั ญหาที่ เกิ ดขึ้ น การดำา เนิน ไปของ ปัญหา และวิธีการป้องกัน โดยมีการเสนอโครงการต่างๆที่ น่าจะ เป็นประโยชน์ ในการแก้ไขปัญหา การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จากที่มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ระหว่ า งนั ก ศึ ก ษาแพทย์ ด้ ว ยกั น และจากวิ ท ยากร ได้ ข้ อ สรุ ป ที่ เป็ น ที่ น่า สั ง เกตว่ า ปั ญ หาด้า นสุ ข ภาพจิ ตที่ เ กิ ดจากการประกอบ อาชี พล้ว นเกิดขึ้น ในทุ กประเทศที่ ม าเข้า ร่ ว มการประชุ ม ในครั้ ง นี้ โดยจัดเป็นปัญหาสำา คัญปัญหาหนึ่งที่เกิดสาเหตุไปถึงปัญหาสุข ภาพกายบางอาการด้ ว ย หลายๆประเทศมี วิ ธี ก ารป้ อ งกั น ในรู ป แบบที่ คล้ ายกัน คือ มีแ พทย์เ ป็น ผู้ใ ห้คำา ปรึ กษา แต่วิ ธีก ารแก้ไ ข ปั ญ หานี้ ที่ ดี ที่ สุ ด คื อ ทุ ก ๆฝ่ า ยที่ เ กี่ ย วข้ อ งต้ อ งตระหนั ก ถึ ง ความ สำาคัญของปัญหานี้ และลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง

×