ใครคิดอะไร ไมสําคัญวาเราคิดอะไร
อยาใหคนอื่นมาทําลายตัวตนของเรา
  .. คน 3 คน ...
ณ วัดบานไรแหงหนึ่ง
หลวงตาเพิ่งกลับจ...
ใครคิดอะไร ไม่สำคัญว่าเราคิดอะไร
ใครคิดอะไร ไม่สำคัญว่าเราคิดอะไร
ใครคิดอะไร ไม่สำคัญว่าเราคิดอะไร
ใครคิดอะไร ไม่สำคัญว่าเราคิดอะไร
ใครคิดอะไร ไม่สำคัญว่าเราคิดอะไร
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

ใครคิดอะไร ไม่สำคัญว่าเราคิดอะไร

591

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
591
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
4
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ใครคิดอะไร ไม่สำคัญว่าเราคิดอะไร

  1. 1. ใครคิดอะไร ไมสําคัญวาเราคิดอะไร อยาใหคนอื่นมาทําลายตัวตนของเรา .. คน 3 คน ... ณ วัดบานไรแหงหนึ่ง หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาตเห็นลูกศิษยวัดนั่งรองไหสะอึกสะอื้น จึงเขาไปถามไถวา เปนอะไร ลูกศิษยตอบกลับมาวา ' ผมถูกใสราย ผมไมไดขโมยเงินในหอพระ แตผมเขาไปปด กวาดเช็ดถูบอย ๆ ทุกคนก็หาวาผมเปนขโมย ไมมีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ ' หลวงตานั่งลงขาง ๆ พยักหนาเขาใจแลวสอนลูกศิษยวา ' เจารูไหม ในตัวเรามีคนอยูสามคน คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเปน คนที่สองคือ คนที่คนอื่น คิดวาเราเปน คนที่สามคือ ตัวเราที่เปนเราจริง ๆ ' ลูกศิษยหยุดรองไห นิ่งฟงหลวงตา ' คนเราลวนมีความฝน ความทะยานอยาก ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไมใชสิ่งเลวราย บางครั้ง ความฝนก็เปนสิ่งสวยงาม เปนพลังที่ทําใหเรากาวเดิน เชน บางคนอยากเปนนักรอง เปน นักมวย เปนดารา ถาถึงจุดหมายเราก็จะรูสึกวาโลกนี้ชางสวางไสวสวยงาม ดังนั้นเราควรมี ความฝนไวประดับตน เพื่อเปนเครื่องหลอเลี้ยงหัวใจ ' ' มาถึงไอตัวที่สอง จะเปนเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดใหเปน บางครั้งก็ยัดเยียดวาเราดีเลิศ จนเรา อาย เพราะจิตสํานึกเรารูดีวามันไมจริงหรอก แตเราก็ยิ้มรับ แตบางครั้งไอตัวที่สองนี้ก็มหา  อัปลักษณ จนไมอยากจะนึกถึง ซ้ํารายยังเกิดขึ้นไดตลอดเวลา เพราะมันเปนโลกในมือคนอื่น มันเปน! สิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให ' ' อยางคนขับสิบลอจอดรถอยูขางทางเฉย ๆ เชามาพบศพใตทองรถ ก็ตองขับรถหนี ทั้งที่ศพ นั้น ถูกรถชนตายอีกฝงแลวดันถลามาใตทองรถ แตขึ้นชื่อวาเปนคนขับสิบลอ บางคนก็ตัดสิน ไปแลววาเขาเปนฆาตกร ' ' สมัยที่หลวงตายังไมไดบวชเคยไปสงเพื่อนผูหญิงที่มีผัวแลว เพราะเห็นวาบานเปนซอย เปลี่ยว สงไดสองครั้งก็เปนเรื่อง ชาวบานซุบซิบนินทา หาวาเปนชูกับเมียชาวบาน คนที่เห็น นั้นมองคนอื่นดวยใจที่หยาบชา ไรวิ! จารณญาณ ใจแคบ มองคนอื่นผานกระจกสีดําแหงใจ ตัวเอง คนเหลานี้มีอยูท่วไปในสังคม เจาตองจําไวนะ ทุกครั้งที่เราวาคนอื่นเลว คนอื่นไมดี ก็ ั เทากับเราประจานความมืดดําในใจตัวเองออกมา เห็นสิ่งไมดีของใครจงเตือนตัวเองวาอยาทํา อยาเลียนแบบ นั่นแหละวิถีของนักปราชญ ถาเอาไปวารายนินทาเรียกวาวิถีของคนพาล ' ' แลวเราตองทําตัวอยางไรละครับในเมื่อเราตองเจอคนเหลานั้นเรื่อย ๆ ' ลู กศิษยหยุดรองไห แลวเริ่มสนทนาโตตอบหลวงตา ' เจาตองทําความเขาใจ จิตใจมนุษย เรียนรูวาความเขาใจผิดเกิด ขึ้นได เราหามใจใครไมได สิ่งใดที่เราไมไดทํา ไมไดคิด ไมไดเปน แตคนอื่นคอยยัดเยียดใหเรา เราก็ไมควรให ความสําคัญ เพราะเราสัมผัสไดวาสิ่งนั้นไมมีอยูจริง ใจเราควรสงบนิ่ง ยังไมตองชําระ ใจคนอื่น  ตาง หากที่ควรซักฟอกใหขาวสะอาดกวาที่เปนอยู เขาเหลานั้น เปนบุคคลที่นาสงสารมีเวลา มองคนอื่น แตไมมีเวลามองตัวเอง จงแผเมตตาใหเขาไป เขาใ! จใชไหม' ' เขาใจครับหลวงตา ' เด็กนอยยิ้มมีความสุขอีกครั้ง สวางตา ดวยแสงไฟ สวางใจ ดวยแสงธ รรม

×