เยอรมันนี

635 views

Published on

บังอร เอกรักษา ม.5/2

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
635
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

เยอรมันนี

  1. 1. ประเทศเยอรมนี
  2. 2. ลักษณะภูมิประเทศและที่ตั้ง สหพันธ์สาธารณรัฐ เยอรมนี หรือเรียกสั้นๆ ว่าเยอรมันหรือเยอรมนี ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป ล้อมรอบด้วยประเทศเพื่อนบ้านถึง 9 ประเทศ คือเดนมาร์กอยู่ทางเหนือเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ลักเซมเบิร์กและฝรั่งเศส อยู่ทางตะวันตก สวิตเซอร์แลนด์และออสเตรียอยู่ทางใต้ สาธารณรัฐเชค และโปแลนด์อยู่ทางตะวันออก นับเป็นประเทศยุโรปที่มีจำนวนเพื่อนบ้าน มากที่สุด
  3. 3. นับตั้งแต่มีการ รวมประเทศในปี ค . ศ . 1990 เยอรมันกลายเป็นประเทศสำคัญ ที่ไม่เพียงแต่เป็นตัวเชื่อมยุโรปตะวันตกและ ตะวันออกเข้าด้วยกัน แต่ยังเชื่อม ประเทศทางตอนเหนือ คือ กลุ่มสแกนดิเนเวียกับกลุ่มประเทศทางตอนใต้ซึ่งอยู่ ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกด้วย เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป เยอรมันจึงเป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างประเทศในยุโรปตอนกลางและยุโรป ตะวัน ออก ยิ่งกว่านั้นการที่มีที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป ยังทำให้เยอรมันเป็น จุดเริ่มต้นที่ดีของการท่องเที่ยวแถบนี้
  4. 4. เยอรมัน มีพื้นที่ประมาณ 357,000 ตารางกิโลเมตรพรมแดนทางตอนเหนือ ของประเทศติดกับฝั่งทะเลเหนือ ( North Sea) และทะเลบัลติคทางตอนใต้ จรดเทือกเขาแอลป์ในบาวาเรียนระยะทางส่วนที่ยาวที่สุดจากเหนือจรดใต้ 876 กิโลเมตร จากตะวันตกไปตะวันออกประมาณ 640 กิโลเมตร ภูมิประเทศของเยอรมันมีทิวทัศน์งดงามแตกต่างกันไปหลายรูปแบบ เนินเขาทะเลสาบตลอดจนที่ราบโล่งกว้างใหญ่ ทางตอนเหนือเป็นแนว ชายฝั่งทะเลเต็มไปด้วยเกาะแก่ง ทะเลสาบ ท้องทุ่งที่มีพุ่มไม้ปกคลุม เนินทราย และบริเวณปากแม่น้ำที่สวยงามส่วนทางตอนใต้แถบที่ราบ สูงชวาเบียน - บาวา เรียงเต็มไปด้วยเนินเขาและทะเลสาบขนาดใหญ่ มีบริเวณครอบคลุมถึงเทือกเขาแอลป์ในส่วนของเยอรมัน
  5. 5. ลักษณะภูมิอากาศและฤดูกาล ลักษณะอากาศของเยอรมันเป็นแบบค่อนข้างไปทางหนาวเย็น มี 4 ฤดู คือ ฤดูร้อน ( มิถุนายน – สิงหาคม ) อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 18 – 20 องศาเซลเซียส แต่อาจจะสูงขึ้นถึง 30 องศา หรือสูงกว่า ฤดูใบไม้ร่วง ( กันยายน – พฤศจิกายน ) อากาศจะเย็นลงและมีฝน ใบไม้จะเปลี่ยน เป็นสีเหลืองบ้าง สีแดงบ้างดูสวยงาม ฤดูหนาว ( ธันวาคม – กุมภาพันธ์ ) อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 5 องศา ถึง ลบ 5 องศา เซลเซียส โดยจะมีหิมะตกบ้าง ฤดูใบไม้ผลิ ( มีนาคม – พฤษภาคม ) อากาศจะอุ่นขึ้น ดอกไม้เริ่มบานและต้นไม้จะ แตกใบอ่อน นำความเขียวขจีกลับมาอีกครั้ง
  6. 6. เวลา การ แบ่งเวลาของเยอรมันเป็นแบบยุโรปตอนกลาง ซึ่งเวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 6 ชม . ระหว่างเดือน พฤศจิกายนถึงมีนาคม ส่วนในช่วงฤดูร้อนระหว่าง เดือนเมษายนถึงตุลาคม เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 5 ชม .
  7. 7. ประชากร เยอรมันมีประชากรประมาณ 82 ล้านคนซึ่งมากเป็นอันดับสองรองจากรัสเซีย ในจำนวนนี้ 7.3 ล้านคน เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานอพยพ มาจากตุรกี ยุโรปตอนใต้และยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มเข้ามาตั้งแต่ ช่วงหลังค . ศ . 1960 ซึ่งนับมาถึงปัจจุบันก็เป็นรุ่นที่ 2 และ 3 แล้ว
  8. 8. ชาวเยอรมันสืบเชื้อ สายมาจากเผ่าพันธุ์เยอรมันดั้งเดิมหลายเผ่า เช่น เผ่าซัคเซน และบาวาเรียน ซึ่งปัจจุบันเราจะไม่เห็นความแตกต่างนี้แล้วแต่ยังมีคนเยอรมันบาง กลุ่มที่ยังรักษาขนบธรรมเนียมและพูดภาษาเผ่าดั้งเดิมของตนโดยใช้เป็นภาษาถิ่นต่างๆ กันไป การหลั่งไหลเข้ามาของชาวต่างชาติก่อให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรมใน เยอรมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามเมืองใหญ่ๆเยอรมันเป็นสังคมเปิด กล่าวคือ ยอมรับผู้คนซึ่งอพยพเข้ามาหาที่หลบภัยและผู้อพยพหนีสงครามการให้มีการเปิด เสรีสำหรับผู้ใช้แรงงาน การเป็นกลุ่มผู้นำ ต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการประกอบอาชีพ และเลือกถิ่นที่อยู่ภายในสหภาพยุโรป
  9. 9. ศาสนา ชาว เยอรมันกว่า 55 ล้านคนนับถือศาสนาคริสต์นิกายต่างๆ โดยมีนิกายโปแตสแตนท์ มีผู้นับถือประมาณ 27.6 ล้านคน นิกายโรมันคาทอลิก 27.5 ล้านคน เยอรมันไม่มีศาสนา ประจำชาติ การมีแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงาน ทำให้มีชุมชน ที่นับถือศาสนาอื่นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาอิสลาม ซึ่งมีผู้นับถือศาสนาอิสลามในเยอรมันประมาณ 2.6 ล้านคน จาก 41 ชาติทั่วโลก นอกจากนั้นก็มีผู้นับถือศาสนายิว ฮินดู และพุทธ
  10. 10. ระบบการเมือง หลัง สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อระบบเผด็จการนาซีล่มสลาย มีการแบ่งเยอรมัน ออกเป็น 2 ประเทศในปี ค . ศ . 1949 คือ เยอรมันตะวันตกและเยอรมัน ตะวันออก ( ซึ่งประเทศทั้ง 2 ได้รวมเป็นเอกภาพเมื่อปี ค . ศ . 1990) ประกอบด้วย ประธานาธิบดีสหพันธ์ ( President) มีรัฐสภาซึ่งแบ่งเป็น สภาสูง (Bundestag) และสภาล่าง ( Bundesrat) หัวหน้ารัฐบาลคือนายกรัฐมนตรี (Chancellor) สิ่งที่น่าภาคภูมิใจในรัฐธรรมนูญเยอรมันก็คือ การระบุความสำคัญของสิทธิพื้นฐาน คนเยอรมันนับถือในเกียรติของความเป็นมนุษย์ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเยอรมันไม่ว่า จะเป็นชนชาติใดก็ตามสามารถเรียกร้องสิทธิ
  11. 11. พื้นฐานตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เช่น เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในทรัพย์สิน และเสรีภาพทางหนังสือพิมพ์ การเผยแพร่ข่าวของ สื่อมวลชนแขนงต่างๆ จะทำได้โดยไม่มีการเซ็นเซอร์จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ เยอรมันเป็นหนึ่ง ในประเทศที่ร่วมก่อตั้งสหภาพยุโรปและการออกเงินตรา ของสหภาพยุโรป และเป็นสมาชิกขององค์กรนาโต้ ( NATO) ในปี ค . ศ . 1990 เยอรมันตะวันออกซึ่งมีชื่อเป็นทางการว่า สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยเยอรมัน และปกครองแบบสังคมนิยมได้รวมประเทศเข้ากับ เยอรมันตะวันตกกลายเป็น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันในปัจจุบัน
  12. 12. การปกครอง สหพันธ์ สาธารณรัฐเยอรมนี ประกอบด้วย 16 รัฐ คือ บาเดน - เวือร์เทมแบร์ก บาวาเรีย เบอร์ลิน บรันเดนบวร์ก เบรเมน ฮัมบวร์ก เฮลเซน นีเดอร์ซัคเซน เมคเคลนบวร์ก - ฟอร์พอมเมิร์น นอร์ดไรน์ - เวสท์ฟาเลน ไรน์ลันฟัลส์ซาร์ลันด์ ซัคเซน ซัคเซน - อันฮัลท์ ชเลสวิก - โฮลชไตน์ และเธือริงเงนแต่ละรัฐมีรัฐธรรมนูญ เป็นของตนเอง โดยสภาผู้แทนแห่งรัฐมาจากการได้รับเลือกตั้งของสมาชิกพรรคต่างๆ ในรัฐนั้นๆ และสามารถออกกฎหมายใช้เองภายในรัฐได้ เช่นระบบการศึกษา รวมถึงระดับอุดมศึกษาอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของแต่ละรัฐ
  13. 13. คน เยอรมัน 26 ล้านคนหรือประมาณ 1 ใน 3 ของประชากร อาศัยอยู่ใน 86 เมืองใหญ่ๆซึ่งประชากรกว่า 100,000 คนขึ้นไป ศูนย์กลางในทางเศรษฐกิจวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม จึงไม่ได้จำกัดอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งเพียงแห่งเดียว โรงภาพยนตร์ โรงละคร โรงแสดงคอนเสิร์ตพิพิธภัณฑ์ สถาบันศิลปะ ห้องสมุด มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ศูนย์การค้าจะมีหลากหลาย กระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ และแต่ละเมืองจะมีลักษณะเฉพาะของตน
  14. 14. กรุงเบอร์ลิน ( Berlin) เมืองหลวงของประเทศตั้งแต่ปี ค . ศ . 1990 เป็นเมืองใหญ่สุด มีประชากร 3.5 ล้านคน เป็นศูนย์กลางทางการเมือง และวัฒนธรรม มีโรงละคร โรงแสดงคอนเสิร์ตวงดนตรีขนาดใหญ่ที่เรียกว่า วงออเคสตร้า พิพิธภัณฑ์ และเวทีแสดงศิลปะและดนตรีที่มีชื่อเสียง มีสถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัย 11 แห่ง วิทยาลัยศิลปะและดนตรีอีก 6 แห่ง นับเป็นเมืองที่มีสถาบันอุดมศึกษามากที่สุดในเยอรมัน
  15. 15. กรุงเบอร์ลิน
  16. 16. ฮัมบวร์ก ( Hamburg) เป็นเมืองท่าเรือสำคัญ มีประชากร 1.7 ล้านคน 15 เปอร์เซ็นต์ของประชากรเป็นชาวต่างชาติ เมืองนี้จึงมีบรรยากาศของความ เป็นสากล นอกจากนี้ยังเป็นเมืองศูนย์กลางการสื่อสารมวลชน ผลิตหนังสือพิมพ์ และนิตยสาร 17 ใน 24 ฉบับของเยอรมันที่มียอดจำหน่ายกว่า 1 ล้าน มีมหาวิทยาลัย 3 แห่ง และสถาบันการศึกษาระดับสูงอีกหลายสถาบัน
  17. 17. ฮัมบวร์ก
  18. 18. มิวนิค ( München) เมือง มิวนิคเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย มีประชากรประมาณ 1.3 ล้านคน เป็นเมืองที่มีหอศิลปะ สวนสาธารณะ และพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงหลายแห่งงานมหกรรมใหญ่ประจำปีที่ทั่วโลกรู้จักคือ Oktoberfest เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทที่มีชื่อเสียง เช่น BMW และ ซีเมนส์ บริษัทที่ผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง และสถาบันวิจัยอีกหลายแห่ง มีมหาวิทยาลัย 3 แห่ง และสถาบันการศึกษา ระดับสูงอีก 8 แห่ง
  19. 19. มิวนิค
  20. 20. แฟรงค์เฟิร์ต ไมน์ ( Frankfurt) ประตู สู่ยุโรป เป็นศูนย์กลางท่าอากาศยาน ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมัน มีประชากร 650,000 คน เป็นแหล่งการเงินนานาชาติ และตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารกลางของยุโรป สำนักงานใหญ่ของธนาคารหลายแห่ง อยู่ที่เมืองนี้ รวมทั้งเป็นที่ตั้งของหอสมุดแห่งชาติและงานแสดงหนังสือนานาชาติที่ใหญ่ที่ สุดในโลก
  21. 21. แฟรงค์เฟิร์ต ไมน์
  22. 22. โคโลญจ์ เมืองนี้ประกอบด้วยโบสถ์สวยงามมากมาย มีประชากรประมาณ 1,000,000 คน เป็นเมืองเก่ากว่า 2,000 ปี และยังเป็นศูนย์กลางศิลปะ ดนตรี ร่วมสมัย มหาวิทยาลัยโคโลญจ์ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค . ศ . 1388 ปัจจุบันมีนักศึกษามหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาระดับสูงอื่น ๆ อยู่เกือบแสนคน
  23. 23. แฟรงค์เฟิร์ต ไมน์
  24. 24. ไลป์ซิก ( Leipzig) มีประชากรประมาณ 470,000 คน เคยเป็นเมืองสำคัญสำหรับจัดงานแสดงสินค้ามาหลายร้อยปีแล้ว เมื่อมีการรวมประเทศ เมืองนี้จึงกลับมามีบทบาทสำคัญทางการค้า กับทั่วโลกมากขึ้น มหาวิทยาลัยของเมืองนี้ ก่อตั้งมากว่า 600 ปี และเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง
  25. 25. ไลป์ซิก
  26. 26. บอนน์ ( Bonn) มีประชากรประมาณ 300,000 คนเคยเป็นเมืองหลวง ของเยอรมันตะวันตก แม้ว่าหลังการร่วมประเทศเมื่อปี ค . ศ . 1990 เบอร์ลินจะกลาย เป็นเมืองหลวงของประเทศ แต่สถานที่ราชการหลายแห่งยังคงอยู่ที่เมืองนี้รวมทั้งองค์กร และสถาบันต่าง ๆ เช่น องค์กรแลกเปลี่ยนทางวิชาการ ( German Academic Exchange Service) และสภาวิจัยของเยอรมัน ( DFG) มหาวิทยาลัยของเมือง นี้มีนักศึกษาประมาณ 40,000 คน เมืองที่น่าสนใจอื่นๆ มีอีกหลายเมือง เช่น ฮันโนเวอร์ ( Hannover) ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการแสดงสินค้าอุตสาหกรรม , สตุ๊ทการ์ท ( Stuttgart) ซึ่งมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และเมืองไวมาร์ ( Weimar) ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และ
  27. 27. บอนน์
  28. 28. การคมนาคม ทางอากาศ ราคาค่าตั๋วบินภายในประเทศแพงมาก อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน มีสายการบินต้นทุนต่ำให้บริการมากมายราคาค่าตั๋วของสายการบินเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับว่า ซื้อตั๋วก่อนล่วงหน้าการเดินทางนานเท่าใดโดยสามารถกระทำ ได้ทางอินเตอร์เน็ต ทางรถยนต์ ทางด่วนมีความสะดวกมาก และเชื่อมเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ และไม่คิดค่าผ่านทาง ทางรถไฟ สะดวก และรวดเร็วกว่ารถยนต์ อัตราค่าโดยสารรถไฟชั้นสอง ราคาอย่างถูกที่สุดอยู่ที่ประมาณ 111 ยูโร แต่ปัจจุบันสามารถซื้อตั๋วรถ ไฟได้ในราคาที่ถูกและเหมาะสม โดยต้องซื้อ ตั๋วล่วงหน้าก่อนการเดินทางอย่างน้อย 3 วัน
  29. 29. สารานุกรมเสรี . (“ ประเทศเยอรมัน .”) 26 พฤศจิกายน 2553. < http://th.wikipedia.org/wiki. > 4 ธันวาคม 2553. ประเทศเยอรมัน . (“ ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศ เยอรมนี . ”) 4 ธันวาคม 2553. < www.toursooksun.com/index.php?lay=show&ac. > 4 ธันวาคม 2553. บรรณานุกรม
  30. 30. จบการนำเสนอ จัดทำโดย นางสาว บังอร เอกรักษา ชั้น ม5/2 เลขที่

×