Your SlideShare is downloading. ×
Cpr newversion
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Introducing the official SlideShare app

Stunning, full-screen experience for iPhone and Android

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

Cpr newversion

1,255
views

Published on


0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
1,255
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
17
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. คูมือการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูี โครงการสงเสริมและฟนฟูสมรรถภาพปอดเด็ก ศู น ย ก ารแพทย สิ ริ กิ ติ์ คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี
  • 2. คมอการชวยกชพในเด็ก ูื ูี เรียบเรียงโดย คุณธิตดา ชัยศุภมงคลลาภ ิ ศ.พญ.อรุณวรรณ พฤทธิพนธุ ั อ.พญ.ปยะพร ชืนอิม่ ่ เด็กที่หัวใจหยุดทำงานหรือหยุดหายใจอยางทันทีทันใด หากไดรับ การชวยเหลืออยางทันทวงทีมโอกาสทีจะรอดชีวตได วิธการชวยชีวตเรียก ี ่ ิ ี ิ กันสัน ๆ วา “CPR” (ซีพอาร) เปนเทคนิคพืนฐานในการชวยชีวตยามฉุกเฉิน ้ ี ้ ิ กอนถึงมือแพทยเพือใหการรักษาเฉพาะตอไป ่ หลักการชวยกชพ (CPR) ูี ทีสำคัญมี 3 ขอ คือ “A B C” (เอ บี ซี) ่ หมายถึง Airway หรือ ทางเดินหายใจ จะตองเปดใหทางเดินหายใจ A โลง อยาใหลนตกมาอุดกันทางเดินหายใจ (ภาพที่ 1) ิ้ ้ (ก) (ข) ภาพที่ 1 ก. ลินตกมาอุดกันทางเดินหายใจ ้ ้ ข. ทางเดินหายใจเปดโลง2 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 3. B หมายถึง Breathingกหยุดอ การหายใจ เมื่ อ เด็ หรืหายใจตองรีบชวยการหายใจ โดยการเปาลมเขาไปในปอดทันที (ภาพที่ 2) หมายถึง Circulation หรือC การไหลเวียนของเลือด เมือ่หัวใจหยุดทำงาน การไหลเวียนของเลือดไปเลียงสวนตางๆ ก็หยุดไปดวย ้ดังนั้น จึงตองชวยนวดหัวใจ เพื่อ ภาพที่ 2 แสดงการชวยหายใจโดยชวยปมเลือดออกจากหัวใจไปเลี้ยง เปาลมเขาปอดสมองและสวนตางๆ ของรางกาย (ภาพที่ 3) (ก) (ข)ภาพที่ 3 แสดงการชวยนวดหัวใจในเด็กเล็ก (ก) และเด็กโต (ข) 3 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 4. ขันตอนการชวยชีวตในเด็ก ้ ิ 1. เขยาตัวเด็ก และเรียกขานชือเด็กดังๆ ถารชอเด็ก เพือใหทราบ ่ ู ื่ ่ วาเด็กรสกตัวหรือไม ถาเด็กไมขยับตัวหรือไมรตว ผชวยเหลือตองรีบทำการ ูึ ู ั ู  ชวยกูชีพ (CPR) ทันที และหลังจากทำการชวยกูชพเปนเวลา 2 นาทีแลว ี ไมดขน จึงคอยเรียกหรือตะโกนขอความชวยเหลือ (Call Fast) แตในกรณี ี ้ึ ที่เห็นเด็กมีการลมหมดสติตอหนาตอตา (Witness Arrest) ผูชวยเหลือ ตองรีบเรียกหรือตะโกนขอความชวยเหลือทันทีจากผูที่อยูบริเวณนั้น หรือ โทรศัพทตามรถพยาบาลศูนยนเรนทร หมายเลข 1669 (Call First) ขณะ เดียวกันตองรีบจัดทาใหเด็กนอนหงายบนพืนราบ และเริมทำการกชพทันที ้ ่ ูี (หมายเหตุ ในกรณีที่สงสัยวาจะมีการบาดเจ็บของศีรษะและคอ ใหระมัดระวังในการขยับตัวเด็กใหนอยที่สุดเพราะการขยับตัวมากอาจ ทำใหเด็กทีมการบาดเจ็บของกระดูกสันหลังเปนอัมพาตได) ่ ี 2. เปดทางเดินหายใจใหโลง โดยใชมือหนึ่งเชยคางขึ้น และอีก มือหนึ่งกดหนาผากลงเพื่อใหศีรษะแหงนไปดานหลัง (ภาพที่ 4) สังเกตดู การเคลื่อนไหวของทรวงอก และฟงเสียงวาเด็กมีลมหายใจหรือรูสึกวามี ลมหายใจมาปะทะข า งแก ม ของผู ช ว ยเหลื อ อยู ห รื อ ไม (ภาพที่ 5) ถ า เห็ น มี สิ่ ง แปลกปลอมหรื อ เศษ อาหารอยตนๆ ในปาก และสามารถ ู ื้ ลวงออกได ใหตะแคงหนาและลวง เอาสิงแปลกปลอมตางๆ ออกใหหมด ่ แลวจัดทาเชยคางขึนเหมือนเดิม การ ้ สังเกตดูการหายใจของเด็กไมควรใช เวลานานเกินกวา 10 วินาที ถาเด็ก ภาพที่ 4 ทาเชยคางขึน ้4 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 5. หายใจเองไดและไมมีลักษณะการบาดเจ็บใหจดทานอนตะแคง (ภาพที่ ั11) เพื่อชวยปองกันการสูดสำลักและชวยใหทางเดินหายใจโลง 3. ถาเด็กไมหายใจ ผูชวยเหลือใชปากของตนเอง ครอบปากและ/หรือจมูกของเด็กใหสนิท แลวเปาลม เขาทางปากและ/หรือจมูกของเด็ก 2 ครัง โดยคงใหทาศีรษะ ภาพที่ 5 สั ง เกต ฟ ง เสี ย ง และใช ้ ของเด็ ก แหงนและเชยคางขึ้ น แก ม รั บ ความรู สึ ก ว า มี ล มหายใจเสมอ ตลอดการชวยหายใจ และ อยหรือไม ูการนวดหัวใจดวย  ในเด็กเล็ก (อายุต่ำกวา 1 ป) ผชวยเหลือใชปากของตนครอบ ู ปากและจมูกของเด็ก (ภาพที่ 6)  ในเด็กโต (อายุ 1 ปขนไป) ผชวยเหลือใชมอบีบจมูกของเด็ก แลว ึ้ ู ื ใชปากของตนครอบเฉพาะปากเด็กใหสนิท (ภาพที่ 7)ภาพที่ 6 การเป า ลมเข า ปากและ ภาพที่ 7 การเป า ลมเข า ปากในจมูกของเด็กเล็ก เด็กโต 5 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 6. การเปาลมเขาปอดใหเปาเขาชาๆ (ครังละ 1 วินาที) ติดตอกัน 2 ครัง ้ ้ โดยผชวยเหลือสูดลมหายใจเขาปอดของตนเองตามปกติแลวครอบปากเขา ู กับปากของเด็ก ตาชำเลืองมองหนาอกของเด็กพรอมกับเปาลมเขา 1 วินาที จนสังเกตเห็นวาหนาอกของเด็กขยับขึน แลวถอนปากออกใหลมหายใจของ ้ เด็กผานกลับออกมาทางปาก ถาในขณะเปาลมเขาปอดเด็กและสังเกตวาทรวงอกของเด็กไมขยาย ขึน (ลมไมเขาปอด) แสดงวาอาจมีการอุดกันในทางเดินหายใจของเด็กอยู ้ ้ หรื อ อาจเป น เพราะการเชยคางและหน า แหงนไม ดี พ อ ให ผู ช ว ยเหลื อ พยายามจัดทาโดยกดหนาผากและเชยคางขึนใหม และเปาลมเขาปอดเด็ก ้ ติดตอกัน 2 ครังอีก ถาลมยังไมเขาปอดเด็กอีก แสดงวาอาจมีสงแปลกปลอม ้ ิ่ อุดอยู ใหชวยเหลือเอาสิงแปลกปลอมออกดังภาพที่ 12–16  ่ ในกรณีทใหการชวยหายใจอยางเดียว ใหผชวยเหลือเปาลมเขาปอด ี่ ู  ดวยอัตราเฉลีย 12–20 ครังตอนาที (เปาลมเขาปอดทุก 3–5 วินาที) ทังใน ่ ้ ้ เด็กเล็กหรือเด็กโต จนกวาเด็กจะสามารถหายใจไดเองหรือเจาหนาที่ พยาบาลเขามาชวยเหลือตอ 4. ตรวจการเตนของหัวใจโดย การคลำชีพจร ทังนีไมควรใชเวลา ้ ้ ตรวจการเตนของหัวใจนานเกินกวา 10 วินาที  ในเด็กเล็ก ใหใชนวมือคลำชีพจรบริเวณทองแขน (ตนแขน) ดาน ิ้ ในชิดลำตัวของเด็ก (ภาพที่ 8 ก.) หรือบริเวณขาหนีบ  ในเด็กโต ใชนวมือ 2–3 นิวคลำชีพจรบริเวณคอดานขาง โดย ิ้ ้ เลื่ อ นนิ้ ว มื อ จากลู ก กระเดื อ กลงมาที่ บ ริ เ วณร อ งระหว า งลู ก กระเดือกกับกลามเนือคอ โดยทีอกมือหนึงของผชวยเหลือแหงน ้ ่ี ่ ู ศีรษะของเด็กขึน (ภาพที่ 8 ข.) ถาชีพจรออน, ชา (ต่ำกวา 60 ครัง ้ ้ ตอนาที) หรือไมมชพจร ผชวยเหลือตองรีบดำเนินการขันตอไป ีี ู ้6 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 7. (ก) (ข)ภาพที่ 8 การคลำชีพจรในเด็กเล็ก (ก) และในเด็กโต (ข) สำหรับผชวยเหลือทีไมไดเปนแพทยหรือพยาบาล ไมควรเสีย ู  ่เวลาพยายามตรวจหาชีพจร เพราะมีรายงานพบวาเกิดความผิดพลาดทำใหการชวยกชพเด็กกลับลาชา เพราะฉะนันในภาวะทีเ่ ห็นวาเด็กยังไมรสก ูี ้ ู ึตัวและไมหายใจหรือตัวออนปวกเปยกใหถอเสมือนวาเด็กไมมชพจร ตองรีบ ื ีีนวดหัวใจโดยใหทำการนวดหัวใจทันทีหลังจากชวยหายใจโดยการเปาลม2 ครัง ติดตอกัน ้ 5. เริม นวดหัวใจ โดยทำไปพรอมๆ กับการชวยหายใจดังนี้ :- ให ่เด็กนอนหงายบนพืนราบแข็ง เชน โตะหรือพืนบาน (ไมควรรองเบาะหรือที่ ้ ้นอนหนานม) กรณีทมผชวยเหลือเพียง 1 คน ใหทำการนวดหัวใจ 30 ครัง ุ ี่ ี ู  ้ตอการชวยหายใจ 2 ครัง แตในกรณีทมผชวยเหลือ 2 คน ใหทำการนวด ้ ี่ ี ู หัวใจ 15 ครังตอการชวยหายใจ 2 ครัง ดังรายละเอียดตอไปนี้ ้ ้ 7 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 8.  ในเด็ ก เล็ ก อายุ น อ ย กวา 1 ป นวดหัวใจโดย ใชปลายนิวมือ 2 นิวของ ้ ้ ผู ช ว ยเหลื อ กดบริ เ วณ กึ่งกลางกระดูกหนาอก เหนือลินป ซึงอยต่ำจาก ้ ่ ู ระดับราวนม 1 นิ้วมือ (ภาพที่ 9) โดยตองกด ภาพที่ 9 แสดงการชวยกชพในเด็กเล็ก ูี ลงไปลึกประมาณ 1/3–1/2 ของความหนาของทรวงอกเด็ก ใน อัตราความเร็ว 100 ครัง ตอนาที การกดนวดหัวใจตองกดใหแรง ้ และเร็ว และปลอยใหหนาอกกลับคืนมาในตำแหนงเดิมกอน การกดนวดในครังถัดไป โดยถามีผชวยเหลือคนเดียวใหกดนวด ้ ู  หัวใจ 30 ครัง ตามดวยการชวยหายใจ 2 ครัง ถามีผชวยเหลือ 2 ้ ้ ู  คนใหคนหนึงกดนวดหัวใจ 15 ครัง อีกคนหนึงชวยหายใจ 2 ครัง ่ ้ ่ ้ ทำสลับกันไปประมาณ 2 นาที จากนั้นใหผูชวยเหลือทั้ง 2 คน สลับเปลี่ยนการชวยจากการนวดหัวใจมาชวยหายใจและคนที่ เคยชวยหายใจก็เปลี่ยนมาชวยนวดหัวใจ ทั้งนี้เพื่อมิใหผูชวย นวดหัวใจรูสึกออนลาในการชวยเหลือ เมื่อใหการชวยเหลือ ประมาณ 2 นาที (5 รอบของ CPR) จึงประเมินดูวาเด็กหายใจ  และหัวใจทำงานเองแลวหรือยังโดยการคลำชีพจร ถายังไมฟน ใหทำตอไปตามเดิม ถาเด็กฟนดีใหจดเด็กในทานอนตะแคง (ภาพ  ั ที่ 11) แลวคอยสังเกตอาการ สงพบแพทยตอไป  ในเด็กโต (อายุ 1–8 ป) นวดหัวใจโดยใชสนมือของผูชวย เหลือกดลงบนกระดูกหนาอกตรงกลางระหวางแนวหัวนมทั้ง 2 ขาง (จะใชมือเดียวหรือสองมือประสานกันก็ได ขึ้นกับรูปราง-8 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 9. ขนาดตั ว เด็ ก ) (ภาพที่ 10) โดยกดลงไปลึ ก ประมาณ 1/3–1/2 ของ ความหนาของทรวงอก เด็ ก ในอั ต ราความเร็ ว 100 ครังตอนาที ในกรณี ้ ที่มีผูชวยเหลือคนเดียว ใหกดนวดหัวใจ 30 ครัง ภาพที่ 10 แสดงตำแหนงที่ใชสนมือ ้ ต อ การช ว ยหายใจ 2 กดนวดหัวใจในเด็กโต ครัง และถามีผชวยเหลือ 2 คน ใหกดนวดหัวใจ 15 ครังตอการ ้ ู  ้ ชวยหายใจ 2 ครัง และใหผชวยเหลือทัง 2 คนสลับเปลียนหนาที่ ้ ู  ้ ่ ทุก 2 นาที เพือปองกันการออนลาของการชวยนวดหัวใจ ่เทคนิคการกดหนาอก วางมือหนึ่งทาบบนอีกมือหนึ่ง โดยประสานนิ้วมือทั้ง 2 ขางเขาดวยกันหรือไมกได เพียงแตตองคอยระวังน้ำหนัก ็  ผานสนมือลางไปบนกระดูกหนาอก ไมใชลงบนกระดูก ซีโครง เพราะอาจทำใหซโครงหักได ่ ี่ ตรึงขอศอกใหนิ่งอยางอแขน แขนเหยียดตรง โนมตัวให หัวไหลอยเู หนือตัวเด็ก โดยทิศทางของแรงกดดิงลงสหนา ่ ู อกเด็ก กรณีทเด็กโตอายุเกิน 8 ป (ผใหญ) จะกดหนาอกใหยบ ี่ ู ุ ลง 1.5– 2 นิว เพราะถากดลึกกวานี้ กระดูกอาจหักได ้ 9 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 10.  ในจังหวะปลอยตองผอนน้ำหนักคลายมือขึ้นมาใหสุด เพื่อใหหนาอกยกคืนกลับสูตำแหนงปกติกอน แลวจึง กดครังตอๆ ไป หามคาน้ำหนักไวเพราะทำใหหวใจคลาย ้ ั ตั ว ได ไ ม ดี แต ก็ อ ย า คลายมื อ จนหลุ ด จากตำแหน ง ที่ กดหนาอกเพราะจะทำใหกดผิดตำแหนงได  กรณีของเด็กโต (อายุเกิน 8 ป) จะทำการชวยเหลือโดย กดนวดหัวใจ 30 ครังตอการชวยหายใจ 2 ครัง ไมวาจะมี ้ ้  ผชวยเหลือ 1 หรือ 2 คนก็ตาม ู 6. เมื่อทำการชวยดังขอ 5 ไดอยางนอย 5 รอบของ CPR (หรือ ประมาณ 2 นาที) ควรตรวจดูวาชีพจรและการหายใจของเด็กกลับคืนมา หรือยัง ถาชีพจรมาแลวแตเด็กยังไมหายใจ ก็จะตองชวยเปาลมตอ หรือถา ยังไมกลับคืนมาทังการหายใจและการเตนของชีพจร ก็ตองใหการชวยเหลือ ้  เชนเดิมตอไป และคอยเช็คดูอกทุก 2 นาที จนกวาเด็กจะฟน หรือจนกวา ี  จะไปถึงโรงพยาบาล 7. ถาเด็กฟนดีแลวจึงจัดทาใหเด็กนอนตะแคง (ภาพที่ 11)  ภาพที่ 11 ทานอนทีปลอดภัย ่10 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 11. การชวยเหลือในกรณีทสำลักสิงแปลกปลอม ่ี ่ เด็กเล็กวัยต่ำกวา 5 ป มีโอกาสสำลักสิงแปลกปลอมไดมากทีสด สิง ่ ่ ุ ่แปลกปลอมทีพบบอยไดแก พวกเมล็ดถัว, เมล็ดผลไม, ลูกอมเม็ดเล็กๆ หรือ ่ ่พวกของเลนชินเล็กๆ ้ เมือใดทีพบวาเด็กหายใจลำบาก มีอาการไอ สำลัก หรือเขียวอยาง ่ ่ทันทีทนใด ใหสงสัยไวกอนวาเด็กอาจสำลักสิงแปลกปลอม ั  ่ วิธการชวยเหลือขึนกับวา “เด็กรสกตัวหรือไม” และ “เด็กมีอายุ ี ้ ู ึเทาใด”ในกรณีทเ่ี ด็กรตว ู ั ถาเด็กรูตัวและเราสงสัยวาสำลักแนๆ ตองกระตุนใหเด็กไอแรงๆออกมา ถาเด็กไอไมออก รองไมมีเสียง และหายใจลำบากมากขึ้น และ/หรือหายใจเสียงดัง ควรรีบชวยเหลือดังนี้ (1) ในเด็กเล็กอายุนอยกวา 1 ปี จะใชวธตบหลัง 5 ครัง สลับกับ  ิี ้การกระแทกหนาอก 5 ครัง ดังนี้้ ก. วิ ธี ต บหลั ง จั บ ให เ ด็ กนอนคว่ำ หั ว ต่ำ บนแขนของผู ช ว ยเหลื อ แล ว ใช ฝ า มื อ ตบกลางหลั งบริเวณระหวางกระดูกสะบักอยางแรง ติดตอกัน 5 ครัง (ภาพที่ 12) แลว ้ดูวาเห็นสิ่งแปลกปลอมในปากเด็กหรือไม ถาเห็นใหเอาออก ถาไมเห็นดำเนินการขันตอไป ้ ภาพที่ 12 การตบหลัง 11 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 12. ข. วิธการกระแทกหนาอก ี จับเด็กพลิกกลับหงายบนตักของผู ชวยเหลือในทาศีรษะต่ำ แลวใชนิ้ว มือ 2 นิว กระแทกแรงๆ ลงบนกระดูก ้ หนาอกเหนือลินป 5 ครัง (ภาพที่ 13) ้ ้ แลวดูวาเห็นสิ่งแปลกปลอมในปาก เด็กหรือไม ถายังไมเห็นใหตบหลัง 5 ครัง ภาพที่ 13 การกระแทกหนาอก ้ และกระแทกหนาอก 5 ครั้ง ติดตอกันจนกวาจะเห็นสิ่งแปลกปลอมหรือ สิงแปลกปลอมจะหลุดกระเด็นออกมา หรือไอออกมาใหเห็น ถาเด็กเริมไม ่ ่ รสกตัวใหชวยเหลือแบบเด็กหมดสติไมรสกตัว (หนา 13) ู ึ  ู ึ (2) ในเด็กโต ที่ยังรูสึกตัว จะใชวิธีกระแทกทองใตลิ้นป (เฮมลิช) (ภาพที่ 14) โดยมีขนตอนดังนี้ ั้ 1. ผู ช ว ยเหลื อ ยื น ด า นหลั ง ของผปวย แลวโอบแขนทัง 2 ขางรัด ู  ้ รอบเอวเด็ก 2. วางกำปนมือหนึ่งใหดาน หัวแมมือของผูชวยเหลืออยูติดหนา ทองบริเวณกึงกลางระหวางลินปและ ่ ้  สะดือของเด็ก 3. อีกมือหนึ่งกุมบนกำปนที่ วางไว แลวออกแรงกดอยางแรงและ เร็วตรงหนาทองในทิศทางยอนดันขึน ภาพที่ 14 การกระแทกใต ลิ้ น ป ้ ไปทางทรวงอกติดตอกัน 5 ครัง ้ (เฮมลิช)12 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 13. 4. ทำตอแบบเดิมจนกระทังเห็นสิงแปลกปลอมหลุดกระเด็นออกมา ่ ่หรือเด็กมีเสียงพูดออกมาได หรือถาเด็กเริมไมรสกตัวใหชวยเหลือแบบเด็ก ่ ู ึ หมดสติไมรสกตัวตอไป ู ึในกรณีทเี่ ด็กหมดสติไมรสกตัว ู ึ ถาเปนเด็กเล็ก จะไมใชวิธีกระแทกทองใตลิ้นปเพราะอาจทำใหอวัยวะในชองทอง เชน ตับแตกได ในกรณีที่ในระหวางพยายามใชวิธีการตบหลังและกระแทกหนาอกตามทีกลาวมาแลว (หนา 11–12) เด็กเริมหมด ่ ่สติตวออนปวกเปยก ผชวยเหลือควรรีบชวยกชพ (CPR) ตามขันตอนทีกลาว ั ู ูี ้ ่มาตอนตนโดยที่กอนการเปาลมเขาปากเด็กทุกครั้งจะตองสังเกตดูวาทางเดินหายใจหรือในชองปากมีสิ่งแปลกปลอมอุดอยูหรือไม ถาเห็นวามีสิ่งแปลกปลอมที่สามารถลวงออกได ควรใชนิ้วมือลวงออกกอน แลวจึงเปาลมเขาปอดเด็ก 2 ครัง กอนทีจะชวยกดหนาอกเพือนวดหัวใจตามขันตอน ้ ่ ่ ้การกชพ จนกวาเด็กจะฟนหรือถึงมือเจาหนาทีพยาบาล ูี  ่ ถาเปนเด็กโต ใชวธกระแทกทองใตลนป (เฮมลิช) (ภาพที่ 15) ใน ิี ิ้ทานอนหงาย โดยนังครอมบนขาทัง 2 ขางของเด็ก ใช 2 มือประสานซอน ่ ้กันเอาสนมือวางตรงกลางระหว า งสะดื อ และลิ้ น ปแลวออกแรงกด ลักษณะแรงที่ ก ดจะต อ งแรงเร็ วคลายกระแทกโดยทิศทางที่กดกระแทกตองไมเอียงซายหรือขวา แตตองดันขึน  ้มาตรงกลาง โดยจะกดกระแทกติดตอกัน 5 ครั้ง ภาพที่ 15 การกระแทกใตลนป (เฮมลิช) ิ้ 13 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 14. แลวสังเกตวามีสิ่งแปลกปลอมหลุดออกมาในปาก หรือสามารถเปาลม จนเห็นวาทรวงอกของเด็กยกขึนไดหรือไม ถาไมเห็นสิงแปลกปลอมและไม ้ ่ สามารถเปาลมจนทำใหทรวงอกยกขึนได ใหรบทำการกชพ (CPR) ตามขัน ้ ี ูี ้ ตอนทีกลาวในตอนตน โดยทีกอนทีผชวยเหลือจะชวยหายใจโดยการเปาลม ่ ่  ่ ู  เขาปากเด็กจะตองดูวาในปากเด็กมีสงแปลกปลอมอุดอยหรือไม ถาเห็นวา  ิ่ ู มีสิ่งแปลกปลอมที่สามารถลวงออกได ควรลวงออกกอน แลวจึงเปาลม เขาปอด 2 ครังกอนทำการนวดหัวใจ ้ ขอควรระวัง คือการเอานิ้วมือลวงสิ่งแปลกปลอมออกมาจากลำ คอของเด็กนัน ผชวยเหลือตองเห็นสิงแปลกปลอมนันเสียกอน เพราะถาเห็น ้ ู ่ ้ ไมชัดแลวเอานิ้วมือเขาไปลวงอาจทำใหสิ่งแปลกปลอมนั้นพลัดลงไปใน หลอดลม แลวทำใหทางเดินหายใจอุดกันอีกครัง ้ ้ ในเด็กทีหมดสติและไมหายใจ ผชวยเหลือจะตองใชนวมือดันลินและ ่ ู ิ้ ้ ขากรรไกรลางใหยกขึ้น เพื่อไมใหลิ้นตกไปดานหลังคอและทำใหทางเดิน หายใจเปดกวางและชวยลดอาการอุดกั้นไปไดบางและถาเห็นสิ่งแปลก ปลอมอุดอยู ก็สามารถจะลวงออกมาได (ภาพที่ 16) ภาพที่ 16 วิธเี ปดปากเพือดูสงแปลกปลอม ่ ิ่14 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 15. เอกสารอางอิง Hazinski MF, Chameides L. Instructor’s manual. Pediatric Basic Life Support. In : Hazinski MF, Chameides L. American Heart Association, Dallas, Texas, 1999. 2005 American Heart Association Guidelines for Cardiopulmo- nary Resuscitation and Emergency Cardiovascular Care Circu- lation: Pediatric Basic Life Support. 2005:112, IV-156-IV-166. ภาพที่ 1–16 คัดลอกและดัดแปลงมาจาก Scanlan CL and Goerlich W. Emergency Life Support. In: Scanlan CL, Spearman CB and Sheldon RL eds. Egan’s Fundamentals of Respiratory Care. St.Louis: Mosby, 1995; 584-96. 15 คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี
  • 16. คมอการชวยกชพในเด็ก (CPR) ูื ูี จัดพิมพโดย :โครงการสงเสริมและฟนฟูสมรรถภาพปอดเด็ก ศูนยการแพทยสรกติ์  ิิิ คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี ออกแบบ, พิมพ : D-One Books สนับสนุนการจัดพิมพ : ครอบครัว ‘หลอเลิศวิทย’ Download เอกสารนีเ้ พิมเติมไดที่ www.thaipedlung.org ่