จังหวัดพังงา
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

จังหวัดพังงา

on

  • 3,719 views

นางสาวอมร สุขฉกรรณ์

นางสาวอมร สุขฉกรรณ์
ม.5/3 เลขที่ 38

Statistics

Views

Total Views
3,719
Slideshare-icon Views on SlideShare
3,711
Embed Views
8

Actions

Likes
0
Downloads
8
Comments
0

1 Embed 8

http://nuthyapath.wordpress.com 8

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    จังหวัดพังงา จังหวัดพังงา Presentation Transcript

    • จังหวัดพังงา
    • ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดพังงา
    • สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
      • ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกจำปูน ( Anaxagorea javanica )
      • ต้นไม้ประจำจังหวัด : เทพทาโร ( Cinnamomum porrectum )
      • คำขวัญ ประจำจังหวัด : แร่หมื่นล้าน บ้านกลางน้ำ ถ้ำงามตา ภูผาแปลก แมกไม้จำปูน บริบูรณ์ด้วยทรัพยากร
    • ประวัติจังหวัดพังงา
      • จังหวัดพังงามีเนื้อที่ประมาณ 4 , 171 ตารางกิโลเมตร และมีพื้นที่ที่เป็นป่าชายเลนและป่าดงดิบคิดเป็นร้อยละ 57 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยทางด้านทิศเหนือมีพื้นที่ติดกับจังหวัดระนอง ทางด้านทิศใต้มีพื้นที่ติดกับจังหวัดภูเก็ตและทะเลอันดามัน ทางด้านทิศตะวันออกมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดกระบี่ ส่วนทางด้านทิศตะวันตกจะมีพื้นที่ติดต่อกับมหาสมุทรอินเดีย
    • ขนาดและที่ตั้ง
      • พังงาตั้งอยู่ในภาคใต้ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก อยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 8 องศา 27 ลิบดา 52.3 ฟิลิบดาเหนือกับเส้นลองติจูด ที่ 98 องศา 32 ลิบดาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 4 , 170.885 ตารางกิโลเมตร (2 , 606 , 803.125 ไร่ ) พื้นที่เกษตร 1 , 425.931 ตารางกิโลเมตร (891 , 206.875 ไร่ ) พื้นที่ป่าไม้ 1 , 142.50 ตารางกิโลเมตร (714 , 062.25 ไร่ ) เนื้อที่อื่น ๆ 1 , 602.454 ตารางกิโลเมตร (1 , 001 , 534 ไร่ )
    • สภาพทางภูมิศาสตร์
      • จังหวัดพังงามีเนื้อที่ประมาณ 4 , 171 ตารางกิโลเมตร และมีพื้นที่ที่เป็นป่าชายเลนและป่าดงดิบคิดเป็นร้อยละ 57 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยทางด้านทิศเหนือมีพื้นที่ติดกับจังหวัดระนองทางด้านทิศใต้มีพื้นที่ติดกับจังหวัด ภูเก็ต และทะเลอันดามัน ทางด้านทิศตะวันออกมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดกระบี่ส่วนทางด้านทิศตะวันตกจะมีพื้นที่ติดต่อกับมหาสมุทรอินเดีย
    • ภูมิประเทศ
      •  สภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดพังงาเป็นภูเขาสลับซับซ้อนทอดเป็นแนวยาวจากทิศเหนือไปทิศใต้มีชายฝั่งทะเลยาวประมาณกิโลเมตรมีพื้นที่ป่าไม้เป็นป่าไม้ประเภทไม้ผลัดใบมีชนิดป่าที่สำคัญได้แก่ป่าดิบเขาป่าดิบชื้นและป่าชายเลนสำหรับบริเวณที่เป็นที่ราบจะลาดลงจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกลงสู่ทะเลอันดามันตามชายฝั่งทะเลจะมีป่าชายเลนเกือบตลอดพื้นที่ประกอบด้วยเกาะประมาณเกาะและมีเกาะอยู่ในทะเลอันดามันจำนวนมากเช่นเกาะยาวหมู่เกาะสุรินทร์และหมู่เกาะสิมิลัน
    • หน่วยการปกครอง
      • การปกครองแบ่งออกเป็น 8 อำเภอ 48 ตำบล  314 หมู่บ้าน
      • อำเภอเมืองพังงา
      • อำเภอเกาะยาว
      • อำเภอปะกง
      • อำเภอ ตะกั่วทุ่ง
      • อำเภอ ตะกั่วป่า  อำเภอ ตะกั่วทุ่งกุระบุรี
      •  อำเภอทับกุด อำเภอท้ายเมือง
    • ความหมายและที่มาของชื่อจังหวัดพังงา
      • จังหวัดพังงานั้น เดิมน่าเรียกกันว่า " เมืองภูงา "
      • ตามชื่อเขางาหรือเขาพังงา ซึ่งตั้งอยู่ในตัวจังหวัดปัจจุบัน
      • ในสมัยก่อนเมืองภูงาขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราช ในสมัยรัชกาลที่ 2 ชื่อ " เมืองภูงา " ได้ปรากฏอยู่ในทำเนียบข้าราชการเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งน่าจะเป็นเมืองขึ้นฝ่ายกรมพระสุรัสวดีฝ่ายซ้าย เมืองภูงานี้อาจจะตั้งชื่อให้คล้องจองกับเมืองภูเก็ต และเหตุที่เมืองภูงากลายเป็นเมืองพังงานั้น สันนิษฐานกันว่าน่าจะเนื่องมาจากเมืองภูงาเป็นเมืองที่มีแร่อุดมสมบูรณ์ มีฝรั่งมาติดต่อซื้อขายแร่ดีบุกกันมาก และฝรั่งเหล่านี้คงจะออกเสียงเมืองภูงาเป็นเมือง " พังงา " ไป เพราะแต่เดิมฝรั่งเขียนชื่อเมืองภูงาว่า PHUNGA หรือ PUNGA ซึ่งอาจอ่านว่า ภูงา หรือพังงา หรือพังกาก็ได้
    • ตำนานท้องถิ่น
    • เขาช้าง
      • ตายมดึงผู้ร่อนเร่พเนจร ได้ไปอาศัยอยู่กับตาโจงโดงผู้มีลูกสายสวยตายมดึงเป็นคนขยันงานบ้านทุกอย่าง ต่อมาตาโจงโดงจึงยกลูกสาว ชื่อนางทองตึงให้เป็นภรรยา สองสามีภรรยาจึงออกมาตั้งครอบครัว สร้างเนื้อสร้างตัวโดยทำสวนทำไร่ แต่ขณะที่ไร่นาออกผลงอกงาม ใกล้เก็บเกี่ยวกลับมีช้างป่าโขลงหนึ่งมาเหยีบย่ำทำลายหมด ตายมดึงเสียใจและโกรธมาก จึงถือหอกตามช้างโขลงนั้น แต่กลับไปเจอช้างของตางุ้ม ตายมดึงจึงเข้าใจว่าเป็นช้างป่า จึงฆ่าช้างเชือกนั้นตาย
      • เขาช้าง เป็นภูเขาหินที่โดดเด่นของจังหวัดพังงา และเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดพังงา ตามตำนานเล่าว่า
      • โดยทะลวงแทงที่ท้อง ลากตับไตไส้พุงออกมาทำอาหารกินแล้วตัดงาออกด้วย ช้างที่ไร้ความผิดนั้นตายแล้วกลายเป็น " เขาช้าง " ส่วนตางุ้มเจ้าของช้างเห็นช้างที่ไร้ความผิดต้องตายลงก็เสียใจ นั่งร้องให้จนกลายเป็น " เขาตางุ้ม " ใกล้ ๆ กับเขาช้างนั้นเอง ปัจจุบันมีทางหลวงแผ่นดิน คือถนนเพชรเกษมตัดผ่านตัวเมืองพังงา เขาตางุ้มจึงอยู่คนละฟากถนนกับเขาช้างและถ้ำพุงช้าง
    • เขานางหงส์
      • นางหงส์เป็นสาวสวยที่เลิศล้ำในท้องถิ่นพังงา นางใฝ่ฝันที่จะมีคู่ครองซึ่งงามล้ำเลิศปานกัน จึงปฏิเสธรักของเหล่าชายที่รุมเร้าหมายปองอยู่รอบข้าง ลี้หลบแม้แต่เจ้าบ่าวที่พ่อจัดหาให้ก็ไม่ยอมพบหน้า ต่อมาครั้นได้พบและรู้ว่าเจ้าบ่าวนั้น คือชายที่เธอใฝ่ฝัน จึงดั้นด้นไปขอโทษขอขมาเขาถึงบ้าน แต่ชายที่ถูกหยามหยันนั้นหรือจะให้อภัย หัวในนางหงส์จึงแตกแหลกสลายสุดที่จะทานทน กระเสือกกระสนมาล้มตายอยู่ที่กลางป่า นอกตะแคงเป็นภูผาฉายา " เขานางหงส์
    • แยกตามยุคสมัย
    • สมัยก่อนประวัติศาสตร์
      • จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่เก่าแก่จังหวัดหนึ่งในประเทศไทย จากการขุดค้นของนักโบราณคดี พบเครื่องมือและภาพเขียนสีแบบต่าง ๆ ตามถ้ำในละแวกอ่าวพังงา ซึ่งอยู่ในเขต อ . เมือง และ อ . ทับปุด และยังพบเครื่องมือขวานหินขัด อาวุธที่ทำด้วยกระดูกสัตว์ และภาชนะที่ทำจากดินเผาที่บริเวณ อ . ตะกั่วป่า ทำให้เชื่อว่าบริเวณดังกล่าว เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์โบราณเมื่อราว ๆ หลายพันปีมาแล้ว
    • สมัยประวัติศาสตร์
      • ได้มีการขุดค้นพบเทวรูปพระวิษณุ หรือพระนารายณ์ และชิ้นส่วนเทว
      • รูปบนเขาเวียง ที่บริเวณ อ . กะปง ทำให้เชื่อว่ามีบรรดานักเดินเรือ พ่อค้า พราหมณ์ และช่างฝีมือจากอินเดีย ซึ่งอยู่ในเขตการปกครองของราชวงศ์ปัลลวะ ซึ่งนับถือศาสนาฮินดู ได้มาขึ้นบก ณ ชุมชนโบราณในเขตเมืองตะกั่วป่าแห่งนี้ นอกจากนี้ในตำนานเมืองนครศรีธรรมราชได้กล่าวถึงเมือง " ตะกั่วถลาง " ซึ่งเป็นชุมชนที่มีการขุดแร่ดีบุก ชาวพื้นเมืองสมัยนั้นเรียกดีบุกว่า " ตะกั่วดำ " ดังนั้นเมืองตะกั่วถลางจึงน่าจะหมายถึงบริเวณ อ . ตะกั่วป่า และ อ . ตะกั่วทุ่งในเขต จ . พังงา และ อ . ถลางในเขต จ . ภูเก็ต
    • สมัยกรุงศรีอยุธยา
      • ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตะกั่วป่ามีฐานะเป็นหัวเมืองทางใต้ ส่วนเมืองพังงาเป็นเมืองแขวง ขึ้นอยู่กับเมืองตะกั่วป่า สมัยนั้น เมืองนครศรีธรรมราชเป็นหัวเมืองเอก และมีหัวเมืองต่าง ๆ ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราชหลายเมือง รวมถึงเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และเมืองถลางด้วย ตะกั่วป่ามาปรากฏชื่ออีกครั้งเมื่อเกิดสงครามเก้าทัพ ในช่วงปี พ . ศ . 2352
    • สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ - ปัจจุบัน
      • ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ . ศ . 2328 ครั้งนั้นกองทัพพม่าปล้นสะดมทรัพย์สินไปมากมาย ในช่วงปี พ . ศ . 2352 เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 เสด็จสู่สวรรคต มีการเปลี่ยนรัชกาลใหม่ พม่าได้ทีจึงเข้ามาตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และเมืองถลาง จนแตก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โปรดฯ ให้ยกทัพไปช่วยแต่ไม่ทันการณ์ ทรงเห็นว่ากำลังที่จะรักษาเมืองอ่อนแอลง จึงโปรดให้รวบรวมพังงาที่ " กราภูงา " ( ภาษามลายู แปลว่า ป่าน้ำภูงา )
      • ซึ่งตั้งอยู่ปากแม่น้ำพังงา แขวงเมืองตะกั่วทุ่ง และจัดการปกครองขึ้นเป็นเมือง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดฯ ให้พระยาบริรักษ์ ภูธร ( แสง ณ นคร ) เป็นเจ้าเมืองพังงาคนแรก ยุบเมืองตะกั่วทุ่งมาขึ้นกับเมืองพังงา และให้ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ
      • ตั้งแต่นั้นมา เมืองพังงา เมืองตะกั่วป่า เมืองถลาง และเมืองระนอง ก็เริ่มรุ่งเรืองขึ้นมาด้วยการค้าแร่ดีบุก ต่อมาใน พ . ศ . 2437 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นมณฑลเมืองพังงา และเมืองตะกั่วป่า ขึ้นอยู่กับมณฑลภูเก็ต จนถึงสมัยรัชกาลที่ 7 เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วประเทศ จึงยุบเมืองตะกั่วป่ามาขึ้นกับเมืองพังงา ตั้งแต่ปี พ . ศ . 2471 เป็นต้นมา
      • จากนั้นเมืองพังงาก็ดำรงความเป็นเมืองท่าและเมืองแห่งเหมืองแร่ดีบุก ควบคู่ไปกับจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดระนอง เรื่อยมา จนกระทั่งประมาณปี พ . ศ . 2524 ราคาแร่ดีบุกในตลาดโลกตกต่ำลง ภูเก็ตเริ่มเปลี่ยนเป็นเมืองท่องเที่ยว ธุรกิจการท่องเที่ยวได้ขยายตัวไปยังจังหวัดใกล้เคียว ทั้ง จังหวัดตรัง กระบี่ รวมถึงพังงาด้วย ส่งผลให้การท่องเที่ยวและสภาพเศรษฐกิจของพังงาดีขึ้น ปัจจุบันนักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดพังงาโดยตรง และเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุก ๆ ปี
    • ประวัติศาสตร์จังหวัดพังงา
      • จากพงศาวดารปรากฏว่า ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้นเมืองพังงาเป็นเมืองแขวงขึ้นกับเมืองตะกั่วป่า จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองเทียบเท่าเมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง และโอนเมืองจากฝ่ายกรมท่ามาขึ้นเป็น ฝ่ายกลาโหมตั้งแต่นั้นมา โดยจาก ประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ และสืบค้นได้แน่ชัด ปรากฏว่าเมืองพังงาได้รับการจัดตั้งเป็นทางการในสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ . ศ .2352
      • ซึ่งในปีนั้นเจ้าปะดุง กษัตริย์พม่าได้มอบหมายให้ อะเติงหวุ่น เป็นแม่ทัพ นำกองทัพเรือของพม่าได้เข้าตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง เมืองถลาง และได้กวาดต้อนผู้คนไปรวมไว้ที่ค่าย ของตน และเผาเมืองถลางเสีย ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเสนานุรักษ์กรมพระราชวังบวร ยกทัพหลวงจากกรุงเทพฯ มาช่วย และได้มาทันขับไล่ทหารพม่าหลบหนี
      • ระหว่างศึกได้มีราษฎรบางส่วนอพยพไปหลบภัยอยู่ที่ “ กราภูงา ” ( ภาษามลายู แปลว่า ป่าน้ำภูงา ) ที่มีภูเขาล้อมรอบ ครั้งเสร็จศึกแล้วกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ทรงพระราชดำริว่า พม่าได้เผาเมืองถลาง ทำให้บ้านเมืองอ่อนแอลงยากที่จะสร้างขึ้นใหม่ จึงโปรดให้รวบรวมพลเมืองจากถลางข้ามฝากมาตั้งภูมิลำเนาอยู่ “ กราภูงา ” และจัดการปกครองเป็นเมืองขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช ดังปรากฏว่ามีหมู่บ้านชื่อ “ ถลาง ” ซึ่งเป็นผู้คนที่อพยพจากอำเภอถลาง มาอยู่ในเขตท้องที่อำเภอตะกั่วทุ่งในปัจจุบัน
      • ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงพระราชดำริที่จะปรับปรุงบูรณะหัวเมืองชายฝั่งตะวันตกที่ถูกพม่าตีให้เข้มแข็ง จึงได้แต่งตั้งข้าราชการมาเป็นเจ้าเมืองดังกล่าว โดยให้ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ และได้ทรงแต่งตั้งให้พระยาบริรักษ์ภูธร ( แสง ณ นคร ) เป็นเจ้าเมืองพังงาคนแรกในปี พ . ศ .2383 รวมทั้งได้ยุบเมืองตะกั่วทุ่ง เป็นอำเภอขึ้นกับเมืองพังงา ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 7 เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ที่ประชุมเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ตจึงมีมติให้ยุบเมืองตะกั่วป่าให้ขึ้นกับจังหวัดพังงา ตั้งแต่ พ . ศ .2474 เป็นต้นมา แรกเริ่มที่ตั้งเป็นเมืองนั้นที่ทำการของรัฐบาล อยู่ที่บ้านชายค่าย ต่อมา พ . ศ . 2473 จึงได้มาสร้างศาลากลางจังหวัดขึ้นที่บ้านท้ายช้าง ครั้น พ . ศ .2515 จึงได้สร้างศาลากลางหลังใหม่ขึ้นบริเวณถ้ำพุงช้างจนถึงปัจจุบัน
      • พังงาคือจังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งบนบกและใต้น้ำ โดยเฉพาะกลุ่มเกาะสวยงามที่วางตัวเรียงรายอยู่ในทะเลอันดามัน จนพังงาได้รับสมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งป่าเกาะ รวมทั้งยังมีผืนป่าชายเลนหนาแน่นและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย
      • พังงาเต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน มุสลิม และชาวไทยใหม่ ( ชาวเล ) ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเก่าแก่ที่น่าสนใจ เช่น เกาะปันหยี เกาะยาว หมู่บ้านชาวมอแกนในบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ ชุมชนชาวเหมืองแร่ที่ตะกั่วป่า ฯลฯ
      • นอกจากนั้น พังงายังเต็มไปด้วยแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น โลกใต้น้ำของหมู่เกาะสิมิลัน ดงปะการังหลากหลายและฝูงปลาน้อยใหญ่ใต้ทะเลหมู่เกาะสุรินทร์ เขาตาปู เขาพิงกัน เกาะพระทอง ฯลฯ
      • ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทรัพยากรล้ำค่า ที่ทำให้พังงาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเสมอมา
      • ต่อมาเมื่อแร่ดีบุกมีปริมาณลดลงประกอบกับราคาต่ำ ทำให้ชาวพังงาเปลี่ยนไปทำการเกษตร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ภูมิปัญญาชาวบ้านและเทคโนโลยีท้องถิ่นในเรื่องการทำมาหากินแยกออกเป็นด้านต่างๆ ดังนี้
      • การทำอุตสาหกรรม แร่ดีบุกเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดพังงาในอดีต ซึ่งตามลักษณะภูมิประเทศแล้วจะพบแร่ดีบุกอยู่ใต้ดินและใต้ทะเลของพังงา เกือบทุกอำเภอยกเว้นอำเภอทับปุด จึงเป็นเหตุให้ในสมัยหนึ่ง แร่ดีบุกได้ก่อให้เกิดอาชีพการทำเหมืองแร่ ซึ่งทำรายได้ให้แก่จังหวัดอย่างมหาศาล อีกทั้งยังเป็นที่มาของคำขวัญ แร่หมื่นล้าน ของจังหวัดพังงาในปัจจุบัน
    • การละเล่นของเด็ก
      • เด็กชาวพังงานิยมเล่นการละเล่นแบบพื้นบ้านหลายอย่าง ได้แก่
      • กระโดดเชือก เป็นการละเล่นที่หัดให้ผู้เล่นใช้กำลังแขน กำลังขาเป็นคนตาไวและคล่องแคล่ว เครื่องใช้ในการเล่น คือเชือกเส้นหนึ่งขนาดโตเท่าปลายนิ้วก้อย ยาวศอก ถ้ากระโดดมากคนด้วยกันต้องยาวประมาณ 4-5 วา
      • มอญซ่อนผ้า ผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน ยิ่งมากเท่าใดก็ยิ่งเพิ่มความครึกครื้นเล่นได้ทั้งหญิงและชายอุปกรณ์ หาผ้าเช็ดหน้าขนาดใหญ่หนึ่งผืน ไม่ต้องขมวดหรือพันให้เป็นเกลียวเพราะถ้าฟาดถูกผู้ใดเข้าแล้วจะเจ็บ
      • ชักเย่อ ต้องเตรียมเชือกเส้นใหญ่ 1 เส้น สำหรับจับดึงกันจัดคนเล่นออกเป็น 2 พวก ให้มีกำลังพอ ๆ กัน
    • การละเล่นของผู้ใหญ่
      • การละเล่นพื้นบ้านของชาวพังงาที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน ได้แก่
      • เพลงพื้นบ้าน
      • เพลง หมายถึงสำเนียงขับร้อง ทำนองดนตรี กระบวนวิธีการรำ เช่น รำดาบ รำทวน เป็นต้น
      • พื้นบ้าน หมายถึง เฉพาะถิ่น มักใช้คู่กับคำว่าพื้นเมือง โดยเฉพาะคำว่าพื้นบ้านนอก นอกจากจะมีความหมายตามพจนานุกรมแล้ว ยังมีลักษณะเฉพาะอีกหลายประการ เช่น หมายถึงสิ่งที่ชาวบ้านมีและใช้หรือปฏิบัติอยู่เป็นสามัญ หรือหมายถึงความเป็นชนบทเป็นพื้นเพดั้งเดิม เป็นท้องไร่ท้องนา
      • เพลงพื้นบ้านที่เล่นกันอยู่ที่จังหวัดพังงา คือเพลงร็องเง็ง เป็นเพลงพื้นบ้านที่เล่นกันในหมู่ชาวไทยมุสลิม ในจังหวัดภาคใต้ เดิมทีร้องเป็นภาษามาลายูซึ่งเป็นภาษาพื้นเมือง ต่อมาได้มีการแต่งเนื้อร้องเป็นภาษาไทยแถบจังหวัดพังงา ภูเก็ต เรียกว่าเพลงตันหยง หรือตันโย้ง เพลงที่นิยมเล่นในจังหวัดพังงาได้แก่เพลง บุหงา ตันหยง ซีนาโดง ฯลฯ
      • ลิเกป่า เป็นศิลปะการแสดงที่แพร่หลายในภาคใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศไทย แถบจังหวัดตรัง พังงาและกระบี่ ลักษณะการเล่นคล้าย - กับลิเกฮูลูของไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างกันที่ลิเกป่า มีผู้เล่นประมาณ 10 คน เครื่องดนตรีที่ใช้ได้แก่ รำมะนา กลอง โหม่ง ปี หรือซอและฉิ่ง
      • หนังตะลุงฝั่งตะวันตก เป็นภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยที่สำคัญอย่างหนึ่งของกลุ่มชนแถบฝั่งทะเลอันดามัน หนังตะลุงในจังหวัดพังงาและภูเก็ต มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากหนังตะลุงฝั่งตะวันออก ทั้งในด้านการขับร้องบท การเจรจา รูปหนังและธรรมเนียมการเล่น จนมีศัพท์เรียนหนังจะตุงในภาคใต้ฝั่งตะวันตกว่า หนังปละตก
      • นาฏศิลป์ เป็นศิลปะแห่งการละครหรือการฟ้อนรำที่เป็นแบบแผนแสดงเอกลักษณ์ ของท้องถิ่น โดยการนำเอาวิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมนำมาประดิษฐ์เป็นท่ารำต่าง ๆ เช่น
      • ระบำร่อนแร่ เป็นการแสดงนาฏลีลาที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่น ถ่ายทอดการทำมาหากินที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น คือการร่อนแร่ดีบุก ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิม และสร้างรายได้ให้แก่จังหวัดอย่างมหาศาลในอดีต การแต่งกายในการแสดงใช้ชุดย่าหยา ซึ่งเป็นชุดพื้นเมืองของท้องถิ่น
      • ระบำรีดยาง เกิดจากากรประยุกต์ท่าทางเพื่อแสดงถึงการประกอบอาชีพการทำสวนยางซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวพังงา
      • ระบำกะลา เป็นนาฏลีลาที่ประยุกต์เยาวัสดุเหลือใช้จากการประกอบอาชีพการทำสวนมะพร้าว มาดัดแปลงท่าทางเพื่อถ่ายทอดถึงขั้นตอนของการประกอบอาชีพ
    • ภูมิปัญญาชาวบ้านและเทคโนโลยีท้องถิ่น
      • ภูมิปัญญาชาวบ้านนับเป็นองค์ความรู้ความสามารถของชาวบ้าน ที่สั่งสมสืบทอดกันมา เป็นแบบแผนการดำเนินชีวิตที่ปฏิบัติกันมาโดยมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับกาลสมัยส่วนเทคโนโลยีท้องถิ่น เป็นการประดิษฐ์ คิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุง ประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ หรือการดำรงชีพที่สืบทอดกันมา ตามความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่
      • ภูมิปัญญาชาวบ้านและเทคโนโลยีท้องถิ่น จึงเป็นการนำความรู้ความสามารถมาประดิษฐ์ คิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุง ประยุกต์ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหา การจัดการ การเรียนรู้ การปรับตัว โดยมีการสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
      • ภูมิปัญญาชาวบ้านและเทคโนโลยีท้องถิ่น ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ ศาสนาวัฒนธรรม และความเชื่อต่างๆ ที่เป็นแบบแผนการดำเนินชีวิตที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาซึ่งมีความแตกต่างในแต่ละท้องถิ่น สำหรับจังหวัดพังงา ชาวพังงามีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีประเพณีและวัฒนธรรมแบบคนไทยในภาคใต้ตอนกลางโดยทั่วไป และเนื่องจากมีชาวจีนและชาวมลายูอพยพเข้ามาทำมาหากินในจังหวัดพังงามาก ทำให้มีภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตทั้งแบบชาวจีนและมุสลิม ปะปนกัน
    • 1. ภูมิปัญญาด้านการทำมาหากินและการดำรงชีพ
      • ที่ใดมีต้นไม้เขียวชอุ่ม หมายถึง ดินอุดมสมบูรณ์ ปักหลักตั้งบ้านเรือนย่อมจะไม่อดตาย เป็นคำกล่าวของชาวจีนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดพังงา นอกจากดินอุดมสมบูรณ์แล้ว ใต้ดินและใต้ทะเลยังเต็มไปด้วยแร่ดีบุกอีกด้วย จนเกิดเป็นคำขวัญจังหวัดว่า แร่หมื่นล้าน บ้านกลางน้ำ ถ้ำงามตา ภูผาแปลก แมกไม้จำปูน บริบูรณ์ด้วยทรัพยากร ในอดีตนั้นแผ่นดินของจังหวัดพังงา เต็มไปด้วยแร่ดีบุก ยกเว้นอำเภอทับปุด จึงมีการทำเหมืองแร่ดีบุกมาก ผลผลิตจากแร่ดีบุกทำรายได้ให้จังหวัดพังงามากที่สุด
      • การนำแร่ดีบุกไปใช้ประโยชน์นั้น ตามหลักฐานที่ปรากฏ คือ ในสมัยก่อนจะนำไปผสมกับทองแดงกลายเป็นสำริด สำหรับใช้ทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้หรือผลิตงานประติมากรรมทางศาสนา ต่อมามีการนำไปใช้เป็นส่วนผสมในการทำอาวุธสงครามตลอดจนใช้อาบสังกะสีมุงหลังคา หรือทำเงินตรา การทำเหมืองแร่ดีบุกในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 10 วิธี คือ
      • 1. เหมืองครา 2. เหมืองปล่องหรือเหมืองรู
      • 3. เหมืองหาบ 4. เหมืองแล่น
      • 5. เหมืองสูบ 6. เหมืองฉีด
      • 7. เหมืองเจาะงัน 8. เหมืองเรือขุด
      • 9. เหมืองเรือสูบ 10. เหมืองอุโมงค์
    • การทำเกษตรกรรม
      • การทำสวนยางพารา อาชีพการทำสวนยางของชาวจังหวัดพังงา ทำควบคู่กันมากับอาชีพการทำเหมืองแร่ แต่ในอดีตไม่เป็นที่แพร่หลายนัก เพราะรายได้จากการทำเหมืองแร่ดีกว่า แต่เมื่อแร่ลดน้อยลงประกอบกับราคาตกต่ำจึงทำให้ชาวพังงาหันมาประกอบอาชีพทำสวนยางพารา ด้วยความสมบูรณ์ของดินทำให้มีการปลูกยางพารากันทุกอำเภอ
    • การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
    • การเลี้ยงกุ้งกุลาดำ
      • อาชีพการเลี้ยงกุ้งกุลาดำเป็นอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเลส่วนใหญ่ นิยมเลี้ยงกันแถบชายฝั่งทะเลของอำเภอทับปุด อำเภอเมืองพังงา อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี การเลี้ยงกุ้งกุลาดำในจังหวัดพังงานิยมเลี้ยงกันในบ่อขนาด 2-5 ไร่ โดยสูบน้ำทะเลเข้ามา และเมื่อจะจับกุ้งก็ปล่อยน้ำทะเล ออกไป ต้องใช้ต้นทุนในการเลี้ยงที่สูงมากต้องนำเครื่องจักร เครื่องกล และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ อย่างไรก็ตามการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในปัจจุบันมีผลกระทบกับสภาวะในอนาคตอาชีพนี้อาจจะหมดไปหรือพัฒนาไปในรูปแบบอื่น การเลี้ยงหอยนางรมหอยนางรมเป็นสัตว์น้ำตามธรรมชาติที่มีมากในอ่าวพังงา
      • ปัจจุบันมีการเลี้ยงหอยนางรม กันมากแถบชายฝั่งทะเลอำเภอทับปุด อำเภอเมืองพังงา อำเภอตะกั่วทุ่งชาวประมงจะใช้ยางรถจักรยานยนต์ที่ใช้ไม่ได้แล้วนำมาผ่าซีกแล้วนำไปแขวนไว้บริเวณชายฝั่งทะเล ลูกหอยนางรมซึ่งมีปะปนอยู่ในน้ำทะเลก็จะมาเกาะเมื่อลูกหอยตัวโตขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ก็จะแกะออกแล้วนำไปติดกับเชือกโดยใช้ปูนซีเมนต์เป็นตัวเชื่อมให้ติดกับเชือก นำไปผูกโยงไว้กับไม้ที่ผูกเป็นทุ่นห้อยไว้ในน้ำ เลี้ยงโดยวิธีธรรมชาติโดยให้หอยจับอาหารเอง ประมาณ 6 เดือนก็นำไปขายได้ ปัจจุบันการเลี้ยงหอยนางรมเป็นที่แพร่หลายและไม่มีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเลมากนัก
    • การเลี้ยงปลาในกระชัง
      • การเลี้ยงปลาในกระชังเป็นอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเลอีกอาชีพหนึ่ง จะเลี้ยงแถบชายฝั่งทะเลอำเภอทับปุด อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า อำเมืองพังงาและอำเภอคุระบุรี ชาวประมงจะผูกแพบนทุ่นให้ลอยอยู่บนผิวน้ำและผูกกระชังซึ่งทำด้วยตาข่ายเป็นห้องๆ กระชังทุกลูกจะถูกผูกไว้กับหลักเพื่อป้องกันไม่ให้ลอยไปกับน้ำเวลาที่น้ำขึ้นน้ำลง ชาวประมงจะเลือกทำเลในการลี้ยงปลาในกระชัง โดยหาสถานที่ที่เป็นลำคลองหรือปากอ่าวที่สามารถป้องกันลมได้ และเวลาน้ำลงต่ำสุดน้ำจะต้องไม่แห้ง อาหารสำหรับเลี้ยงปลาในกระชังใช้ปลาป่นบดรวมกับอาหารสำเร็จรูป ปลาที่เลี้ยงส่วนใหญ่ ได้แก่ ปลากะพง ปลาเก๋า
    • การทำหัตกรรม
      • การทำหัตกรรมของชาวพังงาส่วนใหญ่เป็นงานจักสาน ชาวพังงานำวัสดุในท้องถิ่นมาทำเป็นสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและเพื่อจำหน่าย
    • เครื่องใช้ในครัวเรือน
      • เครื่องใช้ในครัวเรือน ชาวพังงาประดิษฐ์เครื่องใช้ในครัวเรือนหลายชนิดจากวัสดุธรรมชาติต่างๆ ที่หาได้ในท้องถิ่น เพื่อใช้ในครัวเรือนและจำหน่าย เช่น ไม้ไผ่ หวาย ใบมะพร้าว ใบจาก ใบสาคู ก้านมะพร้าว ดอกอ้อ ตัวย่างเช่น ดอกอ้อ เป็นพืชที่มีอยู่ทั่วไปในจังหวัดพังงา อยู่ในตระกูลเดียวกับดอกยง ดอกเลา จะออกดอกปีละ 1 ครั้ง ชาวบ้านจะนำดอกอ้อมาผึ่งแดดให้แห้งแล้วทุบให้เกสรออกเหลือเฉพาะเรียวเล็ก นำมาผูกเป็นแผ่นบางๆ ทำด้ามถือเป็นไม้กวาดพื้น ทำมากในอำเภอทับปุด อำเภอกะปง และอำเภอท้ายเหมือง
    • ดอกไม้ประดิษฐ์
      • นอกจากชาวพังงาจะประดิษฐ์เครื่องใช้ในครัวเรือนไว้ใช้เอง และจำหน่ายแล้ว ชาวพังงายังประดิษฐ์ดอกไม้จากเกล็ดปลา ซังข้าวโพดและใบยางพารา จำหน่ายเป็นสินค้าอีกด้วย ที่ทำกันมากคือ ดอกไม้จากใบยางพารา
    • เครื่องมือดักสัตว์
      • การทำเครื่องมือดักสัตว์ เป็นเครื่องมือยังชีพในสมัยโบราณ ส่วนใหญ่จะทำด้วยไม้ที่มีชื่อแตกต่างกันไปแล้วแต่ท้องถิ่น เครื่องมือดักสัตว์ที่ชาวพังงานิยมใช้ได้แก่ ครอบ จั่น หยองปู นางคัน เรือเครียด หลุมพราง ครืน ฯลฯ
    • การแปรรูปสัตว์น้ำเป็นสินค้า
      • เนื่องจาก พื้นที่สามในสี่ส่วนอยู่ติดกับชายฝั่งทะเล ทำให้วิถีชีวิตของชาวพังงาส่วนหนึ่งดำรงชีพอยู่กับการจับสัตว์ซึ่งมีอยู่ชุกชุม กุ้ง หอย ปู ปลา ส่วนที่เหลือจากการจำหน่ายสด มาแปรรูปเก็บไว้จำหน่ายและบริโภคในยามที่ขาดแคลน การแปรรูปสัตว์น้ำที่สำคัญ ได้แก่ กุ้งแห้ง กะปิ กุ้งเสียบ หอยเปรี้ยว หอยกะพงแห้ง ปลาหมึกแห้ง ปลาเค็ม ไตปลา ปลาย่าง ปลาจิ้งจ้าง ฯลฯ
    • 2. ภูมิปัญญาด้านการรักษาโรค
    • 1.การแพทย์แผนโบราณ
      • การแพทย์แผนโบราณ การใช้ยาสมุนไพรพื้นบ้านในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บยังคงเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย ที่ปฏิบัติตกทอดกันมาตั้งแต่ดั้งเดิมซึ่งมีผลมาจากความเชื่อและการทดลองนำเอาวัสดุในท้องถิ่นที่พอจะหาได้ มาใช้ประโยชน์ในการบำรุงรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตามวิถีชีวิตพื้นบ้านซึ่งในปัจจุบันแม้ว่าความเจริญทางด้าน วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มีความก้าวหน้าขนาดไหนก็ตาม แต่ประชาชนก็ยังอาศัยยาสมุนไพรพื้นบ้านเป็นยารักษาโรคภัยไข้เจ็บอยู่ สมุนไพรที่นิยมนำมาใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บส่วนหนึ่งเป็นพืชที่นำมาประกอบอาหาร อีกส่วนหนึ่งนำมาใช้ในการบำรุงรักษาโรคโดยตรง
    • 2. สุขวิทยาพื้นบ้าน
      • การนำเอาสมุนไพรมาใช้เพื่อบำรุงสุขภาพ หรือรักษาโรคของชาวพังงามีกรรมวิธีหลายรูปแบบ เช่น การนำมาเป็นส่วนผสมของอาหาร เช่น ส่วนผสมของน้ำพริก หรือนำมารับประทานโดยตรง หรือนำไปผ่านกรรมวิธีต่างๆ ก่อนนำมาใช้ เช่น บดเป็นผงดองกับสุราขาว ต้มคั้นเอาน้ำดื่ม ชโลมตามร่างกาย หรือตำละเอียดแล้วนำมาพอก ตัวอย่างเช่น
      • ยาแก้ไข้ทับฤดู ตัวยาประกอบด้วย ไม้ยายหม่อง หญ้าย่านนาง รากหมาก รากพร้าว หมากแห้ง รากจิ้งจก และดอกคำฝอย
      • วิธีปรุง นำส่วนประสมปริมาณเท่าๆกันใส่ในหม้อ หาวัสดุกดให้ตัวยาจมน้ำ ต้มให้เดือดแล้วนำมากิน
    • 3. ของแสลงและอาหารสำหรับคนไข้
      • ของแสลงและอาหารสำหรับคนไข้ หรือภาษาถิ่นเรียกว่าห้ามกินของแหลง หรือ
      • ของแสลง หมายถึง อาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วจะมีผลต่อโรค เช่น เป็นพิษ ให้โทษ หรือไม่ถูกกับโรคทำให้อาการของโรคนั้นกำเริบยิ่งขึ้น หรือ ภาษาถิ่นเรียกว่าจะต้อง กำ (ห้ามรับประทาน) ของแสลงที่ชาวพังงากำ เมื่อมีอาการของโรคต่าง ๆ
    • ภูมิปัญญาด้านการอยู่กิน
      • 1. การถนอมอาหาร เนื่องจากจังหวัดพังงามีความอุดมสมบูรณ์ทั้งอาหารทะเล ผักและผลไม้ การถนอมอาหารที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ได้แก่ กุ้งเสียบ กะปิ ปลาเค็ม ปลาจิ้งจ้างแห้ง ไตปลา ฯ
      • 2. การประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นงานช่างฝีมือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ เช่น หวาย ไม้ไผ่ นำมาสานขัดเพื่อการนำมาใช้ในการดำรงชีวิต
      • เครื่องจักรสานที่ชาวพังงาประดิษฐ์ขึ้นแบ่งตามประเภท และประโยชน์ขอการใช้งาน
      • ได้แก่
      • เครื่องใช้ในครัวเรือนและงานเกษตรกรรม ทำจากไม้ ไม้ไผ่ หวาย ใบเตย ใบลาน ใบไผ่ จาก สาคู เพื่อใช้เป็นภาชนะในการการบรรจุสิ่งของหรือกันแดดกันฝน เช่น เข่ง กระชอน บุ้งกี๋ ไม้กวาดดอกอ้อ เสื่อใบเตย กระด้งฝัดข้าว ชะลอม ตะแกรง จากมุงหลังคา กระสอบ
      • เครื่องมือในการเลี้ยงไก่พื้นเมือง สานด้วยไม่ไผ่ หวาย หรือเถาวัลย์ เช่น ค้อมขังไก่ รังไก่
      • เครื่องมือในการจับปลา สานด้วยไม้ไผ่ หวาย หรือเถาวัลย์ บางประเภทนำเอาวัสดุในท้องตลาด เช่น ลวด ตาข่าย อวน ด้าย หรือเชือกในล่อน เช่น ไซ ลอบ สุ่ม แห หยองปู ครอบดังนก ครืน
      • 3.การอยู่อาศัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ภูมิปัญญาในการอยู่อาศัย จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่อยู่แถบชายฝั่งทะเลอันดามัน มีเกาะเล็ก เกาะใหญ่จำนวนมากชาวพังงาอาศัยอยู่ตามชนบทและตามเกาะต่างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยส่วนมากเป็นบ้านชั้นเดียวแบบบ้านตึกผสมไม้และบ้านที่เกิดจากการพัฒนาปรับปรุงให้เข้ากับสภาพแวดล้อม คือ บ้านตามเกาะเล็กๆ ในทะเล เช่น บ้านกลางน้ำของชาวมุสลิมที่เกาะปันหยี เป็นต้น
    • 4. ภูมิปัญญาด้านศิลปกรรม
    • 2.ด้านประติมากรรม
      • งานปั้น งานเกะสลัก งานหล่อ ของท้องถิ่น เป็นศิลปะที่สืบทอดลักษณะเฉพาะซึ่งผสมผสานกับศิลปะฝีมือสกุลช่างโบราณที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน ได้แก่ พระพุทธรูปปูนปั้นและโลหะหล่อปางต่างๆเช่น ปางปาเลไลยก์ ปางมารวิชัยแบบสุโขทัย พระเชียงแสนสิงห์หนึ่ง และรอยพระพุทธบาทจำลองสำริดที่วัดประชุมโยธี ถนนเพชรเกษม ตำบลท้ายช้าง อำเภอเมืองพังงาพระพุทธรูปประติมากรรมอื่น เช่น พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนปางสะดุ้งมาร พระพุทธรูปยืนก่ออิฐถือปูน ปางรำพึง ถวายเนตร พระพุทธบาทจำลองลงรักปิดทองที่วัดสุวรรณคูหาหรือวัดถ้ำหมู่ที่ 2 ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง
    • 1.ด้านจิตกรรม
      • ส่วนใหญ่เป็นศิลปกรรมวาดรูประบายสีในลักษณะของจิตรกรรมฝาผนังตามศาลนาสถาน เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อ ที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน เช่นจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดประชุมโยธี ถนนเพชรเกษม ตำบล ท้ายช้างอำเภอเมืองพังงา จิตรกรรมฝาผนังศาลเจ้าม่าจ้อโป้ ถนนบริรักษ์บำรุง ตำบลท้ายช้าง อำเภอเมืองพังงา จิตรกรรมสุสานตระกูลวานิช ถนนเพชรเกษม ตำบลตากแดด อำเภอเมืองพังงา จิตรกรรมศาลเจ้าเล่งสั้นเก้ง หรือ ต่องสั้นเก้ง ตลาดท้ายเหมือง ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง
    • 3. ด้านนาฏดุริยางคศิลป์
      • งานด้านนาฏดุริยางคศิลป์เป็นศิลป์แห่งการละครหรือ การฟ้อนรำที่เป็นแบบแผนแสดงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นโดยการนำเอาวิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมนำมาประดิษฐ์ท่ารำต่างๆ เช่น ระบำร่อนแร่ ระบำกะลา ระบำกรีดยาง ลิเกป่า ร็องเง็ง หนังตะลุง
    • เอกสารอ้างอิง
      • ทัวร์ไทย ดอทคอม จังหวัดพังงา จังหวัดพังงา “ข้อมูลทั่วไป ” < http:// www.tourthai.com/province/phangnga / > < http://www.moohin.com/066/ >
      • จังหวัดพังงา ^ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง . กรมการปกครอง . กระทรวงมหาดไทย . &quot; ข้อมูลการปกครอง .&quot;. < http:// www.dopa.go.th/padmic/jungwad 76/ jungwad 76. htm > 18 เมษายน 2553.
      • กรมการปกครอง . กระทรวงมหาดไทย . &quot; ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552.&quot; < http:// www.dopa.go.th/stat/y_stat.html > 30 มีนาคม 2553. < http:// travel.sanook.com/south/pangngra / >
      • <http://www.andamanguide.com/info/phangnga.html>
      • ข้อมูลทั่วไป ประวัติ อาหารอร่อย สถานที่ท่องเที่ยว เทศกาล และ งานประเพณี
      • < http:// www.andamanguide.com/info/phangnga.html >
    • ผู้จัดทำ
      • นางสาวอมร สุขฉกรรณ์
      • ม .5/3 เลขที่ 38