อ่านอย่างไรให้ประสบผลสาเร็จ   1                ไม่เหนื่อยไม่ท้อ ไม่เครียด เมื่อรู้จักตนเองสวัสดีค่ะ....ลูกๆ ที่น่ารักทุกคน...
อ่านอย่างไรให้ประสบผลสาเร็จ   2เลือกได้ 1 สาขา 1 คณะ และ 1 มหาวิทยาลัย เท่านั้น...... (ไม่มีให้เลือกหลายมหาลัย หลายสาขา แบ...
อ่านอย่างไรให้ประสบผลสาเร็จ   3ทาไมล่ะ?"อ. ครูบอกว่า เพราะ "บางคนไม่เตรียมตัวให้พร้อม ไม่ดูให้ดี และไม่ฝึกฝน""ทาให้ดีที่สุ...
อ่านอย่างไรให้ประสบผลสาเร็จ   4โจทย์แบบนี้เจอมา 10 รอบแล้ว นี่ไง ใส่สูตรนี้ก่อน แล้วก็สูตรนี้ อ๊ะ แอบพลิกแพลงตรงนี้หรอ    ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ไม่เหนื่อยไม่ท้อ ไม่เครียด เมื่อรู้จักตนเอง

377 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
377
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
22
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ไม่เหนื่อยไม่ท้อ ไม่เครียด เมื่อรู้จักตนเอง

  1. 1. อ่านอย่างไรให้ประสบผลสาเร็จ 1 ไม่เหนื่อยไม่ท้อ ไม่เครียด เมื่อรู้จักตนเองสวัสดีค่ะ....ลูกๆ ที่น่ารักทุกคน <<<<<< เขียนโดยครูแป๋ว >>>>> นักเรียนที่รักทุกคน ทุกท่านที่กาลังอ่านอยู่ ................และยังไม่รู้เป้าหมายของตนเอง....ยังมีคาถามมากมายหลายเรื่องวนเวียนมา ในตอนนี้ ซึ่งเป็นทางแยกที่เราต้องตัดสินใจให้ดีว่าเราเหมาะสม หรืออยากเป็นอะไรกันแน่ ..................... * ๐ > เรื่องที่ครูรู้สึกอยากเล่า เพราะหลังจากเป็นครูแนะแนวมากว่า 3 ปี ทั้งตลอดเวลาที่ทางานนักเรียนแต่ละรุ่น ได้ฟังเรื่องกังวลใจของนักเรียนๆ มาก็หลายเรื่อง เรื่องหนึ่งที่ได้ยินบ่อยคือ "ครูครับ ผมเรียนเยอะมากเลย วิชาที่ต้องอ่านก็เยอะ จะทาไงครับไม่ทันแน่ๆ " "ครูค่ะ เหนื่อยมากอ่ะค่ะ เรียนกันเช้ายันเย็นเลย" "ไหนจะต้องเรียน ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ แล้วยังต้องสังคม อีก เบลออาๆๆ" "ผมว่าผมถนัดหลายอย่าง แต่ยังไม่รู้แนวที่ผมชอบครับ"และอีกมากมาย ทีนักเรียน ๆ รู้สึกว่าการเรียนเป็นเรื่องยากและเยอะเหลือเกิน ่ ครูจึงลองนึกไปถึงสมัยของตัวเองค่ะ ครูเรียนที่โรงเรียนพะทายพิทยาคม สายวิทย์คณิต และ เรียนที่ ม.มหาสารคาม สาขาชีววิทยาค่ะ .......สมัยนั้นครูอยู่ ม.6/2 การเรียนก็ใช้ได้พอสมควร (คิดเข้าข้างตัวเอง ...555 )สมัยนั้นใครเป็นครูแนะแนว ครูไม่รู้จักเลย....และก็ไม่รู้ว่ามีไปทาไม ????? แต่ครูรู้อย่างเดียวว่าใน 8 วิชาหลักเนี่ย ครูจะชอบอ่านๆๆๆๆ วิชาชีววิทยา (Biology)  ก่อนวิชาอื่นๆและให้ความสัมคัญมากกว่าวิชาอื่นๆ ค่ะ .....การสอบสมัยนั้น ยังไม่มี GAT/PAT เหมือนพวกเราจะเป็นEntrane ซึ่งมีปีละ 2 ครั้ง 1/ตุลาคม และ 2/ มีนาคม .....รับตรงจะ
  2. 2. อ่านอย่างไรให้ประสบผลสาเร็จ 2เลือกได้ 1 สาขา 1 คณะ และ 1 มหาวิทยาลัย เท่านั้น...... (ไม่มีให้เลือกหลายมหาลัย หลายสาขา แบบนี้ ^_^ ) .... แต่ครูเรียนพิเศษน้อยมาก เรียนเพียงวิชาเดียวคือวิชาฟิสิกส์ 1 ครั้ง (ได้แนวข้อสอบ 3 ข้อ แต่ไม่รู้จะเอาไปใช้ยังไง 5555 ) ครูท่านหนึ่งได้ให้แนวทาง การเรียน ที่เป็นกุญแจสาคัญ สู่ทุกการเรียนของครูนับแต่ ม.ปลายจน มหาลัยเชียวค่ะ อยากรู้ไหมครับ ทาอย่างไรเรียนไม่เหนื่อย เรียนไม่เครียด แถมสอบติดด้วยนะค่ะ ^ ^bเคล็ดไม่ลับ 3 ข้อนี้ ผ่านเรื่องเล่าของครูอาจจะยาวหน่อย แต่มาลองดูกันเลยครับ1. รู้จักตนเอง และรู้จักเป้าหมายของเราอ.ของครู กล่าวกันว่า บนโลกนี้มีเพียง 2 อย่างคือ "ไม่ถึง" กับ "ถึง" ไม่มีเกือบถึง เพราะเกือบถึงก็คือไม่ถึงสมัยนั้น พี่ต้องการจะสอบเข้า คือที่ ชีววิทยา คณะ วิทยาศาสตร์ การสอบต้องการ 7 วิชาsหลัก ๆ เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา สังคม ภาษาไทย คณิตศาสตร์ และอังกฤษ วิชาละ 100คะแนน รวม 700 คะแนน ค่ะ จาก 7 วิชาหลักครูจะเน้นจุดเด่นค่ะ เมื่อเราทาได้ดี ก็จัดหนัก ไปเรียนอ่านชีววิทยาเคมี ภาษาไทย สังคม เป็นหลักค่ะ นักเรียนๆ สังเกตอะไรไหมค่ะ ครูอ่าน 4 วิชาใน 12 เดือน ทาไมจะอ่านไม่ทันล่ะค่ะตัวเองถนัดอะไรไม่ถนัดอะไร ตัวไหนสาคัญ ต่อคณะที่เราจะเข้าจึงวางแผนผ่อนแรงได้แล้วน้องๆล่ะค่ะ รู้ข้อมูลพวกนี้ สาหรับคณะของนักเรียนๆหรือยัง ค่ะ ^ ^b2.เตรียมตัวให้พร้อม และทาให้ถึง"เธอไม่สงสัยหรอ คนสอบต่อปีเป็นแสน คนติดมันก็เท่าเดิมทุกปี คนไม่ติดก็ไม่ติดเหมือนเดิม
  3. 3. อ่านอย่างไรให้ประสบผลสาเร็จ 3ทาไมล่ะ?"อ. ครูบอกว่า เพราะ "บางคนไม่เตรียมตัวให้พร้อม ไม่ดูให้ดี และไม่ฝึกฝน""ทาให้ดีที่สุด"...ไม่มีประโยชน์หรอกครับ ต้องเปลี่ยนเป็น "ทาให้ถึงให้ได้" ต่างหากหากนักเรียน ปักธงจะไปอเมริกา แต่เตรียมสเบียง(คะแนนสอบ) มาแค่พอเดินเรือถึง ญี่ปุ่นแล้ว ก็บอกกับพระเจ้าว่า ท่านได้โปรด วาร์ปพาเรือข้าไป อเมริกา ด้วย แล้วจะบนด้วยหัวหมู....หรอค่ะ <<< นักเรียน ๆมากต่อมากค่ะ ทาแบบนี้ สอบแบบพยายามทาดีที่สุด คะแนนออกมาเฉี่ยวๆ ติดมิติดแหล่ >>>> แล้วก็บนค่ะ สุดท้ายมากมาย แน่นอนครับว่าไม่ติด >>>>> จริงๆแล้วนักเรียนควรลองทาข้อสอบดูก่อนครับ ข้อสอบเก่าๆโจทย์เก่าๆ แล้วจับเวลาทาเหมือนในห้องสอบจริงๆ แล้ววัดคะแนนดูเลยค่ะ >> ตอนครูลองทาแล้ว หนแรกๆ ชีววิทยา ทาผิดบ้าง วิชาอื่นๆ ก็ยังไม่ดีนัก ได้ราวๆ 50%เอาตารางคะแนนสอบติดปีก่อนๆมาดู อืมมันก็มีนะชีววิทยาที่คะแนนเท่านี้สอบติด <<< จะให้ชัวร์ต้องได้ 80% สิ อ้าวแล้วทาไงดี >>>ครูก็เลือก ฝึกฝนสิค่ะ เพิ่มคะแนนชีววิทยา , เคมี และ สังคม ฯลฯ เพราะครูทาได้ดีเข้าใจและคาดหวังได้ นี่แหละค่ะที่มาของแผน การเรียนทีครูวางไว้ในข้อ 1 รู้ว่าต้องทาแค่ไหน ่ถ้ารู้ว่าความสามารถเราตอนนี้ ถึงแค่นี้ ยังไม่พอก็ต้อง รีบเติมค่ะ >>> เติมระยะที่ยังห่างอยู่ ถ้าในสนามทดลองเราสอบได้ก็มีโอกาสกว่า 70%-80% ที่เราจะสอบได้ ในสนามจริงค่ะ3.ไปแข่งวิ่งทุกวันต้องซ้อมวิ่ง "ถ้าเธอจะต้องไปแข่งวิ่งมาราธอนสัปดาห์หน้า เธอจะไปฝึกวิ่งทุกเย็นไหมล่ะ?"การสอบก็เช่นเดียวกันครับ เวลาน้อยนิดในห้องสอบ กับข้อสอบมหาศาลคนที่เก่งๆ เขาทาแต่ละข้อด้วย"ความคุ้นเคยค่ะ"
  4. 4. อ่านอย่างไรให้ประสบผลสาเร็จ 4โจทย์แบบนี้เจอมา 10 รอบแล้ว นี่ไง ใส่สูตรนี้ก่อน แล้วก็สูตรนี้ อ๊ะ แอบพลิกแพลงตรงนี้หรอ <<< นี่ไง ทาแบบนี้วิธีนี้แก้เป็น ฉับฉับ ได้คาตอบ >>>>แบบนี้จริงๆค่ะ ไม่ใช่ท่องโจทย์ไปสอบนะค่ะ แต่เพราะทามาเยอะมากแล้วจึงเข้าใจแนวทางของโจทย์เป็นอย่างดี จากเข้าใจก็เป็นซึมซับ และแก้ได้ในทันทีค่ะ<<< เคล็ดไม่ลับอีกอันคือ >>> ซื้อหนังสือ ย้อนหลัง 15 ปีข้อสอบมาทา ทาวันละ 1 ชุดครับ และครูก็เจอว่าเฮ้ย.....โจทย์นี้ ถามแบบนี้เลย เมื่อ 5 ปีที่แล้วก็ออกนิ สลับข้อแค่นั้นเองโจทย์เรื่องนี้ 2-3 ปีมาทีนึง ต้องไปอ่านรายละเอียดเพิ่มสินะ อ๊ะ แหม ถามเหตุการณ์นี้อีกละ เบื่อแล้วนะ ถามบ๊อยบ่อย ^^อย่าลืมนะครับ ต้องไปวิ่งอย่าลืมฝึกวิ่ง ต้องไปแข่งทาข้อสอบ อย่าลืมฝึกทาข้อสอบ ะ ค่ ด้วยรัก....จากใจครูแนะแนว ครูแป๋ว

×