อินเตอร์เน็ตเบื้องต้น

544 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
544
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
6
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

อินเตอร์เน็ตเบื้องต้น

  1. 1. อินเตอร์เน็ตเบื้องต้น
  2. 2. อินเทอร์เน็ต ( Internet ) เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ไซเบอร์สเปซ (Cyberspace ) ทำให้การเคลื่อนย้ายและส่งผ่านข่าวสารข้อมูลจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งกระทำได้โดยง่ายส่งข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ส่งเป็นแบบข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง
  3. 3. การเชื่อมโยงจะใช้เครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคม เช่น สายสัญญาณโทรศัพท์ ใยแก้วนำแสง ทำให้การส่งผ่านข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเป็นไปด้วยความรวดเร็ว อินเทอร์เน็ตเป็น แหล่งรวบรวมข้อมูลแหล่งใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นที่รวมทั้งบริการและเครื่องมือสืบค้นข้อมูลหลายประเภท อินเทอร์เน็ตมีองค์กรระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประสานความร่วมมือระหว่างสมาชิกองค์การนี้ได้แก่ สมาคมอินเทอร์เน็ต ISOC ( เป็นองค์กรเพื่อความร่วมมือและประสานงานของสมาชิกอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ )
  4. 4. ประวัติความเป็นมา         อินเทอร์เน็ต (Internet) เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเริ่มก่อตั้งโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา อินเทอร์เน็ตในยุคแรกๆ ประมาณปี พ . ศ . 2512 เป็นเพียงการนำคอมพิวเตอร์จำนวนไม่กี่เครื่องมาเชื่อมต่อกัน โดยสายส่งสัญญาณเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ ภารกิจหลัก เพื่อใช้ในงานวิจัยทางทหาร โดยใช้ชื่อว่า " อาร์ปา " ปี 2515 หลังจากที่เครือข่ายทดลองอาร์ปา ประสบความสำเร็จ ก็ได้มีการปรับปรุงหน่วยงานจาก อาร์ปา มาเป็น ดาร์พา
  5. 5. ในปี 2526 อาร์ปาเน็ตได้แบ่งเป็น 2 เครือข่าย ด้านงานวิจัยใช้ชื่อว่า อาร์ปาเน็ต เหมือนเดิม ส่วนเครือข่ายของกองทัพใช้ชื่อ มิลเน็ต ในปี 2528 มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติอเมริกา (NSF) ได้ให้เงินทุนในการสร้างศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ 6 แห่ง และใช้ชื่อว่า NSFNET และในปี 2533 อาร์ปาเนตไม่สามารถที่จะรองรับภาระที่เป็นเครือข่ายหลัก (Backbone) ของระบบได้ อาร์ปาเน็ตจึงได้ยุติลงและเปลี่ยนไปใช้ NSFNET และเครือข่ายอื่นๆแทน มาจนเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ โดยเรียกเครือข่ายว่า อินเทอร์เน็ต (Internet)
  6. 6. อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เริ่มขึ้นเมื่อปี พ . ศ . 2530 โดยการเชื่อมต่อมินิคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย จนกระทั่งในปี พ . ศ . 2535 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้ทำการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับมหาวิทยาลัย 6 แห่งเข้าด้วยกันเรียกว่า " เครือข่ายไทยสาร " ได้รับการปรับปรุงให้มีความ เร็วสูงขึ้นตามลำดับ นับตั้งแต่นั้นมาเครือข่ายไทยสารได้ขยายตัวกว้างขึ้น และมีหน่วยงานอื่นเชื่อมเข้ากับ ไทยสารอีกหลายแห่งในช่วงต่อมา
  7. 7.       ในปี พ . ศ . 2536 NECTEC ได้เช่าวงจรสื่อสารความเร็ว 64 กิโลบิตต่อวินาทีในปัจจุบันพาณิชย์ เรียกว่า " ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต " หรือ ISP จึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน เปิดบริการอินเทอร์เน็ตให้แก่บุคคล ผู้สนใจทั่วไปตั้งขึ้นในรูปแบบของบริษัท         ต่อมาในปี พ . ศ . 2537 ความต้องการในการใช้อินเทอร์เน็ตจากภาคเอกชนมีมากขึ้นการสื่อสารแห่งประเทศไทย ( กสท .) จึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน เปิดบริการอินเทอร์เน็ตให้แก่บุคคล ผู้สนใจทั่วไปได้สมัครเป็นสมาชิก
  8. 8. บริการบนอินเทอร์เน็ต เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการเรียกว่าเป็น เซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือ โฮสต์ (Host) จะให้บริการต่างๆ แล้วแต่ลักษณะและจุดประสงค์ที่เจ้าของเครือข่ายนั้นหรือเจ้าของระบบคอมพิวเตอร์นั้นตั้งขึ้น บริการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ บริการด้านการสื่อสาร บริการด้านข้อมูลต่างๆ
  9. 9. บริการด้านการสื่อสาร ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิคส์ (E-mail) ที่มีผู้นิยมใช้บริการกันมากที่สุด สามารถส่งตัวอักษร ข้อความ แฟ้มข้อมูล ภาพ เสียง ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไปยังผู้รับ อาจจะเป็นคนเดียว หรือกลุ่มคน ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิคส์เป็นสื่อประเภทหนึ่งที่เหมาะสมในการเรียนรู้ ช่วยขจัดปัญหาในเรื่องของเวลาและระยะทางทำให้การติดต่อสื่อสารทั่วโลกเป็นไปอย่างรวดเร็วทันที สามารถส่งจดหมายถึงผู้รับที่ต้องการได้ทุกเวลา สามารถส่งจดหมายถึงผู้รับหลายๆ คนได้ในเวลาเดียวกัน ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางไปส่งจดหมายถึงตู้ไปรษณีย์
  10. 10. สนทนาแบบออนไลน์ (Chat) ผู้ใช้บริการสามารถคุยโต้ตอบกับผู้ใช้คนอื่นๆ ในอินเทอร์เน็ตได้โดยพิมพ์เข้าไปทางคีย์บอร์ด บริการสนทนาแบบออนไลน์นี้เรียกว่า Talk คุยกันเป็นกลุ่มหลายๆ คนในลักษณะของการ Chat โดย การทำงาน แบบนี้ก็จะอาศัยโปรโตคอลช่วยในการติดต่ออีกโปรโตคอลหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า IRC     การสนทนาผ่านเครือข่ายออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันมีหลาย โปรแกรมเช่น โปรแกรม Pirch, ICQ, Yahoo Messenger, Windows Messenger (MSN)
  11. 11. " กระดานข่าว " หรือบูเลตินบอร์ด การให้บริการในลักษณะของกระดานข่าวหรือบูเลตินบอร์ด แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยๆ จำนวนหลายพันกลุ่ม เรียกว่าเป็น กลุ่มข่าว หรือ Newsgroup ทุกๆ วันจะมีผู้ส่งข่าวสารกันผ่านระบบดังกล่าว โดยแบ่งแยกออกตามกลุ่มที่สนใจ มักจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการสื่อสารกัน ซึ่งใน Usenet นี้ เราสามารถเลือกอ่านข้อความในหัวข้อที่เราสนใจ และฝากข้อความคำถามคำตอบของเราไว้บนกระดานข่าวนั้นได้ กระดานข่าวที่น่าสนใจของไทยและมีสมาชิกร่วมในการสนทนามากที่สุดในปัจจุบันคือ กระดานข่าวพันทิพ ที่ URL : www.pantip.com
  12. 12. บริการเข้าระบบระยะไกล Telnet ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นซึ่งตั้งอยู่ไกลออกไป ก็สามารถใช้บริการ Telnet เพื่อเข้าใช้งานเครื่องดังกล่าวได้เหมือนกับเราไปนั่งที่หน้าเครื่องนั้นเอง การใช้งานอินเทอร์เน็ตในแบบตัวอักษร (Text mode) หน้าที่ของโปรแกรม Telnet นั้นจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำการ Login เข้าไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ต่อเชื่อมอยู่ในเครือข่ายได้ และใช้บริการสำเนาไฟล์ รับส่งอีเมล์ได้ โปรแกรม Telnet นับได้ว่าเป็น คำสั่งพื้นฐานที่มีประโยชน์ มากสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตในแบบตัวอักษร (Text mode)
  13. 13. การเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อแบบบุคคล เป็นการเชื่อมต่อของบุคคลธรรมดาทั่วไป เชื่อมต่อผ่านทางสายโทรศัพท์ ผ่านอุปกรณ์ ที่เรียกว่า โมเด็ม (Modem) ซึ่งค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก การเชื่อมต่อแบบองค์กร เป็นองค์กรที่มีการจัดตั้งระบบเครือข่ายใช้งานภายในองค์กรอยู่แล้ว สามารถเข้าสู่ระบบ อินเทอร์เน็ตได้เลย โดยผ่านอุปกรณ์ชี้เส้นทาง Router และสายสัญญาณเช่า
  14. 14. อุปกรณ์สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 1. คอมพิวเตอร์ ที่มี RAM ตั้งแต่ 16 MB ขึ้นไป 2. โมเด็ม (Modulator Demodulator Machine) ทำหน้าที่แปลงข้อมูล สามารถแยกได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้ โมเด็มแบบติดตั้งภายใน โมเด็มแบบติดตั้งภายนอก และ PCMCIA 3. คู่สายโทรศัพท์ (Dial line) เป็นคู่สายโทรศัพท์บ้านสำหรับเชื่อมต่อกับโมเด็ม 4. บัญชีผู้ใช้งาน (Account) จากผู้ให้บริการเอกชน ISP หรือขององค์กร / หน่วยงานต่างๆ
  15. 15. ลักษณะการเชื่อมต่อแบบบุคคล เริ่มจากผู้ใช้งาน (User) หมุนโมเด็มไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ให้บริการสัญญาณจากเครื่องคอมพิวเตอร์ผู้ใช้จะเปลี่ยนจากดิจิตอลเป็นอนาล็อกและเปลี่ยนกลับสัญญาณอนาล็อกเป็นดิจิตอลอีกครั้งผู้ให้บริการเพื่อตรวจสอบสิทธิการใช้งานจาก Username และ Password ว่าถูกต้องหรือไม่ ? ถ้าถูกต้องก็จะได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่อได้
  16. 16. การเชื่อมต่อแบบองค์กร เป็นการเชื่อมต่อเพื่อการใช้งานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากที่ถูกต่อเข้าด้วยกันเป็นเครือข่าย มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลาการเชื่อมต่อแบบนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เหมาะสำหรับองค์กรที่มีปริมาณการใช้งานของเครือข่ายสูง มีเครื่องคอมพิวเตอร์ / สมาชิกเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายภายในองค์กรเป็นจำนวนมาก และมีข้อมูลที่จะนำเสนอสู่สาธารณชนเป็นจำนวนมากและปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ
  17. 17. บริการด้านข้อมูล การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล หรือบริการ FTP (File Transfer Protocol) เป็นบริการของอินเทอร์เน็ตอย่างหนึ่งที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนิยมใช้ โดยผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูลตัวหนังสือ รูปภาพ เสียง วีดิโอ หรือโปรแกรมต่างๆ ซึ่งการถ่ายโอนข้อมูลนั้นมีอยู่ 2 ลักษณะคือ การถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลที่อยู่ในเครื่องของเราไปยังคอมพิวเตอร์ที่เป็นโฮสต์ (Host) เรียกว่า การอัปโหลด ( Upload) และการที่เราถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลจากโฮสต์อื่นมายังคอมพิวเตอร์ของเราเรียกว่า การดาวน์โหลด ( Download)
  18. 18. การค้นหาข้อมูล จำเป็นต้องมีระบบหรือโปรแกรมเพื่อช่วยในการค้นหาแฟ้มได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ดังนี้ อาร์คี ( Archie) เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการค้นหาแฟ้มที่เราทราบชื่อ แต่ไม่ทราบว่าแฟ้มนั้นอยู่ในเครื่องบริการใดในอินเทอร์เน็ต โกเฟอร์ ( Gopher) เป็นโปรแกรมค้นหาข้อมูลและขอใช้บริการด้วยระบบเมนู Veronica เป็นโปรแกรมค้นหาข้อมูลที่พัฒนา ขึ้นมาจากการทำงานของระบบโกเฟอร์ เวส ( Wide Area Information Server-WAIS) เป็นโปรแกรมสำหรับใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยสืบค้นข้อมูล Search Engines เป็นเครื่องมือช่วยค้นหาข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เช่น Google,Yahoo, Infooseek, Alta Vista, HotBot, Excite เป็นต้น
  19. 19. ข้อมูลมัลติมีเดีย หรือเวิลด์ไวด์เว็บ ( World Wide Web : WWW) เป็นบริการบนอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ลักษณะของเวิลด์ไวด์เว็บ คือ การนำเสนอข้อมูลต่างๆ มากมายในลักษณะหน้ากระดาษอิเล็กทรอนิกส์ ที่เรียกว่า เว็บเพจ (Web Page) โดยที่หน้าแรกของเว็บเพจ เรียกว่า โฮมเพจ ( Home Page) เมื่อเราเอาเว็บเพจหลายๆ เว็บเพจมารวมกันในแหล่งเดียวกัน เราเรียกว่า เว็บไซต์ ( Website) เว็บไซต์แต่ละที่จะถูกเก็บไว้ในเว็บเซิร์ฟเวอร์
  20. 20. โรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic) การติดอินเทอร์เน็ตมีลักษณะคล้ายคลึงกับการติดการพนันประเภทที่ถอนตัวไม่ขึ้น การเล่นอินเทอร์เน็ตจะทำให้คุณเสียงานหรือแม้แต่ทำลายสุขภาพ โทษของอินเทอร์เน็ต
  21. 21. เรื่องอนาจารผิดศีลธรรม : ภาพโป๊เปลือยต่างๆ ในปัจจุบันเหล่านี้เป็นที่โจ่งแจ้งบนอินเทอร์เน็ตและสิ่งเหล่านี้สามารถเข้าสู่เด็ก และเยาวชนได้ง่ายโดยผู้ปกครองไม่สามารถที่จะให้ความดูแลได้เต็มที่ เพราะว่าอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นโลกที่ไร้พรมแดนและเปิดกว้างทำให้สื่อเหล่านี้สามารถเผยแพร่ไปได้รวดเร็วจนเรา ไม่สามารถจับกุมหรือเอาผิดผู้ที่ทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ ไวรัส : เป็นโปรแกรมอิสระ ซึ่งจะสืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะทำลายข้อมูล
  22. 22. หนอนอินเตอร์เน็ต : สืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จากระบบหนึ่ง และทำให้ระบบช้าลง ระเบิดเวลา : ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นรูปแบบเฉพาะของการโจมตีนั้นๆ ทำงานเมื่อสภาพการโจมตีนั้นๆ มาถึง ม้าโทรจัน : ทำหน้าที่ซ่อนตัวอยู่ในโปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่น การแอบส่งรหัสผ่านต่างๆ ภายในเครื่องของเราไปให้ผู้เขียนโปรแกรม
  23. 23. อนาคตของอินเทอร์เน็ต ได้พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง จากเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป โน้ตบุ๊กไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาที่เรียกกันว่า Palmtop และโทรศัพท์มือถือโทรศัพท์มือถือยุคใหม่สามารถรับส่ง (E-mail) รวมทั้งการท่องเว็บไซต์ด้วยเทคโนโลยี WAP ได้ การโทรศัพท์จากคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องรับโทรศัพท์จริงๆ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีอัตราค่าโทรศัพท์ที่ถูกกว่ามาใช้ในการให้บริการโทรศัพท์ทางไกล Ytel ทำให้ค่าบริการลดลง ด้วยการกดหมายเลข 1234 ในประเทศไทยได้นำเอาเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  24. 24. โลกของอิเล็กทรอนิคส์ อนาคตของอินเทอร์เน็ตกำลังมุ่งไปสู่การให้บริการทางด้านธุรกิจที่เราได้ยินกันจนชินหูว่า e-Commerce รัฐบาลไทยได้นำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้งาน โดยการปรับปรุงการทำงานของหน่วยงานรัฐบาลเป็นแบบ e-Government มีการนำเอาระบบฐานข้อมูลประชากร e-Citizen             ประชาชนจะมีบัตรประจำตัวแบบสมาร์ทการ์ดที่บรรจุข้อมูลต่างๆ เพียงใบเดียว การทำธุรกรรมต่างๆ ที่ต้องการอ้างอิงหลักฐานทางราชการสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพียงใบเดียวในการดำเนินการ
  25. 25. การรับ - ส่ง E-mail จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail = E- Mail)
  26. 26. การรับ E -Mail <ul><li>เข้าไปที่เว็บไซต์ www.gmail.com ให้ใส่ ชื่อบัญชี และรหัสผ่าน เหมือนคราวการสร้างจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แล้วกด “ เข้าสู่ระบบ ” </li></ul><ul><li>2 . ระบบจะเปิดพื้นที่ ที่รับจดหมายให้ทราบว่า มีผู้ใดส่งอีเมลมาถึงท่านบ้าง หากต้องการดูรายละเอียดก็สามารถคลิกตรงข้อผู้ส่ง หรือข้อความที่ส่ง ในกรณีที่ท่านต้องการส่งจดหมาย ให้คลิกที่ เขียนจดหมาย จะปรากฏภาพด้านล่าง </li></ul><ul><li>3 . หน้าช่อง “ ถึง ” ให้ท่านกรอกชื่อโดเมนเนมของผู้รับที่ท่านต้องการส่งถึง หน้าช่อง หัวเรื่องให้ท่านกรอก หัวเรื่องที่ต้องการสื่อสาร และช่องว่างข้างล่าง เป็นพื้นที่ในการที่จะพิมพ์ข้อมูลที่ต้องการสื่อสาร เมื่อตรวจทานความถูกต้องเรียบร้อยแล้วก็สามารถกด “ ส่ง ” ด้านล่าง ข้อมูลก็จะถูกส่งไปเก็บไว้ในอีเมลของผู้รับ </li></ul>
  27. 27. การส่ง E-mail การส่ง E - mail ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้         1 . เปิดโปรแกรม Web Browser พิมพ์ URL ในช่องของ Address ว่า   www . hotmail . com จะปรากฏผลตามรูปนี้ คลิก         2 . พิมพ์ Sign-In Name   พร้อมใส่ Password ให้ถูกต้อง แล้ว ดังรูปนี้ คลิก         3 . แล้วคลิก เข้าสู่หน้าแรกของจดหมาย         4 . คลิกแถบตัวเลือก เพื่อเข้าไปเขียนจดหมาย ( ดูรายละเอียดเรื่อง โครงสร้างของ E - mail ด้านล่างนี้ )         5 . เมื่อเขียนจดหมายเสร็จแล้วให้คลิกส่งจดหมายที่ ปุ่ม         6 . จดหมายได้ส่งถึงผู้รับแล้วคลิก

×