Information Technology for Business
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

Information Technology for Business

on

  • 1,862 views

 

Statistics

Views

Total Views
1,862
Views on SlideShare
1,862
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
27
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment
  • 4
  • โลจิสติกส์ คือ กระบวนการทำงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน การดำเนินการ และการควบคุมการทำงานขององค์กร รวมทั้งการบริหารจัดการข้อมูล และธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ให้เกิด การ เคลื่อนย้าย การจัดเก็บ การรวบรวม กระจายของสินค้า วัตถุดิบ ชิ้นส่วนประกอบ และการบริการ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด โดยคำนึงถึงความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ กิจกรรมหลัก การขนส่ง การบริหารสินค้าคงคลัง กระบวนการสั่งซื้อ การบริหารข้อมูล การบริหารการเงิน กิจกรรมโลจิสติกส์ที่เกิดขึ้น กิจกรรมเสริม การบริหารคลังสินค้า การขนย้ายวัสดุ การจัดซื้อจัดหา การบรรจุหีบห่อ การบริหารอุปสงค์

Information Technology for Business Presentation Transcript

  • 1. แนะนำอาจารย์
    • ดร . ชัยรัตน์ จุสปาโล
    • อดีต ผู้อำนวยการศูนย์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
    • คณบดี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
    • มือถือ 086-5989056 , chairat.jus@hotmail.com
    • การศึกษา
    • B.B.A (Major: Business Computer , Minor: Marketing)
    • Prince of Songkla University
    • M.B.A. (Business Administration)
    • Ramkamheang University
    • D.B.A. (Information Technology Management)
    • First Class Honors, G.P.A 3.96/4.00 : Durakijpundit University
  • 2. เมนูกลยุทธ์ เพื่อการเรียนรู้
    • ฝึกอ่านความคิด ลิขิตในจิตใจ คิดตลอดเวลาว่าผู้พูดตั้งเจตนาว่าอย่างไร
    • สร้างบ่อความรู้ สู่การซึมซับ แยกหมวดการจัดเก็บความรู้ให้ชัดเจน
    • สร้างภาพในสิ่งที่ฟัง จำในสิ่งที่คิด ลิขิตในสิ่งที่ใช้
      • รวมข้อมูลข่าวสาร >> สู่การวิเคราะห์ >> เพื่อแก้ปัญหา
    • เรียนในสิ่งที่เราอยากรู้ ไม่ใช่ที่คุณครูอยากสอน
      • ฝึกตั้งคำถาม สร้างโจทย์เพื่อการเรียน
    • เรียนรู้ภายใต้สังคมที่ใฝ่เรียนรู้ (Learning Society)
  • 3. Suppliers Customers Organization TQM : Value Chain Model Total Quality Management Concept
  • 4. Supplier Customer Customer’ s Customer Suppliers’ Supplier Make Deliver Make Source Deliver Source ( internal or external ) ( internal or external ) Your Company โซ่อุปทานระบบธุรกิจ การวางแผน ( Plan) การจัดซื้อ จัดหา ( Source) การผลิต ( Make) การจัดส่ง (Deliver) โซ่อุปทานภายในองค์กร โซ่อุปทานภายนอกองค์กร โซ่อุปทานภายนอกองค์กร Plan Deliver Source Make Source Deliver
  • 5. องค์ประกอบและกิจกรรมของธุรกิจ จัดซื้อ ผลิต จัดส่ง ข้อมูลและการเงิน วางแผน Goods and Services Finance Information Suppliers Customers
  • 6. ภาพกว้างการใช้ IT กับองค์การ
  • 7. Are We Doing The Right Things? (What?) Are We Doing Things Right? ( How ?) Output Process Outcome Total Quality Management Concept SIPOC Model Process 1 Process 2 Process 3 Process 4 Input
  • 8. Input: Resources, including cost and workforce Process: Activities, efforts, workflow Output: Products and services produced Outcome: Results, accomplishments, impacts Performance Measures Total Quality Management Concept SIPOC Model Are We Doing The Right Things? (What?) Are We Doing Things Right? ( How ?) Output Input Process Outcome
  • 9. เทคโนโลยีสารสนเทศ
    • เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)
      • คอมพิวเตอร์
      • ซอฟต์แวร์
      • ฐานข้อมูล
      • การสื่อสารข้อมูล และระบบเครือข่าย
      • อินเทอร์เน็ต
  • 10. © 2004 Managing the Information Technology Resource, Jerry N. Luftman Chapter 1- Slide
  • 11. Computer Hardware
  • 12. Outline
    • ชนิดของคอมพิวเตอร์ (Types of computer)
    • ส่วนประกอบระบบคอมพิวเตอร์ (Basic Component of Computer Systems)
    • อุปกรณ์การนำเข้าข้อมูล (Input Unit)
    • ซีพียู และหน่วยความจำหลัก (CPU & Main Memory)
  • 13. Outline
    • หน่วย ความจำสำรอง (Secondary Storage Unit)
    • หน่วยแสดงผล (Output Unit)
    • อุปกรณ์อื่น ๆ
  • 14. ความหมายของคอมพิวเตอร์
    • Computer หมายถึง อุปกรณ์ทางอิเล็คทรอนิคส์ ที่สามารถ รับโปรแกรมและข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ที่เครื่องสามารถรับ ได้ แล้วทำการคำนวณโปรแกรมและข้อมูลตามคำสั่งต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ ทำการเปรียบเทียบจนกระทั่งได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • 15. ความหมายของคอมพิวเตอร์
    • คอมพิวเตอร์มีขั้นตอนการทำงาน 3 ขั้นตอนคือ
    • รับโปรแกรมและข้อมูล
    • ประมวลผล
    • แสดงผลลัพธ์
  • 16. ลักษณะที่สำคัญของคอมพิวเตอร์
    • ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
    • มีความเร็วสูงในการประมวลผล
    • มีความถูกต้องและเชื่อถือได้
    • มีหน่วยความจำภายในขนาดใหญ่
  • 17. ระบบคอมพิวเตอร์
    • ระบบคอมพิวเตอร์มีส่วนประกอบที่สำคัญ 6 ส่วนคือ
    • ฮาร์ดแวร์ ( Hardware )
    • ซอฟต์แวร์ ( Software )
    • ข้อมูล ( Data )
    • บุคลากร ( Peopleware )
    • ระเบียบ คู่มือ และมาตรฐาน ( Procedure )
    • ระบบสื่อสารข้อมูล ( Data Communication )
  • 18.
    • หากแบ่งตามขนาด สามารถแบ่งได้ 4 ชนิดดังนี้
      • Microcomputer
      • Minicomputer
      • Mainframe
      • Supercomputer
    ชนิดของคอมพิวเตอร์ Types of computer เล็ก ใหญ่
  • 19. Microcomputer
    • มีขนาดเล็ก ราคาค่อนข้างถูก
    • มีหน่วยประมวลผลกลางเป็นไมโครโพรเซสเซอร์
    • ใช้งานง่าย ทำงานในลักษณะส่วนบุคคลได้
    • ไมโครคอมพิวเตอร์หมายความรวมถึง พีซี ( PC – Personal Computer ) และเวิร์คสเตชั่น ( Workstation )
  • 20. พีซี สามารถแบ่งแยกตามขนาดของเครื่องได้ดังนี้
    • Desktop Computer
    • Tower Case
  • 21. พีซี สามารถแบ่งแยกตามขนาดของเครื่องได้ดังนี้
    • Laptop Computer
    • Notebook
  • 22. พีซี สามารถแบ่งแยกตามขนาดของเครื่องได้ดังนี้
    • Palmtop Computer
  • 23. Workstation
    • คล้ายเครื่องเดสก์ทอป
    • มีขีดความสามารถทางกราฟิกและคำนวณเหนือกว่า PC
    • ส่วนใหญ่ใช้ Unix OS
    • ซอฟต์แวร์สำเร็จได้แก่ โปรแกรมการจัดทำต้นฉบับหนังสือ การออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์งานจำลองและคำนวณทางวิทย์ งานออกแบบทางด้านวิศวกรรมและการควบคุมเครื่องจักร
  • 24. Minicomputer
    • ขนาดใหญ่กว่าไมโครคอมพิวเตอร์
    • สามารถใช้งานพร้อม ๆ กันได้หลายคน
    • ราคาสูงกว่า Workstation
    • ใช้สำหรับงานขององค์กรขนาดกลาง + ใหญ่
    • ใช้เป็นเครื่องให้บริการ (server)
      • เช่น ให้บริการแฟ้มข้อมูล ให้บริการข้อมูล ให้บริการช่วยในการคำนวณ และการสื่อสาร
  • 25. Mainframe
    • เหตุที่เรียกว่า เมนเฟรมคอมพิวเตอร์เพราะตัวเครื่องประกอบด้วยตู้ขนาดใหญ่ที่ภายในตู้มีชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก
    • ปัจจุบันมีขนาดลดลงมาก
    • ราคาสูงมาก มักอยู่ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักขององค์การ
    • ต้องอยู่ในห้องที่มีการควบคุมอุณหภูมิและมีการดูแลรักษาเป็นอย่างดี
  • 26. Mainframe
  • 27. Supercomputer
    • เหมาะกับงานคำนวณตัวเลขจำนวนหลายล้านตัวภายในเวลาอันรวดเร็ว
    • เช่น งานพยากรณ์อากาศ ที่ต้องนำข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับอากาศทั้งระดับภาคพื้นดิน และระดับชั้นบรรยากาศเพื่อดูการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของอากาศ
    • งานควบคุมขีปนาวุธ
    • งานควบคุมทางอวกาศ
  • 28. Supercomputer
    • งานประมวลผลภาพทางการแพทย์
    • งานด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะทางด้านเคมี เภสัชวิทยา
    • ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็วมาก เนื่องจากมีโครงสร้างการคำนวณแบบขนานเรียกว่า
    • เอ็มพีพี (Massively Parallel Processing : MPP) คือการคำนวณที่กระทำกับข้อมูลหลาย ๆ ตัวในเวลาเดียวกัน
  • 29. รูปแบบเซิร์ฟเวอร์ ตั้งโต๊ะ (pedestals) แร๊ค (Rack-Mount) เบลด (Blade)
  • 30. โครสร้างเบลดเซิร์ฟเวอร์
    • องค์ประกอบหลัก
      • ตัวถัง
      • แผงซีพียูเบลด
      • แต่ละแผงซีพียูเบลดจะใช้ทรัพยากรบนตัวถังร่วมกัน ตามแต่จะออกแบบ
  • 31. ประโยชน์การใช้เบลดเซิร์ฟเวอร์
    • ลดปริมาณการใช้กำลังไฟเนื่องจากแยกแหล่งจากไฟออกจากเซิร์ฟเวอร์มาอยู่ที่ตัวถังให้แต่ละเซิร์ฟเวอร์ใช้ร่วมกัน
    • ลดจำนวนสายสัญญาณและสามารถใช้สายที่สั้นลง
    • อาจใช้ซีพียูต่างผลิตภัณฑ์ในตัวถังเดียวกันได้
    • อาจประหยัดเนื้อที่โดยรวมมากกว่า
    • สร้างปริมาณความร้อนโดยรวมน้อยกว่า
  • 32. ความจำเป็นต้องใช้เบลด
    • ต้องการใช้ประโยชน์จากเบลดตามที่อธิบาย
    • มีจำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการใช้งานรวมหลายตัว
  • 33. ข้อพิจารณาการเลือกใช้เบลด
    • สามารถทำงานร่วมกับระบบเก็บข้อมูลที่มีอยู่เดิมได้หรือไม่
    • รูปแบบการขยายระบบเก็บข้อมูลเป็นอย่างไร (SAN, NAS iSCSI)
    • ควรมีระบบปรับระดับการใช้กำลังไฟฟ้าให้ต่ำ กรณีที่ใช้งานน้อย
    • มีระบบระบายความร้อนประจำแต่ละเบลด
    • มีระบบ failover ภายในตัว ช่วยให้ย้ายงานจากเบลดหนึ่งไปอีกเบลดหนึ่งได้โดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์อื่นเพิ่มเติม
    • ความสามารถในการขยายหน่วยความจำ ( สำหรับใช้ในงาน Virtualization)
    • ตัวถังควรมองเห็นเหมือนเป็นเซิร์ฟเวอร์เมื่อเข้าปรับตั้ง ไม่เป็นแบบสวิตช์ที่ปรับตั้งยุ่งยาก
  • 34. เทคโนโลยี Virtualization
    • เทคนิค Virtualization แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก
    Hard Partitions Virtual Machines OS Virtualization Calendar Server Database Web Server Mail Server Web Server File Server Identity Server App Server Database OS OS OS OS ที่มา : sun microsystems Server OS App
  • 35. ส่วนประกอบระบบคอมพิวเตอร์ Secondary Storage Output Unit Input Unit Control Unit Main Memory Arithmetic & Logical Unit CPU
  • 36. คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์
    • หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์รอบข้างที่เกี่ยวข้องต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนสำคัญคือ หน่วยประมวลผลกลาง , หน่วยความจำหลัก , หน่วยรับข้อมูล , หน่วยแสดงผล , หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง
  • 37. องค์ประกอบพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ รูปแสดง องค์ประกอบพื้นฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้พีซีเป็นการแสดงให้เห็นได้ชัดเจน
  • 38. อุปกรณ์การนำเข้าข้อมูล (Input Device)
    • รับข้อมูลที่ถูกป้อนโดยผู้ใช้
    • นำข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ
      • ตัวอย่างเช่น คีย์บอร์ด เมาส์ ไมโครโฟน
      • เครื่องอ่านบาร์โค้ด สแกนเนอร์
  • 39. อุปกรณ์การนำเข้าข้อมูล (Input Device) Touch Screen Keyboard Mouse
  • 40. CPU : Central Processing Unit
    • ลักษณะเป็น ชิปที่มีความซับซ้อนมากที่สุด เรียกว่า " ไมโครโปรเซสเซอร์ " (Microprocessor)
    • ซีพียู เปรียบเสมือนสมองของมนุษย์
    • ทำหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูล
  • 41. CPU : Central Processing Unit
    • หน่วยประมวลผลกลางมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วนคือ
    • หน่วยควบคุม ( Control Unit )
    • หน่วยคำนวณและตรรกะ ( Arithmetic & Logical Unit : ALU )
    • หน่วยความจำหลัก ( Main Memory )
  • 42. หน่วยความจำหลัก ( Main Memory)
    • เป็นหน่วยความจำที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ในระหว่างที่มีการเปิดเครื่องพีซี
    • มีการส่งข้อมูลให้กับซีพียูในการประมวลผล ผ่านเส้นทางที่เราเรียกว่า " ซิสเต็มบัส " (System Bus)
    • ส่งข้อมูลออกไปยังส่วน Output หรือ ส่งให้ส่วนความจำสำรอง Secondary Storage ผ่านเส้นทางที่เรียกว่า " ไอโอบัส " (Input/Out Busses: I/O Busses)
  • 43. (1.) RAM (2.) ROM
  • 44.  
  • 45. หน่วยความจำถาวร ( Secondary Storage Unit)
    • คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บโปรแกรมและข้อมูลที่ถาวร เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
    • ข้อมูลไม่หายไปเมื่อปิดเครื่อง
  • 46.
    • Hard Disk
    • Floppy Disk
    • CD ROM
    • Handy Drive
    ( Secondary Storage Unit)
  • 47. หน่วยแสดงผล (Output Unit)
    • เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แสดงผลลัพธ์จากการประมวลผลข้อมูล
    • เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์ พล็อตเตอร์
    • ลำโพง
  • 48. Computer Software
  • 49. Outline
    • In this chapter, we will study:
      • ซอฟท์แวร์ระบบ
      • ซอฟท์แวร์ประยุกต์
      • วิวัฒนาการและทิศทางของซอฟท์แวร์
      • ซอฟท์แวร์สำหรับองค์กร
  • 50. ความสัมพันธ์ระหว่างซอฟต์แวร์กับฮาร์ดแวร์ Hardware ซอฟต์แวร์ระบบ ( System Software ) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ( Application Software )
  • 51. ประเภทของซอฟท์แวร์
    • ซอฟท์แวร์ระบบ (Systems Software)
      • ชุดคำสั่งที่ควบคุม บริหารและจัดการทรัพยากรของระบบ
    Computer Software Systems Software Application Software Makes the computer function Does something interesting
    • ซอฟท์แวร์ประยุกต์ (Application Software)
      • ชุดคำสั่ง หรือโปรแกรมที่ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นการเฉพาะ
    1. 2.
  • 52. 1. ซอฟท์แวร์ระบบ (System Software)
    • คือซอฟท์แวร์ซึ่ง :
      • ควบคุมการทำงาน ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ตัดสินใจว่าจะนำโปรแกรมใดมา ประมวลผล
      • สนับสนุนการทำงาน ของซอฟต์แวร์ประยุกต์ กำหนดว่าอนุญาตให้โปรแกรมใช้ทรัพยากรใดได้บ้าง และลำดับ การทำงานทั้งหมด
      • เป็นตัวกลางระหว่าง HW กับ Application SW
  • 53. Systems Software System Control Programs Systems Support Programs Systems Development Programs ซอฟต์แวร์ระบบจำแนกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ System Software (cont.)
  • 54.
    • System Support Programs
      • อำนวยความสะดวก แก่ผู้ใช้ ในการสั่งงานคอมพิวเตอร์
    • System Control Programs
      • ควบคุม จัดการและบริหารทรัพยากร ( ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และข้อมูล ) ตัวอย่างเช่ น ระบบปฏิบัติการ
    System Software (cont.)
  • 55.
    • System Development Programs
      • ช่วยในการพัฒนาโปรแกรมการประมวลผลสารสนเทศและเตรียมการใช้งานต่างๆ ในลักษณะที่มุ่งผู้ใช้เป็นหลักหรือแปลง source code ให้เป็นภาษาเครื่อง เพื่อให้คอมพิวเตอร์เข้าใจและทำงานได้
    System Software (cont.)
  • 56.
    • Major Desktop Operating Systems
    MS-DOS Windows 95 Windows 98 Windows NT Windows 2000 Microsoft Products: Windows XP Windows ME Macintosh Operating System UNIX Java Operating System (JavaOS) Other Products: Linux IBM O/S 2
  • 57.
    • Enterprise Operating Systems
      • ระบบปฏิบัติการสามารถรองรับการเข้าใช้งานพร้อมๆ กันของยูสเซอร์หลายร้อยคน และรองรับการทำรายการได้หลายล้านรายการพร้อมๆกันต่อวัน
      • IBM ’ s OS/390, IBM ’ s VM (Virtual Machine), IBM ’ s VSE (Virtual Storage Extended), and IBM ’ s OS/400
    Type of Operating System (cont.)
  • 58.
    • รองรับการบริหารและจัดการคำสั่ง และ สนับสนุนการใช้งานของ ผู้ใช้
    • Examples:
      • System Utilities
        • ทำงานง่ายๆ ทั่วไปเช่น : เรียงลำดับระเบียน , การตรวจสอบพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ , การสร้างไดเร็คทอรี และไดเร็คทอรีย่อย , การกู้แฟ้มข้อมูลที่ลบไป , การระบุที่อยู่แฟ้มข้อมูล , การจัดการการใช้งานหน่วยความจำ , และการส่งต่อผลลัพธ์ไปยังอุปกรณ์อื่นๆ
    System Support Programs
  • 59.
    • Types of Application Software
      • ซอฟท์แวร์สำหรับงานใดงานหนึ่งโดยเฉพาะ (Proprietary application software)
        • เขียนขึ้นเพื่อความต้องการเฉพาะของหน่วยงาน
      • ซอฟท์แวร์สำเร็จรูป (Off-the-shelf application software)
        • บริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์ขึ้นเพื่อขายให้กับบริษัทต่างๆ
        • อยู่ในรูปแบบสำเร็จ หรือ อาจเลือกติดตั้งเฉพาะที่เหมาะกับงานก็ได้
    2. Application Software
  • 60. Application Software (continued)
    • Spreadsheets
    • Data management
    • Word processing
    • Desktop publishing
    • Graphics
      • Presentation; Analysis; CAD
    • Multimedia
    • Communication
    • Speech-recognition
    • Groupware
    ซอฟท์แวร์สำเร็จรูปที่พบเห็นในปัจจุบัน ถูกออกแบบเพื่อให้ เหมาะกับงานทั่วๆ ไป ดังต่อไปนี้
  • 61. ซอฟท์แวร์สำเร็จรูป
    • ซอฟท์แวร์ประมวลผลคำ (Word Processing)
    • ซอฟท์แวร์ตารางอิเล็กทรอนิกส์ (Spreadsheet)
    • ซอฟท์แวร์ด้านฐานข้อมูล (Database Management)
    • ซอฟท์แวร์การแสดงกราฟฟิก (graphic presentation program)
    • โปรแกรมการติดต่อสื่อสาร (Communications)
  • 62. ตัวแปลภาษา ( Translator )
    • ใช้ในการแปลโปรแกรมภาษาต่าง ๆ ไปเป็นภาษาเครื่อง ( Machine Language )
    •  โปรแกรมต้นฉบับ ( Source code )
    •  ออบเจคโค้ด ( Object code )
    • ตัวแปลภาษาที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน จะต่างกันที่ขั้นตอนที่ใช้ในการแปลภาษาให้อยู่ในรูปที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ ซึ่งแบ่งได้เป็น
    •  แอสแซมเบลอ ( Assembler ) เป็นตัวแปลภาษาแอสแซมบลีซึ่งเป็นภาษาระดับต่ำให้เป็นภาษาเครื่อง ( Machine Language )
  • 63.
    •  อินเทอพรีเตอร์ ( Interpreter ) เป็นตัวแปลภาษาระดับสูงซึ่งเป็นภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษามนุษย์ ไปเป็นภาษาเครื่อง โดยใช้หลักการแปลพร้อมกับทำงานตามคำสั่งทีละบรรทัดตลอดไปทั้งโปรแกรม
    •  คอมไพเลอร์ ( Compiler ) เป็นตัวแปลภาษาระดับสูงเช่นเดียวกับ อินเทอพรีเตอร์แต่จะใช้วิธีการแปลโปรแกรมทั้งโปรแกรมให้เป็น Object ก่อนที่จะนำไปทำงาน
    ตัวแปลภาษา ( Translator )
  • 64. การจัดการข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์และระบบฐานข้อมูล
  • 65. รหัสแทนข้อมูล
    • ข้อมูล (data) หมายถึง ความจริง (fact) ซึ่งสามารถบันทึกไว้ได้ และมีความหมายอยู่ในตัว
    • ระบบคอมพิวเตอร์ อาศัยการทำงานของสัญญาณไฟฟ้า ทำให้สถานะมี 2 สถานะ คือ สถานะปิด (off) และสถานะเปิด (on) จึงต้องหาวิธีในการแทนที่สถานะสองสถานะนี้นั้นคือการใช้เลขฐานสอง (Binary Number System) ประกอบด้วยเลข 0 และเลข 1 การประกอบเลขฐานสองขึ้นหลาย ๆ หลักทำให้สามารถแทนความหมายข้อมูลต่าง ๆ ได้จำนวนมากมาย
  • 66. นิยามของโครงสร้างข้อมูล
    • โครงสร้างข้อมูล ( data organization ) ประกอบด้วย
    • 1. บิต ( bit )
    • 2. ไบต์ ( byte )
    • 3. เขตข้อมูล (Field)
    • 4. ระเบียน (Record)
    • 5. แฟ้มข้อมูล (File)
    • 6. ฐานข้อมูล (Database)
  • 67.
  • 68. ชนิดของรหัสแทนข้อมูล
    • รหัส EBCDIC (Extended Binary Code Decimal Interchange Code)
    • พัฒนาโดยบริษัทไอบีเอ็ม (IBM) ใช้แทนข้อมูลต่างกันได้ทั้งหมด 2 8 หรือ 256 ชนิด ( ใช้ 8 บิตเป็น 1 ไบต์ )
    • รหัส ASCII (American Standard code for Information Interchange)
    • เป็นรหัสสากลที่นิยมใช้มาก ใช้ 8 บิต เป็น 1 ไบต์ เช่นเดียวกับ EBCDIC
    • รหัส UniCode
    • เป็นรหัสใหม่ล่าสุดที่พัฒนาขึ้นมาแทนรหัสพิเศษต่าง ๆได้มากขึ้นเพราะใช้ 16 บิตต่อไบต์ ในการแทนข้อมูล ทำให้ครอบคลุมภาษาต่าง ๆ ได้หลายภาษาโดยไม่ต้องมีการแปลง
  • 69. ระบบไฟล์ข้อมูล ( Data file)
    • หน่วยเก็บข้อมูลสำรองของคอมพิวเตอร์จะเก็บข้อมูลในรูปของเลขฐานสอง ซึ่งประกอบกันเป็นแฟ้มข้อมูลหรือไฟล์ โดยที่ไม่ว่าจะใช้สื่อเก็บข้อมูลชนิดใดก็ตาม ทุกอย่างที่เก็บอยู่ในหน่วยเก็บข้อมูลสำรองต้องอยู่ในรูปของไฟล์ ไฟล์ทุกไฟล์ต้องมีชื่อเรียก และไฟล์หลาย ๆ ไฟล์ก็จะถูกจัดเก็บไว้ใน ไดเรคทอรี่ (Directory) หรือ โฟล์เดอร์เดียวกัน (Folder) โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ของไฟล์ในโฟล์เดอร์ด้วย
  • 70.
    • โปรแกรมไฟล์ (Program File)
    • เป็นไฟล์ที่ใช้เก็บโปรแกรมทุกชนิด ตั้งแต่โปรแกรมของระบบ (System Program) ตลอดจนถึงโปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ (Application Program)
    • ดาตาไฟล์ (Data File)
    • เป็นไฟล์ที่ใช้เก็บข้อมูลทุกชนิด หรือกล่าวได้ว่าเก็บข้อมูลที่จะใช้ ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็จัดเก็บดาตาไฟล์ที่มีรูปแบบต่างกัน ทำให้การเรียกใช้ข้อมูลข้ามโปรแกรมกันไม่ได้ โดยดาตาไฟล์สามารถแบ่งเป็นประเภทย่อย ๆ ตามประเภทของข้อมูลที่จัดเก็บ
  • 71. ประเภทของดาต้าไฟล์
    • Configuration File เป็นไฟล์เก็บคุณสมบัติหรือตัวเลือกต่างๆ ในโปรแกรม ถ้าถูกลบอาจเสียหายต่อโปรแกรมนั้น ๆ
    • Text File เป็นไฟล์ข้อความซึ่งประกอบด้วยอักขระ ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษต่าง ๆ
    • Graphics File เป็นไฟล์ข้อมูลรูปภาพทั้งสีและขาวดำ ข้อมูลที่เก็บเป็นรูปแบบเฉพาะ
    • Database File เป็นที่เก็บข้อมูลในรูปแบบที่โปรแกรมฐานข้อมูลเรียกใช้ได้
    • Sound File เป็นที่เก็บรหัสแทนเสียงในรูปแบบดิจิตอล
    • Backup File เป็นไฟล์ที่ใช้สำรองข้อมูลที่สำคัญ เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เมื่อไฟล์ต้นฉบับเสีย
  • 72. ปัญหาของการจัดการข้อมูลแบบไฟล์
    • ข้อมูลเกิดความซ้ำซ้อน (Data Redundancy)
    • ลำบากต่อการแก้ไข (Update Difficulties)
    • การผูกติดกับข้อมูล (Data Dependence)
    • การกระจัดกระจายของข้อมูล (Data Dispersion)
    • การไม่สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูล (Underutilization of Data)
  • 73. การประมวลผลด้วยระบบไฟล์ การประมวลผลด้วยระบบไฟล์ Application Program 2 Application Program 3 Personal Department USER 1 Personal Department USER 2 Personal Department USER 3 A B C D A B D E A B E F Application Program 1 A B C D
  • 74. ระบบฐานข้อมูล
    • ฐานข้อมูล หมายถึง การเก็บข้อมูลของผู้ใช้ และสามารถนำข้อมูลมาใช้งานร่วมกันได้ โดยไม่มีการซ้ำซ้อนของข้อมูล หรือความขัดแย้งของข้อมูล
  • 75. ระบบฐานข้อมูล USER Application Program 1 Application Program 2 Application Program 3 Personal Department USER 1 Personal Department USER 2 Personal Department USER 3 Database Management System ( DBMS ) การประมวลผลด้วย Database A E F G B C D
  • 76. แนวความคิดของฐานข้อมูล
    • เป้าหมายสูงสุดของแนวความคิดเกี่ยวกับฐานข้อมูลคือการที่ข้อมูลแต่ละชุดถูกป้อนและจัดเก็บเพียงครั้งเดียว ผู้ใช้ที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้นที่จะสามารถเรียกใช้ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมทั้งการที่ข้อมูลเป็นอิสระจากโปรแกรมประยุกต์เฉพาะกิจใด ๆ
    • โดยการบริหารฐานข้อมูลเราจะอาศัยซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า ระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล ( DBMS : Database Management System ) เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่าง โปรแกรมกับฐานข้อมูล
  • 77. เป้าหมายของการใช้ฐานข้อมูล
    • ลดความซ้ำซ้อน
    • ใช้ข้อมูลร่วมกัน
    • การใช้และการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสะดวก และถูกต้อง
    • ลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บและเรียกใช้
    • ให้ความปลอดภัย
    • เกิดมาตรฐานในการใช้งาน
  • 78. สถาปัตยกรรมของระบบฐานข้อมูล
    • ระดับภายนอก (External Level) หรือระดับวิว (View Level )
    • เป็นมุมมองของผู้ใช้ฐานข้อมูลแต่ละคน จะสนใจเฉพาะส่วนการนำข้อมูลเข้า - ออกเท่านั้น จึงต้องการนำข้อมูลอะไรบ้างและข้อมูลที่จะนำออกมาแสดงเช่นรายงานต่าง ๆ
    • ระดับแนวคิด (Conceptual Level) หรือระดับตรรกะ (Logical Level)
    • เป็นมุมมองโครงสร้างของฐานข้อมูลทั้งในระบบในลักษณะของแนวความคิด
    • ระดับกายภาพ (Physical Level)
    • เป็นมุมมองในระดับของการจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล ในส่วนนี้เป็นหน้าที่ของระบบการจัดการฐานข้อมูลที่จะเชื่อมการทำงานกับระบบปฏิบัติการ
  • 79. Personal Department Marketing Department Finance Department DBMS EMPLOYEE SALESMAN CUSTOMER PAYROLL External Level ( individual user view ) Conceptual Level ( community user view ) Internal Level ( storage view ) Database
  • 80. ระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล
    • ระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล หรือที่นิยมเรียกว่า ดีบีเอ็มเอส ( DBMS ) คือชุดของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่สร้าง ดูแลรักษา และใช้งานส่วนต่างๆ ของฐานข้อมูล และเป็นตัวกลางในการติดต่อระหว่างโปรแกรมประยุกต์กับฐานข้อมูลให้สามารถใช้งานร่วมกันได้
    • โดยมี DBA ( Database Administator ) จะเป็นผู้ดูแลควบคุมการใช้งาน ตัวอย่างระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลที่นิยมใช้ในปัจจุบันได้แก่ Ingres, Oracle, Informix, Sybase, Access, Dbase, FoxBase และ Btrive
  • 81. การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
  • 82. องค์ประกอบของระบบ Personal Information Systems Data Programs Procedures Workgroup Organization
  • 83. องค์ประกอบของ ระบบ Workgroup Information Systems Local Area Network (LAN) Worker Worker Worker Manager Data Organization
  • 84. องค์ประกอบของ ระบบ Enterprise Information Systems Computer and Programs องค์การธุรกิจ Department A Department B Users Users Department C Department D Data Data Users Users
  • 85. ความรู้พื้นฐานการสื่อสารข้อมูล
    • การสื่อสารข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ คือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างต้นทางและปลายทาง โดยที่ใช้อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยสื่อกลางชนิดใดชนิดหนึ่ง
    • การสื่อสารเพื่อส่งข่าวสาร ผ่านทางสื่อต่าง ๆ เช่น โทรเลข โทรศัพท์ ไปรษณีย์ วิทยุ โทรทัศน์ วารสาร หนังสือพิมพ์ ซึ่งในยุคคอมพิวเตอร์เกิดการสื่อสารข้อมูล (Data Communication) และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Networks)
  • 86. ความรู้พื้นฐานการสื่อสารข้อมูล
    • การสื่อสารข้อมูล (Data communication) หมายถึง การแลกเปลี่ยนของข้อมูลในลักษณะของ “ 0 ” และ “ 1 ” ระหว่างอุปกรณ์สองอุปกรณ์
    • ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ ระบบการเชื่อมโยงระหว่างคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองตัวขึ้นไป เพื่อให้ระบบสามารถทำการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกันได้นั่นเอง
  • 87. องค์ประกอบพื้นฐานของการสื่อสารข้อมูล
    • Source system คือ ระบบผู้ส่งเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ส่งข่าวสาร
    • Destination system คือ ระบบผู้รับเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข่าวสาร
    • Transmission system คือ ระบบที่เป็นสื่อกลางเชื่อมผู้และผู้รับ
  • 88. รูปแสดงองค์ประกอบพื้นฐานของการสื่อสารข้อมูล
  • 89. ชนิดของสัญญาณทางอิเล็กทรอนิกส์
    • สัญญาณแบบ Analog
    • สัญญาณ Digital
  • 90. ช่องทางการสื่อสารข้อมูล (Data Transmission Channels)
    • เครือข่ายคอมพิวเตอร์นอกจากจะประกอบขึ้นจากการนำคอมพิวเตอร์มาเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายแล้ว ยังต้องมีช่องทางหรือ สื่อกลาง (Media) ของการสื่อสารข้อมูล ซึ่งมีหลายช่องทางดังนี้
        • แบบมีสาย ได้แก่ สายคู่บิดเกลียว สายโคแอกเชียล สายใยแก้วนำแสง
        • แบบไม่มีสาย ได้แก่ ไมโครเวฟ ดาวเทียม อินฟราเรด ระบบวิทยุ
    • สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกช่องทางการสื่อสาร มีดังนี้
      • อัตราเร็วในการส่งผ่านข้อมูล (Transmission Rate)
      • ระยะทาง (Distance)
      • ค่าใช้จ่าย (Cost)
      • ความสะดวกในการติดตั้ง (Ease of Installation)
      • ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม (Resistance to Environmental)
  • 91. ชนิดของระบบเครือข่าย
    • Local Area Network: LAN
    • Metropolitan Area Network: MAN
    • Wide Area Network: WAN
  • 92. Local Area Network:LAN
    • Local Area Network: LAN
    • เป็นเครือข่ายซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดเชื่อมโยงกันอยู่ในพื้นที่ใกล้ ๆ กัน เช่น อยู่ภายในแผนกเดียวกัน สำนักงานเดียวกัน หรือตึกเดียวกัน เป็นต้น เป็นเครือข่ายที่มีการใช้งานในองค์กรต่าง ๆ มากที่สุด
    • ประโยชน์ของ LAN
    • - Sharing of peripheral devices : แบ่งกันใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องพิมพ์ ซีดีรอมไดร์ฟ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง
    • - Sharing of programs and data : แบ่งกันใช้งานโปรแกรม และข้อมูล
    • - Better communication : เป็นการติดต่อสื่อสารที่ดีกว่า
    • - Access to database : สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลได้สะดวก
  • 93. Metropolitan Area Network: MAN
    • ระบบเครือข่ายบริเวณเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นเครือข่ายแบบ MAN ที่เป็นระยะห่างไม่มากนัก เช่น เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงภายในเขตเมือง หรือย่านใจกลางธุรกิจ
  • 94. Wide Area Network: WAN
    • เป็นเครือข่ายที่ประกอบด้วยเครือข่าย LAN ตั้งแต่ 2 วงขึ้นไปต่อกันในระยะทางที่ไกลมาก เช่น ระหว่างเมือง หรือระหว่างประเทศ โดยปกติแล้วเครือข่ายแบบ WAN จะเชื่อมต่อกันด้วยระบบเครือข่ายสาธารณะ เช่น สายโทรศัพท์ ไมโครเวฟหรือดาวเทียม
    • เครือข่ายแบบ WAN อื่น ๆ
      • - Circuit-Switching Networks
      • - Packet-Switching Networks
      • - ISDN : Integrated Services Digital Network
      • - ATM : Asynchronous Transfer Mode
  • 95. Network Protocol
    • โปรโตคอลของระบบเครือข่าย (Network Protocol) หรือนิยมเรียกว่า Protocol stack หรือ Protocol suit คือ ชุดของกฎหรือข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
    • โปรโตคอลของระบบเครือข่ายที่เป็นแบบจำลองสำหรับอ้างอิงที่สำคัญ คือ แบบจำลอง OSI (Open System Interconnection Reference Model) ซึ่งเป็นแบบจำลองที่พัฒนาโดยองค์กร ISO (International Standard Organization) โดยเป็นการบรรยายถึงโครงสร้างของสถาปัตยกรรมเครือข่ายในอุดมคติ โดยแบบการทำงานของระบบเครือข่ายจะประกอบไปด้วย 7 ชั้น
    • ตัวอย่างโปรโตคอลแสตก NetBEUI, IPX/SPX, TCP/IP
  • 96. การประยุกต์ใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์
    • Electronic mail: จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
    • Electronic Bulletin Boards: บริการกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์
    • Electronic Teleconference, Videoconferencing: การประชุมทางไกลผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
    • Electronic Data Interchange – EDI: การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์
    • Electronic Funds Transfer – EFT: การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
    • E-commerce, E-Banking, E-learning, E-government
    • Telnet
    • Ftp
    • World Wide Web
  • 97. Media
  • 98. องค์ประกอบของ ระบบ Enterprise Information Systems Computer and Programs องค์การธุรกิจ Department A Department B Users Users Department C Department D Data Data Users Users
  • 99.  
  • 100. E-Business Technologies
  • 101.  
  • 102.  
  • 103.  
  • 104.  
  • 105.  
  • 106.  
  • 107.  
  • 108.  
  • 109.  
  • 110.  
  • 111.  
  • 112.  
  • 113.  
  • 114.  
  • 115. ระบบอินเทอร์เน็ต
  • 116.
    • The largest network of networks in the world.
    • Uses TCP/IP protocols and packet switching .
    • Runs on any communications substrate.
    What is the Internet? From Dr. Vinton Cerf, Co-Creator of TCP/IP
  • 117. Brief History of the Internet
    • 1968 - DARPA (Defense Advanced Research Projects Agency) contracts with BBN (Bolt, Beranek & Newman) to create ARPAnet
    • 1970 - First five nodes:
      • UCLA
      • Stanford
      • UC Santa Barbara
      • U of Utah, and
      • BBN
    • 1974 - TCP specification by Vint Cerf
    • 1984 – On January 1, the Internet with its 1000 hosts converts en masse to using TCP/IP for its messaging
  • 118. *** Internet History ***
  • 119. Tim Berners-Lee
    • The inventor of HTML . Graduate of Oxford University, England, Tim is now with the Laboratory for Computer Science ( LCS)at the Massachusetts Institute of Technology ( MIT).
    • He directs the W3 Consortium, an open forum of companies and organizations with the mission to realize the full potential of the Web.
    • With a background of system design in real-time communications and text processing software development, in 1989 he invented the World Wide Web, an internet-based hypermedia initiative for global information sharing. while working at CERN, the European Particle Physics Laboratory.
    • Before coming to CERN, Tim was a founding director of Image Computer Systems, and before that a principal engineer with Plessey Telecommunications, in Poole, England.
    Source: w3c.org
  • 120. Internet Growth Trends
  • 121. Internet Growth Trends
    • 1977: 111 hosts on Internet
    • 1981: 213 hosts
    • 1983: 562 hosts
    • 1984: 1,000 hosts
    • 1986: 5,000 hosts
    • 1987: 10,000 hosts
    • 1989: 100,000 hosts
    • 1992: 1,000,000 hosts
    • 2001: 150 – 175 million hosts
    • 2002: over 200 million hosts
    • By 2010, about 80% of the planet will be on the Internet
  • 122. ระบบอินเทอร์เน็ต
    •  เป็นระบบเครือข่ายที่มีผู้รู้จักมากที่สุดในโลก มีขนาดใหญ่มากที่สุด
    •  มีการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายขนาดต่างๆ เข้าด้วยกันเป็นจำนวนหลายพันเครือข่าย
    •  องค์กรสามารถนำไปใช้ในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในองค์กรหรือระหว่างองค์กร
    •  ใช้เป็นเทคโนโลยีหลักในการสร้างระบบเครือข่ายภายในองค์กรที่สนับสนุนการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
  • 123. ระบบอินเทอร์เน็ต
    •  เริ่มนำมาใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยกระทรวงกลาโหมเพื่อเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์สำหรับนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยทั่วโลกเข้าด้วยกันโดยใช้โพรโตคอล TCP/IP
    •  มีการเชื่อมต่อกับองค์กรตัวแทนเรียกว่า ISP : Internet Service Provider เช่น บริษัทเอเชียเน็ตฯ บริษัทสามารถฯ บริษัทเคเอสซีฯ เป็นต้น
  • 124. บริการสำหรับการสื่อสารบนระบบอินเทอร์เน็ต ชื่อบริการ งานที่ให้บริการ อีเมลล์ Usenet LISTSERVs Chatting telnet FTP (File Transfer Protocol) Gophers จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสนทนาแต่ละกระดานอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสนทนาและจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะกลุ่ม การสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ต การเข้าไปใช้บริการในคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น การถ่ายโอนหรือทำสำเนาแฟ้มข้อมูล การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
  • 125. WWW : World Wide Web
    •  เครือข่ายเว็บ
    •  เป็นองค์ประกอบตัวที่สำคัญที่สุดที่ผลักดันให้เกิดการใช้งานระบบอินเทอร์เน็ตในทางธุรกิจ
    •  เป็นที่ยอมรับในการเก็บข้อมูล การกระจายและแสดงผลข้อมูลที่มีโครงสร้างแบบ client/server
    •  ใช้คำสั่งประเภท Hypertext Markup Language (HTML)
  • 126. โปรแกรมเว็บบราวเซอร์
    •  เป็นโปรแกรมที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆ ได้โดยสะดวก
    •  โดยที่ผู้ใช้ต้องทราบที่อยู่ของเว็บไซต์ที่ต้องการในรูปแบบที่เรียกว่า URL : Uniform Resource Locator เช่น http://www.teenee.com
    •  http ย่อมาจาก hypertext transport protocol เป็นโพรโตคอลที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลเว็บเพจ
  • 127. Intranet
    •  ระบบเครือข่ายภายในองค์กร
    • เป็นบริการ และการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เหมือนกันอินเทอร์เน็ต แต่จะเปิดให้ใช้เฉพาะสมาชิกในองค์กรเท่านั้น เช่น อินทราเน็ตของธนาคารแต่ละแห่ง หรือระบบเครือข่ายมหาดไทย ที่เชื่อมศาลากลางทั่วประเทศ เป็นต้น
    • เป็นการจำกัดขอบเขตการใช้งาน ดังนั้นระบบอินเทอร์เน็ตในองค์กร ก็คือ " อินทราเน็ต " นั่นเอง
    • ในช่วงที่ชื่อนี้ยังไม่เป็นที่นิยม ระบบอินทราเน็ต ถูกเรียกในหลายชื่อ เช่น Campus network, Local internet, Enterprise network เป็นต้น
  • 128. ประโยชน์อินทราเน็ต
      • 1. การสื่อสารเป็นแบบสากล ผู้ใช้ระบบอินทราเน็ตสามารถส่งข่าวสารในรูปของ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นมาตรฐานสากลระหว่างผู้ร่วมงานภายในหน่วยงานและผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งอยู่ภายนอกหน่วยงานได้
      • 2. การลงทุนต่ำ
      • 3. ความน่าเชื่อถือ เทคโนโลยีที่ใช้นั้นได้ผ่านการทดลองใช้และปรับปรุง จนกระทั่งอยู่ในสถานภาพที่มีความเชื่อถือได้สูง
      • 4. สมรรถนะ สามารถสื่อสารข้อมูลรองรับการส่งข้อมูลที่ประกอบด้วย ข้อความ ภาพและเสียงได้
  • 129. Extranet
    •  คือระบบเครือข่ายซึ่งเชื่อมเครือข่ายภายในองค์กร (INTRANET) เข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายนอกองค์กร
    • จะอนุญาตให้ใช้งานเฉพาะสมาชิกขององค์กรหรือผู้ที่ได้รับสิทธิในการใช้งานเท่านั้น
    • เช่น การเปิดร้านค้าบนอินเทอร์เน็ต หรือการเปิดบริการข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งบริการเหล่านี้จะต้องมีการเชื่อมต่อกับบุคคลและเครือข่ายภายนอกองค์กรจำนวนมาก จึงต้องมีระบบการจัดการการเชื่อมต่อเครือข่ายภายนอกที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่ดี
  • 130. ตัวอย่างระบบ Extranet
  • 131. ระบบเว็บไร้สาย
    •  m-commerce
    •  ใช้อุปกรณ์สื่อสารไร้สายเชื่อมต่อเข้ากับระบบอินเทอร์เน็ตได้ทุกสถานที่ที่ต้องการ
    •  สามารถใช้ข้อมูลจากอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งต้องมีวิธีการเชื่อมต่อรวมทั้งการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่แตกต่างออกไป
  • 132. ผลประโยชน์ที่องค์กรได้รับ จากการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาใช้
    •  การเชื่อมต่อไปยังเครือข่ายโลก
    •  ลดค่าใช้จ่ายในการสื่อสาร
    •  ลดค่าใช้จ่ายในการทำรายการธุรกรรม
    •  ลดค่าใช้จ่ายในการตั้งตัวแทนองค์กร
    •  ระบบโต้ตอบผู้ใช้ ความอ่อนตัวในการใช้งาน การดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน
    •  กระจายข่าวสารความรู้ได้อย่างรวดเร็ว
  • 133. เทคโนโลยีที่สนับสนุนการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์
    • ซอฟต์แวร์สำหรับการบำรุงรักษาและปรับปรุงเว็บไซต์
    • ซอฟต์แวร์เว็บเซิฟเวอร์และเซิฟเวอร์สำหรับการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
    • ซอฟต์แวร์สำหรับการติดตามลูกค้าและการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะกับลูกค้า
    • ซอฟต์แวร์สำหรับการบริหารจัดการข้อมูลในเว็บ ( web content management tool )
    • ซอฟต์แวร์สำหรับการตรวจสอบประสิทธิภาพของเว็บ
  • 134. กลยุทธ์และการดำเนินงานขององค์การธุรกิจ
  • 135. เป้าหมาย ในอนาคต องค์การ ปัจจุบัน กลยุทธ์ แนวคิดกลยุทธ์
  • 136. กลยุทธ์ระดับบริษัท กลยุทธ์ระดับ ธุรกิจ กลยุทธ์ระดับ ธุรกิจ กลยุทธ์ระดับ ธุรกิจ กลยุทธ์ การตลาด กลยุทธ์ การผลิต กลยุทธ์ บุคคล Corporate level Business level Functional level
  • 137. Inbound Logistics Operations (Manufacturing) Outbound Logistics Marketing and Sales After Sale Service Procurement PRIMARY ACTIVITIES Technology Development Human Resource Management Firm Infrastructure ( Fin. Plan..) SUPPORT ACTIVITIES MARGIN Value Chain : Michael E. Porter Total Quality Management Concept
  • 138. Inbound Logistics Operations (Manufacturing) Outbound Logistics Marketing and Sales After Sale Service Procurement PRIMARY ACTIVITIES Technology Development Human Resource Management Firm Infrastructure ( Fin. Plan..) SUPPORT ACTIVITIES MARGIN Value Chain : Michael E. Porter Total Quality Management Concept
  • 139. Management Frameworks Management 0f Quality Quality Systems & Standards Quality 0f Management Management & Improvement Tools Fusion Management 7S MBNQA TQA TQM 5S BM BSC KM SS TPM ISO HA HACCP HPH Total Quality Management Concept
  • 140. Total Quality Management Concept TQM MODEL การจัดการ คุณภาพทั่วทั้งองค์กร
  • 141. Total Quality Management Concept Six Sigma Design of Experiment (DOE) Statistical Quality Control (SQC) Productivity Improvement Tools & Standards Thailand Quality Award (TQM & TQA) Strategic Planning KPI & Balanced Scorecard Benchmarking Supply Chain Management Business Process Improvement (BPI) Cross-functional Management TPM PM/SM OEE JIT IE 7 Waste Activity-based Management (ABM) Activity-based Costing (ABC) Cost of Quality (COQ) Problem Solving Waste Assessment 5S / Suggestion Scheme / Visual Control ISO 9000 / ISO 16949 / HACCP / GMP / ISO 14000 / SA 8000 21 ระดับปฏิบัติการ ระดับจัดการ ระดับบริหาร
  • 142. การจัดการ กระบวนการ การมุ่งเน้น ลูกค้าและตลาด การมุ่งเน้น ทรัพยากรบุคคล การนำองค์การ ผลลัพธ์ ขององค์กร การวางแผน เชิงกลยุทธ์ การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ โครงร่างองค์การ : 1 6 5 2 3 4 7 P Total Quality Management Concept TQM model 2 MNBQA / TQA
  • 143. 6 . การจัดการกระบวนการ 6.1. กระบวนการที่สร้างคุณค่า 6.2. กระบวนการสนับสนุน 3 . การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด 3.1. ความรู้เกี่ยวกับลูกค้าและตลาด 3.2. ความสัมพันธ์กับลูกค้าและ ความพึงพอใจของลูกค้า 5 . การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล 5.1. ระบบงาน 5.2. การเรียนรู้และการสร้างแรงจูงใจ 5.3. ความผาสุกและความพึงพอใจของ พนักงาน 1 . การนำองค์กร 1.1. การนำองค์กร 1.2. ความรับผิดชอบต่อสังคม 7 . ผลลัพธ์ขององค์กร 7.1 ผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้นลูกค้า 7.2 ผลลัพธ์ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ 7. 3 ผลลัพธ์ด้านการเงินและตลาด 7.4 ผลลัพธ์ด้านทรัพยากรบุคคล 7.5 ผลลัพธ์ด้านประสิทธิผลขององค์กร 7. 6 ผลลัพธ์ด้านบรรษัทภิบาลและ ความรับผิดชอบทางสังคม 2 . การวางแผนเชิงกลยุทธ์ 2.1. การจัดทำกลยุทธ์ 2.2. การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ 4 . การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ 4.1. การวัดและวิเคราะห์การดำเนินการขององค์กร 4.2. การจัดการสารสนเทศและความรู้ P โครงร่างองค์การ P1 สภาพแวดล้อมองค์การ P2 ความท้าทายขององค์การ Total Quality Management Concept TQA framework
  • 144. Input: Resources, including cost and workforce Process: Activities, efforts, workflow Output: Products and services produced Outcome: Results, accomplishments, impacts Performance Measures Total Quality Management Concept SIPOC Model Are We Doing The Right Things? (What?) Are We Doing Things Right? ( How ?) Output Input Process Outcome
  • 145. Total Quality Management Concept
    • 5M
    • Man
    • Machine
    • Material
    • Method
    • Money
    Create value to customers Improvement
    • Quality
    • Cost
    • Delivery
    • Safety
    • Morale
    • Environment
    • Ethics
    • New products
    • New services
    • New market
    • New business
    • New processes
    • New technology
    Inputs Process Outputs SIPOC Model
  • 146. Model of Information Technology Strategy and Business Strategy Alignment
  • 147. The Key Arguments in IT Management Matters
    • IT Management
    • IT & business strategy alignment
    • IT governance
    • Ensuring technical ability
    • Managing IT outsourcing
    • Managing internal service delivery
    • Different IT maturity
    Organization’s Investment in its (rapidly evolving) IT portfolio
    • IT infrastructure
    • IT applications
    Organization’s Benefits from its IT portfolio
    • IT Performance Evaluation
  • 148. Business Strategy 1 . Cost leadership 2 . Differentiation 3. Focus 4 . Innovation 5 . Growth 6 . Alliance ( Porter, 1985; Rackoff, Wiseman and Ullrich, 1985; Clarke, 1994)
  • 149. IT Strategy
    • IT Application
    • IT Infrastructure
    • System Competencies
  • 150. Functional Integration Business Strategy IT Infrastructure & Processes Org. Infrastructure & Processes IT Strategy Business Scope Distinctive Competencies Business Governance IT Scope Systemic Competencies IT Governance Administrative Infrastructure Processes Skills IT Architecture Processes Skills Linkage Automation Strategic Fit Strategic Alignment Model
  • 151. Model for IT strategy and business strategy alignment
  • 152. ศึกษาเพิ่มจาก เอกสารที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ของไทยจากการสำรวจสำนักงานสถิติ ความก้าวหน้ายุค Network Soc IT Thailand outlook