• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
ระบบไหลเวียนโลหิต
 

ระบบไหลเวียนโลหิต

on

  • 8,133 views

ประกอบด้วยระบบไหลเวียนโลหิตของคนและระบบไหลเวียนโลหิตของสัตว์

ประกอบด้วยระบบไหลเวียนโลหิตของคนและระบบไหลเวียนโลหิตของสัตว์

Statistics

Views

Total Views
8,133
Views on SlideShare
8,132
Embed Views
1

Actions

Likes
3
Downloads
51
Comments
0

1 Embed 1

https://twitter.com 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel

ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบไหลเวียนโลหิต Presentation Transcript

  • ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบไหลเวียนโลหิตของคน เลือด หลอดเลือด ส่วนที่เป็นของเหลว หลอดเลือดอาร์เทอรี ส่วนที่เป็นของแข็ง หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย หัวใจ ระบบไหลเวียนโลหิตของสัตว์ ระบบเปิด     แมลง กุ้ง ปู หอย ระบบปิด     ไส้เดือนดิน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้า สัตว์ปีก สัตว์เลียงลูกด้วย นม
  • อาหารที่เรากินเข้าไปเมื่อผ่านกระบวนการย่อย อาหารจะได้อนุภาคที่เล็กที่สุดซึ่งสามารถแพร่ผ่านเข้าสู่ ผนังของล้าไส้เล็กได้ จากนันจะแพร่เข้าสู่หลอดเลือด แล้ว ถูกน้าไปยังส่วนต่างๆของร่างกายโดนระบบหมุนเวียนของ เลือดเช่นเดียวกับก๊าซออกซิเจนที่เมื่อถูกน้าเข้าสูรางกาย ่่ แล้วจะถูกน้าไปยังเซลล์ต่างๆของร่างกายโดยเม็ดเลือดแดง และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกระบวนการหายใจ จะถูกล้าเลียงออกจากเซลล์ทางพลาสมา ซึ่งการหมุนเวียน ของเลือดและการหมุนเวียนของก๊าซจะเกิดควบคู่กันไป
  • องค์ประกอบของระบบไหลเวียนเลือดของคน เลือด หลอดเลือด ส่วนที่เป็นของเหลว หลอดเลือดอาร์เทอรี ส่วนที่เป็นของแข็ง หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย หัวใจ
  • 1.เลือด ส่วนที่เป็นของเหลว ส่วนที่เป็นของแข็ง
  • เลือด ในร่างกายของคนเรามีเลือดอยู่ประมาณ 6,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร เลือดประกอบไปด้วย ส่วนที่เป็นของเหลว คือ น้าเลือด ( plasma ) กับ ส่วนที่เป็นของแข็ง คือ เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ด เลือดขาว และ เกล็ดเลือด
  • ส่วนที่เป็นของเหลว ส่วนที่เป็นของหลว คือ น้าเลือด หรือพลาสมา ประกอบด้วยน้าและสาร ต่างๆ ซึ่งได้แก่ สารอาหารที่ถูกย่อยแล้ว รวมทังวิตามิน เกลือแร่ ฮอร์โมนและสาร อื่นๆที่ละลายน้าได้ ส่วนที่เป็นของเหลวประกอบด้วย น้า ซึ่งจะท้าหน้าที่รักษาระดับปริมาณของเลือดความดันโลหิตให้คงที่ ละลายแร่ธาตุต่างๆ เป็นตัวกลางในการ ล้าเลียงสาร ท้าให้เซลล์มีความเปียกชืนอยู่ ตลอดเวลา แร่ธาตุ ท้าหน้าที่รักษาระดับของการแพร่ ระดับของ pH รักษาระดับสมดุล ระหว่างน้าเหลือง กับน้าเลือดในเซลล์ พลาสมาโปรตีน (plasma protein) ท้าหน้าที่ รักษาระดับของแรงดัน ออสโมติกและระดับ pH และยังมีพวกที่ท้าหน้าที่เฉพาะ เช่น
  • ส่วนที่เป็นของแข็ง ส่วนที่เป็นของแข็ง มีอยู่ประมาณ 50% ของเลือดทังหมด ประกอบด้วย เซลล์เม็ดเลือดแดง ท้าหน้าทีขนส่งแก๊สออกซิเจน จากปอดไปสู่เซลล์ ่ ทั่วร่างกายและขนส่งแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นของเสียมาสู่ถุงลมในปอด เพื่อขับถ่ายออกนอกร่างกายทางลมหายใจออก โดยเฉลี่ยเม็ดเลือดแดงจะมีชีวิต อยู่ในกระแสเลือดประมาณ 90- 120 วัน หลังจากนันจะถูกส่งไปท้าลายที่ตับและ ม้าม เซลล์เม็ดเลือดขาว มีขนาดใหญ่กว่าเซลล์เม็ดเลือดแดง ภายในมี นิวเคลียส ท้าหน้าที่ท้าลายเชือโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย เกล็ดเลือด เป็นชินส่วนของเซลล์ที่มีรูปร่างเป็นแผ่นเล็กๆปนอยู่ในน้า เลือด ไม่มีนิวเคลียส มีหน้าที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว เวลาเกิดบาดแผลเล็กๆเกล็ด เลือดจะท้าให้เส้นใย ( fibrin ) ปกคลุมบาดแผลท้าให้เลือดหยุดไหล เกล็ดเลือด จะมีอายุอยู่ได้ประมาณ 4 วัน
  • เซลล์เม็ดเลือดแดง หน้าที่ แลกเปลี่ยนแก๊ส โดยจะล้าเลียงแก๊ส ออกซิเจน ไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย และล้าเลียงแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ออกจากส่วนต่างๆ ของร่างกายกลับไป ที่ปอด แหล่งสร้างเม็ดเลือดแดง คือ ไขกระดูก ผู้ชายจะมี เซลล์เม็ดเลือดแดงมากกว่าผู้หญิง เซลล์เม็ดเลือดแดงมี อายุประมาณ 110-120 วัน หลังจากนันจะถูกน้าไปท้าลาย ที่ตับและม้าม
  • เซลล์เม็ดเลือดขาว (white blood cell) มีลักษณะค่อนข้างกลม ไม่มีสีและมีนิวเคลียส เม็ดเลือดขาวในร่างกายมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด หน้าที่ ท้าลายเชือโรคหรือสารแปลกปลอมที่เข้า มาสู่ร่างกาย แหล่งที่สร้างเม็ดเลือดขาว คือ ม้าม ไขกระดูก และต่อมน้าเหลือง มีอายุประมาณ 7-14 วัน
  • เกล็ดเลือดหรือแผ่นเลือด (blood pletelet) ไม่ใช่เซลล์แต่เป็นชินส่วนของเซลล์ซึ่งมี รูปร่างกลมรีและแบนเกล็ดเลือดมีอายุประมาณ4วัน หน้าที่ ช่วยให้เลือดแข็งตัวเมื่อมีการไหลของ เลือดจากหลอดเลือดออกสู่ภายนอก
  • 2.หลอดเลือด หลอดเลือดอาร์เทอรี หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย
  • หลอดเลือด หลอดเลือด( blood vessels ) ในร่างกายคน แบ่งออกได้ 3 ประเภท คือ - เส้นเลือดที่น้าเลือดออกจากหัวใจ เรียกว่า อาร์เทอรี ( Artery ) - เส้นเลือดที่น้าเลือดเข้าสูหัวใจ เรียกว่า เส้น ่ เวน ( Vein ) - เส้นเลือดฝอย ( Capillaries )โครงสร้างของ เส้นเลือด โครงสร้างของเส้นเลือดด้า
  • 1. หลอดเลือดแดง (artery) เป็นหลอดเลือดที่น้าเลือดดี จากหัวใจไปสู่เซลล์ต่างๆ ของร่างกายหลอดเลือดแดงมี ผนังหนาแข็งแรง และไม่มีลินกันภายใน เลือดที่อยู่ในหลอด เลือดแดงเป็นเลือดที่มีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูง
  • 2. หลอดเลือดด้า (vein) เป็นหลอดเลือดที่น้าเลือดด้าจากส่วนต่างๆ ของร่างกายเข้าสู่หวใจหลอดเลือดดมีผนังบางกว่า ั หลอดเลือดแดง มีลินกันภายในเพื่อป้องกันเลือดไหลย้อนกลับ เลือดที่ไหล อยู่ภายในหลอดเลือดจะเป็นเลือดที่มีปริมาณ แก๊สออกซิเจนต่้า ยกเว้นหลอดเลือดด้าที่น้าเลือดจากปอดเข้าสู่หัวใจ จะ เป็นเลือดแดง
  • 3. หลอดเลือดฝอย (capillary) เป็นหลอดเลือดที่เชื่อมต่อระ หว่าวหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดด้าสานเป็นร่างแห แทรกอยู่ตามเนือเยื่อต่างๆ ของร่างกาย มีขนาดเล็กและละเอียด เป็นฝอยและมีผนังบางมากเป็นแหล่งที่มีการแลกเปลี่ยน แก๊สและสารต่างๆ ระหว่างเลือดกับเซลล์
  • 3.หัวใจ
  • หัวใจ (heart) ท้าหน้าที่สูบฉีดเลือดให้ไหลไปตามหลอดเลือด ไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย แล้วไหลกลับคืนสู่หัวใจ หัวใจ ประกอบด้วยกล้าเนือพิเศษที่เรียกว่า กล้ามเนือหัวใจ แบ่งห้อง ออกเป็นห้องบน (atrium) 2 ห้อง และห้องล่าง (ventricle) 2ห้อง หัวใจห้องบนจะเล็กกว่าห้องล่าง ระหว่าง หัวใจห้องบนและห้องล่าง จะมีลินกันเพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ หัวใจห้องล่างซ้ายจะมี ผนังหนาที่สุด เพราะหัวใจห้องล่างซ้ายมีหน้าที่สบฉีดเลือดไปยังส่วน ู ต่างๆของร่างกาย รู้ไว้ใช้ว่า +หัวใจของคนเราประกอบไปด้วยกล้ามเนือที่มิได้อยู่ภายใต้อ้านาจ บังคับของสมอง +หัวใจของสัตว์เลียงลูกด้วยนม มี 4 ห้อง ของสัตว์ครึ่งบกครึ่น้ามี3 ห้อง ( ยกเว้นจระเข้ มี 4 ห้อง ) หัวใจปลามี 2 ห้อง หัวใจของ สัตว์ปีก มี 4 ห้อง
  • การเต้นของหัวใจ (heart beat) การเต้นของหัวใจเป็นการท้างานเพือสูบฉีดให้เลือดดี ่ ไหลไปทั่วทุกเซลล์ ทุกเนือเยื่อ ทุกอวัยวะของร่างกาย สูบฉีด ผลักดันเลือดเสียให้ไปยังอวัยวะที่ทาการแลกเปลี่ยนของเสียและ ้ ของดีของเลือด การเต้นของหัวใจจะเต้นเป็นจังหวะทีสม่้าเสมอตลอด เวลา ่ เนื่องมาจากกล้ามเนือหัวใจหดตัว เรียกการท้างานนีว่า การเต้น ของหัวใจ (heart beat or contraction of heart) หัวใจจะ เริ่มเต้นตังแต่ยังอยู่ในครรภ์ของมารดาไปจนกระทังสินชีวิต ่ การเต้นของหัวใจประกอบด้วยขันตอน 2 ขันตอนคือ ขันตอนการบีบตัว เรียกว่า systole และขันตอนการคลายตัว หรือพองตัว เรียกว่า diastole
  • อัตราการเต้นของหัวใจ (heart rate) มีผลมาจากสิ่งต่างๆ เช่น - การเปลี่ยนแปลงเมแทบอลิซึมในร่างกาย - เพศ เพศหญิงหัวใจเต้นเร็วกว่าเพศชาย - อิริยาบถของร่างกาย เช่น นั่ง ยืน วิ่ง เป็นต้น - การเจ็บป่วยจากโรคและการบาดเจ็บ - ขนาดของร่างกาย ร่างกายมีขนาดเล็กอัตราการเต้นของหัวใจจะเร็ว ร่างกายมี ขนาดใหญ่อัตราการเต้นของหัวใจจะช้า มนุษย์ในวัยต่างๆ รวมทังสัตว์ต่างชนิดกันจะมีอัตราการเต้นของหัวใจไม่ เท่ากันเช่น - ทารกในครรภ์ 140 ครัง/นาที - เด็กโต 100 ครัง/นาที - วัยรุ่น 80 ครัง/นาที - ผู้ใหญ่ 75 ครัง/นาที - วัยชรา 75-80 ครัง/นาที - หนู 700 ครัง/นาที - กระต่าย 150 ครัง/นาที - สุนัข 100-120 ครัง/นาที - เต่า 56-60 ครัง/นาที - ช้าง 25-28 ครัง/นาที
  • การไหลของเลือด (bloodflow) วิลเลียม ฮาวี นายแพทย์ชาวอังกฤษได้สรุปไว้ว่า "เลือดจะถูกดันออกจาก หัวใจไปทั่วร่างกาย แล้วก็จะไหลกลับเข้าหัวใจอีก" การ ไหลของเลือดจะเป็นไปในทางเดียวกันหมด ไม่มีการย้อน ทิศทางกันเลย แรงดันที่ท้าให้เลือดไหลไปตามเส้นเลือดได้ นันเริ่มต้นมาจากหัวใจ ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องสูบ และ จะต้องมีก้าลังแรงพอที่จะดันเลือดให้ไหลไปตามเส้นเลือด ได้ติดต่อกันเป็นระยะๆ เรื่อยไป โดยเลือดไหลผ่านหัวใจ ประมาณนาทีละ 5 ลิตร
  • รู้ไว้ใช้ว่า ใส่บ่าแบกหาม **เซอร์วิลเลียม ฮาร์วี ( Sir William Harvey ) ชาวอังกฤษเป็นคน แรกที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการหมุนเวียนของเลือด และพบว่าเลือด ของคนเราไหลไปทางเดียว ไม่มีการไหลสวนทางกัน **มาร์เซลโล มัลพิกิ ( Marcello Malpghi ) เป็นผู้พบเส้นเลือดฝอย เป็นคนแรก
  • ระบบไหลเวียนเลือดของสัตว์ ระบบเปิด  แมลง  กุ้ง  ปู  หอย ระบบปิด  ไส้เดือนดิน  สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้า  สัตว์ปีก  สัตว์เลียงลูกด้วยนม
  • ระบบเปิด  แมลง  กุ้ง  ปู  หอย
  • ระบบเปิด ระบบหมุนเวียนเลือดแบบ วงจรเปิด (Open Circulation System) ระบบนี เลือดที่ไหลออกจากหัวใจจะไม่อยู่ในหลอดเลือด ตลอดเวลาเหมือนวงจรปิด โดยจะมีเลือดไหลเข้าไป ในช่องว่างล้าตัวและที่ว่างระหว่างอวัยวะต่าง เป็น ระบบที่เลือดไม่ได้ไหลไปตามเส้นเลือดตลอดเวลาแต่ จะมีเลือดไหลไปตามช่องว่างในล้าตัวที่เรียกว่า เฮโม ซีล ( Haemocoel ) พบในสัตว์ในไฟลัม มอลลัสกา ได้แก่ หอย ปลาหมึก สัตว์ในไฟลัมอาร์โทรโพดา ได้แก่ ปู กุ้ง ตะขาบ และแมลง
  •  ไส้เดือนดิน  สัตว์ครึ่งบกครึงน้า ่  สัตว์ปีก  สัตว์เลียงลูกด้วยนม ระบบปิด
  • 2. ระบบปิด ระบบหมุนเวียนเลือดแบบวงจรปิด (Closed Circulation System) ระบบนีเลือดจะไหลอยู่ภายในหลอดเลือด ตลอดเวลา โดยเลือดจะไหลออกจากหัวใจไปตามหลอดเลือดชนิดต่าง ๆ แล้วไหลกลับเข้าสู่หัวใจใหม่เช่นนีเรื่อยไป พบในสัตว์จ้าพวกหนอนตัว กลมมีปล้อง เช่น ไส้เดือนดิน ปลิงน้าจืด และสัตว์มีกระดูกสันหลังทุก ชนิด เป็นระบบที่เลือดไหลไปตามเส้นเลือดผ่านหัวใจครบวงจร ระบบนีมีเส้น เลือดฝอยเชื่อมโยงระหว่างเส้นเลือดที่พาเลือดออกจากหัวใจ กับเส้น เลือดที่พาเลือดเข้าสู่หัวใจ พบในสัตว์ไฟลัม แอนิลิดา เช่น ไสเดือนดิน และสัตว์ในไฟลัมคอร์ดาตา หรือพวกมีกระดูกสันหลัง เช่น ปลา สัตว์ ครึ่งบกครึ่งน้า สัตว์ปีก สัตว์เลียงลูกด้วยนม
  • ปลา มีหัวใจ 2 ห้อง เลือดที่มีออกซิเจนต่้า จากส่วนต่างๆ ของร่างกาบจะเข้าสู่หัวใจ ห้องบนแล้วเคลือนทีลงสูหัวใจห้องล่าง ซึ่ง ่ ่ ่ สูบฉีดเลือดไปยังเหงือกเพื่อแลกเปลี่ยน ก๊าซ เลือดที่มีปริมาณก๊าซออกซิเจนสูง จากเหงือก จะไหลตามหลอดเลือดไปยัง ส่วนต่างๆ ของร่างกาย จากนันเลือดจะไหล กลับเข้าสู่หวใจห้องบนอีก ั
  • มีหัวใจ 3 ห้อง ซึ่งท้าหน้าที่ ปั๊ม เลือดแยกออกไปยังระบบเส้น เลือดแดง 2 วงจรคือวงจรน้า เลือดไปฟอกที่ปอด และวงจรน้า เลือดไปเลียงร่างกาย วงจรแรกน้าเลือดไปฟอกที่ ร่างแหเส้นเลือดฝอย ของปอด และผิวหนัง ได้เลือด แดงกลับเข้าสู่เอเตรียมซ้าย แล้วเข้าสู่เวนทริเคิล เพื่อ ปั๊ม เลือดออกไปเลียง ร่างกาย จากนันเลือดด้าก็จะกลับข้าสู่เอเตรียมขวา และเข้าสู่ เวนทริเคิล  ที่ซึ่งเลือดแดงและเลือดด้าบางส่วนผสมกัน แต่ในสัตว์เลือยคลานการผสมกันจะมี น้อยถึงแม้จะมีหัวใจ 3 ห้องเช่นกัน เนื่องจากเวนทริเคิล มีแนวโน้มที่จะแยก ออกเป็น 2 ห้อง 
  • แมลง หัวใจของแมลงมีลักษณะเป็นท่อ อยู่บริเวณ ด้านบนของล้าตัว หัวใจมีรูเปิดเป็นระยะๆ เพื่อให้เลือดผ่านเข้าไป ภายในท่อได้ ท่อนีจะบีบตัวดันเลือดออกไปยังหลอดเลือดที่แยก ออกจากหัวใจ และไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกายนอกหลอดเลือด โดยเลือดจะสัมผัสกับเนือเยื่อโดยตรง
  • มีลักษณะการท้างานคล้ายกับหัวใจของคนคือมี 4 ห้อง ประกอบกับห้องที่อยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวาอย่างละ 2 ห้อง ประกอบด้วยกล้ามเนือที่แข็งแรงเพือใช้ในการสูบฉีดเลือดไปเลียง ่ ร่างกาย หัวใจห้องซ้ายท้าหน้าที่รับเลือดจากปอด และไปเลียงส่วน ต่างของร่างกาย หัวใจห้องทางขวา ท้าหน้าที่รับเลือดเสียที่รับมาจาก ร่างกายและส่งไปยังปอด เพื่อแลกเปลี่ยนแก๊สให้กลายเป็นเลือดดี ต่อไป