จังหวัดนครพนม
ตราประจำจังหวัดนครพนม
คำขวัญประจำจังหวัด <ul><li>พระธาตุพนมค่าล้ำ   วัฒนธรรมหลากหลาย   เรณูผู้ไท   เรือไฟโสภา   งามตาฝั่งโขง </li></ul>
ประวัติจังหวัดนครพนม <ul><ul><li>จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ในดินแดนที่ราบสูง อดีตเป็นศูนย์กลางของอา...
<ul><li>สมัยพญาสุมิตรธรรม ผู้ครองเมืองมรุกขนคร เป็นกษัตริย์ผู้มีจิตศัรทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า มีการบูรณะพระธาตุพนมข...
<ul><li>หลังจากพญาสุมิตรธรรม มีผู้ครองนครต่อมาอีก  2  พระองค์ ก็เกิดเหตุอาเพศแก่อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ จนกลายเป็นเมืองร้าง ก...
<ul><li>ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้มีการย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านหนองจันทร์ ห่างขึ้นไปทางเหนือ  52  กิโลเมตร ในปี พ...
<ul><li>ชื่อนครพนมนั้น มีข้อสันนิษฐานประการหนึ่งว่า เมืองนครเคยเป็นเมืองลูกหลวงมาก่อน และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงได...
<ul><li>ราชอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ </li></ul>ถิ่นฐาน ราชอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ก่อตั้งขึ้นตรงดินแดน ๒ ฝั่งแม่น้ำโขง ได้แก่      ...
การปกครอง ระบบราชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมืองหลวง สันนิษฐานว่า เดิมทีเมืองหลวง คือ เมืองนครพนม  (  จังหวัดน...
วัฒนธรรม <ul><li>            สันนิษฐานว่า ประชาชนของราชอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ นับถือพระพุทธศาสนาอย่างมาก โดยเห็นได้จากการก่อ...
วิธีชีวิต <ul><li>ประชาชนดำรงชีพด้วยการเกษตร แต่มีการค้าขายบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยอาศัยการคมนาคมทางน้ำ แต่ที่ราบที่ดอน ...
พระธาตุพนม  
<ul><ul><li>องค์พระธาตุพนม   เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางวัฒนธรรมของชุมชนหรือเมืองที่มีชื่อปรากฏในตำนานอุร...
<ul><li>    โดยรอบองค์พระธาตุพนมเป็นชุมชนที่นับถือพุทธศาสนา  </li></ul><ul><li>ที่ปรากฏหลักฐานจนถึงปัจจุบัน คือที่บ้านโปร่...
<ul><li>สรุปได้ว่าหลักฐานสมัยทวารวดี ที่ปรากฏในเขตจังหวัดนครพนม จะพบบริเวณ  2  ฟากของลำน้ำก่ำ ซึ่งเป็นเส้นทางการคมนาคมที่ส...
วัฒนธรรมล้านช้าง <ul><ul><li>วัฒนธรรมล้านช้าง  ( ราวพุทธศตวรรษที่  20-24)  ชุมชนต่าง ๆ ในลุ่มแม่น้ำโขงเรียงรายขึ้นไปในลำน้...
<ul><li>ในสมัยพระเจ้าสามแสนไทยซึ่งเป็นราชโอรสของพระเจ้าฟ้างุ้มกษัตริย์ล้านช้าง  ( พ . ศ .  1916-1959)  ได้พยายามขยายอาณาเข...
วัฒนธรรม <ul><li>    ในระยะนี้องค์พระธาตุพนมพนมยังคงเป็นที่เคารพสักการะของชุมชน  2  ฝั่งแม่น้ำโขง และได้รับการดูแลเรื่อยมา...
<ul><li>คนที่มีหน้าที่ดูแลรักษาวิหารวัดพระธาตุพนมนั้นมีประมาณ  2,000  คน ทำกิจวัตรตามพระบรมราชโองการของพระเจ้าแผ่นดินสยาม ...
สมัยรัตนโกสินทร์ <ul><li>ครั้น พุทธศักราช สภาพเศรษฐกิจและสังคมของนครพนม ในระยะนี้ค่อนข้างจะเฟื่องฟูทางตอนบนราบลุ่มแม่น้ำสง...
<ul><li>เตาเผาที่ผลิตขึ้นนี้ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเตาขุดหรือเตาอุโมงค์ ปากเตาหันลงสู่แม่น้ำเนินดินที่สร้างขึ้นมาเพื่อการนี...
สมัยรัตนโกสินทร์ ( พระบรมราชาเอวก่าน ) <ul><li>ในปี พ . ศ .  2281  พระบรมราชาเอวก่าน  ( ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัว บรม...
<ul><li>พระบรมราชา  ( เอวก่าน )  มีบุตรธิดารวม  2  คน คือ ท้าวกู่แก้ว และนางสุวรรณทอง เมื่อท้าวกู่แก้วอายุได้  15  ปี พระบ...
งานประเพณีไหลเรือไฟ
งานประเพณีไหลเรือไฟ    <ul><li>   กิจกรรม มหกรรม ไหลเรือไฟ   การลอยกระทงสาย งานพาแลง และมหรสพต่างๆ รำบูชาพระธาตุพนมของสาวง...
ความเป็นมาของประเพณีไหลเรือไฟ <ul><li>    ไหลเรือไฟเป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งที่ชาวอีสานสืบทอดปฏิบัติในเทศกาลออกพรรษา   ทำ...
<ul><li>ชาวคุ้มวัดต่าง ๆ ก็จะจัดให้มีการแข่งเรือ ส่วงเฮือ แห่ปราสาทผึ้ง และการไหลเรือไฟเรือไฟ   หรือภาษาถิ่นเรียกกันว่า  “...
<ul><li>ชาวนครพนมได้ผสมผสานความเชื่อถือใน การไหลเรือไฟ ไว้ด้วยสาเหตุหลายอย่าง และเนื่องจากลักษณะทำเลภูมิประเทศแม่น้ำโขงหน้...
พิธีและกิจกรรม <ul><li>ก่อนถึงวันงาน ไหลเรือไฟ   ชาวคุ้มวัดจะช่วยกันประดิษฐ์ตกแต่งเรือไฟด้วยต้นกล้วย ไม้ไผ่หรือวัสดุอย่างใ...
<ul><li>       เมื่อถึงวันงาน ภาคกลางวันก็จะมีขบวนแห่ ไหลเรือไฟ บก ซึ่งนำขึ้นไปวางบนพาหนะล้อเลื่อนต่าง ๆ    แล้วเข้าขบวนแห...
แนะนำสถานที่ท้องเทียว พระธาตุพนม
พระธาตุพนม
พระธาตุพนม
พิธีไหลเรื่อไฟ
พิธีไหลเรื่อไฟ
แม่น้ำโขง
บรรณานุกรม <ul><li>www.thaitour.com/thaitour/northeast/nakornphanom/main.htm </li></ul><ul><li>www.sawasdeenakhonphanom.co...
ผู้จัดทำ นาย สัตยา  จันทะบุรี ชั้นมัธยมศึษาปีที่  5/2  เลขที่  10 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์  ร้อยเอ็ด
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

จ.นครพนม

698
-1

Published on

Published in: Education
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
698
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

จ.นครพนม

  1. 1. จังหวัดนครพนม
  2. 2. ตราประจำจังหวัดนครพนม
  3. 3. คำขวัญประจำจังหวัด <ul><li>พระธาตุพนมค่าล้ำ   วัฒนธรรมหลากหลาย   เรณูผู้ไท   เรือไฟโสภา   งามตาฝั่งโขง </li></ul>
  4. 4. ประวัติจังหวัดนครพนม <ul><ul><li>จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ในดินแดนที่ราบสูง อดีตเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์อันรุ่งเรือง แรกทีเดียวตัวเมืองตั้งอยู่ทางฝั่งซ้าย ของลำน้ำโขง ( ฝั่งลาว ) บริเวณทางใต้ปากเซบั้งไฟ ตรงข้ามกับอำเภอพระธาตุพนมในปัจจุบัน ตามอุรังคนิทานหรือตำนานพระธาตุพนม ( พิสดาร ) ของพระธรรมราชานุวัตรอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ได้เรียบเรียงไว้ตอนหนึ่งว่า สมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรดสัตว์ที่แคว้นศรีโคตรบูรณ์ มีพุทธทำนายว่าเมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้วเมืองศรีโคตรบูรณ์จักย้ายไปตั้งที่ “ ป่าไม้รวก ” มีนามว่า “ เมืองมรุกขนคร ” ซึ่งสันนิษฐานกันว่าหมายถึง เมืองที่อยู่ในดงไม้รวก ตามสภาพภูมิประเทศที่สร้างบ้านแปงเมืองนั้นเองประมาณ พ . ศ . 500 </li></ul></ul>
  5. 5. <ul><li>สมัยพญาสุมิตรธรรม ผู้ครองเมืองมรุกขนคร เป็นกษัตริย์ผู้มีจิตศัรทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า มีการบูรณะพระธาตุพนมขึ้นเป็นครั้งแรก โดยก่อพระลานอูบมุง ชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 แล้วสร้างกำแพงล้อมรอบมีงานฉลองสมโภชอย่างมโหฬาร ซึ่งพระอุรังคธาตุได้แสดงปาฎิหารย์อัศจรรย์ยิ่ง ทำให้พญาสุมิตรธรรมบังเกิดความปิติโสมนัสมาก นอกจากถวายทรัพย์สินมีค่ามากมายเป็นพุทธบูชาแล้ว ยังมอบหมายให้หมู่บ้านทั้ง 7 แห่งในเขตแดนนั้น เป็นผู้ดูแลรักษาองค์พระธาตุ </li></ul>
  6. 6. <ul><li>หลังจากพญาสุมิตรธรรม มีผู้ครองนครต่อมาอีก 2 พระองค์ ก็เกิดเหตุอาเพศแก่อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ จนกลายเป็นเมืองร้าง กระทั่งถึง พ . ศ . 1800 เจ้าศรีโคตรบูรณ์ได้สร้างเมืองมรุกขนครขึ้นใหม่ใต้เมืองท่าแขกบนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ใน พ . ศ . 2057 สมัยพระเจ้านครหลวงพิชิตทศพิศราชธานีศรีโคตรบูรณ์ได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่กลายเป็น เมืองศรีโคตรบรูณ์ ตรงตามชื่ออาณาจักรเดิม ในสมัยนี้ยังมีการบูรณปฎิสังขรณ์พระธาตุพนมเรื่อยมาจนถึง พ . ศ . 2280 พระธรรมราชาเจ้าเมืองศรีโคตรบูรณ์องค์สุดท้าย ได้ย้ายเมืองมาตั้งบนฝั่งขวา ( ฝั่งไทย ) เยื้องเมืองเก่าไปทางเหนือแล้วขนานนามเมืองใหม่ว่า เมืองนคร จากนั้นมีการโยกย้ายชุมชนเมืองอีกหลายครั้ง </li></ul>
  7. 7. <ul><li>ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้มีการย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านหนองจันทร์ ห่างขึ้นไปทางเหนือ 52 กิโลเมตร ในปี พ . ศ . 2333 รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองนครก็ได้ขอขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร โดยพระองค์ทรงพระราชทานนามใหม่ขึ้นว่า นครพนม </li></ul>
  8. 8. <ul><li>ชื่อนครพนมนั้น มีข้อสันนิษฐานประการหนึ่งว่า เมืองนครเคยเป็นเมืองลูกหลวงมาก่อน และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงได้ใช้ชื่อว่า นคร ส่วนคำว่า พนม ก็มาจากพระธาตุพนม ปูชนียสถานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน หรืออีกนัยหนึ่งคือ เดิมเมืองมรุกขนครตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงในบริเวณที่มีภูเขาสลับซับซ้อน จึงนำคำว่า พนม ซึ่งแปลว่าภูเขามาใช้ นครพนม จึงหมายความถึง เมืองแห่งภูเขา </li></ul>
  9. 9. <ul><li>ราชอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ </li></ul>ถิ่นฐาน ราชอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ก่อตั้งขึ้นตรงดินแดน ๒ ฝั่งแม่น้ำโขง ได้แก่            - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของราชอาณจักรสยาม โดยเริ่มตั้งแต่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดเพชรบูรณ์ และพื้นที่ใกล้เคียง            - ภาคตะวันตกกับภาคเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเริ่มตั้งแต่นครจำปาศักศิ์ ไปจรดกรุงเวียงจันทน์
  10. 10. การปกครอง ระบบราชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมืองหลวง สันนิษฐานว่า เดิมทีเมืองหลวง คือ เมืองนครพนม ( จังหวัดนครพนม ) แต่ภายหลังได้สร้างเมืองหลวงใหม่ มีนามว่า “ มรุกขนคร ” ตั้งอยู่บริเวณเมืองท่าแขก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
  11. 11. วัฒนธรรม <ul><li>            สันนิษฐานว่า ประชาชนของราชอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ นับถือพระพุทธศาสนาอย่างมาก โดยเห็นได้จากการก่อสร้างศาสนสถาน ศาสนวัตถุ อาทิเช่น </li></ul><ul><li>วัดพระธาตุวรมหาวิหาร พร้อมทั้งมีประเพณีเกี่ยวเนื่องกับศาสนา การเกษตร </li></ul>
  12. 12. วิธีชีวิต <ul><li>ประชาชนดำรงชีพด้วยการเกษตร แต่มีการค้าขายบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยอาศัยการคมนาคมทางน้ำ แต่ที่ราบที่ดอน ใช้เกวียน </li></ul>
  13. 13. พระธาตุพนม  
  14. 14. <ul><ul><li>องค์พระธาตุพนม   เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางวัฒนธรรมของชุมชนหรือเมืองที่มีชื่อปรากฏในตำนานอุรังคธาตุว่าศรีโคตรบูร เรื่องราวขององค์พระธาตุพนมและเมืองศรีโคตรบูร ได้สะท้อนถึงภาพของชุมชนและบ้านเมืองในแถบนี้ว่า ต่างมีเจ้าเมืองปกครองเป็นอิสระ ลักษณะเป็นบ้านเล็กเมืองน้อยกระจายอยู่ทั่วไป กลุ่มที่อยู่ในท้องถิ่นใกล้ องค์พระธาตุพนมได้แก่ เมืองศรีโคตรบูร เมืองหนองหารหลวง เมืองหนองหารน้อย เมืองสาเกตุหรือร้อยเอ็ดประตู เมืองพาน กลุ่มที่ห่างไกลองค์พระธาตุพนม ได้แก่ เมืองอินทปัฐนคร ( กัมพูชา ) และเมืองจุลณี ( เวียดนาม ) เมื่อระบบความเชื่อทางศาสนาได้แพร่เข้ามาจึงเกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมขึ้นระหว่างกลุ่มชน โดยสอดแทรกผสมกับรูปแบบศิลปกรรมท้องถิ่น   </li></ul></ul>
  15. 15. <ul><li>  โดยรอบองค์พระธาตุพนมเป็นชุมชนที่นับถือพุทธศาสนา </li></ul><ul><li>ที่ปรากฏหลักฐานจนถึงปัจจุบัน คือที่บ้านโปร่ง บ้านทู้ ซึ่งอยู่ห่างจากองค์พระธาตุพนมลงมาทางทิศใต้ มีใบเสมาเป็นหลักฐานสำคัญที่คงเหลือถึงปัจจุบัน ใบเสมาจำนวนหนึ่งมีลวดลายสลักเป็นรูปสถูป เช่นเดียวกับที่พบในเขตลุ่มน้ำมูล - ชี ส่วนด้านทิศเหนือขององค์พระธาตุพนม ที่บ้านหลักศิลาก็พบใบเสมา หินทรายมีลายสลักรูปสถูป บริเวณกึ่งกลางใบ รูปลักษณะเช่นเดียวกับใบเสมาที่พบในภาคอีสาน </li></ul>
  16. 16. <ul><li>สรุปได้ว่าหลักฐานสมัยทวารวดี ที่ปรากฏในเขตจังหวัดนครพนม จะพบบริเวณ 2 ฟากของลำน้ำก่ำ ซึ่งเป็นเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญแห่งหนึ่งในบริเวณนี้ ชุมชนในระยะก่อนประวัติศาสตร์ที่อยู่โดยรอบ ได้เคลื่อนย้ายมายังศูนย์กลางชุมชนแห่งใหม่ โดยผ่านมาทางลำน้ำก่ำซึ่งมีต้นกำเนิดจากหนองหารมาสู่บริเวณที่ตั้งขององค์พระธาตุพนม ผ่านอำเภอนาแก อำเภอธาตุพนม ชุมชนที่ตั้งอยู่ในเส้นทางนี้ มีวัตถุเคารพเป็นใบเสมาเช่นกัน </li></ul>
  17. 17. วัฒนธรรมล้านช้าง <ul><ul><li>วัฒนธรรมล้านช้าง ( ราวพุทธศตวรรษที่ 20-24) ชุมชนต่าง ๆ ในลุ่มแม่น้ำโขงเรียงรายขึ้นไปในลำน้ำโขงและมีชื่อเมืองโคตรบูรณ์อยู่ด้วย ตามตำนานยังได้กล่าวถึงอาณาเขตของ ศรีโคตรบูรณ์ไว้ว่า มีอาณาเขต ตั้งแต่ยางสามต้น อ้นสามขวย ( ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ) หลวยใส่ ภูทอก ตอกใส่ภูเขียว ( เขตจังหวัดมุกดาหาร และเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ ) เหลียวใส่ภูผาเม็ด ( เขตจังหวัดสกลนคร ) เบ็ดใส่วังหลง วงใส่วังแมงก่าเบื้อ ( ผีเสื้อ ) ลีเลือใส่อวนตาล พานใส่ กวนตอ ( อ้อมไปทางฝั่งลาว ) งอใส่กวนเหมือด เหลือดใส่กวนพาน สักขยานใส่วังทะฮาน </li></ul></ul>
  18. 18. <ul><li>ในสมัยพระเจ้าสามแสนไทยซึ่งเป็นราชโอรสของพระเจ้าฟ้างุ้มกษัตริย์ล้านช้าง ( พ . ศ . 1916-1959) ได้พยายามขยายอาณาเขตและอิทธิพลลงมาทางใต้อีก จึงได้ส่งราชบุตร ชื่อเจ้าลือไชยลงมาครองเมืองศรีโคตรบูรณ์ ต่อมาในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิชัยแผ่นแผ้วกษัตริย์ ล้านช้าง ( พ . ศ . 1999-2021) ได้ส่งราชโอรสชื่อท้าวหมื่นหลวง ไปครองเมืองศรีโคตรบูรณ์ และได้สร้างพระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านช้างไว้ในพระอุโบสถวัดพระธาตุพนม โดยมีจารึกไว้ใต้ฐานพระพุทธรูปว่าได้สร้างในปีศักราช 865 ( พ . ศ . 2046)  </li></ul>
  19. 19. วัฒนธรรม <ul><li>  ในระยะนี้องค์พระธาตุพนมพนมยังคงเป็นที่เคารพสักการะของชุมชน 2 ฝั่งแม่น้ำโขง และได้รับการดูแลเรื่อยมา จากบันทึกของ เดอลาปอกต์และฟรองซิสกากนิเย่ ( ทองสมุทรโดเร ลามหมาย เปรมจิตต์ แปล : 2539) กล่าวว่า ธาตุพนมเป็นหมู่บ้านสำคัญริมฝั่งขวาแม่น้ำโขง มีบ้านร้อยกว่าหลังคา มีตลาดซื้อขายทาส ขายควาย พระพิทักษ์เจดีย์เป็นหัวหน้า ขึ้นตรงกับเจ้าเมืองละคอน หลวงภูษารัตน์ ปลัดกลางขึ้นกับเจ้าเมืองบางมุกซึ่งเป็นขุนนางสยามขึ้นตรงต่อมณฑลอุดร หมู่บ้านโดยรอบซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาพระธาตุพนม คือ หมู่บ้านหนองปิง บ้านดงภู บ้านปากคำ บ้านหัวดอน </li></ul>
  20. 20. <ul><li>คนที่มีหน้าที่ดูแลรักษาวิหารวัดพระธาตุพนมนั้นมีประมาณ 2,000 คน ทำกิจวัตรตามพระบรมราชโองการของพระเจ้าแผ่นดินสยาม และต่อมาไม่ได้เสียค่าภาษีอากร ชาย 5 คนมีหน้าที่เฝ้าดูแลวิหารประมาณ 5 วัน เพื่อซ่อมแซมสิ่งที่ทรุดโทรมและสักการบูชาพระธาตุทุกวัน ด้วยน้ำและข้าวปลาอาหาร เหมือนกับการบวงสรวงเทวาอารักษ์ คณะมโหรีสยามได้บรรเลงเพลงให้เป็นเกียรติแก่พระธาตุทุกวัน พิธีไหว้พระธาตุมีขบวนฆ้องนำหน้าวางดอกไม้ธูปเทียนบูชาทั้ง 4 ด้าน ภิกษุสวดมนต์ ถวายเครื่องไทยทานซึ่งประกอบด้วยมะพร้าว กล้วยอ้อย น้ำผึ้ง ฝ้ายเส้น หมาก และพลู </li></ul>
  21. 21. สมัยรัตนโกสินทร์ <ul><li>ครั้น พุทธศักราช สภาพเศรษฐกิจและสังคมของนครพนม ในระยะนี้ค่อนข้างจะเฟื่องฟูทางตอนบนราบลุ่มแม่น้ำสงครามนั้นได้ผลิตเครื่องปั้นดินเผากันอย่างกว้างขวาง พบแหล่งเตาเผากระจายอยู่ตามริมฝั่งลำน้ำสงคราม ตั้งแต่บ้านหาดแพงอำเภอศรีสงคราม ผ่านบ้านนาทม อำเภอนาทม ขึ้นไปจนเกือบถึงปากน้ำห้วยชางในเขตอำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย รวมระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร </li></ul>
  22. 22. <ul><li>เตาเผาที่ผลิตขึ้นนี้ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเตาขุดหรือเตาอุโมงค์ ปากเตาหันลงสู่แม่น้ำเนินดินที่สร้างขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ แล้วขุดเจาะเป็นรูปเตาเข้าไปหรืออาจจะฉาบดินเหนียว รูปแบบของเตาเป็นเตาทรงประทุนปล่องไฟรูปสี่เหลี่ยมมน ( ขจีพันธ์ เครือวรรณ : 2537) ที่อำเภอนาทมมีกลุ่มเตาเผาโบราณจำนวน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเตาบ้านหนองอ้อ และกลุ่มเตาบุ่งอีซา ภาชนะที่ผลิตโดยมากจัดอยู่ในประเภทเนื้อแกร่ง ผิวสีเทา สีคล้ำ ไม่เคลือบผิว และเคลือบสีน้ำตาล </li></ul>
  23. 23. สมัยรัตนโกสินทร์ ( พระบรมราชาเอวก่าน ) <ul><li>ในปี พ . ศ . 2281 พระบรมราชาเอวก่าน ( ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัว บรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ) ได้ย้ายเมืองลงไปทางใต้ลำแม่น้ำโขงทางฝั่งซ้าย คือ บริเวณที่ประดิษฐานองค์พระธาตุพนมศรีโคตรบอง ( พระธาตุเมืองเก่า เมืองท่าแขก ส . ป . ป . ลาว ) เยื้องที่ตั้งจังหวัดนครพนมในปัจจุบันนี้ เพราะว่าที่ตั้งเมืองเดิมถูกน้ำเซาะตลิ่งโขงพังลงมากและให้เปลี่ยนนามเมืองจาก   เมืองศรีโคตรบูรณ์   เป็น   เมืองมรุกขนคร </li></ul>
  24. 24. <ul><li>พระบรมราชา ( เอวก่าน ) มีบุตรธิดารวม 2 คน คือ ท้าวกู่แก้ว และนางสุวรรณทอง เมื่อท้าวกู่แก้วอายุได้ 15 ปี พระบรมราชาได้นำท้าวกู่แก้วไปถวายตัวเป็นมหาดเล็กเจ้าผู้ครอง นครจำปาศักดิ์ ซึ่งเป็นประเทศเอกราชแยกออกมาตั้งอาณาจักรขึ้นใหม่ไม่ยอมขึ้นกับราชอาณาจักรเวียงจันทน์   </li></ul>
  25. 25. งานประเพณีไหลเรือไฟ
  26. 26. งานประเพณีไหลเรือไฟ    <ul><li>  กิจกรรม มหกรรม ไหลเรือไฟ   การลอยกระทงสาย งานพาแลง และมหรสพต่างๆ รำบูชาพระธาตุพนมของสาวงาม 7 เผ่า การแห่ขบวนปราสาทผึ้ง    เรือไฟบก แข่งขันเรือยาว พาข้าวแลง ชมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การแสดงศิลปวัฒนธรรม การออกร้านจำหน่ายสินค้านานาชนิด </li></ul>
  27. 27. ความเป็นมาของประเพณีไหลเรือไฟ <ul><li>  ไหลเรือไฟเป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งที่ชาวอีสานสืบทอดปฏิบัติในเทศกาลออกพรรษา   ทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำ    ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ตามแม่น้ำลำคลอง จังหวัดที่มีการไหลเรือไฟปัจจุบันคือ   จังหวัดศรีสะเกษ สกลนคร   นครพนมหนองคาย เลย และอุบลราชธานี โดยเฉพาะชาวนครพนมนั้นถือเป็นประเพณีสำคัญมาก เมื่อใกล้จะออกพรรษาชาวบ้านจะแบ่งกันเป็น “ คุ้ม ” โดยยึดถือเอกชื่อวัดใกล้บ้านเป็นหลักในการตั้งชื่อคุ้ม </li></ul>
  28. 28. <ul><li>ชาวคุ้มวัดต่าง ๆ ก็จะจัดให้มีการแข่งเรือ ส่วงเฮือ แห่ปราสาทผึ้ง และการไหลเรือไฟเรือไฟ   หรือภาษาถิ่นเรียกกันว่า “ เฮือไฟ ” นี้เป็นเรือที่ทำด้วยต้นกล้วยท่อนกล้วยหรือไม้ไผ่ ต่อเป็นลำเรือยาวประมาณ 5 - 6 วา ข้างในบรรจุขนม ข้าวต้มผัดหรือสิ่งของที่ต้องการบริจาคทาน ข้างนอกเรือมีดอกไม้ ธูปเทียน ตะเกียง ขี้ไต้ สำหรับจุดให้สว่างไสวก่อนจะปล่อยเรือไฟ   ซึ่งเรียกว่า การไหลเรือไฟ หรือ ปล่อยเฮือไฟ </li></ul>
  29. 29. <ul><li>ชาวนครพนมได้ผสมผสานความเชื่อถือใน การไหลเรือไฟ ไว้ด้วยสาเหตุหลายอย่าง และเนื่องจากลักษณะทำเลภูมิประเทศแม่น้ำโขงหน้าเมืองนครพนมนั้นสวยงามมาก โดยเฉพาะในวันเพ็ญ เดือน 11  ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศเย็นสบาย ชาวนครพนมจึงได้ร่วมใจกันฟื้นฟูประเพณี ไหลเรือไฟ ให้เป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดเมื่อ พ . ศ . 2523 มีงานรวม 4 วัน ตั้งแต่วันขึ้น 12 -15 ค่ำ แต่วันที่สำคัญที่สุดคือ วันสุดท้าย ซึ่งเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11  มีการไหลเรือไฟลงสู่แม่น้ำโขงอย่างมโหฬาร </li></ul>
  30. 30. พิธีและกิจกรรม <ul><li>ก่อนถึงวันงาน ไหลเรือไฟ   ชาวคุ้มวัดจะช่วยกันประดิษฐ์ตกแต่งเรือไฟด้วยต้นกล้วย ไม้ไผ่หรือวัสดุอย่างใดอย่างหนึ่งที่สามารถลอยน้ำได้ ให้มีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือมีความยาวไม่น้อยกว่า 6 เมตร จะประดิษฐ์เป็นรูปเจดีย์ วิหาร หงส์ นาค ครุฑ หรือรูปอย่างใดก็ได้ที่คิดว่าสวยงาม มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้เพื่อความสวยงามและเพื่อให้การจุดประทีปโคมไฟอยู่ได้ทนทาน </li></ul>
  31. 31. <ul><li>      เมื่อถึงวันงาน ภาคกลางวันก็จะมีขบวนแห่ ไหลเรือไฟ บก ซึ่งนำขึ้นไปวางบนพาหนะล้อเลื่อนต่าง ๆ   แล้วเข้าขบวนแห่แหนทุกคุ้มวัดพร้อมกัน โดยมีการแสดงพื้นบ้านประกอบขบวนอย่างสนุกสนานสวยงาม ในขณะนั้นคณะกรรมการตัดสินก็จะให้คะแนนผู้ที่จัดส่งเรือไฟเข้าประกวดด้วย ขบวนแห่เรือไฟในภาคกลางคืน ก็จะมีการทำพิธีกรรมทางศาสนา เช่น กราบพระ รับศีล ฟังเทศน์ และการกล่าวบูชารอยพระพุทธบาท ต่อจากนั้นจึงนำเรือไฟไปลงน้ำ และเริ่มจุดประทีปโคมไฟแล้วปล่อยให้ล่องไปตามแม่น้ำโขงลงไปทางทิศใต้ </li></ul>
  32. 32. แนะนำสถานที่ท้องเทียว พระธาตุพนม
  33. 33. พระธาตุพนม
  34. 34. พระธาตุพนม
  35. 35. พิธีไหลเรื่อไฟ
  36. 36. พิธีไหลเรื่อไฟ
  37. 37. แม่น้ำโขง
  38. 38. บรรณานุกรม <ul><li>www.thaitour.com/thaitour/northeast/nakornphanom/main.htm </li></ul><ul><li>www.sawasdeenakhonphanom.com </li></ul><ul><li>www.siamfreestyle.com/ </li></ul>
  39. 39. ผู้จัดทำ นาย สัตยา จันทะบุรี ชั้นมัธยมศึษาปีที่ 5/2 เลขที่ 10 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ร้อยเอ็ด

×