Data

2,119 views
2,051 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
2,119
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
823
Actions
Shares
0
Downloads
34
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Data

  1. 1. ประเภทของมูลและการเก็บรวบรวมข้ อมูลแบ่ งตามลักษณะของข้ อมูล ถ้าแบ่งข้อมูลตามลักษณะของข้อมูลแล้ว จะแบ่งได้เป็ น 2 ประเภทคือ 1. ข้ อมูลเชิ งปริมาณ ( Quantitative Data ) เป็ นข้อมูลที่วดค่าได้วามีค่ามากรื อ ั ่น้อย จึงแสกดงเป็ นตัวเลข เช่น รายได้ อายุ ความสู ง ยอดขายสิ นค้า จานวนสิ นค้า จานวนผูท่ี ้สิ ทธิ์ เลือกตั้ง ฯลฯ ซึ่ งแบ่งได้เป็ น 2 แบบ คือ ก. ข้ อมูลแบบไม่ ต่อเนื่อง ( Discrete Data ) หมายถึง ข้อมูลที่มีค่าเป็ นจานวนเต็มหรื อจานวนนับ เช่น จานวนคน จานวนสิ นค้า จานวนตึก เป็ นต้น ดังนั้นค่าของข้อมูลแบบนี้ อาจเป็ น 0 , 1 , 2, . . . ข. ข้ อมูลแบบต่ อเนื่อง ( Continuous Data ) หมายถึง ข้อมูลที่มีค่าได้ทุกค่าในช่วงที่กาหนดที่มีความหมาย เช่น รายได้ น้ าหนักสิ นค้า ส่ วนสู งของคน ความยาวของโต๊ะฯลฯ 2. ข้ อมูลเชิ งคุณภาพ ( Qualitative Data ) หมายถึง ข้อมูลที่ไม่สามารถระบุค่าได้วามากหรื อน้อย มักจะเป็ นข้อความ เช่น ลักษณะของสิ นค้า คุณภาพของสิ นค้า เพศ สี ่ของขนม เช่น สี เขียว แดง ฟ้ า ฯลฯ แบ่ งตามแหล่ งทีมาของข้ อมูล ่ ถ้าแบ่งข้อมูลตามแห่ลงที่มา จะแบ่งข้อมูลได้ 2 ชนิด คือ 1. ข้ อมูลปฐมภูมิ ( Primary Data ) เป็ นข้อมูลที่ผใช้ หรื อหน่วยงานที่ใช้ ู้เป็ นผูทาการเก็บรวบรวมเอง ซึ่ งอาจจะได้โดยการสัมภาษณ์ ทดลอง หรื อสังเกตการณ์ ข้อมูลปฐม ้ภูมิจะเป็ นข้อมูลที่มีรายละเอียดตรงตามที่ผใช้ตองการ แต่จะเสี ยเวลาและค่าใช้จ่ายมาก และเป็ น ู้ ้ข้อมูลที่ยงไม่ได้ทาการวิเคราะห์ ั 2. ข้ อมูลทุติยภูมิ ( Secondary Data ) เป็ นข้อมูลที่ผใช้ไม่ได้ทาการเก็บเอง ู้แต่มีผอื่นหรื อหน่วยงานอื่น ๆ ทาการเก็บข้อมูล ผูใช้เป็ นเพียงผูนาข้อมูลมาใช้เท่านั้น จึงเป็ นการ ู้ ้ ้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ดังนั้น ข้อมูลทุติยภูมิจึงเป็ นข้อมูลที่ได้วเิ คราะห์ข้ นต้นมาแล้ว การนา ัข้อมูลทุติยภูมิมาใช้บางครั้งจะไม่ตรงกับความต้องการ หรื ออาจไม่มีรายละเอียดเพียงพอนอกจากนั้นผูใช้มกจะไม่ทราบถึงข้อผิดพลาดของข้อมูล ซึ่ งมีผลทาให้การสรุ ปอาจจะผิดพลาดได้ ้ ัผูที่นาข้อมูลทุติยภูมิมาใช้ ควรจะต้องใช้ดวยความระมัดระวัง ้ ้ โดยทัวไปการสิ เคราะห์ขอมูลเพื่อใช้ช่วยในการตัดสิ นใจนั้น มักจะใช้ท้ งข้อมูล ่ ้ ัปฐมภูมิและข้อมูลทุติยภูมิ
  2. 2. ขั้นตอนการใช้ สถิติกบงานต่ าง ๆ ั การที่จะนาหลักเกณฑ์ทางสถิติไปใช้ในการวิเคราะห์ขอมูลเพื่อสรุ ปผลให้ฝ่าย ้บริ หารใช้ในการตัดสิ นใจ จะต้องมีข้ นตอนดังนี้ ั 1. การเก็บรวบรวมข้อมูล 2. การวิเคราะห์ขอมูลและแปรผล ้ 3. การนาเสนอข้อมูล การเก็บรวบรวมข้ อมูล (Data collection ) เป็ นการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนามาวิเคราะห์ ข้อมูลอาจจะประกอบด้วยข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ และเป็ นข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริ มาณ ในกรณี ที่ตองการใช้ขอมูลปฐม ้ ้ภูมิ หน่วยงานที่ใช้ตองเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่ งมีวธีการเก็บรวบรวมข้อมูล แบ่งออกเป็ น 2 วิธี ้ ิดังนี้ 1. การเก็บรวบรวมข้ อมูลจากทะเบียนหรือการบันทึก ในปั จจุบนนี้ องค์กรต่าง ๆ ทั้งรัฐและเอกชน จะมีการจดบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ั เช่น โรงพยาบาลจะมีการจดบันทึกข้อมูลผูป่วยที่เข้ามารับการรักษา โดยระบุเพศ อายุ ที่อยู่ ้ชนิดของโรค กลุ่มเลือด เป็ นต้น โรงงานที่ผลิตสิ นค้าจะมีการจดจานวนสิ นค้าที่มีการผลิตได้ในแต่ละวัน ห้างสรรพสิ นค้าจดบันทึกยอดขายของสิ นค้าในแต่ละแผนกทุกวัน หรื อกรมศุลกากรจะจดบันทึกรายการสิ นค้าส่ งออกทุกวัน ฯลฯ ดังนั้น ผูใช้จะต้องคัดลอกแล้วนามาจัดให้เป็ น ้หมวดหมู่ตามที่ตองการ วิธีน้ ีเป็ นทั้งวิธีที่ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ข้อมูลประเภทนี้จึง ้นับเป็ นข้อมูลที่มีประโยชน์มาก 2. การเก็บรวบรวมข้ อมูลโดยการสารวจ เป็ นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากหน่วยที่สนใจศึกษาโดยตรง เช่น สนใจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลชุดปั จจุบน หน่วยที่สนใจศึกษา คือ ประชาชนไทยทุกคน ัการสารวจในเรื่ องนี้ คือ การไปสอบถามความคิดเห็น สาหรับวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสารวจทาได้หลายวิธี คือ สัมภาษณ์ โทรศัพท์ สังเกตการณ์ การวัดค่า เป็ นต้น ซึ่ งจะได้กล่าวถึงรายละเอียดต่อไป การเก็บข้อมูลโดยการสารวจจะต้องมีกรอบตัวอย่าง (Sampling Frame)โดยที่กรอบตัวอย่าง คือ รายชื่อของทุก ๆ หน่วยในประชากรที่สนใจศึกษา ซึ่ งรายชื่อดังกล่าวนี้จะได้จากทะเบียนของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ถ้าอยากทราบจากที่ทาการเขตต่าง ๆ ในกทม. หรื อสนใจศึกษาเกี่ยวกับธุ รกิจผลิตผลไม้กระป๋ อง ซึ่ งจะหารายชื่อบริ ษทที่ผลิตผลไม้กระป๋ องได้จาก ั
  3. 3. กระทรวงพาณิ ชย์ เป็ นต้น ในกรณี ที่ไม่สามารถหารายชื่อได้ ผูทาการสารวจจะต้องเป็ นผูท่ีทา ้ ้รายชื่อเหล่านี้ ซึ่ งจะเป็ นการเสี ยเวลาและค่าใช้จ่ายสู งมาก ่ กรอบตัวอย่างที่ดีจะต้องประกอบด้วยรายชื่อพร้อมทั้งที่อยูของหน่วยที่ตองการศึกษา ้ครบถ้วน ไม่ซ้ าซ้อนและทันสมัย การเก็บรวบรวมข้ อมูลโดยการสารวจ แบ่ งออกเป็ น 2 ประเภท คือ ก. การสามะโน ( Census ) หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลจากทุก ๆ หน่วยในประชากรที่สนใจศึกษา เช่น สนใจหารายได้เฉลี่ยของคนเชียงใหม่ ประชากรจะหมายถึงคน ่เชียงใหม่ทุกคน โดยจะต้องมีกรอบตัวอย่างซึ่ งเป็ นรายชื่อพร้อมที่อยูของคนเชียงใหม่ จึงต้องไปสอบถามคนเชียงใหม่ทุกคนเกี่ยวกับรายได้ ซึ่ งจะทาให้เสี ยเวลาและค่าใช้จ่ายมากและอาจจะได้ข้อมูลที่ลาสมัย เนื่องจากจะสอบถามคนเชียงใหม่ครบทุกคน ปรากฏว่ารายได้ของกลุ่มแรกที่ ้สอบถามอาจจะเปลี่ยนไป ดังนั้น จึงมักไม่นิยมใช้วธีน้ ี ยกเว้นเรื่ องที่สนใจศึกษาจะมีประชากร ิขนาดเล็กการสามะโนมีขอดี ข้อเสี ย ดังนี้ ้ ข้อดี ข้อเสี ย 1. ได้ขอมูลครบถ้วนจากทุกหน่วยในประชากร ้ 1. เสี ยเวลาและค่าใช้จ่ายมาก 2. ได้ผลช้าไม่ทนต่อความต้องการ ั หน่วยงานของรัฐที่ทาสามะโน คือ สานักสถิติแห่งชาติ ซึ่ งทาสามะโนประชากรและเคหะซึ่งทาทุก ๆ 10 ปี ข. การสารวจด้วยตัวอย่าง ( Sample Survey ) หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลจากเพียงบางส่ วนของประชากร จึงเป็ นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย การเลือกตัวอย่างจากประชากรทา ่ได้หลายวิธี แต่ไม่วาจะใช้วธีใด ก็มีหลักเกณฑ์เพื่อที่จะให้ได้ตวแทนที่ดีของประชากร คาว่า ิ ัตัวแทนที่ดี หมายถึง ตัวอย่ างที่ถกเลือกมาควรจะประกอบไปด้ วยลักษณะต่ าง ๆ ของประชากร ูครบถ้ วน เช่น การหารายได้เฉลี่ยของประชากรขนาด 3 ล้านคน และถ้าประชากรมีความแตกต่างกันมาก คือ ประกอบด้วยคนที่รายได้สูง รายได้ปานกลาง และรายได้ต่า เลือกตัวอย่างมา 5,000 คน ผูที่ตกเป็ นตัวอย่างก็ควรประกอบด้วยคนที่มีรายได้สูง ปานกลาง และต่าใน ้สัดส่ วนเดียวกัน ในกรณี ที่ประชากรมีลกษณะที่สนใจคล้ายคลึงกัน เช่นรายได้แตกต่างกันมากนัก ขนาด ัของตัวอย่างไม่จาเป็ นต้องมาก แต่ถาประชากรมีลกษณะที่สนใจศึกษาแตกต่างกัน ควรใช้ขนาด ้ ัตัวอย่างใหญ่ เพื่อให้ครบทุกลักษณะของประชากร เมื่อเก็บข้อมูลตัวอย่างแล้ว จะสามารถ
  4. 4. ประมาณค่าของลักษณะประชากรได้ เช่น ประมาณรายได้เฉลี่ยของคนเชียงใหม่ดวยรายเฉลี่ย ้ตัวอย่างคนเชียงใหม่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้เป็ นข้อมูลคัวอย่างเท่านั้น จึงจะต้องอ้างอิงถึงประชากรโดยใช้วิธีการทางสถิติการสารวจด้วยตัวอย่าง มีขอดี ข้อเสี ย ดังนี้ ้ ข้อดี ข้อเสี ย 1. ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย 1. เกิดความคลาดเคลื่อนในการสุ่ มตัวอย่าง 2. ได้ผลการสารวจเร็ ว 2. ถ้าขนาดตัวอย่างน้อยเกินไปจะทาให้ 3. ข้อมูลจะมีคุณภาพ เนื่องจากปริ มาณงาน ตัวอย่างไม่เป็ นตัวแทนที่ดีของประชากร น้อย จึงสามารถคุมงานได้ทวถึง ั่

×