สามัคคีเภทคำฉันท์

3,410 views
3,143 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
3,410
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
12
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

สามัคคีเภทคำฉันท์

  1. 1. อุป ชาติ ฉัน ท์ ๑๑ ๏ เราคิดจะใคร่ยก         พยุห์พลสกลไกรประชุมประชิดชัย         รณรัฐวัชชี ๏ ฉะนี้แหละเสนา         บดิฐานมนตรีคือใครจะใคร่มี         พจค้านประการไร ๏ ฝ่ายพราหมณ์ก็กราบทูล         อดิศูรนราศัย นยาธิบายใน         วจนัตถทัดทาน ๏ พระราชปรารม         ภนิยมมิควรการณ์ ขอองคภูบาล         พิเคราะห์ถ่อง ณ
  2. 2. ๏ มิแผกมิผิดพา         กยข้าพระองค์ทาย ไป่ได้สะดวกดาย       และจะแพ้เพราะไพรี ๏ พวกลิจฉวีขัต         ติยรัฐวัชชี ละองค์ละองค์ม         ี มิตรพันธมั่นคง ๏ อนึงสิสามารถ ่ รณอาจกระทำาสงครามยุทธยรรยง มิระย่อมิเยงใคร ๏ เราน้อยจะย่อยยับ พลทัพปราชัย
  3. 3. ๏ เราน้อยจะย่อยยับ         พลทัพปราชัย กระนี้แหละแน่ใน         มนข้าพยากรณ์ ๏ และอีกประการเล่า         ผิวเขาคะนึงคลอน แคลนพาลระรานรอน        ทุจริตผจญเรา ๏ เป็นก่อนกระนั้นชอบ         ทุษตอบก็ทำาเนา มิมีคดีเอา         ธุระเห็น บเป็นธรรม
  4. 4. ถอดความอุป ชาติฉ ัน ท์ ๑๑ เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูเสด็จออกว่าราชการ ท่ามกลางเหล่า เสนาบดีและอมาตย์ทั้งหลาย ทีเข้าเฝ้าฯเรียงรายตามฐานันดร ่ ศักดิ์ ณ ท้องพระโรงเพื่อคอยรับฟังพระราชโองการเรืองต่างๆ ่ พระองค์จึงมีพระราชดำารัสว่า พระองค์มีพระประสงค์จะยกกองทัพ อันเกรียงไกรไปทำาสงครามกับแคว้นวัชชี ด้วยเหตุนี้บรรดา เสนาบดีและอมาตย์ทั้งหลายมีผู้ใดจะคัดค้านอย่างไรหรือไม่ วัสสการพราหมณ์จึงกราบทูลพระมหากษัตริย์ แสดงความคิดเห็น ส่วนตัวว่า ในข้อที่จะทรงกรีธาทัพอันเกรียงไกรไปตีเมืองกษัตริย์ แห่งแคว้นวัชชีนั้นคงจะไม่สมดังประราชประสงค์ จะมิผิดไปจาก คำากราบทูลของข้าพระพุทธเจ้าที่ถวายทำานายไว้ จะไม่ได้แคว้น วัชชีอย่างสะดวกสบาย ทั้งยังจะต้องพ่ายแพ้ศัตรู เพราะกษัตริย์ แห่งแคว้นวัชชีนั้นแต่ละองค์ทรงมีความสามัคคีกันอย่างมั่นคง นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการทำาสงครามไม่เกรงกลัวผู้ใด พวกของเราน้อยกว่าจะเป็นฝ่ายแพ้ ข้าพระพุทธเจ้ามั่นใจจึงขอ ทำานายเช่นนี้ อีกประการหนึ่งนั้นถ้าหากพวกเขาคิดร้ายกลั่นแกล้ง ให้เราเดือดร้อนก่อน ก็เป็นการสมควรที่จะตอบโต้กลับไปบ้าง แต่
  5. 5. อีท ิส ัง ฉัน ท์ ๒๐ ๏ ภูบดีสดับอุปายะตาม ณ วาทวัสสการะพราหมณ         ณ บังอาจ ๏ เกินประมาณเพราะการณ์ละเมิดประมาท บ ควรจะขัดบรมราช         วโรงการ ๏ ท้าวก็ทรงแสดงพระองค์ ธ ปาน ประหนึ่งพระราชหทัยลุดาล         พิโรธจึง ๏ ผันพระกายกระทืบพระบาทและอึง พระศัพทสีหนาทพึง         สยองภัย ๏ เอออุเหม่นะมึงชิช่างกระไร ทุทาสสถุลฉะนี้ไฉน         ก็มาเป็น
  6. 6. ๏ ศึก บ ถึงและมึงก็ยังมิเห็น จะน้อยจะมากจะยากจะเย็น        ประการใด ๏ อวดฉลาดและคาดแถลงเพราะใจ ขยาดขยั้นมิทันอะไร         ก็หมิ่นกู ๏ กลละกากะหวาดขมังธนู บ ห่อนจะเห็นธวัชริป         ู สิลา ่ถอย ๏ พ่ายเพราะภัยพะตัวและกลัวจะพลอย พินาศชิพิตประดิดประดอย         ประเด็นขัด ๏ กูก็เอกอุดมบรมกษัตริย์ วิจาระถ้วน บ ควรจะทัด         จะทานคำา ๏ นี่นะเห็นเพราะเป็นอมาตย์กระทำา
  7. 7. ๏ ใช่กระนั้นละไซร้จะให้ประหาร ชิวาตม์และหัวจะเสียบประจาน         ณทันที ๏ นาคราภิบาลสภาบดี และราชบุรุษแน่ะเฮ้ยจะรี         จะรอไย ๏ ฉุดกระชากกลีอปรีย์เถอะไป บ พักจะต้องกรุณอะไร         กะคนคด ๏ ลงพระราชกรรมกรณบท พระอัยการพิพากษกฎ         และโกนผม ๏ ไล่มิให้สถิต ณ คามนิคม
  8. 8. ๏ มันสมัครสวามิภักดิใน อมิตรลิจฉวีก็ไป         บ ห้ามกัน ๏ เสร็จประกาศพระราชธูรสรรพ์ เสด็จนิวัตสภาภิมัณฑ์         มหาคารฯ
  9. 9. ถอดความอีท ิส ัง ฉัน ท์ ๒๐ พระเจ้าอชาตศัตรูทรงฟังกลอุบายตามคำากราบทูล ของวัสสการพราหมณ์ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพและขัด คำาสังพระองค์ จึงทรงกระทำาเสมือนหนึ่งว่าทรงขัดเคือง ่ พระราชหฤทัย ขยับพระองค์กระทืบพระบาทและทรง ตวาดด้วยเสียงที่ดังน่าเกรงขาม เจ้าช่างเป็นทาสที่ชั่วช้า เลวทราม เหตุใดจึงตำาหนิข้าถึงเพียงนี้ ศึกสงครามก็ยัง ไม่ทันมีมา มึงก็ยงไม่เห็นว่าข้าศึกจะมากหรือน้อยเพียง ั ใด และการทำาสงครามจะยากจะง่ายประการใด กลับมา ทำาอวดฉลาดคาดคะเนเอาก็เพราะใจมีหวาดกลัวอยู่ ไม่ทันอะไรเลยก็มาหมิ่นกูเสียแล้ว เสมือนหนึ่งกาที่หวาด เกรงพรานผู้ชำานาญ นี่ยงไม่ทันเห็นธงของศัตรูเลยก็สั่ง ั ถอยเสียแล้ว พ่ายแพ้เพราะเกรงภัยจะมาถึงตัว กลัวว่าจะ พลอยเสียชีวิตจึงคิดหาประเด็นมาขัดแย้ง เราเป็นถึง กษัตริย์ผู้สูงส่ง มีวิจารณญาณถี่ถ้วนไม่สมควรจะมา ทัดทาน นี่เราเห็นว่าเป็นอมาตย์รับราชการมาหลายปี ไม่ เช่นนั้นเราจะสั่งประหารชีวิตตัดหัวเสียบประจานทันที นคราภิบาลและราชบุรุษจะรีรออยู่ทำาไม จงรีบลากตัวคน ชั่วร้ายออกไปโดยไม่ต้องเห็นอกเห็นใจกับคนคด เอาตัว
  10. 10. คุณ ค่า ด้า นวรรณศิล ป์ เรื่องสามัคคีเภทคำาฉันท์ มีที่มาจากหนังสือธรรมจักษุ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์) นายชิต บุรทัต ได้อ่านนิทานแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีมีคติจึงแต่งเป็นฉันท์ นายชิต บุรทัต มีฝีมือเชียวชาญ ่ในการแต่งคำาประพันธ์ประเภทฉันท์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเลือกฉันท์ชนิดต่างๆ มาใช้สลับกันอย่างเหมาะสมกับเนื้อเรื่องและลีลาของแต่ละตอน จนได้รับการยกย่องว่ามีความไพเราะ งดงาม เป็นที่นิยมอ่านแล้วจดจำาตลอดมา นายชิต บุรทัต แต่งเรื่องสามัคคีเภทคำา
  11. 11. ๑. การสรรหาคำา เป็นการเลือกใช้คำาในลักษณะ ต่างๆ เพื่อความคิดและความรู้สกได้แก่ ึ ๑.๑) การเลือกใช้คำาได้ถูกต้อง มีความหมาย ชัดเจน สันแต่ได้ใจความ เช่น ้ ๏ เราคิดจะใคร่ยก         พยุห์พล สกลไกร ประชุมประชิดชัย         รณรัฐวัชชี ๏ ฉะนี้แหละเสนา         บดิฐาน มนตรี คือใครจะใคร่มี         พจค้าน ประการไร
  12. 12. ๑.๒) การเลือกใช้คำาเหมาะสมกับฐานะของบุคคล ในเรื่อง เช่น- พระเจ้าอชาตศตรูกับวัสสการพราหมณ์ ๏ เอออุเหม่นะมึงชิชางกระไร ่ ทุทาสสถุลฉะนี้ไฉน         ก็มาเป็น ๏ ศึก บ ถึงและมึงก็ยังมิเห็น จะน้อยจะมากจะยากจะเย็น         ประการ ใด ๏ อวดฉลาดและคาดแถลงเพราะใจ ขยาดขยั้นมิทันอะไร         ก็หมินกู ่
  13. 13. ๑.๓) การเลือกใช้คำาให้เหมาะแก่ลักษณะคำา ประพันธ์ เหมาะกับเนื้อเรื่อง เช่น ๏ ท้าวก็ทรงแสดงพระองค์ ธ ปาน ประหนึ่งพระราชหทัยลุดาล         พิโรธจึง ๏ ผันพระกายกระทืบพระบาทและอึง พระศัพทสีหนาทพึง         สยองภัย
  14. 14. ๑.๔) การเลือกใช้คำาโดยคำานึงเสียง (๑.) มีการเล่นคำาสัมผัสคล้องจอง เช่น ๏ ใช่กระนั้นละไซร้จะให้ประหาร ชิวาตม์และหัวจะเสียบประจาน         ณ ทันที ๏ นาคราภิบาลสภาบดี และราชบุรุษแน่ะเฮ้ยจะรี         จะ รอไย ๏ ฉุดกระชากกลีอปรีย์เถอะไป บ พักจะต้องกรุณอะไร         กะ คนคด
  15. 15. (๒.) การยำ้าคำาที่มีความหมายเหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน เช่น - จะน้อยจะมากจะยากจะเย็น(๓.) การเล่นอักษร เสียงสัมผัสสระ และสัมผัสพยัญชนะ ให้มีจังหวะไพเราะ เช่น - จะน้อยจะมากจะยากจะเย็น - ขยาดขยั้นมิทันอะไร        
  16. 16. ๒. การใช้โวหาร ดังนี้ ๒.๑) บรรยายโวหาร เป็นการใช้ถ้อยคำาเล่าเรื่อง ราวต่างๆ ตามลำาดับเหตุการณ์จนเห็นภาพ ชัดเจน ดังตัวอย่าง ๏ ภูบดีสดับอุปายะตาม ณ วาทวัสสการะพราหมณ         ณ บังอาจ ๏ เกินประมาณเพราะการณ์ละเมิดประมาท บ ควรจะขัดบรมราช         วโรงการ
  17. 17. ๏ ท้าวก็ทรงแสดงพระองค์ ธ ปานประหนึ่งพระราชหทัยลุดาล         พิโรธจึง ๏ ผันพระกายกระทืบพระบาทและอึงพระศัพทสีหนาทพึง         สยองภัย ๏ เอออุเหม่นะมึงชิชางกระไร ่ทุทาสสถุลฉะนี้ไฉน         ก็มาเป็น
  18. 18. ๒.๒) อุปมาโวหาร เป็นโวหารที่กวีนำามาใช้ ประกอบเรื่องโดยการเล่าแบบเปรียบเทียบ เพื่อ ให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ดังตัวอย่าง ๏ กลละกากะหวาดขมังธนู บ ห่อนจะเห็นธวัชริปู         สิล่า ถอย ๏ พ่ายเพราะภัยพะตัวและกลัวจะ พลอย พินาศชิพิตประดิดประดอย         ประเด็นขัด ๏ กูก็เอกอุดมบรมกษัตริย์
  19. 19. ๏ นี่นะเห็นเพราะเป็นอมาตย์กระทำาพระราชการมาฉนำา         สมัยนาน ๏ ใช่กระนั้นละไซร้จะให้ประหารชิวาตม์และหัวจะเสียบประจาน         ณ ทันที

×