 นศ.331          การผลิต รายการวิท ยุก ระจาย                          เสีย ง  ภาพรวมของสื่อ วิท ยุใ นปัจ จุบ ัน       ส...
2 ประเภทการ                  เป้า หมายของสถานีว ิท ยุ                   ที่ม าของรายได้แ ละลัก ษณะส ประกอบการสาธารณะ หรือ ...
3         •  สวท.4 เครือข่ายเพื่อการศึกษา หรือ สวศ. ในปัจจุบัน เอเอ็ม            1467 เป็นแม่ข่าย ส่วนลูกข่ายมีระบบเอเอ็ม ...
4       การออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงจะมีงานที่เกี่ยวข้องกันอยู่ 2 ขั้นตอน คือ       1. การจัดรายการวิทยุ (Radio Programm...
5จัดทำารายการ ขอบเขต ตลอดจนกำาหนดรูปแบบเนื้อหาและช่วงเวลาออกอากาศ จากนั้นก็จะส่งต่อให้ฝ่ายผลิตรับตารางนั้นมาผลิตรายการนั้น...
6           •     ช่วยให้เห็นว่าสถานีนั้น ๆ มีความเชี่ยวชาญหรือมีความถนัด                 ในด้านใด             • ช่วยให้ผู...
7การนำาเสนอ รวมทั้งการวางแผนการออกอากาศตามช่วงเวลาที่เหมาะสมซึ่งจะนำาไปสู่ความสำาเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำาหนดไว้        2....
8        ตัว อย่า ง              ชื่อสถานี สถานีวิทยุกระจายเสียง 919 กรป. กลาง              วัตถุประสงค์ของสถานี          ...
9           2. รายการให้ความรู้ ทำาหน้าที่ให้ความรู้กับประชาชน เสริมสร้าง              สติปัญญาในเรื่องต่าง ๆ           3....
10        การแบ่งประเภทรายการนี้ไม่ถือเป็นเรื่องที่เป็นหลักการตายตัวนักเช่น ในประเทศอังกฤษที่มีสถานีวิทยุ BBC จะแบ่งประเภท...
11        1. เป็นกลุ่มคนที่กระจัดกระจาย ไม่เป็นกลุ่มก้อน        2. มีความแตกต่างกันในด้านประชากรศาสตร์ เช่น อายุ เพศ      ...
12ยอมรับในความแตกต่างของผู้รับสารซึ่งดูภายนอกจะมีความเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในความเหมือน       เวนเดล สมิท (Wendell ...
13เอดส์ หรือการกำาหนดกลุ่มผู้ฟังที่เป็นเกษตรกรก็ย่อมที่จะสนใจเนื้อหาที่เกี่ยวกับการเกษตร ฯลฯ        2. การแบ่ง กลุ่ม ผู้ฟ ...
14     4. ผู้ฟังมีคุณลักษณะโดยรวมอย่างไร เช่น เพศ อายุ การศึกษา     อาชีพ และอยู่ที่ไหน      5. ผู้ฟังต้องการให้ปรับปรุงรา...
15          • กลุ่มผู้ฟังที่มีการศึกษาสูง ควรนำาเสนอในรูปของการเชิญนัก              วิชาการมาบรรยาย หรืออาจจัดเป็นรายการเพ...
16        3. รายการสัม ภาษณ์ (Interview Program) และรายการสนทนา (Conversational Program)        เป็นการนำาเสนอถึงการแสดงคว...
17        11. รายการนิต ยสารทางอากาศ (Magazine Program)        เป็นรายการที่นำาเอกเรื่องราวที่เป็นสาระควบคู่ไปกับความบันเท...
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
นศ.331
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

นศ.331

871

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
871
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
5
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

นศ.331

  1. 1.  นศ.331 การผลิต รายการวิท ยุก ระจาย เสีย ง  ภาพรวมของสื่อ วิท ยุใ นปัจ จุบ ัน สื่อวิทยุมีบทบาทสำาคัญมากในปัจจุบัน เพราะสามารถเข้าถึงคนได้จำานวนมาก ๆ พร้อม ๆ กัน ทำาให้กลายเป็นสื่อมวลชนที่สำาคัญที่มีคนต้องการใช้เป็นสื่อกลางในการดำาเนินกิจการ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และเป็นเครื่องมือในการสื่อสารองค์กร ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ ธุรกิจเอกชน ก็ตามหากจำาแนกสถานีวิทยุตามลักษณะของเป้าหมายและประเภทของการประกอบการนั้น หลักเกณฑ์สำาคัญในการจำาแนกประเภทอยู่ที่เรื่องเป้าหมายขององค์กร ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม และที่มาของรายได้ แบ่งได้ 5 ประเภท ประเภทการ เป้า หมายของสถานีว ิท ยุ ที่ม าของรายได้แ ละลัก ษณะส ประกอบการวิท ยุข องรัฐ * รักษาประโยชน์ของชาติ * รายได้จากงบประมาณ(state radio) * รักษาความมั่นคงของ * เป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อของ รัฐบาลและรัฐ * ถูกใช้ในการแสวงหาประโยชน์อื่น ๆวิท ยุใ ต้ด ิน * ต่อต้านรัฐบาล/รัฐ * รายได้จากกลุ่มต่อต้านรัฐหรือองค์กรสนับ(undergroun * ต่อต้านวิทยุกระแสหลัก * ผิดกฎหมาย ต้องดำาเนินการแบบไม่เปิดเผd radio) * สร้างพื้นที่อิสระของตนเอง เพื่อตอบสนองสิทธิ เสรีภาพ ในการพูด แสดงความคิดเห็นวิท ยุข องชุม ชน * รักษาประโยชน์ของชุมชน * รายได้จากสมาชิก ,เงินบริจาค กองทุนขอ(community * ไม่แสวงหากำาไร จากองค์กรสาธารณะ โฆษณาradio) * กลุ่มองค์กรชุมชนเป็นเจ้าของและดำาเนินก ร่วมสูงวิท ยุข อง * รักษาประโยชน์ของ * รายได้จากภาษีเครื่องรับ นศ.331 การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง/อ.อุดมวิทย์ นักดนตรี
  2. 2. 2 ประเภทการ เป้า หมายของสถานีว ิท ยุ ที่ม าของรายได้แ ละลัก ษณะส ประกอบการสาธารณะ หรือ สาธารณะ ขององค์กร หรือ * รายได้จากงบประมาณวิท ยุบ ริก าร สถาบันการศึกษา * รายได้จากส่วนแบ่งรายได้ของวิทยุ/โทรทสาธารณะ * มุ่งรักษาบรรทัดฐานทาง *ไม่มีโฆษณา(public วัฒนธรรมของสังคม * องค์กรของรัฐเป็นเจ้าของและมีการดำาเนินservice radio) * ไม่แสวงหากำาไร จากการแทรกแซงหรือควบคุมของรัฐวิท ยุข อง * รักษาประโยชน์ของธุรกิจ * รายได้จากค่าโฆษณาเอกชน หรือ เอกชน * รายได้จากการขาย /ให้เช่าเวลาวิท ยุเ ชิง * มุ่งแสวงหากำาไรจากการ * รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่สืบเนื่องจพาณิช ย์ ประกอบธุรกิจ(commercialradio)สถานีว ิท ยุข องรัฐ วิทยุของรัฐมีเครือข่ายให้อยู่ 3 เครือข่าย คือ เครือข่ายวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ของกรมประชาสัมพันธ์ เครือข่ายวิทยุ อ.ส.ม.ท. ซึ่งมีพันธกิจในด้านการสื่อสารมวลชน และเครือข่ายวิทยุของกองทัพต่าง ๆ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อดำาเนินการด้านความมั่นคง 1. เครือ ข่า ยวิท ยุก ระจายเสีย งแห่ง ประเทศไทย (สวท.) ปัจจุบันกรมประชาสัมพันธ์มีเครือข่ายวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย 147 สถานี แบ่งเป็น ระบบเอเอ็ม 60 สถานี และระบบเอฟเอ็ม87 สถานี (ไม่รวมคลื่นสั้นอีก 5 สถานี) ปัจจุบันแบ่งรายการออกอากาศเป็น 7 เครือข่าย ทั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นเนื้อหาให้เหมาะกับกลุ่มผู้ฟังเฉพาะกลุ่ม คือ • สวท.1 เครือข่ายแห่งชาติ หรือเครือข่ายเพื่อข้อมูลข่าวสารแห่ง รัฐและประชาชน (เอเอ็ม 891 เป็นแม่ข่าย ลูกข่ายเป็นเอเอ็ม 16 สถานีทั่วประเทศ กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย คือ ผู้นำาทางสังคมทุกระดับ เครือข่ายนี้สถานีลูกข่ายจะผลิตรายการเองร้อยละ 20 • สวท.2 เครือข่ายเพื่อการถ่ายทอดสด หรือเครือข่ายเพื่อส่งเสริม การปกครองระบอบประชาธิปไตย และส่งเสริมอาชีพ มีเอเอ็ม 819 เป็นแม่ข่าย ส่วนลูกข่ายเป็นเอเอ็ม 27 สถานีทั่วประเทศ กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย คือ ประชาชนทั่วไป เกษตรกร และผู้ใช้ แรงงาน เครือข่ายนี้สถานีลูกข่ายจะผลิตรายการเองร้อยละ 40 • สวท.3 เครือข่ายเพื่อการท่องเที่ยว การกีฬา ศาสนา วัฒนธรรม หรือเครือข่ายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม มีคลื่นเอฟเอ็ม 92.5 เป็นแม่ข่าย ส่วนลูกข่ายเป็นเอฟเอ็ม 54 สถานีทั่วประเทศ กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย คือ คนรุ่นใหม่ คนวัย ทำางาน เครือข่ายนี้สถานีลูกข่ายจะผลิตรายการเองร้อยละ 50 การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  3. 3. 3 • สวท.4 เครือข่ายเพื่อการศึกษา หรือ สวศ. ในปัจจุบัน เอเอ็ม 1467 เป็นแม่ข่าย ส่วนลูกข่ายมีระบบเอเอ็ม 8 สถานี และเอฟ เอ็ม 2 สถานี กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย คือ นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ สนใจด้านการศึกษา • สวท.5 เครือข่ายเพื่อข้อมูลข่าวสาร บริการจังหวัด หรือ สถานี วิทยุประจำาจังหวัดมีทั้งหมด 25 จังหวัด เป็นจังหวัดที่มีคุณสมบัติ อย่างใดอย่างหนึ่งเด่นชัดในการคัดเลือก เช่น เป็นจังหวัด CEO และจังหวัดเปรียบเทียบ จังหวัดท่องเที่ยว จังหวัดชายแดน จังหวัดที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เครือข่าย นี้มีระบบเอฟเอ็ม 23 สถานี เอเอ็ม 2 สถานี ถ่ายทอดข่าวและ รายการจากเอฟเอ็ม 92.5 ร้อยละ 50 และเป็นเครือข่ายนำาร่อง • สวท.6 เครือข่ายภาคภาษาต่างประเทศ – ในประเทศ มี ทั้งหมด 4 สถานี กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย คือ ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ ในประเทศไทย และพื้นที่ตะเข็บชายแดนลาว กัมพูชา พม่า เพื่อ สร้างความเข้าใจอันดี และส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย • สวท.7 เครือข่ายคลื่นสั้นระหว่างประเทศ มี 2 สถานี ออก อากาศ 12 ภาษา โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือชาวต่างชาติ ณ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงนักลงทุนต่าง ประเทศและส่งเสริมการท่องเที่ยว 2. เครือ ข่า ยวิท ยุ อ.ส.ม.ท. ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 62 สถานี เอเอ็ม 2 สถานี และเอฟเอ็ม 60 สถานี(กรุงเทพมี 9 สถานี) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเชื่อมโยงสังคมประชาธิปไตย กำาหนดรูปแบบรายการใน 2 ลักษณะ • ลัก ษณะเครือ ข่า ยวิท ยุ อ.ส.ม.ท. ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม ออกอากาศพร้อมกันทั่วประเทศ มีสถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท. 100.5 เมกะเฮิรตซ์ เป็นแม่ข่าย รายการหลักคือรายการประเภทข่าว และรายการสาระความรู้ • ลัก ษณะการจัด รายการตามประชากรที่อ ยู่อ าศัย ในเขต บริก าร จัดให้เหมาะสมกับพื้นที่ คือ กรุงเทพ ส่วนภูมิภาค จังหวัดใหญ่ และส่วนภูมิภาคจังหวัดเล็ก 3. เครือ ข่า ยวิท ยุข องกองทัพ ต่า ง ๆ ได้แก่ • สำา นัก ปลัด กระทรวงกลาโหม 3 สถานี • กองบัญ ชาการทหารสูง สุด 14 สถานี • กองทัพ บก 127 สถานี • กองทัพ เรือ 21 สถานี • กองทัพ อากาศ 36 สถานี • สำา นัก งานตำา รวจแห่ง ชาติ 44 สถานี ความหมายของการผลิต และการจัด รายการวิท ยุ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  4. 4. 4 การออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงจะมีงานที่เกี่ยวข้องกันอยู่ 2 ขั้นตอน คือ 1. การจัดรายการวิทยุ (Radio Programming) 2. การผลิตรายการวิทยุ (Radio Program Production)การจัด รายการวิท ยุ (Radio Programming) การจัด รายการวิท ยุ หมายถึง การกำาหนดแผนการออกอากาศรายการวิทยุกระจายเสียง โดยคำานึงถึงรูปแบบเนื้อหาและช่วงเวลาออกอากาศที่เหมาะสมสอดคล้องกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มผู้ฟังทั่วไป ทั้งนี้เพื่อให้สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ฟังให้ได้มากที่สุด สิ่งแรกที่จะต้องกระทำาเมื่อสถานีวิทยุที่จะออกอากาศกระจายเสียงคือการวางแผนการออกอากาศรายการต่าง ๆ ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม โดยต้องคำานึงถึง 1. รูปแบบและเนื้อหาของรายการว่ามีความเหมาะสมสอดคล้องกับ รสนิยม และความต้องการของกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายและผู้ฟังทั่วไป หรือไม่ 2. ช่วงเวลาการออกอากาศที่สามารถเข้าถึงและมีสอดคล้องกับวิถีการ ดำาเนินชีวต (Life Style )ของกลุ่มผู้ฟังทั่วไปหรือไม่ เพื่อให้ ิ สามารถดึงดูดใจของกลุ่มผู้ฟังรายการที่จัดขึ้นให้ได้จำานวนมาก ที่สุด การจัดรายการวิทยุเปรียบเสมือนฝ่ายเสนาธิการที่ทำาหน้าที่ กำา หนดยุท ธวิธ ี (Strategy) โดยการวางแผนว่าจะดำาเนินการด้วยวิธีการอย่างไรจึงจะทำาให้รายการประสบความสำาเร็จและสามารถแข่งขันกับสถานีคู่แข่งได้ซึ่งการวางแผนในการจัดตารางรายการออกอากาศนั้น จะต้องมีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลและปัจจัยต่าง ๆ มาประกอบเพื่อให้สามารถออกอากาศรายการได้ตรงตามความต้องการและความสนใจของผู้ฟังการผลิต รายการวิท ยุ (Radio Program Production) การผลิต รายการวิท ยุ หมายถึง การนำาแผนการออกอากาศไปลงมือผลิตรายการให้มีรูปแบบและเนื้อหาตรงตามที่ฝ่ายจัดรายการกำาหนดไว้ โดยขั้นตอนของการผลิตรายการวิทยุจะมีเรื่องของเทคนิคและวิธีการนำาเสนอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเพื่อให้รายการมีชีวิตชีวาน่าสนใจ และสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับผู้ฟังรายการให้ได้มากที่สุด การผลิตรายการเป็นขั้นตอนการลงมือผลิตรายการ โดยผู้ผลิตรายการต้องพยายามหากลวิธี (Tactics) ที่แยบยลมาใช้ เพื่อให้รายการที่ผลิตออกมามีความน่าสนใจ จนสามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายและผู้ฟังทั่วไปให้ติดตามรับฟังรายการได้เป็นจำานวนมาก สรุป การจัด รายการวิท ยุ เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและการวางแผนของฝ่ายบริหาร กล่าวคือ ผู้บริหารสถานีจะเป็นผู้กำาหนดนโยบายในการจัดรายการของแต่ละสถานี ส่วนผู้จัดรายการก็จะรับนโยบายนั้นมา การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  5. 5. 5จัดทำารายการ ขอบเขต ตลอดจนกำาหนดรูปแบบเนื้อหาและช่วงเวลาออกอากาศ จากนั้นก็จะส่งต่อให้ฝ่ายผลิตรับตารางนั้นมาผลิตรายการนั้นมาผลิตรูปแบบที่กำาหนดไว้ เช่น ฝ่ายบริหารอาจมอบนโยบายว่าในช่วงเวลา6.00 – 9.00 น. เป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการเดินทาง มีความเครียดจากปัญหาจราจรที่ติดขัดและต้องการข่าวสารการจราจรมากดังนั้นรายการในช่วงนี้จึงควรเป็นรายการเพลงเบา ๆ คลายเครียดสลับกับข่าวสารการจราจรที่มีผู้แจ้งเข้ามา  หลัก การจัด รายการวิท ยุ ปัจจุบันการจัดรายการวิทยุได้พัฒนารูปแบบรายการให้มีความหลากหลายเพื่อพยายามดึงดูดความสนใจของผู้ฟังเป้าหมายให้มากที่สุด โดยได้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดเดิมในการจัดรายการ คือ การจัดรายการที่มีเนื้อหาหลากหลายเพื่อกลุ่มผู้ฟังทุกเพศทุกวัย มาเป็นแนวคิดทางด้านการตลาด คือการจัดรายการที่มีเนื้อหาเป็นเอกลักษณ์เพื่อกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายโดยเฉพาะของสถานีนั้นๆ (Format Station) เช่น สถานีวิทยุเพื่อข่าวสาร สถานีวิทยุเพื่อกลุ่มวัยรุ่น ฯลฯ เป้าหมายสูงสุดที่ผู้บริหารสถานีวิทยุแต่ละแห่งต้องการ คือ ความสำาเร็จในการสร้าง “เรตติง ” (Rating) หรือจำานวนผู้ฟังรายการที่มีความ ้นิยมและพอใจในรายการหนึ่งๆ ทั้งนี้เพราะหากผลการสำารวจจำานวนผู้ฟังแต่ละรายการพบว่า รายการนั้นๆ ได้รับความนิยมและมีผู้ฟังเป็นจำานวนมาก ก็ย่อมเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ถึงความสำาเร็จในการจัดรายการนั่นเองความสำา คัญ ของการจัด รายการที่ม ต ่อ การบริห ารงานของสถานี ีและผู้ผ ลิต รายการ 1. ช่ว ยกำา หนดทิศ ทางในการดำา เนิน งานของสถานีว ิท ยุ การวางแผนจัดทำาตารางออกอากาศรายการไว้ล่วงหน้าจะทำาให้สถานีดำาเนินการไปอย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยรายการวิทยุที่จะกำาหนดขึ้นแต่ละรายการนั้น ผู้จัดต้องรู้ถึงความต้องการของผู้ฟังก่อนว่าเป็นกลุ่มใด ความต้องการอย่างไร และรายการประเภทใดเป็นที่สนใจและอยู่ในความนิยม ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำามาใช้เป็นข้อมูลประกอบการสร้างสรรค์รายการให้สอดคล้องตามความต้องการและความนิยมของผู้ฟัง เช่น สถานีวิทยุเพื่อการศึกษา สถานีวิทยุเพื่อวัยรุ่น เป็นต้น 2. ช่ว ยให้ส ามารถมองเห็น ภาพลัก ษณ์โ ดยรวมหรือ ปรัช ญาในการดำา เนิน งานกระจายเสีย ง รายการวิทยุที่จัดทำาขึ้นจะแสดงให้เห็นถึงสัดส่วนของรายการในลักษณะต่างๆ ซึ่งรายการจะประกอบด้วยเนื้อหาหรือประเภทของรายการชนิดใด ในสัดส่วนอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายของสถานีที่จะจัดทำารายการว่าเพื่อจุดประสงค์ใด เช่น คลื่นสปอตเรดิโอ มีปรัชญาเพื่อให้ข่าวสารด้านกีฬา เป็นต้น การประกาศภาพลักษณ์ของสถานี (Format Station) ว่าเป็นสถานีที่มุ่งจะนำาเสนอรายการประเภทใดนั้น มีประโยชน์ตอการจัดรายการดังนี้ ่ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  6. 6. 6 • ช่วยให้เห็นว่าสถานีนั้น ๆ มีความเชี่ยวชาญหรือมีความถนัด ในด้านใด • ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าเมื่อต้องการข่าวสารหรือรูปแบบความบันเทิง ชนิดใด ก็สามารถหมุนไปหาสถานีที่ต้องการได้โดยไม่ต้อง จดจำาเวลาการออกอากาศ ดังนั้นจึงเป็นการสนองตอบต่อ ความต้องการข่าวสารและรสนิยมในการหาความบันเทิงของ แต่ละคน • ช่วยทำาให้ฝ่ายผลิตรายการสามารถกำาหนดเป้าหมายและ ทิศทางในการผลิตรายการให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ที่ฝ่าย บริหารและฝ่ายจัดรายการกำาหนด 3. ช่ว ยให้ผ ู้บ ริห ารงานสถานีส ามารถจัด ลำา ดับ ความสำา คัญของงานได้ถ ก ต้อ ง การวางแผนและจัดทำาตาราง ูออกอากาศไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ผู้บริหารทราบถึงขั้นตอนและช่วงเวลาในการทำางานว่าจะผลิตงานใดเป็นงานเร่งด่วน งานใดเป็นงานซับซ้อนที่จะต้องใช้เวลา เพื่อที่จะสามารถผลิตรายการออกอากาศได้ทันตามความต้องการ 4. ช่ว ยให้ฝ ่า ยที่ร ับ ผิด ชอบสามารถตรวจสอบและควบคุม ได้วิทยุจึงเปรียบเสมือนเป็นดาบสองคม เพราะถ้าวิทยุถูกใช้เป็นสื่อในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นพิษเป็นภัยแก่สังคมก็จะก่อให้เกิดโทษหรือเกิดความวุ่นวายในสังคมได้ การจัดรายการวิทยุที่แสดงให้เห็นถึงตารางเวลาออกอากาศที่ชัดเจนถือเป็นสิ่งจำาเป็น เพื่อที่ฝ่ายที่รับผิดชอบจะได้ตรวจสอบรับฟังได้ รวมทั้งจะได้พิจารณาความถูกต้องเหมาะสมของรายการที่จะออกอากาศได้อย่างทันการ และสามารถควบคุมแก้ไขข้อผิดพลาดได้อย่างทันท่วงที 5. ช่ว ยให้ผ ฟ ัง ได้ร ู้ล ่ว งหน้า ว่า จะรับ ฟัง รายการอะไรได้จ าก ู้สถานีไ หนในเวลาใด การวางแผนจัดรายการวิทยุและกำาหนดเวลาในการออกอากาศไว้ล่วงหน้า จะทำาให้ผู้ฟังสามารถติดตามรับฟังรายการที่ต้องการได้และยังเป็นส่วนหนึงของกระบวนการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้ ่ฟังติดตามเปิดรับฟังรายการที่ตนเองมีความสนใจอีกด้วย การวางแผนจัด รายการวิท ยุ การวางวัต ถุป ระสงค์ เป็นความจำาเป็นประการแรกที่ต้องคำานึงถึงเมื่อวางแผนจัดรายการวิทยุ เนื่องจากมีความสำาคัญต่อผู้จัด ผู้ผลิต และผู้รับฟังรายการดังนี้ 1. เป็น ตัว กำา หนดแนวทางในการจัด และผลิต รายการ งานจัดรายการจะเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่าย การมีวัตถุประสงค์ของรายการที่ชัดเจนเปรียบเสมือนเป็นกรอบหรือกติกาในการทำางานให้มีเป้าหมายและทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะเป็นแนวทางในการกำาหนดเนื้อหาและรูปแบบใน การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  7. 7. 7การนำาเสนอ รวมทั้งการวางแผนการออกอากาศตามช่วงเวลาที่เหมาะสมซึ่งจะนำาไปสู่ความสำาเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำาหนดไว้ 2. เป็น หลัก ในการประเมิน คุณ ภาพรายการ การกำาหนดวัตถุประสงค์เปรียบเสมือนการตั้งเป้าหมายในการทำางานไว้ เพราะกระบวนการในการจัดทำารายการวิทยุมิได้สิ้นสุดเพียงเพื่อการผลิตรายการแล้วออกอากาศเผยแพร่ได้ตามตารางเวลาที่กำาหนดไว้เท่านั้น แต่จะต้องมีการติดตามประเมินผลเพื่อตรวจสอบว่ารายการที่ออกอากาศไปแล้วนั้นประสบผลสำาเร็จตามนโยบายหรือวัตถุประสงค์ที่กำาหนดไว้หรือไม่ นอกจากนี้วัตถุประสงค์ยังมีความสัมพันธ์กับการกำาหนดรูปแบบและวิธีการประเมินผลรายการหลัก ในการกำา หนดวัต ถุป ระสงค์ข องรายการ ปัจจัยหรือองค์ประกอบที่ผู้จัดต้องพิจารณาประกอบการกำาหนดวัตถุประสงค์ของรายการมีดังนี้ 1.วัต ถุป ระสงค์ข องทางราชการ คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ(กกช.) ในสังกัดของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมดูแลนโยบายของสถานีวิทยุ ตรวจพิจารณารายการที่ไม่เหมาะสม งานเทคนิคและการกำาหนดคลื่นความถี่ของวิทยุโทรทัศน์ โดยกำาหนดไว้เพื่อให้การบริการส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการผลิตสื่อเพื่อ การบริก ารสาธารณะที่เ ป็น ประโยชน์ต อ สาธารณชน่อย่า งแท้จ ริง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1. ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ความรับผิดชอบ และจิตสำานึกในเรื่องของ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข 2. เป็นสื่อกลางการให้ข้อมูลข่าวสาร การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อ ความเข้าใจอันดีและถูกต้อง โดยคำานึงถึงสิทธิความเสมอภาคในการ รับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน 3. ส่งเสริมการศึกษา จริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม ให้ความรู้ความบันเทิง ไม่ขัดกับขนบธรรมเนียมประเพณีและศีลธรรมอันดีงามของชาติ 4. ส่งเสริมให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติ และสิงแวดล้อมของชาติ ่ 2. วัต ถุป ระสงค์ข องสถานีว ิท ยุก ระจายเสีย ง สถานีวิทยุที่มีอยู่ในปัจจุบันล้วนมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายของตนเองโดยเฉพาะเพื่อที่จะใช้เ ป็น กรอบในการทำา ความเข้า ใจร่ว มกัน นับตั้งแต่ผู้บริหารสถานีซึ่งเป็นผู้กำาหนดควบคุมนโยบาย ผู้จัดรายการซึ่งทำาหน้าในการวางแผนกำาหนดเนื้อหา รูปแบบรายการ และเวลาออกอากาศตลอดจนถึงฝ่ายผลิตรายการซึ่งเป็นผู้ลงมือผลิตรายการให้ได้รายการที่มีคุณภาพ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และเกิดผลจากการรับฟังรายการได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่สถานีวิทยุแห่งนั้นได้กำาหนดไว้ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  8. 8. 8 ตัว อย่า ง ชื่อสถานี สถานีวิทยุกระจายเสียง 919 กรป. กลาง วัตถุประสงค์ของสถานี 1. สร้างเสริมให้ประชาชนเกิดความสามัคคีและจงรักภักดีใน สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 2. สร้างเสริมนโยบายอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมของชาติทั้งใน ด้านการเมือง การทหาร การเศรษฐกิจ และสังคมจิตวิทยา 3. ต่อต้านการโฆษณาชวนเชือขิงฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งปฏิบัติการ ่ เพื่อผลทางจิตวิทยา ให้ประชาชนมีความเข้าใจเจตนาอันดีของ รัฐบาล 4. เผยแพร่วิทยาการอันเกี่ยวกับอาชีพ และความเป็นอยู่ของ ประชาชนทั้งทางเศรษฐกิจ และสังคม 5. ให้ความรู้ ความบันเทิง ซึ่งชอบด้วยกฎหมาย ประเพณี วัฒนธรรม และศีลธรรมอันดีงามของชาติ 6. เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ให้กับ บก. ทหารสูงสุด วัตถุประสงค์ของสถานีจะบ่งบอกทิศทางส่วนใหญ่ขอรายการ เป็นการแสดงออกถึงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของสถานี และเป็นจุดขายที่ดึงดูดใจให้ผู้ฟังสามารถเลือกและติดตามฟังการกระจายเสียงของสถานีที่มีเนื้อหารายการตรงกับความสนใจของตน 3. ความต้อ งการของกลุ่ม ผูฟ ัง้ การกำาหนดวัตถุประสงค์ของรายการจะต้องพิจารณาจากความสนใจและความต้องการของกลุ่มผู้ฟังด้วย โดยผู้จัดรายการจำาเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลและศึกษาความรู้เกี่ยวผู้ฟังกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด เพื่อที่จะนำาข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการกำาหนดวัตถุประสงค์ของรายการต่อไป การเก็บ รวบรวมข้อ มูล ทีเ กี่ย วข้อ งกับ ผู้ฟ ง อาจทำาได้โดยวิธีการต่อ ่ ัไปนี้ 1. การศึกษาลักษณะของทางประชากรศาสตร์ เช่น อาชีพ อายุ ระดับการศึกษา รูปแบบการใช้ชีวิต (Life Style) ฯลฯ 2. การสำารวจสอบถามความคิดเห็น เพื่อทราบถึงพฤติกรรมการรับ ฟัง ความสนใจ และเจตคติในเรื่องต่าง ๆ ประเภทของรายการวิท ยุ ประเภทของรายการวิท ยุ สามารถแบ่งประเภทรายการวิทยุตามลักษณะของรายการมีอยู่ 4 ลักษณะ คือ 1. การแบ่ง ประเภทตามบทบาทหน้า ที่ข องสื่อ มวลชน แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ 1. รายการข่าวสาร ทำาหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นในสังคม ว่า ในขณะนันเกิดอะไรที่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร ้ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  9. 9. 9 2. รายการให้ความรู้ ทำาหน้าที่ให้ความรู้กับประชาชน เสริมสร้าง สติปัญญาในเรื่องต่าง ๆ 3. รายการแสดงความคิดเห็น ทำาหน้าที่เป็นเวทีกลางให้ฝ่ายต่าง ๆ ได้แสดงความคิดเห็น 4. รายการบันเทิง ทำาหน้าที่ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินแก่ ประชาชน 5. รายการบริการสาธารณะประโยชน์ ทำาหน้าที่ให้บริการ สาธารณะและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาใช้ประโยชน์อย่างเสมอภาค เช่น รายการที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาร้องทุกข์ในเรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคม เป็นต้น การแบ่งรายการตามลักษณะหน้าที่ของสื่อมวลชนเป็นการแบ่งรายการอย่างกว้าง ๆ เพราะชื่อรายการจะคลอบคลุมลักษณะ เนื้อหา และวิธีการนำาเสนอรายการไว้กว้างมาก เช่น รายการบันเทิง หมายรวมถึงรายการดนตรี ละคร รายการการศึกษา , รายการสารคดี , รายการสนทนาที่มุ่งความรู้ ฯลฯ 2. การแบ่ง ประเภทตามลัก ษณะเนื้อ หาของรายการ(Content) การแบ่งประเภทรายการตามลักษณะนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการเน้นให้ผู้ได้ยินชื่อรายการได้ทราบว่ารายการนั้นจะมีเ นือ หาอย่า งไร เช่น ้รายการดนตรี รายการกีฬา รายการข่าว รายการธรรมะ รายการเกษตรฯลฯ โดยชื่อรายการดังกล่าวนี้จะไม่สะท้อนให้เห็นถึงวิธีการเสนอรายการซึ่งอาจจะเป็นรูปแบบใดก็ได้ขึ้นอยู่กับผู้จัดรายการจะเห็นเหมาะสม เช่นรายการเกษตร อาจมีการเสนอในรูปแบบของนิตยสารทางอากาศ ละครหรือการอภิปรายก็ได้ 3. การแบ่ง ประเภทตามลัก ษณะรูป แบบการเสนอรายการ(Format) การแบ่งประเภทตามรายการลักษณะนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการเน้นให้ผู้ได้ยินชื่อรายการได้ทราบว่ารายการนั้นจะมีว ธ ีก ารนำา เสนอรูป แบบ ิใด เช่น รายการอภิปราย รายการสัมภาษณ์ รายการนิตยสารทางอากาศรายการตอบปัญหาทางอากาศ ฯลฯ 4. การแบ่ง ประเภทตามกลุ่ม ผูฟ ัง เป็น หลัก (Target ้Audience) การแบ่งประเภทรายการตามลักษณะนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการเน้นให้ได้ยินชื่อรายการได้ทราบว่ารายการนั้นมีก ลุม เป้า หมายเป็น ใคร เช่น ่รายการเด็ก รายการแม่บ้าน รายการเกษตร รายการสำาหรับผู้หญิง ฯลฯซึ่งถึงแม้ว่ารายการจะระบุเจาะจงตัวผู้ฟังไว้โดยเฉพาะ แต่เนื้อหาก็บ่งให้เข้าใจอย่างกว้าง ๆ ว่าจะเป็นเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และอยู่ในความสนใจของคนกลุ่มนั้นเท่านั้น การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  10. 10. 10 การแบ่งประเภทรายการนี้ไม่ถือเป็นเรื่องที่เป็นหลักการตายตัวนักเช่น ในประเทศอังกฤษที่มีสถานีวิทยุ BBC จะแบ่งประเภทรายการตามลักษณะของวิธีการนำาเสนอเป็นหลัก ในประเทศสหรัฐอเมริกาการเรียกชื่อรายการจะให้ความสำาคัญกับลักษณะรูปแบบรายการนำาเสนอเป็นหลัก ในประเทศสหรัฐอเมริกาการเรียกชื่อรายการจะให้ความสำาคัญกับลักษณะรูปแบบการนำาเสนอรายการ (Program Format) ที่เน้นกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายเป็นหลัก ส่วนในประเทศไทยนั้นจะรับอิทธิพลด้านความคิดมาจากทั้งอังกฤษและอเมริกา ดังนั้นจึงมีการเรียกชื่อและแบ่งประเภทแตกต่างผสมปนเปกันไป การจัดรายการบางจำาพวก เช่น รายการปกิณกะบันเทิง (VarietyProgram) จะไม่สามารถใช้เกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งที่กล่าวมาแล้วได้ เพราะมีลักษณะผสมผสานกันไปหมด คือ บางครั้งเป็นรายการที่ไม่มีแกนกลางของเนื้อหา (Theme) และไม่มีรูปแบบรายการที่มีลักษณะโดดเด่นต่อเนื่อง แต่มีการเสนอเนื้อหาที่หลากหลายโดยใช้วิธีการนำาเสนอหลายๆรูปแบบ ซึ่งรายการลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นรายการที่เน้นความบันเทิงเป็นหลัก แต่ก็มีผู้โต้แย้งว่าไม่ใช่รายการบันเทิงเพราะมีเนื้อหาที่มีสาระความรู้อยู่ด้วย จึงจัดเป็นรายการจำาพวกสัพเพเหระ องค์ป ระกอบที่ส ำา คัญ ในการผลิต รายการวิท ยุก ระจายเสีย ง 1. วัตถุประสงค์ของรายการ 2. ผู้ฟัง (Audience) 3. เนื้อหา (Content) 4. วิธีการนำาเสนอรายการ (Program Presentation) 5. เวลาออกอากาศ (Program Scheduling) 6. การประเมินผลรายการ (Program Evaluation) 1. วัต ถุป ระสงค์ข องรายการ วัต ถุป ระสงค์ข องรายการ ถือเป็นองค์ประกอบแรกที่สำาคัญ เพราะจะเป็นสิ่งกำาหนดรูปแบบในเรื่องของผู้ฟังกลุ่มเป้าหมาย เนื้อหา วิธีการนำาเสนอ เวลาออกอากาศ และประเมินผลรายการ โดยการกำาหนดวัตถุประสงค์ที่ดีจะสามารถบอกจุดมุ่งหมายของรายการได้ การจัดรายการวิทยุจึงจำาเป็นต้องคำานึงถึงการกำา หนดวัต ถุป ระสงค์เ ป็น ลำา ดับ แรก ซึ่งเมื่อกำาหนดวัตถุประสงค์ของรายการแล้ว ก็จะต้องคำานึงถึงวัตถุประสงค์เฉพาะส่วนของรายการด้วย เพื่อที่จะสามารถพัฒนารูปแบบและเนื้อหาให้มีความสอดคล้องกัน 2. ผู้ฟ ง (Audience) ั ผู้ฟ ัง หมายถึง กลุ่มผู้ฟังที่เป็นเป้าหมายในการจัดรายการ (TargetAudience) ซึ่งเป็นผู้ที่จะตัดสินว่ารายการที่จัดขึ้นนั้นประสบผลสำาเร็จหรือไม่ โดยแนวคิดเกี่ยวกับ “ผู้ฟัง” ตามระบบสื่อสารมวลชน คือ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  11. 11. 11 1. เป็นกลุ่มคนที่กระจัดกระจาย ไม่เป็นกลุ่มก้อน 2. มีความแตกต่างกันในด้านประชากรศาสตร์ เช่น อายุ เพศ อาชีพ ขนาดครอบครัว ตำาแหน่งในครอบครัว รายได้ การศึกษา ภูมิลำาเนา ศาสนา เชื้อชาติ ฯลฯ การจัดและผลิตรายการจะมีการแบ่งเกรดของผู้ฟังออกเป็น 3 เกรด คือ 1. ผู้ฟ ัง เกรด A คือ กลุ่มผู้ฟังระดับสูง ได้แก่ กลุ่มคนที่มีการ ศึกษา อาชีพ ฐานะทางเศรษฐกิจสูง 2. ผู้ฟ ัง เกรด B คือ กลุ่มผู้ฟังระดับกลางค่อนข้างสูง ได้แก่ กลุ่ม คนที่มีการศึกษาระดับปริญญาขึ้นไป 3. ผู้ฟ ัง เกรด C คือ กลุ่มผู้ฟังระดับกลางค่อนข้างตำ่า ได้แก่ กลุ่ม คนที่มีการศึกษาระดับอนุปริญญาลงไป ซึ่งมีคุณค่าในเชิงการ ตลาดน้อยมาก ในการผลิตรายการ จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับคุณลักษณะพื้นฐานที่แตกต่างกันของกลุ่มผู้ฟังแต่ละกลุ่ม โดยคำาถามแรกที่ผู้จัดรายการจะต้องตอบให้ได้ คือ ใครเป็นกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายหลักและกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายรอง ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจากการรับฟังรายการจะแตกต่างกันไปตามพื้นฐานทางวัฒนธรรม สังคม และจิตวิทยา ดังนั้นจึงจำาเป็นต้องทำาการศึกษาข้อมูลหรือคุณลักษณะโดยรวมเกี่ยวกับกลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย เพื่อให้สามารถจัดวางเนื้อหา รูปแบบรายการ และช่วงเวลาออกอากาศให้สอดคล้องกับความต้องการและความสนใจของกลุ่มผู้ฟังการแบ่ง กลุ่ม ผู้ฟ ง (Segmentation of Audiences) ั กลุ่มผู้ฟังวิทยุในปัจจุบันมักจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก เพราะประชาชนมีรสนิยมในการรับฟังที่แตกต่างกันดังนั้นการจัดรายการจึงต้องแบ่งกลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย (Specific Target Audience) ออกเป็นกลุ่ม ๆ โดยเฉพาะเพื่อให้รายการวิทยุสามารถเข้าถึงผู้ฟังได้อย่างมีประสิทธิผลมากที่สุด โรเจอร์ (Rogers) ได้กล่าวถึงลักษณะของผู้รับสารว่า สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารในลักษณะของ Mass Production ที่ส่งผ่านสื่อมวลชน (Mass Media) คือความเป็นปัจเจก และความไม่เป็นกลุ่มก้อนของผู้รับสารในสังคมข่าวสาร (Information Society) เดอ เฟลอร์ และบาลโลเคียช (De Fleur and Ball – Rokeach)ได้ทำาการวิจัยเรื่องการแบ่งส่วนทางเชิงสังคม โดยได้ศึกษาเกี่ยวกับความแตกต่างกันของผู้รับสารและผลในการตอบสนองที่แตกต่างกันต่อการกระตุ้นของสื่อว่า กลุ่มต่าง ๆ ทางสังคมจะมีปฏิกิริยามากหรือน้อยแตกต่างกันจากการใช้สื่อสารชุดเดียวกัน ดังนั้น จึงก่อให้เกิดแนวคิดในการวางแผนการสื่อสารที่คำานึงถึงการจำาแนกกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายให้แยกออกเป็นกลุ่มย่อย(Subaudiences) หรือเรียกว่า “ส่ว นแบ่ง ทางการตลาด ” โดยแนวคิดนี้ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  12. 12. 12ยอมรับในความแตกต่างของผู้รับสารซึ่งดูภายนอกจะมีความเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในความเหมือน เวนเดล สมิท (Wendell Smith) ได้วิจัยในเรื่องการแบ่งกลุ่มผู้รับสาร โดยได้พิมพ์หนังสือเกี่ยวกับเรื่องการแบ่งส่วนตลาดของคนอเมริกันออกเป็นกลุ่มเฉพาะ (Product Differentiation and MarketSegmentation as Alternative Production Strategies) ซึ่งจะทำาให้เกิดแนวโน้ม 4 ประการ คือ 1. จำา นวนประชากรของโลกที่เ พิม ขึน จะมีผลทำาให้เกิดการแบ่ง ่ ้ส่วนของตลาดออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ โดยเฉพาะ เช่น ตลาดวัยรุ่น ตลาดเด็กเล็ก ฯลฯ ซึ่งการที่มีจำานวนประชากรเพิ่มขึ้นนั้นจะทำาให้การแบ่งตลาดแต่ละส่วนมีขนาดใหญ่พอที่จะใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจได้ 2. ผลิต ภัณ ฑ์ส ิน ค้า เพือ การบริโ ภคมีแ บรนด์ (Brand) ทีแ ตก ่ ่ต่า งกัน มากขึน คือสามารถผลิตสินค้าชนิดเดียวกันแต่กำาหนดยี่ห้อได้มาก ้ขึ้น จึงทำาให้สินค้าแต่ละแบรนด์ต้องพยายามหาส่วนแบ่งทางการตลาด(Market Segment) ซึ่งสามารถเข้ายึดครองได้ เช่น การเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มผู้รักษาสุขภาพ การเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ฯลฯ 3. เกิด ลัท ธิป ัจ เจกนิย ม ( Individualism) หรือ ยุค แห่ง ตัวฉัน (Age of Me) ซึ่งจะก่อตัวเป็นส่วนเฉพาะอีกส่วนหนึ่ง คือ แนวคิดของคนในยุคหลังสมัยใหม่ (Post Modernization) นัน คนจะมีความ ้ต้องการเฉพาะตัว ในเรื่องรสนิยม วิถชีวิต และมีความเป็นตัวของตัวเอง ีมากขึ้น 4. สือ จะเน้น เนือ หาเฉพาะมากขึน โดยมีแนวโน้มที่จะ ่ ้ ้เปลี่ยนแปลงจากการแพร่กระจายออกไปในวงกว้าง (Broadcasting) คือมีเนื้อหาครอบคลุมคนทั้งประเทศ ไปสู่การแพร่กระจายในวงแคบ(Narrowcasting) โดยเพิ่มความเป็นไปได้ในการเข้าถึงตลาดส่วนย่อยให้มากขึ้น คือ มีเนื้อหารายการครอบคลุมเฉพาะตลาดส่วนย่อย ซึ่งมีความสนใจและความต้องการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเฉพาะ ทั้งนี้เป็นผลมาจากการเสื่อมสลายของกลุ่มผู้ฟังในลักษณะเชื้อชาติ (National Audiences) ปัจจุบันมีสถานีวิทยุเกิดขึ้นเป็นจำานวนมาก ดังนั้นจึงมีการจัดรายการโดยเน้นกลุ่มในเป้าหมายเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพราะการเจาะตลาดจะทำาให้มีฐานตลาดที่ใหญ่พอที่จะขายโฆษณาได้ และทำาการกำาหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะก็จะทำาง่ายต่อการจัดรายการให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายนั้น การแบ่งกลุ่มผู้ฟังสามารถแบ่งได้ 2 วิธีดงนี้ คือ ั 1. การแบ่ง กลุ่ม ผู้ฟ ง ตามลัก ษณะทางประชากร ั(Segmentation by Demographic Characteristics) ถือเป็นวิธีการพื้นฐานที่นิยมใช้กันมาก โดยกลุ่มผู้ฟังจะถูกแบ่งตามระดับอายุ เพศอาชีพ ขนาดครอบครัว รายได้ การศึกษา ภูมิลำาเนา ศาสนา เชื้อชาติสัญชาติ ฯลฯเช่น หากจะจัดรายการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ ก็ควรกำาหนดกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 18 – 30 ปี เป็นวัยที่เสี่ยงต่อการติด การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  13. 13. 13เอดส์ หรือการกำาหนดกลุ่มผู้ฟังที่เป็นเกษตรกรก็ย่อมที่จะสนใจเนื้อหาที่เกี่ยวกับการเกษตร ฯลฯ 2. การแบ่ง กลุ่ม ผู้ฟ ง ตามลัก ษณะของพฤติก รรม (Behavior) ัเป็นการแบ่งตาม “รูป แบบการดำา รงชีว ต ” ิ( Life Style) ซึ่งหมายถึง วิถีการดำาเนินชีวิตของคน หรือพฤติกรรมการดำารงชีวตในแต่ละวันที่ทำาให้เรามีความเป็นตัวของตัวเองและแตกต่างไปจาก ิผู้อื่น โดยอาจรวมถึงพฤติกรรมในการพักผ่อนย่อยใจการรับประทานอาหารการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว การเปิดรับข่าวสาร และการสังคม ฯลฯ เช่น • คนทำางานในกรุงเทพฯ มักจะฟังวิทยุในช่วง 6.00-8.00 น.โดยจะฟังในขณะเตรียมตัวไปทำางานหรือฟังจากวิทยุใน รถยนต์ระหว่างการเดินทาง ดังนั้นจึงเหมาะกับการจัดรายการ ประเภทข่าวสาร ข่าวจราจร ฯลฯ • วัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มผู้ฟังที่ชอบนอนรอบดึก มักจะฟังวิทยุในช่วง เวลา 20.00 – 24.00 น. เพื่อเป็นเพื่อนในระหว่างการ ทำาการบ้านหรือดูหนังสือ • กลุ่มเกษตรกรมักจะฟังวิทยุในตอนเช้า คือ ช่วงเวลา 5.00 - 6.00 น. และช่วงเวลา 18.00 -19.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลา หลังจากกลับจากการทำางาน การที่ผู้จัดรายการเข้าใจถึงรูปแบบการใช้ชีวิต (Life Style) หรือลักษณะพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ก็จะเป็นประโยชน์ตอการจัดรายการ ่ให้มีเนื้อหาและรูปแบบการนำาเสนอที่สอดคล้องกับรสนิยมและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย อันจะทำาให้รายการที่จัดตั้งขึ้นประสบผลสำาเร็จตามวัตถุประสงที่ตั้งไว้การสำา รวจความสนใจและกลุ่ม ผู้ฟ ง เป้า หมาย ั การสำารวจวิจัยเพื่อหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้ฟังรายการนับเป็นสิ่งสำาคัญ เพราะเป็นสิ่งที่ผู้จัดรายการจะได้นำาข้อมูลมาใช้ในการปรับปรุงงานและกำาหนดแนวทางในการดำาเนินงานของสถานี นอกจากนี้บริษัทห้างร้านผู้ว่าจ้างก็มีความสนใจต้องการทราบประสิทธิผลในการดำาเนินการของสถานีวิทยุว่า สถานีใดมีผู้นิยมติดตามมาก รายการลักษณะใดเป็นที่ชื่นชอบของคนกลุ่มใด เป็นต้น ประเด็นที่ต้องมีการสำารวจกลุ่มผู้ฟังเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงพื้นฐานได้แก่ 1. ใครเป็นผู้ฟังสถานีวิทยุแห่งนี้บ้าง 2. ผู้ฟังฟังในเวลาช่วงใด นานเท่าไร บ่อยแค่ไหน 3. มีความเห็นต่อรายการอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบ เพราะอะไร การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  14. 14. 14 4. ผู้ฟังมีคุณลักษณะโดยรวมอย่างไร เช่น เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ และอยู่ที่ไหน 5. ผู้ฟังต้องการให้ปรับปรุงรายการ เนื้อหา วิธีการนำาเสนออย่างไร หรือไม่ ข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้จะมีคุณค่าในการวางแผนจัดและผลิตรายการเพราะจะเป็นประโยชน์ในการกำาหนดกลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย เนื้อหา วิธีการนำาเสนอ และช่วงเวลาที่เหมาะสมกับผู้ฟังกลุ่มเป้าหมายต่อไป3. เนือ หา (Content) ้ เนือ หา หมายถึง เรื่องราวที่ผู้จัดรายการต้องการให้ผู้ฟังเป้าหมาย ้ได้รับฟัง แต่เนื่องจากผู้ฟังมีความแตกต่างกันจึงมีความสนใจและความต้องการเนื้อหารสาระของรายการที่แตกต่างไปด้วย ดังนั้นผลที่ได้จากการศึกษาคุณลักษณะโดยรวมของกลุ่มเป้าหมาย เช่น เพศ อายุ การศึกษาฯลฯ จะช่วยให้ผู้จัดรายการสามารถรู้ว่าจะจัดรายการให้มีเนื้อหารอย่างไรจึงจะเหมาะกับผู้ฟังกลุ่มนั้น รวมทั้งควรจะมีวิธีการเสนอรายการอย่างไรจึงจะดึงดูดความสนใจได้อย่างไม่เบื่อ เช่น • กลุ่มผู้ฟังที่มีการศึกษาสูง หรือผู้ฟังเกรด A,B จะชอบรายการ เกี่ยวกับความรู้ทางด้านการวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง ข่าว เศรษฐกิจ การสนทนาอภิปรายปัญหาต่าง ๆ • กลุ่มผู้ฟังที่มีการศึกษาไม่สูง หรือผู้ฟังเกรด C จะชอบ รายการข่าวเบาสมอง (Soft News) รายการละครข่าว ( การนำาข่าว Soft News ในหนังสือพิมพ์มาเสนอในรูปของ ละคร) รายการตลก ( Comedy) รายการเพลงลูกทุ่ง รายการ เล่าข่าว (การนำาเอาข่าวในหนังสือพิมพ์มานำาเสนอในรูปแบบ การเล่าให้ฟัง เหมาะสำาหรับผู้ฟังทั้งเกรด B,C เช่น รายการ วิทยุทหารอากาศ) การพิจารณาว่าเนื้อหาใดจะเหมาะสมกับผู้ฟังกลุ่มเป้าหมายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้จัดรายการและนโยบายของผู้บริหารสถานี4. วิธ ีก ารนำา เสนอรายการ (Program Presentation) วิธีการนำาเสนอรายการ (Format) เป็นองค์ประกอบความสำาเร็จของรายการที่สำาคัญอีกอย่างหนึ่ง เพราะเป็นกลวิธีที่สำาคัญที่จะทำาให้รายการมีชีวตชีวาสอดคล้องกับธรรมชาติและรสนิยมของผู้ฟัง โดยวิธีการนำาเสนอ ิรายการจะแตกต่างกันไปตามลักษณะพื้นฐานและรสนิยมของกลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย เช่น หากต้องการจัดรายการเกี่ยวกับความรู้เรื่องโรคเอดส์ให้กลุ่มผู้ฟังวัยต่าง ๆ ก็ควรนำาเสนอในรูปแบบดังนี้ • กลุ่มวัยรุ่น ควรนำาเสนอในรูปสาระบันเทิง คือ การให้ความรู้ ควบคู่กับการบันเทิง เช่น รายการเกมที่สอดแทรกความรู้เกี่ยว กับโรคเอดส์โดยเปิดโอกาสให้ผู้ฟังโทรศัพท์เข้ามาร่วมด้วย หรืออาจจัดเป็นรายการเพลงที่แทรกความรู้เรื่องโรคเอดส์ก็ได้ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  15. 15. 15 • กลุ่มผู้ฟังที่มีการศึกษาสูง ควรนำาเสนอในรูปของการเชิญนัก วิชาการมาบรรยาย หรืออาจจัดเป็นรายการเพลงที่เหมาะกับ รสนิยมของคนกลุ่มนี้สลับกับการให้ความรู้ • กลุ่มผู้ฟังที่มีการศึกษาไม่สูง ควรนำาเสนอในรูปของรายการ เพลงลูกทุ่งที่เหมาะกับการให้ความรู้ หรืออาจจัดเป็นละครวิทยุ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโรคเอดส์ ข้อควรคำานึงถึงในการจัดรายการวิทยุ คือ วิทยุเป็นสื่อที่รับได้ทางเสียงอย่างเดียว ผู้ฟังต้องใช้จินตนาการสูงในการรับรู้เนื้อหาสาระที่ผู้ส่งสารส่งออกไป และผู้ฟังวิทยุส่วนใหญ่จะไม่ได้เปิดวิทยุฟังอย่างตั้งใจเหมือนการดูโทรทัศน์หรืออ่านหนังสือ แต่อาจฟังวิทยุในขณะที่ทำาอย่างอื่นไปด้วย ดังนั้นการเสนอรายการจึงต้องดำาเนินอย่างมีศิลปะ คือ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการหากลวิธีที่จะเสนอเนื้อหาที่สามารถทำาให้ผู้ฟังเกิดจินตนาการ และได้รับความรู้ข่าวสารหรือเรื่องราวต่าง ๆ ได้โดยไม่รู้สึกตัว การที่จะใช้วิธีการนำาเสนอให้รายการประสบความสำาเร็จได้นั้น ผู้จัดรายการต้องเข้าใจธรรมชาติของผู้ฟังกลุ่มเป้าหมาย และต้องพิจารณาว่าเนื้อหาที่ต้องการนำาเสนอนั้นมีลักษณะอย่างไร สมควรที่จะนำาเสนอด้วยรูปแบบใดจึงจะสามารถเข้าถึงและดึงความสนใจของกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายได้มากที่สุดรูป แบบหรือ วิธ ก ารนำา เสนอรายการ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีดงนี้ ี ั 1.รายการข่า ว (News Program ) รายการที่จัดขึ้นเพื่อรายงานเหตุการณ์สำาคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นในวันหนึ่ง ๆเพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่า ใคร ทำาอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร จึงเป็นการเสนอข่าวมิติเดียวที่อาจมีทั้งแบบเขียนเพื่อให้ผู้อ่านอ่านการบันทึกเสียง หรือรายงานจากเหตุการณ์มาเสนอให้ฟัง โดยสามารถแยกประเภทตามการนำาเสนอได้ดังนี้ • การสรุปข่าว • การวิเคราะห์ข่าว • การวิจารณ์ข่าว • ละครข่าว • การเล่าข่าว 2. รายการพูด คุย บทความ บรรยาย (Talk Program) เป็นลักษณะรายการที่ใช้พูดคุย บรรยาย จะมีบทหรือไม่มีก็ได้ แต่มีวัตถุประสงค์ต้องดึงดูดใจให้ผู้ฟังสนใจเป็นสำาคัญ • รายการพูดคุย • รายการบทความ • รายการบรรยาย การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  16. 16. 16 3. รายการสัม ภาษณ์ (Interview Program) และรายการสนทนา (Conversational Program) เป็นการนำาเสนอถึงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร่วมรายการ ซึ่งมี 2คนขึ้นไป • รายการสัมภาษณ์ • รายการสนทนา 4. รายการอภิป ราย (Discussion Program) เป็นรายการพูดคุยแสดงความคิดเห็นในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง โดยผู้ร่วมอภิปรายหลายคน และมีผู้ดำาเนินการอภิปราย 1 คนเปรียบเสมือนเวทีที่เปิดโอกาสให้คนในสังคมได้แสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย 5. รายการบรรยายเหตุก ารณ์ (Commentary Program) มีผู้บรรยาย (Commentator/Narrator) ทำาหน้าที่เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเหตุการณ์ที่กำาลังเกิดขึ้นไปสู่ผู้ฟัง 6.รายการตอบปัญ หา (Quiz Program) เป็นรายการที่มุ่งสร้างความสัมพันธ์โดยให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมกับรายการ ซึ่งถือเป็นการสื่อสารแบบสองทาง (Two-WaysCommunication) เปิดโอกาสให้ผู้ฟังร่วมตอบปัญหาทางโทรศัพท์ หรือเขียนจดหมายในปัจจุบันรายการประเภทนี้มักถูกนำามาประกอบกับรายการอื่นหรือเป็นส่วนย่อย ๆ คั่นรายการ 7. รายการเพลง (Music Program) รายการบันเทิงเป็นพื้นฐานของวิทยุ การจัดรายการเพลงนี้ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษกับเพลง เช่น การกำาหนดประเภทเพลงที่จะเสนอการกำาหนดแกนกลางของเรื่อง (Theme) เกี่ยวกับเพลง 8. รายการละคร (Radio Drama) นิท าน (Radio Play) การจัดรายการละครและนิทานสำาหรับวิทยุเพื่อการศึกษาจะมุ่งให้ความรู้และความบันเทิง โดยจะสอดแทรกความรู้ให้เหมาะกับลักษณะ รสนิยมความต้องการ หรือสภาพปัญหาของกลุ่มผู้ฟัง ซึ่งรายการละครจะมีทั้งบทพูด บทบรรยาย เพลง และเสียงประกอบเพื่อให้เกิดความสมจริงสมจัง และใช้เสียงเพื่อสร้างจินตนาการ 9. Vox Pop คำาว่า Vox Pop มาจากคำาว่า Vox Populi หรือ Voice ofPeople หมายถึง เสียงของความคิดเห็นที่แตกต่างจากบุคคลที่หลากหลายต่อเรื่องหรือประเด็นปัญหาเดียวกัน มักใช้แทรกในรายการประเภทอื่น ๆเพื่อทำาให้รายการน่าสนใจขึ้น 10. รายการสารคดี (Documentary or Feature) เป็นการนำาเสนอเนื้อหาสาระเรื่อ งใดเรื่อ งหนึง อย่างละเอียดทุกแง่มุม ่โดยต้องพยายามให้มีรูปแบบวิธีการนำาเสนอที่หลากหลาย แต่ต้องคำานึงถึงความมีเอกภาพของรายการด้วย (นำา เสนอเพีย งเรือ งเดีย ว ) ่ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์
  17. 17. 17 11. รายการนิต ยสารทางอากาศ (Magazine Program) เป็นรายการที่นำาเอกเรื่องราวที่เป็นสาระควบคู่ไปกับความบันเทิงในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง แต่มีวิธีการานำาเสนอเนื้อหาที่หลากหลายแง่มุมมารวมกันไว้ในรายการเดียว โดยมี “บทเชื่อมรายการ” อย่างราบรื่นและมีแกนเรื่อง (Theme) ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (Unity) มีห ลายเรือ งใน ่รายการเดีย วกัน แต่ส ามารถเชือ มโยงให้ห ว ข้อ ทีต ่า งกัน เป็น ่ ั ่รายการเดีย วกัน ได้อ ย่า งสอดคล้อ งกลมกลืน 12. รายการปกิณ กะ (Variety Program) เป็นรายการวิทยุที่นำาเอารายการเบ็ดเตล็ดย่อย ๆ หรือรายการในลักษณะสัพเพเหระ สิ่งละอันพันละน้อย หลากหลายเรื่องราวมารวมกันอยู่ในรายการเดียว แต่ไม่ต้องมีบทเชื่อมโยงให้รายการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเหมือนกับรายการนิตยสาร เนื้อหาจึงมีหลากหลายรูปแบบ มุ่งเน้นในเรื่องความบันเทิงเป็นหลัก 13. สปอต (Spot Annoucement) หรือ การโฆษณาประชาสัมพันธ์เชิญชวน ใช้เวลาสั้น และข้อความสั้น ๆ มีเพลง เสียงประกอบร่วมด้วยเพื่อผลในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์เชิญชวน หรือรณรงค์เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากผู้ฟัง 14. Phone in Program เป็นรายการโทรศัพท์สดจากผู้ฟัง ในรูปแบบรายการให้ความรู้เปิดโอกาสให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมในรายการด้วยการโทรศัพท์เข้ามาเพื่อออกอากาศเป็นลักษณะการสื่อสารแบบ 2 ทาง (Two-Ways Communication)ทำาให้ผู้ฟังรู้สึกใกล้ชิดเป็นส่วนหนึ่งของรายการ5. การจัด ตารางเวลาออกอากาศ เวลาในการออกอากาศมีส่วนสัมพันธ์กับผู้ฟังเป้าหมายและความสำาเร็จของรายการเป็นอย่างมาก โดยปัจจัยที่จะบ่งบอกว่ารายการนั้นประสบความสำาเร็จหรือไม่ คือ จำานวนผู้ฟัง ดังนั้น การจัด ตารางเวลาออกอากาศหมายถึง ช่วงเวลาออกอากาศที่กลุ่มผู้ฟังเป้าหมายพร้อมที่จะรับฟังรายการจากสถานีวิทยุ ในการจัดรายการจึงควรวางรูปแบบและเวลาในการออกอากาศให้สัมพันธ์กับรูปแบบการดำารงชีวิต (Life Style) และสภาพหรือสภาวะความพร้อมในการรับฟังรายการของกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายในขณะนั้นด้วย เช่น รายการเพลง รายการข่าวประเภท Soft News เป็นต้น การกำาหนดตารางเวลาออกอากาศนั้น บางครั้งผู้บริหารสถานีวิทยุจะเป็นผู้วางนโยบายเกี่ยวกับเวลาออกอากาศโดยกำาหนดลักษณะของผู้ฟังแต่ละช่วงเวลา แต่ถ้าสถานีวิทยุแห่งนั้นไม่ได้กำาหนดไว้ ผู้จัดและผู้ผลิตรายการก็จะต้องค้นหาเองว่าช่วงเวลานั้นเหมาะกับผู้ฟังกลุ่มไหน แล้วจึงมาวางแผนจัดรายการให้มีเนื้อหาและรูปแบบการนำาเสนอรายการให้เหมาะกับความสนใจและรสนิยมของผู้ฟังกลุ่มนั้นในเวลานั้นปัจ จัย ที่ม ีผ ลต่อ การจัด ตารางเวลาออกอากาศ การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น/อ.ศราณี เวศยาสิรินทร์

×