นศ.331

940
-1

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
940
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
5
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

นศ.331

  1. 1.  นศ.331 การผลิต รายการวิท ยุก ระจาย เสีย ง  ภาพรวมของสื่อ วิท ยุใ นปัจ จุบ ัน สื่อวิทยุมีบทบาทสำาคัญมากในปัจจุบัน เพราะสามารถเข้าถึงคนได้จำานวนมาก ๆ พร้อม ๆ กัน ทำาให้กลายเป็นสื่อมวลชนที่สำาคัญที่มีคนต้องการใช้เป็นสื่อกลางในการดำาเนินกิจการ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และเป็นเครื่องมือในการสื่อสารองค์กร ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ ธุรกิจเอกชน ก็ตามหากจำาแนกสถานีวิทยุตามลักษณะของเป้าหมายและประเภทของการประกอบการนั้น หลักเกณฑ์สำาคัญในการจำาแนกประเภทอยู่ที่เรื่องเป้าหมายขององค์กร ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม และที่มาของรายได้ แบ่งได้ 5 ประเภท ประเภทการ เป้า หมายของสถานีว ิท ยุ ที่ม าของรายได้แ ละลัก ษณะส ประกอบการวิท ยุข องรัฐ * รักษาประโยชน์ของชาติ * รายได้จากงบประมาณ(state radio) * รักษาความมั่นคงของ * เป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อของ รัฐบาลและรัฐ * ถูกใช้ในการแสวงหาประโยชน์อื่น ๆวิท ยุใ ต้ด ิน * ต่อต้านรัฐบาล/รัฐ * รายได้จากกลุ่มต่อต้านรัฐหรือองค์กรสนับ(undergroun * ต่อต้านวิทยุกระแสหลัก * ผิดกฎหมาย ต้องดำาเนินการแบบไม่เปิดเผd radio) * สร้างพื้นที่อิสระของตนเอง เพื่อตอบสนองสิทธิ เสรีภาพ ในการพูด แสดงความคิดเห็นวิท ยุข องชุม ชน * รักษาประโยชน์ของชุมชน * รายได้จากสมาชิก ,เงินบริจาค กองทุนขอ(community * ไม่แสวงหากำาไร จากองค์กรสาธารณะ โฆษณาradio) * กลุ่มองค์กรชุมชนเป็นเจ้าของและดำาเนินก ร่วมสูงวิท ยุข อง * รักษาประโยชน์ของ * รายได้จากภาษีเครื่องรับ นศ.331 การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง/อ.อุดมวิทย์ นักดนตรี
  2. 2. 2 ประเภทการ เป้า หมายของสถานีว ิท ยุ ที่ม าของรายได้แ ละลัก ษณะส ประกอบการสาธารณะ หรือ สาธารณะ ขององค์กร หรือ * รายได้จากงบประมาณวิท ยุบ ริก าร สถาบันการศึกษา * รายได้จากส่วนแบ่งรายได้ของวิทยุ/โทรทสาธารณะ * มุ่งรักษาบรรทัดฐานทาง *ไม่มีโฆษณา(public วัฒนธรรมของสังคม * องค์กรของรัฐเป็นเจ้าของและมีการดำาเนินservice radio) * ไม่แสวงหากำาไร จากการแทรกแซงหรือควบคุมของรัฐวิท ยุข อง * รักษาประโยชน์ของธุรกิจ * รายได้จากค่าโฆษณาเอกชน หรือ เอกชน * รายได้จากการขาย /ให้เช่าเวลาวิท ยุเ ชิง * มุ่งแสวงหากำาไรจากการ * รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่สืบเนื่องจพาณิช ย์ ประกอบธุรกิจ(commercialradio)สถานีว ิท ยุข องรัฐ วิทยุของรัฐมีเครือข่ายให้อยู่ 3 เครือข่าย คือ เครือข่ายวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ของกรมประชาสัมพันธ์ เครือข่ายวิทยุ อ.ส.ม.ท. ซึ่งมีพันธกิจในด้านการสื่อสารมวลชน และเครือข่ายวิทยุของกองทัพต่าง ๆ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อดำาเนินการด้านความมั่นคง 1. เครือ ข่า ยวิท ยุก ระจายเสีย งแห่ง ประเทศไทย (สวท.) ปัจจุบันกรมประชาสัมพันธ์มีเครือข่ายวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย 147 สถานี แบ่งเป็น ระบบเอเอ็ม 60 สถานี และระบบเอฟเอ็ม87 สถานี (ไม่รวมคลื่นสั้นอีก 5 สถานี) ปัจจุบันแบ่งรายการออกอากาศเป็น 7 เครือข่าย ทั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นเนื้อหาให้เหมาะกับกลุ่มผู้ฟังเฉพาะกลุ่ม คือ • สวท.1 เครือข่ายแห่งชาติ หรือเครือข่ายเพื่อข้อมูลข่าวสารแห่ง รัฐและประชาชน (เอเอ็ม 891 เป็นแม่ข่าย ลูกข่ายเป็นเอเอ็ม 16 สถานีทั่วประเทศ กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย คือ ผู้นำาทางสังคมทุกระดับ เครือข่ายนี้สถานีลูกข่ายจะผลิตรายการเองร้อยละ 20 • สวท.2 เครือข่ายเพื่อการถ่ายทอดสด หรือเครือข่ายเพื่อส่งเสริม การปกครองระบอบประชาธิปไตย และส่งเสริมอาชีพ มีเอเอ็ม 819 เป็นแม่ข่าย ส่วนลูกข่ายเป็นเอเอ็ม 27 สถานีทั่วประเทศ กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย คือ ประชาชนทั่วไป เกษตรกร และผู้ใช้ แรงงาน เครือข่ายนี้สถานีลูกข่ายจะผลิตรายการเองร้อยละ 40 • สวท.3 เครือข่ายเพื่อการท่องเที่ยว การกีฬา ศาสนา วัฒนธรรม หรือเครือข่ายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม มีคลื่นเอฟเอ็ม 92.5 เป็นแม่ข่าย ส่วนลูกข่ายเป็นเอฟเอ็ม 54 สถานีทั่วประเทศ กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย คือ คนรุ่นใหม่ คนวัย ทำางาน เครือข่ายนี้สถานีลูกข่ายจะผลิตรายการเองร้อยละ 50 การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  3. 3. 3 • สวท.4 เครือข่ายเพื่อการศึกษา หรือ สวศ. ในปัจจุบัน เอเอ็ม 1467 เป็นแม่ข่าย ส่วนลูกข่ายมีระบบเอเอ็ม 8 สถานี และเอฟ เอ็ม 2 สถานี กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย คือ นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ สนใจด้านการศึกษา • สวท.5 เครือข่ายเพื่อข้อมูลข่าวสาร บริการจังหวัด หรือ สถานี วิทยุประจำาจังหวัดมีทั้งหมด 25 จังหวัด เป็นจังหวัดที่มีคุณสมบัติ อย่างใดอย่างหนึ่งเด่นชัดในการคัดเลือก เช่น เป็นจังหวัด CEO และจังหวัดเปรียบเทียบ จังหวัดท่องเที่ยว จังหวัดชายแดน จังหวัดที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เครือข่าย นี้มีระบบเอฟเอ็ม 23 สถานี เอเอ็ม 2 สถานี ถ่ายทอดข่าวและ รายการจากเอฟเอ็ม 92.5 ร้อยละ 50 และเป็นเครือข่ายนำาร่อง • สวท.6 เครือข่ายภาคภาษาต่างประเทศ – ในประเทศ มี ทั้งหมด 4 สถานี กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย คือ ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ ในประเทศไทย และพื้นที่ตะเข็บชายแดนลาว กัมพูชา พม่า เพื่อ สร้างความเข้าใจอันดี และส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย • สวท.7 เครือข่ายคลื่นสั้นระหว่างประเทศ มี 2 สถานี ออก อากาศ 12 ภาษา โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือชาวต่างชาติ ณ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงนักลงทุนต่าง ประเทศและส่งเสริมการท่องเที่ยว 2. เครือ ข่า ยวิท ยุ อ.ส.ม.ท. ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 62 สถานี เอเอ็ม 2 สถานี และเอฟเอ็ม 60 สถานี(กรุงเทพมี 9 สถานี) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเชื่อมโยงสังคมประชาธิปไตย กำาหนดรูปแบบรายการใน 2 ลักษณะ • ลัก ษณะเครือ ข่า ยวิท ยุ อ.ส.ม.ท. ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม ออกอากาศพร้อมกันทั่วประเทศ มีสถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท. 100.5 เมกะเฮิรตซ์ เป็นแม่ข่าย รายการหลักคือรายการประเภทข่าว และรายการสาระความรู้ • ลัก ษณะการจัด รายการตามประชากรที่อ ยู่อ าศัย ในเขต บริก าร จัดให้เหมาะสมกับพื้นที่ คือ กรุงเทพ ส่วนภูมิภาค จังหวัดใหญ่ และส่วนภูมิภาคจังหวัดเล็ก 3. เครือ ข่า ยวิท ยุข องกองทัพ ต่า ง ๆ ได้แก่ • สำา นัก ปลัด กระทรวงกลาโหม 3 สถานี • กองบัญ ชาการทหารสูง สุด 14 สถานี • กองทัพ บก 127 สถานี • กองทัพ เรือ 21 สถานี • กองทัพ อากาศ 36 สถานี • สำา นัก งานตำา รวจแห่ง ชาติ 44 สถานี ความหมายของการผลิต และการจัด รายการวิท ยุ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  4. 4. 4 การออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงจะมีงานที่เกี่ยวข้องกันอยู่ 2 ขั้นตอน คือ 1. การจัดรายการวิทยุ (Radio Programming) 2. การผลิตรายการวิทยุ (Radio Program Production)การจัด รายการวิท ยุ (Radio Programming) การจัด รายการวิท ยุ หมายถึง การกำาหนดแผนการออกอากาศรายการวิทยุกระจายเสียง โดยคำานึงถึงรูปแบบเนื้อหาและช่วงเวลาออกอากาศที่เหมาะสมสอดคล้องกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มผู้ฟังทั่วไป ทั้งนี้เพื่อให้สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ฟังให้ได้มากที่สุด สิ่งแรกที่จะต้องกระทำาเมื่อสถานีวิทยุที่จะออกอากาศกระจายเสียงคือการวางแผนการออกอากาศรายการต่าง ๆ ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม โดยต้องคำานึงถึง 1. รูปแบบและเนื้อหาของรายการว่ามีความเหมาะสมสอดคล้องกับ รสนิยม และความต้องการของกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายและผู้ฟังทั่วไป หรือไม่ 2. ช่วงเวลาการออกอากาศที่สามารถเข้าถึงและมีสอดคล้องกับวิถีการ ดำาเนินชีวต (Life Style )ของกลุ่มผู้ฟังทั่วไปหรือไม่ เพื่อให้ ิ สามารถดึงดูดใจของกลุ่มผู้ฟังรายการที่จัดขึ้นให้ได้จำานวนมาก ที่สุด การจัดรายการวิทยุเปรียบเสมือนฝ่ายเสนาธิการที่ทำาหน้าที่ กำา หนดยุท ธวิธ ี (Strategy) โดยการวางแผนว่าจะดำาเนินการด้วยวิธีการอย่างไรจึงจะทำาให้รายการประสบความสำาเร็จและสามารถแข่งขันกับสถานีคู่แข่งได้ซึ่งการวางแผนในการจัดตารางรายการออกอากาศนั้น จะต้องมีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลและปัจจัยต่าง ๆ มาประกอบเพื่อให้สามารถออกอากาศรายการได้ตรงตามความต้องการและความสนใจของผู้ฟังการผลิต รายการวิท ยุ (Radio Program Production) การผลิต รายการวิท ยุ หมายถึง การนำาแผนการออกอากาศไปลงมือผลิตรายการให้มีรูปแบบและเนื้อหาตรงตามที่ฝ่ายจัดรายการกำาหนดไว้ โดยขั้นตอนของการผลิตรายการวิทยุจะมีเรื่องของเทคนิคและวิธีการนำาเสนอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเพื่อให้รายการมีชีวิตชีวาน่าสนใจ และสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับผู้ฟังรายการให้ได้มากที่สุด การผลิตรายการเป็นขั้นตอนการลงมือผลิตรายการ โดยผู้ผลิตรายการต้องพยายามหากลวิธี (Tactics) ที่แยบยลมาใช้ เพื่อให้รายการที่ผลิตออกมามีความน่าสนใจ จนสามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายและผู้ฟังทั่วไปให้ติดตามรับฟังรายการได้เป็นจำานวนมาก สรุป การจัด รายการวิท ยุ เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและการวางแผนของฝ่ายบริหาร กล่าวคือ ผู้บริหารสถานีจะเป็นผู้กำาหนดนโยบายในการจัดรายการของแต่ละสถานี ส่วนผู้จัดรายการก็จะรับนโยบายนั้นมา การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  5. 5. 5จัดทำารายการ ขอบเขต ตลอดจนกำาหนดรูปแบบเนื้อหาและช่วงเวลาออกอากาศ จากนั้นก็จะส่งต่อให้ฝ่ายผลิตรับตารางนั้นมาผลิตรายการนั้นมาผลิตรูปแบบที่กำาหนดไว้ เช่น ฝ่ายบริหารอาจมอบนโยบายว่าในช่วงเวลา6.00 – 9.00 น. เป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการเดินทาง มีความเครียดจากปัญหาจราจรที่ติดขัดและต้องการข่าวสารการจราจรมากดังนั้นรายการในช่วงนี้จึงควรเป็นรายการเพลงเบา ๆ คลายเครียดสลับกับข่าวสารการจราจรที่มีผู้แจ้งเข้ามา  หลัก การจัด รายการวิท ยุ ปัจจุบันการจัดรายการวิทยุได้พัฒนารูปแบบรายการให้มีความหลากหลายเพื่อพยายามดึงดูดความสนใจของผู้ฟังเป้าหมายให้มากที่สุด โดยได้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดเดิมในการจัดรายการ คือ การจัดรายการที่มีเนื้อหาหลากหลายเพื่อกลุ่มผู้ฟังทุกเพศทุกวัย มาเป็นแนวคิดทางด้านการตลาด คือการจัดรายการที่มีเนื้อหาเป็นเอกลักษณ์เพื่อกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายโดยเฉพาะของสถานีนั้นๆ (Format Station) เช่น สถานีวิทยุเพื่อข่าวสาร สถานีวิทยุเพื่อกลุ่มวัยรุ่น ฯลฯ เป้าหมายสูงสุดที่ผู้บริหารสถานีวิทยุแต่ละแห่งต้องการ คือ ความสำาเร็จในการสร้าง “เรตติง ” (Rating) หรือจำานวนผู้ฟังรายการที่มีความ ้นิยมและพอใจในรายการหนึ่งๆ ทั้งนี้เพราะหากผลการสำารวจจำานวนผู้ฟังแต่ละรายการพบว่า รายการนั้นๆ ได้รับความนิยมและมีผู้ฟังเป็นจำานวนมาก ก็ย่อมเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ถึงความสำาเร็จในการจัดรายการนั่นเองความสำา คัญ ของการจัด รายการที่ม ต ่อ การบริห ารงานของสถานี ีและผู้ผ ลิต รายการ 1. ช่ว ยกำา หนดทิศ ทางในการดำา เนิน งานของสถานีว ิท ยุ การวางแผนจัดทำาตารางออกอากาศรายการไว้ล่วงหน้าจะทำาให้สถานีดำาเนินการไปอย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยรายการวิทยุที่จะกำาหนดขึ้นแต่ละรายการนั้น ผู้จัดต้องรู้ถึงความต้องการของผู้ฟังก่อนว่าเป็นกลุ่มใด ความต้องการอย่างไร และรายการประเภทใดเป็นที่สนใจและอยู่ในความนิยม ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำามาใช้เป็นข้อมูลประกอบการสร้างสรรค์รายการให้สอดคล้องตามความต้องการและความนิยมของผู้ฟัง เช่น สถานีวิทยุเพื่อการศึกษา สถานีวิทยุเพื่อวัยรุ่น เป็นต้น 2. ช่ว ยให้ส ามารถมองเห็น ภาพลัก ษณ์โ ดยรวมหรือ ปรัช ญาในการดำา เนิน งานกระจายเสีย ง รายการวิทยุที่จัดทำาขึ้นจะแสดงให้เห็นถึงสัดส่วนของรายการในลักษณะต่างๆ ซึ่งรายการจะประกอบด้วยเนื้อหาหรือประเภทของรายการชนิดใด ในสัดส่วนอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายของสถานีที่จะจัดทำารายการว่าเพื่อจุดประสงค์ใด เช่น คลื่นสปอตเรดิโอ มีปรัชญาเพื่อให้ข่าวสารด้านกีฬา เป็นต้น การประกาศภาพลักษณ์ของสถานี (Format Station) ว่าเป็นสถานีที่มุ่งจะนำาเสนอรายการประเภทใดนั้น มีประโยชน์ตอการจัดรายการดังนี้ ่ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  6. 6. 6 • ช่วยให้เห็นว่าสถานีนั้น ๆ มีความเชี่ยวชาญหรือมีความถนัด ในด้านใด • ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าเมื่อต้องการข่าวสารหรือรูปแบบความบันเทิง ชนิดใด ก็สามารถหมุนไปหาสถานีที่ต้องการได้โดยไม่ต้อง จดจำาเวลาการออกอากาศ ดังนั้นจึงเป็นการสนองตอบต่อ ความต้องการข่าวสารและรสนิยมในการหาความบันเทิงของ แต่ละคน • ช่วยทำาให้ฝ่ายผลิตรายการสามารถกำาหนดเป้าหมายและ ทิศทางในการผลิตรายการให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ที่ฝ่าย บริหารและฝ่ายจัดรายการกำาหนด 3. ช่ว ยให้ผ ู้บ ริห ารงานสถานีส ามารถจัด ลำา ดับ ความสำา คัญของงานได้ถ ก ต้อ ง การวางแผนและจัดทำาตาราง ูออกอากาศไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ผู้บริหารทราบถึงขั้นตอนและช่วงเวลาในการทำางานว่าจะผลิตงานใดเป็นงานเร่งด่วน งานใดเป็นงานซับซ้อนที่จะต้องใช้เวลา เพื่อที่จะสามารถผลิตรายการออกอากาศได้ทันตามความต้องการ 4. ช่ว ยให้ฝ ่า ยที่ร ับ ผิด ชอบสามารถตรวจสอบและควบคุม ได้วิทยุจึงเปรียบเสมือนเป็นดาบสองคม เพราะถ้าวิทยุถูกใช้เป็นสื่อในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นพิษเป็นภัยแก่สังคมก็จะก่อให้เกิดโทษหรือเกิดความวุ่นวายในสังคมได้ การจัดรายการวิทยุที่แสดงให้เห็นถึงตารางเวลาออกอากาศที่ชัดเจนถือเป็นสิ่งจำาเป็น เพื่อที่ฝ่ายที่รับผิดชอบจะได้ตรวจสอบรับฟังได้ รวมทั้งจะได้พิจารณาความถูกต้องเหมาะสมของรายการที่จะออกอากาศได้อย่างทันการ และสามารถควบคุมแก้ไขข้อผิดพลาดได้อย่างทันท่วงที 5. ช่ว ยให้ผ ฟ ัง ได้ร ู้ล ่ว งหน้า ว่า จะรับ ฟัง รายการอะไรได้จ าก ู้สถานีไ หนในเวลาใด การวางแผนจัดรายการวิทยุและกำาหนดเวลาในการออกอากาศไว้ล่วงหน้า จะทำาให้ผู้ฟังสามารถติดตามรับฟังรายการที่ต้องการได้และยังเป็นส่วนหนึงของกระบวนการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้ ่ฟังติดตามเปิดรับฟังรายการที่ตนเองมีความสนใจอีกด้วย การวางแผนจัด รายการวิท ยุ การวางวัต ถุป ระสงค์ เป็นความจำาเป็นประการแรกที่ต้องคำานึงถึงเมื่อวางแผนจัดรายการวิทยุ เนื่องจากมีความสำาคัญต่อผู้จัด ผู้ผลิต และผู้รับฟังรายการดังนี้ 1. เป็น ตัว กำา หนดแนวทางในการจัด และผลิต รายการ งานจัดรายการจะเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่าย การมีวัตถุประสงค์ของรายการที่ชัดเจนเปรียบเสมือนเป็นกรอบหรือกติกาในการทำางานให้มีเป้าหมายและทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะเป็นแนวทางในการกำาหนดเนื้อหาและรูปแบบใน การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  7. 7. 7การนำาเสนอ รวมทั้งการวางแผนการออกอากาศตามช่วงเวลาที่เหมาะสมซึ่งจะนำาไปสู่ความสำาเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำาหนดไว้ 2. เป็น หลัก ในการประเมิน คุณ ภาพรายการ การกำาหนดวัตถุประสงค์เปรียบเสมือนการตั้งเป้าหมายในการทำางานไว้ เพราะกระบวนการในการจัดทำารายการวิทยุมิได้สิ้นสุดเพียงเพื่อการผลิตรายการแล้วออกอากาศเผยแพร่ได้ตามตารางเวลาที่กำาหนดไว้เท่านั้น แต่จะต้องมีการติดตามประเมินผลเพื่อตรวจสอบว่ารายการที่ออกอากาศไปแล้วนั้นประสบผลสำาเร็จตามนโยบายหรือวัตถุประสงค์ที่กำาหนดไว้หรือไม่ นอกจากนี้วัตถุประสงค์ยังมีความสัมพันธ์กับการกำาหนดรูปแบบและวิธีการประเมินผลรายการหลัก ในการกำา หนดวัต ถุป ระสงค์ข องรายการ ปัจจัยหรือองค์ประกอบที่ผู้จัดต้องพิจารณาประกอบการกำาหนดวัตถุประสงค์ของรายการมีดังนี้ 1.วัต ถุป ระสงค์ข องทางราชการ คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ(กกช.) ในสังกัดของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมดูแลนโยบายของสถานีวิทยุ ตรวจพิจารณารายการที่ไม่เหมาะสม งานเทคนิคและการกำาหนดคลื่นความถี่ของวิทยุโทรทัศน์ โดยกำาหนดไว้เพื่อให้การบริการส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการผลิตสื่อเพื่อ การบริก ารสาธารณะที่เ ป็น ประโยชน์ต อ สาธารณชน่อย่า งแท้จ ริง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1. ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ความรับผิดชอบ และจิตสำานึกในเรื่องของ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข 2. เป็นสื่อกลางการให้ข้อมูลข่าวสาร การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อ ความเข้าใจอันดีและถูกต้อง โดยคำานึงถึงสิทธิความเสมอภาคในการ รับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน 3. ส่งเสริมการศึกษา จริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม ให้ความรู้ความบันเทิง ไม่ขัดกับขนบธรรมเนียมประเพณีและศีลธรรมอันดีงามของชาติ 4. ส่งเสริมให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติ และสิงแวดล้อมของชาติ ่ 2. วัต ถุป ระสงค์ข องสถานีว ิท ยุก ระจายเสีย ง สถานีวิทยุที่มีอยู่ในปัจจุบันล้วนมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายของตนเองโดยเฉพาะเพื่อที่จะใช้เ ป็น กรอบในการทำา ความเข้า ใจร่ว มกัน นับตั้งแต่ผู้บริหารสถานีซึ่งเป็นผู้กำาหนดควบคุมนโยบาย ผู้จัดรายการซึ่งทำาหน้าในการวางแผนกำาหนดเนื้อหา รูปแบบรายการ และเวลาออกอากาศตลอดจนถึงฝ่ายผลิตรายการซึ่งเป็นผู้ลงมือผลิตรายการให้ได้รายการที่มีคุณภาพ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และเกิดผลจากการรับฟังรายการได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่สถานีวิทยุแห่งนั้นได้กำาหนดไว้ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  8. 8. 8 ตัว อย่า ง ชื่อสถานี สถานีวิทยุกระจายเสียง 919 กรป. กลาง วัตถุประสงค์ของสถานี 1. สร้างเสริมให้ประชาชนเกิดความสามัคคีและจงรักภักดีใน สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 2. สร้างเสริมนโยบายอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมของชาติทั้งใน ด้านการเมือง การทหาร การเศรษฐกิจ และสังคมจิตวิทยา 3. ต่อต้านการโฆษณาชวนเชือขิงฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งปฏิบัติการ ่ เพื่อผลทางจิตวิทยา ให้ประชาชนมีความเข้าใจเจตนาอันดีของ รัฐบาล 4. เผยแพร่วิทยาการอันเกี่ยวกับอาชีพ และความเป็นอยู่ของ ประชาชนทั้งทางเศรษฐกิจ และสังคม 5. ให้ความรู้ ความบันเทิง ซึ่งชอบด้วยกฎหมาย ประเพณี วัฒนธรรม และศีลธรรมอันดีงามของชาติ 6. เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ให้กับ บก. ทหารสูงสุด วัตถุประสงค์ของสถานีจะบ่งบอกทิศทางส่วนใหญ่ขอรายการ เป็นการแสดงออกถึงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของสถานี และเป็นจุดขายที่ดึงดูดใจให้ผู้ฟังสามารถเลือกและติดตามฟังการกระจายเสียงของสถานีที่มีเนื้อหารายการตรงกับความสนใจของตน 3. ความต้อ งการของกลุ่ม ผูฟ ัง้ การกำาหนดวัตถุประสงค์ของรายการจะต้องพิจารณาจากความสนใจและความต้องการของกลุ่มผู้ฟังด้วย โดยผู้จัดรายการจำาเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลและศึกษาความรู้เกี่ยวผู้ฟังกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด เพื่อที่จะนำาข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการกำาหนดวัตถุประสงค์ของรายการต่อไป การเก็บ รวบรวมข้อ มูล ทีเ กี่ย วข้อ งกับ ผู้ฟ ง อาจทำาได้โดยวิธีการต่อ ่ ัไปนี้ 1. การศึกษาลักษณะของทางประชากรศาสตร์ เช่น อาชีพ อายุ ระดับการศึกษา รูปแบบการใช้ชีวิต (Life Style) ฯลฯ 2. การสำารวจสอบถามความคิดเห็น เพื่อทราบถึงพฤติกรรมการรับ ฟัง ความสนใจ และเจตคติในเรื่องต่าง ๆ ประเภทของรายการวิท ยุ ประเภทของรายการวิท ยุ สามารถแบ่งประเภทรายการวิทยุตามลักษณะของรายการมีอยู่ 4 ลักษณะ คือ 1. การแบ่ง ประเภทตามบทบาทหน้า ที่ข องสื่อ มวลชน แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ 1. รายการข่าวสาร ทำาหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นในสังคม ว่า ในขณะนันเกิดอะไรที่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร ้ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  9. 9. 9 2. รายการให้ความรู้ ทำาหน้าที่ให้ความรู้กับประชาชน เสริมสร้าง สติปัญญาในเรื่องต่าง ๆ 3. รายการแสดงความคิดเห็น ทำาหน้าที่เป็นเวทีกลางให้ฝ่ายต่าง ๆ ได้แสดงความคิดเห็น 4. รายการบันเทิง ทำาหน้าที่ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินแก่ ประชาชน 5. รายการบริการสาธารณะประโยชน์ ทำาหน้าที่ให้บริการ สาธารณะและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาใช้ประโยชน์อย่างเสมอภาค เช่น รายการที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาร้องทุกข์ในเรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคม เป็นต้น การแบ่งรายการตามลักษณะหน้าที่ของสื่อมวลชนเป็นการแบ่งรายการอย่างกว้าง ๆ เพราะชื่อรายการจะคลอบคลุมลักษณะ เนื้อหา และวิธีการนำาเสนอรายการไว้กว้างมาก เช่น รายการบันเทิง หมายรวมถึงรายการดนตรี ละคร รายการการศึกษา , รายการสารคดี , รายการสนทนาที่มุ่งความรู้ ฯลฯ 2. การแบ่ง ประเภทตามลัก ษณะเนื้อ หาของรายการ(Content) การแบ่งประเภทรายการตามลักษณะนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการเน้นให้ผู้ได้ยินชื่อรายการได้ทราบว่ารายการนั้นจะมีเ นือ หาอย่า งไร เช่น ้รายการดนตรี รายการกีฬา รายการข่าว รายการธรรมะ รายการเกษตรฯลฯ โดยชื่อรายการดังกล่าวนี้จะไม่สะท้อนให้เห็นถึงวิธีการเสนอรายการซึ่งอาจจะเป็นรูปแบบใดก็ได้ขึ้นอยู่กับผู้จัดรายการจะเห็นเหมาะสม เช่นรายการเกษตร อาจมีการเสนอในรูปแบบของนิตยสารทางอากาศ ละครหรือการอภิปรายก็ได้ 3. การแบ่ง ประเภทตามลัก ษณะรูป แบบการเสนอรายการ(Format) การแบ่งประเภทตามรายการลักษณะนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการเน้นให้ผู้ได้ยินชื่อรายการได้ทราบว่ารายการนั้นจะมีว ธ ีก ารนำา เสนอรูป แบบ ิใด เช่น รายการอภิปราย รายการสัมภาษณ์ รายการนิตยสารทางอากาศรายการตอบปัญหาทางอากาศ ฯลฯ 4. การแบ่ง ประเภทตามกลุ่ม ผูฟ ัง เป็น หลัก (Target ้Audience) การแบ่งประเภทรายการตามลักษณะนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการเน้นให้ได้ยินชื่อรายการได้ทราบว่ารายการนั้นมีก ลุม เป้า หมายเป็น ใคร เช่น ่รายการเด็ก รายการแม่บ้าน รายการเกษตร รายการสำาหรับผู้หญิง ฯลฯซึ่งถึงแม้ว่ารายการจะระบุเจาะจงตัวผู้ฟังไว้โดยเฉพาะ แต่เนื้อหาก็บ่งให้เข้าใจอย่างกว้าง ๆ ว่าจะเป็นเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และอยู่ในความสนใจของคนกลุ่มนั้นเท่านั้น การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  10. 10. 10 การแบ่งประเภทรายการนี้ไม่ถือเป็นเรื่องที่เป็นหลักการตายตัวนักเช่น ในประเทศอังกฤษที่มีสถานีวิทยุ BBC จะแบ่งประเภทรายการตามลักษณะของวิธีการนำาเสนอเป็นหลัก ในประเทศสหรัฐอเมริกาการเรียกชื่อรายการจะให้ความสำาคัญกับลักษณะรูปแบบรายการนำาเสนอเป็นหลัก ในประเทศสหรัฐอเมริกาการเรียกชื่อรายการจะให้ความสำาคัญกับลักษณะรูปแบบการนำาเสนอรายการ (Program Format) ที่เน้นกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายเป็นหลัก ส่วนในประเทศไทยนั้นจะรับอิทธิพลด้านความคิดมาจากทั้งอังกฤษและอเมริกา ดังนั้นจึงมีการเรียกชื่อและแบ่งประเภทแตกต่างผสมปนเปกันไป การจัดรายการบางจำาพวก เช่น รายการปกิณกะบันเทิง (VarietyProgram) จะไม่สามารถใช้เกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งที่กล่าวมาแล้วได้ เพราะมีลักษณะผสมผสานกันไปหมด คือ บางครั้งเป็นรายการที่ไม่มีแกนกลางของเนื้อหา (Theme) และไม่มีรูปแบบรายการที่มีลักษณะโดดเด่นต่อเนื่อง แต่มีการเสนอเนื้อหาที่หลากหลายโดยใช้วิธีการนำาเสนอหลายๆรูปแบบ ซึ่งรายการลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นรายการที่เน้นความบันเทิงเป็นหลัก แต่ก็มีผู้โต้แย้งว่าไม่ใช่รายการบันเทิงเพราะมีเนื้อหาที่มีสาระความรู้อยู่ด้วย จึงจัดเป็นรายการจำาพวกสัพเพเหระ องค์ป ระกอบที่ส ำา คัญ ในการผลิต รายการวิท ยุก ระจายเสีย ง 1. วัตถุประสงค์ของรายการ 2. ผู้ฟัง (Audience) 3. เนื้อหา (Content) 4. วิธีการนำาเสนอรายการ (Program Presentation) 5. เวลาออกอากาศ (Program Scheduling) 6. การประเมินผลรายการ (Program Evaluation) 1. วัต ถุป ระสงค์ข องรายการ วัต ถุป ระสงค์ข องรายการ ถือเป็นองค์ประกอบแรกที่สำาคัญ เพราะจะเป็นสิ่งกำาหนดรูปแบบในเรื่องของผู้ฟังกลุ่มเป้าหมาย เนื้อหา วิธีการนำาเสนอ เวลาออกอากาศ และประเมินผลรายการ โดยการกำาหนดวัตถุประสงค์ที่ดีจะสามารถบอกจุดมุ่งหมายของรายการได้ การจัดรายการวิทยุจึงจำาเป็นต้องคำานึงถึงการกำา หนดวัต ถุป ระสงค์เ ป็น ลำา ดับ แรก ซึ่งเมื่อกำาหนดวัตถุประสงค์ของรายการแล้ว ก็จะต้องคำานึงถึงวัตถุประสงค์เฉพาะส่วนของรายการด้วย เพื่อที่จะสามารถพัฒนารูปแบบและเนื้อหาให้มีความสอดคล้องกัน 2. ผู้ฟ ง (Audience) ั ผู้ฟ ัง หมายถึง กลุ่มผู้ฟังที่เป็นเป้าหมายในการจัดรายการ (TargetAudience) ซึ่งเป็นผู้ที่จะตัดสินว่ารายการที่จัดขึ้นนั้นประสบผลสำาเร็จหรือไม่ โดยแนวคิดเกี่ยวกับ “ผู้ฟัง” ตามระบบสื่อสารมวลชน คือ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  11. 11. 11 1. เป็นกลุ่มคนที่กระจัดกระจาย ไม่เป็นกลุ่มก้อน 2. มีความแตกต่างกันในด้านประชากรศาสตร์ เช่น อายุ เพศ อาชีพ ขนาดครอบครัว ตำาแหน่งในครอบครัว รายได้ การศึกษา ภูมิลำาเนา ศาสนา เชื้อชาติ ฯลฯ การจัดและผลิตรายการจะมีการแบ่งเกรดของผู้ฟังออกเป็น 3 เกรด คือ 1. ผู้ฟ ัง เกรด A คือ กลุ่มผู้ฟังระดับสูง ได้แก่ กลุ่มคนที่มีการ ศึกษา อาชีพ ฐานะทางเศรษฐกิจสูง 2. ผู้ฟ ัง เกรด B คือ กลุ่มผู้ฟังระดับกลางค่อนข้างสูง ได้แก่ กลุ่ม คนที่มีการศึกษาระดับปริญญาขึ้นไป 3. ผู้ฟ ัง เกรด C คือ กลุ่มผู้ฟังระดับกลางค่อนข้างตำ่า ได้แก่ กลุ่ม คนที่มีการศึกษาระดับอนุปริญญาลงไป ซึ่งมีคุณค่าในเชิงการ ตลาดน้อยมาก ในการผลิตรายการ จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับคุณลักษณะพื้นฐานที่แตกต่างกันของกลุ่มผู้ฟังแต่ละกลุ่ม โดยคำาถามแรกที่ผู้จัดรายการจะต้องตอบให้ได้ คือ ใครเป็นกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายหลักและกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายรอง ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจากการรับฟังรายการจะแตกต่างกันไปตามพื้นฐานทางวัฒนธรรม สังคม และจิตวิทยา ดังนั้นจึงจำาเป็นต้องทำาการศึกษาข้อมูลหรือคุณลักษณะโดยรวมเกี่ยวกับกลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย เพื่อให้สามารถจัดวางเนื้อหา รูปแบบรายการ และช่วงเวลาออกอากาศให้สอดคล้องกับความต้องการและความสนใจของกลุ่มผู้ฟังการแบ่ง กลุ่ม ผู้ฟ ง (Segmentation of Audiences) ั กลุ่มผู้ฟังวิทยุในปัจจุบันมักจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก เพราะประชาชนมีรสนิยมในการรับฟังที่แตกต่างกันดังนั้นการจัดรายการจึงต้องแบ่งกลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย (Specific Target Audience) ออกเป็นกลุ่ม ๆ โดยเฉพาะเพื่อให้รายการวิทยุสามารถเข้าถึงผู้ฟังได้อย่างมีประสิทธิผลมากที่สุด โรเจอร์ (Rogers) ได้กล่าวถึงลักษณะของผู้รับสารว่า สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารในลักษณะของ Mass Production ที่ส่งผ่านสื่อมวลชน (Mass Media) คือความเป็นปัจเจก และความไม่เป็นกลุ่มก้อนของผู้รับสารในสังคมข่าวสาร (Information Society) เดอ เฟลอร์ และบาลโลเคียช (De Fleur and Ball – Rokeach)ได้ทำาการวิจัยเรื่องการแบ่งส่วนทางเชิงสังคม โดยได้ศึกษาเกี่ยวกับความแตกต่างกันของผู้รับสารและผลในการตอบสนองที่แตกต่างกันต่อการกระตุ้นของสื่อว่า กลุ่มต่าง ๆ ทางสังคมจะมีปฏิกิริยามากหรือน้อยแตกต่างกันจากการใช้สื่อสารชุดเดียวกัน ดังนั้น จึงก่อให้เกิดแนวคิดในการวางแผนการสื่อสารที่คำานึงถึงการจำาแนกกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายให้แยกออกเป็นกลุ่มย่อย(Subaudiences) หรือเรียกว่า “ส่ว นแบ่ง ทางการตลาด ” โดยแนวคิดนี้ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  12. 12. 12ยอมรับในความแตกต่างของผู้รับสารซึ่งดูภายนอกจะมีความเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในความเหมือน เวนเดล สมิท (Wendell Smith) ได้วิจัยในเรื่องการแบ่งกลุ่มผู้รับสาร โดยได้พิมพ์หนังสือเกี่ยวกับเรื่องการแบ่งส่วนตลาดของคนอเมริกันออกเป็นกลุ่มเฉพาะ (Product Differentiation and MarketSegmentation as Alternative Production Strategies) ซึ่งจะทำาให้เกิดแนวโน้ม 4 ประการ คือ 1. จำา นวนประชากรของโลกที่เ พิม ขึน จะมีผลทำาให้เกิดการแบ่ง ่ ้ส่วนของตลาดออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ โดยเฉพาะ เช่น ตลาดวัยรุ่น ตลาดเด็กเล็ก ฯลฯ ซึ่งการที่มีจำานวนประชากรเพิ่มขึ้นนั้นจะทำาให้การแบ่งตลาดแต่ละส่วนมีขนาดใหญ่พอที่จะใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจได้ 2. ผลิต ภัณ ฑ์ส ิน ค้า เพือ การบริโ ภคมีแ บรนด์ (Brand) ทีแ ตก ่ ่ต่า งกัน มากขึน คือสามารถผลิตสินค้าชนิดเดียวกันแต่กำาหนดยี่ห้อได้มาก ้ขึ้น จึงทำาให้สินค้าแต่ละแบรนด์ต้องพยายามหาส่วนแบ่งทางการตลาด(Market Segment) ซึ่งสามารถเข้ายึดครองได้ เช่น การเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มผู้รักษาสุขภาพ การเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ฯลฯ 3. เกิด ลัท ธิป ัจ เจกนิย ม ( Individualism) หรือ ยุค แห่ง ตัวฉัน (Age of Me) ซึ่งจะก่อตัวเป็นส่วนเฉพาะอีกส่วนหนึ่ง คือ แนวคิดของคนในยุคหลังสมัยใหม่ (Post Modernization) นัน คนจะมีความ ้ต้องการเฉพาะตัว ในเรื่องรสนิยม วิถชีวิต และมีความเป็นตัวของตัวเอง ีมากขึ้น 4. สือ จะเน้น เนือ หาเฉพาะมากขึน โดยมีแนวโน้มที่จะ ่ ้ ้เปลี่ยนแปลงจากการแพร่กระจายออกไปในวงกว้าง (Broadcasting) คือมีเนื้อหาครอบคลุมคนทั้งประเทศ ไปสู่การแพร่กระจายในวงแคบ(Narrowcasting) โดยเพิ่มความเป็นไปได้ในการเข้าถึงตลาดส่วนย่อยให้มากขึ้น คือ มีเนื้อหารายการครอบคลุมเฉพาะตลาดส่วนย่อย ซึ่งมีความสนใจและความต้องการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเฉพาะ ทั้งนี้เป็นผลมาจากการเสื่อมสลายของกลุ่มผู้ฟังในลักษณะเชื้อชาติ (National Audiences) ปัจจุบันมีสถานีวิทยุเกิดขึ้นเป็นจำานวนมาก ดังนั้นจึงมีการจัดรายการโดยเน้นกลุ่มในเป้าหมายเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพราะการเจาะตลาดจะทำาให้มีฐานตลาดที่ใหญ่พอที่จะขายโฆษณาได้ และทำาการกำาหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะก็จะทำาง่ายต่อการจัดรายการให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายนั้น การแบ่งกลุ่มผู้ฟังสามารถแบ่งได้ 2 วิธีดงนี้ คือ ั 1. การแบ่ง กลุ่ม ผู้ฟ ง ตามลัก ษณะทางประชากร ั(Segmentation by Demographic Characteristics) ถือเป็นวิธีการพื้นฐานที่นิยมใช้กันมาก โดยกลุ่มผู้ฟังจะถูกแบ่งตามระดับอายุ เพศอาชีพ ขนาดครอบครัว รายได้ การศึกษา ภูมิลำาเนา ศาสนา เชื้อชาติสัญชาติ ฯลฯเช่น หากจะจัดรายการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ ก็ควรกำาหนดกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 18 – 30 ปี เป็นวัยที่เสี่ยงต่อการติด การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  13. 13. 13เอดส์ หรือการกำาหนดกลุ่มผู้ฟังที่เป็นเกษตรกรก็ย่อมที่จะสนใจเนื้อหาที่เกี่ยวกับการเกษตร ฯลฯ 2. การแบ่ง กลุ่ม ผู้ฟ ง ตามลัก ษณะของพฤติก รรม (Behavior) ัเป็นการแบ่งตาม “รูป แบบการดำา รงชีว ต ” ิ( Life Style) ซึ่งหมายถึง วิถีการดำาเนินชีวิตของคน หรือพฤติกรรมการดำารงชีวตในแต่ละวันที่ทำาให้เรามีความเป็นตัวของตัวเองและแตกต่างไปจาก ิผู้อื่น โดยอาจรวมถึงพฤติกรรมในการพักผ่อนย่อยใจการรับประทานอาหารการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว การเปิดรับข่าวสาร และการสังคม ฯลฯ เช่น • คนทำางานในกรุงเทพฯ มักจะฟังวิทยุในช่วง 6.00-8.00 น.โดยจะฟังในขณะเตรียมตัวไปทำางานหรือฟังจากวิทยุใน รถยนต์ระหว่างการเดินทาง ดังนั้นจึงเหมาะกับการจัดรายการ ประเภทข่าวสาร ข่าวจราจร ฯลฯ • วัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มผู้ฟังที่ชอบนอนรอบดึก มักจะฟังวิทยุในช่วง เวลา 20.00 – 24.00 น. เพื่อเป็นเพื่อนในระหว่างการ ทำาการบ้านหรือดูหนังสือ • กลุ่มเกษตรกรมักจะฟังวิทยุในตอนเช้า คือ ช่วงเวลา 5.00 - 6.00 น. และช่วงเวลา 18.00 -19.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลา หลังจากกลับจากการทำางาน การที่ผู้จัดรายการเข้าใจถึงรูปแบบการใช้ชีวิต (Life Style) หรือลักษณะพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ก็จะเป็นประโยชน์ตอการจัดรายการ ่ให้มีเนื้อหาและรูปแบบการนำาเสนอที่สอดคล้องกับรสนิยมและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย อันจะทำาให้รายการที่จัดตั้งขึ้นประสบผลสำาเร็จตามวัตถุประสงที่ตั้งไว้การสำา รวจความสนใจและกลุ่ม ผู้ฟ ง เป้า หมาย ั การสำารวจวิจัยเพื่อหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้ฟังรายการนับเป็นสิ่งสำาคัญ เพราะเป็นสิ่งที่ผู้จัดรายการจะได้นำาข้อมูลมาใช้ในการปรับปรุงงานและกำาหนดแนวทางในการดำาเนินงานของสถานี นอกจากนี้บริษัทห้างร้านผู้ว่าจ้างก็มีความสนใจต้องการทราบประสิทธิผลในการดำาเนินการของสถานีวิทยุว่า สถานีใดมีผู้นิยมติดตามมาก รายการลักษณะใดเป็นที่ชื่นชอบของคนกลุ่มใด เป็นต้น ประเด็นที่ต้องมีการสำารวจกลุ่มผู้ฟังเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงพื้นฐานได้แก่ 1. ใครเป็นผู้ฟังสถานีวิทยุแห่งนี้บ้าง 2. ผู้ฟังฟังในเวลาช่วงใด นานเท่าไร บ่อยแค่ไหน 3. มีความเห็นต่อรายการอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบ เพราะอะไร การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  14. 14. 14 4. ผู้ฟังมีคุณลักษณะโดยรวมอย่างไร เช่น เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ และอยู่ที่ไหน 5. ผู้ฟังต้องการให้ปรับปรุงรายการ เนื้อหา วิธีการนำาเสนออย่างไร หรือไม่ ข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้จะมีคุณค่าในการวางแผนจัดและผลิตรายการเพราะจะเป็นประโยชน์ในการกำาหนดกลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย เนื้อหา วิธีการนำาเสนอ และช่วงเวลาที่เหมาะสมกับผู้ฟังกลุ่มเป้าหมายต่อไป3. เนือ หา (Content) ้ เนือ หา หมายถึง เรื่องราวที่ผู้จัดรายการต้องการให้ผู้ฟังเป้าหมาย ้ได้รับฟัง แต่เนื่องจากผู้ฟังมีความแตกต่างกันจึงมีความสนใจและความต้องการเนื้อหารสาระของรายการที่แตกต่างไปด้วย ดังนั้นผลที่ได้จากการศึกษาคุณลักษณะโดยรวมของกลุ่มเป้าหมาย เช่น เพศ อายุ การศึกษาฯลฯ จะช่วยให้ผู้จัดรายการสามารถรู้ว่าจะจัดรายการให้มีเนื้อหารอย่างไรจึงจะเหมาะกับผู้ฟังกลุ่มนั้น รวมทั้งควรจะมีวิธีการเสนอรายการอย่างไรจึงจะดึงดูดความสนใจได้อย่างไม่เบื่อ เช่น • กลุ่มผู้ฟังที่มีการศึกษาสูง หรือผู้ฟังเกรด A,B จะชอบรายการ เกี่ยวกับความรู้ทางด้านการวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง ข่าว เศรษฐกิจ การสนทนาอภิปรายปัญหาต่าง ๆ • กลุ่มผู้ฟังที่มีการศึกษาไม่สูง หรือผู้ฟังเกรด C จะชอบ รายการข่าวเบาสมอง (Soft News) รายการละครข่าว ( การนำาข่าว Soft News ในหนังสือพิมพ์มาเสนอในรูปของ ละคร) รายการตลก ( Comedy) รายการเพลงลูกทุ่ง รายการ เล่าข่าว (การนำาเอาข่าวในหนังสือพิมพ์มานำาเสนอในรูปแบบ การเล่าให้ฟัง เหมาะสำาหรับผู้ฟังทั้งเกรด B,C เช่น รายการ วิทยุทหารอากาศ) การพิจารณาว่าเนื้อหาใดจะเหมาะสมกับผู้ฟังกลุ่มเป้าหมายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้จัดรายการและนโยบายของผู้บริหารสถานี4. วิธ ีก ารนำา เสนอรายการ (Program Presentation) วิธีการนำาเสนอรายการ (Format) เป็นองค์ประกอบความสำาเร็จของรายการที่สำาคัญอีกอย่างหนึ่ง เพราะเป็นกลวิธีที่สำาคัญที่จะทำาให้รายการมีชีวตชีวาสอดคล้องกับธรรมชาติและรสนิยมของผู้ฟัง โดยวิธีการนำาเสนอ ิรายการจะแตกต่างกันไปตามลักษณะพื้นฐานและรสนิยมของกลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย เช่น หากต้องการจัดรายการเกี่ยวกับความรู้เรื่องโรคเอดส์ให้กลุ่มผู้ฟังวัยต่าง ๆ ก็ควรนำาเสนอในรูปแบบดังนี้ • กลุ่มวัยรุ่น ควรนำาเสนอในรูปสาระบันเทิง คือ การให้ความรู้ ควบคู่กับการบันเทิง เช่น รายการเกมที่สอดแทรกความรู้เกี่ยว กับโรคเอดส์โดยเปิดโอกาสให้ผู้ฟังโทรศัพท์เข้ามาร่วมด้วย หรืออาจจัดเป็นรายการเพลงที่แทรกความรู้เรื่องโรคเอดส์ก็ได้ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  15. 15. 15 • กลุ่มผู้ฟังที่มีการศึกษาสูง ควรนำาเสนอในรูปของการเชิญนัก วิชาการมาบรรยาย หรืออาจจัดเป็นรายการเพลงที่เหมาะกับ รสนิยมของคนกลุ่มนี้สลับกับการให้ความรู้ • กลุ่มผู้ฟังที่มีการศึกษาไม่สูง ควรนำาเสนอในรูปของรายการ เพลงลูกทุ่งที่เหมาะกับการให้ความรู้ หรืออาจจัดเป็นละครวิทยุ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโรคเอดส์ ข้อควรคำานึงถึงในการจัดรายการวิทยุ คือ วิทยุเป็นสื่อที่รับได้ทางเสียงอย่างเดียว ผู้ฟังต้องใช้จินตนาการสูงในการรับรู้เนื้อหาสาระที่ผู้ส่งสารส่งออกไป และผู้ฟังวิทยุส่วนใหญ่จะไม่ได้เปิดวิทยุฟังอย่างตั้งใจเหมือนการดูโทรทัศน์หรืออ่านหนังสือ แต่อาจฟังวิทยุในขณะที่ทำาอย่างอื่นไปด้วย ดังนั้นการเสนอรายการจึงต้องดำาเนินอย่างมีศิลปะ คือ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการหากลวิธีที่จะเสนอเนื้อหาที่สามารถทำาให้ผู้ฟังเกิดจินตนาการ และได้รับความรู้ข่าวสารหรือเรื่องราวต่าง ๆ ได้โดยไม่รู้สึกตัว การที่จะใช้วิธีการนำาเสนอให้รายการประสบความสำาเร็จได้นั้น ผู้จัดรายการต้องเข้าใจธรรมชาติของผู้ฟังกลุ่มเป้าหมาย และต้องพิจารณาว่าเนื้อหาที่ต้องการนำาเสนอนั้นมีลักษณะอย่างไร สมควรที่จะนำาเสนอด้วยรูปแบบใดจึงจะสามารถเข้าถึงและดึงความสนใจของกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายได้มากที่สุดรูป แบบหรือ วิธ ก ารนำา เสนอรายการ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีดงนี้ ี ั 1.รายการข่า ว (News Program ) รายการที่จัดขึ้นเพื่อรายงานเหตุการณ์สำาคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นในวันหนึ่ง ๆเพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่า ใคร ทำาอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร จึงเป็นการเสนอข่าวมิติเดียวที่อาจมีทั้งแบบเขียนเพื่อให้ผู้อ่านอ่านการบันทึกเสียง หรือรายงานจากเหตุการณ์มาเสนอให้ฟัง โดยสามารถแยกประเภทตามการนำาเสนอได้ดังนี้ • การสรุปข่าว • การวิเคราะห์ข่าว • การวิจารณ์ข่าว • ละครข่าว • การเล่าข่าว 2. รายการพูด คุย บทความ บรรยาย (Talk Program) เป็นลักษณะรายการที่ใช้พูดคุย บรรยาย จะมีบทหรือไม่มีก็ได้ แต่มีวัตถุประสงค์ต้องดึงดูดใจให้ผู้ฟังสนใจเป็นสำาคัญ • รายการพูดคุย • รายการบทความ • รายการบรรยาย การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  16. 16. 16 3. รายการสัม ภาษณ์ (Interview Program) และรายการสนทนา (Conversational Program) เป็นการนำาเสนอถึงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร่วมรายการ ซึ่งมี 2คนขึ้นไป • รายการสัมภาษณ์ • รายการสนทนา 4. รายการอภิป ราย (Discussion Program) เป็นรายการพูดคุยแสดงความคิดเห็นในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง โดยผู้ร่วมอภิปรายหลายคน และมีผู้ดำาเนินการอภิปราย 1 คนเปรียบเสมือนเวทีที่เปิดโอกาสให้คนในสังคมได้แสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย 5. รายการบรรยายเหตุก ารณ์ (Commentary Program) มีผู้บรรยาย (Commentator/Narrator) ทำาหน้าที่เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเหตุการณ์ที่กำาลังเกิดขึ้นไปสู่ผู้ฟัง 6.รายการตอบปัญ หา (Quiz Program) เป็นรายการที่มุ่งสร้างความสัมพันธ์โดยให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมกับรายการ ซึ่งถือเป็นการสื่อสารแบบสองทาง (Two-WaysCommunication) เปิดโอกาสให้ผู้ฟังร่วมตอบปัญหาทางโทรศัพท์ หรือเขียนจดหมายในปัจจุบันรายการประเภทนี้มักถูกนำามาประกอบกับรายการอื่นหรือเป็นส่วนย่อย ๆ คั่นรายการ 7. รายการเพลง (Music Program) รายการบันเทิงเป็นพื้นฐานของวิทยุ การจัดรายการเพลงนี้ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษกับเพลง เช่น การกำาหนดประเภทเพลงที่จะเสนอการกำาหนดแกนกลางของเรื่อง (Theme) เกี่ยวกับเพลง 8. รายการละคร (Radio Drama) นิท าน (Radio Play) การจัดรายการละครและนิทานสำาหรับวิทยุเพื่อการศึกษาจะมุ่งให้ความรู้และความบันเทิง โดยจะสอดแทรกความรู้ให้เหมาะกับลักษณะ รสนิยมความต้องการ หรือสภาพปัญหาของกลุ่มผู้ฟัง ซึ่งรายการละครจะมีทั้งบทพูด บทบรรยาย เพลง และเสียงประกอบเพื่อให้เกิดความสมจริงสมจัง และใช้เสียงเพื่อสร้างจินตนาการ 9. Vox Pop คำาว่า Vox Pop มาจากคำาว่า Vox Populi หรือ Voice ofPeople หมายถึง เสียงของความคิดเห็นที่แตกต่างจากบุคคลที่หลากหลายต่อเรื่องหรือประเด็นปัญหาเดียวกัน มักใช้แทรกในรายการประเภทอื่น ๆเพื่อทำาให้รายการน่าสนใจขึ้น 10. รายการสารคดี (Documentary or Feature) เป็นการนำาเสนอเนื้อหาสาระเรื่อ งใดเรื่อ งหนึง อย่างละเอียดทุกแง่มุม ่โดยต้องพยายามให้มีรูปแบบวิธีการนำาเสนอที่หลากหลาย แต่ต้องคำานึงถึงความมีเอกภาพของรายการด้วย (นำา เสนอเพีย งเรือ งเดีย ว ) ่ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  17. 17. 17 11. รายการนิต ยสารทางอากาศ (Magazine Program) เป็นรายการที่นำาเอกเรื่องราวที่เป็นสาระควบคู่ไปกับความบันเทิงในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง แต่มีวิธีการานำาเสนอเนื้อหาที่หลากหลายแง่มุมมารวมกันไว้ในรายการเดียว โดยมี “บทเชื่อมรายการ” อย่างราบรื่นและมีแกนเรื่อง (Theme) ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (Unity) มีห ลายเรือ งใน ่รายการเดีย วกัน แต่ส ามารถเชือ มโยงให้ห ว ข้อ ทีต ่า งกัน เป็น ่ ั ่รายการเดีย วกัน ได้อ ย่า งสอดคล้อ งกลมกลืน 12. รายการปกิณ กะ (Variety Program) เป็นรายการวิทยุที่นำาเอารายการเบ็ดเตล็ดย่อย ๆ หรือรายการในลักษณะสัพเพเหระ สิ่งละอันพันละน้อย หลากหลายเรื่องราวมารวมกันอยู่ในรายการเดียว แต่ไม่ต้องมีบทเชื่อมโยงให้รายการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเหมือนกับรายการนิตยสาร เนื้อหาจึงมีหลากหลายรูปแบบ มุ่งเน้นในเรื่องความบันเทิงเป็นหลัก 13. สปอต (Spot Annoucement) หรือ การโฆษณาประชาสัมพันธ์เชิญชวน ใช้เวลาสั้น และข้อความสั้น ๆ มีเพลง เสียงประกอบร่วมด้วยเพื่อผลในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์เชิญชวน หรือรณรงค์เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากผู้ฟัง 14. Phone in Program เป็นรายการโทรศัพท์สดจากผู้ฟัง ในรูปแบบรายการให้ความรู้เปิดโอกาสให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมในรายการด้วยการโทรศัพท์เข้ามาเพื่อออกอากาศเป็นลักษณะการสื่อสารแบบ 2 ทาง (Two-Ways Communication)ทำาให้ผู้ฟังรู้สึกใกล้ชิดเป็นส่วนหนึ่งของรายการ5. การจัด ตารางเวลาออกอากาศ เวลาในการออกอากาศมีส่วนสัมพันธ์กับผู้ฟังเป้าหมายและความสำาเร็จของรายการเป็นอย่างมาก โดยปัจจัยที่จะบ่งบอกว่ารายการนั้นประสบความสำาเร็จหรือไม่ คือ จำานวนผู้ฟัง ดังนั้น การจัด ตารางเวลาออกอากาศหมายถึง ช่วงเวลาออกอากาศที่กลุ่มผู้ฟังเป้าหมายพร้อมที่จะรับฟังรายการจากสถานีวิทยุ ในการจัดรายการจึงควรวางรูปแบบและเวลาในการออกอากาศให้สัมพันธ์กับรูปแบบการดำารงชีวิต (Life Style) และสภาพหรือสภาวะความพร้อมในการรับฟังรายการของกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายในขณะนั้นด้วย เช่น รายการเพลง รายการข่าวประเภท Soft News เป็นต้น การกำาหนดตารางเวลาออกอากาศนั้น บางครั้งผู้บริหารสถานีวิทยุจะเป็นผู้วางนโยบายเกี่ยวกับเวลาออกอากาศโดยกำาหนดลักษณะของผู้ฟังแต่ละช่วงเวลา แต่ถ้าสถานีวิทยุแห่งนั้นไม่ได้กำาหนดไว้ ผู้จัดและผู้ผลิตรายการก็จะต้องค้นหาเองว่าช่วงเวลานั้นเหมาะกับผู้ฟังกลุ่มไหน แล้วจึงมาวางแผนจัดรายการให้มีเนื้อหาและรูปแบบการนำาเสนอรายการให้เหมาะกับความสนใจและรสนิยมของผู้ฟังกลุ่มนั้นในเวลานั้นปัจ จัย ที่ม ีผ ลต่อ การจัด ตารางเวลาออกอากาศ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์

×