โมร็อกโก

992 views
928 views

Published on

น.ส.จรัสศรี กุภาพันธ์ เลขที่14 ม. 5/3

Published in: Education, Travel, Art & Photos
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
992
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
8
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

โมร็อกโก

  1. 1. ประเทศโมร็อกโก
  2. 2. ธงชาติ ตราแผ่นดิน
  3. 3. <ul><li>ธงชาติโมร็อกโก  ( อาหรับ : علم المغرب ) เป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพื้นสีแดงเกลี้ยง กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน กลางธงมีรูปเฉลวดาวห้าแฉกสีเขียวขอบสีดำ </li></ul><ul><li>ประเทศโมร็อกโกใช้สีแดงเป็นธงชาติมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 กล่าวกันว่า สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของสายเลือดที่ผูกพันระหว่างราชวงศ์กษัตริย์กับศาสดา มุฮัมหมัด  ซึ่งเป็นศาสดาในศาสนาอิสลาม ส่วนดาวสีเขียวคือพระราชลัญจกรแห่งกษัตริย์โซโลมอน ซึ่งได้ถูกเพิ่มลงบนธงชาติในปี พ . ศ . 2458   และได้มาใช้เป็นธงชาติจนถึงทุกวันนี้ แต่ปีที่ประกาศใช้ธงชาติอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ . ศ . 2499   อันเป็นปีที่ได้รับเอกราชจากทั้ง 2 ชาติ คือ สเปนและฝรั่งเศสในปี พ . ศ . 2455 </li></ul>ธงชาติโมร็อกโก
  4. 4. ข้อมูลทั่วไป
  5. 5. <ul><li>ประเทศโมร็อกโก หรือ ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรโมร็อกโก ( Kingdom of Morocco ) </li></ul><ul><li>ประมุขของรัฐ สมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 ทรงขึ้นครองสิริราชสมบัติเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2542  ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 18 แห่งราชวงศ์อเลาอัว </li></ul><ul><li>พื้นที่   710,850 ตารางกิโลเมตร ( รวมทั้งดินแดน Western Sahara ซึ่งมีพื้นที่ 252,120 ตารางกิโลเมตร ที่โมร็อกโกอ้างสิทธิเหนือดินแดนและเป็นกรณีพิพาทกับแนวร่วม Polisario ) </li></ul><ul><li>ที่ตั้งและอาณาเขต  ตั้งอยู่ที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา </li></ul>ข้อมูลทั่วไป
  6. 6. <ul><li>ภูมิอากาศ อากาศแห้งกึ่งเขตร้อนและแบบเมดิเตอร์เรเนียนในบริเวณชายฝั่งทะเลที่ราบ ตอนกลางของประเทศอากาศร้อนจัด อุณหภูมิในกรุงราบาตช่วงฤดูร้อน 27 องศาเซลเซียส ฤดูหนาว 7 องศาเซลเซียส ภาคเหนือฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือน พ . ย . – เม . ย . ส่วนภาคใต้อากาศแห้งแล้งแบบทะเลทรายประชากร  31,167,783 คน ( ประมาณการ กรกฎาคม 2545 ) กว่าร้อยละ 60 มีอายุน้อยกว่า 25 ปี ประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศอาศัยอยู่ ในตัวเมือง ประชากรวัย </li></ul>ภูมิอากาศ
  7. 7. เมืองหลวง เมืองหลวง กรุงราบาต มีประชากร 1.3 ล้านคน ( รวมเมืองบริวาร Salé ด้วย ) เมืองสำคัญ - คาซาบลังกา ( Casablanca ) เป็นเมืองท่า และเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ประชากรประมาณ 3 ล้านคน - เมืองเฟส ( Fes ) เมืองหลวงเก่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยว - เมืองมาร์ราเกช ( Marrakech ) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญเชิงเขาแอตลัส
  8. 8. ศาสนาและภาษา ศาสนา   ประชากรร้อยละ 99 นับถือศาสนาอิสลาม นอกนั้นนับถือศาสนาจูดาห์ ( ยิว ) และศาสนาคริสต์ ภาษา  ภาษาอารบิกเป็นภาษาราชการ ภาษาต่างประเทศที่ใช้กันทั่วไป คือภาษาฝรั่งเศษ
  9. 9. ประเทศโมร๊อกโก
  10. 10. ประเทศโมร๊อกโก โมร็อกโก   ( อังกฤษ :   Morocco;   อาหรับ :   المغرب ‎‎ &quot; ทิศตะวันตก &quot;) หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรโมร็อกโก  (Kingdom of Morocco;   อาหรับ :   المملكة المغربية ‎ &quot; ราชอาณาจักรที่ตั้งอยู่ทางตะวันตก &quot;) เป็นประเทศในแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือ มีชายฝั่งทอดยาวบนมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งผ่านช่องแคบยิบรอลตาร์ เข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีอาณาเขตทางตะวันออกจรดประเทศแอลจีเรีย  ( ชายแดนทางด้านนี้ปิด ) ทางใต้จรดเวสเทิร์นสะฮารา
  11. 11. <ul><li>และทางตะวันตกจรดมหาสมุทรแอตแลนติก โมร็อกโกอ้างสิทธิเหนือเวสเทิร์นสะฮาราและได้ปกครองพื้นที่ตั้งแต่ พ . ศ . 2518   สถานะของเวสเทิร์นสะฮารายังคงโต้แย้งกันอยู่ และ กำลังรอประชามติจากสหประชาชาติ </li></ul><ul><li>โมร็อกโกปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีวันชาติตรงกับวันที่  30 กรกฎาคม </li></ul>
  12. 12. การเมืองการปกครอง
  13. 13. <ul><li>บุคคลสำคัญ สมเด็จพระราชาธิบดีฮันซันที่สอง ทรงพระราชสมภพเมื่อ 9 กรกฎาคม 1929 และขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ห้า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 1961 ( King Hassan II ) ทรงครองราชย์เป็นระยะเวลา 38 ปี ทรงมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลางได้รับความจงรักภักดีจาก ชาวโมร็อกโก เนื่องจากราชวงศ์อาลาวิท ( Alawite ) ของพระองค์สืบทอดมาจากพระศาสดาโมฮัมเหม็ด นอกเหนือจากที่ทรงดำรงตำแหน่งประมุขแล้ว ยังทรงเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณด้วย ( Commander of the Believers ) สมเด็จพระ ราชาธิบดีฮันซันที่สองเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 1999 มีพระโอรส และพระธิดารวม 5 พระองค์ ดังนี้ — > เจ้าหญิง Lalla Meriem </li></ul>การเมืองการปกครอง
  14. 14. สมเด็จพระราชาธิบดีฮันซันที่สอง
  15. 15. <ul><li>มกุฎราชกุมาร Sidi Mohammed ประสูติเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1963 ณ กรุงราบาต ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีด้านกฎหมายเปรียบเทียบเมื่อปี 1985 ปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์เมื่อปี 1998 ทรงฝึกงานที่สำนักงานประธานประชาคมยุโรป กับนาย Jacques Delors ระหว่างปี 1988-99 ทรงได้รับปริญญาเอกเกียรตินิยมดีเยี่ยมจากมหาวิทยาลัยนีซ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 1993 โดยทรงทำวิทยานิพนธ์ในหัวข้อความร่วมมือระหว่างประชาคมโลกยุโรปกับกลุ่ม ประเทศมาเกร็บ ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระราชบิดาในพระนามสมเด็จพระราชาธิบดี โมฮัมเหม็ดที่หก ( Mohammed VI ) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 1999 และทรงเข้าพิธีพระบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 1999 —> เจ้าหญิง Lalla Asmaa —> เจ้าหญิง Lalla Hasna —> เจ้าชาย Moulay Rachid </li></ul>
  16. 16. บุคคลสำคัญฝ่ายบริหาร <ul><li>บุคคลสำคัญฝ่ายบริหาร - นายกรัฐมนตรี นาย Abderrahmane El - Youssoufi เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 1998 - รัฐมนตรีต่างประเทศ นาย Mohamed Benaissa เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 เมษายน 1999 - รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ 1 . นาย Abdeslam Znined รับผิดชอบกิจการมาเกร็บ และอาหรับและอิสลาม 2 . นาง Aicha Belarbi รับผิดชอบด้านความร่วมมือ 3 . นาย Taib Fassi Fihiri </li></ul>
  17. 17. <ul><li>การปกครอง - ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล แต่พระมหากษัตริย์ทรงพระราชอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ รวมทั้งมีพระราชอำนาจออกพระราชกฤษฎีกายุบสภานิติบัญญัติ - โมร็อกโกได้แก้ไขรัฐธรรมนูญและลงประชามติรับหลักการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อ วันที่ 13 กันยายน 1996 โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดให้มี 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร ( House of Representatives ) โดยการเลือกตั้งโดยตรง และสภาที่ปรึกษา ( Chamber of Counsellors ) เลือกตั้งโดยทางอ้อม </li></ul>การปกครอง
  18. 18. เศรษฐกิจการค้า
  19. 19. เศรษฐกิจการค้า <ul><li>เศรษฐกิจการค้า ผลิตภัณฑ์มวลรวม ( GDP )  112 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 2001 est ) </li></ul><ul><li>ผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัว  3,700 ดอลลาร์สหรัฐ ( 2001 est ) </li></ul><ul><li>อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ  5% ( 2001 est ) </li></ul><ul><li>อัตราเงินเฟ้อ  1% ( 2001 est ) </li></ul><ul><li>อัตราการว่างงาน  15-22% ( 2000 ) 21% ในเขตเมือง 5.9% ในชนบท </li></ul><ul><li>ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ  4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( มกราคม - สิงหาคม 2000 ) </li></ul><ul><li>หนี้ต่างประเทศ  19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 2001 est ) </li></ul><ul><li>อัตราการชำระหนี้ต่างประเทศ  25% </li></ul><ul><li>การลงทุนจากต่างประเทศ  500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 1998 ) </li></ul><ul><li>ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ แร่ฟอสเฟต ถ่านหิน เหล็ก แบไรต์ ตะกั่ว ทองแดง อาหารทะเล </li></ul>
  20. 20. <ul><li>อุตสาหกรรมที่สำคัญ เหมืองหินฟอสเฟตและการแปรรูป การแปรรูป อาหาร เครื่องหนัง สิ่งทอ การก่อสร้าง การท่องเที่ยว </li></ul><ul><li>ผลิตผลทางเกษตร ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ Sugar beet ส้ม ปศุสัตว์ ผลิตผลการประมง ( 700,000 ตันในปี 1998 ) </li></ul><ul><li>มูลค่าการส่งออก  8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( f . o . b . 2001 est ) </li></ul><ul><li>มูลค่านำเข้า  12.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( f . o . b . 2001 est ) </li></ul><ul><li>ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ นำเข้า ฝรั่งเศส ( ร้อยละ 25 ) , สเปน ( ร้อยละ 11 ) , อิตาลี ( ร้อยละ 6 ) , เยอรมัน ( ร้อยละ 6 ) , สหราชอาณาจักร ( ร้อยละ 5 ) ( 2000 )  ส่งออก ฝรั่งเศส ( ร้อยละ 26 ) , สเปน ( ร้อยละ 10 ) , สหราชอาณาจักร ( ร้อยละ 8 ) , เยอรมัน ( ร้อยละ 5 ) , อินเดีย ( ร้อยละ 5 ) , สหรัฐฯ ( ร้อยละ 5 ) ( 2000 ) </li></ul><ul><li>สินค้าส่งออกที่สำคัญ กรดฟอสฟอริค แร่ฟอสเฟต อาหารทะเล ปุ๋ยธรรมชาติและปุ๋ยเคมี เสื้อผ้าสำเร็จรูป ชุดชั้นใน ผลไม้รสเปรี้ยว ( citrus fruits ) ผลไม้แช่อิ่ม / ดอง / ฉาบน้ำตาล </li></ul><ul><li>     </li></ul>
  21. 22. ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรโมร็อกโก
  22. 23. ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรโมร็อกโก <ul><li>ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรโมร็อกโก ความสัมพันธ์ทั่วไป      ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับโมร็อกโกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2528 ความสัมพันธ์ได้ดำเนินมาด้วยดีโดยตลอด ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม 2537 ไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงราบาต และเมื่อเดือนสิงหาคม 2537 โมร็อกโกก็ได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตโมร็อกโกที่กรุงเทพฯ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการค้า </li></ul>
  23. 24. การแลกเปลี่ยนการเยือน ระดับราชวงศ์ <ul><li>ฝ่ายไทย - ตุลาคม 2536 สมเด็จพระนางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาฯ เสด็จฯ เยือนโมร็อกโก - กันยายน 2537 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จฯ เยือนโมร็อกโก </li></ul><ul><li>ฝ่ายโมร็อกโก - 10 มิถุนายน 2526 เจ้าชาย Sidi Mohamed ( สมเด็จพระราชาธิบดีที่ 6 ในปัจจุบัน ) เสด็จผ่านประเทศไทยเป็นเวลา 2 ชั่วโมง - กันยายน 2529 พระธิดา 3 พระองค์ของสมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซันที่สองเสด็จเยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์ -11 – 18 กันยายน 2531 เจ้าชาย Moulay Rachid เสด็จเยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์ </li></ul>
  24. 25. บุคคลสำคัญในรัฐบาลและอื่น ๆ <ul><li>บุคคลสำคัญในรัฐบาลและอื่น ๆ ฝ่ายไทย – > 4 – 7 กันยายน 2526 รต . ประพาส ลิมปะพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนโมร็อกโกแบบ Working Visit และได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโมร็อกโก – > 13 – 16 ตุลาคม 2535 ฯพณฯ องคมนตรีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และคณะเดินทางไปพักผ่อนที่เมืองมาร์ราเกช – > มกราคม 2537 นายวันมูหะหมัด นอร์ มะทา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เดินทางเยือนโมร็อกโก </li></ul>
  25. 26. <ul><li>– > เมษายน 2537 รองนายกรัฐมนตรี ดร . ศุภชัย พานิชภักดิ์ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ( ในขณะนั้น ) ได้เข้าร่วมการประชุม GATTS ที่เมืองมาร์ราเกช โมร็อกโก – > มิถุนายน 2537 ดร . สุรินทร์ พิศสุวรรณ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เดินทางไปเยือนโมร็อกโก เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงราบาต และเป็นประธานในการประชุมเอกอัครราชทูตในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา – > มิถุนายน 2542 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเยือนโมร็อกโกตามคำเชิญของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมโมร็อกโก – >24 – 26 มกราคม 2543 ดร . สุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนโมร็อกโกอย่างเป็นทางการตามคำเชิญ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือโมร็อกโก </li></ul>
  26. 27. ฝ่ายโมร็อกโก <ul><li>– > 7 สิงหาคม 2528 Dr . Taeib Bencheikh รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโมร็อกโกเยือนไทยและได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศด้วย – > พฤษภาคม 2538 นาย Mehdi Mimoun อธิบดีกรมกิจการเอเชียและ โอเชียเนียเยือนไทย – >13 – 17 เมษายน 2542 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพาณิชย์และการหัตถกรรม ( รับผิดชอบการหัตถกรรม ) โมร็อกโกเยือนไทยตามคำเชิญของฝ่ายไทย – > 4 – 8 เมษายน 2542 นาย Mustapha Mansouri รัฐมนตรีกระทรวงการขนส่งและพาณิชย์นาวีโมร็อกโกเดินทางเยือนไทยเพื่อลงนามใน ความตกลงระหว่างไทยกับโมร็อกโกว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ – > 28 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2542 คณะนักธุรกิจโมร็อกโกเดินทางเยือนไทยตามโครงการของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงราบาตเพื่อพบปะผู้ส่งออกของไทย – > 12 – 19 กุมภาพันธ์ 2543 คณะผู้แทนโมร็อกโกนำโดยนายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติว่า ด้วยการค้าและการพัฒนา ครั้งที่ 10 UNCTAD X ที่กรุงเทพฯ – > 27 ต . ค .- 1 พ . ย . 2544 นาย Abdelouahed RADI ประธานสภาผู้แทนราษฎรโมร็อกโก เยือนไทยอย่างเป็นทางการ </li></ul>
  27. 28. ความสัมพันธ์ทางการค้า <ul><li>     การค้าระหว่างไทย – โมร็อกโกยังมีมูลค่าไม่มากนัก และมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้อีกมาก ฝ่ายไทยนำเข้าอาหารทะเลแช่แข็ง มาทำอาหารกระป๋องเพื่อส่งออก ฝ้าย และฟอสเฟต ส่วนโมร็อกโกนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย ได้แก่ เครื่องรับโทรทัศน์ รองเท้า เส้นใยสังเคราะห์ ยานพาหนะ และอุปกรณ์ประกอบ ( รถสามล้อเครื่อง ) ฯลฯ ในระยะสองสามปีที่ผ่านมา โมร็อกโกเริ่มได้เปรียบดุลการค้าจากไทยหลังจากที่ก่อนหน้านั้นไทยได้เปรียบ ดุลการค้ามาโดยตลอด เนื่องจากไทยเริ่มนำเข้าฟอสเฟต และผลิตภัณฑ์จากฟอสเฟต </li></ul>
  28. 29. เที่ยวโมร็อกโก ดินแดนที่น่าหลงใหล
  29. 30. คาซาบลังกา <ul><li>คาซาบลังกา ( Casablanca )  เมืองใหญ่ที่สุด พลุกพล่านที่สุด นามคาซาบลังกา ได้ชื่อมาจากพวกโปรตุเกส เมื่อหลายศตวรรษมาแล้ว ครั้งยังเป็นเมืองท่าเล็กๆ ไร้ความสำคัญ คาซาบลังกาถูกทำให้ติดปาก เพราะภาพยนตร์และเพลงเมื่อ 30-40 ปีก่อน ทุกวันนี้ คาซาบลังกาคือศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ เป็นที่ที่จะเห็นผู้หญิงใส่ เสื้อเอวลอยและกระโปรงสั้น อวดขาสวย เดินคุยกับผู้ชายอย่างเปิดเผย  </li></ul>
  30. 31. คาซาบลังกา
  31. 32. ย่านไอน์เดียบ ( Ain Diab )   <ul><li>  ย่านไอน์เดียบ ( Ain Diab )  ย่านตากอากาศริมทะเล และย่านที่พักกของคนมีสตางค์ หรูหราและมีจานดาวเทียมขนาดใหญ่เป็นเครื่องบ่งบอกฐานะได้เป็นอย่างดี </li></ul>
  32. 33. มาร์ราเกช ( Marrakesh )   <ul><li>  มาร์ราเกช ( Marrakesh )  หนึ่งในสี่เมืองแห่งราชอาณาจักร อิมพีเรียลซิตี้ อันได้แก่ ราบาต เฟซ เมกเนส และมาร์ราเกช เมืองเหล่านี้ล้วนเคยเป็นเมืองหลวงของราช อาณาจักรโมร็อกโกมาแล้วในช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนาน มาร์ราเกชเป็นเมืองหลวงเก่าที่ทุกวันนี้ นอกจากวัฒนธรรมแปลกตา พลังที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุก มุมโลกให้ไปเยือนได้สำเร็จคือตลาดเก่าหรือซุก ( souk ) ที่ท้าทายความสามารถในการต่อรอง และปลาซ เจมา เอล ฟนา เวทีกลางแจ้งที่มีชีวิตชีวาและสีสันที่สุดในโลก </li></ul>
  33. 34. มาร์ราเกช ( Marrakesh ) 
  34. 35. บรรณานุกรม สารานุกรมเสรี . “ ประเทศเม็กซิโก” . 10 มกราคม 2554. < www.wikipedia.org/wiki .> 14 มกราคม 2554 .
  35. 36. จัดทำโดย
  36. 37. จบการนำเสนอ ^__^

×