• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
Protein
 

Protein

on

  • 6,867 views

 

Statistics

Views

Total Views
6,867
Views on SlideShare
6,867
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
50
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    Protein Protein Presentation Transcript

      • Protein
      • เป็น polypeptide ของ amino acid ที่ต่อกันเป็นลำดับเฉพาะตัวสำหรับโปรตีนแต่ละชนิดมากกว่า 50 หน่วย
    • Amino acid เป็นสารอินทรีย์ที่มีหมู่ carboxyl และหมู่ amino ต่อกับอะตอมคาร์บอนที่เป็นศูนย์กลาง อะตอมที่เป็นศูนย์กลางยังต่อกับอะตอม hydrogen และหมู่ R group 1 หมู่ที่แตกต่างกัน
    •  
      • Amino acid แบ่งออกเป็นกลุ่มตามคุณสมบัติของ
      • R group
      • R group ที่แตกต่างกันนี้ ทำให้เกิด amino
      • acid แตกต่างกัน 20 ชนิด แต่ละชนิดมีคุณสมบัติ
      • ทางเคมีและชีววิทยาแตกต่างกัน
    • Amino acid กลุ่ม Nonpolar
    • กลุ่ม Polar
    • กลุ่ม Electrically charged
    • Zwitterion
      • กรดอะมิโนเป็นสารที่มีสมบัติเป็นได้ทั้งกรดและเบส ถ้าโมเลกุลอยู่
      • ใน pH ที่เหมาะสมจะแสดงสภาพเป็นทั้งไอออนบวกและไอออน
      • ลบในโมเลกุลเดียวกัน เรียกว่า Zwitterion
    • Making a polypeptide chain
    • Making a polypeptide chain Amino acid ต่อกันเป็นสายยาวด้วย covalent bond เรียกว่า peptide bond
      • ปลายที่มีหมู่ amino เรียกว่า N-terminus
      • ปลายที่มีหมู่ carboxyl เรียกว่า C-terminus
    • สาย polypeptide ประกอบด้วย amino acid ทั้ง 20 ชนิด เรียงต่อกันเป็นอิสระ สาย polypeptide จึงสามารถมีรูปแบบที่ไม่เหมือนกันนับ หมื่นชนิดได้
    • โมเลกุลเพปไทด์ โมเลกุลเพปไทด์ จน . โมเลกุลของกรดอะมิโน จน . โมเลกุลเพปไทด์ที่เป็นไปได้ Dipeptide Tripeptide Tetrapeptide Polypeptide 2 3 4 50 ………… . ………… . ………… . ………… ..
    • โครงสร้างของโปรตีน
      • โปรตีนสามารถทำงานได้ต้องมีรูปร่าง (conformation) ที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว
      • โปรตีนที่ทำงานได้ประกอบด้วย polypeptide 1 สายหรือมากกว่า ซึ่งม้วนพับไปมาตามแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง side chain ของ amino acid
      • รูปร่างของโปรตีนจึงขึ้นอยู่กับลำดับของ amino acid ที่เรียงกันอยู่
    • A protein’s function depends on its specific conformation Ribbon model Space filling model
    • โครงสร้างของโปรตีนถูกแบ่งออกเป็น Primary structure Secondary structure Tertiary structure Quaternary structure
    • The primary structure of a protein
      • Primary structure คือ ลำดับของ amino acid ที่ประกอบขึ้นเป็นโปรตีน
      • Primary structure ถูกกำหนดโดยข้อมูลทางพันธุกรรม (DNA)
    • การเปลี่ยนแปลงลำดับ amino acid ในโปรตีน อาจมีผลให้รูปร่างของโปรตีนเปลี่ยนไป และอาจมีผลต่อ การทำงานของโปรตีนชนิดนั้นๆ ตัวอย่างเช่น โรค sickle-cell anemia
    • A single amino acid substitution in a protein causes sickle-cell disease
    • The secondary structure of a protein
      • Secondary structure ที่พบบ่อยในธรรมชาติได้แก่  Helix และ  Pleated sheet
      • Secondary structure เป็นโครงสร้างที่เกิดขึ้นจาก H-bond ระหว่างหมู่ carboxyl และหมู่ amino
    • Spider silk: a structural protein ตัวอย่างเช่น เส้นใยแมงมุม มีโครงสร้างแบบ  Pleated sheet ทำให้เส้นใยแมงมุมมีความแข็งแรงมาก
    • Tertiary structure of a protein
      • Tertiary structure เป็นรูปร่างของ polypeptide สายหนึ่งตลอดสาย ซึ่งการม้วนพบไปมาขึ้นอยู่กับแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง R group ด้วยกันเอง หรือ R group กับโครงสร้างหลัก
      • แรงยึดเหนี่ยวหมายถึง
      • H-bond
      • ionic bond
      • Hydrophobic interaction
      • Van der Waals interaction
      • นอกจากนี้บางตอนยึดติดกันด้วย covalent bond ที่แข็งแรง เรียกว่า disulfide bridges ระหว่างหมู่ sulhydryl (-SH) ของกรดอะมิโน cysteine ที่อยู่ใกล้กัน
    • The Quaternary structure of proteins เป็นโครงสร้างของโปรตีนที่ประกอบด้วย polypeptide มากกว่า 1 สายเท่านั้น เกิดจาก tertiary structure ของ polypeptide แต่ละสายมารวมกัน Polypeptide chain ตัวอย่างเช่น : Collagen เป็น fibrous protein ประกอบด้วย polypeptide 3 สายพันกันอยู่ ซึ่งทำให้โปรตีนชนิดนี้มีความแข็งแรงและพบใน connective tissue
    • Haemoglobin ประกอบด้วย polypeptide 4 สายรวมกันกลายเป็นโปรตีนที่มีรูปร่างเป็นก้อน
    • The four levels of protein structure
    • Denaturation and renaturation of a protein
      • รูปร่างของโปรตีนบางชนิดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถ้า
      • สภาพแวดล้อมของโปรตีนเปลี่ยนไป เช่น pH อุณหภูมิ ตัว
      • ทำละลาย เป็นต้น เนื่องจากแรงยึดเหนี่ยวต่างๆระหว่าง amino
      • acid ในสาย polypeptide ถูกทำลาย การเปลี่ยนแปลงนี้
      • เรียกว่า Denaturation
      • โปรตีนบางชนิดเมื่อเกิด denaturation แล้ว ยังสามารถ
      • กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ เรียกว่า Renaturation
    • โปรตีนในร่างกาย
      • Essential amino acid 8/10
      • ไลซีน ทรีโอนีน ไอโซลิวซีน ลิวซีน
      • ทริปโตเฟน เวลีน เมไทโอนีน และ
      • เฟนิลอะลานีน
      • วัยทารก เพิ่มเติม อาร์จินีน และ ฮีสติดีน
      • Non-Essential amino acid มี 12
    • ประเภทและหน้าที่ของโปรตีน ประเภทของโปรตีน หน้าที่ ตัวอย่าง โปรตีนเร่งปฏิกิริยา เร่งปฏิกิริยาในเซลล์สิ่งมีชีวิต เอ็นไซม์ โปรตีนขนส่ง ขนส่งสารไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ฮีโมโกลบิน โปรตีนโครงสร้าง ให้ความแข็งแรงและช่วยคงรูปร่างโครงสร้างต่าง ๆของร่างการ คอลลาเจน เคราติน โปรตีนสะสม สะสมธาตุต่าง ๆ เฟอริทิน
    • ประเภทและหน้าที่ของโปรตีน ประเภทของโปรตีน หน้าที่ ตัวอย่าง โปรตีนป้องกัน ป้องกันและกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในเซลล์ แอนติบอดี โปรตีนฮอร์โมน
      • แตกต่างกันตามชนิดของฮอร์โมนนั้นๆ
      • ควบคุมการเจริญเติบโต
      • ควบคุมการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต
      Growth hormone Insulin
    • ความต้องการโปรตีนของเด็กวัยต่างๆ อายุ ( ปี ) น้ำหนัก ( kg) ปริมาณที่กำหนด ( กรัม / วัน 3- 12 เดือน 1 – 6 7 – 12 13- 20 X X X X 2 X 1.5 X 1.2 X X
    • A chaperonin in action
    • X-ray crystallography
      • หน้าที่ของโปรตีน
      • เป็นโครงสร้างเยื่อหุ้มเซลล์และเยื่อหุ้ม oganelles
      • เป็นโครงสร้างสำคัญของสิ่งมีชีวิต เช่น keratin เป็นองค์ประกอบของ เล็บ ผม เป็นต้น
      • Haemoglobin ทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจน
      • Hormones ต่างๆ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย
      • Acin และ myosin ในกล้ามเนื้อ ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว
      • Enzymes ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีต่างๆ
      • ฯลฯ