Law_p
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share
  • 1,208 views

 

Statistics

Views

Total Views
1,208
Views on SlideShare
1,208
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
8
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Law_p Document Transcript

  • 1. หนา ๑เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ พระราชบัญญัติ ธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก พ.ศ. ๒๕๕๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไว ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เปนปที่ ๖๓ ในรัชกาลปจจุบัน พระบาทสมเด็จ พระปรมิน ทรมหาภู มิพลอดุล ยเดช มีพ ระบรมราชโองการโปรดเกล า ฯใหประกาศวา โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก พระราชบัญ ญัตินี้ มีบ ทบัญ ญัติ บางประการเกี่ยวกับ การจํา กัดสิ ทธิ แ ละเสรีภาพของบุ คคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ และมาตรา ๔๓ ของรัฐ ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยบัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของสภานิติบัญญัติแหงชาติ ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัตธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก พ.ศ. ๒๕๕๑” ิ มาตรา ๒ พระราชบั ญ ญั ติ นี้ ใ ห ใ ช บั ง คั บ เมื่ อ พ น กํ า หนดหกสิ บ วั น นั บ แต วั น ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป
  • 2. หนา ๒เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ใหยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก พ.ศ. ๒๕๓๕ (๒) พระราชบัญญัติธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “ธุรกิจนําเที่ยว” หมายความวา ธุรกิจเกี่ยวกับการนํานักทองเที่ยวเดิน ทางไปทองเที่ยวหรือเดินทางไปเพื่อวัตถุประสงคอื่น โดยจัดใหมีบริการหรือการอํานวยความสะดวกอยางใดอยางหนึ่งหรื อ หลายอย า ง อั น ได แ ก สถานที่ พั ก อาหาร มั ค คุ เ ทศก หรื อ บริ ก ารอื่ น ใดตามที่ กํ า หนดในกฎกระทรวง “นักทองเที่ยว” หมายความวา ผูเดิน ทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพื่อประโยชนใ นการพักผอนหยอนใจ การศึกษาหาความรู การบันเทิง หรือการอื่นใด “มัคคุเทศก” หมายความวา ผูใหบริการเปนปกติธุระในการนํานักทองเที่ยวไปยังสถานที่ตาง ๆโดยใหบริการเกี่ยวกับคําแนะนําและความรูดานตาง ๆ แกนักทองเที่ยว “ผูนําเที่ยว” หมายความวา ผูรับผิดชอบในการดูแลและอํานวยความสะดวกแกนักทองเที่ยวในการเดินทางไปทองเที่ยวในตางประเทศ “คาบริการ” หมายความวา คาจางและคาใชจายตาง ๆ ที่นักทองเที่ยวจายใหแกผูประกอบธุร กิ จนํ า เที่ย ว สํ า หรั บ การจั ด การให บริ ก าร หรื อ การอํ า นวยความสะดวกเกี่ ยวกั บ การเดิน ทางสถานที่พัก อาหาร หรือการอื่นใด “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก “กองทุน” หมายความวา กองทุนคุมครองธุรกิจนําเที่ยว “สํานักงาน” หมายความวา สํานักงานพัฒนาการทองเที่ยว “ผูอํานวยการ” หมายความวา ผูอํานวยการสํานักงานพัฒนาการทองเที่ยว “นายทะเบียน” หมายความวา นายทะเบียนธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศกกลางหรือนายทะเบียนธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศกสาขา แลวแตกรณี “พนักงานเจาหนาที่” หมายความวา ผูซึ่งผูอํานวยการแตงตั้งใหปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
  • 3. หนา ๓เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ มาตรา ๕ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงการทองเที่ยวและกีฬารักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และใหมีอํานาจออกกฎกระทรวงกําหนดคาธรรมเนียมไมเกินอัตราทายพระราชบัญญัตินี้ ยกเวนคาธรรมเนียมและกําหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได มาตรา ๖ พระราชบัญญัตินี้ไมใ หใ ชบังคับกับการทองเที่ยวแหงประเทศไทยและกิจการซึ่งตองไดรับอนุญาตตามกฎหมายวาดวยการสงเสริมกิจการฮัจย หมวด ๑ คณะกรรมการธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก มาตรา ๗ ให มี ค ณะกรรมการธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วและมั ค คุ เ ทศก ค ณะหนึ่ ง ประกอบด ว ยปลั ดกระทรวงการท อ งเที่ย วและกี ฬ า เป น ประธานกรรมการ ผู อํา นวยการสํา นัก งานพัฒ นาการท อ งเที่ ย ว เป น รองประธานกรรมการ ผู แ ทนกระทรวงมหาดไทย ผู แ ทนกระทรวงแรงงานผูบัญชาการสํานักงานตรวจคนเขาเมือง ผูบังคับการตํารวจทองเที่ยว ผูวาการการทองเที่ยวแหงประเทศไทยประธานสภาอุตสาหกรรมทองเที่ยวแหงประเทศไทย เปนกรรมการ และผูซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งจํานวนเจ็ดคน เปนกรรมการ ใหนายทะเบียนธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศกกลาง เปนกรรมการและเลขานุการ กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งตามวรรคหนึ่ง ใหแตงตั้งจากผูแทนสภาอุตสาหกรรมทองเที่ยวแหงประเทศไทยหาคน และผูทรงคุณวุฒิซึ่งเปนหรือเคยเปนอาจารยสอนในสถาบันอุดมศึกษามาแลวไมนอยกวาสามปในวิชาการทองเที่ยวหนึ่งคนและวิชามัคคุเทศกหนึ่งคน กรรมการผูแ ทนสภาอุตสาหกรรมทองเที่ยวแหงประเทศไทยหาคนตามวรรคสอง จะเปนสมาชิ ก สภาอุ ต สาหกรรมท อ งเที่ ย วแห ง ประเทศไทยหรื อ ไม ก็ ไ ด โดยอย า งน อ ยให แ ต ง ตั้ งจากผูแทนผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวสองคนและผูแทนมัคคุเทศกสองคน มาตรา ๘ กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสองป กรรมการซึ่งพนจากตําแหนงอาจไดรับแตงตั้งอีกไดแตไมเกินสองวาระติดตอกัน
  • 4. หนา ๔เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ ในกรณีที่กรรมการพนจากตําแหนงตามวาระ แตยังมิไดแตงตั้งกรรมการใหมใหกรรมการซึ่งพนจากตําแหนงปฏิบัติหนาที่ไปพลางกอนจนกวาจะไดแตงตั้งกรรมการใหม มาตรา ๙ การพนจากตําแหนงกอนครบวาระของกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้ง ใหเปนไปตามที่กําหนดในกฎหมายวาดวยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง นอกจากการพน จากตําแหน งตามวรรคหนึ่ง รัฐ มนตรีจะสั่งใหกรรมการดังกล าวพน จากตําแหนงเมื่อบกพรองตอหนาที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหยอนความสามารถก็ได มาตรา ๑๐ ในกรณี ที่ ก รรมการซึ่ ง รั ฐ มนตรี แ ต ง ตั้ ง พ น จากตํ า แหน ง ก อ นครบวาระใหกรรมการซึ่งเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปได และใหดําเนินการแตงตั้งกรรมการประเภทเดียวกันแทนภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการนั้นวางลง เวนแตวาระของกรรมการเหลือไมถึงหนึ่งรอยแปดสิบวันจะไมดําเนินการแตงตั้งกรรมการขึ้นแทนก็ได ทั้งนี้ ใหกรรมการซึ่งไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงแทนมีวาระการดํารงตําแหนงเทากับวาระที่เหลืออยูของกรรมการซึ่งตนแทน มาตรา ๑๑ การประชุ ม การดํ า เนิ น การประชุ ม หรื อ การอื่ น ใดที่ เ กี่ ย วกั บ การประชุ มใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด มาตรา ๑๒ ใหคณะกรรมการมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้ (๑) กําหนดแผนงานและมาตรการตา ง ๆ เกี่ ยวกับการส งเสริม พัฒ นา และกํากับดูแ ลธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก (๒) เสนอความเห็นตอรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) ออกระเบี ย บปฏิ บั ติ เ กี่ ย วกั บ มาตรฐานการประกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วและมาตรฐานการปฏิบัติหนาที่ของมัคคุเทศกและผูนําเที่ยวที่จะพึงปฏิบัติตอนักทองเที่ยว และความรับผิดชอบที่มีตอนักทองเที่ยวและผูประกอบธุรกิจนําเที่ยว ตลอดจนคาตอบแทนหรือความคุม ครองที่มัคคุเ ทศกและผูนําเที่ยวจะพึงไดรับจากผูประกอบธุรกิจนําเที่ยว (๔) ประกาศกําหนดเขตพื้นที่ในทองถิ่นหรือชุมชนใดเพื่อใหมัคคุเทศกซึ่งไดรับการยกเวนคุณสมบัติตามมาตรา ๕๑ ทําหนาที่มัคคุเทศก รวมทั้งกําหนดมาตรการตาง ๆ เพื่อประโยชนในการสงเสริมการทองเที่ยวในทองถิ่นหรือชุมชนนั้น ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี (๕) ออกระเบียบเกี่ยวกับการเป ดบัญชีเงิน ฝากและการเบิก จายจากบัญชีเ งิน ฝากสําหรั บหลักประกันที่เปนเงินสดตามมาตรา ๑๘ รวมทั้งการคืนหลักประกันตามมาตรา ๓๙
  • 5. หนา ๕เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ (๖) กําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการสอบหาขอเท็จจริงและการวินิจฉัยของนายทะเบียนตามมาตรา ๔๐ (๗) ออกระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ วิธีการ และอัตราการจายเงินชดเชยใหแกนักทองเที่ยวซึ่งไดรับความเสียหายจากผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวตามมาตรา ๔๑ (๘) พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณคําสั่งของนายทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ (๙) กํ า หนดหลั ก เกณฑ แ ละวิ ธี ก ารในการเก็ บ รั ก ษาและการบริ ห ารเงิ น และทรั พ ย สิ นของกองทุนตามมาตรา ๗๑ (๑๐) ปฏิ บั ติ ก ารอื่ น ตามพระราชบั ญ ญั ติ นี้ ห รื อ ตามที่ ไ ด รั บ มอบหมายจากคณะรั ฐ มนตรีหรือรัฐมนตรี มาตรา ๑๓ ในการดํา เนิน การตามอํา นาจหนาที่ คณะกรรมการจะตั้งคณะอนุ กรรมการเพื่อดําเนินการตามที่มอบหมายก็ได การประชุ มและการลงมติของคณะอนุกรรมการ ใหเปน ไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด มาตรา ๑๔ ให ป ระธานกรรมการ กรรมการ และอนุ ก รรมการ ได รั บ เบี้ ย ประชุ มและประโยชนตอบแทนอื่นตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกําหนด หมวด ๒ ธุรกิจนําเที่ยว มาตรา ๑๕ ผู ใ ดประสงค จ ะประกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วให ยื่ น คํ า ขอรั บ ใบอนุ ญ าตประกอบธุรกิจนําเที่ยวจากนายทะเบียน การขอรับ ใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตใหเปน ไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง
  • 6. หนา ๖เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ มาตรา ๑๖ ผูขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวซึ่งเปนบุคคลธรรมดาตอง (๑) มีคุณสมบัติ ดังตอไปนี้ (ก) มีอายุไมต่ํากวายี่สิบปบริบูรณในวันยื่นคําขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว (ข) มีสัญชาติไทย (ค) มีภูมิลําเนาหรือถิ่นที่อยูในราชอาณาจักรไทย (๒) ไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้ (ก) เปนบุคคลลมละลาย หรืออยูในระหวางถูกพิทักษทรัพย (ข) เปนบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟนเฟอนไมสมประกอบ หรือเปนคนไรความสามารถหรือเสมือนไรความสามารถ (ค) เปน ผูอยูในระหวางถูกสั่งพักใชใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวหรือใบอนุญาตเปนมัคคุเทศก (ง) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวตามมาตรา ๔๖ (๑) (๒) (๓)หรือ (๔) หรือใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกตามมาตรา ๖๓ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) และยังไมพนกําหนดหาปนับถึงวันยื่นคําขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว (จ) เคยถู ก เพิ ก ถอนใบอนุ ญ าตประกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วตามมาตรา ๔๖ (๕)หรือใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกตามมาตรา ๖๓ (๕) (ฉ) เคยถูกเพิก ถอนทะเบีย นเปน ผูนําเที่ยวมาแล วยังไมถึงห าปนับถึงวัน ยื่น คําขอรั บใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว มาตรา ๑๗ ผูขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวซึ่งเปนนิติบุคคลตอง (๑) มีคุณสมบัติ ดังตอไปนี้ (ก) เปนนิติบุคคลตามกฎหมายไทยที่มีวัตถุประสงคเพื่อดําเนินกิจการเกี่ยวกับการทองเที่ยวถ าเป น ห างหุ น ส วนนิ ติ บุ คคล ผู เป นหุ น ส วนประเภทไม จํ ากั ดความรั บผิ ดต องเป น ผู มี สั ญชาติ ไทยถาเปนบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ทุน ของบริษัทไมนอยกวารอยละหาสิบเอ็ดตองเปนของบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย และกรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งตองเปนผูมีสัญชาติไทย (ข) กรรมการหรือผูมี อํานาจจัดการแทนนิติบุค คลตองมีคุณสมบั ติและไม มีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๖
  • 7. หนา ๗เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ (๒) ไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้ (ก) เปนนิติบุคคลที่มีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๖ (๒) (ค) (ง) หรือ (จ) (ข) มีผูเปน หุนสวนซึ่งมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๖ (๒) (ค) (ง) หรือ (จ)หรือซึ่งพนจากการเปนหุน สวนของหางหุนสวนนิติบุคคลที่มีลักษณะตองหามตาม (๒) (ก) มาแลวยังไมถึงหาปนับถึงวันยื่นคําขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว (ค) มีผูถือหุนซึ่งถือหุนเกินรอยละหามีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๖ (๒) (ค) (ง)หรือ (จ) หรือซึ่งพนจากการเปนกรรมการหรือผูมีอํานาจจัดการแทนนิติบุคคลที่มีลักษณะตองหามตาม(๒) (ก) มาแลวยังไมถึงหาปนับถึงวันยื่นคําขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว ความใน (๒) (ข) และ (ค) ไมนํา มาใช บังคั บกับ ผูซึ่ง เคยเปน หุ น สว น กรรมการหรื อผูมีอํานาจจัดการแทนนิติบุคคล ซึ่งพิสูจนไดวาตนมิไดมีสวนรวมหรือรูเห็นกับการกระทําของนิติบุคคลที่เปนเหตุใหมีลักษณะตองหามตาม (๒) (ก) มาตรา ๑๘ ผู ข อรั บ ใบอนุ ญ าตตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ ต อ งวางหลั ก ประกั นซึ่งไดแ ก เงิน สด หนังสือค้ําประกันของธนาคาร พัน ธบัตรรัฐบาลไทยหรือพัน ธบัตรรัฐ วิสาหกิจที่รัฐ บาลไทยค้ําประกันตนเงินและดอกเบี้ยอยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยางรวมกันตอนายทะเบียนเพื่อเปนหลักประกันการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามจํานวนเงินที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๙ เมื่ อ มี ผู ยื่ น คํ า ขอรั บ ใบอนุ ญ าตประกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย ว ให เ ป น หน า ที่ ข องนายทะเบี ยนหรือ ผูซึ่ งนายทะเบีย นมอบหมายตรวจสอบความครบถวนของเอกสารหลั กฐานและการปฏิบั ติต ามหลัก เกณฑ แ ละวิธี การที่กํ าหนดในกฎกระทรวงที่ ออกตามมาตรา ๑๕ วรรคสองในกรณีที่พบวาเอกสารหรือหลักฐานใดไมครบถวนหรือยังมิไดปฏิบัติใหถูกตอง ใหแจงใหผูยื่นคําขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวทราบทันที มาตรา ๒๐ เมื่อนายทะเบียนพิจารณาเห็นวาผูยื่นคําขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ แลวแตกรณี และไดปฏิบัติตามหลักเกณฑและวิธีการเกี่ยวกับการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวแลว ใหนายทะเบียนมีหนังสือแจงใหผูยื่นคําขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวทราบภายในสามสิบวันนับแตวัน ที่ไดรับคําขอรับใบอนุญาต ในหนังสือแจงนั้นใหแจงคาธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวและหลักประกันที่ตองวางไวดวย
  • 8. หนา ๘เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ เมื่อผูยื่นคําขอรับใบอนุญาตชําระคาธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวตามอัตราที่ กํ า หนดในกฎกระทรวงและวางหลั ก ประกั น ตามมาตรา ๑๘ ครบถ ว นแล ว ให น ายทะเบี ย นออกใบอนุ ญ าตประกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วให ภ ายในเจ็ ด วั น นั บ แต วั น ที่ ไ ด รั บ ชํ า ระค า ธรรมเนี ย มและหลักประกันนั้น การกําหนดคาธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวตามวรรคสอง จะกําหนดอัตราที่แตกตางกันตามประเภทหรือลักษณะของผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวก็ได มาตรา ๒๑ เมื่อนายทะเบียนพิจารณาเห็นวาผูยื่นคําขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ แลวแตกรณี ใหนายทะเบียนมีหนังสือแจงเหตุแหงการไมออกใบอนุญาตใหผูยื่นคําขอรับใบอนุญาตทราบภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคําขอรับใบอนุญาต มาตรา ๒๒ ในกรณี ที่ น ายทะเบี ย นมี คํ า สั่ ง ไม อ อกใบอนุ ญ าตประกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วตามมาตรา ๒๑ ให ผู ยื่น คํา ขอรั บใบอนุ ญาตประกอบธุ รกิ จนํ า เที่ ยวมีสิ ท ธิอุ ทธรณคํ าสั่ ง ดัง กล า วเปนหนังสือตอคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงคําสั่งจากนายทะเบียน ใหคณะกรรมการพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณตามวรรคหนึ่งใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสืออุทธรณ คําวินิจฉัยของคณะกรรมการใหเปนที่สุด มาตรา ๒๓ ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวตองแสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวไวในที่เปดเผยเห็นไดงาย ณ สถานที่ประกอบธุรกิจนําเที่ยวที่ระบุไวในใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว มาตรา ๒๔ ผูประกอบธุ รกิจนํ าเที่ย วตองไมกระทําการใดอัน จะกอ ให เกิดความเสียหายแกอุตสาหกรรมทองเที่ยว แหลงทองเที่ยว หรือนักทองเที่ยว มาตรา ๒๕ ผู ป ระกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วต อ งปฏิ บั ติ ต ามระเบี ย บที่ ค ณะกรรมการกํ า หนดตามมาตรา ๑๒ (๓) มาตรา ๒๖ ในการโฆษณาหรือชี้ชวนเกี่ยวกับรายการนําเที่ยว ใหผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวจัดทําเปนเอกสารซึ่งอยางนอยตองมีรายละเอียด ดังตอไปนี้ (๑) ชื่อผูประกอบธุรกิจนําเที่ยว และสถานที่และเลขที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว (๒) ระยะเวลาที่ใชในการนําเที่ยว
  • 9. หนา ๙เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ (๓) คาบริการและวิธีการชําระคาบริการ (๔) ลักษณะและประเภทของยานพาหนะที่ใชในการเดินทาง (๕) จุดหมายปลายทางและที่แวะพัก รวมทั้งสถานที่สําคัญในการนําเที่ยว (๖) ลักษณะและประเภทของที่พัก และจํานวนครั้งของอาหารที่จัดให (๗) จํานวนมัคคุเทศกหรือผูนําเที่ยวในกรณีที่จัดใหมีมัคคุเทศกหรือผูนําเที่ยว (๘) จํานวนขั้นต่ําของนักทองเที่ยวสําหรับการนําเที่ยว ในกรณีมีเงื่อนไขวาตองมีนักทองเที่ยวไมนอยกวาจํานวนที่กําหนด มาตรา ๒๗ การเปลี่ ย นแปลงรายการนํ า เที่ ย วให ผิ ด ไปจากที่ ไ ด โ ฆษณาหรื อ ชี้ ช วนไวตามมาตรา ๒๖ ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวตองแจงใหนักทองเที่ยวทราบกอนรับชําระเงินคาบริการ การเปลี่ ย นแปลงรายการนํ า เที่ ย วภายหลั ง ที่ นั ก ท อ งเที่ ย วชํ า ระเงิ น ค า บริ ก ารแล วหากนักทองเที่ยวไมประสงคจะเดิน ทาง ผู ประกอบธุ รกิจนําเที่ย วตองคืน เงิน ที่รับชําระแลวใหแ กนักทองเที่ยวโดยไมชักชา และจะหักคาใชจายใด ๆ ไมได มาตรา ๒๘ ในกรณีที่นักทองเที่ยวชําระเงินคาบริการแลวไมวาทั้งหมดหรือบางสวนถามีเหตุที่ทําใหนักทองเที่ยวไมสามารถเดิน ทางไดเฉพาะตัว หรือมีเหตุใ หตองยกเลิกการนําเที่ยวตามที่ไดโฆษณาไว ทั้งนี้ โดยมิใชความผิดของผูประกอบธุรกิจนําเที่ยว ใหผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวจายเงินคืนใหแกนักทองเที่ยวไมนอยกวาอัตราตามหลักเกณฑที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถาการยกเลิกการนําเที่ยวเกิดจากกรณีมีนักทองเที่ยวไมครบจํานวนตามที่กําหนดในมาตรา ๒๖ (๘) หรือเกิดจากเหตุใด ๆ อันเปนความผิดของผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวตองคืนเงินทั้งหมดใหแกนักทองเที่ยว มาตรา ๒๙ ในระหวางการนําเที่ยว ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวจะเปลี่ยนแปลงรายการนําเที่ยวไมได เวนแตจะไดรับความยินยอมจากนักทองเที่ยวหรือเปนเหตุสุดวิสัย การเปลี่ยนแปลงรายการนําเที่ยวตามวรรคหนึ่ง ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวตองจายเงินคาบริการคืน ใหแกนักทองเที่ยวตามสัดสวน เวน แตผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวจะพิสูจนไดวาการเปลี่ยนแปลงรายการนั้นทําใหตนมีคาใชจายเทาหรือสูงกวาเดิม มาตรา ๓๐ ผู ป ระกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วจะเรี ย กเก็ บ ค า บริ ก ารอื่ น ใดนอกจากที่ ร ะบุ ไ วในมาตรา ๒๖ (๓) หรือที่ตกลงกันไวลวงหนาไมได
  • 10. หนา ๑๐เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ ในกรณีที่ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวหรือมัคคุเทศกชี้ชวนใหนักทองเที่ยวไปในสถานที่หรือทํากิจกรรมใดนอกเหนือจากที่ระบุไวในเอกสารโฆษณาหรือชี้ชวน ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวหรือมัคคุเทศกตองแจงคาบริการของตนและคาบริการที่ตองจายเนื่องจากการเขาไปในสถานที่หรือทํากิจกรรมนั้นใหนักทองเที่ยวทราบลวงหนา และจะเรียกเก็บคาบริการเกินที่แจงไวมิได มาตรา ๓๑ หามไมใหผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวจัดบริการนําเที่ยวใหแกนักทองเที่ยวที่เดินทางมาจากตางประเทศโดยไมไดรับคาบริการหรือรับคาบริการในอัตราที่เห็นไดวาไมเพียงพอกับคาใชจายตามหลักเกณฑที่คณะกรรมการประกาศกําหนด มาตรา ๓๒ หามไมใหผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวมอบหมายใหมัคคุเทศก ผูนําเที่ยวหรือบุคคลอื่น ใด นํ า นั กท อ งเที่ ย วในความรั บ ผิ ด ชอบของตนไปท อ งเที่ ย ว โดยเรี ย กเก็บ เงิ น จากมั คคุ เ ทศกผูนํ า เที่ ย ว หรือ บุ ค คลอื่ น นั้ น หรื อ โดยให บุ คคลดั งกล าวรั บ ผิด ชอบค า ใช จ ายเกี่ ยวกั บค า เดิน ทางคาที่พัก คาอาหาร หรือคาอํานวยความสะดวกอื่นใดของนักทองเที่ยว ไมวาทั้งหมดหรือบางสวน มาตรา ๓๓ ในการจัดใหมีมัคคุเทศกหรือผูนําเที่ยวเดิน ทางไปกับนักทองเที่ยวผูประกอบธุรกิ จนํ าเที่ย วต อ งใช มัค คุเ ทศกซึ่ งไดรั บใบอนุญ าตเปน มัค คุเ ทศกห รือ ผูนํ าเที่ย วซึ่ งไดขึ้ นทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ แลวแตกรณี ในการเดินทางไปปฏิบัติหนาที่ของมัคคุเทศกหรือผูนําเที่ยวตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาเปนการกระทําในทางการที่จางของผูประกอบธุรกิจนําเที่ยว มาตรา ๓๔ ผูประกอบธุรกิ จนํา เที่ย วตองจัดใหมีก ารประกั น อุบัติ เหตุ ใ หแ กนัก ทองเที่ย วมัคคุเทศกและผูนําเที่ยวในระหวางเดินทางทองเที่ยว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑที่คณะกรรมการประกาศกําหนด มาตรา ๓๕ ใหผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวชําระคาธรรมเนียมประกอบธุรกิจนําเที่ยวทุกสองปตามหลักเกณฑ วิธีการ และอัตราที่กําหนดในกฎกระทรวง ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวผูใดไมชําระคาธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กําหนดใหเสียเงินเพิ่มอีกรอยละสองตอเดือน และถาพน สามเดือนแลวยังมิไดชําระ ใหน ายทะเบียนสั่งพักใชใ บอนุญาตดังกลาวจนกวาจะชําระคาธรรมเนียมและเงินเพิ่ม ซึ่งตองไมเกินหกเดือนนับแตวันสั่งพักใชใบอนุญาต เมื่อพนกําหนดหกเดือนแลว ถาผูถูกสั่งพักใชใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวยังมิไดชําระคาธรรมเนียมและเงินเพิ่มตามวรรคสอง ใหนายทะเบียนสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
  • 11. หนา ๑๑เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ มาตรา ๓๖ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวสิ้นสุดลง เมื่อผูประกอบธุรกิจนําเที่ยว (๑) ตายหรือสิ้นสุดความเปนนิติบุคคล (๒) เลิกประกอบกิจการตามมาตรา ๓๘ หรือ (๓) ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวตามมาตรา ๔๖ มาตรา ๓๗ ในกรณี ที่ ใ บอนุ ญ าตประกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วสิ้ น สุ ด ลงตามมาตรา ๓๖ (๒)หรือ (๓) ใหผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวมีหนาที่ดําเนินการตามขอผูกพันที่มีอยูกับนักทองเที่ยวตอไปเทาที่จําเปน ซึ่งตองไมเกินหกเดือนนับแตวันที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวสิ้นสุดลง มาตรา ๓๘ ผู ป ระกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วซึ่ ง ประสงค จ ะเลิ ก ประกอบกิ จ การ ให แ จ ง ใหนายทะเบียนทราบ พรอมทั้งสงคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวแกนายทะเบียนภายในสิบหาวันนับแตวันที่เลิกประกอบกิจการ การเลิ ก ประกอบกิ จ การไม เ ป น เหตุ ใ ห ผู ป ระกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วพ น จากความรั บ ผิ ด ที่ มีตอนักทองเที่ยวตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๙ หลักประกันที่ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยววางไวตามมาตรา ๑๘ ไมอยูในความรับผิดแหงการบังคับคดีตราบเทาที่ผู ประกอบธุรกิจนํ าเที่ยวยังมิได เลิกประกอบกิจ การ แตยังไมพน จากความรับผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณี เ ลิ ก ประกอบกิ จ การ ผู ป ระกอบธุ รกิ จ นํ า เที่ ย วจะขอรั บ คื น หลั ก ประกั น ที่ ว างไวพรอมทั้งดอกผลไดก็ตอเมื่อไดสงคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวตามมาตรา ๓๘ และชําระหนี้ที่เกิดขึ้น ตามพระราชบัญญัตินี้เสร็จสิ้นแลว แตถาหนี้ที่เหลือมีจํานวนนอยกวาหลักประกัน ที่วางไวใหนายทะเบียนมีอํานาจสั่งใหลดหลักประกันลงใหเหลือเทากับหนี้ที่จะพึงรับผิดชอบได ในกรณี ที่ น ายทะเบี ย นได แ จ ง ให ผู ป ระกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วมาขอรั บ หลั ก ประกั น คื น แล วแตผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวไมมารับหลักประกันคืนภายในสองปนับแตวันที่ไดรับแจง ใหหลักประกันดังกลาวตกเปนของกองทุน มาตรา ๔๐ เมื่อ มีผู รอ งเรี ยนหรื อปรากฏต อนายทะเบีย นว านั กทอ งเที่ย วผู ใ ดไดรั บความเสียหายจากการที่ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวไมปฏิบัติตามขอตกลงเกี่ยวกับธุรกิจนําเที่ยวหรือตามที่ไดโฆษณาหรื อชี้ ช วนไว หรื อตามพระราชบัญ ญัติ นี้ ให น ายทะเบี ยนดํ าเนิน การสอบหาข อ เท็ จจริ งและวินิจฉัยโดยเร็วและเปนธรรม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด
  • 12. หนา ๑๒เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ ในการดําเนินการสอบหาขอเท็จจริงและวินิจฉัยตามวรรคหนึ่ง ใหนายทะเบียนรับฟงคําชี้แจงของผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวซึ่งถูกกลาวหาประกอบดวย มาตรา ๔๑ เมื่อปรากฏผลจากการสอบหาขอเท็จจริงตามมาตรา ๔๐ วานักทองเที่ยวผูใ ดไดรับความเสี ยหายจากผูประกอบธุรกิจนํา เที่ยวรายใดและเปน จํานวนเงิน เทาใด ใหน ายทะเบีย นสั่งจายเงินจากกองทุนเพื่อชดเชยความเสียหายนั้นไปพลางกอน และแจงใหผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวนั้นสงคืนเงินชดใชกองทุนภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับแจง หลักเกณฑ วิธีการ และอัตราการจายเงิน ชดเชยตามวรรคหนึ่ง ใหเปน ไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด ผู ป ระกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วผู ใ ดไม ส ง เงิ น ชดใช ก องทุ น ภายในกํ า หนดเวลาตามวรรคหนึ่ งใหนายทะเบียนหักเงินจํานวนดังกลาวจากหลักประกันที่วางไวตามมาตรา ๑๘ สงคืนกองทุน มาตรา ๔๒ ในกรณีที่หลักประกันที่ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยววางไวตามมาตรา ๑๘ ลดลงเพราะถูกใชจายไปตามพระราชบัญญัตินี้ ใหนายทะเบียนสั่งเปนหนังสือใหผูประกอบธุรกิจนําเที่ยววางหลักประกันเพิ่มจนครบจํานวนเงินที่กําหนดภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับคําสั่ง ผู ป ระกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วผู ใ ดไม ว างหลั ก ประกั น เพิ่ ม ภายในกํ า หนดเวลาตามวรรคหนึ่ งตองชําระเงินเพิ่มอีกรอยละสองตอเดือนจนกวาจะวางหลักประกันเพิ่มจนครบถวน มาตรา ๔๓ นั ก ท อ งเที่ ย วหรื อ ผู ป ระกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วซึ่ ง ไม เ ห็ น ด ว ยกั บ คํ า สั่ ง ของนายทะเบียนตามมาตรา ๔๑ มีสิทธิอทธรณคําสั่งดังกลาวเปนหนังสือตอคณะกรรมการภายในสามสิบวัน ุนับแตวันที่ไดรับแจงคําสั่งจากนายทะเบียน ใหคณะกรรมการพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณตามวรรคหนึ่งใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสืออุทธรณ คําวินิจฉัยของคณะกรรมการใหเปนที่สุด การอุทธรณคําสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งไมเปนเหตุใหชะลอการสงเงินชดใชกองทุนและการหัก เงิ น จากหลัก ประกัน สง คืน กองทุน ตามมาตรา ๔๑ และการวางหลัก ประกัน เพิ่ ม ตามมาตรา ๔๒ เวนแตคณะกรรมการจะผอนผันใหเปนการเฉพาะราย ในกรณีที่ นั ก ท องเที่ ยวตาย ให ทายาทหรื อ ผู มีส ว นไดเ สี ย มีสิ ท ธิ อุ ทธรณ ได เ ช น เดี ย วกั บนักทองเที่ยว
  • 13. หนา ๑๓เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ มาตรา ๔๔ ในการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ ใหคณะกรรมการมีอํานาจดังตอไปนี้ (๑) กรณี ที่ จํ า นวนเงิ น ที่ สั่ ง จ า ยจากกองทุ น ต่ํ า กว า ความเสี ย หายที่ นั ก ท อ งเที่ ย วได รั บใหคณะกรรมการสั่งใหนายทะเบียนจายเงินจากกองทุนเพิ่มเติมใหแกนักทองเที่ยวตามที่คณะกรรมการกําหนด และแจ งใหผูป ระกอบธุ รกิจนํา เที่ยวสง เงิน จํานวนดังกลาวชดใชกองทุ น ภายในสิบหาวั นนับแตวันที่ไดรับแจง และใหนําความในมาตรา ๔๑ วรรคสาม และมาตรา ๔๒ มาใชบังคับโดยอนุโลมเว น แต ค ณะกรรมการจะเห็ น ว า ความเสี ย หายที่ ต อ งจ า ยเพิ่ ม เติ ม นั้ น มิ ใ ช เ ป น ความผิ ด ของผูประกอบธุรกิจนําเที่ยว จะไมสั่งใหผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวสงเงินจํานวนดังกลาวชดใชกองทุนก็ได (๒) กรณีที่ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวไมตองรับผิดในความเสียหายนั้นหรือรับผิดเพียงบางสวนและเป น กรณี ที่ ผู ป ระกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วได จ า ยเงิ น ชดใช ก องทุ น ตามคํ า สั่ ง ของนายทะเบี ย นตามมาตรา ๔๑ แลว หรือเปนกรณีที่นายทะเบียนไดหักเงินจากหลักประกันที่วางไวตามมาตรา ๑๘สงคืนกองทุนและผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวไดวางหลักประกันเพิ่มจนครบถวนแลว ใหคณะกรรมการสั่งใหนายทะเบียนจายเงินกองทุนคืนใหแกผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวทั้งหมดหรือตามสวนที่ไมตองรับผิดแลวแตกรณี ให สํ า นั ก งานแจ ง คํ า วิ นิ จ ฉั ย ของคณะกรรมการให ผู ซึ่ ง เกี่ ย วข อ งทราบภายในสิ บ ห า วั นนับแตวันที่มีคําวินิจฉัย มาตรา ๔๕ ใหน ายทะเบียนมีอํานาจสั่งพักใชใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวไดไมเกินครั้งละหกเดือน เมื่อปรากฏวาผูประกอบธุรกิจนําเที่ยว (๑) ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดตามมาตรา ๑๒ (๓) (๒) ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ (๓) ไม ชํา ระค าธรรมเนี ย มประกอบธุร กิ จนํ า เที่ ยวและเงิ น เพิ่ ม จนพน กํา หนดสามเดื อ นนับแตวันที่กําหนดใหชําระคาธรรมเนียมตามมาตรา ๓๕ วรรคสอง (๔) ไมวางหลักประกันเพิ่มจนครบถวนเกินหกเดือนนับแตวันครบกําหนดเวลาตามมาตรา ๔๒หรือมาตรา ๔๔ (๑) หรือ (๕) ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําสั่งของนายทะเบียนหรือพนักงานเจาหนาที่ซึ่งสั่งตามมาตรา ๗๖
  • 14. หนา ๑๔เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวซึ่งถูกสั่งพักใชใบอนุญาตจะประกอบธุรกิจนําเที่ยวในระหวางถูกสั่งพักใชใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวไมได เวนแตเปนกรณีที่นายทะเบียนอนุญาตใหดําเนินการไดเฉพาะกรณีเพื่อปองกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับนักทองเที่ยวหรือธุรกิจนําเที่ยว มาตรา ๔๖ ให น ายทะเบี ย นมี อํ า นาจสั่ ง เพิ ก ถอนใบอนุ ญ าตประกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วไดเมื่อปรากฏวาผูประกอบธุรกิจนําเที่ยว (๑) ขาดคุ ณ สมบั ติต ามมาตรา ๑๖ (๑) หรื อ มาตรา ๑๗ (๑) หรื อ มี ลั กษณะต อ งห า มตามมาตรา ๑๖ (๒) (ก) (ข) (ง) (จ) หรือ (ฉ) หรือมาตรา ๑๗ (๒) (๒) ไม ชํ า ระค า ธรรมเนี ย มประกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วและเงิ น เพิ่ ม จนพ น กํ า หนดหกเดื อ นนับแตวันที่ถูกสั่งพักใชใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวตามมาตรา ๓๕ วรรคสาม (๓) เคยถูกสั่งพักใชใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวตามมาตรา ๔๕ มาแลว และภายในหนึ่งปนับแตวันที่ถูกสั่งพักใชใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวนั้น มีกรณีที่อาจถูกสั่งพักใชใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวอีก ไมวาจะเปนเหตุเดียวกันหรือไมก็ตาม (๔) ประพฤติหรือปฏิบัติการใดอั น เปน การฝา ฝน พระราชบัญ ญัตินี้ หรือก อ ใหเกิดความเสียหายแกนักทองเที่ยวหรือธุรกิจนําเที่ยวอยางรายแรง และนายทะเบียนไดตักเตือ นและสั่งระงับหรือใหแกไขแลว แตไมดําเนินการ หรือ (๕) ตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดเกี่ยวกับการคา หรือความผิดฐานชิงทรัพยปลนทรัพย ฉอโกง โกงเจาหนี้ หรือยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดฐานฉอโกงประชาชนตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน มาตรา ๔๗ ใหนายทะเบียนสงหนังสือแจงคําสั่งพักใชหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวตามมาตรา ๔๕ หรือมาตรา ๔๖ แลวแตกรณี ใหผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวทราบภายในหาวันนับแตวันที่มีคําสั่งดังกลาว การแจงตามวรรคหนึ่ง นายทะเบียนจะสงทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับ ทางโทรสารทางสื่ออิเล็กทรอนิกส หรือวิธีอื่นใดตามที่คณะกรรมการกําหนดก็ได มาตรา ๔๘ ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวซึ่งถูกสั่งพักใชหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวตามมาตรา ๔๕ หรือมาตรา ๔๖ แลวแตกรณี มีสิท ธิอุทธรณคําสั่งดัง กลาวเปน หนังสื อตอคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงคําสั่งจากนายทะเบียน
  • 15. หนา ๑๕เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ ใหคณะกรรมการพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณตามวรรคหนึ่งใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสืออุทธรณ คําวินิจฉัยของคณะกรรมการใหเปนที่สุด หมวด ๓ มัคคุเทศก มาตรา ๔๙ ผูใ ดประสงค จ ะเป น มั ค คุเ ทศก ใ หยื่ น คํ า ขอรั บ ใบอนุ ญ าตเป น มั ค คุ เทศก จ ากนายทะเบียน การขอรั บ ใบอนุ ญาต การออกใบอนุญ าต การต ออายุ ใ บอนุญ าต และการออกใบแทนใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ความในมาตรานี้มิใ หใ ชบังคับแกเจาหนาที่หรือพนักงานของสวนราชการหรือหนวยงานของรัฐที่ปฏิบัติหนาที่เปนครั้งคราวทํานองเดียวกับมัคคุเทศกหรือนักเรียนนักศึกษาซึ่งมีหนังสือรับรองจากสถานศึกษา มาตรา ๕๐ ผูขอรับใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกตอง (๑) มีคุณสมบัติ ดังตอไปนี้ (ก) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดปบริบูรณในวันยื่นคําขอรับใบอนุญาตเปนมัคคุเทศก (ข) มีสัญชาติไทย (ค) สํ า เร็ จ การศึ ก ษาระดั บ ปริ ญ ญาตรี ห รื อ เที ย บเท า ในสาขามั ค คุ เ ทศก ห รื อ สาขาการทอ งเที่ยวที่มีวิช าเกี่ยวกั บมัคคุเ ทศก หรือสํ าเร็จการศึกษาระดับ อนุปริญ ญาในสาขามัค คุเทศกหรือสาขาการทองเที่ยวที่มีวิชาเกี่ยวกับมัคคุเทศกไมนอยกวาที่คณะกรรมการกําหนด หรือไดรับวุฒิบัตรหรือหนังสือรับรองวาไดผานการฝกอบรมวิชามัคคุเทศกตามหลักสูตรที่คณะกรรมการกําหนด (๒) ไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้ (ก) เปนโรคพิษสุราเรื้อรังหรือติดยาเสพติดใหโทษ หรือเปนโรคติดตอที่คณะกรรมการกําหนด (ข) เปนผูอยูในระหวางถูกสั่งพักใชใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกหรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว
  • 16. หนา ๑๖เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ (ค) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวตามมาตรา ๔๖ (๑) (๒) (๓)หรือ (๔) หรือใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกตามมาตรา ๖๓ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) และยังไมพนกําหนดหาปนับถึงวันยื่นคําขอรับใบอนุญาตเปนมัคคุเทศก (ง) เคยถู ก เพิ ก ถอนใบอนุ ญ าตประกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วตามมาตรา ๔๖ (๕)หรือใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกตามมาตรา ๖๓ (๕) (จ) เคยถูกเพิกถอนทะเบียนเปน ผูนําเที่ยวมาแลวยังไมถึงหาปนับถึงวัน ยื่น คําขอรับใบอนุญาตเปนมัคคุเทศก มาตรา ๕๑ เพื่อประโยชนในการสงเสริมการทองเที่ยวในทองถิ่นหรือชุมชนเปนการเฉพาะเมื่อคณะกรรมการไดประกาศเขตพื้นที่ในทองถิ่นหรือชุมชนใดตามมาตรา ๑๒ (๔) แลว รัฐมนตรีจะประกาศยกเว น คุ ณ สมบัติ ต ามมาตรา ๕๐ (๑) (ก) หรื อ (ค) สํ า หรั บ ผู ยื่ น คํ า ขอรั บ ใบอนุ ญ าตเป น มั ค คุ เทศก ซึ่ ง จะให บ ริ ก ารเฉพาะในเขตพื้ น ที่นั้ น รวมตลอดทั้ งยกเว น หรื อ ลดค า ธรรมเนี ย มใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกใหดวยก็ได ในกรณีท่ี มีมัค คุเ ทศกต ามวรรคหนึ่ งทํา หนา ที่มัค คุเ ทศกใ นเขตพื้ น ที่ต ามมาตรา ๑๒ (๔)หามมิใหมัคคุเทศกอื่นเขาไปทําหนาที่มัคคุเทศกในเขตพื้นที่นั้น มาตรา ๕๒ เมื่อมีผูยื่น คําขอรับใบอนุญาตเปน มัคคุเ ทศก ใหเปน หนาที่ของนายทะเบียนหรื อ ผูซึ่ ง นายทะเบี ยนมอบหมายตรวจสอบความครบถ วนของเอกสารหลั ก ฐาน และการปฏิ บั ติตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๔๙ วรรคสอง ในกรณีที่พบวาเอกสารหรือหลักฐานใดไมครบถวนหรือยังมิไดปฏิบัติใหถูกตอง ใหแจงใหผูยื่นคําขอรับใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกทราบทันที มาตรา ๕๓ เมื่ อ นายทะเบี ย นพิ จ ารณาเห็ น ว า ผู ยื่ น คํ า ขอรั บ ใบอนุ ญ าตเป น มั ค คุ เ ทศกตามมาตรา ๔๙ ผูใดมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๕๐ หรือผูยื่นคําขอรับใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกซึ่งจะใหบริการเฉพาะในเขตทองถิ่นหรือชุมชนผูใดไดรับยกเวนคุณสมบัติตามมาตรา ๕๑และได ป ฏิ บั ติ ต ามหลัก เกณฑ แ ละวิ ธี ก ารเกี่ ย วกั บ การขอรั บใบอนุ ญ าตเป น มั ค คุเ ทศก และชํ า ระคา ธรรมเนี ยมใบอนุญ าตเป น มั ค คุเ ทศก ตามอัต ราที่ กํา หนดในกฎกระทรวงแลว ใหน ายทะเบี ย นออกใบอนุญาตเปน มัค คุเ ทศก ใ หผูยื่น คําขอรั บใบอนุญาตผู นั้น ภายในสามสิบวัน นั บ แตวัน ที่ไดรั บคําขอรับใบอนุญาต
  • 17. หนา ๑๗เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ มาตรา ๕๔ เมื่ อนายทะเบี ยนพิจ ารณาเห็ น ว าผู ยื่น คํา ขอรับ ใบอนุ ญาตเปน มัค คุเ ทศกต ามมาตรา ๔๙ ผูใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๕๐ หรือผูยื่นคําขอรับใบอนุญาตเปนมั ค คุ เ ทศก ซึ่ ง จะให บ ริ ก ารเฉพาะในเขตท อ งถิ่ น หรื อ ชุ ม ชนผู ใ ดไม ไ ด รั บ ยกเว น ตามมาตรา ๕๑หรือไมชําระคาธรรมเนียมภายในเวลาที่กําหนด ใหนายทะเบียนมีหนังสือ แจงเหตุแ หงการไมออกใบอนุญาตใหผูยื่นคําขอรับใบอนุญาตผูนั้นทราบภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคําขอรับใบอนุญาต มาตรา ๕๕ ในกรณีที่น ายทะเบียนมีคําสั่งไมออกใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกตามมาตรา ๕๔ใหผูยื่น คําขอรับใบอนุญาตเปน มัคคุเทศกมีสิทธิอุทธรณคําสั่งดังกลาวเปนหนังสือตอคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงคําสั่งจากนายทะเบียน ใหคณะกรรมการพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณตามวรรคหนึ่งใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสืออุทธรณ คําวินิจฉัยของคณะกรรมการใหเปนที่สุด มาตรา ๕๖ ใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกใหมีอายุหาปนับแตวันที่ออกใบอนุญาต และอาจตออายุไดตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ใหนําความในมาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ และมาตรา ๕๕ มาใชบังคับกับการตออายุใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกดวยโดยอนุโลม มาตรา ๕๗ มาตรฐานในการปฏิบัติหนาที่ การแตงกาย การรักษามารยาท ความประพฤติและการตรวจสุขภาพของมัคคุเทศก ใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด มัคคุเทศกตองปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดตามวรรคหนึ่ง และตองติดบัตรประจําตัวตลอดเวลาที่ทําหนาที่มัคคุเทศก แบบบัตร การขอมีบัตร การออกบัตร และลักษณะการติดบัตรประจําตัวมัคคุเทศกตามวรรคสองใหเปนไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด มาตรา ๕๘ ในการรับทํางานเปนมัคคุเทศก หามไมใหมัคคุเทศกจายเงิน หรือใหประโยชนอื่น ใดแกผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวหรือบุคคลอื่น ใด หรือยอมตนเขารับผิดชอบในคาใชจายทั้งหมดหรือบางสวนเพื่อใหไดมาซึ่งการนํานักทองเที่ยวไปทองเที่ยว มาตรา ๕๙ มัคคุเทศกตองปฏิบัติหนาที่ตามรายการนําเที่ยวที่ไดตกลงไวกับผูประกอบธุรกิจนําเที่ยว และจะดําเนินการใดใหเกิดความเสียหายแกนักทองเที่ยวมิได
  • 18. หนา ๑๘เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ มาตรา ๖๐ มัคคุเทศกตองไมใหหรือยิน ยอมใหบุคคลอื่นซึ่งไมมีใบอนุญาตเปน มัคคุเ ทศกทําหนาที่เปนมัคคุเทศกแทนตน มาตรา ๖๑ ใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกสิ้นสุดลง เมื่อมัคคุเทศก (๑) ตาย (๒) ไมไดรับการตออายุใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกตามมาตรา ๕๖ หรือ (๓) ถูกเพิกถอนใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกตามมาตรา ๖๓ มาตรา ๖๒ ใหน ายทะเบียนมีอํ านาจสั่งพั กใชใ บอนุญาตเป น มัคคุเทศกไดไมเ กิน ครั้งละหกเดือน เมื่อปรากฏวามัคคุเทศก (๑) ฝ า ฝ น หรื อ ไม ป ฏิ บั ติ ต ามระเบี ย บที่ ค ณะกรรมการกํ า หนดตามมาตรา ๑๒ (๓)หรือมาตรา ๕๗ (๒) ฝาฝนหรือไมปฏิบติตามมาตรา ๕๑ หรือมาตรา ๕๘ ั (๓) ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําสั่งของนายทะเบียนหรือพนักงานเจาหนาที่ซึ่งสั่งตามมาตรา ๗๖ มั ค คุ เ ทศก ซึ่ ง ถู ก สั่ ง พั ก ใช ใ บอนุ ญ าตจะปฏิ บั ติ ห น า ที่ มั ค คุ เ ทศก ใ นระหว า งถู ก สั่ ง พั ก ใชใบอนุญาตเปนมัคคุเ ทศกไมได เวนแตเปน กรณีที่นายทะเบียนอนุญาตใหดําเนินการไดเฉพาะกรณีเพื่อปองกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแกนักทองเที่ยวหรือธุรกิจนําเที่ยว มาตรา ๖๓ ใหน ายทะเบียนมีอํานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกไดเมื่อปรากฏวามัคคุเทศก (๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๕๐ (๑) หรือมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๕๐ (๒) (ก) (ค)(ง) และ (จ) (๒) เคยถู กสั่ งพักใช ใ บอนุญาตเปน มัคคุ เทศก ตามมาตรา ๖๒ มาแลว และภายในหนึ่ งปนับแตวันที่ถูกสั่งพักใชใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกนั้น มีกรณีที่อาจถูกสั่งพักใชใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกอก ีไมวาจะเปนเหตุเดียวกันหรือไมก็ตาม (๓) ประพฤติ หรือปฏิ บัติการใดอัน เปน การฝาฝน พระราชบัญญัตินี้ หรือ กอ ใหเ กิดความเสียหายแกนักทองเที่ยวหรือธุรกิจนําเที่ยวอยางรายแรง และนายทะเบียนไดตักเตือ นและสั่งระงับหรือใหแกไขแลว แตไมดําเนินการ (๔) เปนบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟนเฟอนไมสมประกอบ หรือ
  • 19. หนา ๑๙เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ (๕) ต อ งคํ า พิ พ ากษาอั น ถึ ง ที่ สุ ด ว า กระทํ า ความผิ ด ฐานชิ ง ทรั พ ย ปล น ทรั พ ย ฉ อ โกงโกงเจาหนี้ หรือยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดฐานฉอโกงประชาชนตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน ใหนําความในมาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๘ มาใชบังคับกับการแจงคําสั่งและการอุทธรณคําสั่งดวยโดยอนุโลม หมวด ๔ ผูนําเที่ยว มาตรา ๖๔ ผูใดประสงคจะเปนผูนําเที่ยวตองขึ้นทะเบียนเปนผูนําเที่ยวไวกับสํานักงานตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งใหกําหนดคุณสมบัติของผูนําเที่ยวไวดวย ผูซึ่ งไดรั บใบอนุญ าตเป น มั คคุ เ ทศก แ ละมี คุ ณ สมบั ติต ามวรรคสอง ใหป ฏิบั ติห นา ที่เ ป นผูนําเที่ยวไดโดยไมตองขึ้น ทะเบียนตามวรรคหนึ่ ง แตใ หแ จงใหน ายทะเบียนทราบเพื่อประโยชนดานขอมูลของสํานักงาน มาตรา ๖๕ ในการจัดใหนักทองเที่ยวเดินทางไปตางประเทศ ถาผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวจัดใหมีผูนําเที่ยวเดินทางไปดวย ผูนําเที่ยวนั้นตองเปนผูซึ่งไดขึ้นทะเบียนไวกับสํานักงานตามมาตรา ๖๔ นอกจากหนาที่ในการนําเที่ยวและอํานวยความสะดวกแลว ผูนําเที่ยวมีหนาที่ตองดําเนินการใหเปนไปตามรายการนําเที่ยวตามมาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๒๙ แลวแตกรณีดวย มาตรา ๖๖ มาตรฐานในการปฏิบั ติหน าที่ การแต งกาย การรักษามารยาท และความประพฤติของผูนําเที่ยว ใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด ผูนําเที่ยวตองปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดตามวรรคหนึ่ง มาตรา ๖๗ ในกรณีที่ปรากฏวาผูนําเที่ยวประพฤติหรือปฏิบัติการใดอันเปนการฝาฝนระเบียบที่ออกตามมาตรา ๖๖ หรือกระทําการใด ๆ อัน กอ ใหเกิดความเสียหายแกนักทองเที่ยวหรือธุรกิจนําเที่ยวอยางรายแรง ใหนายทะเบียนมีอํานาจตักเตือนและสั่งใหระงับหรือแกไขการกระทํานั้นได
  • 20. หนา ๒๐เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ ในกรณีที่ผูนําเที่ยวฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง หรือฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําสั่งของนายทะเบียนหรือพนักงานเจาหนาที่ซึ่งสั่งตามมาตรา ๗๖ ใหนายทะเบียนมีอํานาจสั่งหามบุคคลดังกลาวปฏิบัติหนาที่ผูนําเที่ยวตามระยะเวลาที่กําหนดซึ่งตองไมเกินหกเดือนหรือจะเพิกถอนการจดทะเบียนเปนผูนําเที่ยวก็ได มาตรา ๖๘ เมื่อนายทะเบียนมีคําสั่งหามปฏิบัติหนาที่หรือสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนตามมาตรา ๖๗ ใหน ายทะเบียนแจงใหสํานักงานทราบ และใหสํานักงานแจงเวียนชื่อบุคคลดังกลาวใหผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวทราบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด หมวด ๕ กองทุนคุมครองธุรกิจนําเที่ยว มาตรา ๖๙ ให จั ด ตั้ ง กองทุ น ขึ้ น กองทุ น หนึ่ ง เรี ย กว า “กองทุ น คุ ม ครองธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย ว”มีวัตถุประสงคเพื่อใชเปนเงินทดรองจายใหแกนักทองเที่ยวซึ่งไดรับความเสียหายจากการที่ผูประกอบธุร กิ จนํ า เที่ย วไมป ฏิ บั ติต ามขอ ตกลงเกี่ ยวกั บ ธุร กิ จนํ า เที่ย ว หรื อ ตามที่ ได โ ฆษณาหรือ รั บ รองไวกับนักทองเที่ยว หรือตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๗๐ กองทุนประกอบดวยเงินและทรัพยสิน ดังตอไปนี้ (๑) ทุนประเดิมที่การทองเที่ยวแหงประเทศไทยจัดสรรใหจํานวนยี่สิบลานบาท (๒) เงินคาธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวและคาธรรมเนียมอื่นที่เรียกเก็บตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) หลักประกันที่ตกเปนของกองทุนตามมาตรา ๓๙ วรรคสาม (๔) เงิ น ที่ ผู ป ระกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วจ า ยชดใช คื น กองทุ น และเงิ น ที่ น ายทะเบี ย นหั ก จากหลั ก ประกัน ส ง คื น กองทุ น ตามมาตรา ๔๑ วรรคสาม และเงิ น เพิ่ ม ตามมาตรา ๓๕ วรรคสองและมาตรา ๔๒ วรรคสอง (๕) เงินหรือทรัพยสินที่มีผูบริจาคหรืออุทิศให (๖) ดอกผล รายได หรือเงินอื่นใดของกองทุน
  • 21. หนา ๒๑เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ เงิน และทรัพ ยสิน ตามวรรคหนึ่งใหเป น ของสํานักงานเพื่อ ใชป ระโยชนตามวัตถุประสงคของกองทุน โดยไมตองนําสงกระทรวงการคลังเพื่อเปนรายไดของแผนดิน มาตรา ๗๑ การเก็ บ รัก ษาและการบริ หารเงิ น และทรั พ ย สิน ของกองทุ น ให เป น ไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด มาตรา ๗๒ ดอกผลอัน เกิ ด จากกองทุ น ตามมาตรา ๗๐ (๖) คณะกรรมการจะกํ า หนดใหนามาเปนคาใชจายในการบริหารและการดําเนินการอันเกี่ยวกับกองทุนก็ได แตตองไมเกินกึ่งหนึ่ง ํของดอกผลที่ไดรับในแตละป มาตรา ๗๓ ภายในหนึ่งรอยยี่สิบวัน นับ แตวันสิ้นป ใหสํานักงานจัดทํางบดุล งบการเงินและบัญชีแสดงการใชจายเงินกองทุนเสนอคณะกรรมการ งบดุลนั้น สํานักงานตองจัดใหผูสอบบัญชีรับอนุญาตดําเนินการสอบบัญชีและจัดทํารายงานการสอบบัญชีเสนอคณะกรรมการ หมวด ๖ การควบคุม มาตรา ๗๔ ให ผูอํ านวยการแต งตั้ งข าราชการในสํา นัก งานพัฒ นาการท อ งเที่ย วคนหนึ่ งซึ่งมีตําแหนงไมต่ํากวาผูอํานวยการกองเปนนายทะเบียนธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศกกลาง เพื่อทําหนาที่เปน นายทะเบียนในการควบคุม ธุ รกิจนําเที่ยวและมัคคุเ ทศกทั่วราชอาณาจักร และมีอํานาจหนา ที่ตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติน้ี หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย มาตรา ๗๕ เพื่อประโยชนในการอํานวยความสะดวกและใหบริการแกป ระชาชนในพื้น ที่ผูอํานวยการจะแตงตั้งนายทะเบียนธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศกสาขาขึ้น เพื่อรับผิดชอบดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ในเขตจังหวัดหนึ่งหรือหลายจังหวัดเปนประจําหรือชั่วคราวก็ได มาตรา ๗๖ ในการปฏิบัติหนาที่ ใหนายทะเบียนมีอํานาจดังตอไปนี้ (๑) เขาไปในสถานที่ทําการของผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวในระหวางเวลาทําการหรือเขาไปในยานพาหนะที่นักทองเที่ยวใชเดินทาง เพื่อตรวจสอบใหเปนไปตามพระราชบัญญัตินี้
  • 22. หนา ๒๒เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ (๒) สั่ ง ให ผู ป ระกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วแจ ง ข อ มู ล เกี่ ย วกั บ การดํ า เนิ น กิ จ การที่ กํ า หนดเป นครั้งคราวหรือประจํา ตามแบบ รายละเอียด และวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง (๓) เรี ย กให ผู ป ระกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย ว ตั ว แทนหรื อ ลู ก จ า ง มั ค คุ เ ทศก หรื อ ผู นํ า เที่ ย วมาให ถ อยคํ าหรื อชี้ แ จงเกี่ย วกับ การประกอบธุร กิ จนํ า เที่ ย ว หรื อการปฏิ บัติ ห นา ที่ มัค คุ เทศกห รื อผูนําเที่ยว แลวแตกรณี หรือใหสงเอกสารหลักฐานตาง ๆ ที่เกี่ยวของมาเพื่อตรวจสอบ อํานาจตาม (๑) และ (๓) นายทะเบียนจะมอบหมายเปนหนังสือใหพนักงานเจาหนาที่ปฏิบัติก็ได การใชอํานาจของนายทะเบียนหรือพนักงานเจาหนาที่ตองไมกอใหเกิดอุปสรรคตอการเดินทางทองเที่ยวของนักทองเที่ยวเกินสมควร มาตรา ๗๗ ในการปฏิ บั ติ ห น า ที่ นายทะเบี ย นหรื อ พนั ก งานเจ า หน า ที่ ต อ งแสดงบั ต รประจําตัวตอบุคคลที่เกี่ยวของ บัตรประจําตัวนายทะเบียนและพนักงานเจาหนาที่ใหเปนไปตามแบบที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๘ ในการปฏิ บั ติ ห น า ที่ ต ามพระราชบั ญ ญั ติ นี้ ให น ายทะเบี ย นและพนั ก งานเจาหนาที่เปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๙ ในการปฏิบัติหนาที่ของนายทะเบียนและพนักงานเจาหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ตองดําเนิน การโดยมุงที่จะเปน การอํานวยความสะดวกแกผูเกี่ยวของและใหเกิดผลในทางสงเสริมการทองเที่ยว หมวด ๗ บทกําหนดโทษ มาตรา ๘๐ ผูใ ดประกอบธุ รกิ จ นํ า เที่ ย วโดยไม ไ ด รั บ ใบอนุ ญ าตประกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วตามมาตรา ๑๕ หรือ ประกอบธุ รกิ จนํ าเที่ย วในระหวา งถู กสั่ งพัก ใช ใ บอนุ ญาตอั น เปน การฝ าฝ นมาตรา ๔๕ วรรคสอง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกินหาแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๘๑ ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวผูใ ดไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๓ ตองระวางโทษปรับไมเกินสองพันบาท
  • 23. หนา ๒๓เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ มาตรา ๘๒ ผูประกอบธุรกิ จนําเที่ ยวผูใ ดฝาฝน มาตรา ๒๔ ตองระวางโทษปรับ ไมเกิ นหาแสนบาท มาตรา ๘๓ ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๒๗ตองระวางโทษปรับตั้งแตหาพันบาทถึงหาหมื่นบาท มาตรา ๘๔ ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวผูใดฝาฝนมาตรา ๓๑ หรือมาตรา ๓๒ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกินหาแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๘๕ ผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวผูใ ดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๓ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาแสนบาท มาตรา ๘๖ ผูใดทําหนาที่เปนมัคคุเทศกโดยไมไดรับใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกตามมาตรา ๔๙หรือทําหนาที่มัคคุเ ทศกใ นระหวางถูกสั่งพักใชใบอนุญาตอันเปน การฝาฝน มาตรา ๖๒ วรรคสองตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๘๗ มัคคุเทศกผูใดฝาฝนมาตรา ๕๑ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๘๘ มัคคุเ ทศกผูใ ดไมป ฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกํา หนดหรือไมติดบัต รประจําตัวเปนมัคคุเทศกตามมาตรา ๕๗ ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท มาตรา ๘๙ มัคคุเทศกผูใดฝาฝนมาตรา ๕๘ และมาตรา ๖๐ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกินหาหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๙๐ ผูใดทําหนาที่เปนผูนําเที่ยวโดยไมไดขึ้น ทะเบียนเปน ผูนําเที่ยวตามมาตรา ๖๔วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือน หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๙๑ ผูนําเที่ยวผูใดไมปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดที่ออกตามมาตรา ๖๖ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท มาตรา ๙๒ ผูนํ า เที่ ย วผู ใ ดฝ า ฝน คํ าสั่ ง ของนายทะเบีย นซึ่ง สั่ งห า มปฏิ บัติ ห นา ที่ ผูนํ า เที่ ย วตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน หนึ่งเดือน หรือปรับไมเกิน สองหมื่น บาทหรือทั้งจําทั้งปรับ
  • 24. หนา ๒๔เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ มาตรา ๙๓ ผูใดขัดขวางหรือไมอํานวยความสะดวกแกนายทะเบียนหรือพนักงานเจาหนาที่ที่ไดรับมอบหมายเปนหนังสือจากนายทะเบียนซึ่งปฏิบัติหนาที่ตามมาตรา ๗๖ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกินหาหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๙๔ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ซึ่งมีโทษปรับสถานเดียว หรือมีโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือนไมวาจะมีโทษปรับเปนจํานวนเทาใด ใหนายทะเบียนหรือผูซึ่งนายทะเบียนมอบหมายมีอํานาจเปรียบเทียบไดตามหลักเกณฑที่คณะกรรมการกําหนด เมื่อผูกระทําความผิดไดเสียคาปรับตามที่เปรียบเทียบแลว ใหถือวาคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๙๕ ในกรณีที่ผูกระทําความผิดซึ่งตองรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้เปน นิติบุคคลกรรมการหรือผูมีอํานาจจัดการแทนนิติบุคคลนั้น ตองระวางโทษตามที่บัญญัติไวสําหรับความผิดนั้นดวยเวนแตจะพิสูจนไดวาตนมิไดมีสวนในการกระทําความผิดนั้น บทเฉพาะกาล มาตรา ๙๖ ใหคณะกรรมการธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศกตามพระราชบัญญัติธุรกิจนําเที่ยวและมั ค คุ เ ทศก พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่ ง ปฏิ บั ติ ห น า ที่ อ ยู ใ นวั น ก อ นวั น ที่ พ ระราชบั ญ ญั ติ นี้ ใ ช บั ง คั บเป น คณะกรรมการธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วและมั ค คุ เ ทศก ต ามพระราชบั ญ ญั ติ นี้ และปฏิ บั ติ ห น า ที่ตามพระราชบั ญญั ตินี้ ต อไปจนกว าจะได มีก ารแตง ตั้ งคณะกรรมการธุ รกิ จ นํา เที่ ย วและมั คคุ เทศกตามพระราชบั ญ ญั ติ นี้ ทั้ ง นี้ ต อ งดํ า เนิ น การแต ง ตั้ ง ให แ ล ว เสร็ จ ภายในเก า สิ บ วั น นั บ แต วั น ที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ มาตรา ๙๗ ใหใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวที่ออกตามพระราชบัญญัติธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก พ.ศ. ๒๕๓๕ เปนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๙๘ ในกรณีที่ประเทศไทยมีความตกลงกับรัฐบาลตางประเทศเกี่ยวกับการประกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วก อ นวั น ที่ พ ระราชบั ญ ญั ติ นี้ ใ ช บั ง คั บ รั ฐ มนตรี จ ะประกาศยกเว น คุ ณ สมบั ติตามมาตรา ๑๖ (๑) (ข) และมาตรา ๑๗ (๑) (ก) และ (ข) ใหแกผูมีสัญชาติของประเทศนั้นก็ได
  • 25. หนา ๒๕เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ มาตรา ๙๙ ใหใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกที่ออกตามพระราชบัญญัติธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศกพ.ศ. ๒๕๓๕ ใชไดตอไปจนกวาจะสิ้นอายุตามที่กําหนดไวในใบอนุญาตเปนมัคคุเทศกนั้น เพื่อประโยชนใ นการตออายุใ บอนุญาต ใหถือวาใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งเปน ใบอนุญาตที่ออกใหตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๐๐ บรรดาความเสี ย หายตามพระราชบั ญ ญั ติ ธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วและมั ค คุ เ ทศกพ.ศ. ๒๕๓๕ ที่เกิดขึ้นแกนักทองเที่ยว มัคคุเทศก ผูประกอบอุตสาหกรรมทองเที่ยว หรือผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใ ชบังคับ ใหหนวยงานดังตอไปนี้เปนผูดําเนิน การพิจารณาเรื่องรองเรียนตอไป โดยใหนําบทบัญญัติที่เกี่ยวของตามพระราชบัญญัติธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศกพ.ศ. ๒๕๓๕ มาใชบังคับจนกวาจะพิจารณาแลวเสร็จ (๑) การทองเที่ยวแหงประเทศไทย สําหรับเรื่องที่บุคคลตามวรรคหนึ่งไดรองเรียนไวแลวกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ (๒) สํานักงานพัฒนาการทองเที่ยว สําหรับเรื่องที่บุคคลตามวรรคหนึ่งรองเรียนภายหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ มาตรา ๑๐๑ บรรดาหลักประกันที่ผูรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยววางไวกับผูวาการการทองเที่ยวแหงประเทศไทยตามพระราชบัญญัติธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก พ.ศ. ๒๕๓๕ กอนวันที่พระราชบั ญ ญั ติ นี้ ใ ช บั ง คั บ ให ก ารท อ งเที่ ย วแห ง ประเทศไทยส ง มอบให แ ก สํ า นั ก งานพั ฒ นาการท อ งเที่ ย วเพื่ อ หั ก ไว เ ป น หลั ก ประกั น ตามจํ า นวนที่ กํ า หนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๑๘ในกรณีที่เหลือหลักประกันเปนจํานวนเทาใดและไมปรากฏวาผูรับใบอนุญาตดังกลาว มีกรณีรอการพิจารณาตามมาตรา ๑๐๐ ใหสํานักงานพัฒนาการทองเที่ยวคืน ใหแ กผูรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวแตละรายพรอมทั้งดอกผลที่เกิดขึ้น ผู รั บ ใบอนุ ญ าตประกอบธุ ร กิ จ นํ า เที่ ย วผู ใ ดมี ก รณี ร อการพิ จ ารณาตามมาตรา ๑๐๐ใหสํานักงานพัฒนาการทองเที่ยวคืน หลักประกัน ใหเมื่อไดพิจารณาเรื่องรองเรียนดังกลาวแลวเสร็จโดยใหคืนหลักประกันพรอมทั้งดอกผลใหเทาที่เหลืออยูภายหลังจากหักความรับผิดที่เกิดขึ้นแลว
  • 26. หนา ๒๖เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ มาตรา ๑๐๒ บรรดากฎกระทรวง ขอบังคับ หรือระเบียบใดที่ออกตามพระราชบัญญัติธุรกิจนํ า เที่ ย วและมั ค คุ เ ทศก พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่ ยั ง มี ผ ลใช บั ง คั บ อยู ใ นวั น ที่ พ ระราชบั ญ ญั ติ นี้ ป ระกาศในราชกิจจานุเบกษา ใหยังคงใชบังคับไดตอไปเทาที่ไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัตินี้ จนกวาจะไดมีกฎกระทรวง ขอบังคับ หรือระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ทั้งนี้ ตองไมเกินสองปนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับผูรับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ จุลานนท นายกรัฐมนตรี
  • 27. อัตราคาธรรมเนียม(๑) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว ฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท(๒) ใบอนุญาตเปนมัคคุเทศก ฉบับละ ๑,๕๐๐ บาท(๓) ใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท(๔) ใบแทนใบอนุญาตเปนมัคคุเทศก ฉบับละ ๕๐๐ บาท(๕) คาธรรมเนียมประกอบธุรกิจนําเที่ยวรายสองป ครั้งละ ๑,๕๐๐ บาท(๖) การตออายุใบอนุญาตเปนมัคคุเทศก ครั้งละ ๑,๕๐๐ บาท
  • 28. หนา ๒๗เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ไดมีการปฏิรูประบบราชการและมีการจัดตั้งกระทรวงการทองเที่ยวและกีฬาขึ้นตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ซึ่งรับผิดชอบภารกิจสําคัญประการหนึ่งเกี่ยวกับการทองเที่ยวและพัฒนามาตรฐานการบริการดานการทองเที่ยวและแหล งทองเที่ ย ว ตลอดจนสนั บสนุ น การประกอบธุ ร กิ จ นํ าเที่ ยวและมั ค คุ เทศกใ ห มี มาตรฐานสากลโดยมีสํานักงานพัฒนาการทองเที่ยวซึ่งเปนสวนราชการในสังกัดกระทรวงการทองเที่ยวและกีฬาเปนผูดําเนินการแทนการทองเที่ยวแหงประเทศไทยที่ดําเนินการอยูเดิม ประกอบกับมาตรฐานเกี่ยวกับการคุมครองนักทองเที่ยวและมาตรการในการกําหนดใหผูประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศกตองปฏิบัติเพื่อประโยชนแหงธุรกิจนําเที่ยวยังไม เหมาะสม รวมทั้ งมาตรการตาง ๆ ตามพระราชบัญ ญัติธุร กิจนํ าเที่ ยวและมัค คุเทศก พ.ศ. ๒๕๓๕และที่แกไขเพิ่มเติม ไมเอื้อตอการปฏิบัติในรูปแบบของการบริหารราชการของสวนราชการ สมควรที่จะตองปรั บปรุ งพระราชบั ญ ญั ติ ธุ ร กิ จ นํ าเที่ ย วและมั ค คุ เทศก พ.ศ. ๒๕๓๕ ให เป นไปตามหลั ก การดั งกล า วจึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้